(SF) Lost in ChanBaek

ตอนที่ 6 : M Y D E A R - P D

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,441
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 333 ครั้ง
    22 ก.ค. 61






วิถีแห่งติ่งนั้นยากแท้หยั่งถึง

 

               “วันนี้พอแค่นี้ก่อน ขอบคุณที่ทำงานหนักนะครับ”

               “ขอบคุณที่ทำงานหนักครับ!” ประตูของห้องประชุมเล็กถูกดันออกโดยบุคคลที่เคยนั่งอยู่หัวโต๊ะยาว พอผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวหน้าออกไปแล้วคนที่เหลือจึงเดินตามออกไปบ้าง ในมือแต่ละคนมีอุปกรณ์สื่อสาร แล็ปท็อป แฟ้มงานกระทั่งกล่องกระดาษแตกต่างกันไปตามหน้าที่ แม้แต่ชายหนุ่มร่างสูงที่เดินมาหยุดหน้าลิฟต์โดยสารก็ยังถือแม็คบุ๊คกับโทรศัพท์เคลื่อนที่ไว้ในมือ

               “เพิ่งประชุมเสร็จหรือคะพีดีนิม”

               “ครับ”

               “เหนื่อยแย่เลยนะคะ ใกล้กำหนดคัมแบคของไคเข้าไปทุกทีแล้ว” ชายหนุ่มเพียงแค่ยิ้มรับ อีกฝ่ายเป็นพนักงานฝ่ายผลิตที่พอคุ้นหน้าคุ้นตาแต่ไม่ได้อยู่ในทีมเดียวกับเขาในโปรเจคนี้ซึ่งนั่นก็หมายความว่าสาวสวยตรงหน้าเป็นคนนอก ชายหนุ่มไม่นิยมพูดเรื่องงานกับคนนอก ยิ่งอยู่ในช่วงเตรียมงานที่ทุกอย่างจะต้องเป็นความลับด้วยแล้วนับคำที่จะออกจากปากเขาได้เลย

               “พอจะมีเวลาว่างสักชั่วโมงไหมคะ ฉันอยากขอเลี้ยงกาแฟคุณสักแก้ว” เห็นคิ้วเข้มเลิกขึ้นหญิงสาวก็หัวเราะเสียงใส “มีเรื่องอยากขอคำปรึกษาด้วยน่ะค่ะ สะดวกไหมคะคุณพีดีมือทอง”

               “เสียใจที่ต้องปฏิเสธนะครับ วันนี้ผมมีนัดแล้ว” เสียงทุ้มว่าก่อนร่างสูงเฉียดร้อยเก้าสิบจะก้าวเข้าไปในลิฟต์โดยสาร

               “ฉันจะรอข้อความจากคุณนะคะ” ริมฝีปากสีอ่อนวาดยิ้มแฝงความหมายที่หล่อนมั่นใจเหลือเกินว่าเจ้าของดวงตาคมหวานจะรับรู้ โปรดิวเซอร์มือทองหยักยิ้ม ค้อมศีรษะให้สุภาพสตรีผู้อ่อนหวานก่อนประตูลิฟต์จะกั้นทั้งคู่ออกจากกัน

               ก้านนิ้วยาวเคาะกับพวงมาลัยบังคับรถ หนังแท้สีน้ำตาลเข้มฉลุลายแบบลิมิตเต็ดแบบที่เจ้าของมันชอบยังคงใหม่เอี่ยมเหมือนวันแรกที่ได้มา คนขับรถถอนหายใจเมื่อพนักงานรักษาความปลอดภัยทำสัญญาณโบกให้รถผ่านออกไปได้หลังจากใช้เวลาเช็คสถานะของคนขับที่ไม่ตรงกับชื่อเจ้าของรถครู่หนึ่ง อาคารสถานอื่นไม่มีที่ไหนเคร่งทำเรื่องง่ายให้เป็นเรื่องยากหรอกแต่บังเอิญว่าที่นี่เป็นบริษัทผลิตศิลปินนักแสดงชื่อดังติดอันดับต้น ๆ ของประเทศมีบริษัทลูกเป็นค่ายเพลงที่ประชากรมากกว่าสามในสี่ของคาบสมุทรแห่งนี้รู้จัก ไมรวมแฟนคลับอีกทั่วเอเชีย อเมริกาและยุโรปอีกล่ะ ระบบรักษาความปลอดภัยของที่แห่งนี้จึงต้องเข้มงวดให้สมกับคุณภาพของศิลปิน นักแสดงและทีมงานในสังกัด

เพราะคุณภาพคือมูลค่า

เท้าใหญ่กดคันเร่งลึกเพื่อนำรถข้นจากชั้นใต้ดิน ทว่าพอพ้นขึ้นมาหาแสงสว่างได้ไม่ถึงชั่วลมหายใจเขาก็ต้องเปลี่ยนมาเหยียบเบรคจนมิด มือที่ถือแว่นกันแดดไว้เกร็งแน่น โทสะพุ่งขึ้นหน้าจนไม่แคร์ว่าปากจะสบถหยาบหนักแค่ไหน

พวกบ้า!

ไม่รักชีวิตกันแล้วหรือไง!

