(SF) Lost in ChanBaek

ตอนที่ 7 : C H I L D I S H

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 268 ครั้ง
    22 ก.ค. 61





 

ฤดูร้อนอันแสนสั้น

ฤทธิ์ร้ายรุนแรงพาลให้อารมณ์คนแปรปรวนได้ง่าย

               “ร้อนโว้ยยยยยย!

               “อย่าเพิ่งบ้า”

“กู ร้อน มึง-เข้า-ใจ-ไหม ร้อนนนนน”

“จ้ะ ๆ เราทุกคนอยู่บนแผ่นดินเดียวกัน เราทุกคนต่างร้อนเหมือนกันหมดโอเคไหมจ๊ะ”

               “ไม่โอเคห่าอะไรทั้งนั้นแหละ! ร้อนก็ร้อน เสือกมาเจอเรื่องน่ารำคาญอีก หงุดหงิดชิบหาย” เสียงใหญ่ค่อนข้างก้องสมรูปร่างเจ้าของสบถดุเดือดตามท้ายอีกยาวเหยียด ขายาวก้าวพรวด ๆ ผ่านความอบอ้าวหวังจะไปถึงห้องเรียนให้เร็วที่สุด ถึงการเรียนวิชาประวัติศาสตร์ช่วงบ่ายจะโคตรน่าเบื่อแต่ก็ยังได้นั่งเรียนในห้องแอร์เย็นฉ่ำ ไม่ต้องตกระกำลำบากออกมาเดินผ่านแดดผ่านลมร้อนจากตึกหนึ่งไปอีกตึกหนึ่งอย่างนี้!

               คิดถึงตัวต้นเหตุที่ทำให้เขาต้องซวยแล้วก็ยิ่งหงุดหงิด

               “มึงเจอกูแน่อิผีญี่ปุ่น”

               “นั่น โดนขนหนังสือไปเก็บห้องสมุดห้ารอบนี่มึงยังไม่เข็ดใช่มะ จะต้องได้ดายหญ้ากลางแดดเปรี้ยงให้ได้ใช่มะ ห่า ถ้ามึงยังไม่เลิกหาเรื่องนักเรียนใหม่ คราวหน้ากูไม่ช่วยแล้วนะบอกเลย”

               “มึงเพื่อนกูหรือแค่ผีร้ายที่สิงร่างเพื่อนกูอยู่”

               “กูยอม ขอเป็นอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องติดร่างแหซวยไปกับความผีบ้าของมึง”

               “คอวอยอ กูแค่เดินเฉียดไหล่มันนิดเดียวแม่งสำออยทำหนังสือหล่นทั้งกอง” ความซวยจากนั้นคือคุณครูเจ้าของหนังสือดันเห็นเข้าพอดี ปาร์คชานเลยโดนใช้ให้เก็บหนังสือเล่มเล็กที่ตกเกลื่อนตั้งแต่บันไดขึ้นแรกลงไปถึงขั้นล่างสุดแล้วยกไปคืนที่ห้องสมุด ไม่แค่นั้น พอเขาขึงตาใส่ไอ้เด็กใหม่แล้วครูแกตาไวเหลือบเห็นเข้า โทษจากหนึ่งเลยเพิ่มเป็นห้า แน่นอนว่าเขาต้องลากเพื่อนสนิทอย่างคิมจงแดมาร่วมชะตากรรมด้วยตามคติเพื่อนต้องไม่ทิ้งเพื่อน

               “มึงก็นะ” จงแดส่ายหน้า ลดเสียงลงพร้อมกับเปิดประตูบานเลื่อนเข้าไปสู่ไอเย็นฉ่ำข้างใน “ไม่รู้จะอคติห่าไรนักหนา ทำอย่างกับเคยโกรธเกลียดกันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน เคยรู้จักกันหรือก็เปล่า จะว่าแย่งแฟนกันเพื่อนใหม่เราก็ไม่น่าจะเป็นคู่แข่งมึงได้ ดูนั่นดิ สันนิษฐานว่าเขาเคยหักอกมึงยังพอจะเป็นไปได้มากกว่า”

               “สัด! ขนลุก กูไม่มีทางคิดไปทางนั้นกับไอ้ผีญี่ปุ่นนั่นหรอก” หัวโจกเกรดสิบเอ็ดเพิ่มระดับเสียงจนกลุ่มที่กำลังคุยกันอยู่แถวหน้าสุดหันมามอง หนึ่งในนั้นเป็นเด็กชายตัวเล็กกว่าใครเพื่อน ผมตัดทรงถูกระเบียบสีน้ำตาลช็อคโกแล็ต เครื่องหน้าจิ้มลิ้มและมีตาเรียววาดโค้งชวนให้รู้สึกเอ็นดูเพียงแค่มอง แต่นั่นไม่ใช่ปาร์คชานยอลแน่ ๆ ร่างผอมสูงเหยียดปากหมิ่นแคลน ท่าทางขุ่นเคืองอย่างไม่คิดจะปิดบังพาให้คนอื่น ๆ ในห้องมองหน้ากันอย่างอิหลักอิเหรื่อ จงแดกระตุกแขนไอ้คนเลือดร้อนนั่งลงที่ของมัน ตั้งแต่มีนักเรียนใหม่จากฟุกุโอกะย้ายมาเมื่อหนึ่งเดือนก่อนไอ้ห่าชานยอลทำให้บรรยากาศในห้องบรรลัยไปหลายครั้ง เขาล่ะนับถือน้ำใจเพื่อนใหม่ที่นอกจากจะไม่ต่อยปากมันแล้วยังเป็นฝ่ายหลีกเลี่ยงเสียอีก บยอนแบคฮยอนคงถือคติอย่าถือคนบ้าอย่าว่าคนเมา

               “มึงจงเกลียดจงชังอะไรเขานักวะ?”

               “ก็กูไม่ชอบหน้าแม่งไง บอกมึงกี่ครั้งแล้วคิมจงแด แค่เห็นหน้าเนี่ย ไม่ต้องทำห่าไรกูหรอก ถึงคิดทำมันก็ไม่มีปัญญาทำได้ แค่มองหน้ามันกูก็ไม่ถูกชะตาแล้ว ชอบทำเป็นซอฟท์ ยิ้มสวยยิ้มใส รำคาญตา”

               “เอ้า เขาก็เรียบร้อยละมุนนี มึงลำบากส่วนไหน”

               “ทุกส่วน”

               “ไอ้คนพาล”

               “ที่ปกป้องมันแล้วก็ด่าเพื่อนนี่ยังไงหรือครับห่าน หรือมึงชอบไอ้เด็กญี่ปุ่นนั่น อย่านะ กูเลิกคบนะ เตือนไว้ก่อน” จงแดทั้งระอาทั้งอ่อนใจ ปัดนิ้วที่ชี้หน้าเขาออกแล้วก็ดึงหนังสือมาเปิดรอเรียนคาบต่อไป พอแอบมองเพื่อนสนิทอีกทีไอ้ปาร์คชานคนดีมันยังไม่เลิกใช้สายตาข่มขวัญเด็กใหม่หน้าห้อง เออ มองเข้าไป มองให้หนัก ๆ มองให้เก็บไปฝันได้เลยยิ่งดี!

