(END) Lovely you เธอน่ารัก ::: ChanBaek

ตอนที่ 6 : Lovely you : เธอน่ารัก ตอนหก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 338 ครั้ง
    23 พ.ย. 58













 

            ไม่มีใครรับรองว่าข่าวจากจงอินจะเป็นเรื่องลับระหว่างคนนำข่าวกับชานยอลแค่สองคน จึงไม่แปลกที่คนอีกเกือบทั้งอู่จะรู้เรื่องด้วย วันนั้นทั้งวันชายหนุ่มต้องตอบคำถามเดิมซ้ำ ๆ หนักเข้าเมื่อหมดความเกรงใจ แม้แต่รุ่นพี่ที่แก่กว่าหลายปีชานยอลก็ทำเป็นไม่ได้ยินเสียงหยอกแซวเอาดื้อ ๆ ทุกคนล้วนแปลกใจที่เสือสันโดษอย่างไอ้หนุ่มหน้าหยกเกิดอยากทำตัวฮอตขึ้นมาในชั่วระยะเวลาเพียงข้ามคืน ชานยอลอยากบอกว่าเขาไม่ได้อยาก ไม่ได้ฮอต แล้วก็ไม่ชอบข่าวลือที่ไม่มีมูลความจริงแบบนี้แต่ที่ทำคือเงียบ ไม่ตอบโต้ ปล่อยให้ทุกคนล่าถอยกันไปเอง

 

            ชายหนุ่มออกจากอู่ของคังอินแล้วก็ตรงกลับห้องพักทันที ช่วงเย็นมีงานต่อที่ร้านดอกไม้ ชานยอลต้องกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเครื่องแต่งตัวเสียใหม่ให้เหมาะกับลักษณะงาน เขาแวะซื้ออาหารกล่องที่มินิมาร์ทตรงปากทางเข้า จัดการอุ่นด้วยไมโครเวฟแล้วก็อาบน้ำไปด้วยเพื่อไม่ให้เสียเวลา ทานมื้อเย็นเสร็จภายในสิบนาทีแล้วจึงคว้าเชิ้ตขาวกับกางเกงยีนส์มาเปลี่ยน

 

ระหว่างที่เดินแกมวิ่งลงบันไดมาเขาก็แอบหวังในใจว่าจะได้เจอคุณแบคฮยอนที่ร้านดอกไม้วันนี้ หวังว่าคน ๆ นั้นจะมาขอข้อมูลเพื่อทำบทความจากจุนมยอน เขาจะได้มีโอกาสพูดเรื่องข่าวลือ คุณหนูอาจจะไม่พอใจที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับคนเพิ่งรู้จัก ลมปากของคนอาจทำให้ชื่อเสียงคุณแบคฮยอนเสียหาย ชานยอลต้องการเตือนไว้ก่อนและอยากบอกให้สบายใจว่าเขาจะระวังไม่ให้มันเกิดขึ้นซ้ำอีก

 

            “อ้าว มาพอดี มีคนแวะมาหาแน่ะ” ความดีใจผุดวาบขึ้นกลางอก อารมณ์นั้นเปล่งประกายผ่านหน่วยตาดำกว้างยามขายาวก้าวตรงไปยังชุดโซฟาลายดอกไม้ หากร่างบอบบางที่ลุกขึ้นรับกลับเรียกอารมณ์อย่างอื่นเข้ามาแทนที่

 

สงสัย แปลกใจ

 

            “คุณโชรง มาได้ยังไงครับ”

 

            “พอดีมาหาเพื่อนแถวนี้น่ะค่ะ ฮิมชันเคยบอกว่าชานยอลทำงานที่นี่ช่วงเย็นเลยแวะมาทักทาย” ที่จริงคือหล่อนทั้งอ้อนวอนทั้งติดสินบนฮิมชันว่าจะแนะนำเพื่อนสาวให้รู้จักรายนั้นถึงยอมบอกใบ้ให้ จากนั้นโชรงก็สุ่มเดินหาเอาเองจนเจอ โชคดีที่มีเพื่อนรุ่นพี่เปิดร้านกาแฟอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้นักหล่อนจึงมีข้ออ้างแวะมาหาชานยอลได้

 

“แล้วมีเรื่องอะไรหรือเปล่า”

 

“แหม ต้องมีเรื่องถึงจะแวะมาได้หรือคะ พูดแบบนี้น่าน้อยใจจัง”

 

“ไม่ใช่ ผมต้องทำงาน อาจจะคุยนานไม่ได้...” หญิงสาวทำหน้างอนแบบไม่จริงจัง หล่อนบอกตัวเองให้หัวเราะเพื่อไม่ให้เขาจับได้ว่าข้างในใจนั้นไม่ได้รื่นเริงอย่างที่เห็น โชรงร้อนใจ หลังจากกลับไปถึงบ้านหล่อนก็นอนไม่หลับ ใจอยากจะโทรไปถามว่าชานยอลไปส่งเด็กคนนั้นถึงไหน กลับถึงบ้านหรือยัง แต่หล่อนทำอย่างที่คิดไม่ได้เพราะไม่เคยมีเบอร์มือถือเขา พอขอจากฮิมชันรายนั้นก็สั่นหน้าแถมยังไล่ให้มาขอกับเจ้าตัวเอาเอง โชรงทำได้ที่ไหนกันล่ะ รู้กันอยู่ว่าชานยอลระวังเรื่องการวางตัวมากแค่ไหน ถ้าทำได้โดยไม่กลัวเขาจะถอยห่างหล่อนก็ขอตั้งแต่วันแรกที่เจอกันแล้ว

 

“ฉันล้อเล่นค่ะ วันนี้แค่แวะมาจริง ๆ เห็นดอกไม้สวยเลยขอคุณจุนมยอนเดินชมสักหน่อย ชานยอลไปทำงานเถอะ อีกเดี๋ยวฉันก็จะกลับแล้วค่ะ” คิมจุนมยอนอุ้มถังแก้วใบใหม่ออกมาจากหลังร้าน เขาได้ยินพอดีจึงร้องบอกอย่างใจดีว่า “อย่าเพิ่งกลับสิครับ อุตส่าห์แวะมา อยู่ดื่มชาเป็นเพื่อนกันก่อนสิครับ”

 

“แต่ว่า...”

