Is it me? คนคนนั้น...เป็นฉันได้หรือเปล่า?

ตอนที่ 23 : Chapter 22 ~ When will the story of us end? When will this pain end?

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 783
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    4 พ.ค. 56

Chapter 22

When will the story of us end? When will this pain end?

 

Blue’s Talks

            หลังจากวันนั้นที่ฉันกับแบล็คไปเที่ยวด้วยกัน เอ่อ...จะพูดแบบนั้นก็คงไม่ถูกสินะ เรียกว่า ที่หมอนั่นลากฉันไปด้วยมันจะดูใช่กว่า นั่นแหละ...หลังจากวันนั้น ฉันกับหมอนั่นก็ไม่ค่อยได้ คุยกันเท่าไหร่ เรียกได้ว่าถ้าไม่จำเป็นก็ไม่คุยกันเลยล่ะ

            ปกติมันก็เป็นแบบนี้อยู่แล้วนี่นา ตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ที่ฉันทำได้แค่เพียงมองเท่านั้น ไม่มีสิทธิ์อะไร มากไปกว่านั้น แล้วนี่แค่เขาไม่มองมา เขาไม่คุยกับฉัน มันก็เป็นแค่เรื่องปกติธรรมดานี่นา ทำไมต้องมาคิด มากด้วยนะเรา....

            เย็นนี้เดี๋ยวไปรอที่ล็อกเกอร์นะ มาทำงานพรอมกัน

            พอนึกถึงหมอนั่น เขาก็ดันไลน์มาทันที อยู่ทำงานพรอมงั้นเหรอ…? ฉันเองก็ลืมเรื่องนี้ไปเลย ในอีก ไม่กี่อาทิตย์ข้างหน้าก็เป็นงานพรอมแล้วนี่ นั่นก็หมายความว่าพวกเราใกล้จะเรียนจบแล้วสินะ ทำไมเวลา ช่างผ่านไปเร็วขนาดนี้ ฉันยอมรับว่าบางทีฉันเองก็อยากจะให้มันจบๆ ไป จะได้ไม่ต้องเจอกันให้เจ็บปวดอีก แต่บางทีฉันกลับอยากหยุดเวลาไว้เท่านี้ เพื่อที่จะได้เจอเขาอีก ถึงแม้เขาจะทำให้ฉันเจ็บปวดก็ตาม

            โอเค

            ฉันพิมพ์กลับไปพร้อมกับเก็บของเตรียมตัวจะลุกจากที่นั่ง ตอนนี้เป็นเวลาสามโมงสี่สิบห้า ซึ่งก็คือ เวลาเลิกเรียนของคาบสุดท้ายน่ะ ขณะที่ฉันกำลังลุกจากโต๊ะ ฉันดันเจอใครบางคนเข้าซะก่อน ทำเอาทำ อะไรไม่ถูกเลยทีเดียว

            “จะกลับแล้วเหรอ”

            “อะ..อืม”

            “ฉันขอคุยด้วยหน่อยสิ”

            “...”

            “เธอคงไม่ได้หลบหน้าฉันหรอกใช่มั๊ย?”

            ฉันกำลังหลบหน้านายอยู่น่ะสิ! ฉันขอโทษนะเบสต์ แต่ฉันยังทำใจยอมรับไม่ได้จริงๆ ว่านายกำลัง คิดกับฉันเกินเพื่อน ฉันรู้สึกผิดต่อยัยบีบี ฉันรู้สึกเหมือนกับว่าฉันเป็นคนไม่ดี ทำให้ยัยนั่นต้องเสียใจเพราะ คนที่ยัยนั่นรักดันมา…รักฉัน

            “อืม...”

            ฉันเดินตามเบสต์ออกไปนอกห้อง พวกเราเดินไปเรื่อยๆ จนในที่สุดเบสต์ก็พูดขึ้น ทำลายบรรยา กาศอันเงียบสงบระหว่างเรา

            “เธอเป็นอะไรหรือเปล่าน่ะ”

            “เปล่าหรอก”

            “ฉันคิดมากเกินไปน่ะเหรอ...?”

            “...”

