ADAM.

ตอนที่ 3 : บทที่ 2 : ตรวจอาการ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,151
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 131 ครั้ง
    13 ส.ค. 61

 

อดัมยกกระจกขึ้นมาส่อง เพื่อปั้นหน้าให้คนมองรู้สึกว่าเขาหน้าเกรงขาม แต่เด็กหนุ่มคิดว่าความน่าเกรงขามมันไม่ใช่คาแรคเตอร์ที่คนอ่านนิยายที่มีเขาเป็นตัวเอกจะรู้สึกน่าจดจำ ดังนั้นหลังจากปั้นหน้าขรึมไปได้สองวินาที เด็กหนุ่มก็เริ่มทำตาเหลือกปากเบี้ยวเหมือนร่างทรงสี่จีมาประทับ ต่อจากนั้นก็เริ่มทำปากจู๋แก้มป่อง และชูสองนิ้ว อันเป็นท่าพิมพ์นิยม จากนั้นก็ถอนใจเบาๆ

“สิวขึ้นอีกแล้ว” อดัมเริ่มวางกระจกตั้ง เอาคาดผมมาสวม ก่อนจะเริ่มบีบสิวให้ตัวเอง ไม่สนใจหน้าที่การงานอีกต่อไป

เสียงเคาะประตูดังขึ้น วิคเตอร์มองบานประตู แล้วหันมามองนายของตนที่กำลังอู้แกะสิวอยู่ เขาเดินมาหยิบกระจกฟาดหัวเจ้านายอย่างแรงจนคาดผมหลุดจากหนังหัว แล้วเดินไปเปิดประตู

อดัมลอบแยกเขี้ยวให้หุ่นแอนดรอยคู่หู ก่อนจะรีบปั้นหน้ายิ้มหวานให้กับคนไข้ของตน แต่พอเห็นอีกฝ่าย เขาก็ต้องเปิดแฟ้มออกดู แล้วสะบัดมือโดยแรง

“ออกไป”

ชายวัยกลางคนชะงักกึก อดัมเอ่ยซ้ำ “ออกไปก่อน”

คนไข้ถอนเท้าออกจากห้อง และปิดประตูเสียงเบา อดัมโวยวายขึ้นมาทันที

“หมอนั่นคนไข้เหรอ!?...” เขาชูแฟ้มที่มีรูปสาวน้อยหน้าตางดงามไร้ที่ติขึ้นมา “...หน้าตาเหมือนตาลีบันโดนระเบิดมาสามลูก ทำไมถึงได้มาอยู่ในร่างของสาวน้อยอรชรอ้อนแอ้นเหมือนนางในวรรณคดีคนนี้ได้วะ!? พระเจ้าแม่งแต่งนิยายไม่ใส่แว่นตาใช่ไหม!? เลือกผู้ชายมาอยู่ในร่างผู้หญิง แล้วข้าจะทำให้เขาพอใจได้ยังไง!? มิน่า มันถึงได้อยากตายน่ะ!?

อดัมโยนแฟ้มคนไข้ลงพื้นอย่างแรง วิคเตอร์เก็บมันขึ้นมาเปิด ก่อนจะบอกเสียงเรียบไร้อารมณ์ว่า

“ในใบประวัติ เขาเป็นเพศทางเลือกนะขอรับ”

อดัมชะงักกึก “เพศทางเลือก” เด็กหนุ่มทำกรีดกรายมือ “หมายถึงแบบนี้เหรอ”

วิคเตอร์มองมือที่โบกไปมาอย่างอ้อนแอ้นของเจ้านายแล้วพยักหน้ารับ

“พระเจ้าแม่งต้องเป็นแฟนคลับนิยายเรื่องตุ๊ดทะลุมิติแน่เลยว่ะ รายที่แล้วก็กะเทย...” อดัมพูด เงยหน้า ชี้นิ้วขึ้นเพดานพร้อมตะโกนเสียงดัง “กูบอกมึงแล้วใช่ไหมว่าอย่าไปรับแรงบันดาลใจจากนิยายเรื่องอื่นให้มากนัก แถมส่งเพศทางเลือกเข้านิยายตัวเองแบบนี้ ถ้ากูพูดอะไรผิดไป คนอ่านเขาไปตั้งกระทู้พันทิปด่าขึ้นมาจะทำยังไง มึงหยุดคิดเองเออเองได้แล้ว ฟังไอเดียกูบ้าง แอ้กกกก!