 

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ วันนี้ฝนตกทั้งวันเลยไม่ค่อยมีลูกค้า ผู้ชายสองคนอยู่เฝ้าร้านด้วยกันมันโหดร้ายเกินไปนะครับ” โชรงหัวเราะเสียงใส ทำลืมเรื่องธุระไปเสียจากนั้นก็ตอบรับคำเชิญของจุนมยอนอย่างร่าเริง

 

“คุณผู้ช่วย ถ้าว่างแล้วก็เชิญทางนี้นะครับ” ชานยอลผ่อนลมหายใจออก จุนมยอนเป็นคนประเภทที่ใครเห็นก็อยากเข้าใกล้ พี่ชายคนนี้มีใบหน้ายิ้มแย้มเป็นเครื่องหมายการค้า ดวงตารูปขีดโค้งดูใจดี เจ้าของร้านเก่งเรื่องผูกมิตรพอกับจัดดอกไม้ ชานยอลรู้ว่าจุนมยอนถือคติมนุษยสัมพันธ์อันดีนำไปสู่ยอดขายที่เพิ่มขึ้นเขาจึงไม่คิดจะขัดความตั้งใจของทั้งคู่ ชายหนุ่มปล่อยให้สองคนคุยกันตรงโซฟาส่วนตัวเองถอยห่างออกมา เริ่มต้นตรวจดูรอยช้ำของปักษาสวรรค์ก้านใหญ่

 

กระดิ่งตัวเล็กที่แขวนเรียงไว้กับขอบประตูสั่นกราวเป็นสัญญาณให้ชานยอลละมือจากช่อดอกไม้สีแดง ใบหน้าขาวจัดเยี่ยมมองเข้ามาก่อน พอเห็นเขาก็ทำหน้าแปลกใจก่อนจะยิ้มเสียเต็มสองแก้ม ชานยอลมองผิวแก้มสีลูกพีชสุกปลั่งแล้วก็เริ่มทำหน้าที่พนักงานที่ดี

 

“ยินดีต้อนรับครับ เรามีดอกไม้สวย ๆ ให้คุณเลือกทั้งร้าน เชิญชมดูก่อนได้ครับ” คุณลูกค้าเม้มปากเข้าหากัน สองมือจับสิ่งที่ชานยอลเพิ่งเห็นว่ามันคือสมุดเล่มหนึ่งชูขึ้นระดับคาง พอเข้ามาใกล้ในระยะที่พอใจแล้วก็ส่งเสียงเหมือนซุบซิบว่า “วันนี้จะมาหาคุณเจ้าของร้าน”

 

“อยู่ตรงโซฟาทางโน้นครับ” แขกพิเศษชะเง้อมองแล้วก็ทำตาปริบ ๆ

 

“นั่น เพื่อนชานยอลนี่นา ใช่คนที่เจอเมื่อคืนหรือเปล่า”

 

“ครับ เขามาหาเพื่อนแถวนี้เลยแวะมา พี่จุนมยอนเพิ่งชวนดื่มชาด้วยกัน” คุณหนูทำเสียงยาว ๆ ในคอ หันมาช้อนตามองคนหน้าหล่อพร้อมคำถาม

 

“คุณจุนมยอนมีแขก เราค่อยมาวันหลังดีกว่าไหมงั้น”

 

“ไม่เป็นไรหรอกครับ มาทางนี้ดีกว่า” ร่างเล็กเดินตามแผ่นหลังกว้างไปติด ๆ ชานยอลเบี่ยงตัวให้คนที่นั่งอยู่เห็นผู้มาใหม่ เอ่ยกับจุนมยอนเสียงเรียบ “คุณแบคฮยอนกำลังเขียนบทความเรื่องดอกไม้ส่งอาจารย์ อยากปรึกษาพี่” จุนมยอนจำเจ้าของดวงตาเรียวได้ทันทีเช่นกัน เจ้าของร้านเปิดยิ้มต้อนรับ กล่าวอย่างเต็มใจ

 

“ยินดีมากครับ เชิญนั่งก่อน”

 

“เจอกันอีกแล้วนะคะ” หญิงสาวที่นั่งอยู่ก่อนทักพลางยกถ้วยชาขึ้นจิบ  แบคฮยอนค้อมศีรษะเป็นเชิงตอบรับ

 

“ครับ ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้ง”

 

“รถเป็นยังไงบ้างคะ ยังเสียแบบไม่รู้เนื้อรู้ตัวอีกหรือเปล่า?” คุณหนูยิ้มเขินโดยไม่สะดุด หันไปหานายช่างใหญ่คนเมื่อคืน “ตั้งแต่เมื่อคืนก็ยังไม่เกเรนะครับแต่ถ้าเสียแถวนี้ก็คงไม่เป็นไร ผมพอรู้จักช่างฝีมือดีอยู่คนหนึ่ง”

 

“ถือเป็นเรื่องดีไปนะคะ อ่า เมื่อกี้คุณแบคฮยอนบอกว่ามีเรื่องอยากสอบถามคุณจุนมยอน เชิญตามสบายนะคะ ชานยอลคะ เราไปทางโน้นกันดีกว่าค่ะ จะได้ไม่รบกวนพวกเค้า” เร็วมาก จัดวางชีวิตคนอื่นได้รวดเร็วอย่างกับฝังโปรแกรมคำสั่งอัตโนมัติไว้ในหัว

 

“เอ่อ อย่าลำบากเลยครับ ไม่ใช่ความลับอะไร”

