[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 15 : ประกาศครั้งที่ 14 งานวันเกิดที่ทำให้หัวใจเต้นตึกตัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,827
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 865 ครั้ง
    22 ม.ค. 63

ประกาศครั้งที่ 14 งานวันเกิดที่ทำให้หัวใจเต้นตึกตัก

 

ใกล้จะถึงวันเกิดของผมแล้ว ไม่สิ ถ้าพูดให้ถูกก็คือวันเกิดของร่างนี้ต่างหากล่ะ วันเกิดจริงๆ ของผมน่ะยังอีกหลายเดือน


แต่จะยังไงก็ตามเมื่อมาอยู่ในร่างนี้ ผมก็ต้องใช้วันเกิดของมาร์ลัน โอดินไปโดยปริยาย


ส่วนสาเหตุที่ผมรู้ว่าจะถึงวันเกิดแล้ว นั่นก็เป็นเพราะคนปากสว่างอย่างธอร์นั่นเอง


“โอดิน! จะถึงวันเกิดของเจ้าแล้ว! อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม? งานเลี้ยงวันเกิดเอายังไงจะจัดฉลองไปทุกดินแดนเลยหรือเปล่า!”


ธอร์เป็นคนเดียวที่ไม่พูดคำราชาศัพท์กับผม คนอื่นๆ ก็เคยเตือนธอร์หลายครั้งเรื่องมารยาทแต่ก็เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา สมองของธอร์ที่มีแต่เรื่องกล้ามเนื้อไม่สนเรื่องหยุมหยิมหรอก และผมก็ไม่ว่าอะไรเรื่องนี้ด้วย


บอกตามตรงนะพวกคำราชาศัพท์บางครั้งก็ทำให้ผมอึดอัดใจ


ผมเอนหลังพิงพนักของบัลลังก์อย่างเกียจคร้าน “วันเกิด? ใกล้ถึงแล้วเหรอ?”


“ทรงหลงลืมวันเวลาไปแล้วหรือพ่ะย่ะค่ะ” เฟรย์หัวเราะน้อยๆ “แต่ก็น่าจะดีถ้าเรามีงานฉลองสักหน่อย หลังจากที่เคร่งเครียดกับเรื่องของโลกิมานาน”


เหล่าเทพทั้งหลายพากันเห็นด้วย ผมนั่งฟังอย่างใคร่ครวญ จริงอยู่ว่าเราห่างจากความรื่นเริงกันมานาน สมควรจะจัดงานเลี้ยงสักหน่อย แต่ว่าเงินท้องพระคลัง...


อาซราเหมือนรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่จึงยื่นหน้ามากระซิบ “เราสามารถเจียดเงินในท้องพระคลังได้นะ เพื่อความสุขของมาร์ลัน”


“ข้าไม่สนเรื่องงานฉลองวันเกิดอะไรนั่นหรอก” เดิมทีผมไม่ใช่คนอินงานแบบนี้ด้วย แถมต้องจัดงานเลี้ยงใหญ่โต มีแต่เรื่องยุ่งยากละไม่ว่า ทั้งแต่งตัวเอย พูดคุยกับแขกเอย กินเลี้ยงเอย ผมว่ามันสูบพลังงานสุดๆ เลยนะ “ไม่ต้องจัดอะไรเป็นพิเศษหรอกนะ แค่ทุกคนอวยพรให้ข้าก็พอแล้ว เราควรเก็บเงินไว้ใช้ทำสงคราม”


“เฮ้ๆ ไม่ต้องเคร่งเครียดขนาดนั้นก็ได้มั้ง” ยูดัมค้าน เหลียวขึ้นมามองผม “จัดงานนิดหน่อยก็พอไหวน่า”


“งั้นจัดฉลองแค่กับคนในแล้วกัน ข้าไม่อยากจัดใหญ่โตถึงขั้นเชิญเทพชั้นผู้น้อยมาฉลอง” ผมยอมให้มีงานนิดหน่อย ทั้งที่จริงแล้ววันเกิดอยากจะหยุดทุกอย่างแล้วนอนอืดบนเตียงด้วยซ้ำ “ส่วนดินแดนอื่นๆ เขาอยากจะฉลองยังไงก็ตามสบาย ข้าไม่ว่าจะประกาศเป็นวันหยุดพักผ่อนไปเลยก็ได้”


บริทท์ยิ้มบาง “ในเมื่อมาร์ลันเป็นเจ้าของวันเกิด เขาอยากจะจัดแบบไหนก็ตามใจเขาเถอะ อีกอย่างถ้าเราไม่ได้จัดเอิกเกริกประชาชนก็จะเห็นว่าโอดินไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายเพื่อเก็บเงินไว้ทำประโยชน์ด้านอื่น เป็นการเพิ่มชื่อเสียงที่ดีนะ”


พอบริทท์พูดแบบนั้น ทุกคนก็เริ่มคล้อยตาม หลังจากได้บริทท์มาเป็นพวกแล้ว อีกฝ่ายคอยบอกข้อดีของการตัดสินใจผมตลอด สบายขึ้นเยอะเลย


และด้วยเหตุนี้งานเลี้ยงวันเกิดของผมถึงจัดขึ้นเล็กๆ กันภายใน ผู้ร่วมงานคือเหล่าพระชายาทั้งสามกับเนลโลแค่นั้น ส่วนเทพที่เหลือแค่อวยพรกับส่งของขวัญให้ผมก็พอ


แต่ก็นะ... ถึงผมจะไม่รู้สึกอะไรกับวันเกิดที่ไม่ใช่ของตัวเอง แต่ผมก็ชอบงานเลี้ยงและเรื่องเซอร์ไพรส์อยู่บ้าง ทว่าพอผมตกลงเรื่องงานวันเกิด พวกเขาก็พร้อมใจกันถามว่าอยากได้อะไรเป็นของขวัญ


เล่นถามโต้งๆ อย่างนี้เลย? บางทีพวกเขาคงไม่รู้ว่าการเซอร์ไพรส์คนที่จะให้ของขวัญนั้นมันน่าตื่นเต้นกว่า แต่พอผมบอกไปตามที่คิดก็ถูกอาซราตอกกลับนิ่มๆ ว่า ของขวัญควรเป็นของที่เจ้าของวันเกิดอยากได้ และผู้ให้เป็นคนไปหามาได้นั่นจึงจะล้ำค่า


