Chaotic Love รักวุ่นๆ ของฉันและนาย

ตอนที่ 17 : บทที่ 16

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 833
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 ก.ค. 54

บทที่ 16

            “ทำไมทุกคนต้องมองฉันขนาดนั้นด้วยอ่ะ”

            เมสโซ่ทำเสียงออดอ้อนแล้วนั่งลงข้างๆ ฉัน ส่วนซิดนีย์ก็นั่งลงข้างๆ เมสโซ่อีกที ฉันหันไปมองหน้าทั้งสองคน แล้วซิดนีย์ก็กำลังสบตาฉันอยู่เช่นกัน แล้วฉันก็หลบสายตาหมอนั่นอีกเช่นเคย ก็อย่างที่ทุกคนรู้นั่นแหละ ฉันกับหมอนั่นเพิ่งจะทะเลาะกันเมื่อวานเองนะ จะให้ไปคุยหรือแกล้งกันเล่นแบบปกติคงไม่ได้หรอก

            “ก็เธอกับซิดนีย์มาด้วยกันได้ไง” เนโกะเป็นคนพูด

            “เออว่ะ มาด้วยกันได้ไงวะ ไอ้ซิด” ตามด้วยพีโม่

            เนโกะกับพีโม่เนี่ยชอบทะเลาะกัน แต่ทำไมมักจะมีความเห็นเหมือนกันจังเลยนะ

            “ก็ฉันเจอซิดนีย์หน้าร้านน่ะ ก็เลยเดินมาด้วยกัน”

            เมสโซ่ยิ้มหวานตอบ ด้วยน้ำเสียงที่หวานมาก แต่ยังไงก็ตาม ฉันก็ไม่ชอบรอยยิ้มของยัยนี่อยู่ดี บอกตามตรงนะ เฟ๊คมากกกก ทุกคนคงสัยสัยนะ ว่าทำไมฉัน... ซึ่งเป็นเพื่อนของเมสโซ่ถึงพูดเกี่ยวกับยัยนั่นไม่ค่อยดี ก็ไม่มีอะไรหรอกนะ ก็ลองดูจากการกระทำของยัยนี่สิ ชอบคุยกับพวกผู้ชายแบบสนิทมาก แต่งตัวโป๋ แต่คนอื่นคงไม่คิดถึงจุดนั้นเหมือนฉันหรอก ทุกคนแค่มองหน้าตาเมสโซ่ ก็หลงรักทั้งบ้านทั้งเมืองแล้ว คนหน้าตาดีนี่ทำอะไรก็ดีไปหมดนะ ฉันเป็นเพื่อนสนิทของยัยนั่นก็จริง แต่มันจำเป็นด้วยเหรอที่ฉันจะต้องเห็นว่าทุกสิ่งที่ยัยนั่นทำมันถูก บางทีมันก็ไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะ เพื่อนกัน...ไม่เห็นจะต้องเห็นด้วยและชอบเหมือนกันทุกอย่างนี่ แล้วยิ่งถ้าเพื่อนทำผิด เราต้องเห็นด้วยอย่างงั้นเหรอ

            “นานา! นานา!! นานา!!!” ฉันหลุดออกจากความคิดของตัวเอง แล้วจ้องหน้าคนที่เรียก

            “หืม มีอะไรเหรอ”

            “ฉันเรียกเธอตั้งนานนะ เหม่ออะไรอยู่เหรอ”

            ให้ทายค่ะว่าใครเป็นคนพูด เฉลยก็คือ... เมสโซ่ค่ะ

            “นี่ นานา ฉันมีข่าวดีมาบอก” เนโกะพูดพร้อมทำสายตาเป็นประกายให้ฉัน

            “เมื่อกี้น่ะ พวกเราเห็นเขาเปิดรับสมัครประกวดร้องเพลงน่ะ แล้ว...พวกเราก็ใส่ชื่อเธอลงไป ดีใจมั๊ย”

            “หา!!! อะไรนะ”

            มันก็จริงอยู่ที่ฉันชอบร้องเพลง แต่ฉันไม่ชอบประกวดอะไรแบบนี้อ่ะ มันแบบตื่นเวทีอ่ะ แล้วนี่มันอะไรกันเนี่ย? แล้วฉันต้องร้องเพลงอะไร??? ถ้าฉันร้องไม่ได้จะทำยังไงเนี่ย ทำตัวไม่ถูกแล้วนะ แล้วอีกอย่าง ตอนนี้ทุกคนอย่าลืมนะว่าฉันไม่ได้อยู่กับแค่เพื่อนๆ ฉัน แต่นี่ยังมีพวก Seven Princes ด้วยนี่ แล้วอย่างนี้ไอ้พวกนี้ก็รู้หมดสิ

            “ไม่ต้องดีใจขนาดนั้นก็ได้นะนานา”

            ป๊อปปี้บอก ยัยนี่ก็อีกคน ฉันไม่ได้ดีใจนะ ตกใจต่างหากล่ะ

            “ฉัน...”

