[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 10 : ประกาศครั้งที่ 9 สถานที่เดทของพวกเราล้วนเต็มไปด้วยสีแดงฉาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,039 ครั้ง
    6 พ.ย. 62

ประกาศครั้งที่ 9 สถานที่เดทของพวกเราล้วนเต็มไปด้วยสีแดงฉาน


ซ่า!


ผมตกลงไปในน้ำ ถึงน้ำนี่จะใสแจ๋วแค่ไหนแต่มันกลับเยือกเย็นที่สุด ผมลงมาเพียงไม่นานก็รู้สึกหนาวจนสั่นสะท้านแล้ว ผมพยายามจะสลัดสิ่งที่มาพันธนาการขาไว้ ในตอนนั้นเองผมถึงได้รู้ว่าตัวอะไรที่ฉุดกระชากลากถูผมลงมาในน้ำ


นางเงือกนั่นเอง...


พวกเธองดงามและน่ารักเหมือนตุ๊กตาบาร์บี้ มีผมยาวสยายทั้งสีดำ สีทอง สีน้ำตาลและสีแดง พวกเธอเปลือยท่อนบนจึงทำให้เห็นอกอวบอิ่มขนาดเท่าส้มโอเต่งตึงอยู่เบื้องหน้า ช่วงเอวคอดกิ่ว สะโพกผายถัดไปเป็นครีบปลาสีเงิน พวกเธอสวยงามและยั่วยวนกิเลสตัณหาของมนุษย์ได้เป็นอย่างดีเลย


“คิกๆ ชายรูปงามล่ะ!”


“ช่างน่าหลงใหล”


“ช่างสง่างาม”


พวกเธอเข้ามาล้อมรอบผม แถมพยายามจะลูบคลำล่วงเกินผมอีกต่างหาก นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ใกล้ชิดกับผู้หญิงถึงขนาดนี้ แต่ว่า... เงือกพวกนี้จะไม่เป็นไรเหรอที่มาแตะต้องตัวผมน่ะ พวกเขาเป็นผู้หญิงนี่นา?


ผมคิดไม่ทันขาดคำเงือกที่คว้าตัวผมลงมาใต้น้ำ ผิวหนังเริ่มกลายเป็นสีดำและเหี่ยวย่น ความงดงามของเธอสูญสลายในพริบตากลายเป็นหญิงชราที่มีผมสีขาวโพลน


“กรี๊ดดดดด!!”


“อะ อะไรกันเนี่ย!?”


เงือกทั้งหลายต่างพากันกรีดร้อง แต่ว่าพวกเธอเองก็ค่อยๆ กลายสภาพตามเงือกตนนั้นไปเช่นกัน เหี่ยวแห้งและร่วงโรยหมดสิ้นความงาม ผมมองดูพวกเธออย่างขวัญผวา นี่หรือคือคำสาปของโอดิน น่ากลัวชิบเป๋ง!?


ทันใดนั้นมีใครคนหนึ่งคว้าเอวของผมไว้ ไม่ทันได้มองว่าเป็นใครแต่ที่รู้ๆ คือคนคนนี้พาผมขึ้นไปบนผิวน้ำ และก่อนที่จะขึ้นไปผมก็ได้เห็นชะตากรรมอันน่าสงสารของเงือกเหล่านั้นที่ค่อยๆ เหี่ยวแห้งเป็นหนังหุ้มกระดูกแล้วตายลงก้นแม่น้ำ


ซ่า!


“ฝ่าบาท! ไม่เป็นไรนะพ่ะย่ะค่ะ!?”


เสียงที่เอ่ยถามเป็นคนแรกคือเนลโล ผมสำลักน้ำออกมาเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงแหบแห้ง


“มะ ไม่เป็นไร แค่ตกใจนิดหน่อยน่ะ”


ตกใจที่เงือกพวกนั้นตายเพราะคำสาปของผมน่ะนะ สยดสยองเสียจนเก็บเป็นฝันร้ายเลย


“แถวนี้มีเงือก ยังจะกล้าชะโงกตัวและเอามือไปแหย่น้ำอีก นี่ถ้าเจอปลาหมึกยักษ์ขึ้นมาคงได้จมน้ำตายแน่!”


ยูดัมพูดพลางเสยผมที่เปียกชุ่มน้ำ อีกฝ่ายเป็นคนว่ายลงมาช่วยผมนี่เอง


“ก็ข้าไม่รู้นี่ว่าจะมีเงือกอยู่ใต้น้ำน่ะ” ผมเถียงกลับไป ขณะปีนป่ายขึ้นเรือ ทั้งเนื้อทั้งตัวเปียกชุ่มไปหมด “แต่ขอบใจนะที่มาช่วยข้า”


ยูดัมคงไม่ได้คาดคิดว่าผมจะขอบคุณถึงได้ตะลึงตาค้างไป แต่อีกฝ่ายก็คืนสติได้อย่างรวดเร็วแล้วกล่าวว่า


“อาซราสั่งให้ดูแลเจ้าให้ดี หากเกิดเจ้าเป็นอะไรไปข้าก็ซวยน่ะสิ!”


ยูดัมยกเรื่องนั้นขึ้นมาอ้าง ขณะบิดชายเสื้อผ้าเพื่อเอาน้ำออก สภาพของผมกับเขาตอนนี้เรียกได้ว่าดูไม่จืดเลย


“ไปเปลี่ยนเสื้อผ้ากันก่อนดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ ถ้าไปทั้งอย่างนี้คงจะไม่ดีนัก”


เนลโลบอกกับพวกเราด้วยความเป็นห่วง ผมเองก็เห็นด้วย ขืนไปทั้งสภาพอย่างนี้มีหวังชาวบ้านได้มองด้วยสายตาดูถูกปะไร


“ก็ดีนะ แต่เราจะไปขอพึ่งใครล่ะ”


ที่นี่เป็นดินแดนวานาเฮม ที่อยู่ของเหล่าเทพชั้นผู้น้อย น่าจะมีที่ให้พึ่งพิงเยอะ ขึ้นอยู่กับว่าใครใกล้ที่สุดก็เท่านั้นแหละ


“จะไปพึ่งขุนนางให้ติดหนี้บุญคุณทำไม ถ้าจะพึ่งก็ต้องพึ่งครอบครัวฝั่งข้าสิ” ยูดัมคิดอ่านรอบคอบก็สั่งการกองเรือ “พายไปอีกสิบเมตรแล้วจอดตรงฝั่งซ้ายมือ ปราสาทของครอบครัวข้าอยู่ที่นั่น!”


“รับทราบพ่ะย่ะค่ะ/เพคะ!”


ตัวเรือของพวกเราเริ่มขยับอีกครั้ง ผมได้แต่นั่งตัวเปียกอยู่บนเรือทำอะไรไม่ได้มากจนกว่าจะไปถึงปราสาทของครอบครัวยูดัม


“ให้ตายสิ กำหนดการล่าช้าจนได้!”