ผมหมดคำพูดไปเลย


คงเพราะต่างวัฒนธรรมกัน ความคิดจึงได้แตกต่างออกไปด้วย ทว่าผมดันไม่มีของที่อยากได้เป็นพิเศษเนี่ยสิ ผมจึงต้องบอกกับพวกเขาไปว่าอะไรก็ได้ที่คิดว่าดีกับผม เท่านั้นแหละถึงจะเลิกเซ้าซี้ถามกันได้


ผมคิดถึงตอนเป็นมาเฟีย ลูกน้องมักจะเอาของขวัญแปลกๆ มาให้เสมอ ไม่ว่าจะกล่องถุงยางอนามัยแบบหลากสี หลายกลิ่น หลากรสชาติ (?) , น้ำศักดิ์สิทธิ์จากคงคาส่งตรงมาจากอินเดีย หรือเสื้อผ้าแปลกสไตล์ชนเผ่าจากอเมซอน มาคิดๆ ดูแล้วของขวัญพวกนั้นปัญญาอ่อนหลายชิ้น แต่ผมก็ยังมีความสุขกับมัน เพราะอะไรน่ะเหรอ? ก็เพราะว่าต่อให้เขามีเงินก็ไม่มีทางซื้อมากินหรือมาใช้ยังไงล่ะ ความสนุกมันอยู่ตรงที่ลูกน้องผมต้องควักเงินจ่ายของไร้สาระเพื่อเอาใจผมเนี่ยแหละ


มารอบนี้เนื่องจากเป็นถึงโอดิน ผมว่าของขวัญยังไงก็ต้องเป็นของหรูหราน่าเบื่อแน่ๆ จะมีใครหาญกล้าส่งของขวัญแปลกพิลึกให้ผมกันล่ะ จริงไหม?


ผมนอนกลิ้งอยู่บนเตียงมองดาบโลกิที่ยังคงประดับอยู่ข้างฝา แผ่ไอทะมึนออกมาทำให้ห้องเย็นเยียบ หลังๆ ข้ารับใช้คนอื่นไม่กล้าอยู่ในห้องของผมนานเพราะทนแรงกดทับรังสีอำมหิตจากดาบไม่ไหว มีเพียงแค่เนลโลที่ยืนหยัดปรนนิบัติผมอย่างขยันขันแข็ง สมกับเป็นวิลี


“นอนไม่หลับหรือพ่ะย่ะค่ะ?”


เนลโลนั่งอยู่ข้างเตียง เขาจะคอยดูอยู่จนกระทั่งผมหลับ ตอนแรกๆ ผมก็ไม่ชอบหรอกที่มีคนมาจ้อง แต่เจ้าตัวยืนกรานว่ามันคือหน้าที่ผมเลยจำใจปล่อยให้ดูแล


“อืม ไม่รู้ว่าทำไมข้าถึงไม่ง่วง”


ดึกป่านนี้แล้วผมควรจะเหนื่อยจนผล็อยหลับไปเหมือนทุกทีสิ แต่นี่ตาสว่างโร่เลย หรือเพราะเจ้าฟิก้าที่กินไปสามแก้วนั่นเริ่มทำพิษกันนะ


“จะให้กระหม่อมเอานมอุ่นมาให้ไหมพ่ะย่ะค่ะ เผื่อช่วยให้หลับสบายขึ้น” เนลโลอาสารับใช้อย่างแข็งขันเช่นเคย


“ไม่ละ ข้าไม่อยากดื่ม” ผมกระเด้งตัวขึ้นมานั่ง มองไปที่หน้าต่างซึ่งเปิดให้เห็นท้องฟ้าสีน้ำเงินล้ำลึกดารดาษด้วยดวงดาว “ข้าไปเดินเล่นดีกว่า ไม่แน่มันอาจจะช่วยให้หลับง่ายขึ้น”


เนลโลลุกขึ้น มือเอื้อมไปหยิบตะเกียงขึ้นมาเตรียมพร้อม “เช่นนั้นกระหม่อมก็จะตามเสด็จไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ”


“ตามใจ”


ยังไงผมไม่มีทางทัดทานอะไรได้อยู่แล้ว ผมรับเสื้อคลุมมาห่มกายก่อนจะก้าวยาวๆ ออกมาด้านนอกวัง


ตอนกลางคืนลมเย็นสบายกว่าตอนกลางวันมากนัก ผมไม่เคยมาเดินเล่นตอนกลางคืนเลย บรรยากาศมันช่างแตกต่างจากตอนสว่างเสียนี่กระไร


ผมเดินทอดน่องไปเรื่อยๆ โดยมีเนลโลถือตะเกียงเดินอยู่ข้างๆ เขารับใช้ผมมานานจึงรู้ดีว่าในตอนที่เดินเล่นผมไม่ชอบให้คนคุยด้วยเพราะมันขัดอารมณ์สุนทรีย์ของผม ฉะนั้นเนลโลจึงเดินไปกับผมเงียบๆ ด้วยใบหน้าที่แต่งแต้มรอยยิ้มบาง


ผมสูดลมหายใจเข้าปอดรับรู้ถึงความผ่อนคลายที่โอบล้อมร่างกายนี้ ผมเดินผ่านอุทยานที่มีเสียงแมลงร้อง เดินผ่านพวกทหารยามที่เดินตรวจตรายามค่ำ เลยผ่านวังของอาซราจนไปถึงทุ่งหญ้ากว้างใหญ่จนมองเห็นท้องฟ้าบรรจบกับแผ่นดินที่ปลายสายตา


“เคยคิดมานานแล้วว่าข้าอยากทำแบบนี้” ผมทำตาวิบวับ ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนพื้นหญ้า “อะฮ้า! นุ่มจริงๆ ด้วย!”


ไม่รู้ว่าเพราะพื้นดินนี้อุดมสมบูรณ์หรืออย่างไรหญ้าของที่นี่จึงแตกต่างจากที่อื่น มันไม่ได้แข็งกระด้างยามสัมผัสก็ไม่เหมือนโดนเข็มทิ่ม แต่กลับนุ่มประหนึ่งขนนกมิหนำซ้ำยังหอมเหมือนที่หญ้าสดใหม่พึงเป็น


“หากทรงโปรดจะให้ขนหญ้าไปทำที่นอนเฉพาะก็ได้นะพ่ะย่ะค่ะ” เนลโลทำหน้าที่เป็นข้ารับใช้ที่ดีเสนอออกมา


“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นหรอก ข้าชอบที่มันเป็นธรรมชาติแบบนี้มากกว่า” ผมว่ายืดตัวขึ้นประหนึ่งเป็นแมวขี้เกียจ “ว่าแต่เจ้าจะยืนให้เมื่อยทำไม มานั่งสิ”