            “ไม่ต้องพูดหรอก ฉันรู้ว่าเธออยากจะขอบคุณพวกเรา แต่ไม่เป็นไร” ยังยิ้มให้อีก “แล้วก็เพลงที่เธอต้องร้องก็คือเพลงรักแท้แค่หนึ่งคนนะ ฉันเห็นว่าเธอชอบเพลงนี้เลยเขียนชื่อเพลงลงไปให้แล้วด้วย”

            หวังดีกันจริงจริ๊งงงงง ฉันไปบอกเมื่อไหร่เนี่ยว่าฉันอยากจะประกวดร้องเพลงงงงง

            “แต่ฉันยังไม่ได้บอกพวกเธอเลยนะว่าฉันจะประกวด”

            “แหะๆ เธอคงถอนตัวไม่ได้แล้วล่ะ เพราะถ้าเขียนใบสมัครไปแล้ว ยังไงๆ ก็ต้องประกวดอ่ะจ้ะ”

            “แต่...!

            “ไม่เป็นไรหรอกนะ แค่ลองดู ไม่เสียหายอะไรนี่”

            “ใช่ๆ เธอทำได้อยู่แล้ว”

            “มั่นใจในตัวเองหน่อยสิ”

            ให้กำลังใจกันจังเลยนะ ทำไมไม่มาประกวดเองล่ะ ฉันไม่ได้กลัวว่าพอตัวเองน้องออกมามันจะเสียงแย่อะไรแบบนั้นนะ แต่ฉันกลัวการขึ้นเวทีน่ะสิ ถ้าฉันทำได้ไม่ดีอ่ะ จะทำยังไงดีอ่ะ ฉันกลัวนะ

            “นานา เธอทำได้อยู่แล้วล่ะ เดี๋ยวพวกเรามาเชียร์เลยเอ้า”

            ไม่ใช่แค่เพื่อนฉันนะ แต่พาเลส พาเลสแห่ง Seven Princes ยังมาเสริมอีก แต่...เฮ้ออออ ไม่รู้จะใช้ข้ออ้างอะไรแล้วอ่ะ เหนื่อยจริงๆ

            “ก็ได้”

            “เย้!!!!!!!!!!

            “เบาๆ หน่อยก็ได้”

            เย้กันเสียงดังขนาดนั้น พวกเธอน่ะดีใจ ส่วนฉันน่ะอยากจะร้องไห้

            “แล้ว...มันวันไหนอ่ะ”

            “วันเสาร์หน้าน่ะ เดี๋ยวพวกเราจะจัดการเรื่องการแต่งตัวของเธอให้เอง ไม่ต้องห่วง”

            “เดี๋ยวฉันช่วยทำผม”

            “ฉันด้วยๆๆๆ”

            “หยุดก่อน! งั้นฉันขอตัวไปเข้าห้องน้ำก่อนละกัน”

            เบื่อที่จะฟังยัยพวกนี้แล้ว ดีใจอย่างกับตัวเองได้ประกวดเอง

            “ให้ฉันไปด้วยมั๊ย” เมสโซ่เสนอ

            “ไม่เป็นไร”

            “โห่ นานาใจร้ายอ่ะ”

            ฉันเดินออกมาจากร้าน Mc Donalt แล้วก็ตรงไปเข้าห้องน้ำทันที ความจริงฉันก็ไม่ได้อยากจะเข้ามากหรอกนะ ไอ้ห้องน้ำเนี่ย ฉันแต่ทนสถานการณ์อึดอัดแบบนั้นไม่ไหว บอกตามตรงนะ ระหว่างที่นั่งอยู่ในนั้น ฉันก็รู้อยู่ว่าซิดนีย์จ้องฉันอยู่ตลอดเวลา แต่ฉันกลับด่าอะไรกลับไปไม่ได้ และนั่นยิ่งทำให้ฉันอึดอัดเข้าไปใหญ่