              

               “บ๊ายบาย กลับบ้านดี ๆ นะทุกคน”

               “แล้วแบคกี้จะไม่กลับด้วยกันจริง ๆ เหรอ เราขอให้พ่อไปส่งที่บ้านก็ได้นะ แบคกี้อุตส่าห์อยู่ติวให้พวกเราจนเย็นเลยอ่ะ”

               “ไม่เป็นไร ๆ ผมต้องไปห้องสมุดก่อนน่ะ กลับกันเลย ไม่ต้องห่วง ผมโอเค”

               “งั้นเจอกันวันจันทร์นะ”

               “อื้อ เจอกันวันจันทร์ อย่าลืมทำการบ้านด้วยนะ” เสียงล่ำลาอันน่ารำคาญดังเข้าหูคนที่นอนเหยียดยาวอยู่ตรงเนินหญ้าข้างสนาม...และแน่นอนว่าไม่ห่างจากโต๊ะหินอ่อนชุดนั้น...ก้าวแล้วก้าวเล่าที่ปาร์คชานยอลได้ยินเสียงเพื่อนร่วมห้องเดินผ่านถนนคอนกรีตเหนือหัวเขาไปทางประตูโรงเรียน ร่างสูงเพรียวผุดลุกจากท่านอน ชะเง้อชะแง้ไปทางโต๊ะหินอ่อนเห็นคนบางคนกำลังเก็บของใส่กระเป๋าก็ร้องเหอะในคอ ไอ้เด็กใหม่ทำตัวน่าหมั่นไส้เรียกคะแนนนิยมด้วยการเป็นติวเตอร์วิชาเลขให้พวกหัวหน้าห้องเลยเชียวเรอะ อวดรู้อีกเช่นเคย เห็นเป้าหมายเดินย้อนไปคนละทางกับเพื่อน ๆ คนที่ซุ่มดูก็เริ่มยิ้มร้าย ร่างสูงถลาลงเนินไปยังสนามฟุตบอลที่คิมจงแดและคนอื่น ๆ กำลังแย่งลูกบอลกันอย่างดุเดือด

ฮะฮ่า สวรรค์เข้าข้างเขา!

ใครสักคนเตะลูกฟุตบอลเลยกรอบประตูมาเข้าเท้าชานยอล เด็กหนุ่มร้องวู้ว กลับตัวเหนี่ยวเท้าข้างถนัดแล้วซัดเต็มแรง บอลขาวดำลอยลิ่วไปยังเป้าหมายตัวเล็กที่กำลังก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือในมือ

               “ระวัง!” พวกที่อยู่ในสนามประสานเสียงกันร้องบอกแต่บยอนแบคฮยอนก็ยังไม่รู้ตัว หนอนหนังสือตัวขาวมาสะดุ้งจนตัวโยนก็ตอนที่ได้ยินเสียงกระจกแตกเปรื่องปร่าง หน้าต่างชั้นล่างของห้องสมุดแตกไปหนึ่งบานเต็ม ๆ แบคฮยอนยืนตัวแข็งขณะที่เกือบทั้งหมดของมนุษย์ในสนามหญ้าหนีเอาตัวรอดกันไปคนละทิศคนละทาง เหลือไว้เพียงปาร์คชานยอลที่ต้องอยู่รอรับผลกรรมที่ตัวเองก่อและสายตาตัดพ้อของนักเรียนใหม่

               “บำเพ็ญประโยชน์สองอาทิตย์ ไม่มีการต่อรองใด ๆ ทั้งสิ้น!

               อ้อ คุณครูหัวหน้าบรรณารักษ์อีกคน

 

               ความผิดของนักเรียนชายปาร์คชานยอลเกรดสิบเอ็ดห้องบีคือทำกระจกหน้าต่างห้องสมุดแตก การชดใช้ความผิดจึงต้องเป็นที่ห้องสมุดที่โคตรจะน่าเบื่อเสียยิ่งกว่าห้องเรียน เลวร้ายกว่านั้นคือที่นี่ปิดแอร์ตอนสี่โมงตรงตามนโยบายประหยัดพลังงานของท่านผู้อำนวยการสุดเพี้ยน ปาร์คชานยอลจะไม่แคร์หรอกถ้าการบำเพ็ญประโยชน์ของเขาจะไม่เริ่มตอนสี่โมงไปจนห้องสมุดปิดทุกวัน

               “วันนี้ครูต้องกลับก่อน บยอนแบคฮยอนจะเป็นคนแจกงานให้เธอ มีอะไรสงสัยก็ถามเพื่อนแล้วกันนะ” ชานยอลผงะ ชักสีหน้าโดยอัตโนมัติ สองอาทิตย์ต่อจากนี้เขาต้องอยู่กับไอ้ตุ๊ดปากแดงนี่งั้นเหรอ แม่ง ซวยในความซวย

               “ทำไมต้องเป็นมึงวะ!

               “ชานยอลหมายถึงอะไร?”

               “มึงน่ะ มึง ทำไมมึงถึงอยู่ที่นี่แล้วทำไมกูต้องมาทำงานกับมึง” ผีญี่ปุ่นย่นคอเมื่อเขาขึ้นเสียงดัง “ที่ผมอยู่ที่นี่เพราะผมเป็นสมาชิกชมรมห้องสมุดและที่ชานยอลต้องมาอยู่ที่นี่เพราะชานยอลเตะบอลใส่กระจกห้องสมุดแตกเลยถูกคุณครูลงโทษให้บำเพ็ญประโยชน์ยังไงล่ะครับ” เรื่องนั้นชานยอลรู้โดยไม่ต้องให้อีกคนย้ำ ที่เขาอยากรู้คือทำไมความซวยของเขาต้องมีมันมาเกี่ยวข้องซ้ำแล้วซ้ำเล่า เป็นคนอื่นได้ไหม สมาชิกชมรมห้องสมุดนี่ไม่มีคนอื่นนอกจากบยอนแบคฮยอนอีกแล้วเหรอ

