[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 9 : ประกาศครั้งที่ 8 การเดทบนเรืออันแสนระทึกใจ (?)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,593
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 970 ครั้ง
    1 พ.ย. 62

ประกาศครั้งที่ 8 การเดทบนเรืออันแสนระทึกใจ (?)


“ฝ่าบาท!? ทรงไปโดนอะไรมาพ่ะย่ะค่ะ!?”


ผมกลับมาที่ห้องพร้อมกับแก้มที่บวมตุ่ยราวกับโดนผึ้งนับสิบรุมต่อย เนลโลที่เห็นผมเป็นเช่นนั้นตื่นตกใจกระวีกระวาดเข้ามาดูอาการ ตอนเดินผ่านน้ำพุผมก็คิดอยู่ว่าสภาพหน้าแย่มาก ไอ้ยูดัมนั่นไม่เกรงใจอย่างที่ว่าไว้จริงๆ ด้วย!


“จะโดนอะไรได้ล่ะ ก็ฝีมือยูดัมนั่นแหละ ข้าไปฝึกต่อสู้มาน่ะ”


ผมนั่งลงที่เก้าอี้ ขารู้สึกปวดเมื่อยไปหมดกับการยืนต่อสู้นานถึงสามชั่วโมง ไหนจะแขนที่ต้านรับการโจมตีอันหนักหน่วงนั่นอีก ผมแทบจะกระดืบเป็นหนอนขึ้นเตียงพาลไม่อยากกินข้าวแล้วด้วยซ้ำ


“จอร์ดทำถึงขนาดนี้เลยหรือพ่ะย่ะค่ะ!” เนลโลเป็นฝ่ายโกรธแทนผม หางตายังชี้ขึ้นเพราะความไม่พอใจ “ไม่ได้การ กระหม่อมจะเอาเรื่องนี้ไปฟ้องฟริกกา!”


“ไม่เอาน่า” ผมรีบรั้งอีกฝ่ายไว้ “มันเป็นแค่เรื่องการฝึกต่อสู้เอง ถ้าต้องฝึกยังไงก็หลีกเลี่ยงที่จะเจ็บตัวไม่ได้หรอกนะ ซี้ด!”


พอขยับปากตอบประโยคยาวๆ แล้วผมก็รู้สึกจี๊ดขึ้นสมอง บ้าเอ๊ย เจ็บอย่างกับปวดฟันแน่ะ


“กรุณาคอยก่อนนะพ่ะย่ะค่ะ”


เนลโลเห็นผมหน้าบิดเบ้ก็รีบวิ่งออกจากห้องไป ผมก็นั่งรอโดยที่มือยังกุมแก้มบวมเป่งนั้นไว้อยู่ สักพักเนลโลก็กลับมาพร้อมกับลูกประคบเล็กๆ ได้กลิ่นสมุนไพรฉุนๆ โชยออกมา


“มาพ่ะย่ะค่ะ เดี๋ยวกระหม่อมประคบแก้มให้”


เนลโลจับมือที่กุมแก้มออกแล้วค่อยๆ วางลูกประคบลงบนแก้มผมแทน ความเย็นกับกลิ่นสมุนไพรช่วยให้ดีขึ้นบ้าง จนผมต้องถอนหายใจที่ไม่ต้องทนเจ็บนานนัก


“ขอบใจ เนลโล”


“ไม่เป็นไรพ่ะย่ะค่ะ” เนลโลกล่าวขณะยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมแทบจะนับขนตาของข้ารับใช้คนนี้ได้แล้ว “ฝ่าบาทเป็นบุคคลที่ล้ำค่าของแอสการ์ด จอร์ดทำให้บาดเจ็บแบบนี้ไม่สมควรเลยนะพ่ะย่ะค่ะ”


“ถ้าให้ยูดัมเกรงใจข้า ก็ไม่ถือว่าเป็นการฝึกต่อสู้น่ะสิ ข้าจะเป็นง่อยอยู่บนบัลลังก์ ทำอะไรไม่ได้เลยแบบนั้นน่ะ” ผมเบะปาก


เนลโลมีสีหน้าสลด “กระหม่อมไม่ได้หมายความเช่นนั้น...”


“ข้ารู้ เนลโล ว่าเจ้าเป็นห่วงข้าแค่ไหน” ผมขยับตัวเล็กน้อย แล้ววางมือลงบนหัวนุ่มๆ นั้น “แต่ว่าอย่างที่ข้าบอกไป ข้าเลือกที่จะฝึกด้วยตัวเอง ฉะนั้นก็ต้องรับมันให้ได้ด้วย ข้าไม่ยอมหรอกนะ หากต้องกลายเป็นโอดินที่ใช้ไม่ได้ที่สุดในประวัติศาสตร์น่ะ!”


ผมจะเป็นโอดินผู้ยิ่งใหญ่ได้มันก็ต้องรักษาภาพลักษณ์ด้วยละนะ ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา โอดินแต่ละรุ่นก็เป็นผู้เกรียงไกรทั้งนั้นเลยด้วยสิ


เนลโลเม้มปากแล้วสุดท้ายก็ยอม “กระหม่อมเข้าใจแล้วพ่ะย่ะค่ะ แต่ยังไงช่วยรักษาพระองค์เองด้วย อย่าได้บาดเจ็บหนักอีก”


“อืม ไม่ต้องห่วง ข้าก็ไม่อยากเจ็บตัวน่ะหรอก” ผมยิ้มแห้งๆ แต่แล้วก็เจ็บจนนิ่วหน้า “เผอิญการโจมตีนั่นข้าหลบไม่ทันน่ะ”


ยูดัมสมแล้วที่ได้รับคำรับรองว่าเก่งจากอาซรา ขนาดใช้หอกยังจู่โจมหนักขนาดนี้ แถมเร็วด้วย พอใช้หอกแล้วเหมือนยูดัมมีแขนขางอกมาเพิ่มอย่างไรอย่างนั้นเลย


