Trust me (Yaoi) [สำนักพิมพ์ไร้กรอบ]

ตอนที่ 6 : Trust 5 : Jealous

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 121
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    15 มี.ค. 61

Trust 5 : Jealous

“เมื่อกี้ยืนคุยกับใครเหรอ”

ทันทีที่ขึ้นรถประโยคแรกที่ร่างสูงเปิดปากก็คือถามเรื่องคนที่เขาคุยด้วย ลูเซียโน่กระตุกยิ้ม ยังอุตส่าห์มองเห็นอีกนะ สายตาดีจริงๆ

“เขาเป็นนักบำบัดที่มาดูแลมาเดลินน่ะ ชื่อวอลเลอร์ ไวท์” เขาตอบพลางดึงเข็มขัดนิรภัยมาคาด “ตอนที่ไปกับวิลลี่แล้วเดินชมเมือง เคยเจอกันหนหนึ่ง”

“อ้อ นักบำบัดคนใหม่ที่ว่าคือผู้ชายคนนั้นเหรอ” สเวนทำหน้าเหมือนกับไม่แน่ใจ “ผู้ชายคนนั้นดูจากท่าทางแล้วไม่น่าจะเป็นนักบำบัดเลยนะ”

อันนี้ลูเซียโน่ยอมรับ วอลเลอร์เหมาะจะเป็นดารามากกว่าหรือไม่ก็เป็นนักบุญที่อยู่ตามโบสถ์ เพราะออร่าเทวดาแบบนั้นน่าจะทำให้สานุศิษย์พากันหลั่งน้ำตาด้วยความเคารพก็ยังได้

“แต่วิลลี่เป็นคนบอกมาเองนี่นา ถึงบุคลิกจะไม่ให้ยังไงก็เป็นนักบำบัดตัวจริง” ร่างเพรียวว่า ขยับตัวให้นั่งสบายขึ้น “เห็นเขาดูแลมาเดลินดีนี่นา”

“ถ้าเป็นอย่างนั้นได้ก็ดี” สเวนบิดพวงมาลัยเพื่อเลี้ยวเข้าสู่ถนนที่มุ่งตรงไปที่บ้าน “มาเดลินคนนั้นเปลี่ยนนักบำบัดมาสามคนแล้ว หวังว่าหมอนั่นจะโชคดี”

“เอ๋ เปลี่ยนนักบำบัดมาสามครั้งแล้ว ทำไมล่ะ”

สเวนยิ้มบาง ก่อนจะตอบว่า “ก็เพราะผู้หญิงคนนั้นเคยทำร้ายนักบำบัดมาแล้วน่ะสิ ได้ยินว่าสองรายก่อนหน้า คนหนึ่งบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นนอนโรงพยาบาลเป็นเดือนๆ ส่วนอีกคนแทบจะกลายเป็นบ้าตามผู้ป่วย อยากจะรู้เหมือนกันว่าหมอนั่นจะอยู่ได้อีกนานแค่ไหน”

“พระเจ้า!” ลูเซียโน่อุทาน ตาโตปากอ้าค้าง “ถ้าอาการหนักอย่างนี้ทำไมไม่อยู่โรงพยาบาลล่ะ!?”

“ไม่มีโรงพยาบาลไหนกล้ารับหรอก เพราะก่อนหน้านี้เธอเคยอยู่ที่หนึ่ง แล้วก็อาละวาดเสียจนทำไฟไหม้โรงพยาบาล ได้ยินว่าขนาดจับมัดกับเตียงเธอก็ไม่เคยสงบเลย จะให้ยาระงับบ่อยๆ ก็ไม่ดีต่อร่างกายของเธอ สุดท้ายเธอจึงถูกขึ้นบัญชีดำของโรงพยาบาลต่างๆ ต้องมารักษาตัวอยู่ที่นี่แทน แต่พูดจริงๆ แล้วอยู่เมืองนี้เธอค่อนข้างสงบเสงี่ยมนะ ยังไงก็ระวังอย่าเข้าใกล้เกินจำเป็นแล้วกัน”

สเวนเตือน ลูเซียโน่พยักหน้ารับอย่างแกนๆ นึกสงสารวอลเลอร์ครามครัน อุตส่าห์ถูกชะตากันแล้วเชียว ขอให้อยู่ไปได้นานๆ บำบัดมาเดลินราบรื่นทีเถอะ!