กระจกรถที่ติดฟิล์มเสียมืดทำให้มองไม่เห็นจากด้านข้าง ส่วนหนึ่งจึงพยายามตะกายมาทางด้านหน้าเพื่อให้เห็นหน้าคนขับ เสียงกรีดร้องฟังไม่ได้ศัพท์ดังรอบด้านพร้อมการต่อสู้ย่อม ๆ เพื่อให้ได้เข้าใกล้รถเก๋งคันงามมากที่สุด ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าแล้วก็ผ่อนออกครั้งแล้วครั้งเล่า ให้ฟ้าถล่มเถอะ เขากำลังจะไปสายแล้วยังต้องมาเจอพวกแฟนคลับไร้หัวคิดพวกนี้อีก มันน่าจับถ่ายรูปเรียงตัวแล้วประกาศแบล็คลิสต์นัก

What da x!” ขณะที่กำลังข่มใจรอพนักงานรักษาความปลอดภัยมาเคลียร์พื้นที่วัตถุขนาดย่อมก็หล่นตุบลงมาบนกระจกหน้าคนขับ คนในรถผงะจนหลังกระแทกเบาะ เบิกตามองสิ่งมีชีวิตที่กำลังบดบี้ใบหน้าครึ่งหนึ่งเข้ากับกระจกใส สาบานว่าไม่ได้ตั้งใจแต่มือเขามันกระตุกเข้าใส่ที่ปัดน้ำฝน โครมหนึ่ง น้ำในระบบที่สำรองไว้ก็ฉีดพุ่งใส่เจ้าก้อนสีน้ำตาลเข้มเข้าเต็มรัก จากนั้นก้านปัดน้ำฝนก็เริ่มเคลื่อนไหว

โป๊ก!

โป๊ก!

โป๊ก!

“ไอ้เหี้ย ฉิบหายแล้ว” พอมองชัดเขาถึงได้เห็นว่าไอ้วัตถุกลมก้อนนั้นมันคือครึ่งตัวบนของมนุษย์หนึ่ง มนุษย์ที่ตอนนี้กำลังยกมือกุมหน้าผากแดงเรื่อและหัวเปียกมะล่อกมะแล่กอย่างที่สุด ดวงตาเรียวเล็กใต้หมวกฮู้ดสีเข้มคือส่วนที่สะดุดตาเขาก่อนอย่างอื่น มันเพ่งทะลุกระจกมา จ้องหน้าเขาอย่างคาดหวังหากหลังจากกะพริบสองปริบดวงตาคู่นั้นก็เปลี่ยนเป็นจัดจ้าด้วยความเกรี้ยวกราด ชายหนุ่มขยับปากจะออกตัวว่าเขาไม่ได้ตั้งใจ มันเป็นอุบัติเหตุและอยากถามว่าเป็นอย่างไร เจ็บมากไหม ทว่าเขายังไม่ทันอ้าปากสิ่งมีชีวิตที่เริ่มไหลลงไปจากกระจกรถเขาก็อ้าปาก แผดเสียงร้องก้องทางเข้าที่จอดรถแล้วก็เงื้อกำปั้นทุบใส่หน้าเขาดังปัง

สุดแรง...ก่อนจะไหลลงไป

หายไปกับคลื่นมนุษย์ที่รายล้อม

เสียงนกหวีดของพนักงานรักษาความปลอดภัยดังขึ้นในตอนนั้นเอง

 

ชายหนุ่มพารถคันสวยและสภาพจิตใจอันขาดวิ่นมาถึงสถานที่นัดช้ากว่าเวลานัดเกือบครึ่งชั่วโมง เขาขอโทษแขกผู้ใหญ่และแม่สื่ออย่างสุภาพก่อนจะชี้แจงเหมือนที่ได้โทรมาบอกมารดาก่อนหน้า

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ อุบัติเหตุไม่มีใครคิดว่ามันจะเกิดใช่ไหมคะ หลานปลอดภัยก็ดีแล้ว”

“แล้วคู่กรณีเป็นใครมาจากไหนน่ะลูก?”

“เด็กน่ะครับ คงเป็นแฟนคลับ เห็นรถก็นึกว่าเป็นศิลปินที่ตัวเองชอบเลยโดดเข้าขวางพอรู้ว่าไม่ใช่ก็คงอาย รีบหนีไป โชคดีที่ไม่ได้รับบาดเจ็บ” ...นอกจากรอยแดงช้ำตรงหน้าผากนั่น คิดถึงอาการพิโรธอาละวาดแล้วชายหนุ่มก็หนาวสันหลังขึ้นมาอีกรอบ แปลงร่างได้คงพังตึกแถบนั้นราบเป็นหน้ากลอง อะไรจะผิดหวังแรงเบอร์นั้น

“เด็กสมัยนี้จริง ๆ เลยนะคะ ใจกล้าบ้าบิ่นถึงขั้นโดดขวางรถรา อันตรายจริง ๆ”