ผมตบพื้นที่ว่างข้างๆ อย่างใจกว้าง เนลโลก็พยักหน้า


“พ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นขออนุญาต”


“ตามสบายๆ”


เนลโลที่รักษาความสะอาดอยู่เป็นนิจไม่ยอมนอนลงแบบผม แต่นั่งลงแทน เจ้าตัวเก็บชายเสื้อขึ้นให้แค่ส่วนของกางเกงแตะพื้นได้เท่านั้น


ผมแอบกลอกตา “บอกแล้วไงว่าให้ทำตัวตามสบาย เจ้าจะพิถีพิถันเรื่องความสะอาดอะไรขนาดนั้น”


“กระหม่อมติดเป็นนิสัยไปเสียแล้วพ่ะย่ะค่ะ” เนลโลยิ้มแบบขอลุแก่โทษ พลางหรี่ไฟตะเกียงให้เหลือแค่แสงอ่อนๆ นวลตา


“เฮ้อ เอาเถอะๆ” ผมขี้เกียจจะแย้งแล้ว เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าที่ดวงดาวระยิบระยับไม่ต่างอะไรกับที่โลกเก่าของผม “วันนี้ดาวสวยนะ ดีจังที่ฟ้าโปร่ง”


“พ่ะย่ะค่ะ" เนลโลเงยหน้าขึ้นมองฟ้าบ้าง “ท้องฟ้าคงจะรู้ว่าใกล้ถึงงานวันเกิดของโอดินแล้วจึงทำให้อากาศดีแบบนี้”


“เจ้าก็พูดเกินไป จะอากาศดีหรือไม่ดียังไงก็จัดในวังอยู่แล้ว ข้าไม่สนหรอก”


ตอนที่พูดลมก็พัดมาอีกระลอก ใบหญ้าปลิวขึ้นไปในอากาศ ผมมองดอกหญ้าสีขาวลอยฟุ้งก่อนจะเห็นเนลโลกำลังก้มมองผมอย่างอ่อนโยน


หัวใจของผมเต้นผิดจังหวะขึ้นมานิดนึง ก่อนจะถามไป “เจ้ามองข้าทำไม”


“กระหม่อมแค่มองรอยพระสรวลของฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ” เนลโลสารภาพตามตรง “กระหม่อมไม่ค่อยได้เห็นรอยพระสรวลเท่าไหร่จึงต้องมองให้คุ้ม”


“ทำไม? เจ้าชอบรอยยิ้มของข้าหรือไง”


ผมแค่หยอกไปเท่านั้น ผิดคาดที่อีกฝ่ายกลับตอบว่า


“พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมชอบรอยพระสรวลของพระองค์มากที่สุด”


ไอ้หมอนี่พูดอะไรเนี่ย ผมถึงกับหน้าร้อนผ่าว นี่ผมจะใจเต้นกับคำว่าชอบนั่นทำไมกัน อีกฝ่ายก็แค่ชอบรอยยิ้มของร่างนี้เท่านั้นเอง!


“งั้นข้าไม่ยิ้มแล้ว” ผมตะแคงข้างซ่อนใบหน้าไว้


“เอ๋? ทำไมล่ะพ่ะย่ะค่ะ ฝ่าบาทมีรอยพระสรวลที่งดงามมากนะพ่ะย่ะค่ะ!”


เลิกชมเสียทีได้ไหมเนี่ย! ผมก้มหน้างุด “ข้าจะยิ้มหรือไม่ยิ้มก็เรื่องของข้า! อย่ามาเซ้าซี้น่า!”


ผมคิดว่าพูดแค่นี้เนลโลน่าจะยอมรามือแล้ว ที่ไหนได้เจ้าตัวกลับขยับมาคร่อมผมเฉย!


ตอนที่เห็นแขนของอีกฝ่ายอยู่ตรงหน้ากับเงาที่ทาบทับเบื้องบนผมก็ตัวแข็งทื่อ เดี๋ยวนะ ปกติเนลโลไม่เคยทำแบบนี้กับผมนี่นา ไหงอยู่ๆ ก็มารุกใส่ละเฮ้ย!


ผมเหลือบตามอง “นี่เจ้าทำอะไร!”


เนลโลทำหน้ามุ่ยใส่ผม “ก็ ก็ฝ่าบาทโกรธกระหม่อมนี่นา กระหม่อมเลยมาง้อ”


ง้อด้วยวิธีการแบบนี้เนี่ยนะ ผมเหลือกตากลับ


“นี่คือง้อของเจ้า? ดูยังไงก็เหมือนกับ...!”


“เหมือนกับอะไรพ่ะย่ะค่ะ” เนลโลถามด้วยใบหน้าใสซื่อ


เหมือนกับจะปล้ำผมน่ะสิ... ผมไม่อาจต่อประโยคได้เมื่อเจอเข้ากับหน้าที่ดูใสบริสุทธิ์นั่น หรือบางทีผมจะคิดมากเกินไปนะ


“เอาละๆ เจ้าถอยไป ข้าไม่ได้โกรธเจ้าหรอก” ผมพยายามดันร่างอีกฝ่ายให้ถอยไป แต่เนลโลกลับคว้ามือผมมากุม


“ฝ่าบาทไม่ต้องพระทัยกว้างกับกระหม่อมหรอกพ่ะย่ะค่ะ หากกระหม่อมทำสิ่งใดให้ไม่พอพระทัย ทรงสามารถสั่งลงโทษได้ทุกเมื่อ! ”


เอ็งเป็นมาโซคิสต์หรือไง มีอย่างที่ไหนมาเรียกร้องให้ได้รับการลงโทษเนี่ย!?


“เจ้าไม่ได้ทำอะไรผิดถึงขั้นต้องโดนลงโทษเสียหน่อย”


“ไม่พ่ะย่ะค่ะ! ผิดก็คือผิด! หากฝ่าบาทไม่ลงโทษกระหม่อม กระหม่อมต้องรู้สึกไม่สบายใจไปตลอดแน่ๆ!”


เนลโลยืนกรานจะให้ผมลงโทษให้ได้ ผมคลึงขมับตัวเองอะไรจะเป็นคนจริงจังปานนั้น


“จะเอาโทษให้ได้จริงๆ เหรอ?”


“พ่ะย่ะค่ะ!”


อุตส่าห์ให้โอกาสแล้วนะ ผมได้แต่ถอนหายใจเฮือก ครุ่นคิดบทลงโทษอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะนึกอะไรแผลงๆ ขึ้นมาได้


“งั้น... ข้าจะลงโทษด้วยการให้เจ้าอุ้มข้าไปถึงที่ห้อง ถ้าทำได้ถือว่าหายกัน!”