               ผลคือปาร์คชานยอลทิ้งบยอนแบคฮยอนไว้ตรงนั้นแล้วก็หนีไปเล่นโทรศัพท์ตรงบันไดหนีไฟโดยไม่ลังเล เรื่องอะไรเขาจะต้องไปเสียเวลาอยู่กับตัวน่ารำคาญ ยังไงอาจารย์ก็ไม่ว่างมาตรวจ ตรงนี้ลมพัดโคตรเย็น เขาเล่นเกมมั่ง ไถฟีดเฟซมั่งไอจีมั่งไรมั่งแป๊บ ๆ ก็หมดเวลา พอใกล้ห้าโมงครึ่งก็ทำทีเป็นเดินกลับเข้าไป ถ้าไอ้เด็กใหม่ถามบอกว่าท้องเสีย หน้าโง่ ๆ ซื่อ ๆ อย่างมันคงคิดไม่ทันหรอกว่าเขาพูดจริงหรือโกหก

               “ถึงไหนแล้วอ่ะ...อื้อ ๆ รีบมานะ เดี๋ยวรอที่ประตูหลังโรงเรียน...รู้แล้วน่า...ก็พอดีว่าวันนี้ครูไม่อยู่เลยออกก่อนได้...เรื่องนั้นไม่ต้องห่วงหรอก มีรุ่นน้องอยู่ เด็กนั่นน่ะขยัน ใช้ให้ทำอะไรก็ทำ เค้าแกล้งบอกว่าน้องทำกุญแจบ้านหายต้องรีบกลับบ้านก็เชื่อแล้ว...โธ่ ก็ยัยเยริตัดหน้าบอกว่าปวดท้องไปแล้วเค้าก็เลยต้องอ้างอย่างอื่น...คิก ๆ เด็กใหม่น่ะ เพิ่งย้ายมาจากญี่ปุ่นเลยรับน้องให้ซะหน่อย...อื้อ รีบมานะ กินข้าวแล้วเค้าอยากดูหนังด้วย”

               นักเรียนเกรดสิบสองคนนั้นผลักประตูกลับเข้าไปแล้วแต่ชานยอลยังนั่งพิงผนังอยู่ที่เก่า มือหนาหมุนโทรศัพท์ในมือเป็นวงกลม เขาบอกแล้วบยอนแบคฮยอนน่ะน่ารำคาญ โดนเอาเปรียบก็สมควรแล้ว ร่างหนาไหวไหล่ ขยับตัวเข้าไปใกล้กระจกที่แง้มไว้รับลมก่อนจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาคลายล็อคหน้าจออีกรอบ

               กว่าจะลุกขึ้นปัดรอยเปื้อนบนกางเกงก็อีกชั่วโมงต่อมา ร่างสูงบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่น ก้าวยาว ๆ กลับเข้าไปในห้องสมุดแล้วก็เห็นบยอนแบคฮยอนกำลังทำงานมือเป็นระวิงอยู่ในเค้าเตอร์ ดูเหมือนว่าอีกไม่กี่นาทีห้องสมุดจะปิดเลยมีคนรอคิวยืมหนังสือค่อนข้างเยอะ คนไหนเอามาคืนแล้วไม่อยากรอก็วางหนังสือบนเค้าเตอร์รอให้บรรณารักษ์รุ่นเยาว์ยิงบาร์โค้ดบันทึกข้อมูลทีหลัง บยอนแบคฮยอนทำงานคนเดียว ปากกระจับเล็กตอบโต้คนมาใช้บริการ ส่วนมือก็ทำงานไม่หยุดหย่อน พอนักเรียนคนสุดท้ายเดินออกไปพร้อมหนังสือที่ต้องการยืมแบคฮยอนก็ปรบมือเปาะแปะ ร่างปิ๊กลิ้กเดินออกจากเค้าเตอร์มาเจอชานยอลยืนล้วงกระเป๋าอยู่ก็ทำหน้าแปลกใจ แต่แทนที่จะตำหนิหรือตั้งคำถามที่ชานยอลหายไปเด็กใหม่กลับไม่ทำ   

“กูกลับได้แล้วใช่ไหม”

               “อื้อ กลับบ้านดี ๆ นะ” ดีแน่นอน ชานยอลไหวไหล่ด้วยท่าที่คนมองเริ่มชินตา แบคฮยอนเดินไปที่ประตูด้านหน้าแล้วหมุนป้ายปิดบริการที่เขียนด้วยอักษรสีแดงสดว่า CLOSE ออกไป

               “แล้วมึงล่ะ?”

               “ผมคงต้องอีกเดี๋ยวหนึ่งแหละ”

               “ทำไมต้องเดี๋ยววะ?” เออ แม่ง เดี๋ยวทำไม จะกลับก็คือกลับดิ เดี๋ยวอีกทำไม หรือมันจะอยู่เขียนรายงานฟ้องอาจารย์ว่าเขาไม่ยอมช่วยงาน “ผมต้องเก็บหนังสือคืนเชลฟ์ให้เรียบร้อยก่อน แล้วผมก็ซ่อมหนังสือชำรุดค้างไว้ เล่มนี้มีแค่ก็อปปี้เดียวกลัวว่าถ้าพรุ่งนี้มีคนมายืมแล้วจะไม่พร้อม”

               อ้อ พ่อคนดี พ่อศรีบรรณารักษ์

               “ชานยอลก็กลับบ้านดี ๆ นะ เจอกันพรุ่งนี้ บ๊ายบาย” อย่างนี้แหละ วันก่อนก็บ๊ายบายพวกหัวหน้าห้องอย่างนี้ ผลคืออะไรดีล่ะ ปาร์คชานยอลก็มายืนหายใจทิ้งในห้องสมุดโรงเรียนอยู่นี่ไง

              

               “ชานยอลอยากจะทำอะไรก่อน?”

               “ไม่รู้ กูไม่เคยทำ มึงจะให้ทำอะไรก็บอกมา ลีลาท่ามาก รำคาญ” ปากเล็กเม้มก่อนจะขยับสองสามที ไม่รู้ว่ากำลังบ่นตัวเองหรือแช่งเขา แต่ยังไง ๆ ก็คงไม่พ้นปาร์คชานยอลคนนี้แหละ

               “ชานยอลเอาหนังสือพวกนี้ไปเก็บตามหมวดหมู่ก็แล้วกัน”

               “แล้วกูจะรู้ได้ไงว่าเล่มไหนต้องเก็บที่ไหน”

               “ก็ตามประเภทของมัน ...” พอเห็นเพื่อนร่วมชั้นขมวดคิ้วยุ่ง แบคฮยอนก็เอียงศีรษะไปทางหนึ่ง “หรือว่าชานยอลแยกหมวดหนังสือไม่เป็น?”