“ว่าแต่บวมเป่งขนาดนี้ พรุ่งนี้จะว่าราชการอย่างไรพ่ะย่ะค่ะ”


เนลโลถามด้วยความเป็นกังวล เพราะเอายาประคบแล้วก็ลดบวมไปได้นิดนึงเท่านั้นเอง


“ก็ไปทั้งสภาพหน้าแบบนี้นั่นแหละ ถ้ามีคนถามข้าก็จะตอบไปตามตรง”


ผมได้แต่ปลง ยุคนี้ไม่มีเครื่องสำอางที่ปกปิดริ้วรอยได้เนียนกริบนัก ถึงมันจะทำให้หน้าหล่อๆ ของมาร์ลันดูไม่น่ามองไปบ้าง คงมีแต่ยอมรับสภาพไปตามตรง


ทันใดนั้นปลายนิ้วของเนลโลก็แตะลงบนมุมปากของผม “ปากแตกด้วยนี่พ่ะย่ะค่ะ”


“คงงั้นมั้ง เอาจริงๆ แล้วข้าน่วมหมดทั้งตัวแหละ” ผมบอกเนลโลพลางขยับตัวอย่างปวดระบมหน่อยๆ


แต่คำตอบของผมทำให้เนลโลตระหนก “ทรงบาดเจ็บที่อื่นอีกหรือพ่ะย่ะค่ะ!? ไหน! ตรงไหนอีกพ่ะย่ะค่ะ!?”


เนลโลละมือจากที่ประคบมาถกเสื้อตรวจดูร่างกายผม เล่นเอาผมไม่ทันตั้งตัวต้องออกอาการเหวอออกมาเมื่อมือของข้ารับใช้มาลูบคลำตรวจสอบ


“เอ๋? ดะ ดะ เดี๋ยวสิ! ขะ ขะ ข้าแค่ปวดเมื่อยนิดหน่อยเอง! ไม่ได้รับบาดเจ็บนะ!”


ผมแขม่วหน้าท้องโดยอัตโนมัติเมื่อมือเขาสัมผัสผ่านสะดือผมไป จะว่ายังไงตอนนี้พวกเราอยู่ในท่าที่หมิ่นเหม่และอันตรายต่อหัวใจมาก เนลโลกำลังยืนค้ำอยู่เหนือร่างผมบนเก้าอี้ โดยที่มือข้างหนึ่งจับเสื้อผมเลิกขึ้นกับมืออีกข้างหนึ่งกำลังวางอยู่กึ่งกลางลำตัวผม


เนลโลกลับไม่รับรู้ท่าที่ชวนอันตรายนี้สักนิด ดวงตาสีเชสนัทจับจ้องผมอย่างจริงจัง


ในช่วงเวลานั้นผมรู้สึกว่าอีกฝ่ายเป็นผู้ชายคนหนึ่ง


ที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าผมมองเนลโลเป็นเพศอื่นแต่อย่างใด แค่ความน่ารักของข้ารับใช้ทำให้ผมรู้ว่าเขาเป็นเหมือนเด็กหนุ่มที่น่าเอ็นดูก็เท่านั้น


แต่มาตอนนี้ที่เนลโลกึ่งยืนกึ่งคร่อมเหนือร่างของผม ความเป็นผู้ชายเต็มวัยแผ่กำจายออกมา ยิ่งประกอบกับสีหน้าที่จริงจัง มันก็ลบเลือนความน่ารักแบบเด็กๆ นั่นไปเลย


“ไม่ได้บาดเจ็บจริงๆ นะพ่ะย่ะค่ะ?”


“จะ จริงสิ! ข้าจะโกหกให้ได้อะไรขึ้นมาเล่า!”


ผมพยายามที่จะยืนยันหนักแน่นทั้งที่หัวใจก็เต้นโครมครามกับดวงหน้าที่เหมือนจะใกล้มากเกินไปแล้ว เนลโลสบตากับผมราวกับจะเสาะหาคำโกหก แต่แล้วเมื่อเห็นว่าผมจริงใจเจ้าตัวจึงปล่อยผมในที่สุด ทั้งยังช่วยจับเสื้อที่เริ่มยับยู่ให้เข้ารูปเข้ารอย


“เช่นนั้นกระหม่อมจะไปเตรียมอาหารอ่อนๆ มาให้ เพราะถ้ากินของแข็งคงทรงเคี้ยวไม่สะดวก แล้วก่อนนอนกระหม่อมจะเอาน้ำมันสมุนไพรมานวดแก้ฟกช้ำให้นะพ่ะย่ะค่ะ”


“อา อืม ขอบใจ”


ผมไม่รู้ว่าจะตอบยังไงนอกจากคำว่าขอบคุณ เนลโลที่ผ่อนคลายความตึงเครียดแล้วก็กลับมาเป็นข้ารับใช้ที่กระตือรือร้นน่ารักดูแลผมเหมือนเดิม แต่ว่าก่อนหน้านี้หมอนี่ก็ทำเอาผมตกใจและตะลึงไปเหมือนกัน


เมื่อกี้อันตรายต่อหัวใจชะมัด เห็นทีผมคงต้องระวังคนใกล้ตัวไว้หน่อยแล้ว



วันถัดมาพอเข้าท้องพระโรงสายตาทุกคู่ล้วนจับจ้องมาที่ผม ยกเว้นคนกระทำคนเดียวที่ไม่มองแถมยังมีหน้ามาลอยหน้าลอยตายิ้มเยาะอีกต่างหาก


เออ เดี๋ยวคอยดูแล้วกัน!


อาซราที่อยู่ด้านข้างมองผมเหมือนอยากจะถามแต่ก็ไม่กล้าถาม ทว่าในท้องพระโรงมันก็มีคนใจกล้าหน้าด้านคนหนึ่งที่แหกปากถามออกมาประหนึ่งเสียงแตร


“โอดิน! หน้านั่นไปโดนอะไรมา! ศัตรูลอบทำร้ายงั้นหรือ!”