กะละมังบรรจุลูกแตงโมขนาดใหญ่ตกใส่หัวอดัมทันที

“ข้าว่าท่านก้มหน้าก้มตาทำงานไป อย่าบ่นอะไรให้มันมากนักจะดีกว่านะขอรับ” วิคเตอร์เติมนมในกาแฟของตนเองอย่างไม่ทุกข์ร้อน และไม่สนใจเจ้านายที่นอนแหมบอยู่บนพื้นด้วย “พระเจ้าท่านก็เขียนสโลแกนบริษัทเอาไว้แล้วไม่ใช่เหรอ ว่าทุกคนสามารถเป็นคนดีได้ ยกเว้นมึง...อีอดัม” วิคเตอร์พูดสโลแกนของพระเจ้าได้ครบถ้วน ไม่เติมแต่งอะไร “ทุกคนในที่นี้ก็หมายความว่า ไม่ว่าเขาจะเป็นเพศอะไร ชนชาติไหน หรือว่าอายุเท่าไร ถ้าผ่านเงื่อนไขของพระเจ้า พวกเขาสามารถเป็นผู้ช่วยพระเจ้าได้ทั้งนั้น...” เห็นอดัมยังนิ่งไม่ไหวติง วิคเตอร์หันไปพูดกับตัวเองเบาๆ “...แม้แต่มึงยังเข้ามาทำงานในบริษัทนี้ได้ เจอแค่นี้กูก็ไม่แปลกใจแล้วล่ะ”

“มึงด่าใครอีวิคตอเรีย...” อดัมผงกหัวขึ้นมาถาม เก็บลูกแตงโมใส่กะละมังแล้วยื่นให้แอนดรอยของตน “ได้ๆ เชิญเขาเข้ามา แม่งเอ๋ย หน้าอย่างกับฆาตกรโรคจิตแต่กระแดะตายแทนคนอื่นได้ มิน่า พระเจ้าจึงต้องสร้างกูขึ้นมา เพราะถ้าแม่งให้มันเป็นตัวเอก นิยายคงไปไม่รอด คนอ่านไม่นิยมอ่ะ”

พูดถึงตรงนี้ อดัมก็มีความมั่นใจ เลยเสยผมเล็กน้อย แล้วพูดว่า “ต้องคาแรคเตอร์พระเอกอย่างข้าเท่านั้นจริงๆ เปิดประตูให้เขาเลย”

“เมื่อไหร่นายกูจะเลิกมโนว่าตัวเองเป็นตัวเอกในนิยายวะ” วิคเตอร์พึมพำเบาๆ เดินไปเปิดประตู

ชายวัยกลางคนคนเดิม ยืนมองสถานการณ์จากนอกห้อง อดัมยิ้มพร้อมผายมือเชิญชวนให้เขาเข้ามานั่งในตำแหน่งคนไข้ ก่อนจะทักทายเสียงนุ่มว่า

“ว่าไงสุดหล่อ ได้ข่าวจากปีเตอร์ว่าเจ้าอยากฆ่าตัวตายเหรอ”

ชายวัยกลางคนไว้หนวดเฟิ้ม ในเสื้อกล้ามสีขาว กางเกงขาก๊วย และหนีบอีแตะตรงหน้าอดัมก้มหน้าเล็กน้อยอย่างละอายใจ อดัมถามว่า

“ทำไมเหรอ ไม่พอใจร่างสาวน้อยคนนี้หรือ” อดัมถาม พร้อมยิ้มอบอุ่นอย่างใจดี หยิบรูปสาวน้อยซินเซียขึ้นมาชูตรงหน้าอีกฝ่าย ก่อนจะกระซิบบอกความว่างเปล่าว่า “สวยขนาดนี้น่าจะส่งมาเป็นผู้ช่วยผมมากกว่าวิคเตอร์อีกเนอะคุณผู้อ่าน ผมล่ะไม่เข้าใจจิตใจของพระเจ้าจริงๆ”

ชายวัยกลางคนส่ายหน้า อดัมถามเสียงอ่อนลง

“แล้วมีปัญหาชีวิตอะไรเหรอ ทำความดีไม่ขึ้น หรือมันไม่ใช่แนวของชายและอยากกลับไปตายเหมือนเดิม” อดัมคล้ายนึกอะไรได้ เลยรีบบอก “จริงสิ ข้าชื่อ อดัม นะ เป็นนักจิตวิทยาไร้ปริญญาในบริษัท หากขาดตกบกพร่อง หรือมีปัญหาคับอกคับใจอะไร ก็สามารถมาระบายให้ข้าฟังได้ทุกเมื่อ เจ้าเป็นพนักงานใหม่ใช่ไหม ชื่ออะไรล่ะ”

“ผม...” ชายวัยกลางคนทำตาแดงๆ ก้มหน้าต่ำกว่าเดิม “...ผมไม่มีค่าพอที่ใครจะรู้จักชื่อของผมหรอกครับ”

คำพูดนั้นทำเอารอยยิ้มปั้นแต่งของอดัมแข็งค้าง เขาถามว่า “แล้วบุรุษนิรนามคนนี้มีปัญหาอะไร ถึงมาหาข้าล่ะขอรับ”

อีกฝ่ายทำหน้าเจ็บปวดรวดร้าว จากนั้นก็เหมือนหน้าไปทางอื่น

“พูดมาเลย ไม่ต้องอาย ข้าเป็นผู้เชี่ยวชาญ และทุกปัญหาล้วนมีทางออกเสมอ” อดัมบอกเสียงนุ่ม

อีกฝ่ายน้ำตาไหล สะบัดเสียงใส่ว่า “ปัญหาของผม คุณแก้ไม่ได้หรอก!