“นั่นสิคะ อันตรายจริง ๆ” พอคุณป้าที่นั่งฝั่งตรงข้ามพูดขึ้นมารดาของเขาก็เออออตาม ในฐานะผู้น้อยเมื่อนั่งลงข้างมารดาแล้วจึงสำรวมกริยา แอบสำรวจคนอื่นเงียบ ๆ นอกจากคุณป้าชุดแดงบาดใจที่คลับคล้ายคลับคลาว่าเป็นเพื่อนรุ่นพี่ของแม่เขาแล้วก็มีแม่สื่อที่สวมฮันบกเต็มยศ แล้วไหนล่ะคู่ดูตัวที่แม่อวดนักอวดหนาว่าน่ารักน่าเอ็นดูจนไม่อยากให้เขาพลาด

“รอน้องแป๊บนะลูก” อ้อ สายเหมือนกัน

“น้องไปห้องน้ำ เดี๋ยวก็มาแล้วล่ะ”

“ครับ”

“ป้าขอบใจมากนะคะ รู้จากแม่ของหลานว่าช่วงนี้กำลังยุ่ง ๆ ยังอุตส่าห์หาเวลามากินข้าวกับคนแก่”

“ด้วยความยินดีครับ” เจ้าของร่างสูงใหญ่ค้อมศีรษะรับ กริยานอบน้อมแต่สง่างาม เป็นธรรมชาติไม่ขัดตา แม้แต่เสียงตอบรับยังสุภาพนุ่มนวลไม่เสียแรงที่ผู้เป็นมารดากวดขันมาแต่รู้ความ “เติบโตเป็นผู้ชายที่ดีขนาดนี้ น่าภูมิใจแทนพ่อแม่จริง ๆ ฉันชักอิจฉาเธอแล้วสิปาร์คมินจอง”

“ถ้าคุณพี่อิจฉาเราก็แลกลูกกันสิคะ ลูกคุณพี่มาเป็นลูกฉัน ลูกฉันฉันยกให้เป็นลูกคุณพี่ ดีไหมคะ”

“เธอว่าดี ฉันก็ว่าดี แต่แค่เราว่าดีมันพอที่ไหน ถามเด็ก ๆ เขาบ้างสิ ว่าอย่างไรคะ อยากมาเป็นลูกป้าบ้างไหมหลาน” เจ้าของชื่อยิ้มบาง เหยียดไหล่ที่ตึงอยู่แล้วพลางนึกหาประโยคปฏิเสธที่ละมุนละไมที่สุดอย่างเร่งด่วน แม่ให้เขามาดูตัวเขาก็มาแต่ชายหนุ่มก็ไม่เคยรับปากว่าจะยอมแต่งให้ ชีวิตเขาตอนนี้ไม่มีอะไรน่าสนใจไปมากกว่างานและอิสรภาพ เขาคงทำตามความต้องการของพวกผู้ใหญ่ไม่ได้

“ขออนุญาตครับ”

“แน่ะ มาพอดีเลย มาเร็วลูก พี่เค้ามารอแล้วนะ” ผู้มาใหม่คลานปราดเข้ามานั่งตรงที่ว่างตรงข้าม ดวงหน้าที่ไม่น่าจะใหญ่กว่าฝ่ามือเขาตั้งตรงแต่ดวงตาหรุบต่ำ ผมเส้นเล็กสีน้ำตาลเข้มปิดลงมาถึงกรอบแว่น กรอบแว่นที่เขาไม่รู้ว่าจะหาอันไหนเชยยิ่งกว่าอันนี้ได้อีกไหม ลายดอกโบตั๋นเนี่ยนะ

“ขอโทษที่ให้รอครับ” แต่เนื้อเสียงดีแฮะ ไม่ทุ้มหรือต่ำมากเหมือนผู้ชายทั่วไปฟังแล้วทั้งนุ่มทั้งกังวานใส ถ้าฟังเวลาหัวเราะคงพอเพลิน

“ไม่เป็นไรครับ”

“จำพี่ชานเลี่ยได้ไหมเจ้าป๋าย เมื่อก่อนเราติดพี่เค้าแจ ตอนจะย้ายไปจีนก็งอแงใหญ่จะไม่ยอมแยกกับพี่”

“ตอนนั้นพี่เลี่ยก็ซึมไปหลายวันเหมือนกันค่ะคุณพี่” เคยมีเรื่องแบบนั้นด้วยหรือวะ พี่เลี่ยพยายามนึกทบทวนความจำ พร้อมกับที่คนตัวเล็กเงยหน้าขึ้นมองมา ดวงตาคู่เล็กรับกับรูปหน้า หน่วยแก้ววาวใส สีน้ำตาลเข้ม เปลือกตาบางเรียวรีและประกายวาววับที่กระตุ้นความทรงจำของพู่ชานเลี่ยหรือปาร์คชานยอลให้กระจ่างขึ้นเพียงพริบตา

ไม่ใช่ความทรงจำสดใสในวัยเด็ก ไม่ใช่น้องเล็กที่ชอบเกาะหลังตามติดเขาไปทุกที่ในบ้าน ไม่ใช่เด็กหัวถั่วงอกที่มักงอแงนอนกลางวันพร้อมกัน แต่มันคือไอ้สิ่งมีชีวิตที่ตะปบกระจกรถเขาไปสด ๆ ร้อน ๆ เมื่อชั่วโมงก่อนต่างหาก!