พวกเขามาถึงบ้านในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ตอนจะลงจากรถเขาเพิ่งเห็นว่าที่เบาะหลังมีถุงกระดาษมากมาย 

“ไอ้ของพวกนั้นมันคืออะไรน่ะ”

“เสื้อผ้าของลูเซียไงล่ะ” ร่างสูงตอบ เปิดประตูหลังหยิบถุงพวกนั้นออกมา “ฉันจัดการซื้อเตรียมเอาไว้ให้เพราะมันจำเป็นต้องรีบใช้  ถ้าอยากได้เพิ่มยังไงเดี๋ยวไปซื้อทีหลัง”

“ขอบใจนะ”

ลูเซียโน่ซาบซึ้งใจ ขณะรับถุงพวกนั้นมา นอกจากเสื้อไหมพรมแล้วก็มีเสื้อยืดตัวหนา เสื้อโค้ตอีกสองตัว รวมแล้วน่าจะมีสักสิบชุดได้ ที่ติดธุระก็เพราะอีกฝ่ายไปเลือกซื้อมาให้เขานี่เอง

“ฉันคิดว่ากะขนาดไม่ผิดนะ ลองสวมดูก่อนแล้วกัน เดี๋ยวฉันเตรียมมื้อเย็นให้”

“จะดีเหรอ ตอนเย็นเป็นหน้าที่ฉันทำอาหารนะ” ลูเซียโน่แย้งขึ้นด้วยความเกรงใจ 

“ไม่เป็นไร ถือว่าเป็นบริการพิเศษ แลกกับช่วยเดินแฟชั่นโชว์ให้ฉันดูทีนะ”

สเวนชี้นิ้วไปที่พวกเสื้อผ้าเหล่านั้นพลางหลิ่วตา เขาหัวเราะแต่ก็ยอมไปเปลี่ยนเสื้อผ้ามาให้อีกฝ่ายดูตามต้องการ

ทีแรกเขาคิดจะไปเปลี่ยนบนห้อง แต่ก็ขี้เกียจขึ้นๆ ลงๆ จึงถอดเปลี่ยนมันตรงโต๊ะอาหาร อย่างไรก็แค่ท่อนบนไม่มีอะไรเสียหายอยู่แล้ว

“วิ้ว~” สเวนผิวปากหวือ เมื่อเห็นร่างเพรียวถอดเสื้อต่อหน้าต่อตา “จะมายั่วกันตรงนี้เลยเหรอ”

“ใช่ที่ไหนเล่า!” ลูเซียโน่ขึ้นเสียงสูงก่อนจะปาเสื้อใส่หน้าสเวน “ฉันขี้เกียจไปเปลี่ยนที่ห้อง ต้องมาขึ้นลงบันไดมีหวังเหนื่อยตายเลย!”

“ฉันก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่ ดีเสียอีกมีอาหารตาให้ชมด้วย”

นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายวับ คนโดนจ้องเริ่มเขิน หรือจะยอมเสียเวลาไปถอดเปลี่ยนข้างบนดี โดนมองอย่างนี้แล้วเหมือนถูกลวมลามเลย

ลูเซียโน่รีบสวมเสื้อตัวใหม่ มันพอดีกับตัวราวกับสั่งตัด และรูปแบบค่อนข้างถูกใจด้วย เขาจึงพอใจอย่างมาก

“คิดไม่ผิดที่เลือกมานะ”

ร่างสูงที่เป็นคนเลือกกับมือก็พออกพอใจ มองร่างเพรียวที่สลับเปลี่ยนชุดไปมาให้เขาดู กระทั่งถึงตัวสุดท้ายที่เป็นเสื้อยืดสีเขียวเข้มมีลวดลายคล้ายคลื่นสีทองอยู่กึ่งกลาง ตัวชายค่อนข้างจะสั้น เวลายกแขนขึ้นจึงทำให้เห็นเอว

“สงสัยถ้าจะใส่ตัวนี้ต้องเลือกกางเกงเอวสูงแล้วมั้ง...”