ผมอมยิ้มกับความคิดนี้ ระยะทางจากทุ่งหญ้านี้ไปถึงห้องก็ไกลอักโข ไหนจะต้องขึ้นบันไดอีก เนลโลได้แบกผมจนหอบแฮกแน่ๆ!


ทว่าเนลโลกลับยิ้มกว้างเหมือนดีใจออกมา “พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมจะแบกฝ่าบาทไปจนถึงห้องเอง”


“อืม”


ผมตั้งตารอดูหายนะของเนลโล ทว่าอีกฝ่ายกลับช้อนตัวผมขึ้นมาแล้วอุ้มในท่าเจ้าหญิง...


ผมทำตาโต “เดี๋ยว! นี่อะไร!?”


“ก็อุ้มไงฝ่าบาท กระหม่อมจะอุ้มไปให้ถึงห้องเลยพ่ะย่ะค่ะ!”


“ไม่ใช่! ไม่ใช่แบบนี้สิ! เจ้าจะอุ้มข้าแบบนี้ไม่ได้นะ! หยุดก่อนเนลโล!”


ไม่ว่าผมจะแหกปากร้องโวยวายแค่ไหน เนลโลก็ยังรับบทลงโทษด้วยความกระตือรือร้นประหนึ่งว่าตัวเองได้รับรางวัล ส่วนผมต่างหากที่รับโทษของจริง!


ระหว่างทางมีคนเห็นเหตุการณ์อยู่มากไหนจะนางกำนัลข้ารับใช้กะดึก ทหารยาม พรุ่งนี้มันต้องมีข่าวลือแปลกๆ แพร่ออกไปแน่เลย!


ครั้งหน้าผมจะไม่เล่นแผลงๆ กับเนลโลอีกแล้ว! บัดซบเอ๊ย!


*******************************************


วันต่อมาผมก็ได้รับขอบตาคล้ำราวกับหมีแพนด้าเป็นบทลงโทษจากการแกล้งเนลโล ความกระตือรือร้นของผมค่อยๆ หายไปเปลี่ยนเป็นความง่วงซึมเพราะของขวัญที่ทยอยกันเข้ามาให้ผมล้วนเป็นของดีอย่างที่ว่า... หรูหราราคาแพงทั้งนั้น


ผมไม่ใช่คนบ้าเครื่องประดับ รูปปั้น ภาพวาดหรือแจกันเลยสักนิด ยิ่งให้แบบเดียวกันมาเยอะจะไม่ให้เบื่อและง่วงยังไงไหว ตอนนี้ผมมีแหวนสิบวง สร้อยแปดเส้น แจกันสิบห้าชิ้น ภาพวาดอีกนับสิบและผ้าอีกหลายม้วน ผมได้แต่สั่งให้เนลโลเอาของพวกนั้นเข้าท้องพระคลังไม่คิดจะเก็บเอาไว้ใช้เลยสักชิ้น เพราะแค่ที่มีอยู่มันก็เพียงพอแล้วสำหรับผมน่ะนะ


ด้วยเหตุนี้ผมจึงไปตั้งความหวังกับของขวัญจากเนลโลและเหล่าพระชายาว่าจะออกมาในรูปแบบไหน ได้แต่หวังว่ามันจะ 'พิเศษ' กว่าของที่เทพองค์อื่นๆ ให้มา


อย่าให้ซ้ำกับพวกที่ให้มาแล้วกัน ไม่อย่างนั้นนะ ต่อให้เป็นของจากคนสนิทก็ตาม ผมจะโยนเข้าท้องพระคลังหมดเลย!


“ฝ่าบาท นี่เป็นของขวัญจากกระหม่อมพ่ะย่ะค่ะ”


ของขวัญของเนลโลไม่มีอะไรมาก นอกเสียจากว่าเป็นขนม แต่มันเป็นขนมที่ผมบ่นอยากกินมาตั้งนานแล้ว ไอศกรีม! แถมยังเป็นรสสตรอว์เบอร์รีด้วย ในที่สุดเนลโลก็ทำสำเร็จแล้วสินะ!


“ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะทำได้!” ผมมองก้อนไอศกรีมสีชมพูสี่ลูกด้วยความรู้สึกตื้นตัน “เจ้าทำมันยังไงน่ะ?”


“กระหม่อมก็แค่บดสตรอว์เบอร์รี่ผสมกับนมจากนั้นใช้รูนอิซา รูนแช่แข็งมันเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” เนลโลอธิบายขั้นตอนแบบเรียบง่าย “เนื่องจากกระหม่อมไม่เคยกินไอศกรีมมาก่อน และไม่รู้ว่ามันมีขายที่ไหน แต่ฟังจากฝ่าบาทเคยตรัสไว้ก็เลยลองทำมาดูพ่ะย่ะค่ะ ไม่รู้ว่าจะใกล้เคียงหรือเปล่า”


“ไม่เลวเลย! อาจจะไม่เหมือนซะทีเดียว แต่รสชาติมันอร่อยมาก!”


ยังไงซะมันก็ทำมาจากสตรอว์เบอร์รีสดและนมสดๆ! มันจะมีอะไรดีไปกว่าของใหม่ที่ส่งตรงจากไร่และฟาร์มใช่ไหมล่ะ ชิมไปคำนึงผมลืมความขุ่นเคืองเรื่องเมื่อวานไปเลย


เอาเป็นว่าผมจะไม่ถือสาหาความเรื่องที่ถูกอุ้มนั่นแล้วกันนะ


เนลโลยิ้มหน้าบาน “ดีใจที่ฝ่าบาททรงชอบพ่ะย่ะค่ะ”


“อืม ขอบใจมากนะ ข้าจะทานอย่างดีเลย!”


