(SF) Lost in ChanBaek

ตอนที่ 5 : C H A I N

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 15,003
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 272 ครั้ง
    22 ก.ค. 61



แนะนำให้อ่านในคอมนะคะจะได้ฟังเพลงเพิ่มบรรยากาศค่ะ

BG Song :: Born To Die - Lana Del Rey




 

เสียงโหยหวนจากเครื่องสาย

เสียงทุ้มต่ำอันเป็นเอกลักษณ์ของนักร้องสาว

และ...เสียงแหบนุ่มที่ร้องคลอ

I will love you ‘till the end of time

เจ้าของเสียงที่ครวญเนื้อเพลงท่อนนั้นออกมาด้วยสีหน้าเฉยชา

ราวกับไม่เคยรู้จักอารมณ์ใดในโลก



               ประตูห้องกว้างถูกดันเข้ามาหลังเสียงเคาะสามครั้ง บานไม้หนาหนักส่งเสียงเสียดสูงเสริมจังหวะการก้าวเท้าหนัก ๆ เป็นจังหวะมั่นคง สม่ำเสมอ

               “ของว่างครับ” ร่างที่เหยียดอิริยาบถผ่อนคลายไม่ขยับเขยื้อน ดวงตาเรียวรีลอยล่องออกไปยังสีเขียวของร่มไม้ใหญ่ด้านนอก ท้องฟ้าที่อยู่ไกลออกไปนั้นเต็มไปด้วยแสงสว่างสดใส...แต่ก็คงอีกไม่นาน...กลุ่มเมฆที่เริ่มแผ่ปกคลุมด้านหนึ่งกำลังคืบคลานเข้ามา...อย่างช้า ๆ เหมือนรู้สภาพอารมณ์ของคนที่ทอดสายตามองมันมานานนับชั่วโมง ช่วงขายาวของผู้มาใหม่ก้าวผ่านไปยังมุมห้องครู่เดียวผ้าม่านสีขาวก็ค่อยเคลื่อนลงมา ทิวทัศน์หลังกระจกตัดแสงที่กรุรอบด้านถูกบดบังเหลือเพียงเนื้อม่านโปร่งฉลุลายลูกไม้เนื้องามและแทบจะพร้อมกันนั้น


               เพล้ง!


               ถ้วยชาเนื้อบางราคาสูงลิ่วถูกขว้างใส่ผ้าม่านขาว มันกระทบกระจกเนื้อหนาก่อนจะแตกหักซ้ำยามร่วงกระทบกระเบื้องสีเขียวเข้ม มันวาว คราบเปื้อนเปรอะทำลายความงามบนเนื้อผ้าขาวบริสุทธิ์ ความเกรี้ยวกราดนั้นคือคำถามที่คนมาใหม่ต้องตอบ

               “ด้านนอกแดดแรง คุณหนูจะปวดตา” เขาอธิบาย ดวงตามองต่ำ มองเพียงเศษซากแหลมคมที่กระจายไม่ห่างจากปลายเท้า


               เพล้ง!


               ถ้วยใบที่สองลอยกระทบตำแหน่งเดิม ตกแตกด้วยสภาพไม่ต่างกัน

               “คุณหนู”

               “รู้หรือยังว่าผมต้องการอะไร”

               “.......”

               “ถ้าสมองในศีรษะนั้นมันทำงานช้านักผมจะให้คนที่คิดเร็วกว่ามาทำหน้าที่แทน” ริมฝีปากหยักหนากดเข้าหากัน ไม่ใช่เพราะความโกรธเคือง ไม่มีความไม่พอใจจากการถูกหยามหยาบ หากที่เขาต้องทั้งกดทั้งกัดไว้เพื่อไม่ให้มันสั่น มือใหญ่...หนา...ก้านนิ้วเห็นข้อกระดูกโปนชัด...เอื้อมไปยังแผงวงจรควบคุม อีกครั้งที่แสงสว่างสาดเข้ามาอาบไล้ห้องโล่งกว้าง

               ตรงกลางห้อง ใต้หลังคาทรงหอคอยสูงคือพรมขนสัตว์เนื้อหนา ปูทับบนกระเบื้องสีเขียวเข้ม โต๊ะกระจกสีดำและเบาะหนังสีดำขลับขนาดใหญ่แค่พอให้เด็กหนุ่มคนหนึ่งครอบครอง ไม่มีเครื่องตกแต่งใดนอกเหนือจากนั้นอีก

               “ออกไป”