            “ทำไมฉันรู้สึกว่าระหว่างเรา...มันไม่เหมือนเดิมล่ะ”

            ฉันจะบอกนายได้ยังไงฮะ!? ว่าฉันรู้ความจริงหมดแล้ว เกี่ยวกับความรู้สึกทุกอย่างในใจของนาย

            “ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้ว ถ้ามันจะไม่เหมือนเดิม ฉันก็ควรจะทำให้มันไม่เหมือนเดิมอย่างชัดเจนมาก ยิ่งขึ้นสินะ”

            ฉันมองไปที่เบสต์ด้วยความงงงันและสงสัยในคำพูดของเขา ทำให้มันไม่เหมือนเดิมอย่างชัดเจน มากขึ้นอย่างนั้นเหรอ มันหมายความว่ายังไงกัน

            “ฉัน...ชะ”

            “...”

            “ช่างมันเถอะ!

            “...”

            “ยังไงมันก็ไม่สำคัญอะไรมากหรอก ^^

            “...”

            ในช่วงแรกเบสต์มีสีหน้าหม่นหมองและเศร้าไปพร้อมๆ กัน เขาไม่ใช่คนๆ เดิมที่ฉันรู้จักเลยสักนิด เขาเป็นเหมือนคนแปลกหน้า ที่ฉันไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริง

            เบสต์รีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเหมือนกับเบสต์คนเดิม...ที่เคยเป็นเพื่อนที่ฉันสนิทมากๆ คนนึง ฉันยอมรับว่าฉันเองก็เข้าใจความรู้สึกเขา การที่ต้องทำเป็นเพื่อนกับคนที่เรารู้สึกเกินเพื่อนน่ะ มันไม่ใช่ เรื่องง่ายๆ หรอกนะ

            “ว่าแต่...เธอเป็นแฟนกับหมอนั่นจริงๆ เหรอ”

            “อืม”

            “เธอไปรู้จักไอ้หมอนั่นได้ยังไงน่ะ แต่ก่อนก็ไม่เห็นเคยคุยกันเท่าไหร่เลย”

            “ไม่รู้สิ... ฉันแค่อยากลองเปิดใจรองรับคนใหม่ๆ บ้างก็เท่านั้น”

            “งั้นเหรอ...งั้นหมอนั่นก็คงโชคดีสินะ ที่ได้เธอมาเป็นแฟนน่ะ”

            “...”

            “ฉันดีใจด้วยนะ”

            “นาย...ไม่มีอะไรจะพูดกับฉันใช่มั๊ย”

            “คำยินดีไง ที่ฉันจะให้กับเธอน่ะ”

            “...”

            “ตอนนี้น่ะ...ฉันยังไม่มีอะไรจะพูดหรอก แต่เมื่อถึงเวลา ในวันนึง...ฉันก็คงได้บอกมันกับเธอ น่ะแหละ แต่มันก็ไม่สำคัญอะไรมากหรอก”

            “หวังว่ามันคงไม่ใช่คำสารภาพรักหรอกนะ”

            “...”

            ฉันลืมตัวที่ดันพูดแบบนั้นออกไป ฉันแค่อยากลองถามดูก็เท่านั้นว่าเขาจะตอบกลับมายังไง จะมีปฏิกิริยายังไงกับคำถามของฉัน แต่เบสต์กลับเงียบไปทันทีที่ฉันพูดมัน

            “...”

            “ขอบใจนะ...ที่กลับมาพูดเหมือนเดิมได้สักที”

            “ฉันก็เหมือนเดิมแบบนี้อยู่แล้วนี่นา”

            “อืมๆ ฉันไม่รบกวนเธอแล้วล่ะ”

            “นายจะกลับแล้วเหรอ”

            “ทำไม? จะให้ฉันไปส่งหรือไงฮะ”

            “เปล่าสักหน่อย :P

            “แล้วนี่เธอจะกลับยัง”

            “ยังอ่ะ ต้องอยู่ทำงานพรอมต่อน่ะ งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เจอกันนะ”

            “อืม! โอเค บายๆ”

            “บายๆ”

            เบสต์พูดพร้อมกับเดินจากไป ทำให้ฉันไม่สามารถรับรู้ได้เลยว่าใบหน้าลับหลังฉันแล้ว เขามีสีหน้า ยังไง นายอย่ามาเศร้าเพราะคนอย่างฉันเลยนะ เพราะมันจะทำให้ฉันรู้สึกแย่มากๆ มากจริงๆ

            ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะทำหน้ายังไง ตอบเขาไปว่ายังไงถ้าเกิดว่าเขามาสารภาพรักกับฉันจริงๆ มันคงจะอึดอัดน่าดูเลยเนอะ บางทีฉันก็อยากให้เรื่องนี้มันผ่านไป มันไม่เคยเกิดขึ้น หรืออย่างน้อยฉัน ไม่ต้องมารับรู้ว่าเขารู้สึกยังไงกับฉัน แบบนั้นมันอาจจะทำให้ฉันรู้สึกกับเขาเหมือนเดิมก็ได้ ไม่ใช่มาลำบาก ใจเวลาอยู่ใกล้กันเหมือนที่ฉันเป็นตอนนี้

            ถ้านายไม่ใช่เบสต์ ถ้านายไม่ใช่คนที่เพื่อนฉันรัก อะไรๆ มันก็อาจจะไม่ต้องลงเอยแบบนี้ก็ได้นะ แต่ฟ้าลิขิตให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้แล้วนี่นา สิ่งที่เราทุกคนทำได้...ก็เพียงแค่ยอมรับกันมันสินะ

 

            หลังจากเก็บของทุกอย่างที่อยู่ในห้องเสร็จ ฉันก็ไปที่ล็อกเกอร์ของตัวเองซึ่งก็คือที่ที่ฉันนัดกับแบล็ค ไว้ พอไปถึงฉันก็เห็นเขายืนรออยู่แล้ว ไม่อยากจะหวังอะไรหรอกนะ แต่มันก็อดหวังไม่ได้ว่าเขามารอฉัน

            “มาแล้วเหรอ”

            “อืม”

            “งั้นเธอเก็บของก่อนละกัน แล้วเราจะได้เข้าเรื่องสักที”

            “โอเค”

            ฉันเก็บของทุกอย่างที่จำเป็นใส่กระเป๋าอย่างรวดเร็ว แล้วก็เดินไปยืนข้างแบล็คเพื่อบอกว่าฉัน จัดการทุกอย่างเสร็จแล้ว

            “เสร็จแล้วใช่มั๊ย”

            “อืม”

            “งั้นไปกันเถอะ”

            “ไปไหน?”

            “ก็ไปจัดงานเรื่องพรอมไง”

            “อ้าว! ไม่ใช่ว่าเราจะประกาศเรื่องพรอมด้วยการทำใบประกาศหรอกเหรอ? มันต้องทำที่โรงเรียนนี่ แล้วนี่นายจะพาฉันไปไหนเนี่ย”

            “เรื่องประกาศกับขายบัตรน่ะ ฉันจัดการเรียบร้อยแล้วล่ะ และที่ฉันบอกว่าจะคุยเรื่องพรอมน่ะ ฉันหมายถึงชุดงานพรอม”

            “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชุด”

            “ไปกันเถอะ”

            แบล็คไม่ตอบคำถามฉัน แต่กลับลากฉันไปที่รถเขาอย่างกับกลัวว่าฉันจะวิ่งหนีไป ฉันขึ้นไปนั่ง บนรถของเขา (คือหมอนั่นบังคับฉันอ่ะ T^T) ก่อนที่หมอนั่นจะรีบออกรถ นี่ฉันยังไม่รู้เลยนะว่าเราจะไปไหน กัน ไหงมามัดมือชกกันแบบนี้ล่ะ =o=

             “ชุดงานพรอมอะไร นายยังไม่ตอบฉันเลยนะ”

            “ไปเลือกชุดงานพรอมกัน”

            “แล้วทำไมฉันต้องไปเลือกกับนายล่ะ”

            “ก็เพราะฉันอยากให้เธอไปเลือกกับฉัน เธอก็เลยต้องไปกับฉัน”

            -o- มันดูไม่มีเหตุผลเลยนะนั่นน่ะ”

            “ฉันก็เป็นแบบนี้ของฉันมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วนี่ :)

            รู้สึกว่าช่วงนี้เขาจะทำอะไรแปลกๆ กับฉันบ่อยจังเลยนะ เหมือนกับว่าเขาต้องการจะสื่ออะไร สักอย่าง แต่ฉันก็บอกไม่ได้ว่ามันคืออะไร ฉันบอกไม่ได้ว่าแบล็คต้องการทำอะไรกันแน่ แต่ฉันก็หวังว่าเขา คงไม่ได้คิดร้ายกับฉันหรอก ฉัน...ไว้ใจเขา เขาไม่ได้ทำอะไรให้ฉันรู้สึกแบบนั้นหรอก เพียงแต่ฉันรู้สึกอย่าง นั้นด้วยตัวฉันเอง