ผมละเลียดกินไอศกรีมถ้วยนั้นไปอย่างมีความสุข คราวนี้ก็ถึงตาของขวัญจากอาซรา ตอนแรกผมนึกว่ามันจะเป็นม้วนผ้าเสียอีก แต่กลายเป็นว่าอาซราตัดเย็บเสื้อคลุมให้ มันเป็นเสื้อคลุมตัวยาวสีน้ำเงินที่พอมันไปกระทบกับแสงแล้วมันจะวิบวับได้ ลวดลายกับสีของมันชวนให้นึกถึงท้องฟ้ายามราตรีประดับหมู่ดาวมากๆ


“เจ้าเย็บเองเลยเหรอ” ผมประหลาดใจเพราะรอยตะเข็บเย็บเป็นระเบียบเรียบร้อย แทบไม่น่าเชื่อว่าใช้มือทำ แต่ยุคนี้ยังไม่มีจักรเย็บผ้าเลยนี่นา


“ใช่แล้ว ใช้เวลาประมาณหนึ่งเดือนเต็มกว่าจะเสร็จ” อาซรายิ้มอย่างภูมิใจ ก่อนจะจับเสื้อคลุมไว้ “มาร์ลันลองสวมดูสิ”


“เอ๊ะ? แต่ตอนนี้อากาศมันร้อนนะ ขืนลองใส่เหงื่อต้องท่วมตัวข้าแน่ๆ”


ถึงมันจะสวยแค่ไหน แต่เนื้อผ้าหนาขนาดนี้ผมไม่ยอมใส่ในฤดูร้อนเด็ดขาด ไม่เข้าใจว่าทำไมอาซราถึงตัดเย็บชุดแบบนี้มาก็ไม่รู้


“มันไม่ร้อนเพราะนี่คือเสื้อคลุมเย็น” อาซราว่าคะยั้นคะยอให้ผมลองสวมดู “ผ้าน่ะมาจากไหมแห่งดินแดนเอลฟ์ ตัวผ้าจะเย็นตลอดเวลาไม่ว่าจะอยู่กลางแดดหรืออากาศร้อน”


“เห? มีของแบบนี้ด้วยเหรอเนี่ย”


จัดว่าเป็นของแปลกใหม่ ผมไม่รอช้ารีบสวมทันที และก็เป็นอย่างที่อาซราว่า พอใส่แล้วแทนที่จะร้อนกลับเย็นสบายอย่างบอกไม่ถูกราวกับมีแอร์ติดตั้งข้างในเสื้อคลุม


“เป็นยังไงบ้าง?”


“ชอบมากเลย! ขอบใจนะอาซรา!”


ทีนี้ผมก็ไม่ต้องคิดมากว่าอากาศร้อนแบบนี้จะใส่เสื้อผ้าน้อยชิ้นดีออกไปข้างนอกดีหรือเปล่า ฮ่าฮ่าฮ่า


“หากเจ้าพอใจ ข้าก็รู้สึกว่าคุ้มค่าที่ตัดเย็บมันขึ้นมาแล้วละ” อาซรายิ้มอย่างอ่อนโยน ดวงตาเปี่ยมไปด้วยความสุข


ถัดจากนั้นก็เป็นของขวัญจากยูดัม ผมเดาทางได้เลยว่าคนที่ชื่นชอบการต่อสู้นี้จะให้อะไร ปรากฏว่ามันคืออาวุธอย่างที่คิด แต่ไม่ใช่มีด ดาบหรือว่าหอก กลับเป็นธนูสีทองงดงาม แถมยังดูแข็งแกร่งอีกด้วย


“นี่เป็นธนูอรุณรุ่งที่ข้าขอให้คนแคระช่วยทำมาให้เจ้าโดยเฉพาะ” ยูดัมบรรยายของขวัญที่เอามาให้ราวกับจะโอ้อวด “น้ำหนักเบา แต่งดงาม แข็งแรงและยืดหยุ่น ต่อให้เป็นมือใหม่ก็ใช้ได้ง่ายๆ”


ว่าพลางยูดัมหยิบคันธนูกับลูกศรขึ้นมาแล้วทดลองยิงออกไปนอกหน้าต่าง ลูกธนูปักลงกลางลำต้นอย่างมั่นคงและรวดเร็วจนมองแทบไม่ทัน


“สุดยอดเลย”


ผมปรบมือชื่นชมฝีมือของยูดัม แต่อีกฝ่ายกลับหัวเราะ


“ไม่ต้องชมหรอก เดี๋ยวข้าก็จะฝึกเจ้าให้เก่งแบบนี้เช่นกัน ใช้ธนูได้ก็ดีนะ ได้เปรียบในการกำจัดศัตรูจากระยะไกล”


“อืม ข้าจะตั้งใจใช้มันอย่างดีเลย ขอบใจมากๆ”


ผมมาทางสายยิงอยู่แล้ว แต่ถ้าธนูที่ทำมาเป็นพิเศษใช้ง่ายขนาดนี้ ผมเองก็น่าจะใช้ได้บ้างเหมือนกัน


และแล้วก็มาถึงคนสุดท้าย บริทท์มอบปลอกคอสัตว์เลี้ยงสวยๆ ที่สลักชื่อของเจ้าอีกาและเจ้าหมาป่าให้ผม ถึงจะไม่ใช่ของขวัญที่ผมต้องใช้ก็เถอะ แต่เอามาให้พวกสัตว์เลี้ยงแทนก็ไม่เลว


“ข้าคิดว่ามาร์ลันคงได้ของขวัญที่เป็นของตัวเองจนล้นห้องแล้ว เลยอยากจะให้พวกสัตว์เลี้ยงบ้างน่ะ” บริทท์นั่งยองๆ สวมปลอกคอให้กับหมาป่าทั้งสองด้วยตัวเอง “ปลอกคอนี้ไม่ได้สลักชื่อแค่ธรรมดาๆ แต่มันสลักรูนอาซูส รูนแห่งสัญญาณและข่าวสารไว้ด้านหลังด้วย”


ว่าแล้วก็พลิกป้ายชื่อด้านหลังให้ดู ผมเห็นว่าอักษรรูนก็สลักไว้เหมือนกัน ไม่ได้ใช้เขียนเหมือนเครื่องรางทั่วไป


“อันนี้ใช้ได้ตลอดใช่ไหม รูนนี่น่ะ?”


“ใช่ ไม่เหมือนเครื่องรางที่ใช้ครั้งหนึ่งก็หมดไป แต่ใช้ได้ตลอด ตราบใดที่สวมปลอกคอนี้ไว้หากมาร์ลันเรียกหา พวกมันก็จะมาทันที”


“นั่นเยี่ยมไปเลยสิ!”


ปกติหมาป่าจะอยู่กับผมอยู่แล้ว แต่เจ้าอีกาสองตัวนี้มักหายไประหว่างวัน บางทีผมอยากจะเรียกใช้มันทำอะไรต้องสั่งตั้งแต่ตอนเช้า จะมาสั่งในตอนสายไม่ได้เพราะมันโบยบินไปหาข่าวที่อื่นแล้ว


บริทท์ยิ้มบาง “ของขวัญของข้ามีแค่นี้ มันอาจจะไม่ดีเท่าของคนอื่น...”