ปึง!!

อดัมโยนแฟ้มลงโต๊ะโดยแรงจนคนไข้สะดุ้ง เขาเลิกปั้นหน้ายิ้มแย้ม และหันมาปั้นหน้ายักษ์แทน

“เฮ้ยมึง...” อดัมเอ่ยอย่างไม่สบอารมณ์ “...ถึกอย่างควาย อย่ามาทำบีบน้ำตาเป็นนางเอก คิดว่ากูว่างมากนักหรือไง มีความอดทนมากนักเหรอ คิดว่าจะตะล่อมถามมึงเป็นร้อยรอบเพื่อให้ได้คำตอบที่ต้องการสินะ!? ไอ้ตัวประกอบนิรนาม กูจะบอกอะไรให้นะ ถึงชีวิตมึงจะหลงมาอยู่ในนิยาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าตัวมึงจะมีความสำคัญอะไรนักหรอก ขนาดพระเจ้ายังขี้เกียจตั้งชื่อให้มึงเลย กูก็ไม่สนใจมึงเหมือนกันน่ะแหละ!

ชาววัยกลางคนอ้าปากค้าง อดัมตบแฟ้มแรงๆ

“แต่นี่คือหน้าที่! หน้าที่ของกูเว้ยที่ต้องมานั่งฟังปัญหาห่าเหวอะไรทั้งหลายอย่าง รายที่แล้วก็เป็นเพศที่สามแบบนี้แหละ ปัญหาของมันคืออะไรรู้ไหม ได้ร่างใหม่ไฉไลเป็นองค์หญิงแล้ว แต่เสือกเกิดใหม่เป็นม่าย หาผัวไม่ได้...กูต้องไปช่วยแก้ปัญหาให้มัน จะไปเป็นผัวให้มันเองก็ไม่ได้ เพราะต้องถนอมซิงไว้ให้ผู้หญิงอีกหลายคน แต่ต้องไปแก้ปัญหาให้มันไง ซึ่งโคตรยาก แล้วมึงจะมาทำตัวเป็นโจทย์คณิตศาสตร์ กรอกเอกสาร ยื่นแฟ้ม แล้วมาร้องไห้ฮึดฮือ ใครก็แก้ปัญหาให้หนูไม่ได้ ถ้ามึงรู้ว่ากูแก้ไม่ได้ก็ไม่ต้องมาหากูสิวะ นี่มึงเป็นงานของกูแล้วนะ ปล่อยมึงทำชีวิตที่สองสูญเปล่า พระเจ้าก็ด่ากูอีกน่ะสิ! ดังนั้นมาอยู่ตรงนี้แล้วก็ไม่ต้องเล่นตัว! พูด! บอกมาว่าปัญหามึงคืออะไร!? อย่าให้พี่ต้องใช้โซ่ แส้ กระเทียมเจียว!

พูดจบอดัมก็หันมาเหลาดินสอเตรียมจดปัญหาของคนไข้รายใหม่ เขาบ่นเสียงเขียวว่า

“ทำอย่างกับตัวเองเป็นตัวละครนิรนามสำคัญเพียงตัวเดียว คนอ่านเขารู้หรอกน่า ว่าไม่กี่หน้าก่อน ตาลุงบาร์เทนเดอร์มันก็ไม่มีชื่อเหมือนกัน พระเจ้าขี้เกียจตั้งชื่อแล้วยังเขียนบทให้ไอ้พวกนี้มาลวดลายกับกูอีกนะ คอยดู เดี๋ยวจะพูดคำหยาบให้นิยายมันลงเว็บไม่ได้เลย”

“น้ำชาขอรับ” วิคเตอร์เอ่ยพร้อมวางถ้วยน้ำชาให้คนไข้ที่กำลังร้องไห้ฮึดฮือตั้งแต่ได้ยินคำว่า ถึกอย่างควาย เขาใจดีแถมผ้าเช็ดหน้าลูกไม้สีขาวไปด้วย

“คือ...ฮึก...ผมไม่ได้มีปัญหาอะไรกับร่างซินเซียหรอกครับ เพราะผมเองก็ชอบผู้ชาย...”

“ข้ารู้” อดัมบอก จิบชาแล้วรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาก “เพราะฉะนั้นพระเจ้าถึงได้มอบร่างหญิงนี่ให้เจ้าไง มันคือสิ่งที่ใจเจ้าปรารถนา เจ้าจะได้ตกหลุมพรางยอมเซ็นสัญญาทาสง่ายๆ มีชีวิตใหม่และได้รักกับผู้ชายโดยไม่ต้องมีสาววายมาตามกรี๊ด” อดัมมองรูปเด็กสาว แล้วพูดว่า “แต่เจ้าได้ของดีไปเลยนะเนี่ย ไม่นึกว่าพวกจินตนาการไม่บรรเจิดอย่างพระเจ้า จะสามารถปั้นตัวละครน่าเจี๊ยะได้ขนาดนี้ แล้วประวัติของยัยหนูนี่เป็นยังไงล่ะ...”