ยูดัมบ่นแบบอารมณ์ไม่ดี เสื้อผ้าของอีกฝ่ายเปียกแนบไปกับร่างกาย ช่างดูเย้ายวนยิ่งกว่าเงือกพวกนั้นเสียอีก สำหรับผมสิ่งที่เรียกว่ายั่วยวนใจนั้นไม่ใช่การเปิดเผยเนื้อหนังมังสาแต่เป็นการเห็นวับๆ แวมๆ ชวนให้ใจเต้นมากกว่า


เฮ้อ ผมเริ่มเปลี่ยนรสนิยมตัวเองมาชื่นชมหนุ่มๆ แล้วเหรอ อนาถแท้ ผมถอนหายใจ


“เราก็แค่ล่าช้าไปหน่อยเท่านั้นเอง พวกเราผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าแป็บเดียวก็เสร็จแล้ว”


ผมกล่าวพลางดึงคอเสื้อให้ต่ำลงเพราะพอผ้าเปียกแล้วมันแนบติดลำคอจนรู้สึกเหมือนถูกบีบคอกลายๆ เลย


ยูดัมจ้องผมเขม็ง “เป็นถึงโอดินทำตัวให้มันเรียบร้อยหน่อยได้ไหม!”


“หา? อะไร จู่ๆ ก็มาพูดแบบนั้น”


ผมถึงกับอึ้งงัน นี่ผมทำตัวไม่เรียบร้อยตรงไหนไม่ทราบ


ยูดัมยังคงมุ่นคิ้วอย่างยุ่งยากใจ ก่อนจะถอดชุดคลุมตัวนอกของตัวเองโยนส่งมาให้ผม


“เอ้า ใส่ซะ!”


“เอ๋!? ไม่เอาหรอก จะใส่ทับทำไมชุดคลุมตัวนี้ของเจ้าก็เปียกนี่นา!”


ถึงมันจะเป็นผ้าเนื้อหนาแต่มันก็เปียกพอกัน ยิ่งใส่ทับยิ่งอึดอัดเข้าไปใหญ่!


“เถอะน่า! บอกให้ใส่ก็ใส่สิ!”


เจ้าตัวยังคงสั่งผม แถมสีหน้ายังถมึงทึงประหนึ่งจะเอาเรื่องอีก ผมจึงทำหน้ายู่แล้วยอมสวมมันแต่โดยดี


ให้ตายเถอะ โหลมโคร่งเลย ไหล่กว้างชะมัด ชายเสื้อก็ยาวเกะกะอีก ผมคิ้วกระตุกรัวๆ ขณะพับแขนเสื้อขึ้นไม่ให้มันกินมือผม


หึ...


หืม?


ผมเหลือบตาขึ้น เมื่อกี้ผมตาฝาดและหูแว่วไปหรือเปล่านะ รู้สึกเห็นยูดัมยิ้มออกมาแวบหนึ่งเลย...


“ถึงแล้วพ่ะย่ะค่ะ!”


คนนำเรือตะโกนบอก เรือทุกลำจึงเข้าจอดเทียบท่า ผมค่อยๆ กระโดดมายืนที่ฝั่งอย่างมั่นคง ส่วนยูดัมนั้นพอก้าวลงจากเรือแล้วก็เดินนำหน้าคนอื่นพลางว่า


“ตามข้ามา”


เอาเถอะ ที่นี่ถิ่นยูดัมนี่ ผมไม่มีทางเถียงจึงเดินตามหลังไปอย่างว่าง่าย


พอเดินมาได้สักพักผมก็มาเห็นยอดปราสาทสีเงินอยู่ไม่ไกล เห็นธงที่มีตราสัญลักษณ์รูนสีน้ำตาลแดงพลิ้วไสวอยู่ ยูดัมเดินนำพวกเราอย่างผู้ที่คุ้นชินเส้นทางจนมาถึงหน้าประตูวัง


“เอ๋!? จอร์ด? เหตุใดถึง...”


ทหารยามที่เฝ้าประตูคงตกใจที่เห็นยูดัมมาเยือนกะทันหัน ทั้งยังมาในสภาพตัวเปียกปอนอีก ยูดัมจึงบอกด้วยความรำคาญใจ


“เกิดอุบัติเหตุระหว่างทางนิดหน่อย ข้ากับโอดินต้องการจะเปลี่ยนเสื้อผ้าสักครู่ ทีนี้เปิดประตูให้เราเข้าไปซะ”


“อะ เอ่อ พ่ะย่ะค่ะ ทราบแล้ว”


ทหารยามย่อมไม่อาจขัดคำสั่งของหนึ่งในเจ้านายที่เคยครองปราสาทหลังนี้ได้จึงเปิดประตูออกกว้างให้พวกเราได้เข้าไป ยูดัมไม่คิดจะเสียเวลาก้าวฉับๆ เข้าไปยังตัวปราสาท


กลายเป็นว่าเนลโลไม่ค่อยสบายใจแทน “เราควรเรียนให้ท่านเซเซียทราบด้วยไหมพ่ะย่ะค่ะ”


“ไม่จำเป็น” ยูดัมตอบเสียงห้วน “เราแค่มาเปลี่ยนเสื้อผ้า อีกเดี๋ยวก็จะเดินทางต่อแล้ว ไม่มีเวลามาสนทนาพาทีหรอก”


“พ่ะย่ะค่ะ” เนลโลรับคำเสียงอ่อน เห็นดังนั้นผมจึงยื่นหน้าเข้าไปถาม


“เซเซียเนี่ย... ใครเหรอ?”


“ท่านเซเซีย เจ้าของปราสาทหลังนี้เป็นท่านย่าของท่านจอร์ดพ่ะย่ะค่ะ” เนลโลตอบเสียงเบา


“อ๋อ”


ผมได้แต่จดชื่อนั้นเอาไว้ในสมอง เพราะดูท่าทีของยูดัมแล้วน่าจะไม่ค่อยชอบเซเซียคนนี้สักเท่าไหร่


พวกข้ารับใช้และนางกำนัลพอเห็นยูดัมถึงกับอึ้งเป็นแถว ทว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะสนใจแล้วเดินนำลิ่วขึ้นไปที่ห้อง พอมาถึงก็เปิดประตูเข้าไปอย่างไม่มีความเกรงใจพลางว่า


“ที่นี่เป็นห้องข้าเอง รีบเปลี่ยนแล้วรีบเดินทางกันต่อเถอะ”


“เอ่อ อืม”


ผมรับคำอย่างงงๆ ขณะที่เนลโลและข้ารับใช้ชายรีบเอาเสื้อผ้าใหม่มาให้พวกเราผลัดเปลี่ยน


ผมไม่ชอบถอดเสื้อต่อหน้าใครๆ แต่ที่นี่ไม่มีฉากกั้น แถมยังเป็นห้องของยูดัมเองอีก ผมจึงมีความเกรงใจอยู่ส่วนหนึ่ง เลยเดินไปที่มุมห้องแล้วเปลี่ยนตรงนั้นแทน


“...เนลโลหันหลังไป”


“เอ๋? อ๊ะ! พ่ะย่ะค่ะ!”


