[Yaoi - จบแล้ว] ขอประกาศศักดาข้านี่แหละคือพระเอก!

ตอนที่ 11 : ประกาศครั้งที่ 10 การอาบน้ำอันแสนวาบหวิวและฉากหกล้มในตำนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,872
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,023 ครั้ง
    11 พ.ย. 62

ประกาศครั้งที่ 10 การอาบน้ำอันแสนวาบหวิวและฉากหกล้มในตำนาน


ให้ตายสิ ดาบของโลกินี่มันเท่จริงๆ!


ผมอดไม่ได้ที่จะชื่นชมมันหลายครั้ง ตอนแรกที่เห็นทั้งตัวด้ามและปลอกเป็นสีดำประกายแดงก็ว่าขลังแล้วนะ พอผมถอดฝักดาบออกเผยให้เห็นใบดาบข้างใน มันเป็นสีแดงเข้มแต่ยังสะท้อนประกายสีออกทองเรืองๆ มันโคตรจะน่าเกรงขามไปกันใหญ่!


เทียบกับหอกของผมที่ดูบริสุทธิ์แล้วก็ศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันทำให้ผมนึกถึงคทาแม่มดน้อยสีฟรุ้งฟริ้ง อีกอย่างถ้าไม่นับเรื่องปืนแล้วผมก็ชอบดาบมากกว่าหอกละนะ เพราะงั้นผมถึงได้อิจฉาที่โลกิครอบครองดาบดีๆ แบบนี้เอาไว้


ผมรู้ที่ซ่อนดาบเล่มนี้จากในนิยาย พอโลกิขึ้นมาบนโลกมนุษย์แล้วสิ่งแรกที่เขาทำก็คือเอาดาบเล่มนี้มาจากบ้านเก่า ดาบที่เป็นอาวุธสืบทอดของโลกิ ดื่มกินเลือดผู้คนมานานหลายพันปี ถ้าโลกิได้ครอบครองดาบนี้ก็เหมือนรถถังที่แข็งแกร่งอยู่แล้ว แต่เพิ่มออฟชั่นปืนยิงหลายหลายแบบเข้าไปนั่นแหละ


ผมอยากจะใช้ดาบของโลกิแทนหอกของโอดินเหลือเกิน แต่มันติดที่ว่าพอผมจะลองใช้ ดาบมันก็ขัดขืนแล้วปล่อยพลังบางอย่างทำให้มือที่ผมจับชาไปหมด ข่มขู่ก็แล้วลองขอก็แล้วมันไม่ยอมให้ผมใช้ สุดท้ายจึงได้แต่เป็นของประดับตกแต่งห้องอยู่อย่างนั้น


“มาร์ลัน ไม่คิดว่าควรเอาดาบนี้ไปเก็บที่อื่นหรือ อยู่ในนี้มันจะนำพาความโชคร้ายมากกว่าจะเรียกว่าโชคดีนะ”


อาซรากล่าวกับผมตอนที่ตัดสินใจนำดาบมาเก็บไว้ที่ห้องนอนแทนที่จะผนึกไว้ในท้องพระคลัง ผมส่ายหน้าตอบไป


“ไม่ดีหรอก ต่อให้ผนึกไว้ก็เถอะ ถ้าพวกนั้นรู้ว่าดาบหายไป สถานที่ที่จะมุ่งมาเอาต้องเป็นท้องพระคลังอยู่แล้ว แทนที่จะทำแบบนั้นสู้เก็บไว้ใกล้ตัวดีกว่า คนอื่นคาดไม่ถึงด้วย”


คนที่รู้เรื่องที่ว่าผมเอาดาบของโลกิไว้ที่ห้องนอนมีเพียงไม่กี่คน เนลโล อาซรา ยูดัม บริทท์และข้ารับใช้ที่เข้าออกบ่อยๆ อีกสามคน ส่วนเทพองค์อื่นๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผมครอบครองดาบของโลกิไว้


“มันก็ใช่แต่ว่ามาร์ลันไม่รู้สึกแย่เหรอที่ต้องมานอนในห้องที่มีรัศมีชั่วร้ายน่ะ”


อาซราจับความไม่บริสุทธิ์ภายในห้องนอนได้ จึงรู้สึกไม่สบายตัวนักในยามที่มาจิบฟิก้ากับผม จนผมสงสารต้องไปนั่งทานที่ระเบียงนอกห้องแทน


“ก็ไม่นี่ ประดับมันไว้คิดเสียว่าจะทำให้ข้าคุ้นชินกับรัศมีชั่วร้ายแล้วกัน” ผมตอบอย่างสบายๆ พลางหยิบพายเบอร์รี่ขึ้นมากินอีกชิ้น


ผมอยู่ในที่ที่มีแต่มาเฟียนะ เรื่องรัศมีอำมหิตหรือความกระหายเลือดอะไรพวกนี้มันเป็นของธรรมดามากๆ พอมีเจ้าดาบนี่มาประดับในห้องนอนของผม บรรยากาศจึงค่อยเหมือนบ้านเก่าหน่อย


“ในเมื่อมาร์ลันพูดอย่างนั้นก็ช่างเขาเถอะน่า แค่รัศมีพวกนี้มันไม่ทำให้เจ็บให้คันหรอก” ยูดัมกล่าวแล้วเคี้ยวขนมตุ้ยๆ


หลังจากที่ทำภารกิจเกลี้ยกล่อมชาวบ้านเสร็จ ยูดัมก็กลายเป็นอีกคนหนึ่งที่มาร่วมวงจิบฟิก้ายามบ่ายกับผมด้วย แถมมักจะมาเวลาเดียวกับอาซราอีกต่างหาก ตอนแรกผมคิดว่าพวกเขาเข้ากันได้ดีนะ แต่ไม่รู้ทำไมเดี๋ยวนี้ยิ่งอยู่ต่อหน้าผมก็มีการจิกกัดเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้น