ชายนิรนามกำลังจะตอบ แต่อดัมยกมือห้าม

“ไม่ต้อง! ข้าขอเดาเอง ในบริษัทนี้ ไม่มีใครคาดเดาจินตนาการของพระเจ้าได้ดีเท่ากับข้าแล้วล่ะ ซินเซียเกิดมาในตระกูลสูงศักดิ์ บ้านรวย แต่เป็นศัตรูกับอีกตระกูลใหญ่หนึ่ง ทำให้มีชะตาชีวิตรักต้องแอบซ่อน สุดท้ายก็ตายด้วยกันทั้งคู่ใช่ไหม”

“นั่นมันโรมิโอกับจูเลียต” วิคเตอร์พูดเบาๆ วางจานใส่แตงโมให้เจ้านายและแขก

“เช่นนั้นนางก็กำลังจะแต่งงาน แต่ดันขึ้นเรือสำราญไปฝึกถุยน้ำลายกับชู้รัก แล้วสุดท้ายเรือชนก้อนน้ำแข็งเลยตายห่ากันหมดยกลำ แม้แต่เพชรก็หายไป” อดัมพูด

“โรสไม่ตายนะขอรับ แล้วเพชรก็ยังอยู่ที่นางด้วย” วิคเตอร์พูดเบาๆ

“นั่นสิ แทนที่จะเอาเพชรใส่ตู้นิรภัย ดันใส่รูปโป๊เมียเข้าไปแทน เป็นยังไง สมบัติชาติหายสาบสูญตลอดกาลเลย” อดัมพยักหน้ากับผู้ช่วยตัวเอง หันมามองชายวัยกลางคนที่ส่ายหน้า

“ไม่ใช่ครับ คือซินเซีย...”

“นางถูกสาปให้ตอนอายุสิบเจ็ด จงเอามือไปจิ้มกับเข็มเย็บผ้าแล้วนิทราตลอดกาล แต่สุดท้ายก็พบรักแท้กับแม่มดผู้ชั่วร้ายใช่ไหม” อดัมถาม

“ข้าว่าท่านฟังที่เขาเล่าดีกว่านะขอรับ” วิคเตอร์ออกความเห็นเสียงเบา

“เดี๋ยวๆ ขอเดาอีกรอบหนึ่ง เด็กผู้ชายโลภมากไปงมหาของในแม่น้ำหลงลืม สุดท้ายกลายเป็นมังกรหญิง และได้ผัวเป็นจอมมาร...” อดัมชะงักเล็กน้อย ก่อนจะแสร้งเขียนยุกยิกใส่กระดาษ “พลอตหลังนี้คุ้นมากๆ เลยนะ ข้าว่าอย่าให้ข้าเดาไปมากกว่านี้เลย เดี๋ยวพระเจ้าตัดบท ลบข้าทิ้ง แล้วจะไม่มีตอนต่อไป เอาล่ะ เจ้าอยากเล่าอะไรเกี่ยวกับซินซียก็เล่ามา”

“...คือซินเซียเป็นทายาทของตระกูลใหญ่จริงๆ ปัญหาคือนางมีแม่เลี้ยง และลูกคนละแม่ที่เกลียดนางมาก ชอบทำร้ายร่างกายผมเสมอเลย ฮึก...ที่สำคัญ ตระกูลของเธอคือพวกตัวร้าย ในอนาคตจะต้องตายยกตระกูล” ชายวัยกลางคนสะอึกสะอื้น

“อูย เห็นไหมวิคเตอร์ ข้าบอกแล้วว่าเจ้านายเราแม่งจินตนาการไม่บรรเจิดหรอก นี่แม่งเอาพลอตเกิดใหม่เป็นนางร้ายมาผสมรวมกับซินเดอเรลล่า เดี๋ยวคอยดู ซินเซียอะไรนี่จะต้องเปลี่ยนใหม่เป็นคนดี ถอนหมั้นกับผู้ชายที่เขาไม่ได้รักเรา ประสบความสำเร็จฟูฟ่า และแย่งพระเอกจากนางเอก หรือหาผู้ชายที่แซ่บกว่ามาเป็นผัวแน่นอน พลอตนี้ในเว็บเด็กดีมันมีเกลื่อน” อดัมเยาะเกลือใส่แตงโม “รู้สึกพระเจ้าก็เขียนเอาไว้แล้วเรื่องหนึ่งนะ”