เนลโลก็เผลอลืมตัวจ้องผมถอดชุดอยู่นั่นแหละ นี่ถ้าไม่ได้สั่งคงจ้องผมเพลินแล้วละมั้ง


ผมถอดชุดอย่างรวดเร็ว รีบเปลี่ยนตัวใหม่เข้ามาแทนที่ ทว่าอุปสรรคใหญ่ก็คือเส้นผมอันแสนยาวและเปียกของผม บางครั้งมันก็ไปติดกับตัวกระดุมโดยไม่ได้ตั้งใจ ทำเอาผมเสียเวลามากกว่าที่คิดในตอนที่ต้องใส่เสื้อตัวใหม่


“เนลโล ทำไมไม่ช่วยโอดินแต่งตัวเล่า”


ยูดัมในชุดใหม่หันมาหาพวกเราที่เปลี่ยนเสื้อผ้าหลบมุมอยู่ เขาขมวดคิ้วที่เห็นข้ารับใช้ของผมกลับยืนนิ่งและหันหลังให้


“เอ่อ โอดินทรงไม่ชอบให้กระหม่อมยุ่งกับการฉลองพระองค์พ่ะย่ะค่ะ” เนลโลตอบแล้วยิ้มแห้ง


ยูดัมเลิกคิ้ว “แต่เจ้านายของเจ้าเหมือนกำลังจะมีปัญหานะ”


“เอ๋?”


คราวนี้เนลโลหันมามองผม ตัวผมที่สาละวนกลัดกระดุมหลังอยู่ย่นคิ้วไม่พอใจ ถึงผมจะแต่งตัวได้โอเคแล้วก็เถอะ แต่ก็ไม่ชอบเลยที่ถูกคนจ้องตอนกำลังสวมเสื้อผ้าแบบนี้น่ะ


“พระเกศาติดกระดุมสินะพ่ะย่ะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมช่วย”


เนลโลคงเห็นผมมีสภาพดูไม่จืดเพราะเส้นผมยุ่งเหยิงไปหมด จึงยื่นมือเข้าช่วย ผมจึงได้แต่ปล่อยเลยตามเลยให้ข้ารับใช้คนนี้จัดการ


น่า แค่เปลือยแผ่นหลังนิดหน่อย ไม่สึกหรอหรอก… มั้ง


“...ทำไมไม่ให้ข้ารับใช้ช่วยแต่งตัวเล่า ดูเข้า เจ้าใส่กางเกงกลับด้านนะ” ยูดัมว่า ชี้นิ้วไปที่กางเกงสีน้ำตาลนั่น


“หา? ข้าใส่กลับเหรอ ไม่มั้ง?”


ผมก้มดู ความจริงกางเกงแบบโบราณนี้ยากจะดูออกว่าใส่กลับหน้าหรือหลังมาก แค่ไม่ใส่เอาด้านในออกมาข้างนอกได้ก็เก่งแล้ว


เนลโลมองดูด้วยอีกคน “ทรงใส่ผิดจริงๆ ด้วยพ่ะย่ะค่ะ”


“เป็นเด็กหรือไง” ยูดัมบ่นอีก คราวนี้เดินมาอยู่ตรงหน้าผม “อยู่เฉยๆ ล่ะ”


“หา?”


ผมไม่เข้าใจว่าเขาสั่งแบบนั้นทำไมจนกระทั่งเจ้าตัวดึงเข็มขัดออกแล้วรูดกางเกงที่ผมสวมอยู่ลงไปกองที่พื้น


“เฮ้ย!”


ผมหน้าขึ้นสี นี่เอ็งคิดจะถอดก็ถอดเหรอ! แบบนี้ก็เห็นชั้นในผมหมดสิ!


ชั้นในของโลกนี้ไม่ใช่บ็อกเซอร์หรอกนะ แต่มันคล้ายๆ ผ้าเตี่ยวเสียมากกว่า ถึงชายเสื้อของผมจะยาวคลุมต้นขาก็เถอะ คนที่ถอดน่าจะเห็นมันแวบหนึ่งแหละ!


ยูดัมกระตุกยิ้มหยันออกมา “สีขาวเหรอ จืดชืดจัง”


“หุบปาก!” ผมตวาด อย่าบังอาจมาวิจารณ์ชั้นในของผมนะ สีขาวมันไม่ดีตรงไหน!


“อย่ากริ้วสิพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมแค่ออกความเห็นเอง” ยูดัมไม่กลัวที่ผมโกรธเลย ตรงข้ามเจ้าตัวกลับรู้สึกชอบใจ “เอ้า ทีนี้ใส่กางเกงเสียนะพ่ะย่ะค่ะ ยกขาขึ้น”


“อย่ามาทำเหมือนข้าเป็นเด็กนะ!”


ผมรู้สึกทั้งโกรธทั้งอายในคราวเดียวกัน แต่เหมือนว่ายิ่งผมโมโหมากเท่าไหร่ยูดัมก็ยิ่งมีความสุข เขาจับผมสวมกางเกงทั้งยังคาดเข็มขัดให้เรียบร้อย เป็นจังหวะเดียวกับที่เนลโลกลัดกระดุมเรียบร้อยและใช้รูนเป่าผมให้แห้ง จากนั้นรวบผมสีทองให้กลับมาเป็นทรงเดิม


“เสร็จแล้วพ่ะย่ะค่ะ”


“หึ!” ผมสะบัดตัวออกจากพวกเขาทั้งคู่ ตอนนี้ผมอารมณ์เสียจนไม่รู้จะทำหน้ายังไงแล้ว “ในเมื่อเสร็จแล้วก็ไปสิ!”


“ก็ใครเล่าที่ทำให้ช้าน่ะ”


ยูดัมโคลงศีรษะ ผมหันไปเขม่นเขา อีกฝ่ายถึงได้ยอมเงียบแล้วตามหลังผมออกไป


ทว่าทันทีที่ผมเปิดประตูกลับเจอสตรีสูงวัยในชุดอันหรูหราดุจราชินี


“โอ้! ฝ่าบาท!”


สตรีผู้นั้นตกใจชั่วครู่ แต่ก็ถอยไปด้านหลังอย่างว่องไวจนดูไม่เหมือนว่าอายุมากเลย แถมยังคงท่าทีสูงสง่าไว้ได้อีกต่างหาก


**************************


“เอ่อ...”


ผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนี้ แต่ก็ดีใจที่เธอไม่เข้ามาสัมผัสตัวผม เพราะไม่งั้นเธอคงมีจุดจบแบบเดียวกับเงือกที่แม่น้ำนั่นแน่


ยูดัมเห็นผมยืนค้างอยู่หน้าประตูจึงชะโงกข้ามหัวออกมามอง พอเห็นสตรีสูงวัยแล้ว สีหน้าก็เปลี่ยนไป


“ท่านย่า...”


“จอร์ด เหตุใดมาหาไม่บอกไม่กล่าวก่อนละเพคะ ไหนฝ่าบาทจะเสด็จมาอีก ทางเราเลยไม่ได้เตรียมการต้อนรับที่...”