               ลมพัดแรง กิ่งไม้ไหวเอน สะบัดทัดทานแรงต้าน

เมฆทะมึนลอยใกล้เข้ามา ลอยต่ำคล้ายจะคลุมยอดหลังคาอยู่รำไร

รุนแรงไม่ต่างจากอารมณ์คน

คนหนึ่งมีพายุโทสะพัดกระหน่ำ ใต้ใบหน้าเรียบเฉย ประหนึ่งหน้ากากไร้อารมณ์

อีกคนก็ไม่ต่างกัน หากแต่เป็นพายุที่พัดมาพร้อมความกลัว

กลัวจนไม่กล้าแม้จะหายใจ

“คุณหนู” ลดกายสูงใหญ่ลงข้าง ๆ ความกล้าหาญทั้งหมดส่งมือเย็นเฉียบไปแตะเท้าขาวบาง เมื่อคุณหนูไม่ผลักไสจึงค่อยโน้มใบหน้าประทับด้วยริมฝีปาก

“ไม่ได้ยินที่ผมสั่งหรือชานยอล

“...อย่า...อย่าไล่”

“ผมไม่ได้ไล่ แต่ตัวชานยอลมีกลิ่นที่ผมไม่ชอบ ผมขยะแขยง” คนที่อยู่ข้างกายตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงในหนึ่งวันย่อมเข้าใจดีกว่าเสียงเรียบเรื่อยพาดพิงถึงเรื่องใด รูปหน้าคมคายกระด้างเย็น ริมฝีปากที่เพียรเม้มไว้สั่นระริก เพียงแค่เจ้าของคำสั่งบนเบาะขยับเปลี่ยนท่าร่างหนาก็ยิ่งหวาดหวั่น เหนี่ยวรั้งด้วยคำอธิบายสัตย์ซื่อ

“ผมเผาทิ้งไปแล้ว ทั้งของ ทั้งเสื้อผ้าที่ใส่วันนั้น ได้โปรด อย่าโกรธผม”

“เผาทำไม? ไม่กลัวคนให้เสียน้ำใจหรือ?”

“ไม่ ผมไม่แคร์”

“แต่เสื้อผ้าชุดนั้นผมเป็นคนซื้อให้” ใช่ เหมือนเสื้อผ้าทุกชุดที่ปาร์คชานยอลมี คุณหนูคือคนเลือกคนจ่ายค่าราคา ปาร์คชานยอลเป็นของคุณหนู สวมใส่เสื้อผ้าเพื่อคุณหนู ปาร์คชานยอลไม่ควรให้ใครเข้าใกล้จนทิ้งกลิ่นไม่พึงประสงค์ตกค้างไว้ได้ กลีบปากหนาแห้งผากทว่าในใจนั้นเริ่มปรากฏความยินดีซ่านซึม คุณหนูยอมต่อคำนั่นหมายความว่าคุณหนูจะให้โอกาสเขาแก้ต่าง

“คุณหนู ซื้อให้ใหม่ได้ไหมครับ ชุดนั้น มันกลายเป็นขี้เถ้าไปหมดแล้ว” ก้านนิ้วเรียวเล็กกรีดไปมาเหนือเข่าก่อนจะกระดิกให้คนที่คุกเข่ากับพื้นขยับเข้ามา

“ผู้หญิงคนนั้นให้อะไรชานยอล?” ชานยอลส่ายหน้า

“ผมไม่ได้ดู” รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าน่ารัก คุณหนูวางคางกับเข่า เกลี่ยจมูกโด่งงามเข้ากับไรผมสัตว์เลี้ยงตัวโปรดโดยมีอีกฝ่ายคอยเกลือกใบหน้าเข้าหาอย่างเจียมตัว

“กลิ่นควันไฟ”

“ผมจะไปอาบน้ำ”

“ไม่ต้อง” เสียงนุ่มสั่งสั้น ๆ ท่อนขาที่ถูกมือหนาประคองค่อยเหยียดออกไปวางเหนือบ่าแน่นกล้ามเนื้อก่อนจะลดลงไปคล้องหัวไหล่กว้างยามใบหน้าคมหวานถูกมือบางรั้งให้เข้ามารับจูบคลอเคลีย

“ผมชอบมันชานยอล”

“...ครับ คุณหนู”

กลิ่นของการเผาไหม้ กลิ่นของการทำลาย

 

ในจำนวนผู้คนมากมายบนโลกใบนี้ คนคนหนึ่งเกิดมาพร้อมอำนาจที่จะสั่งการใด ๆ ก็ได้ตามใจต้องการ คนคนหนึ่งบิดามารดาให้ความรักอย่างมากล้นแต่ทดแทนความเอาใจใส่ด้วยอำนาจเงินตรา คนคนหนึ่งได้รับของขวัญแลกเปลี่ยนกับความว่างเปล่าเงียบเหงา คนคนนั้นคือลูกชายคนเล็กของตระกูลกิจการเดินเรือขนาดใหญ่ บยอนแบคฮยอน สติปัญญาที่ปราดเปรื่องกว่าเด็กวัยเดียวกันทำให้บิดามารดาภาคภูมิใจล้นเหลือ ของขวัญสำหรับเด็กชายวัยสิบสองขวบในตอนนั้นคือสัตว์เลี้ยงหนึ่งตัว สัตว์เลี้ยงที่เขาชี้นิ้วเลือกโดยไม่ปริปากสักคำ ไม่ใช่แมว สุนัข กระต่าย ปลาสวยงามหรือนกในกรงแต่คือเด็กชายที่ถูกกลุ่มเด็กจรจัดรุมซ้อมจนสะบักสะบอม นอนพับกลางวงล้อมราวกับตุ๊กตาผ้าเก่า ๆ