“เจ้าอยู่กับสนามรบบ่อย ก็พูดได้น่ะสิ จอร์ด” อาซราย่นคิ้วกับความไม่ทุกข์ร้อนของยูดัม


“เจ้าเองก็ห่วงมาร์ลันเกินไปเหมือนกันนั่นแหละ เขาบอกว่าไม่เป็นไรก็เชื่อใจเขาหน่อยจะเป็นไรไปล่ะ” ยูดัมย้อน


“ที่ข้าทำก็เพราะห่วงสุขภาพกายและใจของมาร์ลันนะ”


“การดูแลสุขภาพไม่จำเป็นต้องให้เขาอยู่ห่างไกลจากโรคเสียหน่อย ให้เป็นนิดหน่อยบ้างเพื่อให้ร่างกายสร้างภูมิต้านทานจะได้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น”


“แต่มาร์ลันไม่ใช่สายกล้ามอย่างเจ้านะ"


“งั้นเจ้าจะบอกว่ามาร์ลันควรเป็นสายเรียบร้อยเช่นเจ้างั้นสิ?”


เถียงอะไรกันเนี่ย เจ้าพวกนี้


ผมย่นคิ้วเพราะรู้สึกปวดหัว มาเถียงเรื่องที่ไม่เข้าท่าเสียเลย ก่อนจะแสดงความคิดเห็นกันเรื่องของผม ช่วยถามกันสักคำหรือยังว่าผมรู้สึกยังไงน่ะ!


สุดท้ายผมก็เคาะโต๊ะสองครั้งเพื่อเรียกความสนใจและหยุดยั้งการโต้เถียงของทั้งคู่


“พวกเจ้าพอเถอะ ข้าเข้าใจความเป็นห่วงของอาซรานะ แต่ข้าไม่เป็นไรจริงๆ ส่วนยูดัม เจ้าไม่ควรบ่นใส่อาซราแบบนั้น ยังไงซะที่เขาทำก็เพราะห่วงข้า เจ้าไม่ควรดูถูกความใส่ใจที่อาซรามีต่อข้าหรอกนะ”


ผมพูดตักเตือนทั้งสองคนไปอย่างนั้นแหละ แต่ความจริงก็คือผมไม่อยากฟังเสียงที่ตีกันสองข้างมากกว่าก็เพราะผมดันนั่งอยู่ตรงกลางเนี่ยสิ


พอผมห้าม พวกเขาก็หยุด ยังดีที่ทั้งสองคนเชื่อฟังผมมากขึ้น อาซราน่ะไม่เท่าไหร่ต่อให้ผมสั่งเขาทำภารกิจแปลกๆ อย่างการให้มาช่วยบีบนวดฝ่าเท้า เจ้าตัวก็ไม่ว่าอะไรเลยสักนิด ตรงข้ามกับยูดัมที่ขัดขืนคำสั่งผมบ่อยๆ แต่พักนี้ก็ปฏิบัติตามที่สั่งได้ดีมากขึ้นแล้ว


“ขอโทษ มาร์ลัน”


“ขอโทษที”


ทั้งสองเอ่ยออกมาพร้อมกันราวกับคิดว่าผมกำลังโกรธอยู่ เอ ผมแค่ย่นคิ้วเฉยๆ เองนะ มันดูเหมือนกำลังโกรธเหรอ? แต่ช่างเถอะ ผมไม่สนใจแค่สองคนนี้หยุดโต้เถียงกันได้ ผมก็พึงพอใจแล้ว


เนลโลเข้ามาสอดการสนทนาอย่างผู้รู้งาน “ฝ่าบาท แบร์กีเสด็จมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ”


“รีบเชิญเข้ามา”


บางครั้งผมก็เบื่อหน่ายชีวิตที่เงียบเหงาในวังเช่นกัน ด้วยเหตุนี้นานๆ ครั้งแบร์กีจะแวะมาเล่นดนตรีให้ผมฟัง แบร์กีคือเทพแห่งการดนตรี ฉะนั้นเสียงพิณและเสียงร้องของนางเรียกว่าย่อมเป็นที่หนึ่งในแอสการ์ด


“ถวายบังคม ฝ่าบาท ฟริกกาและจอร์ดเพคะ”


แบร์กี เป็นดรุณีน้อยแรกแย้ม เธอสุภาพ สดใสดุจดอกทานตะวัน เห็นหน้าทีไรพานให้อารมณ์ดีทุกครั้งที่เจอ


“ขอบใจที่มานะ ชาร์มา” ผมเรียกชื่อจริงของแบร์กีเพื่อความสนิทสนมมากขึ้น “คงไม่ถือสานะหากข้าจะให้อาซรากับยูดัมฟังด้วยน่ะ”


ชาร์มาคลี่ยิ้มดุจดวงตะวัน “ไม่เลยเพคะ เป็นเกียรติมากเสียอีก หม่อมฉันจะบรรเลงเพลงถวายอย่างสุดความสามารถเลยเพคะ”


เธอดูกระตือรือร้นกว่าทุกทีเพราะหนนี้มีผู้ฟังคนอื่นนอกจากผมและเนลโลด้วย ข้ารับใช้ของผมตระเตรียมเบาะนั่งนุ่มนิ่มไว้เพื่อให้ชาร์มานั่งบรรเลงเพลงได้สะดวก เธอก็นั่งลงอย่างรู้งานก่อนจะเรียกพิณประจำกายออกมา


พิณของชาร์มามีขนาดเล็ก สามารถหอบหิ้วไปไหนมาไหนได้ ตัวคันที่ขึงสายทำมาจากอำพันหลอมและประดับด้วยเถาไม้ที่ไม่มีวันเหี่ยวแห้ง ดูเป็นธรรมชาติอย่างไม่น่าเชื่อ ผมมองเธอตรวจดูเส้นสายเครื่องดนตรีอยู่พักหนึ่ง ก่อนที่นิ้วเรียวสวยนั้นจะเริ่มดีดบรรเลง