“นาย!

“นาย!

“เด็กติ่ง!

“ไอ้โจรลักรถ!

 

ข้อแก้ตัวที่ทำให้รอดพ้นจากการสอบสวนของบรรดาแม่ ๆ คือต่างฝ่ายต่างยืนยันว่าจำคนผิดแล้วขอโทษขอโพยกันอย่างสุภาพ จากนั้นก็สวมบทลูกที่ดีไม่ว่าผู้ใหญ่จะพูดอะไรก็เออออตามไป ด้วยใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเพราะคดีเดิมสุดท้ายเลยถูกไล่ออกมาจากห้องทั้งสองคน โดยแม่ของเขาและแม่ของเด็กป๋ายเสียนบอกว่าผู้ใหญ่จะคุยกันตามประสา เด็ก ๆ อยากไปไหนก็เชิญตามอัธยาศัย แล้วเขาจะไปไหนได้เมื่อมารดาบังเกิดเกล้ากำกับส่งท้ายมาว่าให้พาน้องไปส่งบ้านก่อนสองทุ่ม มองจากหางตาเห็นอีกคนแอบคว่ำปากก็ใจชื้นขึ้นหลายระดับ อย่างน้อยเด็กป๋ายนี่ก็ไม่ได้เห็นเขาแล้วทำตาหวานใส่เหมือนที่เคยเจอมาก่อน

ก็ดี จะได้คุยกันง่ายหน่อย

“อยากไปไหนหรือเปล่า?”

“......”

“พี่ถามอยู่นะครับป๋าย”

“เราชื่อแบคฮยอน บยอนแบคฮยอน”

“โอเค แบคฮยอนก็แบคฮยอน คุณป้าบอกว่าเราเพิ่งกลับมาอยู่เกาหลี มีที่ไหนอยากไปหรือเปล่า?” เสียงทุ้มถามเรียบเรื่อย แต่แทนที่จะได้รับคำตอบจากความหวังดีกลายเป็นคำถามที่ย้อนกลับมาพร้อมสายตากังขา...กึ่ง ๆ กล่าวโทษ “คุณเอารถคันนี้มาขับได้ยังไง?”

ชานยอลมองตามนิ้วเรียวแล้วก็ได้นึกอยากจกระแทกลมหายใจแรง ๆ

แวบหนึ่งนะ แวบหนึ่งจริง ๆ เขาแอบคิดไปเองว่าการที่เปี้ยนป๋ายเสียนหรือบยอนแบคฮยอนไปโผล่อยู่แถวทางเข้าลานจอดบริษัทเขานั้นอาจเป็นเพราะอีกฝ่ายต้องการพบเขาเพราะความคิดถึงตามประสาเพื่อนวัยเด็กหรือต้องการจะเจรจานอกรอบกับเขาอะไรทำนองนั้นแต่ตอนนี้เขาแน่ใจแล้วล่ะว่าตัวเองคิดผิดไปอย่างมหันต์ ปาร์คชานยอลนั้นไม่มีเศษเสี้ยวความสำคัญในหัวเล็ก ๆ นั่นเลย เป้าหมายที่แท้จริงนั้นอยู่ที่เจ้าของรถยุโรปคนนี้ต่างหาก

“คุณเอารถของพี่ไคมาขับได้ยังไง?”

“พี่ไค? เป็นญาติกับคิมไคด้วยหรือเรา” เขาถามด้วยความไม่รู้จริง ๆ แต่ผิวหน้าอ่อนกลับแดงก่ำเหมือนถูกชานยอลนาบด้วยของร้อน ดวงตาเรียวขุ่นขวางตั้งท่าเอาเรื่องเต็มที่

“เราถามคุณก่อนนะ!

“โอเค ๆ รถพี่ถึงกำหนดเช็คสภาพเลยเอาไปฝากไว้ที่ศูนย์ พอไม่มีรถใช้เลยยืมรถเจ้านั่นมา เจ้าของมันเป็นคนโยนกุญแจให้เองกับมือ ไม่ได้ลักไม่ได้ขโมย เคลียร์หรือยัง?”

“คุณสนิทกับพี่ไคหรือ?”

“ไม่สนิท” ก็แค่ทำงานด้วยกันมาตั้งแต่หมอนั่นเดบิ้วต์ ก็แค่ปั้นจากคิมจงอินหน้ามึนมาเป็นคาริสม่าไค ก็เท่านั้น “พี่ตอบคำถามเราแล้วจะเอายังไงต่อ ถ้าไม่มีที่ไหนอยากไปพี่จะพาไปส่งบ้านก็แล้วกัน วันนี้ประชุมงานทั้งวัน ได้พักเร็ว ๆ ก็ดี”

“คุณป้าบอกว่าคุณเป็นนักแต่งเพลง” โปรดิวเซอร์ต่างหาก แต่งเพลงนั่นงานรอง “บอกว่าคุณทำงานแถวซองดัม แล้ววันนี้คุณก็ขับรถพี่ไคออกมาจากตึกนั่น ถ้าตรรกะเราไม่เพี้ยนก็หมายความว่า..”

“ว่า?”