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากเดินดูดอกไม้ด้วย ขอตัวนะคะ” โชรงยิ้มสวยที่สุดเท่าที่จะทำได้ หญิงสาวลุกขึ้นยืนอย่างอ้อยอิ่ง แตะแขนเพื่อนชายแทนการขอให้เขาเดินนำ หล่อนรู้สึกเหมือนได้โลกทั้งใบกลับคืนมาอยู่ในมือก็ตอนที่ทิ้งหางตาให้เด็กหนุ่มคนนั้น ไม่แคร์หรอกว่าอีกฝ่ายจะมองหรือไม่มองเพราะมั่นใจว่าภายใต้หน้ากากแห่งรอยยิ้มนั้นมันจะต้องมีไฟกองใหญ่ปะทุเผาร่างเด็กนั่นอยู่แน่นอน โชรงอารมณ์ดีมาก มากจนเผลอซบหน้าลงบนท่อนแขนแข็งแรง

 

“นั่งตรงนี้ดีกว่า” เสียงทุ้มดังขึ้นเหนือหน้าผาก หญิงสาวทำท่าตกใจ รีบปล่อยมือจากเขาแล้วก็นั่งลงตรงโต๊ะจัดดอกไม้อย่างว่าง่าย มองจากตรงนี้เห็นไปถึงโซฟาที่อยู่อีกมุม คุณแบคฮยอนเริ่มคุยกับพี่จุนมยอนแล้ว

 

“เอ สองคนนั้นเค้ารู้จักกันมาก่อนหรือเปล่าคะ”

 

“ครับ คุณแบคฮยอนเป็นลูกค้าที่ร้าน พี่จุนมยอนเป็นคนรับงานตลอด” สาวสวยพยักหน้าช้า ๆ นึกกังวลเมื่อรู้ว่าคู่แข่งมีเส้นสายความสัมพันธ์ที่ทำให้เข้าใกล้ชานยอลมากกว่าที่คาดไว้ ไม่ได้การ หล่อนต้องวางเครือข่ายของตัวเองลงแถวนี้บ้างหรือไม่ก็ตัดเครือข่ายของเด็กนั่นเสีย

 

“ดูเค้าสนิทกับคุณจุนมยอนมากกว่าชานยอลอีกนะคะ”

 

“ก็คงอย่างนั้น”

 

“ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเพิ่งรู้จักกัน มองผ่าน ๆ ฉันต้องคิดว่าคุณแบคฮยอนชอบคุณจุนมยอนอยู่แน่ ๆ เลย...” โชรงเว้นจังหวะให้คนฟังถามหรือท้วงแต่เขาไม่ทำอะไรสักอย่างนอกจากรินชาเติมให้หล่อน “ดูสิคะ คุยกันไปหัวเราะไป บรรยากาศดี๊ดี เอ หรือเราจะมีลุ้นคู่นี้คะ” ชายหนุ่มยิ้มเรียบ ๆ

 

“ผมไม่แน่ใจ ไม่ค่อยถนัดเรื่องพวกนี้นักแต่เท่าที่รู้คุณแบคฮยอนเป็นคนง่าย ๆ คุยเก่งเลยเข้ากับทุกคนได้ดี กับผมหรือเพื่อนคนอื่น ๆ ก็เป็นแบบนี้” ชานยอลเคยเห็นมาแล้ว ในห้องสมุดวันนั้น ขนาดเป็นคนไม่รู้จักแบคฮยอนยังโอภาปราศรัยด้วยดีเพราะอยากรักษาน้ำใจของคนทัก คงเหมือนกับที่แสดงออกกับเขา เพราะชานยอลบังเอิญมีเรื่องต้องพบเจอกันบ่อย ๆ คุณหนูถึงจำได้และหยิบยื่นน้ำใจให้อย่างไม่หวง เสียงหัวเราะสดใส ใบหน้าแย้มยิ้ม ความเอื้ออารีนั้นคงเป็นตัวตนของคุณแบคฮยอนที่พร้อมจะมอบให้คนรอบข้างเสมอ ไม่จำเป็นว่าคนนั้นจะเป็นคนพิเศษ วูบหนึ่งชายหนุ่มนึกอยากรู้ว่าถ้ากับคนพิเศษคุณแบคฮยอนจะน่ารักมากกว่านี้สักกี่เท่านะ

 

“หมายความว่าคุณแบคฮยอนให้ความสนิทสนมกับทุกคนหรือคะ?”

 

“เรียกว่าเป็นกันเองจะถูกกว่าครับ” ถึงบุคลิกที่เห็นภายนอกยามไม่ยิ้มไม่พูดจะดูหยิ่ง ไม่สนใจใคร แต่พอได้ฟังเสียงหัวเราะแหบใสนั้นสักครั้ง คนฟังจะรู้สึกว่าตนเองได้รับเอาความรื่นเริงทั้งหมดเข้ามาสู่ชีวิตแล้ว คุณหนูจอมเชิดที่เห็นภายนอกเพียงแวบแรกกับคุณแบคฮยอนตัวจริง ไม่ได้ใกล้เคียงกันเลย

 

โชรงมองไปยังชุดโซฟา ชานยอลของหล่อนไม่ได้เอ่ยถึงเด็กคนนั้นอีกแต่เท่าที่นั่งฟังมามันก็มากเกินพอแล้ว ใบหน้าคมหวานมีเพียงความสุขุม ไม่บอกอารมณ์แต่คำพูดต่างหากที่เขย่าความหวาดระแวงในอกโชรง เสียงทุ้มออกรับแทนทุกประโยค แก้ตัวให้เหมือนรู้เช่นเห็นชาติมันดี ชานยอลรู้เรื่องเจ้าเด็กนั่น รู้มาก มากกว่าทุกเรื่องที่หล่อนเคยได้ยินจากเขา มากเกินกว่าที่โชรงจะใจเย็นอีกต่อไปได้!

