Chaotic Love รักวุ่นๆ ของฉันและนาย

ตอนที่ 16 : บทที่ 15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 856
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    16 ก.ค. 54

บทที่ 15

            ตอนนี้ทุกๆ คนก็เก็บของเสร็จแล้ว แล้วก็เตรียมตัวจะกลับกรุงเทพแล้วด้วย เย้! ฉันรอเวลานี้มานานแล้ว ฟิล์ดทริปครั้งนี้ไม่เห็นจะดีเลย ฉันเจอแต่เรื่องร้ายๆ ทั้งทะเลาะกับซิดนีย์ โดนไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ทำร้าย แล้วก็ยังโดนยัยพอลล่าด่า ทั้งๆ ที่ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย ทำไมฉันถึงเจอแต่เรื่องนะ?

            หลังจากคนขับรถช่วยเอากระเป๋าของพวกเราทุกคนขึ้นไปเก็บบนรถ ทุกคนก็พากันขึ้นรถตามๆ กันไป แล้วในที่สุด เวลาที่ฉันเกลียดก็มาถึงอีกแล้ว เวลาที่ต้องนั่งกับหมอนั่น เฮ้ออออออ...

            พอฉันมาถึงที่นั่งของฉัน ฉันก็เห็นว่าซิดนีย์นั่งอยู่ก่อนอยู่แล้ว ฉันจึงต้องจำใจนั่งลงข้างๆ หมอนั่น ฉันอยากรู้... ว่าฉันทำผิดอะไรหรือไง เวลาที่มีปัญหาอะไรเกี่ยวกับซิดนีย์ ฉันจะต้องไปเกี่ยวข้องตลอดเลย บางทีสำหรับฉัน มันหนักเกินไปนะ

            “นานา...”

            ซิดนีย์ยังไม่ทันพูดได้จบประโยค ฉันก็ยกมือขึ้นห้ามหมอนั่นซะก่อนเพื่อบอกให้เขาหยุด ไม่ว่าเรื่องนั้นจะสำคัญแค่ไหนก็ตาม ตอนนี้ฉันเหนื่อยมากๆ มากๆ จริงๆ

            รถบัสขับไปเรื่อยๆ ราวๆ สามชั่วโมงได้ ตอนนี้เราก็กลับมาถึงโรงเรียนแล้ว ฉันกับซิดนีย์ไม่ได้คุยอะไรกันเลย หลังจากที่ฉันบอกให้หมอนั่นหยุด เขาก็ทำตามที่ฉันบอกแล้วนั่งเงียบตลอดทางเลย

            เมื่อรถจอดปุ๊ป ฉันรีบเดินลงแล้วไปเอากระเป๋าทันที คือฉันไม่อยากคุยกับซิดนีย์ให้ทะเลาะกันเปล่าๆ พอเดินลงมาจากรถไม่กี่ก้าว ฉันก็เจอเพื่อนๆ ฉันยืนอยู่ แต่ฉันก็เลือกที่จะเดินหลบไปอีกทางนึง ถึงแม้ว่าพวกนั้นจะเห็นฉันแล้วก็ตาม

            “นี่เธอ”

            ซิดนีย์เดินเข้ามาจับข้อมือฉันในขณะที่ฉันกำลังจะเดินเข้าไปในอาคารเรียน แต่ฉันก็พยายามอย่างมากในการสะบัดมือของหมอนั่นออกแล้วเดินหนี แต่ก็ถูกดึงไว้ด้วยแรงหนักกว่าเดิมอีกครั้ง ฉันเลยเลือกที่จะไม่หนี แล้วหันไปคุยกับหมอนั่นแทน ขืนฉันพยายามจะเดินหนียังไงมันก็ไม่เป็นผลอะไรอยู่ดี

            อยากคุยกับฉันมากใช่มั๊ย ได้! ฉันจะเคลียร์ให้มันจบๆ ไปเลย ฉันก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้เรื่องที่หมอนั่นจะคุยน่ะ มันเรื่องอะไรกันแน่  แต่ที่รู้ๆ ก็คือเรื่องที่ฉันจะคุยน่ะ ก็คือไอ้ปัญหาต่างๆ ของซิดนีย์เนี่ยแหละ