“ไม่ใช่ครับ คือซินเซียไม่มีคู่หมั้น แล้วคนที่คิดเรื่องของเธอก็คือผมเอง พระเจ้าแค่ทำให้จินตนาการของผมมีตัวตนขึ้นมา” ชายวัยกลางคนบอกอย่างอายๆ “คือตอนเด็กๆ ผมได้ดูการ์ตูนของพระเจ้า แล้วชอบมากเลยเขียนแฟนฟิคขึ้นมาเรื่องหนึ่ง”

“อ๋อ” อดัมพยักหน้า ก่อนจะหันมาพูดกับความว่างเปล่า “คือพระเจ้าของพวกเรา เวลาจะสร้างโลกใบใหม่ ก็ชอบเอาไปแปลงเป็นการ์ตูนแล้วฉายที่จอดำก่อนนะขอรับ ถ้าสนุก มีคนติดตาม จึงเริ่มสร้างโลกขึ้นมา” อดัมกัดแตงโม เคี้ยวแจ๊บๆ “ทุกคนที่มาเป็นผู้ช่วยพระเจ้าก็มักได้ดูการ์ตูนที่อาจจะมาเป็นชีวิตของตนเองด้วยกันทั้งนั้น ถึงข้าจะไม่รู้ว่าพระเจ้าท่านแทรกสัญญาณดาวเทียมได้อย่างไรก็เถอะ แต่วิธีนี้ก็เวิร์ค ในการล่อลวงคนเป็นๆ มาเซ็นสัญญาเป็นตัวเอกในนิยาย ถ้าจะไปต่างโลก ใครๆ เขาก็อยากไปในโลกที่ตัวเองรู้จักใช่ไหมล่ะ”

 เห็นชายนิรนามมองมาอย่างสงสัย อดัมบอกว่า

“อีกละ พวกไม่รู้ว่าตัวเองเป็นตัวละครในนิยาย ช่างเถอะ ข้าไม่อธิบายนะ” อดัมถุยเม็ดแตงโมใส่จาน ก่อนจะถามพร้อมแคะขี้ฟัน “ว่าแต่เนื้อหามันเหมือนกับที่เจ้าเขียนใช่ไหม”

“นั่นแหละครับที่เป็นปัญหาสำหรับผม” ตัวละครชายนิรนามกัดผ้าเช็ดหน้า “ผมเขียนว่าซินเซียถูกแม่เลี้ยงและถูกพี่ชายต่างมารดาทรมาน ผมไม่อาจอดทนต่อคำประณามเสียดสีของสเตฟานได้จริงๆ”

“ทำไม” อดัมถาม “พี่ชายเจ้าชี้หน้าด่าว่า ออเจ้าเป็นคนกำเริบ ไม่รู้จักกาลเทศะ วาจาพิกลพิการฟังไม่รู้ความ จิตใจหยาบกระด้างไม่มีเมตตาข้าทาสบริวาร ไม่เอาการเอางาน ขี้คร้านตัวเป็นขน ดีแต่แต่งตัวนั่งชม้อยชายตาหน้าขาว น่ารำคาญ!! เหรอ”

“นั่นมันบุพเพสันนิวาศ” วิคเตอร์พูดเบาๆ

“ถ้าเป็นอย่างนั้นยังดีกว่าอีกครับ วันนี้ทำร้ายผมไม่พอ ในอนาคตยังต้องตายยกตระกูล ถ้าต้องตายในวันหน้า ไม่สู้ตายตอนนี้เลยดีกว่าหรือ อีกอย่าง...”

เขาฟุบหน้าลงกับโต๊ะแล้วร้องไห้เสียงดัง “...ตอนนี้สเตฟานจับซินเซียฝึกการต่อสู้ทุกรูปแบบที่คนตระกูลโซลเรนนาควรได้เรียน ผมถูกซ้อม! ถูกอัด! ถูกฟาดทุกวัน! ถึงผมไม่ฆ่าตัวตาย แต่ก็คงทรมานต่อไปไม่มีสิ้นสุด ขอจบชีวิตด้วยตัวเองดีกว่า โฮ...”

“ก็คิดเสียว่าเขาเป็นมิสเตอร์เกรย์ แล้วเจ้าเป็นอนาสตาเซียสิ สเตฟานเป็นคนหล่อไม่ใช่เหรอ จินตนาการได้ไม่ยากหรอก...” อดัมหยิบแตงโมของอีกฝ่ายมากิน พูดอย่างไม่อนาทรร้อนใจ

