[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 14 : ประกาศครั้งที่ 13 สถานการณ์โรแมนติกมักจะเกิดขึ้นยามฝนตก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,809
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,099 ครั้ง
    20 พ.ย. 62

ประกาศครั้งที่ 13 สถานการณ์โรแมนติกมักจะเกิดขึ้นยามฝนตก


ให้ตายสิ ผมประหม่าเสียแล้ว...


ต้องโทษความคิดอกุศลที่ผุดขึ้นไม่ดูเวล่ำเวลา ทำให้ตอนนี้ผมยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่เมื่อต้องอยู่ด้วยกันสองคนกับบริทท์ แถมอีกฝ่ายก็ไม่ใช่คนช่างคุยด้วย


แต่ถ้าไม่เปิดปาก ความเงียบแบบนี้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ สายฝนยังคงกระหน่ำซ้ำเติมพัดพาเอาไอเย็นเข้ามาในถ้ำ พวกเราไม่มีกิ่งไม้ไว้ก่อไฟ ฉะนั้นเลิกหวังได้เลยว่าจะได้รับความอบอุ่นจากไฟ


“เอ่อ ดูท่าฝนจะตกหนักมากขึ้นอีกนะเนี่ย”


ผมเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นมาก่อน ชันเข่าสองข้างขึ้นมากอดขอความอบอุ่น ในขณะที่คนข้างๆ กลับนั่งขัดสมาธิ เปิดเปลือยอกอย่างไม่มีความเหนียมอายใดๆ ดวงตาสีเขียวเรียบนิ่งดุจน้ำทะเลสาบ ท่าทีที่นิ่งสงบก็ชวนให้วางใจอย่างบอกไม่ถูก


เหอะ ถึงอาซรากับยูดัมจะหล่อกว่า แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าบริทท์ก็ชวนมองเช่นกัน พวกเทพหน้าตาดีทุกคน จนผมรู้สึกว่ามาตรฐานความงามของผมยิ่งสูงขึ้นไปอีก หากไม่มีใครหล่อเหลาและงดงามสู้เทพของผมได้คงไม่มีทางทำให้ผมอ้าปากค้างได้อีกแล้ว


บริทท์เช็ดแว่นที่เปียกปอนเพราะฝน “ไม่ต้องห่วง ดูจากฟ้าที่ไม่ค่อยร้องแล้ว น่าจะตกอย่างนี้อีกไม่นานนัก ถ้าไม่เที่ยงคืนก็เกือบรุ่งสางฝนคงจะหยุด”


อีกฝ่ายบอกด้วยความมั่นใจประหนึ่งนักพยากรณ์อากาศมาเอง เขาสวมแว่นที่เช็ดจนแห้งแล้วเหมือนเดิม ในตอนนั้นเองที่ผมเห็นอัญมณีสีเขียวตรงข้อมือ ทีแรกนึกว่าเจ้าตัวสวมกำไลไว้ แต่ความจริงเม็ดอัญมณีนั้นกลับถูกฝังลงบนข้อมือ!


ผมรีบคว้ามือบริทท์ขึ้นมาดูชัดๆ “นี่มันอะไรน่ะ ฝังเอาไว้อย่างนี้จริงดิ?”


“มีอะไรน่าตกใจกัน มันเป็นของธรรมดานี่นา” บริทท์ว่า แววตามีความตกใจที่ผมมาคว้าแขนเขา “มันคืออัญมณีตีตราที่เปลี่ยนมนุษย์ให้กลายเป็นเทพได้ ถึงรูปร่างหน้าตาจะไม่เปลี่ยนรวมถึงใช้พลังรูนไม่ได้ แต่ก็ทำให้อายุยืนเทียบเท่ากับเหล่าเทพ”


ที่แท้มันคืออัญมณีตีตรา ผมเคยได้ยินมาจากที่อาจารย์สอนบ้าง แต่เพิ่งเคยเห็นของจริง มันฝังเอาไว้บนผิวหนังเกือบจะกลืนเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายด้วยซ้ำ ผมซนลองแงะดูปรากฏว่าผิวหนังรอบๆ อัญมณีก็ถูกดึงขึ้นมาด้วย เหมือนคนไปหยิกผิวนั่นแหละ


“โอ๊ย! ฝ่าบาทจะทำอะไร ต่อให้ดึงแทบตายมันก็ไม่ออกหรอก เว้นแต่พระองค์จะเอาดาบมาฟันมันเสีย”


บริทท์นิ่วหน้าแล้วดึงมือกลับไป ผมหัวเราะแฮะๆ เมื่อกี้ผมไม่ได้ตั้งใจนะก็แค่อยากรู้อยากเห็นนิดหน่อยเท่านั้นเอง


“โทษทีๆ ข้าเพิ่งเคยเห็นครั้งแรกน่ะ เลยซนไปหน่อย ถ้าอย่างนั้นตอนนี้เจ้าอายุเท่าไหร่แล้วละ ภายนอกดูอายุมากกว่าเรานะ”


ถ้าให้เทียบกันผมกับอาซราน่าจะอายุพอๆ กัน ส่วนยูดัมคงโตกว่าสองสามปี และบริทท์น่าจะมากกว่าพวกเราไปอีก


บริทท์ทำหน้าไม่สบอารมณ์ “ฝ่าบาทกำลังจะบอกว่ากระหม่อมหน้าแก่ใช่ไหม”


“ข้าไม่ได้พูดอะไรอย่างนั้นเลยนะ อย่าตีความผิดไปสิ” ผมย่นคิ้ว อีกฝ่ายมีอคติมากจนมองสิ่งที่ผมทำและพูดผิดไปไกลลิบ “ข้าแค่อยากรู้เท่านั้นเอง ยังไงเสียข้าก็อายุมากกว่าเจ้าเป็นร้อยๆ ปีอยู่แล้ว แค่พวกเราโตช้านิดหน่อย”


ผมจำไม่ได้แล้วว่าเนลโลบอกมาร์ลันอายุเท่าไหร่ น่าจะร้อยห้าสิบกว่าๆ ได้ละมั้ง


“ร่างมนุษย์ของกระหม่อมหยุดที่ยี่สิบหกปี แต่ถ้าพูดถึงอายุจริงๆ ตอนนี้กระหม่อมก็หกสิบใกล้จะเจ็ดสิบแล้ว”


อืม ความต่างของกาลเวลาช่างน่ากลัวดีแท้...