“คุณทำงานให้พี่ไคที่ REAL Entertainment!

“ผิด”

“อ้าว”

“พี่ไม่ได้ทำงานให้เจ้านั่น คิมไคต่างหากที่ทำงานให้พี่ เข้าใจเสียใหม่นะเด็กติ่ง” ชายหนุ่มโน้มตัวลงยิ้มใส่หน้าเด๋อด๋าของเด็กติ่งอิมพอร์ต อดใจไม่ไหวเป่าลมใส่จนหน้าม้าเส้นละเอียดเปิดปลิว โชว์รอยแดงจาง ๆ ผลงานก้านปัดน้ำฝนรถคิมไค เห็นผลงานชิ้นเก่าเข้าก็อดขำออกมาไม่ได้

“แดงเลย”

“นิสัยไม่ดี”

“พี่ไม่ได้ตั้งใจ เรานั่นแหละ คิดยังไงถึงโดดขึ้นมาใส่รถ มันอันตรายก็น่าจะรู้ ทีหน้าทีหลังอย่าทำอีกนะ” โดนสอนไปทีก็เอามือเสยผมเปิดรอยแดงโชว์เสียอย่างนั้น “เราตั้งใจที่ไหนล่ะ ยืนอยู่แถวหน้าดี ๆ ก็โดนเบียดโดนดัน รู้ตัวอีกทีก็เกาะอยู่หน้ากระจกแล้ว ไม่เจอพี่ไคแล้วยังต้องมาเจ็บตัวอีก น่าโมโห”

“ก็เลยทุบรถแม่งเลย”

“ก็มันโมโหนี่!

“แล้วยังไง ถ้าโดนถ่ายรูปไว้จะโดนอะไรบ้างเคยคิดบ้างไหม ซาแซงม้ามืดโดดขวางรถไอดอลชื่อดัง ไม่พอใจศิลปินในดวงใจไม่ยอมทักทาย อาละวาดทุบรถพาดหัวข่าวอย่างนี้พร้อมคลิปจากกล้องมือถืออีกสักคลิปก็โดนแบล็คลิสต์ได้แล้ว มันคุ้มกับความสะใจชั่วครั้งชั่วคราวไหม”

“เรา เราไม่ได้ตั้งใจ ตอนนั้นมันทั้งเจ็บทั้งอาย โดนผลักแล้วยังโดนอะไรไม่รู้ฟาดหัว พอตั้งตัวได้คิดว่า...คุณนั่นแหละผิด! ถ้าคนขับเป็นพี่ไคเราก็ไม่โกรธขนาดนั้นหรอก!” อ้อ ความผิดของปาร์คชานยอลเองสินะที่ทำให้แฟนคลับเบอร์แรงเขาผิดหวัง

“เตือนเพราะเห็นว่าเป็นน้องนะ ถ้ารู้ว่าจะเสียเวลาเปล่าอย่างนี้ ไม่พูดคงดีกว่า” ชายหนุ่มกดเสียงว่า ยืดตัวเต็มความสูงก่อนจะก้าวตรงไปยังรถคันต้นเหตุ

“ขึ้นรถเถอะจะพาไปส่งบ้าน”

 

บ้านหลังนั้นปลูกอยู่บนเนินที่สูงที่สุดของย่าน ตัวบ้านสีเทาตัดกับรั้วก่ออิฐและร่มไม้ใหญ่สีเขียวชอุ่ม เมื่อมองจากด้านนอกก็ยากจะเห็นความเคลื่อนไหวภายใน น้อยคนนักจะรู้ว่าบ้านหลังนี้มีเพียงผู้ดูแลที่อาศัยอยู่เป็นประจำ ส่วนเจ้าของนั้นย้ายถิ่นฐานไปยังประเทศจีนและยังไม่มีกำหนดกลับ

“ป๋าย นอนหรือยัง คุณแม่เข้าไปได้ไหม” เสียงเคาะประตูห้องบนชั้นสองดังขึ้นกลางดึกคืนนั้น ป๋ายเสียนสะโหลสะเหลลงจากเตียง คลายล็อคประตูแล้วก็กลับมาทิ้งตัวนอนไม่กระดุกกระดิกดังเดิม “นอนแล้วเหรอเรา ลุกขึ้นมาคุยกับคุณแม่ก่อนสิ คุณแม่อยากรู้ว่าวันนี้พี่เลี่ยพาป๋ายไปไหนบ้าง”

“ไม่ได้ไปไหนหรอกคุณแม่”

“ถามจริง? ไม่เอาน่า ไม่ได้เจอกันสิบกว่าปีจะไม่ได้คุยกันเลยเหรอ เล่ามาเดี๋ยวนี้ คุณแม่อยากได้รายละเอียดเชิงลึก”

“ออกจากห้องอาหาร เรากับปาร์คชานยอลหยุดคุยกันที่ลานจอดรถ คุยกันไปคุยกันมาก็ทะเลาะกัน พอทะเลาะกันเสร็จปาร์คชานยอลก็พาเรามาส่งบ้านแล้วปาร์คชานยอลก็กลับไปทันที เรื่องทั้งหมดก็มีแค่นี้แหละ” คุณนายบยอนครางฮือในคอ กรีดนิ้วแตะข้างแก้มก่อนจะเริ่มเดินวนไปทางปลายเตียงช้า ๆ

“ทะเลาะกันเรื่องอะไร?” ป๋ายเสียนถอนใจยาว ร่ายคำตอบละเอียดยิบทั้งที่ยังนอนท่าเดิม ท้ายสุดคุณนายบยอนก็เงียบเหมือนลูกชายไปอีกคน ห้องนอนกว้างตกอยู่ในความสงัดกระทั่งผู้เป็นมารดาหย่อนตัวลงนั่งข้างลูกชายคนเล็ก

“ป๋าย”

“คุณแม่พูดเลย”

“นี่มันโอกาสไม่ใช่หรือป๋าย?”