            “ถึงแล้ว ไปช็อปกันเถอะ”

            พอถึงห้างแห่งหนึ่ง แบล็คก็จอดรถพร้อมกับพาฉันเดินไปหลายต่อหลายร้านอย่างที่เขาบอก แต่ตอนนี้พวกเราก็ยังไม่เจอร้านที่ถูกใจเลย คนที่ไม่ถูกใจก็มีแต่หมอนั่นอ่ะแหละ ฉันน่ะ...ยังไงก็ได้ ไม่ได้เรื่องมากอะไร

            “ไปดูร้านนี้กันเหอะ”

            แบล็คพูดพร้อมกับลากฉันเข้าไปในร้าน ในร้านเต็มไปด้วยชุดเดรสสีสันสดใสมากมาย ไม่ว่าจะ เป็นโทนหวานอย่างสีชมพู สีเหลืองอ่อนๆ โทนเย็นอย่างสีฟ้า สีม่วง ยังมีชุดใส่ไปงานปาร์ตี้ของผู้ชายอีกด้วย แต่ชุดที่สะดุดตาฉันมากที่สุดเห็นจะเป็นชุดของคู่รักที่ตั้งอยู่หน้าร้าน

            ชุดคู่รักประกอบไปด้วยชุดผู้ชายหนึ่งชุดแล้วก็ชุดผู้หญิงอีกหนึ่งชุด ชุดของผู้หญิงคือชุดคล้องคอ โดยมีโบว์ผูกเป็นสายคล้องคอด้านหลังสีชมพูอ่อน เดรสชุดนี้มีความยาวเหนือเข่านิดหน่อย ทำให้มันดู ไม่โป๋จนเกินไป ส่วนตามตัวก็ถูกตกแต่งเป็นชั้นๆ แล้วเสริมด้วยลูกไม่ในบางส่วน ซึ่งมันให้ความรู้สึกหวาน มากๆ >_<

            ส่วนชุดผู้ชายเป็นสูทสีดำใส่อยู่ด้านนอก โดยด้านในเป็นเชิร์ตสีชมพูอ่อนเหมือนกับชุดของผู้หญิง แล้วก็กางเกงก็เป็นกางเกงผ้าเดียวกับสูท ซึ่งเมื่อใส่ด้วยกันมันดูลงตัวเอามาก ถ้าฉันได้ใส่คู่กับคนที่ฉันรัก มันคงจะดีมากๆ เลยสินะ แต่นั่นมันก็เป็นแค่ความฝันเท่านั้นแหละ

            “ชอบเหรอ”

            “เปล่าสักหน่อย”

            สงสัยฉันจะจ้องชุดนั้นนานเกินไปทำให้แบล็คเห็นมามองตาม ฉันเลยทำเป็นไม่รู้สึกอะไรแล้วมอง ไปทางอื่นแทน แต่แบล็คกลับไม่สนใจฉันอีกต่อไป แล้วหันไปให้ความสนใจกับชุดคู่รักชุดนั้นแทน

            “ถ้าได้ใส่กับคนที่รักนี่ก็คงจะดีนะ”

            “...”

            “นี่...มาใส่ไปพรอมกันป่ะ”

            O_O

            “ทำไมต้องตกใจขนาดนั้น ฉันแค่ชวนเธอใส่ไปพรอมเองนะ”

            จะไม่ให้ตกใจได้ไง ก็เขาเพิ่งพูดเองว่าควรจะใส่ไปกับคู่รัก แต่นี่ดันมาชวนฉันใส่ไปพรอมอีก บ้าหรือเปล่า? มาพูดอะไรไม่เคลียร์แบบนี้นี่มันไม่ดีเอามากๆ เลยนะ

            “นายก็ไปชวนคนที่นายรักใส่ไปดิ เรื่องอะไรมาชวนฉัน”

            “ก็พวกเราต้องเป็นพิธีกรร่วมกัน ก็ควรจะใส่ชุดในคอนเซ็พท์เดียวกันสิ”

            “...”