ถึงภายนอกจะดูแก่ แต่ความจริงที่ว่าบริทท์เยาว์วัยกว่าผม อาซราและยูดัม ทำให้รู้สึกอิจฉา เด็กๆ ก็ดีกว่าแก่อยู่แล้วละนะ


จ๊อก...


ทันใดนั้นท้องของผมก็ส่งเสียงประท้วงออกมา ผมรู้สึกอับอายต่อสายตาที่จ้องมาอย่างขบขัน มันช่วยไม่ได้นี่เวลานี้ผมควรได้นั่งอยู่ที่ห้องทานมื้อเย็นด้วยซ้ำ!


“โทษที พอดีมันหิวน่ะ”


ความหิวเป็นเรื่องที่น่าลำบากใจ แต่ในสภาวะฝนตกไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้ จะให้ออกไปล่าสัตว์มาทำอาหารก็ไม่ได้ จะมีก็แต่พืชผักใบเขียวที่บริทท์เก็บมาระหว่างทางเท่านั้น


บริทท์คงคิดเหมือนกัน เขามองเจ้าผักใบเขียวราวกับชั่งใจว่าจะให้ผมกินดีหรือไม่ แต่สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจแล้วยื่นมาให้ผม


“ฝ่าบาททนเสวยสิ่งนี้ไปก่อน รสชาติมันอาจจะแย่ แต่อย่างน้อยก็ไม่ทำให้ทรมานเพราะหิว”


เจ้ากองผักใบเขียวที่มีรูปร่างเหมือนใบผักชี ผักบุ้งกับใบคะน้าวางอยู่เบื้องหน้าผม บอกตามตรงเห็นแล้วผมอยากจะเบือนหน้าหนี ผมไม่ได้เกลียดผักหรอกนะ แต่ว่าถ้าจะให้กินเพียวๆ มันไม่ไหวน่ะสิ


“ถ้ามีน้ำสลัดราดเข้าช่วยน่าจะพอไหว”


ผมงึมงำ เพราะสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีของผมทำให้บริทท์เริ่มกังวล


“จะเสวยไหมหรือจะยอมทนหิว?”


ถ้าให้เลือกระหว่างทนแสบท้องกับกล้ำกลืนความเหม็นเขียวลงกระเพาะ ผมก็ขอเลือกอย่างหลัง! คนเราเวลาหิวต่อให้บอกว่านอนซะจะได้ลืมความหิวไปมันก็ทำได้ยากอยู่ดี ผมไม่อยากทรมานทั้งคืนเพราะน้ำย่อยกัดกระเพาะหรอกนะ!


“ขอแค่คลายความหิวได้และไม่เป็นอันตราย อะไรก็ยอมทั้งนั้นแหละ!”


ผมบีบจมูกคว้าผักเหล่านั้นเข้าปาก รีบๆ เคี้ยวแล้วกลืนลงไปโดยไม่สนรสชาติ กระนั้นพอผมกลับมาหายใจความเขียวของมันยังคงติดอยู่ในปาก


“อุ๊บ!” ผมอยากจะขย้อนออกมาแล้วสิ


บริทท์มาปิดปากผมไว้ “ห้ามอ้วกออกมานะ เสียดายของ!”


มีอย่างนี้ด้วย!? อะไรจะขี้งกปานนั้น!


ผมน้ำตาคลอ แต่ก็ยอมกล้ำกลืนความขมนั้นลงไป รีบสลัดตัวจากบริทท์คลานไปกินน้ำฝน หวังว่าน้ำจะช่วยชะความเหม็นเขียวนี้ออกไปได้บ้าง


อ๊ากกกก! ผมเกลียดผักแล้ว!


“ใครมาเห็นคงนึกไม่ถึงว่าโอดินจะมีสภาพ... อย่างนี้ได้”


บริทท์กอดอกมองผมอย่างอึ้งๆ หึ จะบอกว่าทุเรศ น่าสังเวช น่าอนาถใช่ไหมล่ะ! ผมรู้แต่ตอนนี้ผมไม่สนภาพลักษณ์อะไรทั้งนั้น! มันเหม็นเขียวจะตายอยู่แล้ว!


“ช่วยไม่ได้ ข้าทนรสชาติกับกลิ่นมันไม่ไหวนี่นา” ผมโอดครวญ คลานกลับมานั่งตำแหน่งเดิม พยายามไม่คิดถึงรสชาติที่ชวนอ้วกนั่น “แล้วนี่เจ้า... ทนกินได้ยังไงกันน่ะ!?”


พอผมหันไปบริทท์ก็กำลังเคี้ยวผักตุ้ยๆ เหมือนกระต่าย สีหน้าไม่มีวี่แววรังเกียจเลยแม้แต่น้อย


“กระหม่อมกินจนชินแล้วก็เลยไม่รู้สึกอะไร”


“เจ้าเป็นกระต่ายหรือไง”


“ขอบพระทัยที่ทรงชม”


“หึ!”


เห็นอีกฝ่ายกินแบบสบายใจเฉิบแล้วก็รู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมา บริทท์กินผักที่เหลืออยู่จนหมด ก่อนจะเดินมาที่หน้าปากถ้ำรองน้ำฝนมาดื่ม


ทุกท่วงท่าล้วนเป็นผู้ดีทั้งหมด ต่างจากสภาพผมเมื่อกี้ลิบลับ จะเยาะเย้ยกันใช่ไหม!