ลูเซียโน่พึมพำ เพราะตอนนี้เขาใส่กางเกงเอวต่ำ มันจึงทำให้เห็นเอวกับหน้าท้อง  และก่อนที่ร่างเพรียวจะทันได้ตรวจดูชุดนี้ ริมฝีปากอุ่นๆ ก็ทาบลงมาบริเวณเอวของเขา

“สเวน!”

จู่ๆ ร่างสูงก็คุกเข่าลงแล้วพรมจูบบริเวณเอวของเขา ริมฝีปากที่ขบเม้มไปตามเนื้อนั้นให้ความรู้สึกจั๊กจี้ แต่ที่สำคัญคือมันทำให้ลูเซียโน่ตกใจจนสะดุ้ง

“เห็นลูเซียแบบนี้แล้วดูน่ากินจริงๆ”

(ส่วนนี้ขออนุญาตไม่ลงนะคะ เพราะฉาก 18+ ค่ะ เดี๋ยวจะติดแบน)


 พร้อมกันนั้นเขาก็ขาอ่อนล้มลงไปทันที

............................

“มากินข้าวเถอะน่า นะ”

สเวนอ้อนวอนจากอีกฟากของประตูห้อง ลูเซียโน่ที่กำลังโมโหเอาหมอนขึ้นปิดหูแล้วฟุบหน้าลงกับเตียง

หลังจากที่เขาเสร็จด้วยฝีมือของสเวนแล้ว ลูเซียโน่รีบวิ่งขึ้นห้องไปทันที เขาไม่ได้เสียใจที่อีกฝ่ายทำกับเขาแบบนี้ ตรงข้ามเขารู้สึกโกรธและอายมากต่างหาก

โกรธ ที่ตัวเองไม่มีความอดทนต่อสิ่งยั่วเย้า
และอาย ที่ทำแบบนี้กับแฟนของตัวเอง ถึงจะเป็นเรื่องปกติของคนเป็นแฟนกันก็เถอะ แต่ไม่รู้ว่าจะเข้าหน้ายังไงดีนี่นา แค่เห็นหน้าสเวน หัวใจก็แทบหลุดมากองอยู่ข้างนอกแล้ว

จ๊อก... จ๊อก...

หิวก็หิว มิหนำซ้ำร่างสูงยังเอาอาหารมาล่อตรงหน้าประตูด้วย กลิ่นของออมเล็ตลอยเข้ามา ทำให้แสบท้อง อยากกินแต่ว่าไม่กล้าพบหน้าสเวนเลย ทำไงดี

แกร๊ก!

“หืม?”

ได้ยินเสียงประตูถูกปลดล็อค ก่อนที่สเวนจะก้าวเข้ามา ลูเซียโน่ที่เหลียวหน้าไปถึงกับอึ้ง ก่อนจะโวยวาย

“เดี๋ยวสิ ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้เข้ามาเลยนะ!”

“ต่อให้ลูเซียไม่อนุญาต ฉันก็ไม่สนใจอยู่ดี เพราะฉันมีเจ้านี่” ว่าแล้วก็เขย่ามาสเตอร์คีย์ของบ้านหลังนี้ขึ้นมา “ถ้าฉันไม่เข้ามาเอง ลูเซียก็ไม่ยอมกินข้าวน่ะสิ”

“ฉันไม่หิว”

ลูเซียโน่ปฏิเสธเสียงแข็ง แต่แล้วเมื่อเห็นออมเล็ตสีเหลืองทองนุ่มฟูพร้อมกับส่งกลิ่นหอมเย้ายวนจมูก ท้องของเขาจึงตอบสนองตรงข้ามกับสิ่งที่พูดออกไป

จ็อก... จ็อก...