            เธอหวังว่าเขาจะพูดว่า ก็ฉันอยากให้เธอเป็นคนรักของฉัน’ อย่างนั้นเหรอยัยบลู บ้าจริงๆ ที่ยังหวัง ไปได้ว่าเขาจะพูดอะไรแบบนั้น ทั้งๆ ที่มันไม่มีความเป็นไปได้เลยสักนิด

            “เธอได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า”

            “…”

            “บลู”

            “นายอยากให้ฉันใส่ชุดอะไรก็เลือกไปเหอะ ยังไงมันก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรมากอยู่แล้วนี่ เพราะมันก็แค่เป็น ‘พิธีกร’ คู่กันก็แค่นั้น”

            “เธอคิดว่ามันไม่มีความสำคัญอะไรเลยหรือไง”

            นายต่างหาก…ที่คิดว่ามันไม่มีความสำคัญ นั่นคือสิ่งที่ฉันอยากจะพูดออกไป เขาเองไม่ใช่เหรอที่ เป็นคนบอกว่าอยากจะให้แต่งเป็นคอนเซ็พท์เดียวกัน แล้วเรื่องอื่นมันจะไปสำคัญอะไรล่ะ!

            “แล้วนายคิดว่ามันสำคัญหรือไง”

            “...”

            “สำหรับนาย...ชุดนี้มันก็เป็นเพียงแค่ชุดที่จำเป็นต้องใส่เพื่อความเหมาะสม ไม่ใช่ใส่เพื่อแทนใจ หรือว่าอะไรทำนองนั้น เพราะถ้ามันเป็นอย่างนั้น...นายก็คงไม่เลือกที่จะใส่มันกับฉันหรอก ใช่มั๊ย”

            เพราะถ้ามันเป็นชุดที่สำคัญจริงๆ ผู้หญิงที่ถูกเลือกก็คงเป็นมิซุ ไม่ใช่ฉัน

            “เธอก็คงคิดเหมือนกันสินะ เธอเองก็คงอยากใส่มันกับแฟนของเธอ ฉันให้เธอเลือกก็ได้นะ ถ้าเธอไม่อยากใส่มันก็ไม่เป็นไร ใส่ตามใจเธอเลยก็แล้วกัน”

            “ฉันเองยังไงก็ได้อยู่แล้ว”

            “ฉันก็เหมือนกัน...เพราะมันก็ ไม่’ ได้สำคัญอะไรเท่าไหร่”

            ฉันนี่ก็บ้าเนอะ! พูดตอกย้ำความรู้สึกตัวเองอยู่ได้ คิดเหรอว่าแบล็คจะมาแก้ความรู้สึกที่ฉันมี ต่อเขาน่ะ คนอย่างเขาคงไม่มาสนใจความรู้สึกของคนอย่างฉันหรอก มีแต่ฉันนี่แหละ...ที่พูดเอง แล้วก็มา เจ็บเอง

            เมื่อตกลงกันแล้วว่ากับอีแค่ใส่ชุดเหมือนกันมันไม่ได้ลำบากอะไร พวกฉันก็เข้าไปลอง เมื่อหมอนั่น อยู่ในชุดๆ นั้น ฉันอยากจะตะโกนออกไปจริงๆ ว่าเขาเหมือนเทพบุตรจากสวรรค์ แต่ฉันก็พูดไปไม่ได้ เพราะพวกเราเองก็เคืองกันอยู่นี่นา และมันก็ไม่มีเหตุผลที่ฉันต้องพูดแบบนั้นเลย

            พอเลือกชุดเสร็จ...แบล็คก็จ่ายเงินสำหรับทุกอย่าง ฉันไม่ได้ขอให้เขาจ่ายนะ เพียงแต่เขาแย่งจ่าย ก็เท่านั้นเอง แล้วฉันก็พยายามจะคืนเงินให้เขาแล้วนะ แต่เขากลับบอกว่าถ้าฉันคืนเงินให้เขานั่นก็เท่ากับ ว่าฉันดูถูกฐานะของเขา ว่าแค่ชุดพรอมไม่กี่บาทก็จ่ายให้ไม่ได้ แต่ฉันไม่ได้รู้สึกแบบนั้นเลยสักนิด ฉันไม่เคยคิดดูถูกใครเพียงเพราะว่าเขาไม่ได้จ่ายเงินให้เรา ทำไมนายนั่นต้องมองฉันในแง่ร้ายว่าฉันเป็น คนแบบนั้นด้วยนะ

            พวกเราเดินออกจากร้านเมื่อแบล็กจ่ายเงินทุกอย่างเสร็จ พวกเราตกลงว่าจะไปกินข้าวกันก่อนที่ หมอนั่นจะพาฉันกลับบ้าน แต่ทุกอย่างกลับผิดแผนไปหมด เมื่อฉันดันเจอ...เบ็น

            หมอนั่นกำลังโบกมือให้ฉันด้วยแววตาและรอยยิ้มที่สดใส แต่เขากลับหุบยิ้มในทันทีเมื่อเห็นคนที่ ยืนอยู่ข้างฉัน เบ็นรีบเดินมายืนข้างๆ ฉันในทันทีที่รู้ว่าฉันยืนอยู่กับใคร

            “บลู...เธอมาที่นี่ได้ไง”

            “...”