“ยามโลกถือกำเนิด เทพทั้งหลายเห็นพ้อง

แสงสว่างมิอาจขาดได้ มุ่งหน้าสู่มัสเปลส์เฮม

เก็บประกายไฟจากดาบเซิร์ท ขว้างไปบนฟ้า

แล้วดวงดาวก็พราวพร่าง เกิดเป็นดาวสองดวงสุดสว่าง

นั่นคือดวงอาทิตย์และดวงจันทร์”


อ๋อ เพลงถือกำเนิดพระอาทิตย์กับพระจันทร์สินะ ผมเท้าคางฟังเสียงเพลงของชาร์มา รู้สึกผ่อนคลายเพราะเสียงที่นุ่มนวลของเธอ


“สร้างราชรถลากดวงดาวทั้งสองไปทั่วฟ้า

ดวงอาทิตย์เทียมด้วยม้าสองตัว อาร์วาคร์และอัลซวิน

ปกป้องคนขับด้วยน้ำแข็งและโล่ เพื่อไม่ให้ถูกเผาไหม้

ส่วนดวงจันทร์แสงอ่อนกว่า มีม้าลากตัวเดียวคืออัลสไวเด

สารถีผู้ดูแลดวงอาทิตย์คือโซล ส่วนสารถีผู้ดูแลดวงจันทร์คือมานิ

สองพี่น้องผู้น่าสงสาร เพราะมันดิลฟาริ บิดาของพวกเขาหาญกล้า

ตั้งชื่อบุตรให้เหมือนดวงอาทิตย์และดวงจันทร์ ซ้ำยังเย่อหยิ่งว่าบุตรนั้นงดงามดั่งดาวทั้งสอง

โอดินรู้จึงโกรธา จับสองพี่น้องมาเป็นสารถีชั่วกัปกาล”


ทำนองเพลงอ้อยอิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ จางไป ผมเหมือนเพิ่งตื่นขึ้นจากฝัน นี่อาจเป็นความสามารถพิเศษของเทพแบร์กีก็ได้ ยามที่บรรเลงเพลงทีไร มักจะปรากฏภาพชัดในหัวตลอด


ถึงแม้ว่าตอนท้ายผมจะรู้สึกว่าโอดินใจแคบไปหน่อยก็เถอะ มันดิลฟาริแค่ลูกทั้งสองมากจะตั้งชื่อตามดวงอาทิตย์และดวงจันทร์จะเป็นไรไปเล่า


ยูดัมปรบมือ “เจ้ายังยอดเยี่ยมเหมือนเคย”


“ขอบพระทัยเพคะ” ชาร์มายิ้มกริ่ม วางมือจากพิณมารับน้ำชาจิบแก้กระหาย “หากบทเพลงของหม่อมฉันทำให้พระองค์สำราญได้ หม่อมฉันก็ดีใจเพคะ”


เธอพูดออกมาจากใจจริง ดูจากแววตาที่เปล่งประกายนั่นแล้ว ผมก็รู้ว่าเธอคงชอบเล่นดนตรีมากจริงๆ ไม่อย่างนั้นแล้วคงไม่สามารถทำออกมาได้ยอดเยี่ยมถึงเพียงนี้ได้


“ขอบใจสำหรับเพลงอันแสนไพเราะ ลุกขึ้นมานั่งด้วยกันเถิด”


ผมเชื้อเชิญเธอขึ้นมานั่งร่วมโต๊ะ ชาร์มาไม่ปฏิเสธ เธอเก็บพิณไปอย่างคล่องแคล่วแล้วนั่งลงระหว่างกลางของอาซราและยูดัม


“ขอบพระทัยเพคะ”


“ไม่เป็นไร เนลโลรินชา”


เนื่องจากชาร์มาเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว ผมจึงรู้ว่าเธอไม่ชอบดื่มฟิก้าสักเท่าไหร่ ด้วยเหตุนี้ผมจึงจัดชาพิเศษให้เธอแบบเดียวกับยูดัมที่รายนี้ก็เกลียดฟิก้าเช่นกัน


เนลโลเตรียมชาไว้แล้ว น้ำชาที่เจือกลิ่นดอกไม้กรุ่นกำจายอยู่ในอากาศ ชาร์มาจิบชาด้วยท่าทีผ่อนคลาย รอยยิ้มแตะแต้มอยู่บนใบหน้า


“เป็นชาที่ดีมากเพคะ ชาส้มให้ความรู้สึกสดชื่นมาก”


“ต้องยกความดีความชอบให้เนลโล เพราะข้าไม่ถนัดเรื่องชา เขาเป็นคนจัดเตรียมน่ะ” ผมพยักพเยิดให้ข้ารับใช้คนสนิทที่ยืนอยู่ข้างๆ พวกเราตลอดคอยบริการ


ชาร์มาปรายตามอง “เขาเป็นข้ารับใช้หนึ่งเดียวของฝ่าบาท แต่ว่าตามหลักแล้วโอดินควรมีข้ารับใช้อีกหนึ่งคน ฝ่าบาทไม่คิดจะหาเวมาช่วยงานวิลีหรือเพคะ”


ไม่ว่าจะยุคสมัยไหนโอดินมักจะมีวิลีและเวรับใช้เคียงข้างกัน แต่มาถึงยุคของมาร์ลันกลับแหวกผ่าประเพณี ตอนแรกก็มีสองคน ทว่าถูกสั่งฆ่าไปหนึ่งจึงเหลือคนเดียวไป


ผมยกยิ้ม “ก็กำลังพิจารณาอยู่ แต่มีเนลโลคนเดียวก็ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกนะ สำหรับข้าแล้วเนลโลทำงานได้ดีจนเหมือนมีข้ารับใช้สิบคนเลยล่ะ”


อันนี้ผมไม่ได้พูดเว่อนะ เนลโลทำงานได้คล่องแคล่วมาก สั่งอะไรมักจะได้ในทันที ราวกับมีการเตรียมพร้อมตลอดเวลา และผมก็คุ้นชินกับการที่มีเนลโลมารับใช้คนเดียวแล้วด้วย