บยอนแบคฮยอนพอใจแววเลื่อนลอยในหน่วยตาคู่นั้น

หน่วยตาดำกว้าง ลึกจนมองหาความรู้สึกไม่เจอ

คุณหนูคนเล็กบอกคนขับรถอย่างสุภาพ เพียงไม่นาน ลูกกำพร้าอย่างปาร์คชานยอลก็ไม่ต้องถูกรุมทำร้ายเพราะเบียดแย่งที่ทำมาหากินของเจ้าถิ่นอีกต่อไป

เด็กชายมีที่ซุกหัวนอนเป็นคฤหาสน์หลังใหญ่นอกเมือง เขาถูกพาตัวไปให้หัวหน้าแม่บ้านลอกคราบก่อนจะได้บอกประวัติความเป็นมาด้วยซ้ำ คนเหล่านั้นไม่ใส่ใจว่าเขาเคยเป็นใคร มาจากไหน มีพื้นเพอย่างไร พวกเขารับรู้ว่านี่คือความประสงค์ของคุณหนูและใครก็ไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธแม้แต่ตัวปาร์คชานยอลเอง ห้าเดือนเต็มชานยอลได้ยินแต่เรื่องของคุณหนู คุณหนู คุณหนูที่เขาไม่กล้าจะถามถึงชื่อเสียงเรียงนาม จากความหนาวเหน็บผ่านเข้าสู่สีสันอันจัดจ้านในฤดูร้อน ตอนดึกที่เขาทิ้งตัวนอนราบกับพื้นโรงฝึกด้วยความอ่อนล้า เท้าเปลือยขาวคู่นั้นก้าวมาหยุดข้างศีรษะ ชานยอลขึงหน้าตึงไม่พอใจ มือตวัดออกไปด้วยความเร็วเหมือนงูฉกเหยื่อแต่กลับคว้าได้เพียงความว่างเปล่า เท่านั้นไม่พอข้อมือเขายังถูกเตะจนสะบัด พอพลิกตัวจะลุก เข่าข้างหนึ่งก็กระแทกลงมาเหนืออกพร้อมเท้าอีกข้างเหยียบล็อคตรงข้อพับแขน ชานยอลเบิกตามองกรอบหน้าที่อยู่ชิดปลายจมูกอย่างอาฆาต ใบหน้ากระด้างหากดวงตาวาววับ กระทั่งเงานั้นถอยห่างพร้อมสายตาที่ปรับระยะได้ชัด ร่างที่เริ่มมีกล้ามเนื้อสมส่วนเกร็งค้าง ม่านตาดำใหญ่สั่นระริก

“ทำไม...ยังไม่เชื่อง...”

ชานยอลรู้

ชานยอลรู้ได้โดยไม่ต้องให้ใครบอก

พระผู้เป็นเจ้าเรียกคืนศรัทธาที่สูญสิ้นไปจากใจเขาได้อีกครั้ง

คนคนนี้คือเจ้าของชีวิตเขา

 

“ได้เวลาตื่นแล้วครับ”

ห้องกว้าง สลัวลางและเย็นฉ่ำเพราะเจ้าของห้องชื่นชอบความเย็นจนถึงขั้นโปรดปราน

“คุณหนู” เมื่อไม่มีเสียงตอบรับแขนยาวจึงวิสาสะสอดเข้าใต้ผ้านวมผืนหนา ยกก้อนนุ่มจากเตียงกว้างพาตรงไปยังห้องน้ำ ชุดนอนผ้าซาตินเนื้อเงาสีแดงก่ำถูกปลดพ้นร่างเล็กก่อนผิวขาวราวน้ำนมจะจมลงไปในฟองสีขาวนุ่มที่ด้านใต้มีกระแสน้ำอุ่นหมุนวนด้วยความแรงพอเหมาะ วันนี้ทั้งคู่มีเรียนเช้าชานยอลจึงปล่อยให้คุณหนูแช่น้ำนานไม่ได้ ร่างสูงใหญ่เปลื้องชุดคลุมออกจากตัว หย่อนร่างลงในอ่างน้ำวน พาตัวเองเข้าไปเป็นเบาะรองให้เจ้าของดวงตาเรียวที่ยังไม่ยอมลืมตา เนื้อต่อเนื้อหลอมเป็นอุณหภูมิเดียวกัน ชานยอลลูบไล้ไปตามผิวเนื้อสีชมพูระเรื่อ เขาไม่ใช้ฟองน้ำขัดตัวหากไม่จำเป็น เจ้าวัตถุสังเคราะห์นั่นไม่รู้หรอกว่าควรกดหนักเบาระดับไหน ควรเน้นย้ำตรงไหนให้คุณหนูพอใจ เขารู้ดีที่สุด เขาคือคนที่จะทำให้คุณหนูบริสุทธิ์ สะอาด อย่างที่สุด