            ฉันเดินเข้าไปในห้องน้ำแล้วล้างหน้า ประมาณห้านาทีถัดมาฉันก็ออกมาจากห้องน้ำ ฉันก็เจอกับ...ซิดนีย์ ที่มายืนเอาขาไขว้กันอยู่หน้าห้องน้ำ ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นคงคิดว่าตานี่โรคจิตแล้วล่ะ แต่ตอนนี้ฉันไม่ได้อยู่ในอารมณ์จะคิดเรื่องแบบนั้น

            เมื่อฉันรู้ว่าซิดนีย์กำลังยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ฉันจึงเดินหลบไปอีกทาง ความจริงมันก็ใกล้กันแหละ แต่ฉันแค่จะเดินให้ไกลจากเขาให้มากที่สุดก็พอ แต่ตอนที่ฉันกำลังจะเดินผ่านเขาไป ซิดนีย์ก็เดินเข้ามาจับข้อมือฉันซะก่อน ฉันพยายามจะสะบัดมันออก แต่ก็อย่างว่าอ่ะนะ หมอนี่เป็นผู้ชายก็ต้องมีแรงเยอะกว่าฉันเป็นธรรมดา

            “ปล่อย”

            จะมาเอาอะไรอีก ฉันว่าเมื่อวานฉันกับซิดนีย์เพิ่งจะทะเลาะกันเองนะ แล้ววันนี้หมอนั่นจะมาว่าอะไรฉันอีก แค่ยังเสียความรู้สึกไม่พออีกหรือไง หรือต้องแกล้งจนฉันทนไม่ไหวแล้วลาออกจากโรงเรียนนี้ไปเลย หา!???

            “นายจะเอาอะไรกับฉันอีก”

            “เรื่องเมื่อวานน่ะ”

            “เรื่องเมื่อวาน...ก็คือพวกเราเกลียดกัน ดังนั้นนายไม่ควรเข้าใกล้ฉันหรือยุ่งกับฉันทั้งนั้น”

            “เธอจะไม่ให้ฉันพูดอะไรเลยหรือไง”

            ซิดนีย์ตอบกลับด้วยอารมณ์โคตะระเซ็ง ก็ฉันไม่ให้หมอนั่นได้มีโอกาสพูดอะไรเลยไงล่ะ ถ้าเกิดหมอนั่นพูดอะไรที่ทำให้ฉันรู้สึกแย่อีกล่ะ ฉันจะทำยังไง

            “นายไม่ต้อง...”

            “นี่ ฟังฉันก่อนสิ ก็เมื่อวานเธอเป็นคนพูดก่อนนี่ว่าเธอเกลียดฉัน แล้วเธอจะให้ฉันตอบว่าอะไร แต่ฉันชอบเธอ งั้นเหรอ ดูไม่ค่อยเป็นฉันเท่าไหร่เลยเนอะ

            ใช่! ฉันต้องการให้นายพูดอย่างนั้น เอ๊ย ไม่ใช่ ทำไมฉันพูดแบบนี้เนี่ย รับตัวเองไม่ได้!!!

            “และเพราะฉันไม่รู้จะพูดอะไร ฉันก็เลยต้องพูดว่าฉันเกลียดเธออะไรแบบนั้นไง เธอ...เข้าใจมั๊ย”

            ซิดนีย์เว้นช่วงไว้นิดนึง ก่อนจะถามฉันด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แล้วนั่นก็ทำให้ฉันรู้สึกดี!? ที่พูดมาเนี่ยจะบอกว่าหมอนั่นไม่เกลียดฉันอย่างงั้นเหรอ แต่...มันไม่ง่ายไปหน่อยเหรอ

            “แต่...เมื่อวานนายทำให้ฉันรู้สึกแย่มาก ไม่ใช่เพราะฉันเสียใจหรอกนะ” ฉันยังคงปากแข็ง “แต่ฉันแค่คิดว่าเหตุผลที่ฉันคิดมาตลอดนั่นก็คือนายเกลียดฉัน นายเลยแกล้งฉันน่ะถูกต้อง ดังนั้นฉันก็จะไม่คุยกับนายหรือยุ่งเกี่ยวอะไรทั้งนั้น เพราะนายเป็นคนพูดเองนี่ว่านายเกลียดฉัน แล้วเราจะคุยกันเพื่ออะไร”

            ฉันย้อนถามกลับทำเอาซิดนีย์ถอนหายใจออกมาเลยทีเดียว ถอนหายใจดังมากด้วย เก็บเสียงหน่อยก็ได้นะ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนซิดนีย์กำลังง้อฉันอยู่เลย แอบดีใจ...นึดนึง