ทางหางตาผมเห็นเนลโลกำลังมองผมด้วยความซาบซึ้งใจ ไม่ต้องส่งสายตาอย่างนั้นมาให้ผมน่า ก็แค่พูดไปตามความจริงเท่านั้นแหละ


“ถึงเนลโลจะทำงานได้ดี แต่ยังไงก็เป็นสิ่งมีชีวิตย่อมมีเหนื่อยกันบ้าง” อาซราว่าอย่างมีเหตุมีผล “ถ้าฝ่าบาทมีเวจะช่วยแบ่งเบาภาระของวิลีไปด้วย”


“กระหม่อมไม่เหนื่อยที่ได้รับใช้ฝ่าบาทหรอกพ่ะย่ะค่ะ” เนลโลกล่าวขึ้นมา ดวงตาเป็นประกายจริงจังเพื่อยืนยันประสิทธิภาพการทำงานของตน


ยูดัมปรายตา สีหน้าเหนื่อยหน่าย “ใจเจ้าบอกไม่เหนื่อย แต่ร่างกายไม่ใช่ตุ๊กตาย่อมมีเหนื่อยล้าบ้าง เจ้ารับใช้มาร์ลันทั้งวันทั้งคืน ไหนต้องควบคุมข้ารับใช้น้อยใหญ่อีกเล่า? จะบอกว่างานไม่หนักหรือไง?”


ตำแหน่งของเนลโลไม่ต่างอะไรกับพ่อบ้านที่ควบคุมดูแลความเป็นไปทุกอย่างภายในวังของผม ตั้งแต่ทำความสะอาดลามไปจนถึงครัว ถึงในแต่ละหน้าที่จะมีหัวหน้ากำกับอีกชั้นหนึ่งก็ตาม ยังไงวิลีก็เป็นหัวหน้าสูงสุดของข้ารับใช้นางกำนัลอยู่ดี


แต่ประเด็นคือผมไม่พร้อมจะมีเวน่ะสิ! ผมอยากได้คนที่ไว้ใจได้มารับใช้ ไม่ใช่พวกตลบตะแลง!


เนลโลทำท่าจะแย้งคำพูดของยูดัม แต่ผมพูดให้เสียก่อน


“เรื่องนี้ค่อยว่ากันทีหลังเถอะ ได้ยินว่าคนที่จะมาเป็นเวได้ต้องผ่านการคัดเลือกที่เข้มงวดไม่ใช่รึ? ถ้าเลือกมาส่งๆ แทนที่จะดีอาจวุ่นวายก็ได้”


ผมพยายามยืดการเลือกเวมารับใช้ไปให้นานที่สุด และดูเหมือนว่าอาซราก็เห็นด้วย เจ้าตัวพยักหน้าน้อยๆ พลางว่า


“นั่นสิ เรื่องเวเราไม่ควรรีบร้อน ไว้เราค่อยเลือกอีกทีตอนที่จ้างข้ารับใช้และนางกำนัลเข้ามาใหม่แทนคนเก่าๆ ที่แก่ชราแล้วกัน”


พออาซราบอกแบบนี้คนที่เหลือก็ไม่คัดค้าน มิหนำซ้ำยังสนับสนุนอีกด้วย


“ก็จริง ในวังข้ามีนางกำนัลกับข้ารับใช้ที่อายุเยอะแล้วราวๆ สิบคนได้ ควรได้เวลาให้พวกเขาพักเสียที” ยูดัมจิบชาไป สายตามองออกไปนอกระเบียงชื่นชมบรรยากาศแสนสงบ


“วังของหม่อมฉันก็มีพอสมควรเลยเพคะ ถึงจะน่าเสียดายฝีมือของพวกเขา แต่ควรจะให้ได้พักผ่อนในบั้นปลายของชีวิตจริงๆ” แม้แต่ชาร์มาที่อารีก็ยังกล่าวเช่นนี้


กลายเป็นว่าผมซื้อเวลาไปได้อีกหน่อย ในใจจึงคลายความกังวล แล้วกินพายเบอร์รี่เพิ่มอีกชิ้น


เอ่อ นี่ผมกินไปกี่ชิ้นแล้วเนี่ย ไม่ได้การๆ มันอร่อยมากเกินไปจนผมเผลอกินเพลิน ขืนกินแบบนี้ผมคงจะได้น้ำหนักขึ้นในเร็ววันนี้แน่…


“วันนี้ฝ่าบาทจะแช่น้ำร้อนอีกไหมพ่ะย่ะค่ะ"


พอใกล้จะหมดเวลาพักแล้ว เนลโลก็ถามขึ้นมา ท่าทางที่พวกเราถกเถียงกันหาเวคนใหม่จะทำให้เจ้าตัวมีไฟรับใช้ผมมากขึ้น ถึงขั้นโพล่งถามเรื่องอาบน้ำเอาตั้งแต่บ่ายเลย


“อืม เอาสิ”


ผมเพิ่งจะได้งานอดิเรกใหม่มา นั่นคือการแช่น้ำร้อน ฟังดูธรรมดาใช่ไหม? มันไม่ใช่การแช่ตัวในอ่างไม้หรืออะไรอย่างนั้นหรอกนะ แต่มันคือการนอนแช่ตัวในสระ เหมือนออนเซ็นของญี่ปุ่น ผมเพิ่งจะรู้ว่าวังของตัวเองมีสระให้อาบน้ำแช่ตัวได้ด้วย!


ตอนยังเป็นมาเฟียผมก็ติดนิสัยชอบแช่น้ำในอ่างไม้หอม แช่จนน้ำที่เคยอุ่นเริ่มเย็นลงทีเดียว พอมีสระขนาดใหญ่เพียงพอให้ยืดแข้งยืดขาได้อย่างสบาย ผมก็เริ่มงานอดิเรกที่ห่างหายไปนานอีกครั้ง


อาซรามองผมด้วยความใคร่รู้ “แช่น้ำร้อนหรือ?”