ธอร์เป็นปากเสียงแทนทุกคน ยกมือขึ้นพร้อมกับถามเหมือนเป็นนักเรียนที่ดีมีมารยาทต้องการถามคุณครู


“ถ้ามีศัตรูมาลอบทำร้ายคิดเหรอว่าข้าจะมานั่งอยู่ตรงนี้น่ะ” ผมตอบไปอย่างฉุนๆ หางคิ้วเชิดขึ้น “ทุกคนอย่าเป็นห่วงไปเลยข้าทะเลาะกับยูดัมมาเรื่องตำแหน่งรุกรับที่ไม่ลงรอยกันน่ะ”


แคกๆ!


ยูดัมที่ได้ฟังถึงกับสำลักอากาศ คำพูดของผมที่แสนครุมเครือทำให้คนอื่นๆ พากันเคอะเขิน ใบหน้าเริ่มเปลี่ยนสี ช่างเป็นปฏิกิริยาที่ตลกและน่าสนใจดีทีเดียว


“เดี๋ยว! ทำไมเจ้า... ทำไมฝ่าบาทถึงพูดอย่างนั้นล่ะ!?”


“มารยาทเจ้าไปไหน จอร์ด?”


ยูดัมลุกพรวดด้วยสีหน้าเหมือนจะเอาเรื่อง แต่ก็โดนอาซราที่นั่งอยู่ข้างผมเขม่นอย่างน่ากลัวแถมยังปรามด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาอีก จนเจ้าตัวที่โวยวายต้องลงไปนั่งตามเดิม


แหมๆ ฟริกกาของผมก็ใช้ได้เหมือนกันนะ พอเข้าสู่โหมดโหดเนี่ย ผมแอบชื่นชมอาซราเล็กๆ ก่อนจะมาเล่นงานยูดัมต่อ


“อ้าว ก็พูดเรื่องจริงนี่นา” ผมตอบยูดัมแล้วจับแก้มตัวเองทำเป็นน่าสงสาร “เมื่อวานเจ้าโหดร้ายมากเลยนะ ข้าน่ะปวดเนื้อปวดตัวไปหมดเลย โดยเฉพาะ... สะโพก”


“เจ้า!!”


ยูดัมหลุดพูดคำธรรมดาออกมา ใบหน้าเริ่มแดงกับคำพูดสองแง่สองง่ามของผม แต่มันก็เป็นเรื่องจริงนี่นา ผมเจ็บก้นกับสะโพกที่สุดเพราะล้มก้นจ้ำเบ้าหลายต่อหลายครั้งเนี่ยแหละ ถึงคนอื่นฟังแล้วจะตีความเป็นอย่างอื่นก็เถอะ…


“ฝ่าบาทเรื่องภายในโปรดอย่านำออกพ่ะย่ะค่ะ” อาซราที่ฟังบทสนทนาอย่างนิ่งๆ เผยรอยยิ้มที่แฝงความคุกคามออกมา “เอาไว้เราจะไปพูดเรื่องนี้กันทีหลัง จอร์ด เจ้าห้ามหนีไปไหนนะ”


“นี่ข้าผิดตรงไหนเนี่ย...”


ยูดัมเจอสายตาที่แฝงความเย็นชาของอาซราเข้าไปถึงกับหงอย มีเทพหลายองค์แสดงสีหน้าเห็นอกเห็นใจมาให้ผม พร้อมกับบอกว่าจะรีบรายงานแล้วให้ผมไปพักผ่อน ซึ่งก็ดีงาม ผมอยากกลับวังไปแช่น้ำร้อนผ่อนคลายกล้ามเนื้อแล้วเนี่ย


เมื่อทุกอย่างกลับคืนสู่ความสงบ เทพแต่ละองค์ก็รายงานเรื่องของตนเอง ซึ่งส่วนใหญ่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร จนกระทั่งมาถึงคิวของเฟรย์


“ที่ชายแดนตอนนี้ชาวบ้านบางส่วนยังไม่ยอมอพยพเลยพ่ะย่ะค่ะ”


“หืม ห่วงที่ขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย ส่งเฟรย์ไปลุยเองแท้ๆ ก็ยังเกลี้ยกล่อมไม่ได้เหรอ?”


เฟรย์เป็นตัวแทนแห่งความอุดมสมบูรณ์ หากไปเยือนที่นั่นย่อมได้รับการรับรองว่าที่แห่งใหม่จะต้องมีพืชพรรณธัญญาหารสมบูรณ์ไม่อดอยาก แต่ชาวบ้านบางส่วนกลับยังคงปักหลักเพราะผูกพันกับพื้นที่มาตั้งแต่บรรพบุรุษทำให้ต่อให้ยากจนข้นแค้นขนาดไหนก็ไม่ยอมไปง่ายๆ


ผู้รับผิดชอบงานทำหน้าสลด “ขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมช่างไร้ความสามารถอย่างยิ่ง”


“นั่นไม่ใช่ความผิดของเทพเฟรย์หรอก” ผมตอบออกไป แล้วเท้าคางมองลงไปยังพื้นเบื้องล่างที่ปกคลุมด้วยหมอกสีขาว “ข้าคิดว่าคนที่ยืนกรานจะอยู่ที่เดิมคงมีแต่พวกผู้เฒ่าผู้แก่ล่ะสิ”


“เป็นเช่นนั้นพ่ะย่ะค่ะ”


ยุ่งยากจริง ผมคิดอย่างหงุดหงิด บางครั้งคนแก่มักจะดื้อด้านในสิ่งที่ไม่เข้าท่าเอาเสียเลย คงเพราะตัวเองเป็นไม้แก่ใกล้ฝั่งแล้วก็ขออยู่ที่เดิมไปจนตาย โดยไม่คิดคำนึงถึงลูกหลานที่เป็นห่วงบ้างเลย