“ใช่ แต่เราปิดโอกาสตัวเองไปเรียบร้อย ปาร์คชานยอลโกรธเราและถึงไม่โกรธถ้าเราทำอะไรตอนนี้นายนั่น...”

“พี่ชานยอล หรือไม่ก็พี่ชานเลี่ย พี่เลี่ยเหมือนเมื่อก่อนก็ได้” ป๋ายเสียนกลอกตากับผ้าปูที่นอนสีเบจ

“ไม่ว่าเราจะทำอะไรตอนนี้พี่ชานยอลก็จะคิดว่าเราเข้าหาเค้าเพราะมีจุดประสงค์”

“ก็ไม่เห็นเป็นไรนี่”

“ยิ่งกว่าเป็นอีก คุณแม่เห็นไหมล่ะ เขาทำงานที่เดียวกับนักร้องที่เราชอบแล้วพอรู้ว่าเราชอบพี่ไคเขาก็รีบพาเรามาทิ้งทันที”

“พี่เขาพาเรามาส่งเพราะป๋ายทำตัวไม่น่ารักต่างหาก ป๋ายโทษว่าเป็นความผิดของพี่เขาทั้งที่พี่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย ป๋ายไม่โง่นี่ คุณแม่ว่าป๋ายน่าจะรู้ตัวนะว่าป๋ายพาลคนที่เค้าหวังดีตักเตือนเราน่ะ” ลูกรักไม่ต่อคำ นั่นก็หมายความว่ารู้ตัว คุณแม่ยังสาวแถมยังเปรี้ยวเข็ดฟันตวัดขาไขว่ห้างจนรอยแยกกระโปรงแหวกขึ้นไปถึงต้นขา “ยังไง กลับปักกิ่งไหม?”

“ไม่อยากกลับ”

“ไม่อยากกลับเหรอ?”

“ฮื่อ ไม่อยากแต่ไม่รู้ต้องทำยังไงต่ออ่ะคุณแม่” คุณแม่ของป๋ายเสียนวาดยิ้มโดยไม่กลัวจะมีใครเห็น มือเรียวสวยเจียนเล็บแดงลูบเรือนผมนุ่มอ่อนโยนไม่ต่างจากน้ำเสียง

“งั้นทำตามคุณแม่”

 

ปาร์คชานยอลเคาะปลายนิ้วกับหลังมืออีกข้างมาพักหนึ่งแล้ว

ดวงตาดำใหญ่ที่ทั้งคมทั้งหวานคู่นั้นจับจ้องไปยังพื้นพรมฝั่งตรงข้ามโซฟายาวที่เขายึดเป็นที่สงบจิตสงบใจมากกว่าสามสิบนาที สามสิบนาทีอันยาวนาน สามสิบนาทีหลังความพ่ายแพ้อันยับเยิน และผลของความพ่ายแพ้นั้นก็คือร่างเล็กจ้อยที่นอนเหยียดยาวอยู่บนพื้นพรมนั่นอย่างไรล่ะ

เจ้าสิ่งมีชีวิตตนนี้ลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่มาเคาะห้องเขาตั้งแต่เช้าตรู่พร้อมคำสั่งประกาศิตจากบิดามารดาชานยอลให้รับเลี้ยงบยอนแบคฮยอนตลอดระยะเวลาที่เด็กนี่อยู่เกาหลี พอเขาแย้งว่าไม่สะดวกทั้งเรื่องส่วนตัวและเรื่องงานมารดาก็ทำเสียงเรียบ เปรยทำนองว่าจะถอนหุ้นจากค่ายเพลงที่เขาลงทุนลงแรงกับมันมาเกือบสิบปีผลสุดท้ายชานยอลก็จำต้องยกห้องหนึ่งในสามห้องให้แบคฮยอนพักอาศัยโดยมีเงื่อนไขว่าเขาสามารถไล่เจ้าเด็กแสบออกได้ทันทีถ้าบยอนแบคฮยอนก่อความเสียหายให้งานของชานยอลหรือก่อความรำคาญใจจนเขาเกินทนก็นับด้วยเช่นกัน

“คุณ”

“.....”