            “แต่ฉันเพิ่งบอกเธอไปเองนะ ว่าฉันแค่พูดเล่นๆ โอเคๆ ตอนนี้ฉันจะไม่แกล้งเธอจริงๆ ฉันสัญญาแบบลูกผู้ชายเลยต่อไปนี้ถ้าฉันแกล้งเธอเมื่อไหร่ ฉันยอมให้เธอเกลียดเลยแล้วฉันจะไม่ยุ่งกับเธออีกต่อไปถ้าเธอเกลียดฉัน โอเคมั๊ย”

            ซิดนีย์ยื่นนิ้วก้อยมาตรงหน้าฉันเหมือนจะขอคืนดี (แบบเป็นแฟนกัน) นั่นก็ทำให้ผู้คนที่เดินเข้าออกจากห้องน้ำหยุดเดินมามองเลยทีเดียว แต่หมอนั่นไม่ได้ขอคืนดีแบบที่ทุกคนคิดหรอกนะ ที่ยื่นนิ้วก้อยมาเนี่ย หมายถึงสัญญาว่าจะไม่แกล้งฉันอีกต่างหาก แต่ถ้าแกล้งจะยอมให้ฉันเกลียด แล้วฉันบอกตอนไหนว่าฉันจะเกลียดเขา

            เกลียดตัวเองตอนนี้จัง ถ้าหมอนั่นแกล้งฉัน ฉันก็ต้องเกลียดเขาสิ แต่ทำไมฉันกลับไม่อยากให้มันเป็นอย่างนั้น ฉันไม่อยากให้มันถึงเวลาที่เราไม่คุยกัน หรือหมอนั่นไม่แกล้งฉัน ฉันคงเหงาเนอะ เมื่อคิดได้ดังนั้นฉันจึงเอานิ้วก้อยของตัวเองไปเกี่ยวกับของซิดนีย์

            “ก็ได้ พูดดีๆ กับฉันด้วยล่ะ”

            ถือโอกาสขอซะเลย มันดูเหมือนสั่งมากกว่าขออีกนะ แต่พูดว่าขอน่ะดีแล้วเพราะมันทำให้ฉันดูดีไง แต่ที่จริงฉันอยากขออีกอย่างมากกว่า... ฉันอยากให้ซิดนีย์เลิกยุ่งกับเมสโซ่จัง แต่ฉันไม่มีสิทธิ์จะพูดแบบนั้นนี่ ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับหมอนั่นสักหน่อย แล้วถ้าซิดนีย์เป็นคนที่อยากพูดกับเมสโซ่เองล่ะ ฉันคงพูดอะไรไม่ได้

            “ได้เลยครับ คุณนานา พอใจยังครับ”

            “นี่ดีแล้วเหรอ”

            “ผมทำได้แค่นี้แหละครับ”

            พูดจบซิดนีย์ก็ระเบิดหัวเราะออกมา ช่างกล้านะ พูดครับเคริบอะไรอยู่ได้ แต่ก็ดีแล้วแหละที่เราดีกันได้ บอกตามตรงนะ ฉันรอเวลาที่หมอนี่จะพูดดีด้วยตั้งนานแล้วนะ แต่ตอนนี้ฉันก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าทำไมหมอนี่แกล้งฉัน แต่ฉันก็ไม่อยากรู้แล้วล่ะ ให้มันผ่านไปแหละ ดีแล้ว

            “ลำบากว่ะ ขอพูดแบบปกติละกัน ฉันไม่พูดแดกดันเธอหรอกหน่า”

            สงสัยจะพูดยากจริงๆ พูดได้แค่แป๊ปเดียวก็ไม่ไหวแล้ว เฮ้ออออ... แต่พูดแบบปกติฉันว่าก็ดีแล้วล่ะ ถ้าจะให้มาพูดครับๆ คะๆ อะไรแบบนั้นกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ฉันก็ไม่ไหวเหมือนกันแหละ

            “อืม”

            แล้วฉันก็เดินออกมาจากแถวๆ ห้องน้ำแล้วเดินกลับมาที่ Mc Donalt กับซิดนีย์ นี่ฉันไปเข้าห้องน้ำนานแค่ไหนเนี่ย พอกลับไปถึงโต๊ะ ทุกคนก็จ้องมาที่ฉันกับซิดนีย์ จะไม่ให้จ้องได้ไงล่ะ ก็พวกเรากลับมาด้วยกันนี่