ท้องของร่างเพรียวร้องแบบไม่อายใครจนสเวนยกยิ้มขึ้นแสดงถึงชัยชนะ ลูเซียโน่ที่ทนความหิวไม่ไหวก็มีแต่ต้องยอมแพ้

“ฉันยอมกินก็ได้...”

“ตกลงว่าจะกินเหรอ”

ลูเซียโน่พยักหน้าอย่างจำยอม แต่ก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยอยู่ดี ขณะที่เขาคิดว่าสเวนจะยื่นออมเล็ตให้ ใครจะนึกว่าร่างสูงยังมีข้อต่อรองเพิ่มอีก

“ลองอ้อนดูก่อนสิ แล้วฉันจะให้”

“อะไรอีกเนี่ย!”

ร่างเพรียวชักจะฉุน นี่ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายถืออาหารของเขาอยู่ล่ะก็คงปาหมอนกระแทกหน้าไปนานแล้ว

“ถ้านายไม่ให้ฉันกินในสิบวิก็ไม่ต้องให้แล้ว” ลูเซียโน่ยื่นคำขาด สะบัดหน้าหนี “ปล่อยให้ฉันหิวตายอยู่อย่างนี้แหละ”

ถ้ารู้ว่าเป็นอย่างนี้ เขาไม่น่ากินขนมที่ตุนไว้ในห้องนอนจนหมดเลย ถ้ายังมีเหลืออยู่บ้าง คงไม่ต้องง้อออมเล็ตนี่หรอก!

ร่างสูงนั่งลงข้างๆ ลูเซียโน่ รอยยิ้มดูเจื่อนลงไปทันตา “ลูเซียโกรธที่ฉันทำแบบนั้นเหรอ”

ไม่รู้ว่าเป็นเพราะน้ำเสียงที่ดูเศร้าสร้อยหรือเปล่า ลูเซียโน่จึงพลอยกระอักกระอ่วนใจ

“เปล่าสักหน่อย” ร่างเพรียวรู้สึกว่าตัวเองตอบห้วนเกินไป จึงขยายความเพิ่มเติม “ก็แค่... ฉันอายเท่านั้นเอง”

ต่อให้เป็นแฟนกันก็เถอะ แต่มันก็ยังมีจุดติดขัดอยู่ ที่จริงไม่ใช่แค่กับสเวนคนเดียว วิลลี่ เอซกับเมสัน เขาก็รู้สึกไม่สนิทใจ คนที่พอจะอยู่ด้วยแล้วสบายใจก็มีแค่เพื่อนใหม่ที่เพิ่งได้พบในเมืองนี้ วอลเลอร์ ไวท์

“บางทีฉันอาจจะรีบร้อนเกินไป” ร่างสูงพึมพำ แล้วถอนหายใจ บรรยากาศรอบๆ เริ่มจะหดหู่ “ขอโทษด้วยนะ ฉันแค่อยากให้ลูเซียจำได้เร็วๆ เท่านั้นเอง”

แม้รอยยิ้มของสเวนจะสู้วอลเลอร์ไม่ได้ แต่ใบหน้าที่เศร้าสร้อยของคนข้างตัว เขาก็ไม่อยากจะเห็นอยู่ดี ลูเซียโน่ลังเลก่อนจะปลอบด้วยการหอมแก้ม

อีกฝ่ายถึงกับนิ่งอึ้ง ลูเซียโน่จึงว่า

“ไม่ใช่ว่าฉันรังเกียจอะไรสเวนหรอกนะ แต่เพราะฉันยังไม่ชิน ฉันไม่แน่ใจว่านายรู้ไหมว่าจนถึงอายุสิบแปด ฉันยังไม่เคยมีแฟน”