               “มันเยอะมึงเห็นไหม” แค่กูยอมสละเวลาเตะบอลอยู่ช่วยทำงานต่อนี่ก็นับว่าบุญคุณใหญ่หลวงแล้วนะ มึงยังจะคาดหวังให้กูรู้เรื่องยาก ๆ อีกหรือไอ้เด็กใหม่

“ง่ายออก แค่แยกตามตัวเลขกับแถบสีที่สันหนังสือ”

“แล้วกูจะตรัสรู้ได้ยังไงว่าหมวดไหนอยู่ตรงไหน” แบคฮยอนพยายามไม่กลอกตาไปมองเลขรหัสที่ติดอยู่ข้างชั้นวางหนังสือทุกชั้น ไม่แน่ใจแล้วว่าเพื่อนร่วมชั้นไม่รู้จริง ๆ หรือจงใจรวนหาเรื่อง ปาร์คชานยอลไม่ชอบบยอนแบคฮยอนอยู่แล้ว ถูกบังคับให้ต้องทำงานด้วยกันก็แอบอู้ กลับมาอย่างนี้จะฉวยโอกาสแกล้งอะไรเขาอีกก็ไม่รู้ แบคฮยอนคิดไปในทางที่ดีไม่ได้เลยจริง ๆ

               “ปกติเวลามาหาหนังสือชานยอลทำยังไง?”

               “จงแดมันหาให้ ไม่ก็เพื่อนผู้หญิงสักคน”...ทำเองทำไมให้โง่ “หรือถ้าจำเป็นต้องหาจริง ๆ กูก็ค้นจากคอมพิวเตอร์ตรงข้างทางเข้านั่นแล้วดูแผนที่เอา แต่อย่าคิดจะให้กูค้นข้อมูลทีละเล่มแล้วเดินเอาไปเก็บนะ บอกเลยว่ากูไม่ทำแน่ ๆ”

               “โอเค” คนหัวอ่อนยอมอย่างว่าง่าย ถ้าทำไม่ได้วันนี้ก็อย่าเพิ่งทำก็แล้วกัน “งั้นชานยอลเรียงหนังสือในเชลฟ์ก็แล้วกัน เรียงตามลำดับตัวเลข เล่มไหนสลับกันก็เรียงใหม่แต่ถ้าเล่มไหนไม่ใช่หมวดเดียวกันก็แยกออกมา เดี๋ยวผมเอาไปเก็บเอง เริ่มจากเชลฟ์ในสุดก่อนก็ได้”

               “ทำไมต้องในสุดก่อน?”

               “ก็จะได้ค่อย ๆ ทำมาทีละเชลฟ์ไง ไม่ลืมด้วยว่าทำตรงไหนเสร็จไปแล้วบ้าง”

               “ไม่อ่ะ กูอยากทำตรงไหนกูก็จะทำตรงนั้นก่อน ถ้ากลัวลืมก็จะโง่มานั่งจำทำไม จดใส่สมุดไว้ก็สิ้นเรื่อง” เด็กใหม่นิ่งไปก่อนจะพยักหน้าตามใจ เมื่อเห็นว่าไม่มีเรื่องให้ต้องพูดกันแล้วแบคฮยอนก็ผละไปทางหนึ่ง สองแขนเล็กหอบหนังสือตั้งใหญ่เดินผ่านชานยอลไปอีกครั้ง ผ่านไปสามสี่ก้าวเห็นเพื่อนร่วมห้องยังไม่ยอมขยับไปไหนก็เอี้ยวตัวกลับมาถามเสียงอ่อน

               “ให้ผมช่วยอะไรอีกไหม?”

               “ไม่ต้อง” ปากเจ้ากรรมมันโพล่งออกไปก่อนสมองจะกรองถ้อยคำ แต่หลุดแล้วก็หลุดเลย ร่างสูงตบเท้าเบียดไหล่คนที่ยืนจนชิดชั้นเก็บหนังสือเดินนำไปก่อน พอพ้นจากหนอนหนังสือที่มองตามหลังเด็กหนุ่มก็ทรุดลงนั่ง ไล่สายตาไปตามสันหนังสือจากชั้นล่างสุดก่อน อันที่จริงเขาจะกลับบ้านหรือออกไปเตะบอลก็ได้ (ไหน ๆ ก็นั่งหลบอยู่ตรงบันไดหนีไฟจนหมดเวลาทำโทษแล้ว) แต่ศักดิ์ศรีลูกผู้ชายมันค้ำคอ เขาทำกระจกแตกบานเบ้อเริ่มลุงภารโรงแกก็ต้องลำบากมาเก็บกวาด โรงเรียนก็เสียงบซื้อกระจกบานใหม่มาเปลี่ยน ถ้าจะลอยหน้าลอยตาไม่รู้สึกรู้สาไม่ทำอะไรไถ่โทษเลยปาร์คชานยอลก็หน้าหมาเต็มที

               เงาหนึ่งวูบผ่านช่องว่างที่เขานั่งอยู่ ชานยอลแลตามองไป พร้อมฝ่ายนั้นมองมา ดวงตาดำใหญ่ตวัดดุเพียงแวบแล้วก็หันมาสนใจแถวหนังสือตรงหน้าต่อ ปล่อยบยอนแบคฮยอนเดินผ่านไปแล้วก็กลับมาพร้อมหนังสือตั้งใหญ่ครั้งแล้วครั้งเล่า ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเดินไปเดินมาหลายรอบ อากาศมันร้อน ถึงจะห้าโมงกว่าแล้วแต่นี่มันฤดูร้อน แดดจ้าแถมในห้องสมุดยังไม่เปิดแอร์ มีหัวน่ะคิดหน่อยได้ไหมว่าการเคลื่อนไหวมาก ๆ มันกระตุ้นคลื่นความร้อนได้ ปาร์คชานยอลที่ขี้ร้อนแล้วก็ขี้รำคาญสุดขีดพ่นลมกระแทกริมฝีปาก

               อะไรกันนักหนาวะ!

               “เอามานี่”

               “อ๊ะ!

               “หมดหรือยัง?”

               “ฮะ?”

               “หนังสือที่ต้องเก็บเข้าชั้นน่ะหมดหรือยัง?”

               “เอ่อ หมด หมดแล้วล่ะ นี่กองสุดท้ายแล้ว”

               “ต้องเอาไปเก็บตรงไหน?” เสียงทุ้มถามสั้น ห้วน ไปทางเดียวกับใบหน้าบึ้งตึง เหมือนคนอารมณ์ไม่ดี ก็ใช่ ชานยอลอารมณ์ไม่ดีอย่างที่สุด เขากำลังก่นด่าตัวเองในใจที่ทำตัวเป็นคนดีไม่เข้าเรื่อง แม่ง ถ้าไม่รู้ไม่เห็นเสียก็ดีแต่นี่เขาทั้งได้ยินว่าเด็กใหม่ถูกเอาเปรียบจากรุ่นพี่ในชมรมถึงสองคน ได้เห็นอีกฝ่ายทำงานงก ๆ จนเหงื่อซึมใบหน้า ไม่ทำห่าอะไรเลยก็ปาร์คชานยอลหน้าหมาไง

               “ขอบใจนะ”

               “ไม่เป็นไรเพราะไม่ได้เต็มใจจะช่วย!” คนตัวเล็กกว่ากะพริบตาปริบ แทนที่จะสลดรอยยิ้มน่ารักกลับค่อย ๆ บานเต็มใบหน้าและดวงตา

               “ที่แท้ ชานยอลก็เป็นคนปากร้ายแต่ใจดีมาก ๆ นี่เอง” มันใช่ไหม มันใช่ไหม มันใช่เรื่องที่จะมาหัวเราะคิกคัก ยิ้มกว้างแล้วทำตายิบหยีใส่คนที่เค้าไม่ชอบหน้าตัวเองไหม มันไม่ใช่ว่ะไอ้เด็กใหม่!