“อืม พักนี้ข้าชอบแช่น้ำร้อนน่ะ มันทำให้ผ่อนคลายร่างกายและจิตใจได้ดีนะ” พอคิดถึงตอนอาบน้ำแล้ว ผมก็ทำสีหน้าเคลิบเคลิ้ม


“อาบในอ่างไม้น่ะเหรอ?” ยูดัมถามแบบไม่เชื่อว่าของแค่นี้จะทำให้ผ่อนคลายได้ยังไง


“ไม่ใช่สักหน่อย ในสระต่างหากล่ะ” ผมแย้งกลับไป “ถ้าเป็นสระใหญ่ก็ยืดขายืดตัวได้สะดวกมากๆ เลยล่ะ แถมได้ชมดาวมองทิวทัศน์ด้วย ดีกว่าอาบน้ำในห้องตั้งเยอะ พวกเจ้าน่าจะลองบ้างนะ”


ทั้งสามคนหันมามองหน้ากัน ก่อนที่อาซราเป็นฝ่ายตอบว่า


“ฟังดูน่าสนุก แต่พวกเราไม่มีสระใหญ่แบบของมาร์ลันหรอกนะ”


“เอ๋” ผมถึงกับชะงัก มองพวกเขาตาปริบๆ “พวกเจ้าไม่มีเหรอ?”


“คนที่จะมีสระใหญ่ได้มีแค่วังของฝ่าบาทเท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ” เนลโลเป็นคนให้คำตอบที่กระจ่างแจ้งกับผม


งั้นหรอกเหรอ สระใหญ่มีให้ใช้ได้แค่โอดินคนเดียว ที่เหลือไม่มี แย่จัง การอาบน้ำอุ่นในที่กว้างๆ เป็นอะไรที่น่าอภิรมย์มากแท้ๆ นะ หรือจะไปสร้างให้ทุกคนดี...


ไม่ได้สิ ตอนนี้ต้องใช้เงิน จะเอาไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายไม่ได้ ถ้าไปแจ้งกับเทพที่ดูแลท้องพระคลังว่าจะขอเบิกเงินมาสร้างสระน้ำให้เหล่าเทพทั้งหลาย ภาพลักษณ์คงได้ติดลบแน่ๆ


คิดไปคิดมาผมก็นึกวิธีแก้ปัญหาออก ทำไมถึงโง่ขนาดนี้นะ! ในเมื่อสระกว้างขนาดนั้นก็ให้พวกเขามาใช้ด้วยจะเป็นอะไรไปล่ะ!? ผมคิดด้วยความตื่นเต้น


“ถ้าอย่างนั้นพวกเจ้าสนใจมาอาบน้ำด้วยกันไหม” ผมเอ่ยชวนด้วยรอยยิ้มแบบคนใจกว้างเป็นมหาสมุทร “แช่น้ำด้วยกันก็น่าสนุกดีนะ”


ทันใดนั้นมีอยู่สองคนที่มีสีหน้าเปลี่ยนแปลงนั่นคืออาซราและยูดัม ทั้งสองคนจ้องผมแล้วตาลอยเหมือนคิดอะไรบางอย่างอยู่ ส่วนชาร์มากลับปฏิเสธอย่างนุ่มนวล


“ไม่ดีกว่าเพคะ เดิมทีสระนั่นก็เอาไว้ใช้อาบแค่พระองค์กับคนใกล้ชิดอย่างเหล่าพระชายามากกว่าพวกหม่อมฉัน ถ้าพระองค์มีพระประสงค์อยากให้อาบด้วยกัน ฝ่าบาททรงเชิญพระชายาทั้งสามเถิดเพคะ”


ฟังไอเดียของชาร์มาแล้ว ผมก็รู้สึกว่ามันเข้าท่าเหมือนกัน


ตอนนี้คนที่ผมควรสนิทด้วยมากที่สุดก็คือเหล่าพระชายา การอาบน้ำร่วมกันช่วยกระชับความสัมพันธ์ได้แน่ๆ คิดดังนั้นผมจึงมองอาซรากับยูดัมที่ยังคงเหม่อลอยอยู่


“พวกเจ้าว่าไง? อาบด้วยกันไหม?”


ทั้งสองกะพริบตาคล้ายกับเพิ่งได้สติกลับมา อาซรากับยูดัมพยักหน้าโดยพร้อมเพรียงกันโดยไม่เสียเวลาคิดแม้เพียงเสี้ยววินาที


อืม... พวกเขาดูจะสนใจอาบน้ำร้อนกับผมมากนะ ตางี้เป็นประกายเชียว


****************************


สระน้ำร้อนของโอดินยิ่งใหญ่สมตำแหน่งหากให้เทียบก็คงเหมือนสระว่ายน้ำขนาดย่อม ต่อให้มีคนมาแช่สักยี่สิบคนก็ไม่รู้สึกว่าแออัดแต่อย่างใด


น้ำไม่จัดว่าใสแจ๋วแต่เป็นสีขาวขุ่นๆ เหมือนน้ำนม เนลโลบอกว่าคือน้ำที่ไหลผ่านพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของแอสการ์ด นั่นคือผ่านต้นไม้แห่งชีวิต อิกดราซิล ทำให้น้ำมีลักษณะเช่นนี้และยังมีกลิ่นหอมจางๆ คล้ายกับดอกไม้อีกด้วย


ในเมื่อเชิญอาซรากับยูดัมมาแล้ว จะทอดทิ้งบริทท์ไปก็ไม่สมควรเช่นกัน ปกติผมมักจะขลุกตัวอยู่กับสองคนนั้น ไม่ได้สนใจพระชายาคนนี้เลย แต่พอเจ้าตัวถอดเสื้อผ้าแล้วผมก็รู้สึกว่าชายคนนี้ไม่สมควรมองข้ามจริงๆ!