ยูดัมแค่นยิ้ม “ไม่จำเป็นหรอก ท่านย่า พวกเรากำลังจะไปแล้ว มีธุระที่มิดการ์ดน่ะ ที่แวะมาที่นี่ก็เพื่อเปลี่ยนเสื้อผ้าเท่านั้น ขอตัวก่อน”


ยูดัมตัดบทแล้วคว้าแขนผมให้เดินตาม ผมเหลียวไปมองหญิงชราคนนั้นเสียหน่อย เห็นว่าเธอส่งยิ้มให้พวกเราแต่ดวงตาสีฟ้าจางนั่นเยือกเย็นจนน่าขนลุกเลยทีเดียว


“ทำแบบนี้ไม่เสียมารยาทไปหน่อยเหรอ” ผมคิดว่ายังไงอีกฝ่ายก็เป็นถึงย่า ไม่น่าจะทำร้ายจิตใจแบบนี้


“แบบนี้แหละดีแล้ว ขืนอยู่ต่อเดี๋ยวก็ลากยาวพอดี” ยูดัมว่า ยังคงไม่ยอมปล่อยมือผม “เมื่อก่อนเจ้าบอกว่าท่านย่าข้าไม่น่าคบอยู่เลย จะมาใจอ่อนตอนนี้ทำไม”


หืม? มาร์ลันเคยเจอเซเซียมาก่อนสินะ มิน่าล่ะพอเปิดประตูเจอหน้าผมปั๊บ เธอถึงทักว่าฝ่าบาททันทีเพราะอย่างนี้นี่เอง เจอกันครั้งต่อไปผมต้องระวังท่าทีตัวเองหน่อยแล้ว...


“ถึงท่านย่าของเจ้าจะทำให้ข้าไม่สบายใจหน่อยๆ ก็เถอะ แต่ยังไงเธอก็เป็นท่านย่าของเจ้านะ ทำอย่างนี้จะไม่มีปัญหาทีหลังเหรอ”


ผมไม่ห่วงตัวเองหรอก เพราะยังไงผมก็คือโอดินที่สูงส่ง แต่ยูดัมต่างหากที่น่ากังวลมากกว่า


“พวกเราก็เย็นชาต่อกันอย่างนี้แหละ ไม่ต้องมาห่วงไม่เข้าเรื่องหรอก” เจ้าตัวว่าเชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งทระนง


เรื่องของพระชายาผมทุกเรื่องมันน่าห่วงหมดแหละ! ผมแอบทำหน้าเบ้ขณะที่ถูกลากมาขึ้นเรือ และหลังจากนั้นพวกเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีก เพราะยูดัมอารมณ์ไม่ดีมาตลอดทาง


ผมไม่ว่าอะไร เพราะผมก็ยังงอนเรื่องที่อีกฝ่ายล้อชั้นในผมอยู่ แต่เมื่อพวกเราล่องเรือจนมาถึงแดนมนุษย์ ผมก็ย่นจมูกเมื่อได้กลิ่นอะไรบางอย่างลอยมา


“อะไรเนี่ย กลิ่นเน่าพวกนี้!”


ยูดัมน่าจะได้กลิ่นเช่นกันเพราะสีหน้าของอีกฝ่ายเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมาแล้ว ผมรับกลิ่นนี้ไปสักพักก็เริ่มจะนึกออก มันคือกลิ่นของเลือดกับซากศพ เป็นสัญญาณบอกว่าพวกเรามาถึงเขตชายแดนที่สู้รบกันในครั้งนั้นแล้ว


“ริมฝั่งน่าจะมีเลือดกับศพที่ยังไม่ถูกจัดการนะ” ยูดัมยืดตัวขึ้นมองไปที่ริมฝั่ง


“ทำไมถึงไม่จัดการนะ เดี๋ยวศพพวกนี้จะทำให้มนุษย์ป่วยหรอก” ผมถอนหายใจ ใช้มือโบกไล่กลิ่น “หรือคิดว่ายังไงก็จะย้ายชาวบ้านออกไปอยู่แล้วเลยไม่จัดการ?” 


เลือด น้ำหนอง แมลงที่กัดกินซากศพ ไหนจะกาและแร้งต้องแห่กันมาที่นี่แน่ ถ้าไม่จัดการฝังศพให้เป็นระเบียบเรียบร้อยอาจก่อให้เกิดโรคภัย มนุษย์ยิ่งอ่อนแอกว่าเทพอยู่ด้วย


“เดี๋ยวข้าจะสอบถามคนที่รับผิดชอบให้แล้วกัน” ยูดัมอาสารับผิดชอบงานนี้เอง ท่าทางจะไม่ชอบใจกับเรื่องนี้ด้วยเช่นกัน


พอเรือจอดเทียบท่า กลิ่นสนิมของเลือดกับกลิ่นเน่าก็ยิ่งคละคลุ้ง ผมไม่อาจปั้นหน้าเฉยชากับมันได้ และเมื่อก้าวลงจากเรือ ไอระอุจากแสงแดดยิ่งทำให้ศพของทั้งมนุษย์และปีศาจส่งกลิ่นแรงขึ้น ถึงเรือจะมาจอดห่างจากสนามรบก็เถอะ แต่ลมก็ยังพัดพากลิ่นมาทางนี้อยู่ดี


ผมอยากจะบอกลาอาหารที่เพิ่งกินเข้าไปซะแล้วสิ...


“โอดิน เดินระวังหน่อยสิ”


ทันใดนั้นผ้าคลุมด้านหลังของผมก็ถูกกระตุก ยูดัมที่เดินตามหลังมาจับชายผ้าคลุมให้ยกจากพื้นซึ่งมีแอ่งเลือดอยู่


ผมมองพื้นที่ตนกำลังเหยียบอยู่ด้วยความขยะแขยงไม่น้อย พอคิดว่าเลือดที่ไม่ได้เกิดจากการฟาดฟันศัตรูมาติดชายเสื้อคลุมแบบนี้แล้วก็รีบรวบผ้าขึ้นมาทันที


“ขอบใจ ยูดัม”


“เจ้าน่าจะใส่ชุดคลุมสั้นกว่านี้หน่อยนะ ขาเจ้าออกจะสวย”


คำชมกะทันหันของยูดัมทำให้ใครแถวนั้นสำลักกันถ้วนหน้า ส่วนคนถูกชมว่าขาสวยอย่างผมไม่รู้ว่าควรมีปฏิกิริยายังไงกับเรื่องนี้ดี


นึกยังไงมาชมขาผมเนี่ย? หรือจงใจจะกวนประสาทอีกแล้ว?


แต่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์มาเล่นด้วย จึงตัดบทให้มันจบๆ ไป “ขอบใจ ข้าจะรับไว้พิจารณาแล้วกัน”


ยูดัมมองผมก่อนจะถอนหายใจ “นี่คิดว่าข้าชมเพราะเสแสร้งงั้นสิ...”