“เราคงต้องส่งเทพไปเจรจาใหม่” เฟร์ย่าคิดว่ายังไงก็ต้องเกลี้ยกล่อมจนย้ายไปให้ได้จึงเสนอความคิดขึ้นมา “ให้หม่อมฉันไปแทนท่านพี่เฟรย์ดีไหมเพคะ”


ผมรีบโบกมือทันที “ขนาดเฟรย์ยังไม่ได้ แล้วน้องสาวอย่างเจ้าจะได้ผลหรือไง ถ้าต้องการเรียกความเชื่อมั่นและความหนักหนาของเรื่องที่ว่าการอยู่ที่นั่นไม่ปลอดภัย คงต้องใช้คนระดับสูงยิ่งกว่านี้”


ซึ่งคนระดับสูงที่ว่าคงมีแต่ผม อาซรา ยูดัมหรือไม่ก็บริทท์เนี่ยแหละ


“งั้นข้าไปเองก็ได้” ยูดัมเสนอตัวขึ้นมา สีหน้าเคร่งขรึมจริงจัง “ยังไงตำแหน่งข้าคือเทพแห่งผืนดิน แล้วยังเป็นเอ่อ... พระชายาของโอดินน่าจะมีน้ำหนักมากพอ แถมข้ายังลงมิดการ์ดบ่อยชำนาญพื้นที่กว่า”


คราวนี้ไม่มีใครคัดค้าน ทุกคนทำท่าว่าเรื่องนี้น่าจะจบลงด้วยดี แต่ผมยกมือขัดขึ้นมา


“ในเมื่อยูดัมไป ข้าขอไปด้วยคนแล้วกัน”


ทั้งท้องพระโรงพากันเงียบกริบ ได้ยินแค่เสียงลมพัดหวีดวิ้วจากด้านล่าง


“ฝ่าบาทจะเสด็จตามกระหม่อมไปทำไม”


ยูดัมถามเสียงแข็ง แววตาเหมือนเอาเรื่อง คงจะยังโกรธเรื่องก่อนหน้านี้อยู่ เห็นดังนั้นผมจึงยิ้มประจบ


“ไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ ตอนทำสงครามที่สนามรบใหญ่ก็ยังไปมาแล้ว ข้าจะไปอีกไม่ได้หรือไง”


“ไม่จำเป็นต้องใช้คนถึงสองคนหรอกพ่ะย่ะค่ะ หรือฝ่าบาทไม่เชื่อว่ากระหม่อมจัดการได้” ยูดัมหรี่ตา ยืนกรานจะปฏิเสธไม่ให้ผมไปด้วย


“ข้าเชื่อว่าเจ้าจัดการได้” ผมยิ้มจนตาหยี ไม่ใช่ว่าไม่เชื่อใจ ผมไม่สนงานย้ายคนแก่พวกนั้นด้วยซ้ำ แต่ผมนึกได้ว่าที่นั่นมีสิ่งหนึ่งที่ต้องไปเอามาให้ได้อยู่เลยหาทางขอไปด้วยเท่านั้นเอง “แต่ที่ข้าอยากไปกับยูดัม ก็เพราะ... ข้าอยากใช้เวลาอยู่กับเจ้าน่ะไม่ได้เหรอ?”


ผมขี้เกียจจะอธิบายว่าอยากไปเพราะอะไร งั้นอ้างแบบนี้ไปเลยแล้วกันง่ายดี สามีภรรยาจะไปสวีทหวานกันคงไม่มีใครว่าอะไรใช่ไหม?


ผมเห็นยูดัมหน้าซีดแล้วมองผมเหมือนว่าเพี้ยนไปแล้ว บริทท์ก็ยิ้มไม่ออก ส่วนอาซรานั้นไม่ต้องพูดถึงหลอมรวมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของบัลลังก์หินไปแล้ว


เหมือนเทพหลายองค์จะมองว่าผมกลายเป็นมาโซคิสม์ไปเสียแล้ว แต่ช่างมันปะไรเพราะการอ้างแบบนั้นเนี่ยแหละเลยทำให้ไม่มีใครคัดค้าน ผลก็คือผมจึงได้ไปกับยูดัมอย่างง่ายดาย บางครั้งความเป็นสามีภรรยาเกื้อกูลกันก็มีประโยชน์เหมือนกันนะ


*******************************************


ในวันถัดมาพวกเราจึงเตรียมตัวเดินทางสู่แดนมนุษย์หรือก็คือมิดการ์ดซึ่งอยู่ถัดจากดินแดนที่ผมอยู่ไปสองชั้น คราวที่แล้วตอนไปงานแต่งที่วานาเฮมผมนั่งรถม้าไป แต่หนนี้เพราะต้องทะลวงผ่านไปยังดินแดนมนุษย์จึงต้องอาศัยการล่องเรือลงไปแทน


เรือที่ผมคาดการณ์ไว้คือเรือสำเภายักษ์หรือเรือแบบในหนังเรื่อง 'ไพเรทออฟดิแคร์ริเบียน' ดูขลังโออ่าและยิ่งใหญ่ แต่เรือที่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าผมกลับเป็นเรือลำน้อยที่คล้ายกับกอนโดลา เรือล่องน้ำในอิตาลีไม่มีผิด


ผมหันขวับมามองเนลโลอย่างไม่เชื่อ “เราต้องนั่งเรือลำนี้เหรอ เอาจริงดิ?”


“พ่ะย่ะค่ะ มันเป็นเรือที่เหมาะกับการเดินทางที่สุดแล้ว” เนลโลตอบราวกับไม่ประหลาดใจเลย “ไม่ต้องห่วงว่ามันจะคับแคบพ่ะย่ะค่ะ เพราะเรือลำนี้จะนั่งกันแค่สองคน คือฝ่าบาทกับจอร์ดพ่ะย่ะค่ะ”


ผมหันไปมองเรือน้อยนั่นอีกครั้ง ก็คิดอยู่ว่าทำไมตรงที่นั่งเรือมีหมอนนุ่มๆ ประดับ ไหนจะร่มที่กางครอบบนที่นั่งอีก มองยังไงก็เหมือนมาล่องเรือเดทกันชัดๆ!