การเล่าความจริงออกมาตามตรงนั้นค่อนข้างน่าอาย ลูเซียโน่ยอมรับว่าเรื่องความรัก การมีแฟนหรือเซ็กส์ เขาไร้เดียงสาเมื่อเทียบกับเพื่อนรุ่นเดียวกันที่มีแฟนตั้งแต่อยู่มัธยมต้นหรือเคยเสียซิงครั้งแรกตอนอายุสิบห้า ส่วนเขาเป็นเด็กหนุ่มธรรมดาที่เคยดูหนังโป๊เท่านั้น

สีหน้าของสเวนอ่อนลง “เรื่องนั้นฉันรู้ และก็เพราะแบบนี้ล่ะ ฉันถึงได้ไม่ค่อยสบายใจ”

ลูเซียโน่ทำหน้างุนงง “ไม่สบายใจเหรอ”

“ถ้าเป็นตัวนายตามปกติ ฉันยังคงมีความเชื่อมั่นอยู่บ้าง เพราะพวกเราผ่านอะไรกันมามาก แต่ตัวลูเซียในตอนนี้ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับฉันเลย มันเหมือนฉันเป็นฝ่ายรักอยู่ข้างเดียว ฉันจึงพยายามเอาใจใส่ ดูแลและไขว่คว้าใจมาให้ได้” จากนั้นสเวนก็เผยรอยยิ้มเหงาหงอย “แต่เหมือนว่าฉันจะพยายามมากเกินไป จนทำให้ลูเซียกลัว ขอโทษด้วยจริงๆ”

บรรยากาศยิ่งหนักอึ้งกว่าเดิม ลูเซียโน่เลิ่กลั่ก ไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดดี เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีคนรักเขามากมายขนาดนี้ มากจนกลัวว่าจะถูกทิ้งจึงต้องหาวิธีเหนี่ยวรั้งไว้สารพัด
จะว่าไปเขาก็โชคดีจริงๆ นะที่ได้สเวนเป็นแฟนเนี่ย...

ลูเซียโน่เริ่มหายโกรธ ถึงอย่างนั้นก็ยังสงสัยอยู่ดีว่าทำไมจู่ๆ สเวนจึงเกิดอารมณ์ทำอย่างนี้ขึ้นมา

เพราะเขาถอดเสื้อตรงหน้าเหรอ?

ไม่ใช่น่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาถอดเสื้อให้สเวนเห็นสักหน่อย แต่จะว่าไปอีกฝ่ายก็มีอารมณ์แปรปรวนแปลกๆ แล้ว ตั้งแต่ตอนที่พูดถึงวอลเลอร์

...หรือว่า

“สเวนหึงฉันเหรอ”

เขาเผลอคิดเป็นคำพูดออกมา พอรู้ตัวว่ากล่าวอะไรไป ลูเซียโน่ก็ยกมือปิดปาก แต่มันก็สายไปแล้ว

คราวนี้ร่างสูงนิ่งเงียบไปเลย 

พูดอะไรสักอย่างสิ แบบนี้มันน่ากลัวนะ!

ลูเซียโน่มองอย่างระแวง สักพักหนึ่งสเวนก็ยิ้มออกมา เป็นรอยยิ้มหวานที่สะท้านลึกๆ ในอก
 
“ไม่นึกว่าจะมองออก แต่ก็สมกับเป็นลูเซียล่ะนะ ใช่แล้ว ฉันหึง แล้วทำไมหรือ”

มันก็ไม่ทำไมหรอก ปกติคนที่ถูกหึงควรจะดีใจนะ แต่ทำไมเขากลับรู้สึกกลัวล่ะเนี่ย…

“มีอะไรให้น่าหึงด้วยเหรอ”