 

แบคฮยอนกำมืออยู่ใต้สมุด คนตัวเล็กเพิ่มระดับความอ่อนโยนบนใบหน้ายามบังคับตัวเองให้สนใจเพียงแค่คิมจุนมยอน โชคดีที่จดคำถามมาจากบ้านแล้วยามนี้เลยได้อาศัยมันระงับความโกรธที่อาละวาดอยู่ในอก คุณหนูชวนเจ้าของร้านคุยได้อย่างเป็นธรรมชาติ มีเสียงหัวเราะดังขึ้นตลอดเวลาของการสัมภาษณ์แบบไม่เป็นทางการ คุณหนูบันทึกเสียงของจุนมยอนด้วยโทรศัพท์มือถือหนึ่งในสามเครื่อง ขอถ่ายรูปประกอบไปหลายรูปและชายหนุ่มก็อนุญาตอย่างใจกว้าง แบคฮยอนตั้งใจกับการทำงานโดยไม่หันไปมองด้านหลังเลยแม้แต่ครั้งเดียว

 

ทนอยู่หลายนาที ปาร์คโชรงก็ยังไม่ยอมห่างจากชานยอล

 

ในอารมณ์ที่เอาแต่ใจจนเคยตัว แบคฮยอนโกรธโชรงแล้วก็พาลไปถึงตัวต้นเหตุ รายหลังนี้คุณแบคฮยอนทั้งโกรธทั้งงอน(โดยที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวเช่นเคย) ชานยอลนะชานยอล ทำไมต้องแยกไปนั่งกับผู้หญิงคนนั้นสองต่อสองด้วย เราไม่ได้ห้ามสักหน่อยว่าไม่ให้นั่งด้วยกัน อยากนั่งเบียดเบาะชิดเบาะก็จะไม่ดุไม่ว่าสักคำ ถ้าชานยอลอยู่แบคฮยอนก็จะได้มีจังหวะหันไปถามบ้าง บางทีอาจได้ข้อมูลเชิงลึกประมาณว่าคุณแม่ของชานยอลนั้นชอบดอกไม้ชนิดไหน เผื่อวันหนึ่งข้างหน้ามีโอกาสได้ไปฝากตัว(ซึ่งมันแน่นอนอยู่แล้ว) คุณแบคฮยอนจะได้เลือกซื้อดอกไม้ให้ถูกใจท่าน หรือถ้าจะขอคุณแบคฮยอนเป็นแฟนต้องมีดอกอะไรในช่อดอกไม้นั้นบ้างเป็นเรื่องที่ชานยอลต้องรู้ทั้งนั้น แล้วนี่มันอะไร ไม่ยอมอยู่กับคุณแบคฮยอนไม่พอยังปล่อยให้ผู้หญิงคนนั้นควงแขนแนบชิด ปลีกตัวไปสร้างโลกกันอยู่สองคนไม่สนใจเรา

 

คุณแบคฮยอนโกรธ โกรธ แล้วก็โกรธมาก ๆ ด้วย คอยดูเถอะ ถ้าเขียนสรุปตรงนี้เรียบร้อยแล้วจะเดินเชิดออกไปแบบไม่ทักไม่ลา เอาให้มันรู้กันไปเลยว่าคุณหนูโกรธชานยอลแล้ว!

 

“ขอตัวสักครู่นะครับ” โทรศัพท์อีกเครื่องร้องเพลงรักบอกว่ามีคนโทรมาและคน ๆ นั้นคือลูกผู้น้องที่ไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่ แบคฮยอนสะกดกลีบปากเข้าหากัน โทรมาได้จังหวะมากดำ

 

“ฮัลโหล แบคฮยอนพูดครับ” คนตัวเล็กเอ่ยเสียงใส หันหน้าเข้ากระจกเพื่อมองเงาสะท้อนที่ไม่อยากเห็น

 

( แบคฮยอน นี่ผมเอง )

 

“รู้แล้ว”

 

( อ้าว รู้แล้วทำไมรับสายแปลก ๆ อยู่ไหนน่ะ )

 

“หาข้อมูลเขียนบทความอยู่ข้างนอก ถามทำไม จะตามมาช่วยหรือ” ได้ยินเหมือนเสียงวัตถุกระทบกันดังกรุ๊งกริ๊ง จงอินคงกำลังสังสรรค์กับผองเพื่อนเนื่องในโอกาสวันหยุดเช่นเคย แล้วไอ้หมีมันโทรมาหาเขาตอนกำลังกินเหล้ากับเพื่อนทำไม ( อยากช่วยแต่ไม่ว่าง พอดีผมได้ยินข่าวแปลก ๆ มาเลยจะโทรมาบอกแบคฮยอนไว้ก่อน มันเกี่ยวกับชานยอล...)

 

“อะไรนะ!” คุณหนูร้องเสียงดัง เกือบปัดตะกร้าเดซี่ตกพื้น

 

โชคดีที่มือหนารับมันไว้ได้ทัน

 

ชานยอล!

 

มายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

 

แบคฮยอนยืนตัวแข็ง ฟังปลายสายเล่าเรื่อง สองตาก็มองใบหน้าคมไม่กะพริบ อะไร ยังไง ใครมันพูด คนมันเล่า เอาเรื่องมาจากไหน แล้ว...แล้วเจ้าตัวล่ะ ชานยอลว่ายังไงบ้าง แบคฮยอนอยากรัวคำถามใส่คนแจ้งเรื่องแต่ก็ทำไม่ได้ ชานยอลก้าวเข้ามาแล้วก็ไม่ยอมถอยไป อยากรู้มากแค่ไหนก็ทำได้แค่นัดให้น้องชายมาหาที่บ้านอีกหนึ่งชั่วโมงต่อจากนั้นพร้อมรายละเอียดของเรื่องทั้งหมด

 

ชานยอลเห็นแล้วว่าอีกคนมีอาการผิดปกติที่...น่าจะเกี่ยวกับเขา

 

ชายหนุ่มรอจนคุณหนูวางสายแล้วจึงเอ่ยถาม

 