“นี่จะจัดให้พวกเรามาเดทตามคำขอเลยใช่ไหมเนี่ย”


ผมคิ้วกระตุก แต่ไม่อาจคัดค้านอะไรได้ เพราะเรือลำอื่นที่เตรียมไว้ให้พวกทหารกับข้ารับใช้ก็เป็นแบบเดียวกัน เพียงแต่พวกเขาต้องนั่งเบียดกันในเรือสิบคน ส่วนผมกับยูดัมได้นั่งสบายๆ กันแค่สองคน


“จะไปกันหรือยัง ช้ามากไปเดี๋ยวถึงที่นู่นเย็นพอดี”


ยูดัมที่ขึ้นมานั่งรอบนเรือแล้วเอ่ยเร่ง ผมถอนหายใจเฮือกก่อนจะยอมก้าวขึ้นไป


ตัวเรือถึงจะดูบอบบาง พอเอาเข้าจริงก็ดูแข็งแรงกว่าที่เห็นภายนอก ผมทิ้งน้ำหนักตัวลงไปเรือก็ไม่โคลงเคลงเลย แถมที่นั่งก็นุ่มสบายก้นมาก ร่มก็ออกแบบเพื่อกันแดดเป็นอย่างนี้ ไอเย็นจากน้ำช่วยทำให้บนเรือไม่ร้อนจนเกินไปนัก


ตลอดที่ผมสำรวจเรือ ยูดัมก็เอาแต่จ้องผมจนน่าอึดอัด สายตาคู่นั้นบ่งบอกเลยว่าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่กับการจัดที่นั่งแบบนี้ แต่ผมเลือกที่จะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ชะโงกมองน้ำใสเบื้องล่าง มันส่องเห็นพืชสีเขียวข้างใต้โบกไหวกับปลาสีเงินว่ายผ่านไปตัวแล้วตัวเล่าได้เลย


“เดินทางโดยสวัสดิภาพ มาร์ลัน”


อาซรามายืนส่งผมพร้อมกับบริทท์ที่ทำหน้าตายอยู่ข้างหลัง ผมยิ้มเป็นเชิงขอบคุณแล้วฟริกกาของผมก็หันไปสั่งการยูดัมแทน


“ดูแลฝ่าบาทดีๆ ด้วย”


“รู้แล้วน่า ไม่ต้องย้ำหรอก”


ยูดัมทำท่ารำคาญใจนักหนา ในตอนนั้นเองที่เนลโลเริ่มตะโกนให้ออกเรือได้ แล้วเรือทั้งหมดเก้าลำก็ค่อยๆ ล่องไปตามลำน้ำเองโดยที่ไม่มีคนพายเลย


ใช้รูนในการล่องเรือเหรอ... ก็ดีนะ ไม่ต้องพายให้เมื่อยดี ผมคิดขณะยกขาขึ้นมาไขว่ห้างอย่างสบายๆ พลางเอนหลังกับหมอนนุ่ม


ทิวทัศน์สองข้างทางเมื่อมองจากบนเรือแล้วได้บรรยากาศไปอีกแบบ ผมมองเห็นยอดวังของเทพทั้งหลายส่องประกายท้าทายแสงอาทิตย์คละกับความเขียวชอุ่มของต้นไม้ใบหญ้าข้างทาง อากาศในดินแดนแอสการ์ดนั้นดีอยู่แล้วเป็นทุนเดิม ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่นานๆ ครั้งจะเจอฝนกับอากาศร้อนสักที แอสการ์ดเหมือนมีฤดูใบไม้ผลิมาเยือนตลอดเวลา


“ทรงทอดพระเนตรอะไรอยู่พ่ะย่ะค่ะ อยู่กับพระชายาทั้งทีเหตุใดจึงไม่ตรัสอะไรกับกระหม่อมบ้างเลย”


เริ่มแล้วสินะ... สงครามประสาท


ผมหันมามองคนพูด อีกฝ่ายก็กำลังยิ้มกวนให้ผมอยู่ พอได้มองใกล้ๆ แบบพินิจพิจารณาแล้วต้องยอมรับว่าหมอนี่มีความเป็นผู้ชายเซ็กซี่สูงมาก ช่วงไหล่ก็กว้าง ใบหน้ารึก็คม ออกแนวแบดบอยขยี้หัวใจหญิงสาวได้เพียงแค่สบตา


“โทษที ข้ากำลังคิดอะไรเพลินๆ น่ะ” ผมทำหน้าเหมือนลุแก่โทษให้เขา


“คิดอะไรเพลินๆ หมายความว่าตัวกระหม่อมไม่น่าดึงดูดใจพอให้พระองค์ทรงสนพระทัยงั้นหรือ”


ยั่วมายั่วกลับไม่โกงว่างั้น?


เพราะเมื่อวานผมไปพูดกวนเขาไว้เยอะ วันนี้ยูดัมจึงหาทางเอาคืนให้ผมรู้สึกหวั่นไหวบ้าง โถๆ เป็นการเอาคืนที่น่าเอ็นดูจังนะเจ้าลูกแมว


ผมแสร้งทำเป็นหัวเราะ “ที่แท้เจ้าอยากให้ข้าสนใจหรอกหรือ เห็นที่ผ่านมาเอาแต่บอกปัด ข้าจึงนึกว่าเจ้าไม่ชอบน่ะสิ”


ไหนๆ ก็ต้องล่องเรือไปอีกนานเล่นกับเจ้าแมวนี่สักหน่อยแล้วกัน ผมคิดพลางอมยิ้ม


“ไม่มีใครชอบที่จะถูกเมินหรอก” ยูดัมกล่าวแล้วแสยะยิ้มจนเห็นเขี้ยวเล็กๆ ตรงมุมปาก “ที่กระหม่อมบอกปัดเพราะไม่พอใจที่ฝ่าบาทเอาแต่สนพระทัยฟริกกาต่างหาก”