“ไม่เลย มันดีมาก” ผมขัดขึ้น กล่าวด้วยความหนักแน่น “จริงๆ นะ ข้าชอบมากเลย”


เมื่อผมมีท่าทีพออกพอใจ บริทท์ก็สบายใจขึ้น ในตอนค่ำผม เนลโลและเหล่าพระชายาทั้งสามก็ร่วมโต๊ะอาหารกัน เป็นครั้งแรกที่พวกเรากินแบบนี้จากปกติที่นั่งร่วมโต๊ะจิบฟิก้ากับของว่าง


การได้จัดงานวันเกิดเล็กๆ ในครอบครัวทำให้ผมผ่อนคลายและมีความสุขได้มากขึ้น ผมเกลียดความวุ่นวาย แถมไม่ต้องปั้นหน้ายิ้มแย้มต่อหน้าเทพทั้งหลายที่มาร่วมงานเลี้ยงด้วย พวกเขาแค่มาอวยพรและให้ของขวัญเสร็จก็ปล่อยให้ผมได้ใช้เวลาแสนสุขในวันเกิด


พอได้พูดคุยสังสรรค์กัน พระชายาทั้งสามคนของผมดูจะเป็นมิตรมากขึ้น แต่ผมก็ยังไม่อาจวางใจได้เต็มร้อย ไม่มีอะไรแน่ใจได้ ฉากหน้าทั้งสามคนนี้อาจจะทำตัวสนิทสนมกับผม แต่ลับหลังไปทำอะไรใครจะรู้ได้


เพื่อไม่ให้ตัวเองตายอนาถเหมือนในนิยาย ผมจะไม่เชื่อใจใครทั้งนั้น


ด้วยเหตุนี้ผมจึงหยอดคำหวานและหว่านเสน่ห์ให้พระชายาอยู่เรื่อยๆ ผมคาดหวังจะเห็นสีหน้าเอือมระอา ไม่ก็เขินอายของพวกเขา แต่คราวนี้มันไม่เป็นอย่างนั้นเสียแล้ว…


“ขอบใจสำหรับเสื้อคลุมนั้นนะ อาซรา ข้าสัญญาว่าจะสวมทุกวันเลยจนกว่ามันจะขาดเปื่อยไปข้างหนึ่ง!”


ผมพูดอย่างเอาใจและในมื้อค่ำนี้ผมก็ใส่มาแสดงถึงความยินดีที่ได้รับของขวัญด้วย


อาซรายิ้มหวานมากขึ้น “ขอบคุณนะ เจ้าใส่ทุกวันแบบนี้ก็ดีจะได้เหมือนกับข้าโอบกอดตัวเจ้าอยู่ตลอดเวลาไงล่ะ”


พรวด!


คงมีหลายคนไม่คิดว่าจะได้ยินคำพูดทำนองนี้จากปากฟริกกาผู้เคร่งขรึม ยูดัมกับบริทท์จึงสำลักอาหารกันถ้วนหน้า ส่วนผมน่ะหรือถึงกับใจเต้นไปชั่วแวบหนึ่ง ความคิดที่จะใส่ทุกวันอยากเปลี่ยนเป็นไม่ใส่อีกเลยตลอดชีวิต!


เห็นท่าว่าตัวเองอาจจะไม่รอดหากปากหวานใส่อาซราต่อไป ผมจึงเบนเข็มไปหายูดัมที่กำลังเช็ดปากตัวเองจากการสำลักอยู่


“ฮะๆ ยูดัมปากเลอะไปหมดแล้ว เอ้า! ข้าช่วยนะ”


ผมแค่อยากจะเช็ดแล้วหยอกล้อนิดหน่อยพอให้ตื่นเต้น แต่คาดไม่ถึงว่ายูดัมก็เล่นผมกลับเหมือนกัน ทันทีที่ปลายนิ้วแตะริมฝีปาก ยูดัมก็เลียมัน แถมยังใช้สายตามองมายังเร่าร้อน จนผมถึงกับสะอึกเบาๆ รีบชักมือกลับก่อนที่ผมจะอ่อนระทวยเพราะสายตาและการกระทำนั้น


“อา โทษที แบบว่ามือของมาร์ลันหอมน่ากินก็เลยเผลอเลียน่ะ แต่รสชาติหวานใช้ได้เลยนะ จนอยากจะชิมส่วนอื่นด้วยจังเลย”


อ๊ากกกกก!! ผมไม่สู้กับยูดัมแล้ว!


อาซราใช้วาจาทำให้ใจมาร์ลันเต้นรัว ส่วนยูดัมรุกด้วยร่างกาย สองคนนี้ผมไม่อาจต่อกรได้! ฉะนั้นจึงเหลือเพียงหนึ่งเดียวในที่นี้ที่จะกอบกู้หน้าของผมได้!


ทว่าผมยังไม่ทันลงมือทำอะไร บริทท์ก็จับมือของผมขึ้นมา แล้วบรรจงเช็ดปลายนิ้วที่ถูกยูดัมเลียให้อย่างนุ่มนวล


“ทำความสะอาดก่อนนะ แล้วค่อยกินต่อ”


“เฮ้ๆ! เจ้าทำอย่างกับน้ำลายข้าเป็นสิ่งสกปรกอย่างนั้นแหละ!”


ยูดัมโวยวายไม่พอใจ บริทท์ยักไหล่แล้วถามกลับไปอย่างนิ่มๆ


“แล้วถ้าข้าเลียมือเจ้าบ้าง จะรังเกียจไหม?”


“เอ่อ ไม่เชิงรังเกียจ แต่ก็ไม่สบายใจ”


โดนตอกกลับมาแบบนี้ยูดัมจึงอับจนคำพูด บริทท์หัวเราะหึๆ ในลำคอ


“ขนาดเจ้ายังรู้สึกไม่สบายใจที่จะใช้มือที่เปื้อนน้ำลายของข้า มาร์ลันก็คงรู้สึกแบบเดียวกัน และแทนที่เจ้าจะทำแบบนั้น...” บริทท์ยกมือของผมขึ้นมาแล้วจูบลงบนฝ่ามือนั้นอย่างอ้อยอิ่ง “ทำแบบนี้ดูดีกว่านะ”


โอเค... ผมขอยอมแพ้...


แม้แต่บริทท์ที่น่าจะรุกไม่เป็น บัดนี้สกิลอัปจนมีออร่าของความเป็นสามี (?) ขึ้นมา ดูเหมือนว่าทุกคนจะไม่กระอักกระอ่วนหรือทำสีหน้าแปลกๆ เวลาที่ผมหยอกล้ออีกแล้ว แต่กลับรุกกลับอีกต่างหาก สามคนนี้เริ่มมีภูมิต้านทานแล้ว!