“ชานยอล”

“ครับ” เสียงทุ้มขานรับแผ่ว มือที่นวดคลึงลงไปตามต้นขาขาวถึงเข่านวดวนขึ้นมาทำซ้ำเป็นรอบที่สอง

“วันนี้มีควิซตอนเช้าใช่ไหม”

“ครับ วิชาจิตวิทยาองค์กรของอาจารย์โกอารา”

“ทำยังไงดีนะ”

“มีอะไรหรือครับ?”

“ผมเบลอมากเลยน่ะสิ คงเพราะอ่านเอกสารจนดึก ชานยอลล่า...” คนที่ปล่อยตัวพิงอกกว้างพลิกตัวหันหน้าเข้าหาเจ้าของใบหน้าคมหวาน พาดสองแขนกับไหล่หนายามยกตัวขึ้น “ช่วยทำให้ผมตื่นเต็มตาหน่อยเถอะนะ” แล้วก็บดก้อนเนื้อกลมกลึงลงกับต้นขาหนั่นแน่น

แช่มช้า เชิญชวน

ใบหน้าอ่อนเยาว์เว้าวอน

อ่อนเดียงสาอย่างไร้ที่เปรียบ

 

ท้องฟ้าด้านนอกโพล้เพล้แล้ว การเรียนการสอนอันยาวนานผ่านไปอย่างราบรื่น ปาร์คชานยอลในวัยยี่สิบยังคงความสุขุมสมกับนิสัยรักสันโดษของผู้เป็นนาย เมื่ออาจารย์บอกเลิกคลาสชายหนุ่มก็เก็บของใส่กระเป๋า รอคุณหนูที่กำลังตอบข้อข้องใจเรื่องบทเรียนให้เพื่อนร่วมคลาส เป็นเรื่องใหม่ของคนทั้งคณะที่มีเพื่อนร่วมคลาสเป็นเด็กชายอายุสิบหกปีแต่ผ่านไปแค่สองเดือนหลังเปิดภาคเรียนแรกทุกอย่างก็เข้าสู่ภาวะปกติ ทุกคนเริ่มชินกับความเฉลียวฉลาดของบยอนแบคฮยอนพร้อมกับเริ่มคุ้นเคยกับความแปลกแยกของเจ้านายตัวเล็กและผู้ติดตามแสนเคร่งขรึม ฐานะและสติปัญญามอบมาตรฐานสูงส่งให้บยอนแบคฮยอน สีหน้าผยอง แววตายโส ไม่มีใครกล้าอาจเอื้อม ปาร์คชานยอลเสียอีกที่ดึงดูดความสนใจจากใครต่อใครได้อย่างน่ากลัว น่าเสียดายที่ดวงตาดำลึกและสีหน้าไร้อารมณ์ราวกับสวมหน้ากากตลอดเวลานั้นทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าหาเท่าใดนัก บางคนสงสัย บางคนเห็นใจ แต่ไม่เคยมีใครรู้ว่าปาร์คชานยอลรู้สึกยังไง ไม่มีใครยกเว้นตัวเขาและคุณหนูของเขา

แต่กล่าวถึงคนก็ย่อมมีมากกว่าห้าร้อยจำพวก

“น้องชานยอลคะ” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นนักศึกษารุ่นพี่ เจ้าของชื่อจึงค้อมศีรษะด้วยมารยาทที่ถูกฝึกมาอย่างดี สุภาพทว่าห่างเหิน

“ขอเวลาสักครู่ได้ไหม?”

“ผมไม่สะดวกครับ” เขาตอบด้วยสีหน้าเดิม

“โธ่ อย่าเพิ่งปฏิเสธสิคะ แป๊บเดียวเอง พี่จะวานให้ช่วยกรอกแบบสอบถามให้หน่อย รับรองว่าไม่นาน พอชานยอลทำแบบสอบถามเสร็จคุณแบคฮยอนก็คงคุยกับเพื่อนเสร็จพอดี” เพราะได้ยินคนเอ่ยชื่อตัวเองแบคฮยอนจึงหันมามอง ใบหน้าเรียวเรียบเฉยใช้ดวงตาแทนคำถาม

“รุ่นพี่มาขอความร่วมมือทำแบบสอบถามครับ”

“พี่ขอยื้มตัวน้องชานยอลแป๊บหนึ่งได้ไหมคะคุณแบคฮยอน”