“พอมันเจ็บ จินตนาการมันก็กระเจิงหมดเลยครับ ผมคิดอะไรไม่ออก แค่อยากจะหนีอย่างเดียว อยากจะหนีไปจากที่ตรงนี้ ผมมันห่วย ผมรู้ตัว ผมมันแย่ ผมมันไม่ควรมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ แค่อยากจะลองมีคนที่รักเราจากใจจริงสักครั้ง...” อีกฝ่ายเช็ดน้ำตาปอยๆ เอ่ยเสียงเศร้า “...แต่ผมมันโง่ ชาติที่แล้วไม่มีใครรักผมสักคน แม้แต่พ่อและแม่แท้ๆ ก็ยังไม่รัก ชาตินี้จะมีคนมารักได้ยังไง ยังดีที่ซินเซียมีพี่ชายฝาแฝด และน้องสาวที่น่ารัก ไม่เช่นนั้นผมคงฆ่าตัวตายตั้งแต่วันแรกที่โดนสเตฟานถีบหน้าแล้วล่ะ”

วิคเตอร์เดินมายื่นกระดาษทิชชู่ให้ อีกฝ่ายรับมาพร้อมเอ่ยขอบคุณ ก่อนจะสั่งน้ำมูกเสียงดัง

อดัมถอนหายใจ หันมาพูดกับความว่างเปล่า “ซวยจริงๆ ขอรับท่านผู้อ่าน คนไข้รายนี้ของข้ามันเป็นพวกไร้ซึ่งความหวังในการมีชีวิตอยู่ ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น อยากจะหลับๆ และตายไปเลย”

“ใช่ครับ” คนไข้บอกเสียงเบา ถึงไม่เข้าใจว่าอดัมคุยกับใครก็ตาม

“ซึ่งไอ้พวกนี้มันเป็นพวกที่รักษายากมาก ยากกว่าน้องตุ้ยที่เป็นคนไข้รายล่าสุดของข้าอีก คือน้องตุ้ยคนนั้นเขาแค่เครียดว่าเกิดใหม่คราวนี้จะหาสามีไม่ได้ เพราะฐานะการเป็นม่ายมันค้ำคออยู่ แต่เจ้าหมอนี่หมดแล้วซึ่งความหวังในการมีชีวิต ไร้ซึ่งความพยายาม ไม่อยากทำอะไรทั้งนั้น นี่! ทุกวันนี้ไม่ได้ทำคามดีเลยใช่ไหม ปล่อยตามคาแรคเตอร์ของซินเซียหมดเลยล่ะสิ”

“ครับ” คนไข้พยักหน้า

“นั่นไง แค่ความดีเล็กน้อยเขาก็ไม่อยากทำแล้ว ข้าต้องหาแรงกระตุ้นเจ้าหนุ่มนี่สักหน่อย...” อดัมบิดขี้เกียจ ก่อนจะกวักมือเรียกวิคเตอร์ “พาเขาไปวัดระดับความเศร้า ข้าอยากจะดูสิว่างานยากมันขนาดไหน แล้วเครื่องมือของเราจะให้คำชี้แนะอะไร”

“ขอรับ” วิคเตอร์พยักหน้า ก่อนจะผายมือเชิญคนไข้เข้าไปตรวจวัดระดับความเศร้าที่อีกห้องหนึ่ง

ขณะนั้นเอง อดัมก็ฉีกกระดาษเสี้ยวหนึ่งจากแฟ้มคนไข้มาใส่ในกล้องยาสูบของตนเอง จากนั้นก็เริ่มจุดสูบ เขาพ่นควันสีม่วงตุ่นๆ ออกมา หมอกควันจับตัวกัน เป็นเรื่องราวของซินเซีย โซลเรนนาที่กำลังถูกสเตฟานเอาแข้งฟาดหน้าอยู่ ดูการทำร้ายร่างกายอันดุเดือดไปสักครู่ อดัมก็หยิบดินสอมาเขียนชื่อสเตฟานใส่กระดาษ และยัดใส่กล้องยาสูบเช่นเดียวกัน คราวนี้เขาจึงได้เห็นความจริงบางอย่าง

สเตฟานเป็นคนที่รักน้อง ในหมู่น้องชาย และน้องสาวทั้งหมดสี่คน เขารักซินเซียมากที่สุดด้วยซ้ำ เพราะแม่ของซินเซียนั้นคือรักแรกของเขา ในภาพอดีตของสเตฟาน เขายังเป็นแค่เด็กหนุ่ม มองซินเซียตัวน้อยที่เกิดมาด้วยแววตาแวววาว ประหนึ่งพ่อได้พบลูกสาวเป็นครั้งแรก อนิจจาที่แม่แท้ๆ ของเขานั้นเกลียดลูกเลี้ยงตัวเอง เขาเลยต้องทำเฉยชากับน้องทุกคน ดังนั้นเมื่อเขาต้องฝึกฝนซินเซียให้เป็นการต่อสู้ เขาเลยฝึกน้องคนนี้หนักกว่าใคร ซินเซียเป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวยเหมือนแม่ สเตฟานกลัวว่าซินเซียจะโดนรังแกในสักวัน เลยทุ่มเทแรงกายแรงใจเต็มที่