ร่างเพรียวพยายามต่อบทสนทนา ตอนที่เขายืนคุยกับวอลเลอร์และมาเดลิน ก็ไม่ทำอะไรผิดแปลกเลยนี่นา คุยธรรมดาเท่านั้นเองนะ

“แล้วลูเซียคิดว่าวอลเลอร์ ไวท์เป็นยังไงเหรอ”

สเวนกลับตอบคำถามด้วยการถาม เขาขมวดคิ้ว

“เป็นคนอัธยาศัยดีมาก รูปงาม ยิ้มทีโลกสว่างไสว เสียงเพราะ รัศมีเจิดจ้าราวกับเป็นเทพยดา”

“หืม...” ฟังคำตอบแล้วนัยน์ตาสีน้ำตาลก็ฉายแววอันตราย “วอลเลอร์ ไวท์ดีงามขนาดนั้นเชียวเหรอ”

ทันใดนั้นลูเซียโน่ก็หนาวเยือกแบบไม่ทราบสาเหตุ “อืม อยู่ใกล้ๆ แล้วรู้สึกสบายใจน่ะ มันเหมือนกับบรรยากาศรอบตัวชวนให้รู้สึกผ่อนคลายอย่างไรก็ไม่รู้ โดยเฉพาะตอนยิ้มนี่ขนาดวิลลี่ยังมองค้างเลยนะ อานุภาพร้ายแรงมาก...”

ลูเซียโน่หยุดพูดกะทันหันเมื่อสเวนใช้ปลายนิ้วเชยคางของเขา นัยน์ตาสีน้ำตาลตอนนี้ทำให้คนมองต้องกลืนน้ำลาย เพราะมันไม่ได้มีประกายใจดีตามปกติอีกแล้ว มีแต่ความกรุ่นโกรธจางๆ อยู่ในแววตานั้น

“วอลเลอร์ ไวท์ถึงขนาดทำให้ลูเซียหวั่นไหวได้เลยเหรอเนี่ย แบบนี้ไม่ดีนะ คิดจะนอกใจฉันเหรอ”

ฟังจากคำประชดนั้น สิ่งที่คิดได้เพียงอย่างเดียวก็คือสเวนกำลังหึงเขาขึ้นมาอีกแล้ว แถมยังอาการหนักเสียด้วย

คำพูดที่วิลลี่เตือนว่าอย่าทำให้สเวนหึงแวบเข้ามาในสมอง เพื่อนของเขาพูดถูก ดูจากสายตาคมกริบปานเพชรฆาตนั่นแล้ว คิดว่าไม่สมควรทำให้อีกฝ่ายหึงขึ้นมาจริงๆ!

“ฉัน... ไม่ได้นอกใจนะ”

เขายังไม่รู้สึกอะไรกับทั้งสเวนและวอลเลอร์ทั้งนั้นแหละ อย่างมากก็แค่หลงเสน่ห์นิดหน่อย...

“ถ้าขนาดไม่ได้นอกใจยังหวั่นไหวถึงเพียงนี้ นี่ถ้าไม่ได้รักฉันแล้วคงจะมอบหัวใจให้วอลเลอร์ ไวท์เลยล่ะสินะ”

มือของสเวนเลื่อนขึ้นมาที่ริมฝีปากของร่างเพรียว นวดคลึงอยู่บริเวณนั้น บรรยากาศเย็นเยียบแผ่ออกมา เขาเกือบจะตัวสั่น เมื่อกี้ยังคุยกันดีๆ อยู่เลย ไหงกลายเป็นแบบนี้ได้ล่ะ ตกลงว่าสเวนเป็นคนอารมณ์แปรปรวนหรือไง!

“ฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขาเลยนะ วอลเลอร์ก็แค่หน้าตาดีบุคลิกดี ต่อให้ใครมาเห็นก็ต้องหลงเสน่ห์กันบ้างนั่นล่ะ เหมือนเวลาที่เจอดารานักร้องขวัญใจไง นายไม่เคยเป็นเหรอ!”