“เชิญครับ” พอได้รับอนุญาตรุ่นพี่ปีสามที่คุ้นหน้าว่าอยู่ฝ่ายกิจกรรมคณะก็รีบบอกอย่างกระตือรือร้นว่า “งั้นน้องชานยอลมากับพี่ทางนี้นะคะ” ปาร์คชานยอลยังคงมองคุณหนูของเขาแน่วนิ่ง

“ไปเถอะ” จบคำกล่าวสั้นแสนสั้นเขาจึงก้าวตามรุ่นพี่คนนั้นออกไปราวกับหุ่นยนตร์ พอคล้อยหลังสัตว์เลี้ยงตัวโปรดมือที่กำลังขีดเขียนในสมุดเพื่อนร่วมคลาสก็พลอยหยุดไปด้วย เปลือกตาบางหรี่ต่ำคล้ายกำลังครุ่นคิด กลุ่มที่ยืนรายล้อมจึงไม่ได้ฉุกใจสงสัย กระทั่งมือเรียวขาวปิดสมุดแล้วส่งคืนให้เจ้าของ

“ขอโทษด้วย ผมรู้สึกไม่ค่อยดี ขอพอแค่นี้ก่อนนะ”

“คุณแบคฮยอนรู้สึกไม่สบายหรือคะ? ไปหาหมอไหม” เพื่อนร่วมชั้นพูดกับเขาอย่างสุภาพเสมอและแบคฮยอนก็เคยชินกับสิ่งเหล่านั้นมากกว่าความเป็นกันเองอย่างที่ทำกันโดยทั่วไป

“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณ” แค่บอกปัดสั้น ๆ แล้วยึดตัวตรง คนที่เหลือก็ถอยห่างให้อย่างที่ต้องการ ร่างเล็กบางมองกระเป๋าและข้าวของที่ถูกเก็บเรียงไว้อย่างเรียบร้อย มองนิ่งนานก่อนจะทิ้งมันไว้แล้วก้าวออกจากห้องเรียนไปช้า ๆ เมื่อผ่านห้องเรียนเล็กใหญ่ลงมาถึงหน้าลิฟต์โดยสารแล้วไม่พบสิ่งที่ต้องการ มือบางจึงล้วงอุปกรณ์สื่อสารออกมาจากกระเป๋ากางเกง กดเพียงแค่ไม่กี่ครั้งก็ทราบตำแหน่งจุดหมายที่ต้องไป

ปาร์คชานยอลอยู่ในห้องเล็คเชอร์ที่อยู่ริมสุดของด้านตรงข้าม ฝั่งนั้นไม่มีลิฟต์แต่สร้างเป็นบันไดวนแทน นักศึกษาที่รักความสบายจึงไม่ค่อยขึ้นลงทางนั้น นั่นคงเหมาะ ถ้าอยากจะนัดพบใครโดยไม่มีคนมาขัดขวาง แบคฮยอนไม่ต้องเสียเวลาเปิดประตูเข้าไป บานกระจกใสไม่สามารถปิดซ่อนอะไรได้อยู่แล้ว ยืนอยู่คนละฟากยังเห็นได้ชัดเจน ปาร์คชานยอลที่กำลังยืนให้ผู้หญิงคนนั้นกอดก็คงจะเห็นเขาเช่นกัน

 

สัตว์เลี้ยงของแบคฮยอนคลั่งแค้นอยู่ใต้หน้ากากเย็นชา

เขาระวังตัวอยู่แล้วเมื่อเห็นอีกฝ่ายเดินเข้ามาพร้อมกระดาษที่อ้างว่ารุ่นพี่ปีสามคนหนึ่งฝากมาให้ คำปฏิเสธอย่างสุภาพที่เตรียมไว้หมดโอกาสจะได้ทำหน้าที่เพราะอีกฝ่ายไม่นำพาเหตุผลใด โผเข้าหาเขาราวกับคนเสียสติ แน่นอนว่าเขาปัดป้องและถอยห่างก่อนอีกฝ่ายจะทันได้แตะตัว ชานยอลพลาดตอนที่หันไปเห็นใครคนหนึ่งยืนอยู่อีกด้านของประตู แค่เสี้ยววินาทีสั้น ๆ เท่านั้นเองที่เป็นโอกาสให้ผู้หญิงบ้าโถมเข้ามาจูบดะไปตามสันกรามเขา ชายหนุ่มขนลุกซู่ ได้สติอีกครั้งเขาก็ผลักอีกฝ่ายออก ไม่นำพาว่านั่นคือเพศที่อ่อนแอกว่าหรืออย่างไร มือหนาเงื้อขึ้นฟาดฉาดลงไปไม่ยั้งแรง ร่างนั้นเซทรุด เบิกตาค้างมองมาราวกับเขาคืออสูรกายที่เพิ่งแปลงร่าง ชานยอลอยากต่อยซ้ำให้ยับ กระทืบให้กระอักแล้วฟาดด้วยโต๊ะเก้าอี้ให้สาสมกับความรู้สึกขยะแขยงที่ได้รับ แต่เขายังทำไม่ได้ ร่างสูงเผ่นโผนไปทางประตู ผลักออกไปเพื่อเจอกับทางเดินว่างเปล่า

คุณแบคฮยอนไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

 

บยอนแบคฮยอนอยู่ตรงนั้น

ไม่ห่างจากจุดที่รถยุโรปคันงามจอดอยู่ แสงสุดท้ายลับหายไปจากเมืองใหญ่นานแล้ว ทั่วทั้งอาณาบริเวณกว้างตกอยู่ในความสลัว หม่นมัว ปาร์คชานยอลค่อยก้าวเข้าไปหา แต่ละก้าวนั้นยากลำบากราวกับขาทั้งสองได้ถูกสาปกลายเป็นหินไปแล้ว ร่างสูงใหญ่หยุดเยื้องเพียงด้านหลัง ไม่กล้าใกล้มากกว่านั้น สัญชาตญาณสัตว์เลี้ยงที่ขายวิญญาณให้เจ้านายตัวเล็กมาหลายปีร้องบอกเขาว่าผู้เป็นนายไม่ปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น ภายใต้หน้ากากไร้อารมณ์เขามัดตัวเองด้วยความเงียบงัน รอคำพิพากษา

               “เลขาจอง รบกวนส่งคนรถมารับผมที่คณะด้วยครับ ขอบคุณ”

               ปาร์คชานยอลถูกตัดสินโทษประหารในชั้นต้น

               ชายหนุ่มถูกห้ามเข้าใกล้คุณหนูคนเล็ก คฤหาสน์หลังใหญ่เปรียบดั่งโลกันตร์มหันตนรกสำหรับทาสที่ไม่มีแม้โอกาสได้ร้องอุทธรณ์ บยอนแบคฮยอนทรมานอดีตสัตว์เลี้ยงตัวโปรดด้วยการปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่อย่างสุขสบายในบ้านหลังใหญ่ ห้องเดิมที่เชื่อมติดกับห้องคุณหนู หากแต่ไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้ให้เห็น ไม่มีสิทธิ์พูดคุยหรือส่งเสียงให้บยอนแบคฮยอนได้ยิน กระทั่งที่มหาวิทยาลัยก็ไม่อาจอยู่เคียงข้างดังเคยเป็น

ชีวิตของปาร์คชานยอลว่างเปล่า ไร้ค่า ไร้ความหมาย

ชายหนุ่มไม่มีแม้เศษเสี้ยวความกล้าจะร้องขอ เขาได้แต่ดำรงลมหายใจผ่านไปวันแล้ววันเล่า กลัวว่าคุณหนูจะเปลี่ยนใจ ลงโทษเขาหนักถึงขั้นทำลายจิตวิญญาณ ไล่เขาไป แล้วเขาจะไม่ได้เห็นคุณหนูอีก แค่ความกลัวก็ทำให้ชานยอลเพ้อคลั่งกระทั่งในความฝัน ชายหนุ่มซูบผอม ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาคมคายทรุดโทรม แก้มสองข้างตอบ กรอบตาลึกโหล ตาขาวแดงช้ำเห็นเส้นเลือดบวมชัด มีแรงหายใจอยู่ได้เพียงเพราะต้องการเห็นเจ้าชีวิตในทุก ๆ วันเท่านั้น

               “นั่นใครหรือครับ?” เสียงแหบต่ำเอ่ยถามหัวหน้าแม่บ้าน สองตามองตามแผ่นหลังกว้างของคนแปลกหน้าที่กำลังก้าวขึ้นบันไดไปกับเลขาจอง ความหวาดหวั่นสั่นระลอกเป็นคลื่นกระจายออกไปเป็นริ้วเพราะคำตอบที่คาดเดาด้วยตัวเองในใจ

               “เขาเป็นใคร?”

               “คน...มาใหม่...” หญิงสูงวัยบอก สีหน้าเครียดขมึง

               “เขา เป็นคนใช่ไหมครับ เป็นคน”