ในหัวผมคิดอะไรสนุกๆ ขึ้นมาได้ รอยยิ้มยกขึ้นขณะมองบริทท์กลับมานั่งที่เดิม ผมแสร้งทำเป็นลูบแขนพลางว่า


“ชักหนาวแล้วสิ”


“ช่วยไม่ได้ ตอนนี้เราไม่มีไฟ คงต้องทนอดทนรอต่อไป” บริทท์ยังคงไม่รู้ว่าผมจะทำอะไร เจ้าตัวมองไปที่ปากถ้ำฝนก็ยังไม่ซา “ต่อให้ฝนหยุด แต่ไม้คงชื้นเกินกว่าจะจุดไฟได้ ทรงอดทนสักหน่อย พระวรกายของฝ่าบาทคงไม่บอบบางถึงขั้นจะจับไข้ง่ายๆ ใช่ไหม”


บริทท์คงรู้ดีว่าเทพทั้งหลายไม่ป่วยง่ายๆ แถมถ้าบาดเจ็บก็ฟื้นตัวได้ไวด้วย ฉะนั้นฝนแค่นี้คงทำอะไรไม่ได้


ผมเขยิบเข้ามาใกล้บริทท์ “ก็ใช่ แต่หนาวมันก็คือหนาวนี่นา เสื้อผ้าของพวกเราก็ยังเปียกอยู่ จะให้นอนทั้งที่หนาวจนสั่นอย่างนี้เนี่ยนะ”


ผมช้อนตามองบริทท์ เส้นผมสีทองยาวของผมเกือบจะแห้งแล้ว มันพลิ้วตกลงมาด้านหน้าปกปิดช่วงอกผมได้พอเหมาะพอเจาะ ผมมองเห็นลูกกระเดือกของบริทท์สั่น ดวงตาสีเขียวเบิกกว้างขึ้นมองผมที่เขยิบเข้ามาใกล้


“ละ แล้วจะให้กระหม่อมทำอย่างไรเล่า?”


โอ๊ะ ที่แท้อีกฝ่ายก็เขินเป็นนี่นา ผมแอบขำ แต่ยังคงรุกแกล้งต่อไป


“ก็มานั่งเบียดกันไง? จะให้ทำอย่างไรล่ะ แบบนี้”


ผมถือโอกาสตอนที่บริทท์กำลังไม่ได้สติเข้าประชิดตัว ท่อนแขนของพวกเราเบียดเข้าหากัน ไออุ่นจากกายคนทำให้บริเวณต้นแขนที่สัมผัสร้อนผ่าว


“ฝะ ฝ่าบาท จะทำอะไรพ่ะย่ะค่ะ!” กลายเป็นว่าบริทท์ผงะถอย ผวาเหมือนผมจะไปข่มขืนเขาซะงั้น


“อะไรเล่า แค่นั่งเบียดขอไออุ่นแค่นี้จะเป็นไรไป อย่าหวงเนื้อหวงตัวไม่เข้าท่าน่า”


ผมไล่ต้อนบริทท์จนมาสุดถ้ำที่ไม่มีทางถอยแล้ว เมื่อกี้ตอนที่ต้นแขนแตะกันผมรู้สึกดีเหมือนกันนะ เพราะตัวของอีกฝ่ายร้อนจนเหมือนถุงน้ำร้อนเลย


บริทท์เม้มปากขัดใจ แต่เมื่อเขาสัมผัสผิวที่เย็นของผม เจ้าตัวก็ชะงัก ท่าทีเปลี่ยนไปโดยพลัน


“ทรงหนาวจริงๆ ...?”


“ก็ใช่น่ะสิ นี่คิดว่าข้าโกหก?”


ส่วนหนึ่งผมทำแบบนี้ก็เพราะต้องการจะแกล้ง แต่อีกส่วนหนึ่งคือผมหนาวจริงๆ


หลังจากผจญภัยด้วยการเดินป่า ผมก็เหนื่อยและง่วงแล้ว แต่มันติดที่มันหนาวเนี่ยแหละ ทำให้ยากที่จะข่มตาหลับ


สีหน้าของบริทท์อ่อนลง เขาย่นคิ้วเหมือนใช้ความคิดพักหนึ่งแล้วว่า


“ทรงเขยิบมาด้านหน้าหน่อยพ่ะย่ะค่ะ”


“หา ทำไมล่ะ?”


“ถ้าทรงต้องการจะหายหนาวก็ทำตามที่กระหม่อมบอกเถิดพ่ะย่ะค่ะ”


เพราะบริทท์มองผมด้วยความจริงจัง ผมจึงทำตามที่เขาบอกอย่างเสียไม่ได้ พอเขยิบมาข้างหน้าแล้ว เจ้าตัวก็ขยับถอยมาด้านหลังผม จากนั้นก็นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง แขนสองข้างกางออกก่อนจะโอบกอดผมไว้ในอ้อมอก


ผมตัวแข็งทื่อ


เดี๋ยวนะ ผมต้องการแกล้งอีกฝ่ายไม่ได้อยากจะลงเอยในสภาพอย่างนี้เสียหน่อย!


“ดะ เดี๋ยว! เจ้าไม่ต้องลงทุนทำให้ข้าหายหนาวขนาดนี้ก็ได้! แค่นั่งเบียดไหล่ก็พอแล้ว!”


ผมจะดิ้นหนี แต่อีกฝ่ายกลับล็อกผมไว้ในอ้อมกอดอย่างแน่นหนา


“ทรงจะกลายเป็นน้ำแข็งอยู่แล้วยังจะเรื่องมากอีก วางใจเถอะกระหม่อมไม่ทำอะไรพระองค์หรอก เพราะตอนนี้กระหม่อมก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน”


อ้อมกอดของบริทท์ไม่ได้จาบจ้วง แต่เหมือนปกป้องคุ้มครองให้ผมปลอดภัย ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านจากร่างกายของอีกฝ่าย มันทำให้รู้สึกหายหนาวได้จริงๆ จนผมเลิกล้มความคิดที่จะสลัดตัวออก


ถึงตะขิดตะขวงใจที่ถูกผู้ชายกอดอยู่หรอก แต่... เอาวะ อย่างน้อยผมก็ไม่ต้องหนาวสั่นแล้ว


คิดได้ดังนั้นผมจึงเอนตัวลง หลังพิงกับอกของบริทท์ จนฝ่ายที่มากอดนั้นตัวแข็งค้าง ผมรับรู้ได้ถึงอาการเกร็งจึงหัวเราะ


“เฮ้ๆ ข้าแค่จะพิงเอง ไม่ต้องตกใจขนาดนั้นหรอกน่า ที่ข้าถูกกอดไม่น่าตกใจกว่าหรือไง”


ผมได้ยินบริทท์แค่นเสียง แต่ก็ไม่ได้ผลักไสไล่ส่งผม เจ้าตัวขยับนิดหน่อยเพื่อให้ผมเอนได้สบายยิ่งขึ้น


เออแน่ะ เป็นคนใจดีจริงๆ ด้วย ผมลอบยิ้มชอบใจ


“ที่กระหม่อมทำเพราะเห็นแก่ฝ่าบาทหนาวหรอกนะพ่ะย่ะค่ะ”


“จ้าๆ พ่อซึนเดเระ”


เป็นคนใจดีแท้ๆ ยังจะมาปกปิดการกระทำด้วยการปากเสียอีกแน่ะ


“ซึน... อะไรนะพ่ะย่ะค่ะ?”