ถ้าจะให้เปรียบเทียบ ผมกับอาซรามีรูปร่างใกล้เคียงกันคือเพรียวสูง ไม่มีไขมันส่วนเกิน แต่ไม่มีซิกซ์แพ็ก รูปร่างตามมาตรฐาน ส่วนยูดัมเกือบจะเป็นนักเพาะกล้ามเพียงแต่ไม่ใหญ่บึกบึนเท่าธอร์ ด้วยความที่ตัวเล็กกว่าธอร์ด้วย ทำให้กล้ามเนื้อดูสวย หน้าท้องเป็นลอนและไหล่กว้าง จนสามารถโอบร่างเขามิดได้ ในขณะที่บริทท์นั้นตัวสูงกว่าใครในที่นี้ทั้งหมด ให้ความรู้สึกเป็นนักกีฬาบาส แข็งแรงแบบนักกีฬาอะไรแบบนั้น


บอกตามตรงนะผมชอบหุ่นของบริทท์มากกว่า ไม่มากและไม่น้อยเกินไป บุคลิกดูเป็นคนคงแก่เรียนแท้ๆ แต่กลับมีหุ่นสุดเซ็กซี่เช่นนี้ซ่อนอยู่ภายใต้ชุดคลุมแสนรุ่มร่าม ทำเอาผมรู้สึกเสียดายแล้วอยากฉีกกระชากชุดพวกนั้นให้เขาได้อวดหุ่นจริงๆ


“พวกเจ้ามากันไวดีนะ” ผมที่เพิ่งจะทำงานเสร็จเข้าตามหลังเหล่าพระชายาจึงได้โอกาสเห็นอาหารตาทั้งหมดเอ่ยขึ้น ค่อยๆ บรรจงถอดเสื้อผ้าบ้าง “แช่กันตามสบายเดี๋ยวข้าจะลงไป”


ผมเปลื้องผ้าวางกองกับตะกร้าสานที่เนลโลเตรียมไว้ แล้วหยิบผ้าสีขาวผืนยาวมาปิดคลุมส่วนล่างเอาไว้ สภาพของผมตอนนี้จึงเปลือยแผงอกและนุ่งผ้าถุงสีขาวยาวถึงแข้ง


อูย ขนลุก! ขนาดอยู่ไกลๆ ยังรู้สึกได้เลยนะเนี่ย


ตอนที่ปลดเปลื้องอาภรณ์ทั้งหลายผมรับรู้ได้ถึงสายตาเร่าร้อนที่จ้องมองมา เล่นเอาใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ ไม่หยุด ในฐานะที่ผมเป็นผู้ชายเหมือนกันเดาใจได้ไม่ยากเลยว่าสายตาของพวกเขากำลังสื่อถึงอะไรอยู่


ยูดัมเป็นคนเปิดเผยอยู่แล้ว ฉะนั้นเจ้าตัวจึงจ้องผมตรงๆ ทุกการเคลื่อนไหวของผมอยู่ในสายตาของยูดัมตลอดเวลา แต่เฉพาะตอนที่ผมเกล้าผมยาวๆ ของตัวเองขึ้นเป็นมวยเท่านั้นที่รับรู้ได้เป็นพิเศษว่าหมอนั่นจ้องจะกินผมขนาดไหน!


ยูดัมเป็นพวกคลั่งคอเหรอ? แต่เอาเถอะ ตอนส่องกระจกเห็นคอขาวๆ ของร่างนี้ผมก็เคยคิดอยากจะกัดคอเหมือนกัน


ทางด้านอาซราที่สุภาพเรียบร้อย สายตาของเจ้าตัวนั้นมองแบบกระหายเพียงชั่วแวบเดียวตอนที่ถอดเสื้อผ้า เทียบกันแล้วอาซราจ้องผมละเอียดกว่ายูดัม เหมือนจะจดจำรูปร่างนี้เอาไว้ยังไงยังงั้น ซึ่งสำหรับผมแล้วเหมือนถูกสายตาของอาซราโลมเลียเลย


มาถึงบริทท์ หมอนั่นเป็นคนเดียวที่เห็นผมเปลื้องผ้าปั๊บก็เบือนหน้าไปทางอื่น ไม่รู้ว่าเพราะเขินอายหรือไม่สนใจในตัวผมกันแน่ แต่ก็ช่างเถอะกับบริทท์จะมองหรือไม่มอง ผมไม่ใส่ใจมากอยู่แล้ว


พอผมเดินเข้ามาแช่น้ำ ไอความร้อนที่ปกคลุมทั่วทั้งสระ ทำให้มองเห็นร่างของกันและกันไม่ชัดเจนนัก ซึ่งนั่นทำให้มีเสน่ห์เย้ายวนอย่างน่าประหลาด ผมครางเสียงเบาเมื่อความอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่าง รู้สึกเป็นสุขและผ่อนคลายอย่างยิ่ง


“เป็นยังไง? แช่น้ำแบบนี้รู้สึกดีใช่ไหม” เงียบกันไปพักหนึ่งผมจึงเริ่มบทสนทนาขึ้นมา


“ก็... รู้สึกดีนะ”


ยูดัมเป็นตัวแทนตอบ แต่ดวงตาที่เหมือนแมวก็ไม่ยอมละจากผมเลย


อย่ามองโจ่งแจ้งขนาดนั้นได้ไหม ผมชักแขยงแล้วนะ


ไม่รู้ว่าผมคิดผิดหรือว่าคิดถูกกันแน่ที่ชวนพวกเขามาอาบน้ำด้วยกัน แทนที่จะได้ผูกมิตรเหมือนผมจะเปลืองเนื้อเปลืองตัวให้พวกเขามองมากกว่า เฮ้อ...