            “แล้วมาอยู่กับหมอนี่ได้ไง”

            “เอ่อ...คือ”

            “ก็พวกเรามาเลือกชุดพรอมน่ะสิ”

            แต่แบล็คดันแทรกขึ้นมาก่อนที่ฉันจะได้ตอบอะไร นี่! นายพูดแบบนั้นไปเบ็นก็คิดไปไกลน่ะสิ!

            “เอ่อ...คือพวกเราคุยเรื่องพรอมเสร็จ เลยแบบตกลงว่าจะใส่ชุดเหมือนกัน เพราะว่าฉันกับแบล็ค ต้องเป็นพิธีกรร่วมกันน่ะ”

            “อ้อๆ อืม! น่าเสียดายจัง เราอดใส่ชุดคู่กันเลยนะบลู”

            “ฮะๆ ไม่เป็นไรหรอก ไว้โอกาสหน้าเราค่อยใส่คู่กันก็ได้”

            “อืม >_<

            ถ้าคนอื่นมองมา ฉันคงเป็นผู้หญิงที่แย่มากๆ เลยสินะ ที่มีผู้ชายมายืนขนาบข้างถึงสองคน ในสายตาของคนอื่น นี่คงเป็นเหมือนเรื่องราวรักสามเศร้า แต่สำหรับฉัน...นี่คือเรื่องเราของคนอกหักเท่านั้น ก็ในที่นี้...ไม่มีใครสักคนที่สมหวังนี่ เบ็นรักฉัน แต่ฉันกลับรักแบล็ค ส่วนแบล็ค...กลับมองแต่มิซุ นี่มันก็มี แต่คนอกหัก

            “นี่! จะคุยกันอีกนานมั๊ย ฉันหิวแล้วนะ”

            แบล็คพูดขึ้นมาเมื่อเห็นว่าฉันกับเบ็นหยอกล้อกันนานเกินไป ปกติฉันกับเบ็นก็ไม่ได้คุยอะไรกัน มากหรอกอย่างที่แฟนปกติเขาทำกันหรอก แต่ที่วันนี้เราคุยเล่นกันเยอะมากๆ ก็เพราะว่าแบล็คอยู่ตรงนี้ น่ะสิ ฉันแค่อยากลองใจว่าเขาจะทำยังไงก็เท่านั้น

            “เธอจะไปกินข้าวกับหมอนี่งั้นเหรอ” เบ็นพูดพร้อมกับชี้ไปที่แบล็ค

            “ชะ..”

            “เปล่าสักหน่อย แค่แพลนไว้น่ะ ก็ตอนแรกฉันไม่มีคนกินข้าวด้วย แต่ตอนนี้ฉันมีนายแล้วนี่นา ฉันจะไปกินข้าวกับคนอื่นได้ยังไง”

            “น่ารักจังงงงง ^^

            ฉันยอมรับว่าการกระทำนี้มันไม่ดีเอามากๆ ฉันไม่ควรล้อเล่นกับความรู้สึกของใคร แต่ฉันสัญญา จริงๆ ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ฉันจะเอาเบ็นมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ฉันรู้ตัวว่าฉันกำลังประชดใครบางคนอยู่ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รู้สึกอะไรกับการกระทำของฉันเลย

            “ฉันไม่อยู่เป็น ก.ข.ค ของพวกเธอแล้วล่ะกัน จะไปไหนก็ไปเถอะ”

            แบล็คพูดด้วยเสียงเย็นชาตามสไตล์ของเขา ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันมามองอีกเลย มันก็เป็น อย่างที่คิดไว้นี่นา เขาไม่ได้รู้สึกอะไรจริงๆ เขาไม่แม้แต่จะยื้อฉันไว้ บอกว่าฉันสัญญาแล้วว่าจะไปกินข้าว กับเขา ไม่มีเลยสักนิด

            “บลู...”

            “...”