            “มีอะไร” ฉันถามเสียงห้วน

            “ทำไมต้องพูดแบบนี้ด้วย ฉันจะมาพูดกับเธอดีๆ นะ”

            “...” ไม่ตอบ ... ฉันเงียบอย่างเดียว

            “ยังไม่ตอบอีก ไม่เป็นไร ฉันพูดเลยละกัน เธอมีปัญหาอะไรมากมายหรือเปล่าเนี่ย พูดด้วยก็ไม่พูด”

            “แล้วมันมีเรื่องจำเป็นอะไรหรือไง ที่ฉันจะต้องพูดกับนาย”

            “ก็ฉัน... โธ่เว้ย”
            อะไรนะ
!!! ‘ก็ฉัน... โธ่เว้ยเนี่ยนะ นี่คือคำตอบของนายงั้นเหรอ ได้!!! งั้นตอนนี้ฉันขอเคลียร์ปัญหาของฉันบ้างละกัน คาใจมานานแล้ว จะได้พูดสักที

            “ถ้านายไม่ตอบคำถามฉัน งั้นฉันขอถามนายบ้างละกัน”

            ฉันไม่รู้จะเริ่มยังไงดีอ่ะ ฉันเข้าใจดีนะว่าฉันกับยัยพอลล่าเคยมีปัญหากันมาก่อน เพราะยัยนั่นไม่ค่อยชอบหน้าฉัน แต่มันคงไม่ถึงกับใช้ให้ซิดนีย์มาแกล้งฉันหรอกนะ ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย ว่ามั๊ย แต่ช่างมันเถอะ ไหนๆ ก็จะคุยเรื่องนี้แล้ว ถามไปเลยก็ไม่เห็นจะเสียหายนี่

            “นาย... เกลียดฉันมากเลยเหรอ ถึงต้องแกล้งกันมากขนาดนี้”

            “...”

            “ฉันก็ไม่รู้ว่าฉันไปทำอะไรให้นายหรอกนะ ฉันถึงต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้”

            “เธอหมายความว่าไง เจอเรื่องแบบนี้”

            “นายไม่ต้องรู้หรอก”

            ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้เสียงของฉันเป็นยังไง แต่ฉันมั่นใจว่ามันคงไม่เหมือนปกติแน่ๆ

            “ฉันก็แค่อยากจะบอกว่า ... ถ้านายเกลียดฉัน ไม่ชอบฉัน ก็อย่ามายุ่งกับฉันสิ”

            “ฉัน...” ซิดนีย์กำลังจะพูด แต่ฉันแย่งพูดก่อน

            “ฉันขอแค่นายอย่ามายุ่งกับฉัน เพราะนายเกลียดฉัน ส่วนฉันก็เกลียดนาย เราเกลียดกันไง ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน แค่นั้นก็พอที่ฉันต้องการ” พอฉันพูดจบ ฉันก็หันหลังแล้วกำลังจะเดินจากไป แต่ฉันก็ได้ยินคำบางคำก่อนซึ่งมันก็ทำให้ฉันชะงักทันที

            “โอเค ฉันเกลียดเธออย่างที่เธอพูดนั่นแหละ”

            เมื่อได้ยินประโยคนั้นปุ๊ป ฉันก็รู้สึกว่าน้ำใสๆ มันไหลลงมา แต่ฉันก็ไม่ได้ปัดมันออกแม้แต่นิดเดียว เพราะถ้าฉันทำแบบนั้น ซิดนีย์ก็จะรู้สิ ว่าฉัน...ร้องไห้ ฉันไม่ได้อยากจะร้อง แต่มันไหลออกมาเอง ตอนแรกที่ฉันพูดไปก็เพราะฉันไม่ได้คิดว่าซิดนีย์จะตอบกลับมาอย่างนี้ ถ้ารู้ว่ามันจะเป็นอย่างนี้ ฉันคงไม่ถามเขาหรอก

            ฉันรีบเดินออกไปอย่างปกติ แต่เมื่อรับสายตาทุกคนแล้ว ฉันก็รีบวิ่งไป วิ่งไปให้ไกลที่สุด ไปจากสถานการณ์แบบนี้สักที ต่อไปนี้ เราสองคนคงไม่ต้องมานั่งเสแสร้งทำดีต่อกัน หรือว่าคุยกันอีกแล้ว