“ไม่มีอะไร เฮ้อ เรานอนกันดีกว่านะ ออมแรงไว้ไง” ผมหลับตาลงเพราะเริ่มรู้สึกง่วงขึ้นมาแล้ว “อยู่ในอ้อมอกเจ้านี่สบายดีนะ เหมือนอยู่บนเตียงอุ่นๆ เลย”


สติของผมเริ่มจะหายไป ในตอนนั้นเองที่รู้สึกว่าอ้อมกอดกระชับขึ้น ก่อนที่ลมหายใจของคนกอดจะคลอเคลียอยู่ตรงลำคอของผม


“ราตรีสวัสดิ์”


คำพูดนั้นไม่ต่างอะไรกับสวิตช์ หลังจากนั้นผมก็หลับไปทันที


***********************************


ผมไม่รู้ว่าตัวเองนอนไปนานแค่ไหนแล้ว แต่สติของผมถูกปลุกขึ้นด้วยเสียงนกร้อง


“หืม?”


ผมงัวเงียลืมตาขึ้นมา เสียงฝนเงียบไปแล้ว ทั้งยังมีแสงอาทิตย์อ่อนๆ สาดส่องเข้ามาตรงปากถ้ำ ผมมองเจ้านกน้อยที่นำทางเรามาที่ถ้ำกำลังยืนจ้องมองพวกเราตาแป๋วอยู่


“ไง” ผมทักทาย มันก็เอียงคอด้วยท่าทางน่ารักจนผมหลุดยิ้ม “พวกเจ้า ข้ารบกวนหน่อยสิ ไปตามหาอีกาของข้า มูนินกับฮูกินให้ที ส่งข่าวว่าพวกเราอยู่ที่นี่”


เอ่อ มันคงฟังรู้เรื่องใช่ไหมนะ?


จิ๊บๆ!


พวกมันตอบรับก่อนจะกระพือปีกบินออกไป ผมมองสภาพตัวเองที่นอนหลับพิงบริทท์ทั้งคืน ส่วนคนที่กอดผมไว้นั้นหัวก็ซบอยู่บนไหล่ผม หลับอย่างสบายเช่นกัน


หึ ดูไปบริทท์ก็น่ารักดีนะ


ผมไม่อยากปลุกอีกฝ่าย จึงยอมนั่งนิ่งๆ อยู่อย่างนั้นขณะปัดเส้นผมที่ปรกหน้าปรกตาบริทท์ออก


ตอนที่หลับอยู่เจ้าตัวดูจะอ่อนเยาว์ขึ้นเป็นสิบปี สีหน้าบริสุทธิ์ไร้เดียงสาแบบนี้คงมีแค่ตอนนอนหลับถึงจะเห็นได้


อุตส่าห์กอดผมทั้งคืนเลย เป็นผู้ชายที่แสนดีเกินไปแล้ว ผมคิดพลางเอานิ้วเกลี่ยแก้ม


เพราะแสงเริ่มส่องเข้ามา บริทท์จึงค่อยๆ รู้สึกตัว ดวงตาสีเขียวลืมขึ้นมาสบกับดวงตาของผมเข้าอย่างจัง


“อรุณสวัสดิ์”


“เฮ้ย!”


บริทท์เด้งตัวเพราะความตกใจ หัวไปโขกกับกำแพงถ้ำดังโป๊ก เป็นภาพที่ชวนขบขันจนผมหลุดหัวเราะออกมา


“ตกใจอะไรขนาดนั้นน่ะ ทำอย่างกับข้าไปปล้ำเจ้าอย่างนั้นแหละ”


บริทท์เอามือกุมหัว ดวงหน้าแดงเรื่อจากความอับอายเมื่อครู่ “กระหม่อมก็แค่... ตกใจ เพราะปกติกระหม่อมจะนอนในห้องคนเดียวไม่มีใคร”


“อ๋อ นั่นสินะ” ผมทำท่าเหมือนเข้าอกเข้าใจ แล้วยิ้มเจ้าเล่ห์ “งั้นวันหลังข้าจะแวะเวียนไปนอนค้างด้วยแล้วกัน เจ้าจะได้ชินกับการมีข้าอยู่ไงล่ะ”


บริทท์นิ่งค้างไปแล้ว


ผมกลั้นหัวเราะเอาเป็นเอาตาย ผู้ชายคนนี้แหย่แล้วสนุกดี ไม่เหมือนอาซรากับยูดัม หมอนี่ใช้เป็นตัวคลายเครียดให้ผมได้เลย


“ทรงอย่าลำบากเลย ประทับที่ห้องบรรทมของพระองค์เถิด” บริทท์รวบรวมสติกลับมาได้แล้ว เริ่มโต้เถียงกับผมอีกครั้ง


“อะไรกัน เจ้าเป็นพระชายาข้านะ ไปนอนค้างด้วยก็ไม่ได้”


ผมสะบัดหน้างอน แต่อีกฝ่ายก็หาได้แยแส ลุกขึ้นหยิบเสื้อผ้าที่ถูกผึ่งจนแห้งแล้วโยนใส่ผม


“แต่งตัวเถอะพ่ะย่ะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมจะวานพวกนกไปส่งข่าวที่แอสการ์ด”


“อ๋อ ถ้าเป็นเรื่องนั้นละก็ ข้าทำให้แล้วล่ะ” ผมบอก สะบัดเสื้อสองสามทีเพื่อไล่ฝุ่น “คิดว่าอีกเดี๋ยวพวกเนลโลก็คงใกล้จะมาแล้วล่ะ”


บริทท์เลิกคิ้ว “ส่งข่าวแล้ว? ฝ่าบาทแน่ใจได้อย่างไรพ่ะย่ะค่ะว่าพวกเขาจะมาแล้ว”


“คนอื่นอาจไม่แน่ใจ แต่ข้ารู้จักเนลโลดี ลองข้าหายตัวไป คงได้พลิกทั้งโลกตามหาแน่ หมอนั่นน่ะยิ่งกว่าแม่แท้ๆ ของข้าเสียอีก” ผมกล่าวด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยม


“ทรงสนิทกับข้ารับใช้จริงๆ นะพ่ะย่ะค่ะ” บริทท์กลัดกระดุมไปก็ทำหน้าเหมือนกับไม่พอใจ


“ทำไม? หึงเหรอ”


ผมเห็นสีหน้านั้นเลยถือโอกาสล้อเลียน เจ้าตัวไม่ตอบผมเพียงแต่หันหนีราวกับงอน


หึงจริงดิ? ไม่มั้ง...