 

               “ว่าไงนะ?”

               “ซ่อมหนังสือออออ” เจ้าของหางเสียงลากยาวชูหนังสือสองสามเล่มไว้ข้างใบหน้า เอียงคอไปทางหนึ่งก่อนจะยิ้มถาม “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ เคยทำแล้วไม่ใช่เหรอ แบคฮยอนนี่บอกว่าสามสี่วันมานี้ชานยอลช่วยซ่อมหนังสือไปตั้งหลายเล่ม”

               “มันก็ใช่”

               “งั้นก็เริ่มเลยเถอะ มุมข้างในนะ ตรงนี้คนเยอะ...ชานยอลคงไม่ชอบ”

               “แล้วบยอนแบคฮยอนไปไหน?” นี่ก็สี่โมงแล้ว เรียนห้องเดียวกัน เลิกเรียนพร้อมกัน ถึงจะไม่เคยนัดหมายเวลาแต่หลายวันที่ผ่านมาถ้าเขามาถึงห้องสมุดเจ้านั่นก็ต้องอยู่ที่นี่ก่อนแล้ว

               “ไม่รู้สิ แบคฮยอนนี่เป็นเวรห้องสมุดแค่วันจันทร์ถึงพุธ” ไอ้เด็กใหม่นั่นไม่เห็นบอกเขาสักคำ ชานยอลมุ่นคิ้ว มันไม่ใช่ว่าเขาต้องผูกติดกับแบคฮยอนตลอดเวลาหรอกนะ แต่เรื่องที่เขาโดนลงโทษหมอนั่นเป็นต้นเหตุสำคัญ ถ้าเขาต้องทำงานแบคฮยอนก็ต้องทำด้วยสิ เรื่องอะไรเขาจะลำบากคนเดียว

               “โทษทีแต่วันนี้ฉันไม่ว่างแล้ว”

               “เอ๊ะ?” ผู้หญิงที่ปักชื่อบนอกขวาเสื้อนอกสีเทาว่าคิมเยริทำหน้าเหวอ หล่อนชี้มือไปทางโต๊ะที่ตั้งชิดมุมหนึ่ง อาจจะกำลังค่อนที่เขามากลับลำเอาตอนที่เดินมาถึงมุมในสุดของห้องสมุดแล้ว “แต่ ชานยอลต้องทำงานชดเชยตามที่ครูสั่งนะ”

               “ก็ทำ แต่ครูไม่ได้บอกว่าต้องทำทุกวันนี่ ฉันก็แค่ต้องทำให้ครบจำนวนวัน ไปล่ะ”

               “เดี๋ยวสิชานยอล!” ข้อมือเขาถูกคว้าไว้ด้วยสองมือเล็กก่อนจะทันได้สงสัยชานยอลก็ถูกกระชากเข้าไปหลังชั้นเก็บหนังสือหายาก ความนุ่มนิ่มประมาณหนึ่งเบียดเข้าถึงเนื้อถึงตัวเล่นเอากระดูกสันหลังเขาเกือบเดาะเพราะกระแทกเข้ากับขอบชั้นไม้ เออ เคยเห็นส่งยิ้มมาบ่อย ๆ ไม่คิดว่าวันนี้จะรุกเร็ว เร็วแล้วก็แรงมากด้วย

               “ชานยอลน่า...”

               “ที่นี่ห้องสมุดไม่ใช่เหรอ” นักเรียนบรรณารักษ์เม้มปากช้า ๆ อย่างจงใจ

               “วันพฤหัสน่ะไม่ค่อยมีคนหรอก ยิ่งมุมนี้ มีแต่หนังสือที่คนไม่ค่อยอ่าน เรา...หาอะไรทำแก้เบื่อด้วยกันดีไหม” ชานยอลเลิกคิ้วนิด ๆ ถ้าขี้เบื่อขนาดนี้มาทำงานในห้องสมุดทำไม รูปหน้าคมคายไม่บอกอารมณ์ใดแต่การนิ่งเฉยสำหรับคิมเยรินั่นหมายถึงการไม่ปฏิเสธ เด็กสาวห้องเอยืดตัวขึ้นจนได้แตะริมฝีปากกับซอกคอชื้นเหงื่อ ขณะที่ปาร์คชานยอลนั้นหวนนึกไปถึงนักเรียนบรรณารักษ์อีกคนที่ไม่เคยเอ่ยคำว่าเบื่อหน่ายหรือแสดงท่าทีทำนองนั้นออกมาให้เขาเห็นเลยสักครั้ง แบคฮยอนน่ะแทบจะลืมเขาไปด้วยซ้ำเวลาอยู่กับหนังสือ

               “พอ...”

               “อ๊ะ! ขะ ขอโทษ ครับ” พอคิดถึงก็โผล่มา อย่างกับหลุดออกมาจากความคิดของเขา ชานยอลมองอีกคนนิ่ง ๆ ก่อนจะรู้ตัวว่าถูกผู้หญิงห้องเอซุกซบอยู่ เขาดันหล่อนออกอีกฝ่ายก็รู้ความถอยกลับไปตั้งหลักจนชิดชั้นหนังสืออีกด้าน ตีหน้าเหมือนกำลังขำความงกเงิ่นของคนที่โผล่เข้ามาขัดจังหวะ

“ไม่มีอะไรนะแบคฮยอนนี่ จะหยิบหนังสือแล้วล้มใส่ชานยอลน่ะ”

“คะ ครับ”

“ชานยอลไม่ว่างเนาะวันนี้ งั้นเราไปซ่อมหนังสือเลยดีกว่า ไม่มีคนช่วยกลัวจะเสร็จไม่ทัน” เด็กสาวว่า ไม่มีอาการประหม่าหรือตกใจแม้แต่น้อย คนยืนฟังเสียอีกที่หน้าร้อนเห่อต้องหาทางออกจากตรงนั้นด่วนจี๋

“ให้ผมช่วยไหมครับเยริ?”