เนลโลเห็นผมกำลังตกที่นั่งลำบาก จึงช่วยด้วยการเปลี่ยนหัวข้อสนทนา


“หลังจากงานวันพระราชสมภพนี้ไปแล้ว ฝ่าบาทต้องเข้าไปพบกับนอร์นนะพ่ะย่ะค่ะ”


“นอร์นงั้นเหรอ?” ผมเลิกคิ้วขึ้น เทพธิดาทั้งสามที่คอยทำนายโชคชะตานั่นน่ะนะ “ไปพบทำไม?”


“มาร์ลัน เจ้ายังไม่แก่เลยนะ ลืมได้ยังไงเนี่ย”


ยูดัมยิ้มละเหี่ยใจ ผมก็ค้อนกลับไป


“คนเรามันก็ต้องมีลืมบ้างอะไรบ้างสิ อย่ามาล้อเลียนข้าน่า!”


ก็ผมไม่ใช่มาร์ลันตัวจริงนี่หว่า จะไปจำเรื่องราวในอดีตของร่างนี้ทั้งหมดได้ยังไง


เนลโลยื่นมือเข้ามาช่วยอีกครั้ง “ที่ฝ่าบาทต้องไปพบเป็นเพราะนอร์นจะได้ทำนายโชคชะตาของปีพ่ะย่ะค่ะ รวมถึงกำหนดการขึ้นพระราชพิธีราชาภิเษกด้วย”


พระราชพิธีราชาภิเษก... นี่หมายความว่าตัวมาร์ลันยังไม่ได้ขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการหรอกหรือ? ผมคิดอย่างตกตะลึงกับเรื่องใหม่นี้


“ข้ายังไม่ได้ขึ้นบัลลังก์เป็นทางการ แต่ก็เหมือนเป็นโอดินไปแล้วนะ”


ผมบ่นงึมงำ อาซราได้ยินจึงระบายรอยยิ้มอ่อนโยน


“เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ โอดินองค์ก่อนทรงด่วนจากไปค่อนข้างเร็ว เลยทำให้มาร์ลันต้องขึ้นมาเป็นโอดินก่อนจะถึงอายุที่กำหนด ตอนนี้เป็นแค่โอดินรักษาการ อำนาจอาจจะยังมาไม่เต็มที่ แต่ถ้าได้ทำพิธีขึ้นครองราชย์อย่างถูกต้อง หากมีคำสั่งใดไปแล้วไม่ว่าใครก็ไม่อาจขัดขืนได้ทั้งนั้น”


ฟังคำของอาซรา ผมก็ถึงบางอ้อ มิน่าล่ะตอนที่สั่งงานขุนนาง บางทีเหมือนไม่ได้สั่ง ขุนนางบางคนก็ปฏิบัติตามที่สั่งดีอยู่หรอก แต่บางส่วนก็ไม่ทำตามโดยดีก็มี นึกว่าเป็นความไม่พอใจที่เขามาบริหารบ้านเมืองเสียอีก ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้หรอกเหรอ


ยูดัมยังคงสนทนาเรื่องนอร์นต่อไป “ได้ยินว่านอร์นจะไม่พบใครนอกจากโอดิน จึงเก็บตัวเงียบอยู่ในวังเท่านั้น ข้าอยากเห็นจริงๆ ว่านอร์นหน้าตาเป็นอย่างไร”


ในฉบับนิยายนอร์นก็แค่ถูกพูดถึงแบบผิวเผินเช่นกัน ฝั่งโลกิไม่ได้สนใจไยดีอะไรพวกนอร์นนัก ทำให้นอกจากคำทำนายเรื่องที่โลกิจะยึดครองแอสการ์ดแล้ว ตัวตนและรายละเอียดอื่นๆ ก็ไม่มีเพิ่มเติมอีก


พอพูดอย่างนี้แล้วก็อยากเห็นหน้าค่าตาเหมือนกันแฮะ ผมคิด


บริทท์ที่ชอบอ่านหนังสือมากกล่าวเพิ่มเติมว่า “ที่พวกนางเก็บตัวเงียบอยู่ในตำหนักก็เป็นเพราะกฎของนอร์นไม่ใช่หรือ ทั้งสามองค์มองเห็นอดีต ปัจจุบันและอนาคตของผู้คนได้ ถ้าไปพบปะผู้คนมากๆ ภาพเหล่านั้นจะเข้ามาในหัวและอาจทำให้สติหลุดได้”


“อืมๆ ข่าวลือพวกนั้นข้าก็เคยได้ยินเพราะแบบนี้ถึงต้องอยู่แต่ในตำหนักไงล่ะ” ยูดัมพยักหน้า


พอได้คุยกันเรื่องนี้แล้วความอยากรู้อยากเห็นที่มีต่อนอร์นก็เพิ่มมากขึ้น


หากพวกนางสามารถทำนายอนาคตได้จริง บางทีพวกนางอาจทำให้ผมรอดพ้นจากรูทหายนะก็ได้นะ


*รู้สึกว่ามีคนถามหาเล่มสองกันเยอะทีเดียว > < สำหรับเล่มสองรอปีหน้านะคะ แบบรูปเล่มด้วยรอปีหน้าทีเดียวเลยค่ะ ทั้งหมดสองเล่มจบ ถ้าใครมีข้อสงสัยก็คอมเมนท์ถามมาได้ค่ะ ไรท์จะไปตอบให้นะ แล้วก็ขอบคุณสำหรับคนที่อุดหนุนอีบุ๊คเรื่องนี้ค่ะ

*ประกาศอีบุ๊ค "ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก! เล่ม 1" วางจำหน่ายใน meb เป็นที่เรียบร้อยแล้วค่า!

โดยเนื้อหาประกอบด้วย เนื้อเรื่อง 29 ตอน + ตอนพิเศษ 4 ตอนเป็นพาร์ทของอาซรา ยูดัม บริทท์และเนลโล + ชั่วโมงจิบฟิก้า จำนวน 477 หน้า ซึ่งคนที่ซื้อไปจะได้อ่านก่อนใครเลย ยังไงก็อุดหนุนกันด้วยนะคะ เข้าตามลิ้งค์นี้เลย

อีบุ๊ค"ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอกเล่ม1"

 

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 865 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2142 0918762873 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 6 กันยายน 2563 / 13:03
    อยากให้อิน้องรับเนลโลเข้าฮาเร็มจังเลยค่ะ ฮรุก
    #2,142
    0
  2. #2118 Yok Poog (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 23:18
    การทำคะแนนของแต่ละคน โอ้ยใจ
    #2,118
    0
  3. #1459 Kanomjeennamya (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 12:45
    ทำไมฉันรู้สึกมาร์ลันใจเต้นกับเนลโลคนเดียวหว่า?
    #1,459
    0
  4. #1267 trp1021 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 04:36
    เรื่องดูเป็นไปได้ทุกทางเลย
    #1,267
    0
  5. #1213 kanda45 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:48