“มีอะไรหรือเปล่าครับ” การละลาบละล้วงเรื่องของผู้อื่นถือเป็นเรื่องผิดวิสัยมนุษย์สันโดษผู้แสนสุภาพอย่างยิ่ง ชายหนุ่มไม่เคยนึกอยากทำแต่ก็เผลอแสดงความอยากรู้ออกไปแล้ว ทว่าแบคฮยอนกลับก้มหน้าต่ำ ศีรษะเล็กสั่นไปมา ไม่กล้าพูด ไม่รู้ว่าชานยอลคิดยังไงกับเรื่องที่เกิดขึ้น เมื่อกี้ก็ไม่ได้ถามจงอินด้วยสิว่าเจ้าตัวรู้เรื่องหรือยัง

 

โอย เวิ่นเว้อ กลับไปตั้งหลักก่อนเถอะแบคฮยอน

 

“ผม ต้องกลับแล้วล่ะ พอดีมีธุระ” ชานยอลใจหาย เดาจากอาการแปลก ๆ และสายตาตอนคุยสายชานยอลค่อนข้างมั่นใจว่ามันเกี่ยวกับข่าวลือที่แพร่ไป แต่อะไรก็ไม่ทำให้มั่นใจเท่าสรรพนามที่กลับไปเป็นเหมือนเมื่อแรกเจออีกครั้ง คุณแบคฮยอนรู้ตัวหรือเปล่าว่ากำลังถอยห่างจากชานยอลไปทีละก้าว ทีละก้าว

 

“ต้องกลับเดี๋ยวนี้เลยหรือครับ อยู่ต่ออีกหน่อยไม่ได้หรือ?” และชานยอลก็คงไม่รู้ตัวว่าน้ำเสียงตนนั้นเว้าวอนขออย่างที่ไม่เคยทำ

 

“ไม่ ไม่ได้”

 

“คุณแบคฮยอน ผม มีเรื่องจะคุยด้วย” ใบหน้าเนียนยอมเงยมองมาจนได้ ชานยอลอึกอัก เขาไม่เคยเกลียดทักษะการพูดของตัวเองมากเท่าวันนี้มาก่อนเลย ไอ้ที่เตรียมไว้ว่าจะบอกอย่างสงบมันเหลวไปหมดเมื่อเจอดวงตาเรียวยาวเต้นระริก รอคอย

 

“ชามาแล้วค่ะ อ้าว คุณแบคฮยอนจะกลับแล้วหรือคะ” คนทั้งคู่ละสายตาออกจากกันแทบทันที แบคฮยอนขุ่นใจกับการขัดจังหวะอย่างจงใจนั้นแต่ก็ไม่เท่าเคืองคนตัวโตที่เปลี่ยนท่าทีไปจากเดิมได้อย่างรวดเร็ว ชานยอลเป็นฝ่ายถอยบ้าง ร่างสูงเปิดทางให้แบคฮยอนเองก็มีเรื่องที่อยากรู้รออยู่ที่บ้าน คุณหนูจึงบอกลาทุกคนได้อย่างไม่ลำบากนัก

 

 

 

 

 

 

จอมโหดของจงอินนอนหมดสภาพอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ตอนที่เขาลองจิ้ม ๆ นิ้วลงบนท่อนแขนขาวก็มีแค่เสียงครางอือออตอบกลับมา ชายหนุ่มเลี่ยงเข้าห้องครัว หาเครื่องดื่มบริการตัวเองแล้วก็ถือติดมือออกมานั่งเหนือศีรษะเจ้าของห้อง

 

“ผมมาแล้ว เชิญซักฟอกได้”

 

“เล่ามา คนเค้าพูดถึงเรื่องฉันยังไงบ้าง”

 

“เรื่องพี่? มันเกี่ยวอะไรกับพี่ล่ะแบคฮยอน เรากำลังพูดถึงข่าวลือที่ไอ้ชานยอลมันควงเด็กไปกินข้าว ร้องคาราโอเกะ นั่งรถเล่น แล้วก็...” ร่างเล็กพลิกตัวนอนหงาย แบคฮยอนกลอกตาขึ้นมองน้องชาย เสริมอย่างผู้รู้จริง “แล้วก็หาหนังสือในห้องสมุดคณะฉัน”

 

“ใช่ ห้องสมุดคณะพี่...” แบคฮยอนไม่รอให้คนน้องคิดออก ร่างเล็กพลิกตัวนอนคว่ำอีกครั้ง บอกเน้น ๆ

 

“นั่นน่ะ ฉันเอง” จงอินถือแก้วน้ำค้าง

 

“ล้อเล่นใช่ไหม” คนตัวเล็กไหวไหล่ ไม่มีความอ่อนหวานหลงเหลืออยู่ในกริยาท่าทางแต่จงอินชินเสียแล้ว พี่ชายเขาจะหวานกับคนที่อยากหวาน ตอนที่อยากหวานเท่านั้น แบคฮยอนในยามปกติก็...ร้ายแบบปกตินั่นแหละ ก็ถ้าไม่ร้ายจะเข้าถึงตัวเพื่อนผู้สันโดษของเขาจนเป็นข่าวขึ้นมาได้ยังไง มันเพิ่งไม่กี่อาทิตย์ก่อนเองไม่ใช่หรือที่แบคฮยอนประกาศว่าชอบชานยอล นับนิ้วแล้วมันยังไม่ถึงเดือนเลยนะ ไม่ถึงเดือนกับคนที่หวงโลกส่วนตัวสุด ๆ อย่างไอ้ชานยอลเนี่ยนะ มันจะแปลกเกินไปแล้ว

 

“มันเกิดขึ้นได้ยังไง ทำไมถึงเป็นแบคฮยอน”

 

“เมื่อคืนรถฉันเสียอยู่แถวสถานี...” เจ้าของเรื่องยักคิ้วเมื่อน้องชายยื่นหน้าเข้ามาจนชิด ดวงตาเรียวยาวมองตอบ ท้าทายให้จงอินเอ่ยความข้องใจในสายตาออกมาเป็นคำพูด คนเคยยอมมาตลอดยี่สิบปีหรือจะกล้าหือขึ้นมาในคืนเดียว “ชานยอลช่วยซ่อมให้ฉันเลยอาสาไปส่งเค้าแถวบ้าน ส่วนเรื่องที่ห้องสมุดก็ตามนั้น เขามาหาหนังสือทำรายงาน ฉันเลยช่วยในฐานะเจ้าถิ่น เอาล่ะ เล่ามาสิว่าคนเค้าลือกันยังไงบ้าง”