“เจ้าหมอนี่เป็นตัวละครจำพวกซึนเดเระที่สาวๆ ชอบกรี๊ดกันอย่างแน่นอน...” อดัมพึมพำ “ไม่ยากขอรับท่านผู้อ่าน การจะช่วยเหลือคนที่คิดอยากฆ่าตัวตาย คือเราต้องทำให้เขาตระหนักรู้ว่าตัวเองมีคนที่รักเขา คอยอยู่เคียงข้างเขา ให้ความสำคัญกับเขา แล้วพี่น้องของซินเซียก็รักนางทุกคน ถ้าอดทนนานพอ เขาก็จะได้เห็นความรักของคนรอบข้างเอง แต่สเตฟานเป็นพวกไม่พูดมาก จะให้เขาบอกรักน้องสาวคงเป็นไปไม่ได้ แถมพวกชิงชังตัวเองแบบตานั่น มักจะมองแต่คนที่เกลียดเขา ไม่ได้มองคนที่รักเขาหรอก กลัวว่าโดนแม่เลี้ยงด่าอีกทีเดียว ก็เอามีดมาเชือดคอตัวเองแล้ว ทำไงดี”

เสียงเคาะประตูดังขึ้น วิคเตอร์เปิดประตู แล้วเอาแฟ้มขนาดใหญ่มามอบให้เจ้านายของตัวเอง

“ผลการตรวจออกมาแล้วครับ ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเลย”

อดัมเปิดเอกสารออกอ่าน สักพักจึงถอนใจ “ความเศร้ามากขนาดนี้ ปกตินี่ควรจองโลงเอาไว้ให้เลยนะ แต่ในเมื่อเป็นงานของข้า ข้าก็ต้องช่วยขอรับ...” เขาหยิบดินสอขึ้นมาเขียนอย่างว่องไว แล้วสั่ง “ไปหาพระเจ้ากันเถอะวิคเตอร์”

พวกเขาก้าวเดินออกจากห้องทำงาน เห็นพนักงานแมลงสาบปีเตอร์กำลังร้องบอกชายนิรนามคนนั้นว่า “ท่านต้องเข้มแข็งนะขอรับ อย่าเพิ่งตายก่อนที่ข้าจะได้เห็นขาวอวบ...”

“ดูแลเขาไปก่อนนะ เดี๋ยวข้ามา” อดัมบอก พร้อมเดินตรงไปที่ลิฟท์พนักงานระดับสูง

 

**

 

“ห้องของพระเจ้าอยู่ชั้นสูงสุด ประหนึ่งเป็นประธานในบริษัทนี้ขอรับ มีเพียงพนักงานระดับสูงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเข้าพบพระเจ้าเพื่อขอนั่นนี่ได้ ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือข้าเอง...” อดัมเอ่ยพร้อมจัดเนคไทให้ตัวเอง ยิ้มกระหยิ่มใจ “เห็นแบบนี้ ข้าก็เป็นพนักงานทรงคุณค่าที่พระเจ้าสร้างมาเองกับมือนะ อิอิ”

“ผลงานที่ผิดพลาดน่ะสิ” วิคเตอร์ที่เดินตามหลังพึมพำเบาๆ

พอพวกเขาเดินมาถึงบานประตูขนาดเล็กบานหนึ่ง อดัมก็ทุบประตูเสียงดัง

“พระเจ้า นี่ข้าเองนะ บังเอิญมีคนไข้เคสหนึ่ง ข้าหาทางลงให้เขาไม่ได้ ข้าอยากได้อะไรบางอย่าง จดมาให้แล้ว ช่วยเซ็นอนุมัติเบิกของพวกนี้ให้ข้าด้วยนะ”

อดัมยืนรอสักพัก ก็มีกระดาษขนาดเอสี่ถูกสอดออกมาจากในห้อง เขียนข้อความว่า ส่งเอกสารมาทางนี้สิ

“เฮ้ย พระเจ้า จะไม่ออกมาเจอหน้านักอ่านหน่อยเหรอ ตั้งใจจะหลบหน้าหลบตา ขังตัวเองในห้องเป็นน้องต้นในเรื่อง "Who R U ? : ใคร...ในห้อง" หรือ ข้าไม่ใช่สินจัย เปล่งพานิช และไม่ใช่แม่ของท่านนะ ออกมาเจอกันหน่อยเร็ว!

วิคเตอร์หยิบเอกสารที่พระเจ้าต้องการ แล้วสอดใต้ประตูกลับไป

อดัมถอนใจ “เอางั้นเหรอ ก็ได้...ปั้นมนุษย์หิมะด้วยกันไหม จะไปก็รีบไป...”