ผมขอยอมรับจากใจจริง หมอนี่มีเสน่ห์ขั้นร้ายกาจ


หากอาซราคือความนุ่มนวลอ่อนโยน ยูดัมคือความร้อนแรงดุดันดั่งไฟผลาญ ผมรู้สึกถึงอันตรายทุกย่างก้าวเวลาใกล้ชิดกับเจ้าหมอนี่


ถึงผมจะเปรียบยูดัมเป็นแมวก็เถอะ แต่แมวก็ข่วนเราเป็นแผลได้ใช่ไหมล่ะ หากไม่ระวังน่ะ


“น้อยอกน้อยใจเก่งจังนะ ทำยังไงได้ใครใช้ให้อาซรามีตำแหน่งเป็นฟริกกาเล่า ในฐานะที่เขาเป็นชายาเอกข้าเมินเขาได้หรือ?”


อาซราเป็นคนที่จะฆ่าผมเลยนะ ไม่ทำคะแนนเอาใจเยอะๆ ก็แปลกแล้ว


“หมายความว่าถ้ากระหม่อมเป็นฟริกกา ฝ่าบาทจะใส่พระทัยกระหม่อมมากๆ งั้นหรือ” ยูดัมถามกลับเท้าคางมองผมอย่างยั่วยวน


“คำพูดของเจ้าหากอาซรามาได้ยินคงมีโกรธกันบ้างแน่ๆ”


ผมว่า เพราะคำพูดที่ไม่ชัดเจนอาจสื่อความหมายได้ว่ายูดัมต้องการแย่งตำแหน่งฟริกกามาจากอาซราก็ได้


“พูดบ้าๆ ฟริกกาต้องมาจากตระกูลเอซีร์ ต่อให้ไม่มีอาซราแล้วก็ย่อมมีคนอื่นมาแทนที่ตำแหน่งอยู่ดี” ยูดัมเย้ยหยันที่เหมือนกับจะประชดอยู่หน่อยๆ “ตำแหน่งจอร์ดก็เช่นกัน หากไม่มาจากตระกูลวานีร์ คนอื่นก็เป็นไม่ได้!”


งั้นเหรอ กฎเคร่งกว่าที่คิดแฮะ...


ผมเพิ่งจะได้รับความรู้ใหม่เอาตอนนี้ ผมกำลังคิดจะต่อบทสนทนา เสียงเรือด้านหน้าก็ดังขึ้นมาว่า


“ถึงน้ำตกแล้ว! จับให้ดี!”


น้ำตก? ผมกะพริบตาปริบๆ อย่างโง่งมจนยูดัมที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามต้องเตือนผม


“อย่ามัวแต่นั่งซื่อ! เกาะให้ดี ถ้าลอยตกน้ำไปอย่าหาว่าข้าไม่เตือนเจ้า!”


ผมได้สติคืนมาแล้วในตอนนั้นเองที่ผมเห็นว่าเบื้องหน้ามีธารน้ำตกขนาดใหญ่ เรือที่เคยนำขบวนพวกเราไหลลงไปก่อนแล้ว ผมเห็นเช่นนั้นหน้าก็เริ่มซีดรีบตะครุบที่เท้าแขนของตัวเองไว้แน่น


แล้วเรือของเราก็มาอยู่ปากน้ำตก ความรู้สึกตอนร่วงลงมาไม่ต่างอะไรกับการเล่นเรือไวกิ้งที่สวนสนุก ท้องของผมเบาโหวงไปชั่วครู่ขณะมองเรือดิ่งลงไปสู่กระแสน้ำเบื้องล่าง ผมหลับตาปี๋เตรียมรับแรงกระแทกและความเปียกแฉะที่ตามมา ทว่าเรือกลับสั่นสะเทือนเพียงแป็บเดียว จากนั้นก็กลับมาลอยลำนิ่งๆ อีกครั้ง


“เอ๋?”


ผมเห็นว่าตัวเองปลอดภัย มิหนำซ้ำเรือก็ไม่มีอะไรบอบช้ำตรงไหน นอกจากกองหมอนตรงส่วนที่นั่งของผมไปกองอยู่ฝั่งยูดัมแทน อีกฝ่ายจัดการโยนหมอนคืนมาให้ผมทีละใบพลางว่า


“หลับตาปี๋เชียวนะ กลัวอะไรขนาดนั้น”


“ก็คนมันไม่เคยนั่งเรือแบบนี้นี่!” ผมค้อนใส่ ขณะรับหมอนที่ถูกปามา เจ้าหมอนี่มีหน้ามาล้อเลียนผมอีก!


“โอ๋ๆ ไม่กริ้วนะพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท กระหม่อมก็แค่ถามไถ่เพราะเป็นห่วงเท่านั้นเอง”


เจ้าตัวว่าแต่ดูยังไงก็ล้อเลียนผมอยู่ชัดๆ! แถมมาทำกับผมเป็นเด็กอีกแน่ะ!