ผมแต่งตัวเสร็จแล้วเดินเข้าไปหาบริทท์ หมอนั่นก็ยังไม่ยอมมองผม เห็นหัวคิ้วที่มาย่นเข้าหากึ่งกลางหน้าผากแล้ว อดใจไม่ไหวเอานิ้วจิ้มๆ ให้มันคลาย


“อย่างอนน่า ยิ่งขมวดคิ้วยิ่งไม่หล่อนะ”


“กระหม่อมจะไปสู้ความงดงามของฝ่าบาท ฟริกกาและจอร์ดได้อย่างไร ปล่อยกระหม่อมไปเถิดพ่ะย่ะค่ะ” พูดไปเขาก็ปัดมือผมทิ้ง


ดูสิ งอนชัดๆ เลย ผมยิ้มบาง ไม่ยอมราวีจากการเล่นหน้าของอีกฝ่าย


“พูดอะไรน่ะเจ้าหล่อนะ คนเราก็มีความงามและเสน่ห์เป็นของตัวเอง จริงอยู่ว่าเจ้าอาจจะสู้อาซรากับยูดัมไม่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเจ้าขี้เหร่นะ”


ผมจับแก้มบริทท์แล้วดึงยืด เพิ่งจะมารู้เอาตอนนี้เองว่าอีกฝ่ายแก้มนุ่มเหมือนกับแป้งโมจิเลย


บริทท์จ้องผมเขม็ง “แต่เมื่อก่อนฝ่าบาทเป็นคนบอกกระหม่อมว่าขี้เหร่เองนี่นา”


“อะไรนะ?”


ผมเคยด่าเขาว่าขี้เหร่เหรอ ตอนไหน? หัวสมองของผมหมุนติ๋วเพื่อที่จะนึก แต่เมื่อมาลองตรึกตรองดูแล้วบางทีคนพูดนั้นอาจจะเป็นมาร์ลันก็ได้...


ไอ้ตัวร้ายบัดซบหาเรื่องให้ผมมาแก้ปมอีกแล้ว!


ผมพยายามยิ้มประจบ “นั่นมันเมื่อก่อนไม่ใช่เหรอ แต่ตอนนี้ข้าไม่คิดอย่างนั้นแล้ว ข้ารู้ว่าที่ผ่านมาออกจะทำตัวน่ารังเกียจเกินไปหน่อย ข้าสำนึกได้แล้ว บริทท์ให้อภัยข้าแล้วเริ่มต้นกันใหม่ได้ไหม?”


พูดไปทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนชั่วร้ายที่กำลังง้อแฟนตัวเองไม่ให้บอกเลิกอย่างไรไม่รู้


บริทท์มองผมอย่างชั่งใจ “คนเราจะเปลี่ยนนิสัยกันได้ง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ”


หมอนี่เป็นคนที่ขี้ระแวงจริงๆ ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่ได้เกลียดนิสัยส่วนนี้เพราะนั่นหมายความว่าเขาเป็นคนระมัดระวังตัวนั่นเอง


“งั้นก็พิสูจน์ด้วยตาของตัวเอง” ผมปล่อยมือจากแก้มของบริทท์ พลางเชิดหน้าขึ้นอย่างมุ่งมั่น “ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นเองว่าข้าเปลี่ยนไปแล้ว”


กับคนแบบนี้ต้องทำให้เห็นเท่านั้นจึงจะเชื่อ ฉะนั้นผมก็จะทำให้อีกฝ่ายได้เห็นเอง!


พอแสงสาดส่องเข้ามาในถ้ำ เนลโลกับทหารก็มาถึง ข้ารับใช้คนสนิทของผมมีสีหน้าโล่งอกที่เห็นผมยังปลอดภัยดีทุกประการ ผมมองเห็นร่องรอยความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของอีกฝ่ายด้วย


“เจ้าคงตามหาข้าทั้งคืนเลยสินะ ขอโทษด้วยและขอบใจ” ผมตบบ่าเนลโลสองที


“มิได้พ่ะย่ะค่ะ ความปลอดภัยของฝ่าบาทเป็นเรื่องสำคัญที่สุด” เนลโลตอบกลับอย่างนอบน้อมเช่นเดิม


ผมหัวเราะน้อยๆ “ต้องขอบใจบริทท์ที่ทำให้ข้ารอดพ้นมาได้นะ”


คราวนี้สายตาของทุกคนก็เลื่อนผ่านผมไปยังบริทท์ที่อยู่ด้านหลัง เนลโลทำหน้าที่เป็นหัวหน้าข้ารับใช้ที่ดีตรงเข้าไปถามไถ่อาการ


“รินดาไม่เป็นไรใช่ไหมพ่ะย่ะค่ะ”


“ข้าสบายดี” บริทท์ตอบเสียงเรียบ ก่อนจะจัดชุดให้เข้าที่เข้าทาง “อย่ามัวเสียเวลาอยู่ที่นี่เลย พาฝ่าบาทกลับวังได้แล้ว”


“นั่นสินะ กลับแอสการ์ดกัน เรามีเรื่องต้องสะสางนี่นา” แน่นอนว่าผมหมายถึงไอ้สารเลวสามตัวที่ส่งพวกเรามาตกระกำลำบากอยู่ที่นี่


เนลโลค้อมหัวลง ดวงตาสีเชสนัทเป็นประกายเรือง “กระหม่อมได้จับกุมพวกมันไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ ตอนนี้รอฝ่าบาททรงตัดสินบทลงโทษสุดท้าย”


ผมเลิกคิ้วขึ้น “เจ้ารู้เรื่องที่เกิดขึ้นรึ?”