“หืม เมื่อกี้เจ้าว่าอะไรนะ”


เพราะยูดัมพูดเสียงเบามาก ผมจึงได้ยินไม่ถนัด อีกฝ่ายเพียงแค่ส่ายหน้า


“ไม่มีอะไร ยังไงเราก็ไปทำงานกันเถอะ”


ยูดัมกล่าวก่อนจะก้าวนำทางไปยังตัวหมู่บ้าน


มีบ้านหลายหลังถูกทิ้งร้างไว้ แต่บางหลังก็ยังเหมือนมีคนอยู่ ผมขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าชาวบ้านยังคงทำมาหากินอยู่ในแถบนี้ไม่ยอมไปไหน และทั้งที่มีกลิ่นเน่ารุนแรงจนมาถึงที่นี่พวกเขาก็ยังคงทนอยู่ได้


“พวกเจ้า! โอดินกับจอร์ดเสด็จมาเยือนที่นี่นะ ยังไม่รีบทำความเคารพอีก!”


ทหารนายหนึ่งที่เห็นพวกเราตวาดใส่ชาวบ้านเสียงดัง เมื่อชื่อโอดินกับจอร์ดถูกกล่าวออกไป พวกเขาถึงกับหน้าซีดลงไปนั่งคุกเข่า ผมกวาดสายตามองเหล่าชาวบ้านที่ล้วนเป็นคนชรา แต่ยังมีผู้ใหญ่ หนุ่มสาวและเด็กๆ อยู่บ้างประปราย


“ไม่ต้องพิธีรีตองมาก เรามีธุระอีกยาวที่ต้องคุยกัน”


ผมกล่าวอย่างมีเมตตา ทำให้ชาวบ้านหลายคนเริ่มผงกหัวขึ้นมองผู้ปกครองของเหล่าเทพ ผมเห็นลูกตาของชาวบ้านหลายคนหดลง แถมสีหน้าก็ดูชื่นชมปนเคลิบเคลิ้มอยู่หน่อยๆ


เพราะผมงดงามมากละสินะ ไม่แปลกๆ


ตอนนี้แดดก็แรงด้วย เส้นผมสีทองอร่ามของผมกำลังระยิบระยับราวกับมีรัศมีเรืองรองออกมาเลยล่ะ ยิ่งประกอบกับมียูดัมที่หน้าตาดีไม่แพ้กัน สำหรับชาวบ้านแล้วนี่คงเรียกว่าอาหารตาอันโอชะ!


“เรามาที่นี่เพื่อขอร้องพวกเจ้าให้ย้ายออกไป อยู่ที่นี่อันตรายอย่างยิ่ง สถานที่เราให้ย้ายไปก็ไม่ต้องกังวลสิ่งใด ข้าวปลาอาหารและยังมีป่าที่อุดมสมบูรณ์อีกด้วย ที่นั่นดีกว่าที่นี่เสียอีก”


ยูดัมเริ่มลงมือเกลี้ยกล่อม เมื่อมีเทพที่ยิ่งใหญ่ถึงสองคนลงมาหา เหล่าชาวบ้านก็ลังเล แต่ก็มีบางคนที่ยังยืนกรานจะอยู่ที่นี่


“เหตุใดพวกเราต้องย้ายไปด้วย เราอยู่ที่นี่กันมาตั้งนานแล้ว ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่นา!”


“แต่นั่นมันเมื่อก่อน เดี๋ยวนี้มันต่างกันนะ” ยูดัมไม่ชอบคนดื้อรั้น ยิ่งกับผู้ชราเช่นนี้รู้สึกว่ายากที่จะแสดงอารมณ์ไม่ให้หงุดหงิดได้ “เมื่อก่อนไม่มีโลกิ แต่ตอนนี้โลกิก็ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว พวกปีศาจก็คงร้ายกาจยิ่งกว่าเดิม ที่นี่ไม่อาจเป็นที่ปลอดภัยได้อีกต่อไป”


ชาวบ้านบางคนซุบซิบ ก่อนที่ชายชราผู้หนึ่งกล่าวว่า “แล้วทำไมพวกท่านถึงไม่อยู่ที่นี่เพื่อปกป้องพวกเราล่ะ”


มีเสียงพึมพำเห็นด้วยจากพวกเขา เป็นเทพก็ต้องคอยปกป้องมนุษย์สิ, ถ้ามีเทพคุ้มครองอยู่ไม่เห็นจำเป็นต้องย้ายเลย, อันตรายแล้วอย่างไร ปีศาจกับโลกิไม่มีทางต่อกรกับเหล่าเทพได้หรอก


ผมก็ดีใจอยู่หรอกนะที่พวกเขาเชื่อมั่นในความสามารถของเหล่าเทพ แต่ว่า... ที่พวกเราทำก็คือการปกป้องเหมือนกันนี่ ผมเหลือบมองยูดัม อีกฝ่ายก็ยังคงร่ายความต่อไป


“แล้วที่ข้าให้พวกเจ้าย้ายไป ไม่เรียกว่าการปกป้องเหรอ?” ยูดัมจ้องมองพวกเขาทีละคน เมื่อถูกสายตากดดันชาวบ้านก็หลบตากันเป็นแถว “ขอบคุณที่เชื่อมั่น แต่เราไม่อาจปล่อยให้พวกเจ้าอยู่ที่นี่ได้ การต้องคุ้มครองพวกเจ้าขณะสู้กับโลกิและปีศาจไปด้วย มันคือภาระของพวกเรามากๆ!”


ผมยิ้มชอบใจ ถึงยูดัมจะกวนประสาทไปบ้าง แต่ผมก็ชอบความตรงไปตรงมาของเขานะ เทพองค์อื่นๆ คงไม่มีใครกล้าพูดว่ามนุษย์เหล่านี้เป็น'ภาระ'ออกมาเต็มปากเต็มคำเช่นเขา


“ภะ ภาระงั้นเหรอ!?” ชาวบ้านคนหนึ่งโพล่งออกมาด้วยความไม่พอใจ “เป็นเทพพูดว่าพวกเราเป็นภาระได้ยังไง!”


“ก็มันเป็นเรื่องจริงนี่ พวกเด็กและผู้ใหญ่ยังไม่เท่าไหร่ พอเกิดเหตุปะทะกัน ผู้เฒ่าผู้แก่อย่างพวกเจ้ามีแรงวิ่งหนีไหม? มีแรงปกป้องลูกหลานและคนสำคัญไหม? ในตอนที่เกิดเรื่องเราต้องมาสละทหารส่วนหนึ่งเพื่อคุ้มครองพวกเจ้าอีก ไม่คิดว่ามันยุ่งยากเกินไปเหรอ จะลงมืออะไรก็ต้องพะวงถึงพวกเจ้าตลอด เกิดโดนจับเป็นตัวประกันขึ้นมาเล่า? เราก็ยิ่งสู้ไม่ได้เลยสิ!”