“เราถามอะไรหน่อยได้ไหมอ่ะ?” เสียงนั้นมาจากมวลสารขาวนวลที่ยังนอนเอาหน้าซุกต้นแขนตัวเอง ไม่ขยับเขยื้อนมานานพอ ๆ กับที่ชานยอลนั่งใช้ความคิดนั่นแหละ

“ถามมาสิ”

“ห้องคุณมีสามห้อง คุณนอนห้องหนึ่ง ให้เรานอนห้องหนึ่งแล้วอีกห้องคุณเอาไว้ให้ใครอ่ะ” ชานยอลมองไปทางห้องริมสุดก่อนบอก “นั่นห้องทำงาน ห้ามคนนอกเข้า ถ้าจำเป็นจะเข้าไปให้ขออนุญาตก่อน”

“อ้อ”

แล้วก็เงียบกันไปอีก

“คุณ”

“ว่ายังไง?”

“ห้องเราอ่ะ คุณให้เราอยู่ได้แน่ใช่ไหม”

“อยู่ได้ เรามีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในห้องนั้น” อย่าใช้สิทธิ์เกินพื้นที่มานอกห้องหรือในพื้นที่ส่วนตัวเขาก็พอ ชานยอลเคยชินกับการอยู่คนเดียวจนไม่สามารถขจัดความกังวลเรื่องคนที่เพิ่มมาได้จนแล้วจนรอด เขาได้แต่ภาวนาว่าบยอนแบคฮยอนจะเป็นผู้อาศัยที่ดี ไม่ก่อเรื่องยุ่งยากใจและไม่ทำลายช่วงเวลาสันโดษอันมีค่าของเจ้าบ้าน เพราะไม่อย่างนั้น ชานยอลก็ไม่แน่ใจว่าเขาจะทำตัวเป็นพี่ชายที่ดีต่อไปได้เช่นกัน

“โอเค ขอบคุณนะ เราเข้าห้องละ”

“จะนอนเล่นตรงนี้ก็ได้ ถ้าชอบ” หมายถึงบนพรมขนสัตว์ผืนใหญ่ที่ปูอยู่หน้าเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ พรมนั้นทั้งนุ่มทั้งฟูเหมาะแก่การนอนกลิ้งเวลาว่างอย่างที่สุด ถ้าแบคฮยอนจะติดใจชานยอลก็เต็มใจจะให้น้องนอนเล่นได้ตลอด

“ไม่ชอบหรอก อยากอยู่ในห้องมากกว่า”

“แล้วที่นอนซบอยู่ตั้งนานสองนานนั่นอะไร”

“ก็มันเป็นมารยาทอ่ะ แม่บอกให้คุยกับเจ้าของบ้านก่อน มาถึงจะเข้าไปนอนในห้องเลยมันน่าเกลียด” อ้อ ก็เลยนอนกลิ้งคุยกับเจ้าของห้องเสียกลางบ้านเลย เคร่งมารยาทเหลือเกินพ่อคุณ โปรดิวเซอร์มือทองถอนใจอย่างสุดจะกลั้น เขาโบกมือให้เจ้าเด็กประหลาดแทนการอนุญาต จากนั้นก็นั่งปรับอารมณ์อีกครู่ใหญ่แล้วจึงตบเท้ากลับห้องตัวเองบ้าง เมื่อคืนเขานอนดึกมาก เรียกว่าเกือบเช้าเลยก็ว่าได้ ฟ้าสางได้ไม่ทันไรบยอนแบคฮยอนก็มาเคาะเรียก กว่าจะเคลียร์จบพลังชีวิตเขาก็เข้าขีดแดงแล้ว

ร่างสูงเอนหลังแนบฟูกได้ไม่ถึงนาทีก็ต้องดันตัวลุกขึ้นมาใหม่

“ทำอะไรของเค้านะ?” เสียงกุกกักจากห้องข้าง ๆ นั้นไม่ได้ดังมากแต่คนที่โสตประสาททำงานได้ดีเยี่ยมอย่างปาร์คพีดีนิมนั้นในระยะแค่นี้เขาฟังไม่พลาดหรอก ด้วยคิดว่าคนน้องอาจจะต้องการความช่วยเหลือแล้วไม่กล้าบอก มือใหญ่จึงสะบัดผ้าห่มออก สืบเท้าเต็มช่วงขาออกไปเคาะห้องติดกัน เจ้าของห้องคนใหม่แง้มประตูออกเพียงคืบและคืบนั้นก็โดนดวงหน้าเท่าฝ่ามือเขาโผล่มากั้นไว้

“คุณ”

“ทำอะไรอยู่? จัดของหรือ?”

“เรากำลังจัดห้อง”

“มีอะไรให้พี่ช่วยหรือเปล่า” อดีตพี่ชายคนสนิทยามเยาว์อาสาอย่างเอื้อเฟื้อ ดวงตาเรียวเล็กที่มองตรงมาจ้องตอบนิ่ง จ้องเหมือนกำลังครุ่นคิดบางสิ่งระหว่างที่จ้องตาชานยอลไปด้วย โปรดิวเซอร์รูปหล่อถึงกับกระแอมพลางหลบตา เออ แล้วเขาจะเก้อทำไมวะ

“ที่จริง ก็มีเรื่องอยากให้ช่วยนิดหน่อย”

“ว่ามาสิ”

“จะช่วยจริง ๆ นะ”

“เอ้า ก็จริงไง ทำไม คิดว่าพี่ลุกจากเตียงมาล้อเราเล่นหรือไง”