แม้อาซรากับยูดัมจะพูดคุยกับผม แต่บริทท์กลับนิ่งเงียบและรักษาระยะห่าง นัยน์ตาสีมรกตดูไม่มีสติกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเท่าไหร่ เพียงไม่ถึงสิบนาทีบริทท์ก็ขอตัวขึ้นจากน้ำก่อนเพื่อน


“ทำไมเจ้าถึงขึ้นไวนักเล่า?” ยูดัมถาม คิ้วเลิกขึ้นน้อยๆ


“ข้ามึนหัว คงไม่ถูกกับการแช่น้ำร้อนนานๆ” คนตอบยกมือขึ้นเสยผม เผยใบหน้าที่มีเสน่ห์ขยี้ใจคนมอง “ต้องขอประทานอภัยอย่างยิ่งฝ่าบาท กระหม่อมต้องขอตัว”


“เอาเถอะ ตามสบาย”


ผมไม่เรียกรั้งเอาไว้ปล่อยให้บริทท์ออกไป ในหัวหวนนึกถึงเรื่องเกี่ยวกับบริทท์จากเนลโล


บริทท์เป็นมนุษย์ธรรมดาที่จับพลัดจับผลูได้มาเป็นเทพชั้นผู้น้อย เพราะครอบครัวที่รับเลี้ยงส่งเข้ามาเป็นข้ารับใช้ ด้วยตำแหน่งที่ต่ำต้อยไม่น่าจะขึ้นมาตำแหน่งรินดาที่เป็นรองฟริกกากับจอร์ดได้เลยด้วยซ้ำ แต่เพราะมาร์ลันคนก่อนเมาแล้วเผลอนอนร่วมเตียงกับบริทท์เลยทำให้ต้องตบแต่งเป็นพระชายาตามธรรมเนียม


เนลโลเคยเอ่ยปากว่าควรจะให้ความใส่ใจกับบริทท์บ้าง แต่ว่าผู้ชายคนนั้นก็เป็นแค่คนธรรมดาที่ไม่มีค่าในฐานอำนาจ แถมในฉบับนิยายบริทท์ก็แค่หนีไปไม่ได้ทำเรื่องใหญ่โตอะไรกับดินแดนแอสการ์ดและตัวร้าย ผมจึงไม่สนใจและเอาเวลาไปทุ่มเทกับทางอาซราและยูดัมที่มีอำนาจจากตระกูล รวมถึงการชี้เป็นชี้ตายจะดีกว่า


โอดินองค์ก่อนมีชายาและสนมเป็นร้อยยังดูแลไม่ทั่วถึงเลย ไม่ต้องห่วงยังไงผมก็ไม่ปล่อยให้บริทท์อดอยากแน่ๆ จะให้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายสมฐานะไปตลอดชีวิตเอง


ผมมีเวลาให้กับอาซราและยูดัมเท่านั้นไม่เหลือให้คนอื่นที่ไร้ประโยชน์หรอก


อาซรามองบริทท์อย่างเป็นกังวล “เดินระวังๆ ด้วยล่ะ เจ้ายิ่งซุ่มซ่ามอยู่ด้วย”


“ข้ารู้แล้วน่า ไม่ต้อง… เหวอ!”


ในตอนที่บริทท์กำลังจะเดินผ่านมาทางผม จู่ๆ เจ้าตัวก็เอียงวูบ ร่างสูงล้มลงใส่ผม น้ำสาดกระเซ็นโดนอาซรากับยูดัมที่อยู่ใกล้ๆ ผมตกใจผวาจะรับไว้แต่ก็วืด ผลคือหมอนั่นล้มหน้าทิ่มลงมาตรงหว่างขาของผม


“อ๊ากกกกก!!”


ผมรับรู้ได้ถึงริมฝีปากของเขาจูจ๊วบมาร์ลันน้อย! ถ้าจะขนาดนี้ไม่ทำออรัลเซ็กซ์ให้ผมไปเลยล่ะ!


*ตอนนี้จะว่าน่าสงสารมาร์ลันหน่อยๆ ก็ได้ 5555 บริทท์ผู้โชคดี (เอ๊ะ หรือว่าโชคร้ายกันนะ) ได้แตะต้องเจ้ามาร์ลันน้อยก่อนใคร แต่เรื่องของบริทท์ยังไม่จบเพียงเท่านี้ ยังมีต่อในตอนต่อไปค่ะ รออ่านวันพรุ่งนี้นะคะ

นับจากนี้ไปจนถึงวันพุธที่ 13 ไรท์จะลงเรื่องนี้ติดต่อกันนะคะ เนื่องในโอกาสที่เรื่องนี้มียอดวิวใน dek d เกินห้าพัน! ขอบคุณสำหรับคอมเมนท์ กำลังใจและการติดตามค่ะ!

#มาร์ลันจะเป็นพระเอก

คอมเมนท์ = กำลังใจ

ขอบคุณค่ะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.023K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,179 ความคิดเห็น

  1. #2153 knunkim (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 15:03

    จูจ๊วบ.. 5555

    #2,153
    1
    • #2153-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 11)
      2 พฤศจิกายน 2563 / 18:53
      จูบเต็มรักเลย 555555
      #2153-1
  2. #2114 Yok Poog (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2563 / 20:25
    *ปิดหน้า* ...เขินค่ะ
    #2,114
    0
  3. #2101 คุมะมง8844 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 09:48

    ...งงกับเนื่อเพลง ใครก็ได้ช่วยสรุปที
    #2,101
    1
    • #2101-1 Miracle Friday(จากตอนที่ 11)
      25 พฤษภาคม 2563 / 19:00
      เดี๋ยวไรท์สรุปให้น้า > < ว่าง่ายๆ คือเพลงนี้เกี่ยวกับการถือกำเนิดพระอาทิตย์กับพระจันทร์ค่ะ

      เมื่อโลกเกิดมา เทพทั้งหลายคิดว่าไม่ควรขาดแสงสว่าง จึงเอาประกายไฟจากดาบเทพเซิร์ทขว้างไปบนฟ้า ให้กลายเป็นพระอาทิตย์กับพระจันทร์