            “ทำไมพวกเธอสองคนถึงมาด้วยกันอ่ะ”

            เนโกะถามขึ้นอีกครั้ง เหมือนฉันได้ยินคำถามแบบบนี้สองครั้งแล้วนะวันนี้อ่ะ ทั้งตอนยัยเมสโซ่มากับซิดนีย์ แล้วก็ตอนนี้ซิดนีย์มากับฉัน

            “แต่ก็ดีแล้ว ทะเลาะกันไม่ดีหรอก ดีกันดีกว่า”

            หลังจากนั้นประมาณยี่สิบนาทีได้พวกเราก็กินเสร็จ แล้วเตรียมตัวจะแยกย้ายกลับ ฉันว่าฉันจะกลับบ้านเลยน่ะ อยู่ต่อก็ไม่รู้จะทำอะไรต่อดี

            “ซิดนีย์”

            “หือ”

            “ช่วยไปส่งฉันหน่อยได้มั๊ย พอดีว่าไม่มีคนมารับอ่ะ พ่อแม่ฉันไม่ว่างอ่ะ” ไม่ต้องสงสัยกันหรอกว่าเสียงนี้เป็นเสียงของใคร มีอยู่คนเดียวนี่

            “แต่...”

            “พาเลส... เดี๋ยวนายช่วยไปส่งฉันหน่อยนะ”

            “อะ...อืม โอเค”

            ยังไม่ทันที่ซิดนีย์จะตอบ ฉันก็แย่งพูดซะก่อน เพราะฉันรู้ยังไงล่ะว่ายังไงๆ ซิดนีย์ก็ต้องตอบโอเคกับเมสโซ่ ฉันไม่อยากได้ยินคำนั้นอ่ะ มันทำให้ฉันรู้สึกแย่ทุกครั้งที่ฉันได้ยิน ฉันรู้ว่าพวกเราเพิ่งจะดีกัน แต่ฉันกลับไปประชดอีก เฮ้อ...ใครผิดกันแน่เนี่ย ฉันหรือซิดนีย์

            “แต่ อะไรเหรอ”

            “ไม่มีอะไรหรอก เดี๋ยวฉันไปส่งเธอเอง”

            เมื่อได้ยินคำตอบนั้นชัดๆ จากปากของซิดนีย์ ฉันก็มั่นใจในทันทีว่าซิดนีย์ชอบเมสโซ่ ก็ไม่ว่ายัยนั่นจะขออะไร ซิดนีย์จะให้ได้เสมอ พูดจาก็พูดดีด้วย เพราะว่ายัยนั่นเป็นคนป็อปปูล่าร์ สวย ฉันไม่ได้ว่าตัวเองหน้าตาขี้เหร่อะไรหรอกนะ เพียงแต่ฉันก็แค่หน้าตาธรรมดาๆ ไม่ได้สวยเหมือนเมสโซ่ ฉันไม่ได้อิจฉานะ

            แต่...ฉันไม่รู้ว่ามันคืออะไรกันแน่ ฉันก็แค่ไม่ชอบเวลาที่เมสโซ่ไปยุ่งกับซิดนีย์หรือแม้แต่ซิดนีย์ไปยุ่งกับ     เมสโซ่ก็เถอะ ฉันก็แค่รู้สึกแย่ ทำไมนะ ทำไมฉันต้องรู้สึกดีเวลาที่ซิดนีย์ทำอะไรให้ ถึงแม้มันจะน้อยครั้งก็ตาม ฉันไม่อยากจะยอมรับเลยว่า...ฉันอาจจะชอบเขา นี่ฉันชอบซิดนีย์จริงๆ เหรอเนี่ย ทั้งๆ ที่หมอนั่นไม่เคยจะทำดีอะไรด้วยเลยเนี่ยนะ แต่ทำไงอ่ะ ถ้าคนมันจะรักจะชอบอ่ะ บางทีความดีมันก็ไม่เกี่ยวหรอกมั้ง

            ช่างมันเถอะ ถึงแม้ฉันจะรักเขาแค่ไหน แต่ถ้าเขารักคนอื่น มันก็ไม่มีความหมายอะไรอยู่ดี เราเลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ อย่าให้ฉันระบายความรู้สึกอะไรมากเลย ฉันอาจจะรู้สึกแย่กว่านี้เป็นได้


นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

91 ความคิดเห็น