“แน่นอนพ่ะย่ะค่ะ เพราะกระหม่อมเห็นเหตุการณ์ด้วย เพียงแต่ไปช่วยฝ่าบาทไม่ทัน” เนลโลพูดเสียงค่อยอย่างรู้สึกผิด


“ไม่เป็นไร เจ้าทำหน้าที่ได้ดีที่สุดแล้วล่ะ แถมยังจัดการพวกนั้นไว้ให้ข้าอีกด้วย”


ผมพยักหน้าอย่างพึงพอใจที่ไม่ต้องอธิบายว่าผมต้องการจะทำอะไร เพราะเนลโลรู้และจัดการมาก่อนแล้ว จากนั้นพวกเราก็ขึ้นรถม้ามุ่งหน้ากลับวังด้วยความเร็วสูง


หลังจากที่ขอเวลาให้ผมกับบริทท์ได้อาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ ผมก็เข้ามาในท้องพระโรงโดยมีอาซรา ยูดัมกับบริทท์นั่งรออยู่ก่อนแล้ว สีหน้าของทั้งสามคนเคร่งเครียด ยิ่งอาซรากับยูดัมเห็นได้ชัดเลยว่าอารมณ์ไม่ดีมากๆ


เมื่อผมส่งยิ้มปลอบใจว่ายังสบายดีอยู่ให้ทั้งสองคน พวกเขาจึงผ่อนคลายได้บ้าง ทว่าเมื่อนำผู้กระทำความผิดทั้งสามออกมาสอบสวนต่อหน้าเหล่าเทพ อาซรากับยูดัมก็มีสีหน้าขึ้งโกรธขึ้นมาอีก


“เจ้าแน่ใจนะว่าจับกุมพวกมันเฉยๆ น่ะ?”


ผมเหล่มองข้ารับใช้คนสนิททันที จับกุมอีท่าไหนพวกมันถึงได้ร่อแร่ใกล้ตายแบบนี้ ตอนแรกนึกว่าซอมบี้บุกเข้ามาในท้องพระโรงเสียอีก


เนลโลยื่นหน้ามากระซิบ “กระหม่อมแค่ต่อยพวกมันคนละที ที่เหลือ... ฝีมือฟริกกากับจอร์ดพ่ะย่ะค่ะ”


คนที่มือเท้าหนักน่าจะไม่ได้แค่บริทท์คนเดียวแล้วแบบนี้...


ผมเกือบจะจำหน้าคนที่ก่อเรื่องไม่ได้ เพราะหน้าของทั้งสามคนบวมช้ำแถมยังเขียวอีก เสื้อผ้าก็ยังเป็นตัวเดิมที่เล่นงานบริทท์แต่ตอนนี้สภาพขาดรุ่งริ่งไม่ต่างอะไรกับเศษผ้า เผยให้เห็นรอยเฆี่ยนและเลือดซิบๆ บนตัว


มีพระชายาจอมโหดก็ดีแบบนี้แหละ สะใจจัง!


“พวกเจ้ารู้ไหมว่าได้ทำอะไรลงไป!” เสียงของฟอร์เซตี เทพแห่งความยุติธรรมดังกังวานไปทั่วท้องพระโรง “การลอบทำร้ายองค์เหนือหัวมีโทษถึงประหารชีวิต!”


สิ้นคำประกาศลงโทษนั้นทั้งสามคนลงไปนั่งคุกเข่าอยู่ที่พื้นตัวสั่นงันงก


“พวกกระหม่อมไม่ได้ตั้งใจ! มันเป็นอุบัติเหตุ! พะ พวกกระหม่อมไม่ผิดนะพ่ะย่ะค่ะ! เจ้าบริ- เอ๊ย! ท่านรินดาเป็นคนเล่นงานพวกกระหม่อมก่อน พวกกระหม่อมกลัวตายก็เลยลงมือ!”


“ยังจะปากแข็งอีก”


เนลโลพึมพำอยู่ด้านหลัง ก็แหงละนะผมเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่จนจบ จะไม่รู้ได้ยังไงว่าใครเป็นคนเริ่มก่อน ถ้าการทำร้ายทางวาจาเจ้าพวกนี้เปิดก่อนด้วยซ้ำ


“แต่มีพยานกล่าวว่าพวกเจ้าไปหาเรื่องรินดาก่อนนะ” ฟอร์เซตีเอ่ย ผายมือไปมาทางผม “ฝ่าบาททรงทอดพระเนตรเห็นทุกอย่าง มีหลักฐานแน่ชัดยังจะไม่ยอมรับสารภาพอีก!”


“กระหม่อมยอมรับเรื่องหาเรื่องทางวาจา แต่ทางกายฝั่งนั้นเริ่มก่อนพ่ะย่ะค่ะ!” ชายที่เป็นคนส่งผมกับบริทท์ไปที่ป่ากล่าว “เป็นถึงรินดา ใช้กำลังลงมือกับเทพชั้นผู้น้อยอย่างนี้ก็ได้หรือพ่ะย่ะค่ะ!”


มีเสียงพึมพำจากเทพองค์อื่นๆ ส่วนบริทท์ที่ฟังการตัดสินตลอดเริ่มหน้าเสีย ถ้าตามกฎก็ถือว่าไม่สมควรอยู่หรอกนะ แต่ว่าสำหรับความคิดของผมแล้วการที่เทพชั้นผู้น้อยกล่าววาจาร้ายกาจก็ถือเป็นการดูหมิ่นอย่างหนึ่งเหมือนกัน


“ไปเรียกข้ารับใช้นางกำนัลในวังมาให้หมด” ผมกล่าวเสียงเรียบ


ฟอร์เซตีที่ทำหน้าที่สอบสวนอยู่ถึงกับชะงัก “เอ๋? เรียกข้ารับใช้กับนางกำนัลหรือพ่ะย่ะค่ะ”


“อืม ไปเรียกมาให้หมดทั้งวังเลย” ผมพูดย้ำอีกครั้ง สีหน้าเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ “เร็วเข้าไปเรียกมาให้หมด!”