ยูดัมเทศนาเสียยาวด้วยความรู้สึกเหลืออด คนแก่พวกนี้บางทีก็ดื้อด้านไม่เข้าท่า ดูจากสีหน้าและน้ำเสียงแล้วเกรงว่าก่อนหน้านี้หากผมไม่ปรามไว้ เขาคงสั่งให้ทหารอุ้มชาวบ้านพวกนี้ไปที่ใหม่แล้ว ไม่มาเสียเวลาเจรจาอย่างนี้หรอก


พอโดนพูดตรงๆ ชาวบ้านบางคนก็หน้าเสีย แต่ก็มีหลายคนที่คิดได้ จากท่าทีที่เคยแข็งกร้าวกลับอ่อนลงเพราะความจริงที่ว่าพวกตนนั้นแก่ชราเกินกว่าจะสู้และปกป้องตัวเองกับครอบครัวไหว


เห็นดังนั้นผมจึงก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อสมทบกับยูดัม ตรงนี้มีแสงอาทิตย์สาดส่องลงมาพอดีถึงจะร้อนหัวแทบไหม้ก็เถอะ แต่ผมก็ต้องมีพร็อพประกอบฉากเรียกแรงศรัทธาเสียหน่อย


หึๆ ตอนนี้ตัวผมคงกำลังเปล่งรัศมีสีทองอร่ามออกมา (จากประกายสีทองของเส้นผม) ผมวางท่าให้ดูศักดิ์สิทธิ์และเปี่ยมไปด้วยความเมตตา แค่นี้พวกชาวบ้านทั้งหลายพากันมองผมตาค้างไปเลย


“พวกเราเป็นห่วงพวกเจ้านะ” ผมเอ่ยเสียงนุ่มนวล มองชาวบ้านเหล่านั้นอย่างอารี “ข้าลงมาหาพวกเจ้าถึงที่นี่ก็เพื่อจะขอร้อง ได้โปรดย้ายออกไปอยู่ที่ใหม่เถิด อยู่ในที่ที่ปลอดภัย ห่างไกลจากพวกอสูร เพื่อที่พวกเราจะได้สู้อย่างสบายใจ”


เมื่อผมเป็นคนเอ่ยปากขอร้องประกอบกับวางท่าสูงส่งล้นพ้น ชาวบ้านทั้งหลายก็ยอมศิโรราบในที่สุด


หึๆ ผมเกิดมาในประเทศที่คนกราบไหว้น้ำสีดำนั่นเชียวนะ เรื่องเล่นกับความเชื่อคนน่ะเรื่องจิ๊บๆ!


“ไหนว่าจะให้ข้าเจรจาเองไง!”


ยูดัมมาโวยวายกับผมในภายหลัง พวกเรามานั่งพักอยู่ในบ้านร้างที่ถูกใช้เป็นที่พักชั่วคราว ผมจิบฟิก้าพร้อมกับกินคุกกี้ที่ชาวบ้านเอามาให้อย่างเอร็ดอร่อยโดย

ไม่อินังขังขอบที่อีกฝ่ายโวยวาย


“ข้าก็ไม่ได้ช่วยเจรจาเสียหน่อย แค่ปิดท้ายงานให้เท่านั้นเอง” ผมว่าด้วยดวงหน้าเกลื่อนรอยยิ้ม จัดการกินคุกกี้จนหมดจานไม่เหลือแม้แต่เศษ “ที่เจ้าเจรจาเมื่อกี้ก็ดีแล้วนี่ พวกเขาเกือบจะยอมว่าง่ายอยู่แล้ว ข้าแค่เพิ่มแรงกดดันอีกหน่อยเพื่อให้พวกเขายอมคล้อยตามง่ายๆ เท่านั้นเอง”


ยูดัมนั่งลงบนเก้าอี้ เมินฟิก้าที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่นเบื้องหน้าแต่คว้าเหยือกเหล้าขึ้นมาแทน


“ถึงอย่างนั้นก็เรียกว่ายื่นมือช่วยอยู่ดีนั่นแหละ!”


“เจ้านี่ดื้อด้านเสียจริง ข้าไม่คิดว่านั่นคือการช่วยหรอกน่า ลืมๆ มันไปเถอะ” ผมบอกปัดก่อนจะยื่นมือมาแย่งเหยือกเหล้าจากเขาไป “เจ้านี่กินเหล้าแต่หัววันเชียวนะ ยังไม่ดึกเสียหน่อย ข้ารับใช้อุตส่าห์ชงฟิก้ามาให้แท้ๆ เจ้าควรจะดื่มมันนะ”


ยูดัมมองน้ำสีดำในแก้วแล้วย่นหน้า “ข้าไม่ชอบดื่มฟิก้า อีกอย่างใครเป็นคนกำหนดละว่าจะดื่มเหล้าได้เฉพาะตอนค่ำเท่านั้น กินไปแค่เหยือกหนึ่ง ไม่ทำให้ข้าเมาหรอกน่า”


ยูดัมยื่นมือจะคว้ากลับไป แต่ผมถอยห่าง ไม่ยอมให้เอาคืน “ไม่ได้ ข้าไม่อยากให้เจ้าดื่มเหล้าตอนนี้ เพราะข้ามีธุระที่ต้องไปทำ”


คำพูดนั้นทำให้ยูดัมเลิกคิ้วขึ้น “แล้วนั่นมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย”


“เพราะข้าเป็นโอดินน่ะสิ จะไปไหนมาไหนโดยไร้ผู้ติดตามไม่ได้ แต่ถ้าไปกับพระชายามันก็อีกเรื่องหนึ่ง” ผมทำสีหน้าเหม็นเบื่อธรรมเนียมจุกจิกพวกนี้ “อีกอย่างที่ๆ ข้าจะไปก็ไม่เหมาะกับพวกข้ารับใช้ด้วย ถ้าพวกเขาตามข้าไปคงตายตั้งแต่หน้าประตู”


พอพูดถึงเรื่องตาย ยูดัมจึงมีสีหน้าเคร่งเครียด “นี่เจ้าคิดจะไปไหน?”


“ตามมาสิ เดี๋ยวเจ้าก็รู้”


ผมพูดอย่างมีเลศนัย นั่นทำให้ยูดัมรู้สึกหมั่นไส้ระคนสงสัยใครรู้ แต่เขาก็ยอมติดตามผมออกไปอย่างง่ายดาย


และเนื่องจากผมไปกับยูดัม ทำให้เมื่อบอกปัดไปว่าไม่ต้องการผู้ติดตาม ทุกคนก็ยอมถอยโดยดีเพราะเข้าใจว่าพวกเราทั้งสองต้องการเวลาส่วนตัว ผมเริ่มรำคาญหน่อยๆ กับสายตาของข้ารับใช้ นางกำนัลกับเทพชั้นผู้น้อยที่มองมาอย่างเขินอาย คนอื่นๆ คงคิดว่าเราไปเดทกันสินะเนี่ย


“จะไปไกลหรือเปล่า?” ยูดัมถามดักไว้ก่อน


“ไม่ล่ะ แค่ตรงนี้เอง”


ผมชี้ไปที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกล แต่สภาพเก่าโทรมและหลังคาบ้านยังปลิวหายไปไม่เหลืออะไรมาคลุมพื้นที่ด้านในตัวบ้านเลย เห็นแล้วคนข้างกายผมก็เลิกคิ้วฉงน


“เราจะไปที่นั่นกันทำไม?”