ดวงตาแดงก่ำมองมาด้วยความหวังและสิ้นหวัง

               “เขาจะมาเป็นคนของคุณหนู” เพียงเท่านั้น ร่างโงนเงนก็พุ่งพรวดไปทางบันไดสูง ริมฝีปากแตกแห้งเผยอค้าง ปลดปล่อยความคุ้มคลั่งที่ไม่อาจควบคุมได้อีกต่อไป ไม่ได้แล้ว ไม่ไหวแล้ว เขาไม่สามารถอยู่กับความกลัวได้อีกต่อไปแล้ว กำจัด ต้องกำจัดมัน มือใหญ่ราวปีกปีศาจตวัดออกไปตะปบศีรษะคนที่เดินตามหลังเลขาจองอยู่สองก้าว ผู้เคราะห์ร้ายที่ไม่รู้ตัวว่ากำลังเป็นเหยื่อสบถได้เพียงครึ่งคำก็ทรุดฮวบไปกับกองกับพื้น คราบเลือดสีแดงสดลากเป็นรอยตั้งแต่ผนังลงไปถึงพื้นกระเบื้อง ร่างนั้นงอตัวคุดคู้สองมือกุมหน้าผากที่มีรอยแตกน่ากลัว ไม่ทันตั้งตัวความเจ็บปวดก็ตามมาซ้ำตรงท้องไม่ยั้ง เขาร่ำร้องแต่กลับถูกเตะเข้าเต็มหน้า สองตาพร่าเลือน สติเลือนราง เขาได้ยินเสียงเปิดประตู

               “คุณหนูแบคฮยอน!” เลขาจองร้องเรียกผู้เป็นนาย เขาคนเดียวห้ามปาร์คชานยอลไม่ไหว คุณแม่บ้านก็ยืนมองเฉย ได้แต่หวังว่าชื่อของคุณหนูจะช่วยหยุดความคลั่งของข้ารับใช้ได้ก่อนจะมีคนตายในบ้านหลังนี้ บยอนแบคฮยอนไม่ได้ก้าวออกมา ร่างเล็กยังยืนคาประตูห้อง บานไม้หนาหนักเปิดค้าง ดวงตาเรียวรีมองกองเนื้อที่นอนครางแทบสิ้นสภาพแล้วบอกโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าว่า “ให้คนเตรียมรถทีนะครับ ผมจะออกไปข้างนอก”

               “คุณหนู...คุณหนู...” สัตว์ร้ายโซเซลดร่างลงเบื้องหน้า คุกเข่าแทบเป็นคลานเข้าไปเกาะชายเสื้อผู้เป็นนาย เสียงทุ้มแหบพร่า ไม่อาจเปล่งคำอื่นใดได้นอกจากเรียกคำคำเดียวซ้ำ ๆ

               “...คุณ...หนู...” ริมฝีปากหยักหนาเคยอิ่มเต็มตอนนี้แห้งผากจนน่าสังเวช ปาร์คชานยอลบังคับตัวเองให้มองสบดวงตาเย็นชาอย่างยากลำบาก ร่างหนาไม่หลงเหลือคราบความคลั่งแม้สักเศษเสี้ยว ชานยอลแค่อยากจะขอ...มือใหญ่เปื้อนคราบคาวเลือดเอื้อมไปจับมือบาง ประคองขึ้นแนบริมฝีปากเกลือกใบหน้ากับผิวเนื้อนุ่มเนียนอย่างสุดเสน่หา

               “ปล่อย”

“......”

“สกปรก”

การอุทธรณ์ด้วยเรี่ยวแรงสุดท้ายสูญเปล่า

 

คุณหนูแบคฮยอนเดินออกมาทางประตูด้านหน้าคฤหาสน์ เรือนผมสีอ่อนพลิ้วไปตามจังหวะการก้าว ประผ่านดวงตาเรียวรี อาภรณ์ขาวสะอาดห่มทับผิวใสกระจ่างมองดูราวกับเทวดาตัวน้อย ๆ รถยุโรปสีดำเป็นเงาจอดรออยู่แล้ว คนขับรถในชุดสูทสีดำสนิทปิดประตูอย่างสุภาพก่อนรถคันงามจะค่อยเคลื่อนออกจากซุ้มด้านหน้า แสงแดดยามบ่ายของฤดูร้อนช่างเต็มไปด้วยสีสัน แบคฮยอนหรี่ตามองสู้



ร่างหนึ่งร่วงหล่น จากหอคอยกระจก กระทบหน้ารถเสียงดังเปรื่อง

ของเหลวสีแดงสาดซ่าน

ย้อมให้ฤดูร้อนของแบคฮยอนยิ่งจัดจ้า

 


ในจำนวนผู้คนมากมายบนโลกใบนี้ คนคนหนึ่งเกิดมาพร้อมชะตาที่ต้องสูญเสียทุกอย่าง คนคนหนึ่งจิตใจบิดเบี้ยวผิดมนุษย์เพราะถูกภาพอันโหดร้ายฉีกทำลาย คนหนึ่งคนนั้นพร้อมสละสิ้นทุกสิ่งอย่างเพียงเพราะปราศจากความรักจากคนคนเดียว

 