ผมงอนยูดัมแล้วหันไปมองทัศนียภาพของดินแดนวานาเฮมแทน ตอนที่มาครั้งที่แล้วก็เข้าไปงานแต่งเลย ประกอบกับนั่งรถม้าความเร็วสูงมาเลยไม่ได้เห็นวิวทิวทัศน์มาตอนนี้ผมจึงได้เห็นว่าดินแดนของเทพตระกูลวานีร์นั้นเป็นอย่างไร


ที่นี่อาจจะไม่ได้มีบรรยากาศที่ดีมากเมื่อเทียบกับแอสการ์ด แต่ก็มีอะไรบางอย่างที่แสดงถึงความพิเศษของการเป็นที่อยู่ของเทพชั้นผู้น้อย นั่นคือป่าอันอุดมสมบูรณ์ที่มาพร้อมกับละอองสีทองอันระยิบระยับ


ผมเอื้อมมือไปไขว่คว้าละอองพวกนั้น แต่พอสัมผัสแล้วมันก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว


“ละอองพวกนี้มันคืออะไรน่ะ”


“หืม? ก็แค่เศษละอองของพวกพลังรูนน่ะ” ยูดัมตอบแถมโบกไล่ละอองสีทองพวกนั้นที่พัดมาโดนหน้า


“พลังรูน? แต่ที่แอสการ์ดไม่เห็นมีเลยนี่”


“แหงละ พวกละอองสีทองนี่ก็มาจากแอสการ์ดนั่นแหละ พวกมันโดนลมพัดลงมาเบื้องล่างจนกลายสภาพเป็นละอองสีทองแบบนี้ ที่อัลฟ์เฮมข้างใต้วานาเฮมก็มีบ้างประปรายนะ”


อ๋อ มันตกค้างมาจากข้างบนนั่นเอง ก็ว่าอยู่ผมเห็นละอองมันโรยตัวมาจากท้องฟ้าก็สงสัยว่ามันมาได้ไง


พอรู้ว่าเจ้าละอองสีทองนี้ไม่มีอะไรพิเศษ ผมก็เลิกสนใจมัน แล้วหันไปสนใจพวกทหารที่กำลังเดินลาดตระเวนอยู่รอบๆ มองขบวนเรือของเราด้วยความสนใจ


“เราควรจะเกณฑ์ทหารมาเพิ่มตั้งแต่ตอนนี้ไปเลยน่าจะดีกว่านะ...”


ผมเผลอรำพึงเรื่องที่คิดออกมา อีกฝ่ายเห็นว่าผมพูดกิจธุระขึ้นมา สีหน้าจึงแปรเปลี่ยนเป็นจริงจัง


“เพื่อรับมือกับสงครามใช่ไหม”


“อืม คำทำนายที่นอร์นกล่าวไว้ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น โลกิที่ข้าเจอมีพลังมากพอจะทำลายแอสการ์ดได้ ข้าต้อง... ให้ทุกคนเตรียมความพร้อมให้มากที่สุด”


ผมกังวลเป็นจริงเป็นจัง จนเมื่อส่องลงไปบนผิวน้ำแล้วจะสะท้อนใบหน้าของผมที่เคร่งเครียดออกมา


“ไม่ต้องห่วงไปหรอก เทพทุกองค์ล้วนตระหนักในเรื่องนี้อยู่แล้ว พวกเขาย่อมต้องเตรียมทหาร อาวุธและเสบียงกันไว้เป็นการส่วนตัวบ้างแน่นอน” ยูดัมพูดให้คลายกังวล


นอกจากกองกำลังหลักของแอสการ์ดแล้ว ยังมีทหารส่วนย่อยของเทพแต่ละองค์อีก ผมไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายบอกเพราะมันเป็นเช่นนั้นจริงหรือแค่ต้องการพูดให้ผมสบายใจกันแน่ แต่ในเมื่อยูดัมอุตส่าห์บอกว่าอย่ากังวล งั้นผมจะยอมลองเชื่อไปก่อนแล้วกัน


เพราะยังไงเสียกังวลไปตอนนี้ผมก็ทำอะไรไม่ได้เสียหน่อย


“ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ดีข้าจะได้วางใจ”


ผมกล่าว มือยื่นลงไปจะวักน้ำมาลูบตรงแขนเสียหน่อย แต่กลับมีอะไรบางอย่างมาจับข้อมือผมไว้!


“เฮ้ย!?”


ผมอุทานลั่น กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีผมก็โดนเจ้าสิ่งนั้นกระชากตกลงมาจากเรือแล้ว


*มาร์ลันผู้ซวยตลอดกาล โดนอะไรบางอย่างลากลงน้ำไปเสียแล้ว ดูเหมือนว่ามีนักอ่านสงสัยว่ามาร์ลันเป็นเคะหรือเมะกันแน่ ไรท์ขอบอกว่าน้องเป็นเคะค่ะ คนในฮาเร็มน้องคือเมะค่ะ ไม่มีสลับตำแหน่งแน่นอน ส่วนเรื่องที่ว่ามาร์ลันจะเป็นพระเอกนั้น 'พระเอก' ในชื่อเรื่องและ # หมายถึงน้องจะเป็นพระเอกแทนตำแหน่งตัวร้ายค่ะ 5555 หวังว่าทุกคนจะเข้าใจตรงกันน้า


#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ขอบคุณค่ะ ♡

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 970 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2151 knunkim (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 14:18

    โดนพรายนํ้าดึงลงไปเหรอน้อง

    #2,151
    1
    • #2151-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 9)
      2 พฤศจิกายน 2563 / 18:52
      น้องช่างดวงซวยจริงๆ ค่ะ
      #2151-1
  2. #2112 Yok Poog (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 18:27
    โคตรแกล้ง...ไรท์แกล้งน้องงงงง น้องซวยยย
    #2,112
    0
  3. #2004 B.TEm (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 เมษายน 2563 / 23:30
    นึกถึงตัวเงินตัวทองค่ะ..
    #2,004
    0
  4. #1611 WangEn_Tuan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มีนาคม 2563 / 16:24
    มีเรื่องอีกแล้วยัยน้องเอ้ย5555555
    #1,611
    0
  5. #1261 trp1021 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:14
    พรายน้ำ
    #1,261
    0
  6. #1209 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 15:48
    รอให้มาร์ลันสนิทกับภรรยาอีกคนไม่ไหวแล้ว แค่สองคนก็บันเทิงจัด
    #1,209
    0
  7. #1072 Lamer_Perfhun (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:46
    น้องมากับดวงนะ55
    #1,072
    0
  8. #1063 MoonNightShineBright (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:56
    แอบอยากให้น้องเป็นเมะ
    #1,063
    0
  9. #866 love_forever 1992 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 19:04
    ยูดัม ใจเย็นพ่อคุณ เกรี้ยวกราดจริง นั้นเมียเอ็งนะ ด่าซะ 555+
    #866
    0
  10. #717 sakura17 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 21:16
    มาร์ลันโดนตลอด555
    #717
    0
  11. #498 ตงฟาง (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2562 / 03:30