ผมขี้เกียจตอบแต่ใช้การกระทำบอกแทน ผมก้าวยาวๆ เข้าไปในบ้านร้างหลังนั้นโดยมียูดัมที่หงุดหงิดกับความเงียบของผมเดินตามหลังมา


ข้างในมีแต่เศษซากปรักหักพัง เครื่องเรือนถูกพังกระจุยกลายเป็นท่อนไม้ ข้าวของที่ดูเหมือนเป็นจาน หม้อหรือไม่ก็แจกันแตกกระจายอยู่เต็มพื้น ผมไม่สะทกสะท้านกับความรกพวกนั้น ใช้ปลายเท้ากวาดๆ พื้นที่ ยูดัมกำลังจะอ้าปากถามว่าทำอะไรอีก แต่ผมก็หุบปากเขาด้วยการใช้ปลายเท้าเตะพรมขึ้นมา ฝุ่นสีน้ำตาลตลบขึ้นจนทำให้ยูดัมผงะถอยและไอออกมา


“แค่กๆ! ทำอะไรเนี่ย ระวังหน่อยสิ!”


“โทษที พอดีรีบน่ะ”


ผมขอโทษแบบไม่จริงจังนัก ก่อนจะย่อตัวลง เอื้อมมือไปแตะพื้น ในตอนนั้นเองที่ยูดัมคงสังเกตได้ว่าข้างใต้พรมนั้นมีทางลับอยู่


“นั่นมัน...”


“เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ ยูดัม”


ผมเตือนแล้วจับบานประตูเปิดขึ้น ทันใดนั้นรัศมีชั่วร้ายก็แผ่ซ่านออกมาจากข้างใต้ทางลับ ทำให้ผมขนลุกแล้วขนลุกอีก ความดำมืดที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่สัมผัสได้ทำให้ผมพะอืดพะอม ทว่า... ผมไม่อาจห้ามตัวเองที่ยิ้มกว้างกับความยินดีในการค้นพบครั้งนี้ได้


“แหมๆ พลังรุนแรงกว่าที่เขียนบรรยายไว้ในหนังสืออีกนะเนี่ย” ผมพึมพำ


“หมายความว่ายังไง ในนี้มีอะไร”


ยูดัมยกมือขึ้นมากัน ดวงตาจ้องลงไปข้างใต้พื้น ผมอ่านแววตาออกว่ายูดัมอยากเอาสิ่งนี้ไปโยนลงก้นมหาสมุทรแล้ว


“อาวุธสำคัญของโลกิไงล่ะ ถ้ามีมันอยู่ละก็จากที่โลกิแข็งแกร่งอยู่แล้ว คงทวีความเก่งกาจยิ่งขึ้นไปอีก”


เมื่อได้ยินว่ามันคืออาวุธของโลกิ สีหน้าของยูดัมก็ตะลึงงันก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด


“ถ้าอย่างนั้นก็แย่สิ เราต้องหาทางปิดผนึกมันเอาไว้ จะให้โลกิมาเอามันไปไม่ได้!”


“อืม เราต้องผนึกมันแน่ แต่ว่า...” ผมยื่นมือเข้าไปข้างใต้ รู้สึกได้ถึงความเกรี้ยวกราดที่รุนแรงขึ้น เมื่อมีโอดินอย่างผมเข้ามาใกล้มัน “ข้าจะนำมาเก็บไว้ที่แอสการ์ด”


“เก็บไว้ที่แอสการ์ดงั้นเหรอ... แต่ว่า!”


ยูดัมจะทัดทาน แต่ผมก็หยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาแล้ว ตัวด้ามและปลอกเป็นสีดำเหลือบแดงราวกับดื่มกินเลือดมามากมาย พลังงานด้านลบที่แผ่ออกมาทำให้รู้สึกคลื่นไส้มากกว่าเดิม ทว่า...


“อย่าพยศกับข้าจะดีกว่านะ” ผมข่มขู่เสียงเรียบเย็นต่อตัวดาบที่กำลังสั่นกึกๆ ราวกับว่าต้องการจะดิ้นหนีจากมือของผม “ถ้าเจ้าเป็นเด็กดีสงบเสงี่ยมข้าจะเลี้ยงเอาไว้ดูเล่นเอง หึๆ หรือไม่ก็จะลองดิ้นรนหนีจากข้าดู ถึงตอนนั้นข้าคงไม่รับประกันว่าจะมีชิ้นส่วนครบหรือไม่!”


พอผมพูดออกไปตัวดาบก็หยุดสั่นและรัศมีแห่งความชั่วร้ายก็เจือจางลงเหลือแค่ห่อหุ้มตัวดาบเอาไว้เท่านั้น


ยูดัมเหมือนเพิ่งจะได้สูดอากาศบริสุทธิ์เป็นครั้งแรกรีบหอบหายใจเข้าไป ผมมองดาบที่ยอมฟังที่พูดอย่างว่าง่ายก็แย้มยิ้มเบิกบาน


“จะไม่ยอมให้อาวุธดีๆ อย่างนี้ตกไปถึงมือของโลกิหรอกน่า”


ผมไม่รู้หรอกว่าตอนนี้ตัวเองทำหน้ายังไง แต่สีหน้าของผมทำให้ยูดัมถอยหลังไปหลายก้าวเชียวล่ะ


*ตอนนี้จบพาร์ทยูดัมแล้ว มาร์ลันอาจจะไม่ได้ตกยูดัมมากมาย แต่ทุกคนคงเห็นปฏิกิริยาของยูดัมใช่ไหมคะ ตอนหน้าคือพาร์ทของบริทท์แล้วค่ะ รับรองความน่ารักของพระชายาอีกคนหนึ่งเลย แถมมีฉากวาบหวิว (?) เล็กๆ ด้วย เดี๋ยวมาติดตามกันนะคะ

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ขอบคุณค่ะ เลิฟๆ น้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.039K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2163 ดิเดียร์ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2563 / 15:05
    เป็นเทพไม่มีเวทย์รึคาถาเปาตัวแห้งเยเหรอ
    #2,163
    1
    • #2163-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 10)
      8 พฤศจิกายน 2563 / 18:22
      ในโลกนี้ทุกกคนใช้รูนค่ะ แต่ส่วนใหญ่ไว้ใช้ต่อสู้มากกว่าเอามาใช้ในชีวิตประจำวันนะ ^ ^
      #2163-1
  2. #2152 knunkim (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 14:49

    แหน๊... ชอบขาอ่อนของโอดินล่ะสิท่ายูดัม~~~~

    #2,152
    1
    • #2152-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 10)
      2 พฤศจิกายน 2563 / 18:52
      ขาน้องสวย 55555
      #2152-1
  3. #2137 Avista (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2563 / 01:29
    เอ็นดู
    #2,137
    0
  4. #2113 Yok Poog (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 19:48
    ถ้าน้องใส่สั้นแล้ว อย่ามาหวงขาน้องน้า~
    #2,113
    0
  5. #1890 chalillxx_ (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 13:05
    ในใจชั้นได้แต่ถามว่าน้ำสีดำคืออะไรวะ หรือชั้นไม่ตามข่าว แงงงงงง้
    #1,890
    0
  6. #1462 √169=? (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:05
    ชอบความประเทศที่คนกราบไหว้น้ำสีดำ
    #1,462
    0
  7. #1262 trp1021 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:31
    สมบทบาทมาก!
    #1,262
    0
  8. #1210 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:54
    อดีตมาเฟียจะไม่โหดได้ยังไงล่ะนะ555555
    #1,210
    0
  9. #1094 Burning Princess (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:53
    รู้สึกพระเอกดูชั่วร้ายขึ้นมาเลย สมบทบาทขึ้นด้วย
    #1,094
    0
  10. #1041 conanjung13 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:24