เอกสารอนุมัติถูกสอดกลับมาอย่างรวดเร็ว วิคเตอร์รับมา มองอดัมที่หัวเราะคิกคัก พูดว่า

“สนุกดีว่ะ พระเจ้า ไม่ว่าข้าจะทำยังไงท่านก็ไม่ยอมออกจากห้องใช่ไหม งั้นข้าถามได้ไหม ว่าหวยงวดที่แล้ว ท่านแทงเสียไปกี่ตัวหรือ”

วิคเตอร์ตรวจสอบเอกสารอย่างเงียบๆ

“นั่นแน่ะ ความอดทนสูงเสียด้วย กับแฟนคนล่าสุดเลิกกันเพราะอะไร พักนี้น้ำหนักขึ้นกี่โล ผมร่วงกี่เส้น เดือนนี้เมนส์มาหรือยังเอ่ย” อดัมเอาตัวพิงประตู ยิ้มยียวน “ทะเลาะกับเพื่อนมหาลัย โดนแม่เขาโทรมาด่าว่ายังไง ทำฟันให้อาม่าเสียไปเท่าไรแล้วจ๊ะ ล่าสุดนี่จองบัตรคอนได้หรือยัง แล้วงานรวมญาติของปีนี้ ผลลัพธ์เป็น...เฮ้ยยย!!

บานประตูถูกกระชากเปิดจากด้านในส่งผลให้ร่างของอดัมเอนไปในห้อง จากนั้นก็ได้ยินเสียงทุบของหนักหลายครั้ง เสียงร้องโหยหวนของเด็กหนุ่ม เสียงเล็บที่ครูดไปกับประตู และสุดท้าย พอบานประตูเปิดออก ร่างของอดัมก็พุ่งหลาวออกมากระแทกกำแพงอีกด้าน ก่อนที่บานประตูจะปิดลงอีกครั้งอย่างสวยงาม

วิคเตอร์มองร่างของเจ้านายที่ค่อยๆ รูดตัวลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง ก่อนจะประคองร่างของเจ้านายขึ้น พบดวงหน้าบอบช้ำผินมา ดวงตาเลื่อนลอยมองเห็นเขา อดัมก็ยกมือขึ้นลูบหน้าเขาเบาๆ

“ฟ้าดินแยกเราเท่าไรไม่ห่าง ภพชาติพรากรักเรา...แอ้ก!!

วิคเตอร์เอาหัวเจ้านายโขกกำแพงเรียกสติ เขาเดินจากไปอย่างสุขุม

“เราได้ของที่ต้องการแล้ว ไปกันเถอะขอรับ”

อดัมครางออกมาเบาๆ “นิยายเรื่องนี้ แม่งรุนแรงกับกูจริง”

 

**

 

TALK


อดัม : คนเขียนฝากบอกแฟนคลับว่า 'ไม่ต้องกลัวว่าเราจะแต่งแต่เรื่องอดัมจนไม่ไปเขียนเรื่องอื่นหรอก เราไม่ได้รักมันขนาดนั้น' ...พูดอย่างกับว่ากูเองก็รักมึง ถุย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 131 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

192 ความคิดเห็น

  1. #126 วายุจัง (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 16:08
    โห้ว... อาดามเอ๋ยยยยยยย... ดมกาวมาหรือลูก... อะไรคือไอหนุ่มแม่า้ำหลงลืม... แอ๊บ
    #126
    0
  2. #28 mai146 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 19:42
    กาวมาก5555555555ในความไร้สาระก็มีสาระอยู่จิ๊ดนึง5555555555
    #28
    0
  3. #27 ALittleCuteGirl (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 21:39
    โอ๊ย...ทำไมขำ5555
    #27
    0
  4. #26 lolmute (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 21:12
    มีความแซะนิยายตัวเอง กาวจริงเรื่องนี้
    #26
    0
  5. #25 RitaRockZa (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 20:17
    โครตกาว55555
    #25
    0
  6. #24 Mr.Drgonnn (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 16:30

    ทำไมรู้สึกว่าพระเจ้าคือไรท์55

    บัดซบ!!มันหยุดยิ้มไม่ได้เลย รักส์อดัมมาก

    โอยย ขำไม่ไหวล้าว

    #24
    0
  7. #22 shiromi-kuromi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 14:34
    แซะนิยายตัวเองเก่งแซะเรื่องกิน หยุดยิ้มไม่ได้แล้ววววว55555555
    #22
    1
    • #22-1 shiromi-kuromi(จากตอนที่ 3)
      13 สิงหาคม 2561 / 14:35
      *แซะเรื่องอื่น เรื่องกินมาได้ไง555555
      #22-1
  8. #21 thehuskyshiba (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 14:33

    ล้อทุกอย่างยันนิยายตัวเองเลยอ่ะ55555

    #21
    0
  9. #20 หมาขาวเผาพระอาทิตย์ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 14:32
    โธ่ ไม่เคยเจอใครที่เปิดเผย(โดยที่ไม่ซื่อบื้อ)สักปานนี้มาก่อน
    #20
    0
  10. #19 mind17819 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 14:27
    สมเพ—- แค่กๆ สงสารอดัมจริงๆ
    #19
    0
  11. #15 Naorin (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 13:28
    ชีวิต โถ55555555
    #15
    0
  12. #14 STI .45 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 12:59
    5555 สงสาร
    #14
    0