 

“ให้ตาย แล้วผมจะกลุ้มไปทำไมเนี่ย”

 

“กลุ้มเรื่องอะไร เป็นข่าวกับคนที่ชอบมันเสียหายตรงไหน”

 

“ก็ตอนแรกผมไม่รู้ว่าเป็นแบคฮยอน รู้ข่าวเมื่อคืนก็ดึกแล้วเกือบนอนไม่หลับ ตื่นเช้ามาก็รีบบึ่งรถไปถามกับเจ้าตัว ถ้ารู้อย่างนี้ไม่เสียเวลาเครียดก็ดีหรอก” แบคฮยอนปีนข้ามไปนั่งเบียดบนเก้าอี้นวมตัวเดียวกับน้องชาย โอบแขนเอาน้องมากอดซุกอก เกลือกหน้าลงกับเรือนผมสีน้ำตาลเข้มแบบรักสุด ๆ

 

“โอ๋ ๆ คิมจงดำ เป็นห่วงพี่ชายหรอกหรือ เป็นเด็กดีจังเลยน้า” จงอินตีหน้าหน่าย ก็จริงที่เขาเป็นห่วงแบคฮยอนแต่ไม่มากเท่าที่ห่วงความปลอดภัยของตัวเอง คนเข้มแข็งอย่างแบคฮยอนถ้าต้องเจ็บปวดเพราะเรื่องอะไรสักเรื่อง ใช้เวลาเยียวยาไม่นานก็หาย อาจจะหนึ่งวัน หนึ่งสัปดาห์หรือหนึ่งเดือนแต่ไม่นานเท่าระยะเวลาที่จงอินต้องรักษาแผลช้ำในแน่นอน

 

“กลัวพี่จะเสียใจใช่ไหม ไม่ต้องห่วงหรอก เพื่อนนายเป็นคนดีเค้าไม่มีทางทำให้พี่เสียใจแน่นอน” พูดเหมือนอีกฝ่ายเค้าตกลงใจจะร่วมชีวิตด้วยแล้วอย่างนั้น

 

            “แล้วชานยอลว่าไงบ้าง เค้า...แบบว่า เขิน ไหมที่ต้องตกเป็นข่าวกับพี่”

 

            “ทำไมต้องเขิน?”

 

            “อ๊าววว ก็ฉันยังเขินเลย โดนลือว่าไปเดทกับแฟน เป็นใครก็ต้องเขินอยู่แล้ว แย่แล้วอ่ะ เจอกันครั้งต่อไปจะทำหน้ายังไงดี เมื่อกี้ก็ไม่ทันได้พูดกัน แย่แน่เลยจงอิน” จงอินกระแทกลมหายใจแบบไม่ห่วงปอดและหลอดลม ชายหนุ่มจับใบหน้าเรียวไว้ด้วยสองมือ บังคับให้แบคฮยอนเงยหน้าฟัง

 

“เลิกเพ้อสักเดี๋ยวได้ไหม พี่ไม่เข้าใจอะไรเลยหรือไงแบคฮยอน ไอ้ชานยอลมันไม่ได้เขิน ไม่ได้อายแต่มันโกรธ”

 

            “โกรธ! โกรธทำไมอ่ะ”

 

            “ก็มันไม่ใช่ความจริง แบคฮยอนกับมันไม่ได้เป็นแฟนกันพอมีคนเอาไปพูดผิด ๆ ชานยอลมันเลยไม่พอใจ ผมเคยบอกแล้วไม่ใช่หรือ ชานยอลมันเป็นพวกรักสันโดษ ไม่ชอบให้ใครมายุ่งกับชีวิตมัน ถ้าพี่เข้าไปหามันพร้อมความวุ่นวายผลจะเป็นยังไงรู้ไหม” ดวงตาเรียวสวยกรอกซ้ายขวา ไม่อยากรู้เลย ถ้ามันเป็นผลร้ายคุณแบคฮยอนไม่อยากรู้สักนิด “หมอนั่นจะถอยห่าง แล้วพี่จะหมดโอกาสทำแผนรถเสียเรียกช่างกลางดึกอีก”

 

            “ก็ช่างสิ แผนอื่นมีอีกเป็นร้อยแผน กลัวอะไร”

 

            “จะมีหมื่นแผนก็เปล่าประโยชน์ถ้าพี่ไม่มีโอกาสเข้าใกล้อีกฝ่าย”

 

            “ไอ้น้องบ้า...”

 

            “อ้าว แล้วมาด่าผมทำไม เตือนเพราะหวังดีนะ”

 

            “นายนั่นแหละ! เราไม่ได้เป็นคนสร้างข่าวลือเสียหน่อย นายจะมาดุเราทำไม” สรรพนามห่างเหินระดับที่สองพร้อมร่างเล็กที่ปีนกลับไปนั่งโซฟายาว จงอินต้องตะเกียกตะกายตามไปง้อ โอบไหล่เล็กโยกไปมาอย่างเอาใจ “ผมไม่ได้ดุ แค่เตือนเพราะเป็นห่วง พี่ต้องจำไว้อีกอย่างนะแบคฮยอน ชานยอลระวังเรื่องความสัมพันธ์กับคนอื่นมาก มันบอกแล้วว่ายังไม่พร้อมจะรับใครเข้าไปในชีวิต ใครก็ตามที่คิดฝืนกฎนั้นนอกจากจะไม่สมหวังแล้วอาจต้องเจ็บปวดสาหัส ผมไม่อยากให้พี่เป็นคนนั้น”

 

            “เค้าโกรธมากเลยหรือ?”