“เปล่า” เสียงนุ่มที่ดึงความสนใจชานยอลได้ตั้งแต่วลีแรกพึมพำบอก บยอนแบคฮยอนละสายตามองพื้นทีหนึ่งก่อนจะดันประตูออกพร้อมยื่นของบางอย่างมาตรงหน้า ชานยอลยิ้มเพราะความรู้สึกเอ็นดูที่เกิดขึ้นโดยไม่เตือนให้ตั้งตัว รอยยิ้มนั้นยังค้างเหนือกลีบปากหยักเมื่อสายตาผ่านเครื่องหน้าจิ้มลิ้มเข้าไปด้านใน

สายตาเขาเห็นภาพ...ผนัง...ที่เหมือนไม่ใช่ผนังห้องชุดของเขา มือเขาสัมผัสได้ถึงผิวสัมผัสเรียบ ลื่น บาง และหูของเขาได้ยินเสียงบยอนแบคฮยอนบอกอย่างไม่อนาทรร้อนใจว่า “คุณติดที่เพดานให้หน่อย เราเอื้อมไม่ถึง” ทั้งนี้ ในส่วนที่บยอนแบคฮยอนเอื้อมถึงล้วนถูกจับจองด้วยโปสเตอร์พี่ไคจนถ้วนทั่วแล้ว

 

ยินดีด้วยค่ะปาร์คชาน คุณได้เมียเป็นติ่งขนานแท้แน่แล้ว





#3rdsf 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 333 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,436 ความคิดเห็น

  1. #8296 heykiki (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 23:03
    เป็นเอ็นดู แสนน่าร๊ากกกกกกกกกกก
    #8,296
    0
  2. #3755 Kim-kibom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 20:38
    น่ารักเชียว
    #3,755
    0
  3. #2919 Me_onyourmind (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 16:06
    เอ็นดูน้องงง
    #2,919
    0
  4. #2575 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 10:22
    555 มีเมียติ่งต้องทำใจนะจ๊ะ จะไล่พี่ไคก็คงไม่ได้
    #2,575
    0
  5. #1580 khunsom08 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 16:23
    มีเมียติ่งเฉย
    #1,580
    0
  6. #1225 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 01:24
    น่าร้ากกกก 5555555555555 เอ็นดู ผิดกับเรื่องก่อนหน้าลิบลับ ;_;
    #1,225
    0
  7. #1164 BezT25 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:02
    5555555 โอ๊ยความเมียติ่งของน้องง
    #1,164
    0
  8. #1134 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 17:39
    ชอบบบบบบบ
    #1,134
    0
  9. #1071 khunsom08 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 20:04
    สงสารชานยอล
    #1,071
    0
  10. #1021 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 15:35
    เอ่อ.....
    #1,021
    0
  11. #963 pim pimmi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 15:50
    555555555. โอ๊ยยยยชอบบบบบ
    #963
    0
  12. #425 TOFUJAM (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 13:19
    สินสอดนี่ต้องเป็นอัลบั้ม 100 แผ่นเลยป่ะ5555555
    #425
    0
  13. #302 tunnx (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2560 / 21:10
    โง้ยยยยติ่งแบบเต็มรูปแบบ55555
    #302
    0
  14. #240 มลวต. (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2560 / 00:13
    ชอบความมึนของแบคฮยอนอ่ะ 55555555555 ชอบภาษด้วยค่ะ เลิอกคำพูดคำจาของแบคได้มึนแบบน่าหยิกดี
    #240
    0
  15. #202 kkimmaggurren (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2560 / 21:29
    ชอบชอบชอบ
    #202
    0
  16. #197 Ppp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 20:59
    ควรมีต่อค่ะ 55555555555555

    ปั๋วพีดีและเมียติ่ง 5555555555555
    #197
    0
  17. #192 명롱이 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 10:10
    มีต่อมั้ยอ่ะ กำลังสนุก
    #192
    0
  18. #184 แพะบยอน❤️ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 00:31
    จะเรียกน้องว่าเมียได้ยังไงคะพีดีนิมมม ข้ามขั้นตอนไปเยอะนะคะะะะะ
    #184
    0
  19. #183 poisonbabe (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 23:03
    น่ารักมาก เราก้ชอบพี่ไคนะ!
    #183
    0
  20. #182 pichaya_aom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 22:34
    โอ๊ยยยน่ารักก พี่กับเรา
    #182
    0
  21. #181 명롱이 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 22:00
    5555 น่ารักดี
    #181
    0
  22. #180 MoojuM (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 20:53
    โอ้ยยยยัยแบ้กกกก เอ็นดูววว ละไปสปาร์คกันยังไงเนี้ยยย
    #180
    0
  23. #179 pearr-i (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 20:15
    ป๋ายน่ารัก 555555 ความติ่งนี้ 55555555
    #179
    0
  24. #178 Sweet*purr-fect (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 19:58
    แง น้องน่ารัก แต่เขายังไม่ลงเอยกันเลย ;-;
    #178
    0
  25. #177 TAKE IT SLOW (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 17:40
    น้องป๋ายน่ารักอ่ะ
    #177
    0