      ทีนี้มันดิลฟาริ มีลูกชายสองคน เขาคิดว่าบุตรทั้งสองงดงามดั่งพระอาทิตย์และพระจันทร์ จึงตั้งชื่อว่าโซลและมานิ โอดินรู้เข้าจึงโกรธมากจับสองพี่น้องมาเป็นสารถีลากพระอาทิตย์และพระจันทร์ ซึ่งก่อให้เกิดกลางวันกลางคืน

      โซลดูแลดวงอาทิตย์ เทียมด้วยม้าสองตัวชื่ออาร์วาคร์และอัลซวิน รถเทียมนั้นสร้างมาจากน้ำแข็งและโล่ เพื่อปกป้องสารถีไม่ให้ถูกเผาไหม้

      ส่วนมานิดูแลพระจันทร์ มีม้าลากหนึ่งตัวคือคืออัลสไวเด

      ประมาณนี้ค่ะ
      #2101-1
  4. #1891 chalillxx_ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 มีนาคม 2563 / 13:18
    มาเหนือมากจ่ะคนนี้
    #1,891
    0
  5. #1456 Kanomjeennamya (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:32

    แหมมมแค่เปิดตัวก็แซ่บเลยนะ
    #1,456
    0
  6. #1263 trp1021 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2563 / 03:45
    คนมาทีหลังเด่นสุด 5555555
    #1,263
    0
  7. #1211 บุปผาสุริยัน (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:03
    มาช้าแต่ก็มานะ55555
    #1,211
    0
  8. #1106 แฮมเตอร์ตัวกลม (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2563 / 10:51
    55555555+มาช้าแต่มาแรงกว่าเพื่อนเลยจ้า55555555!!!!!!ลั่นหนักมาก555555!!!
    #1,106
    0
  9. #1095 Burning Princess (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 17:31
    มาหลังเเรงสุด!
    #1,095
    0
  10. #868 love_forever 1992 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 21:25
    มาแรงแซงทางโค้งงงง
    #868
    0
  11. #759 bigbowka (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2562 / 11:16
    555 มาทีหลังได้จุ๊บก่อน
    #759
    0
  12. #719 sakura17 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2562 / 21:40
    เคยมีซัมติงกับบริทท์มาก่อนด้วย! นึกว่าจะธรรมดานะเนี่ย55
    #719
    0
  13. #619 bophobia (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2562 / 23:26
    มากกว่าตำนานอีก5555
    #619
    1
    • #619-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      12 ธันวาคม 2562 / 06:31
      ซุ่มซ่ามจนกลายเป็นตำนาน 5555
      #619-1
  14. #515 ITIM.one (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2562 / 15:55
    กรี๊ดดดดดดดดดด
    #515
    1
    • #515-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      30 พฤศจิกายน 2562 / 20:35
      มากร๊ดด้วยคน
      #515-1
  15. #452 sudauy (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2562 / 21:54
    น..นี่มัน..ร้ายกาจ!!!
    #452
    1
    • #452-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      25 พฤศจิกายน 2562 / 06:17
      ร้ายกาจจริงๆ ค่ะ 5555
      #452-1
  16. #390 A T O M Y (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2562 / 16:36
    ระ...ร้ายกาจ !!!
    #390
    1
    • #390-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      21 พฤศจิกายน 2562 / 06:12
      ร้ายกาจจริงๆ ค่ะ 5555
      #390-1
  17. #261 cake08234 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 22:27
    มันเป็นการโจมตีที่คาดไม่ถึงเลย!!!!
    #261
    1
    • #261-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      13 พฤศจิกายน 2562 / 13:16
      คาดไม่ถึงจนมาร์ร้องเสียงหลงเลยทีเดียว 55555
      #261-1
  18. วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 15:58

    ว้ากกกกก ร้ายกาจ

    #253
    2
    • #253-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      12 พฤศจิกายน 2562 / 19:06
      อันนี้หมายถึงบริทท์ใช่ไหมคะ 55555
      #253-1
  19. #252 by no mean (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 11:52
    มันเป็นหืดหาดๆๆๆ
    #252
    1
    • #252-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      12 พฤศจิกายน 2562 / 19:06
      ยื่นยาดมให้
      #252-1
  20. #251 NongYingNutty (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 09:49
    มาร์ลันร้องเสียงหลงเลยอะ 55555
    #251
    1
    • #251-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      12 พฤศจิกายน 2562 / 19:05
      โดนจู่โจมมาร์ลันน้อยนี่คะ เป็นใครก็กรีดร้องกันทั้งนั้น 55555
      #251-1
  21. #250 Little_Letter (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 06:35
    กิ๊ด ล่อแหลมมากกกกกก บริทท์ระวังโดนพระชายาอีกสองคนมองแรงนะคับ ฮื่อ
    #250
    1
    • #250-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      12 พฤศจิกายน 2562 / 19:05
      เกรงว่าสองคนนั้นจะห่วงมาร์ลันมากกว่านะคะ เพราะมาร์ลันร้องเสียงหลงเลยนี่ 55555
      #250-1
  22. #249 MiNt565 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2562 / 06:31

    มีเลศนัยนะคะ บริทท์คนนี้
    ไว้อาลัยให้มาร์ลันน้อย
    #249
    1
    • #249-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      12 พฤศจิกายน 2562 / 19:04
      น่าสงสารมาร์ลันเนอะ
      #249-1
  23. #248 star rose (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 22:12
    โอ้แม่เจ้า...
    #248
    1
    • #248-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      12 พฤศจิกายน 2562 / 06:20
      อันนี้ช็อคใช่ไหมคะ 5555
      #248-1
  24. #247 chalisa1111 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 21:37
    โอ้.... ว้าววววว // สติบินไปเรียบร้อย
    #247
    1
    • #247-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      12 พฤศจิกายน 2562 / 06:19
      กลับมาก่อนค่า 5555
      #247-1
  25. วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 21:27
    แกดรี้ดดดดดดดด
    #246
    1
    • #246-1 Anabella(จากตอนที่ 11)
      12 พฤศจิกายน 2562 / 06:19
      อยากกรี๊ดตามด้วยคน > <
      #246-1