    อย่างฮาเลย. ทะเลาะกันเรื่องใครเป็นรุกใครเป็นรับ 55555ชั่งอ้างมาได้

    #498
    1
    • #498-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      29 พฤศจิกายน 2562 / 06:18
      ต้องกำหนดสถานะ(?) ให้ชัดเจนสิ 5555
      #498-1
  12. #234 Mistyblack (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 16:58
    ไรท์ออกมาเฉลยไมอะ ปช่อนให้น้องมโนอีกสักตอน2ตอนก็ไม่ได้
    #234
    2
    • #234-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      11 พฤศจิกายน 2562 / 19:05
      ขอโทษค่ะ มีคนถามไรท์กันเยอะมาก เลยจำเป็นต้องเฉลย > <
      #234-1
  13. #163 คนใช้ปากกาสีเขียว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 18:04
    สนุกมากๆๆๆ
    #163
    1
    • #163-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 19:51
      ขอบคุณค่า > <
      #163-1
  14. #162 ทาทาห์ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2562 / 01:59
    ชอบยูดัม มีตำแหน่งเมียจอร์ดมั้ยคะ ขอเป็นฟูกจอร์ดก็ได้5555555
    #162
    1
    • #162-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      4 พฤศจิกายน 2562 / 08:12
      เป็นฟูกเลยเหรอคะ!? เป็นตำแหน่งนางกำนัลของยูดัมก็ได้น้า > < ได้ถวายงานใกล้ชิดด้วย
      #162-1
  15. #161 ยัยเกร็ดเงิน (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 12:27

    มาต่อน้าาา


    #161
    1
    • #161-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      3 พฤศจิกายน 2562 / 12:36
      ตอนต่อไปมาเร็วๆ นี้ค่ะ อดใจรอนิดนึงน้า > <
      #161-1
  16. #160 chalak_Mt (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 08:41
    ชอบอ่ะ สนุกจร้าาา
    #160
    1
    • #160-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      3 พฤศจิกายน 2562 / 12:35
      ขอบคุณมากค่ะ ^ ^
      #160-1
  17. #159 Little_Letter (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 13:18
    แง อยากพาน้องไปสะเดาะเคราะห์อ่ะ อะไรจะซวยขนาดนี้55555555555555
    #159
    1
    • #159-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      2 พฤศจิกายน 2562 / 20:23
      น่าสงสารมาร์ลันจริงๆ เนอะ 55555
      #159-1
  18. #158 kaopunb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2562 / 08:11
    เริ่มเป๋ไปหายูดัม ชอบจีงเรยผู้ชายเซ็กซี่
    #158
    1
    • #158-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      2 พฤศจิกายน 2562 / 11:41
      ลงได้ทุกเรือตามที่ชอบเลยค่า
      #158-1
  19. #157 Wlard-Favner (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 21:54
    ไรต์ โอเมก้ากู๊ดจ๊อบ มากๆค่ะ
    #157
    1
    • #157-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      1 พฤศจิกายน 2562 / 22:33
      หมายถึงเรื่อง Astray หรือคะ? ถ้าใช่ก็ขอบคุณค่ะ > <
      #157-1
  20. #156 บอสสึ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 21:48
    มาร์ลันซวยตลอดกาลจริงๆ
    #156
    1
    • #156-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      1 พฤศจิกายน 2562 / 22:31
      น่าสงสารจริงๆ นะคะ 5555
      #156-1
  21. #153 star rose (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 20:24
    ผีพรายหรือนางเงือกละนั่น
    #153
    2
    • #153-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      1 พฤศจิกายน 2562 / 20:28
      โอ๊ะ มีคนเดาได้ตรงกับโลกนอร์สแล้ว
      #153-1
  22. #152 Musumeji (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 20:10
    มาร์ลันโดนเห้ลากไปกินในน้ำแล้วโว้ยยยน
    #152
    2
    • #152-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      1 พฤศจิกายน 2562 / 20:27
      ในน้ำมีตัวฮาร์ดคอร์ขนาดนั้นเลยหรือคะ 0.0
      #152-1
  23. วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 20:10
    ใครน้า
    #151
    1
    • #151-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      1 พฤศจิกายน 2562 / 20:26
      ลองเดากันค่ะ > <
      #151-1
  24. #150 นู๋ฝ้าย จร๊าาาาา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 19:54

    มาร์... ไม่น่าาา~ ไม่น่ารอดจริงๆ 5555555
    #150
    1
    • #150-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      1 พฤศจิกายน 2562 / 20:25
      น้องต้องรอดสิคะ 555555
      #150-1
  25. #149 :: Mosifer :: (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2562 / 19:46

    คนใกล้ตัวร้ายที่สุด!!! เนลโลรู้กกกก ต้อนรับเข้าฮาเร็มมากค่ะ //ผายมือ

    อิมเมจรูปลักษณ์นิสัยยูดัมที่ไรเตอร์บรรยายนี่ตรงกับในหัวมากค่ะ ต้องแบบดูเซะซี่ ขี้ยั่ว คาริสม่าสูงแน่ๆ แอร๊ มาร์ลันระวังตัวไว้ลูกกกก (จากทุกๆ คน)

    แต่ชอบความซวยของน้องมากค่ะ โดนลากไปซะแล้ว //หัวเราะ

    #149
    1
    • #149-1 Anabella(จากตอนที่ 9)
      1 พฤศจิกายน 2562 / 20:24
      น่าสงสารน้องเขานะคะ โชคร้ายไม่พอยังจะต้องระวังถูกกินอีก 5555
      #149-1