ทุกคนไม่รู้ว่าผมจะทำอะไร แต่ก็ยอมไปตามข้ารับใช้กับนางกำนัลมาทั้งหมด ปรากฏว่าพอไปขนเทพชั้นผู้น้อยทั้งวังมา ท้องพระโรงก็พลันคับแคบไปถนัดตา แต่ยังเหลือพื้นที่ให้สามตัวนั้นนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหน้า ผมพอเห็นว่าทุกคนมารวมตัวกันแล้วจึงส่งซิกให้เนลโลที่อยู่ด้านหลัง ข้ารับใช้คนสนิทจึงเรียกบันไดแล้วลงไปข้างล่าง


“พวกเจ้าคงจะสงสัยว่าข้าเรียกมาทำไมใช่ไหม” ผมเปิดประเด็นก่อนจะชี้นิ้วไปยังสามตัวที่นั่งตัวสั่นอยู่ “พวกเจ้ารู้ไหมว่าพวกมันทั้งสามคนทำความผิดอะไร”


เหล่าเทพชั้นผู้น้อยพึมพำเสียงเบาว่ารู้ ข่าวลือเรื่องที่พวกมันหาญกล้าทำร้ายองค์เหนือหัวคงจะแพร่กระจายไปทั้งวังแล้วแน่นอน ได้ยินแบบนั้นผมจึงรู้สึกดีขึ้นที่ไม่ต้องอธิบายซ้ำซาก


“พวกเจ้ารู้กันหมดแล้วก็ดี ทั้งสามคนนี้อ้างว่าคนที่ลงมือก่อนคือบริทท์ จริงอยู่การที่ลงไม้ลงมือถือว่าไม่สมควรในเมื่อเป็นเทพชั้นสูง แถมยังมีศักดิ์เป็นพระชายาของข้าด้วย แต่ว่านะการที่ปล่อยให้เทพชั้นผู้น้อยดูถูกมันเป็นการสมควรแล้วงั้นหรือ?”


ผมกดเสียงต่ำลง ไม่คิดจะวางท่าให้สดใสและใจดีอีกต่อไป แต่แผ่รัศมีความโหดเหี้ยมที่ได้จากการเป็นหัวหน้ามาเฟียตลอดสิบกว่าปีนี้


“ข้าเองก็อยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย ได้ยินคำพูดดูถูกถากถางจากปากพวกมันที่มีต่อบริทท์ ต่อให้เป็นเทพชั้นสูงอย่างข้าคงอดใจไม่ไหวแน่ถ้าไม่กระทืบให้จมดินสักทีสองที! เทพชั้นผู้น้อยกล้าพูดจาลามปามได้ขนาดนี้จะให้นิ่งเฉยได้งั้นหรือ? หากไม่ทำให้สงบปากสงบคำและรู้จักสูงต่ำของฐานะเสียบ้าง อีกหน่อยก็คงจะได้ใจและหาเรื่องมาให้ บริทท์น่ะต่อยแค่หมัดเดียวเพื่อให้พวกมันหุบปากแล้วไม่ได้ลงมืออะไรอีก เป็นพวกมันต่างหากที่ไม่สำนึกถึงการกระทำของตัวเองแล้วยังจะโต้ตอบ!”


ผมมองเนลโลที่เดินไปอยู่เบื้องหน้าของคนทำผิดทั้งสามแล้วจึงส่งสัญญาณ เนลโลชักดาบออกมาก่อนจะฟันคอชายที่เล่นงานผมกับบริทท์จนหัวขาดกระเด็น


“กรี๊ดดดดด!!”


“ว๊ากกก!!”


การเห็นภาพของคนถูกตัดคอสดๆ ทำให้นางกำนัลและข้ารับใช้กรีดร้องด้วยความตกใจกลัว เทพชั้นสูงบางองค์ยังต้องเบือนหน้าหนี อาซราอาจจะอึ้งนิดหน่อยแต่ก็กลับมาเคร่งขรึมอย่างรวดเร็ว ยูดัมกระตุกยิ้มสะใจ ส่วนบริทท์ทำหน้าเฉยเมยราวกับว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรแล้ว


สองคนที่ร่วมก่อการเห็นเพื่อนหัวขาดอยู่ข้างๆ ถึงกับช็อกสติหลุด แต่เพียงไม่นานนักเนลโลก็ช่วยสงเคราะห์ให้ทั้งสองไปพบเพื่อนด้วย ท้องพระโรงด้านหน้ามีร่างไร้หัวสามร่างและเลือดนอง ทุกคนที่อยู่ที่นี่เงียบกริบ แม้แต่อากาศก็ยังลืมหายใจ


“เดิมทีโทษของพวกมันตามที่ฟอร์เซตีว่าก็คือโทษประหารอยู่แล้ว แต่ข้าจะมาบอกให้พวกเจ้าได้รับรู้ทั่วกันว่า...” ผมลากเสียงยาวแล้วแสยะยิ้มชั่วร้าย “ใครบังอาจปากพล่อยดูถูกพระชายาของข้า ไม่ว่าจะบริทท์ ยูดัมหรือว่าอาซรา มันผู้ใดทำร้ายจิตใจพวกเขา ข้าจะไม่ให้ตายดี! วิญญาณก็จะไม่ให้เกิดแต่ถูกส่งไปแดนนรก! ให้ทุกข์ทรมานชั่วกัปชั่วกาล!”


เมื่อผมประกาศด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ทุกคนก็ก้มหน้าลงด้วยความยำเกรง ผมเหลือบไปมองเหล่าพระชายา พวกเขายิ้มบางคล้ายกับซาบซึ้งใจในการกระทำของผม โดยเฉพาะบริทท์ที่น่าจะเห็นความจริงใจของผมแล้ว แววตาก็ไม่ได้เฉยชาอีกต่อไป


และด้วยเหตุนี้ผมจึงได้คนร่วมโต๊ะจิบฟิก้าเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน



*ในที่สุดก็จีบครบทุกคนแล้วค่ะ เย้! จากนี้จะเป็นการปูเข้าสู่บทต่อไป ซึ่งยังมีฉากกุ๊กกิ๊กอยู่แต่เนื้อหาจะเริ่มหนักขึ้น ทุกคนอย่าลืมนะคะว่าที่ผ่านมามันอาจจะยังดูใสๆ แต่มาร์ลันในนิยายมีจุดจบที่ถูกพระชายาฆ่า ฉะนั้นการเปลี่ยนแปลงเนื้อเรื่องไม่ง่ายขนาดนั้นแน่นอนค่ะ โปรดเตรียมทิชชูของคุณให้พร้อมก่อนจะเดินทางสู่บทใหม่ค่ะ!