            ในที่สุด มันก็จบแล้วสินะไอ้ปัญหาบ้าๆ เนี่ย เธอควรจะดีใจสินานาที่มันจบลงแล้ว

 

วันต่อมา

            เฮ้อ... ในที่สุดก็วันเสาร์ซะที ฉันจะได้หยุดพักอยู่บ้าน สบายๆ ไม่ต้องไปเจอหน้าใครบางคนให้ต้องปวดหัว ปวดใจ แล้วฉันจะปวดใจทำไมกัน ไม่เอาดีกว่า เปลี่ยนเรื่อง เปลี่ยนเรื่อง

            ว่าแล้วฉันก็หยิบ iPhone 4 ของตัวเองขึ้นมาแล้วใส่หูฟัง จากนั้นก็เปิดเพลงฟังแก้เครียด บังเอิญหรือเปล่าเนี่ยที่ฉันดันเปิดมาเจอเพลง ไม่มีเธอก็ยังมีฉัน ของขนมจีน ฉันเป็นคนที่ชอบฟังเพลงไทยน่ะ ไม่ค่อยบ้านักร้องเกาหลีเหมือนพวกเพื่อนๆ ฉันหรอก แล้วไม่ใช่แค่เปิดมาเจอเพลงนี้ แต่ดันเปิดมาเจอท่อนฮุกอีก

            ทุกคนคงสงสัยใช่มั๊ยว่าทำไมฉันต้องตื่นเต้น ตกใจกับอีแค่เปิดมาเจอเพลงไม่มีเธอก็ยังมีฉัน  ก็เพราะ... มันเหมือนเป็นเพลงที่เตือนให้ฉันรู้ว่าเมื่อไม่มีเธอ ก็ยังต้องมีฉันไงล่ะ ก็แบบไม่มีซิดนีย์ มันก็ยังคงมีฉัน ไม่เห็นจะเป็นไรเลย ฉันไม่ได้ตายสักหน่อย แค่ขาดคนกวนประสาทไปคนเดียวเอง... ใช่มั๊ย

            แล้วนี่ฉันจะพูดถึงหมอนั่นให้อารมณ์บูดไปทำไมเนี่ย เปลี่ยนเรื่องดีกว่า ไหนๆ ตอนนี้ก็ไม่รู้จะทำอะไรแล้ว งั้นสิ่งที่สำคัญทึ่สุดก็คือการเช็คเฟสบุ๊ค ในขณะที่ฉันกำลังจะเปิดหน้าเฟสบุ๊คขึ้นมา เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาก่อน

            อยากมีรักแท้แค่หนึ่งคน จะค้นเจอหรือเปล่า ถ้าขาดเธอก็เหงา ถ้าขาดเขาก็ขาดใจ

            ฉันเปลี่ยนริงโทนแล้วแหละ พอดีว่าตอนนี้ฉันติดหนังเรื่องนึง ชื่อเรื่องโลมากล้าท้าฝันน่ะ ก็เลยเปลี่ยนริงโทนเป็นเพลงนี้ซะเลย มัวแต่สนใจเรื่องริงโทนจนลืมดูชื่อคนโทรมาเลย แต่ไม่เป็นไร รับๆ ไปเถอะ

            “ฮัลโหล”

            (นานา... ว่างหรือเปล่าอ่ะ ตอนนี้)

            ถ้ารู้ว่าเนโกะเป็นคนโทรมา ป่านนี้ฉันดูชื่อคนโทรมาไปแล้วล่ะ จะได้เตรียมตัวว่าจะพูดอะไรดี ก็เมื่อวานฉันชิงกลับบ้านมาก่อนนี่ ก็ฉันไม่พร้อมจะเจอใครจริงๆ ในเวลานั้น เรื่องที่ยัยนั่นโทรมา แล้วถามว่าว่างมั๊ยมันต้องมีเรื่องอะไรแน่ๆ เลย เรื่องนั้นก็จะเป็นแบบชวนไปเที่ยวอะไรแบบนี้แหงเลย

            “ก็ว่างอ่ะ แต่ฉันไม่อยากออกไปไหน”

            (โห่ นี่ฉันอุตส่าห์จะชวนเธอไปช็อบปิ้งซะหน่อยนะ ทั้งกลุ่มเรา ทุกคนไปหมดเลยนะ)

            “แต่ฉันอยากอยู่บ้านมากกว่าอ่ะ”