“ไม่เคย” ร่างสูงตอบทันที นัยน์ตาสีน้ำตาลจ้องเขาไม่กะพริบ “เพราะสำหรับฉันไม่มีใครที่ทำให้หวั่นไหวได้นอกจากลูเซีย”

หวา... ใบหน้าของลูเซียโน่ร้อนผ่าว ทำอะไรไม่ถูก จะว่าดีใจก็ดีใจแต่มันก็มีความรู้สึกกลัวอยู่ลึกๆ ด้วย สเวนรักเขาแบบจริงจังมาก แถมยังทำตัวเป็นเจ้าเข้าเจ้าของเขาอีกต่างหาก

“มะ ไม่เคยหวั่นไหวกับใครเลยงั้นเหรอ”

ร่างเพรียวถามย้ำเพื่อให้แน่ใจ สเวนเปลี่ยนสีหน้าเป็นเคร่งขรึม นัยน์ตาหรี่ลงแฝงอันตราย

“แน่นอน นอกจากลูเซียแล้วคนอื่นไม่ได้อยู่ในสายตาฉันหรอก แต่นายที่ความจำเสื่อมเนี่ย จิตใจไม่มั่นคงเอาเสียเลยนะ”

“อื้ม!”

จู่ๆ เขาก็ถูกดึงตัวเข้ามาจูบ ริมฝีปากของอีกฝ่ายร้อนดั่งไฟเผา ไม่ต่างจากลิ้นที่เข้ามารัดรึง จนทำให้ลมหายใจของลูเซียโน่สะดุดกับการโดนจูบแบบไม่ทันตั้งตัวนี้ ทำให้ต้องจับไหล่ร่างสูงไว้มั่นเพื่อประคองตัวเองไม่ให้ละลายไปกองอยู่บนเตียง

สักพักใหญ่สเวนจึงถอนริมฝีปากออก แย้มยิ้มอารมณ์ดีตามเดิม ประคองหน้าของลูเซียโน่ไว้แล้วบอกว่า

“ห้ามไปเข้าใกล้วอลเลอร์ ไวท์คนนั้นอีกนะ ลูเซียตอนนี้ยังไม่มีภูมิต้านทาน เดี๋ยวจะหวั่นไหวอีก ไม่อย่างนั้นแล้วฉันคงคิดอยากจะล่ามนายไว้ที่นี่นะ”

เขาอึ้งก่อนจะรีบพยักหน้ารัวๆ สเวนจึงพึงพอใจแล้วปล่อยเขา บอกให้ทานออมเล็ตที่เริ่มจะเย็นชืด จากนั้นก็ออกจากห้องไป ส่วนคนที่โดนจูบสดๆ ร้อนๆ ใจว้าวุ่น อารมณ์ปั่นป่วน ความหิวกระเด็นปลิวไปไหนแล้วก็ไม่รู้

ลูเซียโน่สาบานว่าต่อจากนี้จะไม่ทำให้สเวนหึงอีกแล้ว เพราะมันน่ากลัวและไม่ดีต่อใจอย่างยิ่ง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

48 ความคิดเห็น

  1. #25 urnurn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 13:56
    ทุกคนน่ากลัวไปหมดเลยย 555
    #25
    0
  2. #7 Mr.Hamhan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 12:05
    รอค่าา สนุกมากเลย
    #7
    1
    • #7-1 rikyo maika(จากตอนที่ 6)
      27 เมษายน 2560 / 06:48
      ตอนต่อไปมาลงแล้วน้า~
      #7-1
  3. #6 POLAZ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 เมษายน 2560 / 18:50
    เขิง ////7////
    เป็นกำลังใจให้นะคะ ?
    #6
    1
    • #6-1 rikyo maika(จากตอนที่ 6)
      21 เมษายน 2560 / 11:17
      ขอบคุณนะคะ >///<
      #6-1