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.099K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2174 Panawin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 เมษายน 2564 / 22:04
    นี่ว่าบริทอ่ะชอบนางมานานแล้ว แบบชอบตั้งแต่ร่วมเตียงครั้งแรกอ่ะ แต่นางอาจจะเขินมั้ง คิดว่านะ
    #2,174
    1
    • #2174-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 14)
      11 เมษายน 2564 / 18:08
      ถ้าอ่านไปเรื่อยๆ จะรู้เองค่ะว่าบริทไปรักมาร์ลันเอาตอนไหน > <
      #2174-1
  2. #2138 Avista (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 01:58
    เปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่
    #2,138
    0
  3. #2117 Yok Poog (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 22:38
    ความอ่อยอะ ระวังโดนกระต่ายกินนะคะ กระต่ายตัวนั้นแรงไม่น้อยเลยนะ ฉันมันบาปจริงๆ
    #2,117
    0
  4. #1983 Panida_Phosuwan (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 13 เมษายน 2563 / 19:23
    บริทใจง่าย555
    #1,983
    1
    • #1983-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 14)
      14 เมษายน 2563 / 06:24
      แต่เขาก็รอมานานแล้วนะคะ 5555
      #1983-1
  5. #1458 Kanomjeennamya (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:06
    แงงงเวลาสงบสุขของเรากำลังจะจบลงแล้วสินะ ;(
    #1,458
    0
  6. #1266 trp1021 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:20
    น่วมแน่ค่าาาาา
    #1,266
    0
  7. #871 love_forever 1992 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 22:03
    โอ้ยยย ลุ้นจ้า
    #871
    0
  8. #760 bigbowka (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 11:49
    ฮรืออ ทิชชูคือเอาไว้ซับน้ำตาหรือเช็ดเลือดกำเดาคะ
    #760
    0
  9. #722 sakura17 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 22:26
    นั่นน มาร์ลันเหมือนเข้ารูทพระชายาแต่ละคน55
    ให้เครียมทิชชู่นี่หวั่นใจเลยค่ะ55
    #722
    0
  10. #621 bophobia (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 23:49
    รับไหวเร้อออ3คน หึหึหึ
    #621
    1
    • #621-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      12 ธันวาคม 2562 / 06:32
      ไม่ไหวก็ต้องไหวละคะ งานนี้
      #621-1
  11. #585 cCONTRAa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2562 / 18:42
    โลกิจะเข้าร่วมวงน้ำชากาแฟไดเด้วยไหมน้าาา
    #585
    1
    • #585-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      9 ธันวาคม 2562 / 06:24
      ต้องรอลุ้นเอาค่ะ 5555
      #585-1
  12. #415 Mistyblack (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 18:55
    เย้ๆๆ ตกสาม- เอ๊ย ชายาได้ครบแล้ว
    #415
    2
    • #415-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      23 พฤศจิกายน 2562 / 18:42
      ทีนี้มาเริ่มบทใหม่กันค่ะ
      #415-1
  13. #413 annaaa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 11:58
    ตั้งตารอค่ะ
    #413
    1
    • #413-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      23 พฤศจิกายน 2562 / 18:41
      วันนี้มารอได้เลยค่า
      #413-1
  14. #412 [ May! Nie! Mo! ] (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2562 / 00:51
    ทิชชู่ซับน้ำตาหรือเลือดคะ555
    #412
    2
    • #412-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 06:20
      ทั้งสองอย่างเลยค่ะ > <
      #412-1
    • #412-2 sudauy(จากตอนที่ 14)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 22:19
      +1เลยยยย
      #412-2
  15. #411 Say. (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 22:10
    แงงงง นย้องงงงงงงงง ><
    #411
    1
    • #411-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 06:20
      มาร์ลันกลายเป็นที่เอ็นดูของนักอ่านเสียแล้ว 5555
      #411-1
  16. #410 thirasakpongsupa (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 19:51

    มาร์ลันโคตรเท่(สุดยอด)
    #410
    1
    • #410-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 06:20
      เท่หลังจากมุ้งมิ้งมานาน 5555
      #410-1
  17. #409 i'mtheONE (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 19:05
    ตามอ่านมาจนครบ สนุกอ่าาา
    #409
    1
    • #409-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 06:19
      ขอบคุณมากค่ะ ^ ^
      #409-1
  18. #408 tilly_tinggy (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 14:14
    ตกคนครบแล้วววว ดีงามมากก พิมาร์ลันเท่มักเรยค่า
    #408
    1
    • #408-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 06:19
      ทำการใดต้องเด็ดขาดค่ะ > <
      #408-1
  19. #407 by no mean (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 / 06:30
    ใจสั่นเรยข่ะพิมาร์ลันขา
    #407
    1
    • #407-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 06:18
      นานๆ จะได้เท่เนอะ 5555
      #407-1
  20. #403 NongYingNutty (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 23:49
    มาร์ลันเท่สุดๆไปเลย! มีมาดมาก
    #403
    1
    • #403-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 06:17
      อดีตเจ้าพ่อนี่คะ > <
      #403-1
  21. #402 JuniBellzium (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 22:54
    ครบองค์เเล้วเเม่ เตรียมทิชชูรอเลยยยย อุอุอุ
    #402
    1
    • #402-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 06:17
      เตรียมยกโหลเลยนะคะ
      #402-1
  22. #400 MiNt565 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 21:46

    ดีใจกับน้องด้วยนะคะ ที่ได้เพื่อนมาจิบฟิก้าเพิ่มอีกหนึ่งคน
    #400
    1
    • #400-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 06:16
      มีสามแล้ว ทีนี้ครึกครื้นเลย
      #400-1
  23. #399 maytawarin (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 20:57
    เกิดเป็นนายเอก..เเค่กพระเอกต้องอดทน 10ล้อชนต้องไม่ตายย!!!

    ปล.จะรอดูฉากฟินๆ
    #399
    1
    • #399-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 06:16
      ชอบคำคมมากค่ะ 5555
      #399-1
  24. #397 p-q5 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 19:28
    สอบถาม ทิชชู่นี่ใช้ซับน้ำตาหรือเลือกกำเดาคะ=.,=
    #397
    1
    • #397-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 06:15
      ทั้งอย่างค่ะ 55555 เอามายกโหลเลยนะคะ
      #397-1
  25. #396 นักอ่าน...lnwcool (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 19:22

    จะเป็นพระเอกที่แปลว่า นายเอกใช่ไหม เราเข้าใจ5555



    #396
    1
    • #396-1 Anabella(จากตอนที่ 14)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 06:15
      มีสองด้านในหนึ่งเดียว 5555
      #396-1