“จะดีเหรอ วันนี้แบคฮยอนนี่หยุดนี่นา”

“ไม่เป็น...”

“มึงว่างเหรอเด็กใหม่ เสนอหน้าช่วยเขาไปทั่ว ถ้าอยู่เฉย ๆ มันลำบากนักก็มานี่” คนตัวสูงว่าพร้อมกระชากแขนแบคฮยอนออกมาจากซอกนั้น จะลากออกจากห้องสมุดไปแล้วด้วยซ้ำถ้าคนที่เดินตามต้อย ๆ ไม่ขืนแรงไว้ก่อน “ชานยอลจะพาผมไปไหนครับ?”

“หุบปากแล้วตามมาเงียบ ๆ ก็พอ”

“แต่กระเป๋าหนังสือผมอยู่ตรงโน้น” ชี้ไปสักทางที่ชานยอลไม่คิดใส่ใจรายละเอียด มือหนาปล่อยข้อมือเล็กด้วยอาการคล้ายสะบัด ปากร้าย ๆ ยังไม่เลิกดุแบคฮยอน “มากเรื่องจริงโว้ย ไปเอามา บอกให้ไปเอาของมายังจะยืนจ้องหน้าอีก เร็ว ๆ”

“ครับ ๆ” ยืนเอาลิ้นดันกระพุ้งแก้มไม่นานอีกคนก็กลับมาพร้อมกระเป๋าสีดำถูกระเบียบสุด ๆ แต่กว่าจะมาถึงก็ต้องยิ้มให้คนนั้นทักตอบคนนี้ แล้วนั่นมันประธานนักเรียนไม่ใช่เหรอ กัปตันทีมบาสก็ด้วย เหอะ ฮอตจริงฮอตจังนะมึง กูยืนรอรากจะงอกอยู่ตรงนี้ลืมไปแล้วหรือไง!

“ขอโทษที่ให้รอนะ”

“ชักช้ายืดยาด!” แบคฮยอนหน้าเหวอ รวมเวลาไปกลับแล้วแบคฮยอนใช้เวลาไม่ถึงสามนาทีเลยนะ ปาร์คชานยอลใจร้อนแต่กำเนิดหรือแค่อยากหาเรื่องดุแบคฮยอนกันแน่

“นินทาอะไรกู” พอแบคฮยอนไม่ตอบก็ชี้นิ้วใส่หน้า คาดโทษ ก่อนจะตบเท้าออกไปซึ่งนักเรียนใหม่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากเดินตามต้อย ๆ ทางเดินยาวในอาคารยังเหลือนักเรียนอยู่ประปราย คราวนี้แบคฮยอนไม่กล้าหยุดทักทายใครได้แต่เร่งสืบเท้าตามหลังคนขี้โมโหจนพ้นออกมาถึงสวนริมสระน้ำด้านหลัง ปาร์คชานยอลทิ้งตัวลงนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่จนคนที่เดินตามมาเลยลดตัวลงนั่งห่างออกมาราว ๆ สามเมตร แต่แค่นั้นก็ทำให้ดวงตากลมดุตวัดมองได้

“ไม่ไปนั่งบนดาดฟ้าแล้วมองลงมาเลยล่ะ” คนตัวเล็กกว่าคร้านจะเถียง คลานตุบตับใกล้เข้าไปตามความต้องการของเพื่อนตัวสูง(ความต้องการที่เขาต้องเดาเอาเองด้วย) อันที่จริงสองสามวันมานี้แบคฮยอนเริ่มชินกับความแปรปรวนของปาร์คชานยอลบ้างแล้ว ไม่ได้นึกขยาดหวาดหวั่นเหมือนตอนย้ายมาใหม่ ๆ ที่ไม่ว่าแบคฮยอนจะขยับตัวทำอะไรก็ดูจะเป็นเรื่องผิดให้ปาร์คชานยอลตวัดตามองหรือว่ากระทบให้บ่อย ๆ ร้ายแรงสุดก็เดินมาชนแบคฮยอนเองแล้วโทษว่าเป็นความผิดของเขานั่นแหละ

“ชานยอลมีอะไร? ให้ผมตามมาทำไม?”

“ติวให้หน่อย”

“ฮะ?”

“มึงจะแปลกใจทำไม? อยากมีเรื่องไง?”

“ฮึ! เปล่า ๆ ๆ อยากให้ติววิชาอะไรล่ะ?” เรื่องวิชาการแบคฮยอนเต็มใจช่วยอยู่แล้ว ร่างเล็กฉีกยิ้ม กระตือรือร้นคว้ากระเป๋ามาเปิดหาสมุดปากกาให้วุ่น

“ประวัติศาสตร์ก็ได้” ใบหน้าจิ้มลิ้มเงยขวับ

History เหรอ?” จะให้คนที่ย้ายไปญี่ปุ่นตั้งแต่อายุสิบขวบแล้วกลับมาตอนสิบเจ็ดติววิชาประวัติศาสตร์ให้เนี่ยนะ แล้วเทอมนี้พวกเขาไม่ได้เรียนประวัติศาสตร์โลกประวัติศาสตร์สากลอะไรเทือกนั้น พวกเขาเรียนประวัติศาสตร์เกาหลียุคโบราณ!

“เอ่อ ชานยอล วิชานั้นผมว่าชานยอลให้หัวหน้าห้องติวดีกว่านะ ผมไม่เป๊ะวิชานี้อ่ะ”

“งั้นก็เลข”

“โอเค เลขน่ะพอไหว” เลือกหยิบหนังสือเรียนวิชาคณิตศาสตร์ออกมาวางบนสุด ดีนะที่ยังไม่ได้เอาไปเก็บในล็อคเกอร์ “ชานยอลไม่เข้าใจตรงไหนอ่ะ บทล่าสุดที่เรียนวันนี้หรือเปล่า มันซับซ้อนเนาะ แต่ผมว่าถ้าเข้าใจหลักการของมันแล้วค่อย ๆ แก้โจทย์ทีละขั้นก็จะง่ายมากเลยล่ะ อาจจะใช้เวลาตอนแยกสมการหน่อยเท่านั้น ไม่ยาก ๆ เดี๋ยวผมอธิบายให้เข้าใจได้ในแป๊บ ๆ เลย”

“.......”

“ชานยอล?”

“มึงน่ะ...”

“อะฮะ ผมทำไม?” กะพริบดวงตาใสแจ๋ว รอฟังอย่างตั้งใจจนเป็นปาร์คชานยอลเสียเองที่หลบสายตาไป คิ้วเข้มย่นเข้าหากัน ความหงุดหงิดลอยมารำไร

“เชื่อจริง ๆ เหรอว่าคิมเยริล้มใส่กูโดยไม่ตั้งใจ” นักเรียนใหม่มองชานยอลค้าง ไล่ ๆ กับแก้มขาวที่เริ่มซับสีแดงแบคฮยอนก็เสมองไปทางสระน้ำกว้าง แพขนตาขยับถี่ ปากก็เม้มคลาย ๆ อยู่อย่างนั้น

“ก็เค้าบอกอย่างนั้นนี่”

“แล้วมึงก็เชื่อ?”