    รอรูปเล่มเลย
    #1,213
    0
  6. #1099 dream4try (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:01
    ไม่แปลกที่นางจะระแวงอะนะ
    พระชายาทั้งสาม ถ้าอยากได้ความเชื่อใจก็ต้องพิสูจน์ตัวให้มากๆ
    #1,099
    0
  7. #734 pornkamon2012 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2562 / 16:16
    ไรท์เราอยากถามว่าทำกี่เล่มจบคะ
    #734
    0
  8. #723 sakura17 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 22:43
    มาร์ลันใจเต้นเฉพาะกับเนลโลแฮะ
    #723
    0
  9. #481 NongYingNutty (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2562 / 11:23
    แซ่บๆทั้งนั้นเลย แง เป็นเขินนน
    #481
    1
    • #481-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      28 พฤศจิกายน 2562 / 18:55
      แซ่บจริงค่ะ > <
      #481-1
  10. #457 Love Drrr (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 10:58
    อยากอ่านเล่มสองแล้วค่า ค้างมากๆๆๆ
    #457
    1
    • #457-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      25 พฤศจิกายน 2562 / 11:10
      รอเล่มสองปีหน้านะคะ > < ระหว่างนี้มาเม้าในแต่ละตอนได้น้า

      ขอบคุณที่อุดหนุนนิยายนะคะ
      #457-1
  11. #454 star rose (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 22:50

    เขินแทนอ่ะ!! ฮือออออ
    #454
    1
    • #454-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      25 พฤศจิกายน 2562 / 06:19
      โดนรุกกลับแบบนี้ใครๆ ก็เขิน >///<
      #454-1
  12. #451 by no mean (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:38
    ตอนนี้มันเพนกระชุ่มกระชวยหัวใจดีแท้ แต่ลมมันสงบไปหรือเปล่าน้า...
    #451
    1
    • #451-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      25 พฤศจิกายน 2562 / 06:17
      ลมสงบก่อนพายุเข้าค่ะ > <
      #451-1
  13. #450 Little_Letter (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 20:30
    หนับหนุนให้อาซราเอาเสื้อคลุมมาขายที่ไทยค่ะ โซลเอ้าท์ภายในสามชั่วโมงแน่นอน!
    #450
    1
    • #450-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 21:06
      นอกจากจะช่วยปกปิดผิวไม่ให้โดนแดดเผาแล้ว ยังดับร้อนได้อีก เหมาะขายที่ไทยมากจริงๆ 5555
      #450-1
  14. #449 Princess Candy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 20:25
    น้องโดนรุกกลับถึงกับไปไม่เป็นเลย555
    #449
    2
    • #449-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 21:05
      ปกติรุกแล้วไม่โดนรุกกลับมานี่นา 55555
      #449-1
  15. #448 Mistyblack (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 20:16
    นอร์นอาจจะรู้ว่าน้องไม่ใช่โอดินตัวจริงก็ได้
    #448
    1
    • #448-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 21:05
      เดี๋ยวเรามารอดูกันตอนหน้าค่ะ ^ ^
      #448-1
  16. #447 cake08234 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 19:54
    กรี๊ดดังๆเลยค่ะแต่ว่ายังไม่มีเงินอยากได้อ่าาาาาาาาา
    ebook ลดราคาเลยนะถึงไรท์จะลดนิดเดียวแต่ก็ลดแหละ
    #447
    1
    • #447-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 21:04
      ลดเนื่องในโอกาสสิ้นเดือนค่ะ > <
      #447-1
  17. #446 iamdevils (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 19:38

    เรารักทุกเรือเลยยย
    #446
    1
    • #446-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 21:04
      ดีใจที่ชอบทุกเรือนะคะ > <
      #446-1
  18. #445 Sairattz (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 19:33
    เรือมาเเรงเเซงทางโค้งทุกอัน!
    #445
    1
    • #445-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 21:03
      แซงทุกลำจริงๆ ค่ะ
      #445-1
  19. #444 TTRRAA (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 19:10
    เรือผมแบบ;-; เรือผมก็คือทุกเรือนั่นแหละ ตอนนี้คือมาทุกลำแล้ว โฮ น้องพระเอกเรามีสามีแล้ว ร้องไห้ เป็นเขินๆ
    #444
    1
    • #444-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 19:17
      รู้สึกเหมือนเป็นพ่อแม่ที่ดีใจเห็นลูกเป็นฝั่งเป็นฝาใช่ไหมคะ 5555
      #444-1
  20. #440 Alistna (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 17:00
    ม้ามืดดดดดดดด
    #440
    1
    • #440-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 18:53
      ม้ามืดโผล่มาอีกคนแล้ว
      #440-1
  21. #439 NadPipatwong (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 16:38
    ชิปชั้นๆๆๆๆๆอั้ยยยยชั้นเชียร์คู่นี้!!!!
    #439
    1
    • #439-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 18:52
      เนลโลผู้มีแฟนคลับล้นหลาม 55555
      #439-1
  22. #438 maytawarin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 09:21
    มีเป็นเล่มๆมั้ยคะะ
    #438
    3
    • #438-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 09:52
      สำหรับรูปเล่มรอปีหน้านะคะ ออกทีเดียวสองเล่มจบเลย
      #438-1
    • #438-3 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 14:02
      ขอบคุณที่อุดหนุนค่า > <
      #438-3
  23. #437 chalisa1111 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 07:41
    ในที่สุด ! ชั้นรอเวลานี้มานานแล้ววววว ///ฟินนนนน์
    #437
    3
    • #437-2 chalisa1111(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 19:08
      รอไม่ไหวตอนนี้ไปซื้ออีบุ๊คมาแล้วค่ะ แหะๆ
      #437-2
    • #437-3 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 21:03
      ขอบคุณที่อุดหนุนนะคะ > <
      #437-3
  24. #436 Piposweet (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 23:38
    รอเล่ม2ต่ออ
    #436
    1
    • #436-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 05:53
      เล่มสองมาตามกำหนดการปีหน้านะคะ > <
      #436-1
  25. #435 min377 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2562 / 23:26
    ทำดีมากเนลโล!!
    #435
    1
    • #435-1 Anabella(จากตอนที่ 15)
      24 พฤศจิกายน 2562 / 05:52
      ส่งแรงใจให้เนลโลค่ะ
      #435-1