    ตอนนี้แหละที่มาร์ลันดูเป็นพระเอกมากๆ ฮ่าๆ

    #1,041
    1
    • #1041-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 10)
      2 กุมภาพันธ์ 2563 / 18:43
      เป็นพระเอกชั่ววูบจริงๆ ค่ะ 55555
      #1041-1
  11. #867 love_forever 1992 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 19:57

    -่อต้องเป็นเสือ. จะให้กลายเป็นลูกแมว? ได้ยังไง 555+ นังน้องมันร้ายยยย
    #867
    0
  12. #718 sakura17 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 21:29
    สยบดาบที่ชั่วร้ายได้ด้วย พี่คะ5555
    #718
    0
  13. #618 bophobia (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 23:17
    สมกับเป็นตัวร้าย?5555
    #618
    1
    • #618-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      12 ธันวาคม 2562 / 06:31
      แสยะยิ้มทียูดัมยังต้องถอย
      #618-1
  14. #401 JuniBellzium (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 22:16
    อีหนูมันร้าย อุอิ
    #401
    1
    • #401-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 06:17
      แน่นอนค่ะ 55555
      #401-1
  15. #270 TTRRAA (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 13:37
    แอแง น่ารักเด้อ ฮาซาราให้ความรู้สึกแบบแม่อะ555555 เย็นๆสบายๆ ส่วนน้องยูดัมก้คือคู่กัดเลย สนุกมากๆเลยค้าบ
    #270
    1
    • #270-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      13 พฤศจิกายน 2562 / 21:45
      ขอบคุณค่า อาซราก็ดูเหมือนแม่จริงๆ ละนะ 5555
      #270-1
  16. #264 Redviolet (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 23:28
    เชียร์เนลโลด้วยจะผิดไหมคะไรท์5555
    #264
    1
    • #264-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      13 พฤศจิกายน 2562 / 13:18
      ไม่ผิดค่ะ ^ ^ อยากลงเรือไหนก็ได้เลย
      #264-1
  17. #235 Mistyblack (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 17:10
    มีฉากวับแวมด้วยรือออ
    #235
    3
    • #235-2 4668980160p(จากตอนที่ 10)
      22 พฤศจิกายน 2562 / 16:32
      4pไหมค่ะ
      #235-2
    • #235-3 Anabella(จากตอนที่ 10)
      23 พฤศจิกายน 2562 / 18:41
      มีคนเรียกร้องมาเยอะเหมือนกัน ไว้ไรท์จะแต่งให้เป็นตอนพิเศษในเล่มสองแล้วกันนะคะ ^ ^
      #235-3
  18. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 / 23:52

    มาร์ลัน เขากับหางงอกแล้ววว

    #200
    1
    • #200-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      10 พฤศจิกายน 2562 / 08:07
      สมกับที่มาอยู่ในร่างตัวร้ายจริงๆ ค่ะ 5555
      #200-1
  19. #196 MiNt565 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 19:36
    ถึงมาร์ลันจะพยายามเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นพระเอกแล้ว แต่ก็ยังแอบมีรัศมีของตัวร้ายเหลืออยู่นะคะ5555
    ไรท์สู้ๆนะคะ เราตั้งตารอแบบเป็นรูปเล่มเลยค่ะ!!!
    #196
    1
    • #196-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      8 พฤศจิกายน 2562 / 21:15
      ขอบคุณค่ะ เก็บตังค์ไว้สำหรับรูปเล่มปีหน้านะคะ ปลายเดือนนี้จะมีอีบุ๊คเล่มหนึ่งก่อน
      #196-1
  20. #195 nanthai9357 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 23:25
    เหมือนเห็นมาร์ลันมีเขากับหางปีศาจโผล่ออกมาและหน้าตาชั่วร้ายหน่อยเลยล่ะค่ะเอ๊ะ!แต่มาร์ลันเป็นเทพนี้นะ?หรือว่าจินตนาการมันไปเอง?แต่ก็เป็นกำลังใจให้ค่ะ!สู้ๆค่ะไรท์
    #195
    1
    • #195-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      8 พฤศจิกายน 2562 / 08:51
      มาร์ลันนี่สมกับเป็นตัวร้ายจริงๆ ค่ะ (โดนมาร์ลันตบ "ตูจะเป็นพระเอก!")
      #195-1
  21. #194 Musumeji (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 21:35
    เมื่อไหร่จะ 3 รุม 1 คะไรต์ =,.
    #194
    3
    • #194-1 Musumeji(จากตอนที่ 10)
      7 พฤศจิกายน 2562 / 21:35
      แอ๊ก!!!//หอกมาจากที่ไสนิ!
      #194-1
    • #194-2 Anabella(จากตอนที่ 10)
      7 พฤศจิกายน 2562 / 22:39
      มาร์ลันบอกว่าอย่า! แค่รับมือคนเดียวจะแย่แล้ว ถ้าโดนรุมนี่คงยากจะรอด 5555
      #194-2
  22. #193 chalisa1111 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 10:03
    ทำไมมาร์ลันเท่จังฟะ!!
    #193
    1
    • #193-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      7 พฤศจิกายน 2562 / 17:44
      อดีตเจ้าพ่อนี่คะ 5555
      #193-1
  23. #192 เคเร้ย (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 06:09
    อยู่ๆก็ไปชมว่าขาเขาสวย!!! รู้ไหมว่าคนทางนี้คือจาเพนบ้า;-;
    #192
    1
    • #192-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      7 พฤศจิกายน 2562 / 08:52
      ชมทีมาร์ลันทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว >///<
      #192-1
  24. #191 cake08234 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2562 / 01:32
    น่าเสียด้ายอยู่นะเนี่ยน้องไม่ค่อยแจกออ้ยให้ยูดัมเลย
    บุคลิคของยูดับออกแนวซึนๆ
    เราก็เอาไปมโนจิ้นสร้างสถานการได้หลายแบบเลยนะ
    คนซึนก็น่ารักน้าาาาา
    #191
    1
    • #191-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      7 พฤศจิกายน 2562 / 06:19
      มาร์ลันไม่ค่อยอ้อยส่วนหนึ่งเพราะถ้าทำแล้วจะโดนเอาคืนให้อายค่ะ 5555 เดี๋ยวตอนหลังๆ จะได้รู้กันค่ะ
      #191-1
  25. #190 p-q5 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2562 / 23:48
    รอจ้าา แอบคิดถึงฟริกก้านะคะ
    #190
    1
    • #190-1 Anabella(จากตอนที่ 10)
      7 พฤศจิกายน 2562 / 06:17
      เดี๋ยวตอนหน้าก็มาแจมแล้วค่า
      #190-1