            “บลู...”

            “...”

            “บลู เธอได้ยินฉันพูดหรือเปล่า”

            “อ้อๆ อืม! ขอโทษที พอดีฉันเหม่อไปหน่อยน่ะ”

            “เธอกำลังคิดถึงใครอยู่หรือไง”

            “ปะ...เปล่า”

            “หวังว่าการกระทำทุกอย่างของเธอมันมาจากใจของเธอจริงๆ นะ ไม่ใช่ทำเพราะประชดใคร”

            “ฉันจะไปประชดใครได้ล่ะ”

            “งั้นก็ดี”

            นี่คือคำพูดสุดท้ายที่พวกเราพูดกัน ก่อนที่เราจะเดินกันเงียบๆ กินข้าวไปอย่างเงียบๆ ตลอดเวลา ที่อยู่ด้วยกันในวันนี้ นี่มันวันแห่งความรู้สึกบ้าๆ หรือไงกัน ฉันอยู่กับผู้ชายทั้งสามคนในวันเดียวกัน โดยแต่ละคนต่างเกี่ยวข้องกันในทางใดทางหนึ่ง

            เบสต์...ผู้ชายที่เคยเป็นเพื่อนที่ฉันไว้ใจมากๆ และฉันเองก็เชื่อว่าตอนนี้ฉันก็สามารถไว้ใจเขาได้ เหมือนแต่ก่อน เพียงแต่ว่าความสนิทระหว่างเราสองคนมันไม่เหมือนเดิมแล้วก็เท่านั้น เพราะเขาดันมา ชอบคนอย่างฉัน ทั้งๆ ที่ฉันนี่ก็ไม่มีอะไรให้น่าชอบเอาซะเลย แล้วฉันเองก็ไม่สามารถชอบเขาได้เพียงเพราะ ว่าใจฉันไม่มีที่ว่างสำหรับใครอีกแล้ว ตราบใดที่ฉันยังไม่ลืมเขา

            ส่วนเบ็น...เขาเป็นเหมือนเพื่อนที่ดีที่สุดอีกคนนึงของฉัน เขาเป็นคนที่อยู่เคียงข้างฉันตลอดโดยที่ ฉันเองก็รู้ว่าเขาน่าจะรู้ว่าฉันยังไม่ได้ชอบเขาเท่าที่เขาชอบฉัน ทำไมนายต้องมาชอบคนอย่างฉันด้วยก็ไม่รู้ ชอบทั้งๆ ที่ฉันนี่ก็ดีแต่ทำร้ายนาย เอาความรู้สึกของนายมาล้อเล่น ฉันขอโทษนะเบ็น! ฉันสัญญาว่าฉันจะ ต้องจบเรื่องนี้ให้เร็วที่สุด แล้วคนที่สมควรเป็นคนเจ็บมากที่สุดก็ต้องเป็นฉัน ไม่ใช่นาย

            และคนสุดท้าย...หมอนั่นเป็นเหมือนคนที่เริ่มทุกอย่าง หรือไม่ก็อาจเป็นตัวฉันเองที่เริ่มทุกอย่าง ถ้าฉันห้ามใจเอาไว้ ทุกอย่างก็คงไม่เป็นแบบนี้ ฉันไม่ควรจะไปหลงรักคนอย่างเขาเลยจริงๆ แต่ใจมันบังคับ กันได้ซะที่ไหนกันล่ะ ถ้านายรักฉันบ้างก็คงดีสินะแบล็ค แต่นั่นมันก็เป็นแค่ความหวัง...ที่ไม่มีวันเป็นจริงก็ เท่านั้น ใครๆ ก็รู้ว่าคนอย่างเขาคงไม่มีวันมารักฉันหรอก แต่นายก็ชอบเอาแต่ให้ความหวังฉัน พูดจา แปลกๆ กับฉัน แล้วเมื่อไหร่ฉันจะตัดใจจากนายได้สักทีล่ะ เมื่อไหร่เรื่องราวบ้าๆ นี่จะจบลงสักทีนะ!?

            แล้วเมื่อไหร่กัน...ที่ความเจ็บปวดนี้จะจบลง?

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

145 ความคิดเห็น

  1. #98 Pear (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2556 / 23:13
    ไรท์ขา

    รีบๆอัพนะค่ะ รออ่านอยู่

    เรื่องกำลังสนุก อย่าหายไปเฉยๆนะค่ะ
    #98
    0