            (เธอจำไม่ได้เหรอ... วันนี้หนังสือโลมากล้าท้าฝันวางแผงแล้วไม่ใช่เหรอ เธอต้องไปซื้อนี่)

            “เออใช่ ฉันลืมได้ไงเนี่ย โอเคๆ ไปก็ได้ เจอกันที่ไหนอ่ะ”

            (แหม พอพูดถึงโลมาฯ ปุ๊ปก็มาได้เชียวนะ เห็นละครสำคัญกว่าเพื่อนได้ไงน่ะ)

            “ไม่รู้แหละ ตกลงเธอจะให้ฉันไปมั๊ยเนี่ย”

            (โอเคๆ งอนไปได้ งั้นสิบโมงตรงเจอกันที่เซ็นทรัลนะ)

            “อืม”

 

10.00 น.

            ตอนนี้ฉันก็มายืนอยู่ที่เซ็นทรัลพระรามสองเรียบร้อยแล้ว จากนั้นฉันจึงเดินไปที่ร้าน Mc Donalt ซึ่งพวกเรานัดกันเอาไว้ แล้วก็เห็นเพื่อนฉันนั่งอยู่ในร้านอยู่ก่อนแล้ว ฉันไม่ได้มาสายนะ แค่พวกนั้นมาก่อนเวลาเท่านั้นเอง

            “แล้วเมสโซ่ยังไม่มาเหรอ”

            เมื่อมาถึงโต๊ะ ฉันก็เห็นเพื่อนๆ ทุกคน เนโกะ ป๊อปปี้ แล้วก็เปียโน แต่กลับไร้วี่แววของเมสโซ่ ปกติถ้านัดกันมาเที่ยว ยัยนั่นจะมาคนแรกด้วยซ้ำ

            “ยังหรอก พวกเราก็สงสัยเหมือนกัน เมสโซ่น่ะเรื่องเที่ยวก็มาคนแรกเสมอ”

            ฉันนั่งลงแล้วก็เตรียมจะสั่งอาหาร แต่ดันมองไปเจอบางคนซะก่อน นั่นมันพวก Seven Princes นี่นา แต่... ในนั้นมีแค่หกคนเอง ไม่เห็นจะมีซิดนีย์เลย แล้วนี่ฉันจะนึกถึงหมอนั่นทำไม เซ็งตัวเองจริงๆ ในขณะที่ฉันกำลังจะหันมาสนใจในกลุ่มตัวเองต่อ พาเลสก็ดันหันมาเจอฉันซะก่อน

            “หวัดดี นานา”

            แล้วก็ตะโกนเรียกชื่อฉันอีก แล้วฉันจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจากยิ้มกลับไป แล้วพาเลสก็ชวนกลุ่มเราให้ไปนั่งด้วย เปียโนกับป๊อปปี้นี่ไม่มีปัญหาหรอก จะมีก็แต่เนโกะกับฉันนี่แหละ มีปัญหาอย่างแรงเลย เนโกะมีปัญหากับ   พีโม่ เจอกันที่ไหนก็ทะเลาะกันตลอด ส่วนฉันน่ะคงไม่ต้องบอกหรอกว่ามีปัญหากับใคร

            ตอนนี้ทั้งโต๊ะของพวกเรามีอยู่สิบคน ฝั่งฉันมีสี่คนขาดเมสโซ่ ส่วนฝั่งนั้นมีหกคนขาดซิดนีย์ ที่ฉันยอมมานั่งร่วมโต๊ะกับพวกนี้ใช่เพราะฉันปลื้มพวกนี้อะไรหรอกนะ แต่เพราะฉันก็ไม่ได้เกลียดอะไรมากขนาดนั้นนี่ แบบนั่งกับเพื่อนๆ ไม่เห็นเป็นเลย แล้วก็...ซิดนีย์ไม่อยู่ด้วย ฉันเลยไม่มีปัญหาอะไร

            “สวัสดีทุกคน”

            และเพราะเสียงของเมสโซ่ก็ทำให้ทุกคนหันไปมอง แล้วก็เจอเมสโซ่กับ...ซิดนีย์! สองคนนี้มาด้วยกันได้ไงอ่ะ เมสโซ่กับซิดนีย์อีกแล้วเหรอ!!!


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น