“มีอะไรให้ต้องไม่เชื่อล่ะ อีกอย่าง มันก็เรื่องของทั้งสองคน ไม่เกี่ยวกับผมสักหน่อย...”

“สองคนเหี้ยอะไร!” ร่างนั้นดึงตัวเองถอยไปด้านหลัง แก้มที่แดงอยู่แล้วยิ่งแดงจัด โดนดุโดยใช่เหตุน้ำตาก็คลอหน่วยขึ้นมาทันควัน “ถามกูก่อนไหมว่ากูอยากถูกเหมารวมกับยัยนั่นหรือเปล่า”

“แล้วชานยอลจะมาดุผมทำไม ขึ้นเสียงใส่ผมทั้งที่ผมไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรด้วยน่ะนะ”

“ก็มึงมันน่าโมโห”

“ผมน่าโมโหตรงไหน ชานยอลนั่นแหละอะไร ๆ ก็ว่าผม โกรธผม โทษผม อ๋อ หรือเพราะเมื่อกี้ผมโผล่ไปขัดจังหวะเลยไม่พอใจ ผมขอโทษแล้วไง ขอโทษอีกครั้งก็ได้ ไม่ได้ตั้งใจจะไปขัดคอ โอเคไหม แล้ว...แล้วถ้าไม่อยากถูกขัดจังหวะทีหน้าทีหลังก็เลือกสถานที่หน่อยก็แล้วกัน ห้องสมุดมีไว้ศึกษาหาความรู้ เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เก็บศิลปะวิชาการไว้ให้คนที่ใฝ่รู้ใฝ่ศึกษา ไม่ได้เอาไว้ให้...ไว้ให้...”

รำคาญ รำคาญหู รำคาญใจ

จับกดลงหญ้าแม่ง!

“โอ๊ย! ปาร์คชานยอล!” แบคฮยอนหวีดเสียงได้เพียงคำสั้น ๆ จากนั้นความโกรธปนน้อยใจก็ถูกความตกใจกลบจนมิด ดวงตาเรียวเล็กเบิกโพลง เนื้อตัวแข็งทื่ออยู่บนเนินเล็ก ๆ ริมสระน้ำนั้น ปากกระจับเล็กยังอ้าค้างแม้จะรับรู้ได้ถึงสัมผัสร้อนผ่าวที่บดเบียดจนเนื้อปากบิดเบี้ยวย่นยู่แบคฮยอนก็ทำได้แค่เบิกตาค้างมองโครงหน้าได้รูปที่อยู่ใกล้จนเห็นได้เพียงเลือนลางเท่านั้น ก้อนเนื้อหัวใจที่หยุดจังหวะไปครู่หนึ่งเริ่มกระตุกเรียกร้องหาอากาศ แบคฮยอนครางคล้ายคนร้องไห้ ไม่เข้าใจแล้วก็ไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจว่าทำไมปาร์คชานยอลถึงตัดสินใจทำอะไรแบบนี้ลงไป

“...อย่า...” เสียงห้ามปรามกลายเป็นเพียงเสียงแหลม ๆ ที่เบาเสียยิ่งกว่าเสียงลมพัดใบไม้ ส่วนเนื้อตัวก็ไม่มีแรงแม้จะกระดิกนิ้ว มันชา ชาเหมือนปากที่ถูกขบกัดแล้วดูดซ้ำแล้วซ้ำเล่านั่นแล้ว เสี้ยวนาทีน้อยนิดที่ชานยอลเบี่ยงริมฝีปากออกแล้วซุกไซ้เข้าหาเนื้อเนียนแถวซอกคอ แบคฮยอนครางประท้วง อยากให้คนที่คร่อมทับหยุดการทำที่ตนไม่เข้าใจแต่ชานยอลกลับตีความอย่างเอาแต่ใจว่านักเรียนบรรณารักษ์ยังไม่อยากให้เขาไปไหนไกลเกินริมฝีปากของเรา

“อ้าปาก แบค อ้าปาก” แบคฮยอนร้องไห้ออกมาจริง ๆ เสียงลมหายใจหอบหนักปนเสียงสะอื้นทำให้ชานยอลพอใจอย่างเหลือล้น มือหนาเสยผมที่ปรกใบหน้าเนียนขึ้น ฝ่ามือใหญ่ค้างไว้เหนือกลุ่มผมสีน้ำตาลเข้ม จับตรึงล็อคไม่ให้คนที่เริ่มออกแรงประท้วงงอแงหันหน้าหนีจูบ มืออีกข้างกดมือเล็กกับพื้นหญ้า เมื่อแรงขืนของคนที่ด้อยกว่าทั้งกำลังกายและกำลังใจเริ่มราไป นิ้วเรียวใหญ่จึงสอดเข้าประสาน กุมกระชับแน่นเหมือนริมฝีปากที่ชานยอลก็ยังไม่อนุญาตให้ผละห่าง

“มึงมันน่าโมโห” เสียงทุ้มพร่าเค้นข้างแก้มอิ่ม แบคฮยอนได้แต่หลับตา รับคดีความที่คนอยุติธรรมกำลังยัดเยียดให้อีกครั้ง “แค่มึงคุยกับคนอื่นกูก็หงุดหงิดจนทำห่าอะไรไม่ได้ แต่มึง เห็นผู้หญิงทั้งซบทั้งไซ้กูกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไรสักอย่าง มึงทำแบบนี้กับกูได้ยังไงวะ”

“ชานยอลโทษผมทำไม ผมแค่ไม่อยากคิด...”

“มึงต้องคิด! คิดให้มากบยอนแบคฮยอน จำใส่กะโหลกบาง ๆ ของมึงไว้” คำพูดนั้นกระด้างหยาบแต่ก้านนิ้วยาวกลับเกลี่ยไปตามแก้มขาวนิ่มนวล “คนอย่างปาร์คชานยอลจะไม่ยอมถูกใครเอาเปรียบ เมื่อกูคิดถึงแต่เรื่องของมึง มึงก็ต้องคิดถึงแต่กู”

“เอาแต่ใจ ถ้าชานยอลปกติเหมือนคนอื่น ผมจะคิดว่านี่มันคือการสารภาพรัก!