ห้องนั้นเย็นฉ่ำ เงียบสงัด

ร่างหนึ่งทอดตัวบนเตียงเหล็กโดดเดี่ยว

ร่างหนึ่งสืบเท้าเข้าไปใกล้ ใบหน้าว่างเปล่า ดวงตาเลื่อนลอย

ปลายนิ้วเรียวสวยไล้ไปตามผิวเนื้อที่ไม่ได้ถูกผ้าผืนยาวห่มคลุม หลังม่านโปร่งนอกหน้าต่างกระจกแดดยามบ่ายเจิดจ้าเสียยิ่งกว่าทุกวัน ร่างเล็กปีนขึ้นเตียงสีขาว เสียงเหล็กเสียดสีดังเอี๊ยดอ๊าดยามรับน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น แบคฮยอนซุกตัวเบียดท่อนแขนซ้ายที่หักออกเป็นสอง เปลือกตาปรือต่ำ

ดวงหน้าหยิ่งยโส ไม่สุข ไม่ทุกข์

ไร้ซึ่งอารมณ์ใด

 



 







#3rdsf





สี่ :: สิ่งนี้ควรเรียกเรียกว่าฟิควันเกิดเหรอ *ร้องไห้* 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 272 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,436 ความคิดเห็น

  1. #8295 heykiki (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2562 / 22:46
    สะเทือนใจ เป็นช็อค อึ้งไปเลย อย่างดาร์ก แต่ชอบนะ ;-;
    #8,295
    0
  2. #8203 mayyamcc (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 พฤษภาคม 2562 / 16:15
    ไรท์เก่งมากกก ฮืออออออ ทับใจตอนนี้มากๆค่ะ น้ำตาแตกผสมกับความช็อค
    #8,203
    0
  3. #8198 Amittarin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 01:23
    ดวงหน้าไม่ปรากฏอารมณ์แต่ใจคงแหลกไปละอ่ะ
    #8,198
    0
  4. #7657 The Panda GirLz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 22:45
    อ่านแล้วฟีลเเบบล่องลอยไปในควันมาก
    #7,657
    0
  5. #7555 Linseyyy13 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 03:54
    OMG อ่านจบละช็อตไปแป๊บนึง
    #7,555
    0
  6. #7484 MINTNUHES_94 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:53
    หดหู่มาก สงสารชานยอล สงสารคุณหนู ฮืออออออ
    #7,484
    0
  7. #5454 P-praery (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 กันยายน 2561 / 12:34
    คือ..........สงสารชานยอลฮือ
    #5,454
    0
  8. #4492 CY61BH04 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 08:33
    กลัว.....
    #4,492
    0
  9. #3753 Kim-kibom (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 20:31
    อืม..หดหู่เลยค่ะ
    #3,753
    0
  10. #3300 TTOoM (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 18:18
    สงสารชานยอลลลลลล งือ แต่หนุกมาก
    #3,300
    0
  11. #2932 Meimeimetal (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 21:38
    ชอบมากกกก อยากได้เป็นเรื่องยาวๆเลยคะ
    #2,932
    0
  12. #2574 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2561 / 10:08
    น่ากลัว และน่าสงสารชานยอล
    #2,574
    0
  13. #2272 p3bbl3 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 00:46
    โอ่ย ถ้าเบากว่านี้ซัก25%จะชอบมากกกก นี่เฮิตเกิน แอบหวังลึกลึ๊กกกว่าคุณหนูจะยิ้มให้ชานยอลซักครั้ง
    #2,272
    0
  14. #1576 khunsom08 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 14:10
    น่ากลัวมาก
    #1,576
    0
  15. #1415 747447 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2561 / 15:39
    ไม่ไหวใจ
    #1,415
    0
  16. #1412 SuHoshi~♡ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 15:38
    มันดาร์คมาก ดาร์คเกินไป😭
    #1,412
    0
  17. #1224 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 01:08
    เดาอารมณ์คุณหนูไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
    #1,224
    0
  18. #1223 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 01:07
    เรื่องนี้ถ้าให้บอกเป็นโทน เราจะบอกว่ามันคือโทนดาร์ค หม่น อึดอัด เศร้ามาก ;_______;
    #1,223
    0
  19. #1163 BezT25 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:52
    ดาร์คมากฮื้ออออ คุณหนูเย็นชาสุดๆอะ สงสารชานยอลไม่ทันได้พูดความจริงเลย
    #1,163
    0
  20. #1147 พี่มีค่ะ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 09:28
    น้องจะร้อง
    #1,147
    0
  21. #1107 pcy921 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 08:57
    แต่งดีอะ
    #1,107
    0
  22. #1105 little daffodil (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 21:17
    เจ็บปวด
    #1,105
    0
  23. #1068 khunsom08 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 15:33
    ทรมานใจมากเลย
    #1,068
    0
  24. #1055 TETHYS (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 03:58
    เราชอบแนวนี้มากเลยอะ ฮืออ
    #1,055
    0
  25. #797 Amittarin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 00:37
    สงสารทั้งคู่ ฮื่ออ เศร้ามากกก
    #797
    0