“เรื่องของมึง!” เจอคำสารภาพทื่อ ๆ แถมยังสั้นห้วน ไร้ร่องรอยอ่อนหวาน คนที่นอนตัวอ่อนก็ถึงกับชะงักไปหลายอึดใจ “...งะ...งั้นชานยอลก็เตรียมตัวอกหักได้เลย คนที่แม้แต่จะพูดเพราะ ๆ กับผมยังไม่ได้ ผมไม่เอามาเป็นแฟนหรอก”

“ก็ตามใจ อยากโดนคนที่ไม่ใช่แฟนจูบไปจนตายก็ตามใจ”

“บ้า! ไม่อยากสนใจแล้ว ปล่อยผม!” หนนี้ท่าทางจะโมโหจริง แก้มแดงแล้วตายังวาววับ น่ารักเหมือนลูกหมาลูกแมวที่ตาเพิ่งเปิด ชานยอลเองก็เหนื่อยจะยื้อฉุด จูบแล้ว กอดแล้ว บอกอะไรที่อยากบอกแล้ว อยากไปไหนก็ไป

ร่างสูงลุกขึ้นยืนพลางบิดขี้เกียจสุดตัว ใบหน้าคมหวานเปื้อนรอยยิ้มผิดวิสัยปาร์คชานยอลคนดุอย่างที่แบคฮยอนเคยค่อน ช่วงขายาวเตะเท้าขึ้นมาจากเนินหญ้าก่อนรอยยิ้มร้าย ๆ นั้นจากค่อยจางไปพร้อมกับการปรากฏตัวของคนที่เขาเข้าใจว่ากลับบ้านไปอ้อนแม่มันนานแล้ว

คิมจงแดที่กำลังฉีกยิ้มเจ้าเล่ห์เต็มหน้า

“มีอะไรจะสารภาพกับกูไหมจ๊ะปาร์คชานเพื่อนรัก”





????????❤??‘‘??“?

#3rdsf


สี่ :: จงแดคะ ได้เรื่องยังไงวานเล่าต่อด้วยค่ะ!!!



ฟิควันเกิดแบคฮยอนครบ 3 เรื่องแล้วนะคะ ใครยังไม่ได้อ่าน 2 เรื่องก่อนหน้านี้ก็เรียนเชิญค่าาา

C H A I N

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 268 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8,436 ความคิดเห็น

  1. #8298 heykiki (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 00:00
    คน-ที่รักเธอไวกว่าใคร คำด่ายังไม่ทันจางก็ไปชอบเขาตอนไหนไม่รู้ 555555555 น่ารักมากกกกก เอ็นดู ความบังคับ อยากได้ตอนพิเศษเหมินเดิม ;-;
    #8,298
    0
  2. #7905 areenachesani (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:06
    แงงง น่ารักจังงง ชอบบย
    #7,905
    0
  3. #7658 Pinku-Pinku-94 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2561 / 00:04
    รบกวนขอตอนพิเศษเรื่องนี้หน่อยค่ะ55555
    #7,658
    0
  4. #6237 Lawganeyyeol (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 04:52
    เรื่องนี้น่ารักมาก อยากให้มีเรื่องยาวเลย
    #6,237
    0
  5. #4404 _gw_17 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 กันยายน 2561 / 07:43
    อยากอ่านอีกอ่าาแงง T T
    #4,404
    0
  6. #3756 Kim-kibom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2561 / 20:48
    ชอบเค้า.แต่โหดกะเค้าเหลือเกินนะ
    #3,756
    0
  7. #3515 Mookateam (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 08:31

    เป็นการสารภาพรักที่รุนแรงมากเลยคะ
    #3,515
    0
  8. #2721 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 11:30

    ชานโหด เถื่อนอ่ะ แบคต้องทำใจ
    #2,721
    0
  9. #2287 parkxbyun (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 11:25
    น่ารักกกก ที่ทำโมโหน้องดุน้องเพราะหวงใช่มั้ยล่ะ
    #2,287
    0
  10. #2274 LMEDT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 12:03
    น่ารักแล้วเขินมากว้อยยยยยยยยยยยย กลับมาอ่านรอบที่ล้านนน กรี๊ดดดดด
    #2,274
    0
  11. #2228 pondmay (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 21:02
    งื้อออ ชอบแนวแบบนี้ รอเลยค่ะ ... :)
    #2,228
    0
  12. #1581 khunsom08 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 16:37
    แถลงให้จงแดฟังด้วย
    #1,581
    0
  13. #1421 Chakbann (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 17:29

    น่ารักทุกเรื่องเลยค่ะ

    #1,421
    0
  14. #1368 iwannascreamallthetime (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 11:47
    น่ารักมากเลยฮือออออออ ชอบฟีลแบบนี้มากพี่ชานแบบโอ๊ยเขินนนนนนนนนนน ห้ามคิดถึงคนอื่นคิดได้แต่พี่เขาคนเดียวกรี๊ดๆๆๆๆฟ
    #1,368
    0
  15. #1313 mpndss (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 00:34
    หงุดหงิด รำคานๆๆๆๆๆๆๆ แต่จูบเขาอ่ะ ละนั่นคือสารภาพว่าชอบเขาหรอ555555555555
    #1,313
    0
  16. #1300 CBSEB0461 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2561 / 19:10
    โครตน่ารักเลยชอบๆๆๆมากๆ
    #1,300
    0
  17. #1227 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 เมษายน 2561 / 02:07
    เราอยากอ่านชานยอลนิสัยแบบนี้และก็ได้เจอ เนี้ยะก็เป็นซะอย่างงี้ กระด้างปากแข็ง ปากไม่ตรงกะใจแต่การกระทำนี่จรงข้ามเลยนะ แกล้งน้องเนี่ย 555555 ฮือ ชอบบบ
    #1,227
    0
  18. #1158 LMEDT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 มกราคม 2561 / 19:43
    ตีชานยอล!!! แกล้งลูกเราแบบนี้ได้ยังไง!
    #1,158
    0
  19. #1133 •ZIRIA• (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 13:23
    คิดถึงง กลับมาอ่านอีกแล้ววว อยากอ่ารอีกกกกกค่ะ TT
    #1,133
    0
  20. #1108 pcy921 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 09:54
    แหมมมมมชานยอลลลล แหมมมมมมมา
    #1,108
    0
  21. #1073 khunsom08 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2560 / 22:37
    ชอบเค้านี่เองเลยแกล้งเค้าตลอดๆ
    #1,073
    0
  22. #1023 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 15:46
    ว้อททท
    #1,023
    0
  23. #962 pim pimmi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 กันยายน 2560 / 15:34
    55555555ชอบบบบบ
    #962
    0
  24. #844 Manogirl (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กันยายน 2560 / 21:44
    โอยยยยยบยยบยยบยยยยไรพนรดร/ทะว อยากได้สเปอ่ะฮื่อ
    #844
    0
  25. #800 Amittarin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 02:44
    กี้สสสสสส สนุกมากกกกกกก
    #800
    0