 

            “ก็พอดู ถึงขั้นอาฆาตไอ้พวกที่มันปล่อยข่าว” คุณหนูดึงหมอนมากอด แนบแก้มกับสัมผัสนุ่มฟูของผ้าฝ้ายแท้ สองตาเหม่อลอย หยุดพูดไปเสียเฉย ๆ

 

            “แบคฮยอน บางทีพี่อาจต้องทำใจบ้าง” ไม่รู้ว่าพี่ชายกำลังทำใจอยู่หรือเปล่าแต่ใบหน้าเล็กไม่แสดงอารมณ์ใดออกมาเลย จงอินเห็นแล้วก็ทนไม่ไหว โทษพวกผู้ใหญ่ในตระกูลก็แล้วกันที่สั่งสอนให้เขาต้องคอยดูแลเทคแคร์แบคฮยอนมาตั้งแต่จำความได้ ทั้งฝืนใจทั้งเต็มใจสลับกันไปแต่มันก็กลายเป็นความผูกพันของพี่น้อง กลายเป็นความเคยชินที่ต้องยอมลงให้พี่ชายเสมอ

 

“ที่จริง ชานยอลมันไม่ได้ห่วงตัวเองหรอก มันคงกลัวว่าพี่จะเสียชื่อเพราะไปมีข่าวกับคน...ธรรมดาแบบมัน” แบคฮยอนยังคงเฉย จงอินเลื่อนตัวลงนั่งบนพรม กะให้ระดับสายตาใกล้เคียงกับคนที่นอนเงียบอยู่ มือคร้ามลูบเรือนผมนุ่มเบามือ “ชานยอลกลัวว่าพี่จะไม่พอใจข่าวลือนั่น มันคงแคร์ความรู้สึกแบคฮยอนอยู่นิดหนึ่งแหละ”

 

“อือม์ ขอบใจ...”

 

“แบคฮยอนน่า อย่าทำแบบนี้สิ”

 

“ช่างเถอะ ฉันจะเข้าไปทำงาน ถ้านายยังไม่กลับก็หาอะไรทำไปก็แล้วกัน” ไม่ว่าจงอินจะพยายามพูดอะไรต่อแบคฮยอนก็ไม่ฟังอีก ร่างเล็กเดินลากเท้าเข้าไปในห้องส่วนตัว ปิดประตูตามหลังแล้วก็ทิ้งตัวลงบนเบาะนุ่ม คุณหนูกดสวิตช์ปิดการรับรู้ทุกสิ่ง จมหน้าลงกับหมอนใบใหญ่ กำหนดลมหายใจเข้าออกเพื่อให้หัวว่างแล้วก็บอกตัวเองให้หลับ หลับเพื่อเติมพลังอีกครั้ง

 

แบคฮยอนหลับไปประมาณหนึ่งชั่วโมง เด็กหนุ่มตื่นขึ้นมากลางดึก เดินมึน ๆ ออกไปข้างนอกก็ไม่เห็นจงอินแล้ว น้องชายคนสนิทรู้ดีว่าตอนไหนควรอยู่ ตอนไหนควรรีบไปให้ไกล ร่างเล็กเดินเข้าครัวเทน้ำผลไม้ดื่มหนึ่งแก้วเต็ม ๆ ท้องร้องโครกครากแต่กลับไม่นึกอยากทานอะไร เมื่อเช็คโทรศัพท์ทั้งสามเครื่องแล้วเห็นว่าไม่มีสายสำคัญจึงโยนมันไว้ที่เดิม แช่น้ำอุ่นดีกว่าจะได้สบายตัวขึ้น คุณหนูหยิบเสื้อคลุมออกจากตู้ ทำทุกอย่างไปตามขั้นตอนปกติราวกับไม่มีเรื่องชานยอลอยู่ในหัว

 

ตราบจนฝืนกลั้นลมหายใจอยู่ในน้ำครบสามสิบวินาทีแล้วโผล่พรวดขึ้นมาอีกทีนั่นแหละ ใบหน้าเรียวสวยถึงปรากฏรอยยิ้มกว้าง แบคฮยอนจับตุ๊กตาเป็ดยางสีเหลืองมาบีบเล่น หัวเราะลงคออย่างมีความสุข

 

 

 

 

 

 

 

จะสรุปว่าโดนหลบหน้าอย่างจงใจก็คงไม่ผิดเสียทีเดียว

 

ชานยอลคลึงปลายนิ้วกับริมฝีปากพลางทอดถอนใจ หนึ่งสัปดาห์เต็มที่บยอนแบคฮยอนหายไปจากวงจรชีวิตเขา ไม่มีรอยยิ้ม ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีสีหน้าแปลกใจยามพบเจอกันโดยบังเอิญ...เพราะว่าไม่มีการพบกันเลย ความจริงแล้ว ถ้าหากไม่ได้สังเกตหรือคิดถึงอีกฝ่ายอยู่ตลอดเวลาชานยอลคงมองไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ เขากับคุณแบคฮยอนเพิ่งรู้จักกันไม่นาน ไม่ถึงสองเดือนด้วยซ้ำ พบกันไม่เกินห้าหรือหกครั้ง ไม่ได้ผูกพันกันจนขาดอีกฝ่ายไม่ได้ ไม่ได้สำคัญจนต้องเก็บมาเป็นอารมณ์ใส่ใจ แต่ที่ทำให้ชานยอลคิดว่าตนกำลังโดนหลบหน้าเพราะคิมจุนมยอนบอกว่าแบคฮยอนแวะไปที่ร้านสองสามครั้งในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ชายหนุ่มยอมรับว่ารอโอกาสที่จะได้เจอฝ่ายนั้นอยู่ มีเรื่องที่อยากทำความเข้าใจรวมถึงขอโทษที่ทำให้เกิดข่าวลือทางลบแพร่ออกไป หากแต่แบคฮยอนก็เงียบหาย ชานยอลเองก็ยุ่งกับตารางชีวิตตัวเองจนบางครั้งก็ลืม แต่เมื่อไหร่ที่พอมีเวลาว่างเขาก็จะคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมาอีก

 

นักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์นึกดีใจที่ต้องไปคืนหนังสือให้ห้องสมุดคณะอักษรศาสตร์วันนี้ เขาแอบคิดว่าแบคฮยอนจงใจหลบหน้า สาเหตุคงไม่พ้นเรื่องข่าวลืออันมีต้นตอมาจากเพื่อนร่วมคณะ สำหรับเขามันเป็นเรื่องธรรมดา ชานยอลไม่ใช่คนดังอะไร เป็นแค่นักศึกษาธรรมดาจะมีข่าวกับใครก็เป็นแค่เรื่องที่พูดถึงกันในกลุ่มเพื่อน วันสองวันก็เงียบไป แต่แบคฮยอนอยู่ในโลกอีกใบหนึ่ง คุณหนูบยอนมีสังคมที่ต่างจากเขา มีชื่อเสียงที่ต้องรักษา การตกเป็นข่าวกับชานยอลอาจทำให้เสียหายและอาจกระเทือนไปถึงความสัมพันธ์กับคนอื่น หากเจ้าตัวจะถอยห่างเพื่อให้พ้นจากข่าวคาว เขาก็เข้าใจ

 

ถึงจะเสียดายมิตรภาพที่กำลังงอกเงย เขาก็เข้าใจ

 

ร่างสูงจอดรถเอาไว้ที่คณะ วันนี้เลิกเรียนเร็ว เขาจึงมีเวลาเหลือพอจะเดินไปกลับได้ ชานยอลถือหนังสือสามเล่มเดินมาถึงคณะอักษรศาสตร์ พอผ่านม้าหินอ่อนก็อดมองไปยังจุดที่เคยโดนเจ้าถิ่นถอยมาชนไม่ได้ จำได้ว่าตอนนั้นคนตัวเล็กชนเขาเองแล้วก็ล้มลงไปเอง ชานยอลหัวเราะโดยไม่มีเสียง ก้าวผ่านลานสันทนาการเมื่อเห็นว่าโต๊ะตัวนั้นว่างเปล่า ขายาวย่ำลงไปบนพรมหนาสีเทาเข้ม พอคืนหนังสือที่โต๊ะบรรณารักษ์เสร็จก็เป็นอันว่าหมดธุระ อุตส่าห์มาถึงนี่แต่ก็คงเหลวตามเคย

 

“โอ๊ะ! ขอโทษครับ”

 

“คุณแบคฮยอน”

 

“ชานยอล...” เหลือเชื่อแต่ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง ๆ ชานยอลไม่รู้ตัวเลยว่าเผลอสูดลมหายใจเข้าอกแล้วก็ยิ้มออกไป เขาหมดหวังแล้วว่าจะเจออีกฝ่าย คืนหนังสือเสร็จก็เดินอ้อมระเบียงหินอ่อนตั้งใจจะออกไปทางด้านหลังตึก กำลังจะเปิดประตูออกไปคนข้างนอกก็ดันเข้ามาเสียก่อน

 

“ขอ ขอโทษนะ เราเปิดผิดด้านเอง ที่จริงมันต้องดึงออกแต่เราดันผลักเข้า ชนชานยอลเลย” ชายหนุ่มบอกว่าไม่เป็นไร พอเสียงแหบถามว่าเจ็บตรงไหนหรือไม่เขาก็ตอบคำเดิม ทั้งสองยืนขวางตรงประตูพอคนกลุ่มหนึ่งเดินผ่านแบคฮยอนก็เปิดประตูออกไปข้างนอก ชานยอลก้าวตามแต่ก็คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรต่อจากนั้น

 

ร่างขาวจัดยืนต้นลม กลิ่นหอมอ่อนจางลอยมาทักทายฆานประสาทคนตัวโตกว่า ความสามารถในการเจรจาของชานยอลบกพร่องลงอย่างฉับพลันเพราะกลิ่นหอมนั้น ยิ่งแบคฮยอนเพลินกับการชื่นชมร่มไม้ใบเขียวนานเท่าไหร่บรรยากาศระหว่างทั้งคู่ก็ยิ่งอึดอัดมากเป็นทบทวี ครั้นเมื่อคนตัวเล็กวางมือบนราวระเบียงสีอ่อนชานยอลก็ตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้

 

“ผมมีเรื่องจะพูดด้วย ขอเวลาสักครู่ได้ไหมครับ”

 

“ได้สิ ทำไมจะไม่ได้ล่ะ” ใบหน้าน่ารักส่งยิ้มมาให้ ชานยอลมองปลายนิ้วที่ประสานเข้าหากันแล้วก็เหยียดยิ้ม ไม่ใช่แค่เขา คุณหนูเองก็ตะขิดตะขวางใจไม่น้อย ถ้าแบคฮยอนเป็นคนดีน้อยกว่านี้ อ่อนโยนน้อยกว่านี้ คงเชิดหน้าทำเป็นมองไม่เห็นเขาไปแล้ว รีบพูดเถอะชานยอล จะได้หมดเรื่องค้างคาใจไปเสีย

 

“เรื่องข่าวลือ...” แบคฮยอนหน้าเสียไปทันที คนตัวเล็กเบนหน้าไปอีกทาง สีหน้าเหมือนกลัวที่จะฟัง ชานยอลหยุดคิดอีกครั้ง มันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลย ไม่ใช่เรื่องซีเรียสถึงขนาดที่จะต้องกลัว แค่บอกไปว่าเขาเตือนคนปล่อยข่าวแล้วและจะไม่ให้เกิดเรื่องทำนองนี้อีก ถ้าคุณแบคฮยอนยังไม่พอใจเขาก็ยินดีทำให้พอใจด้วยการบอกลา แต่ทำไม ปากมันถึงได้หนักนัก

 

“ผม...”

 

“ขอโทษนะ!” ดวงตาคมลุกวาบ ชานยอลนิ่งขึง มองร่างเล็กโค้งตัวค่ำราวกับคนบื้อใบ้ ความไม่เข้าใจแล่นเข้าครอบครองการรับรู้ ยิ่งเมื่อแบคฮยอนขอโทษซ้ำสอง ชายหนุ่มยิ่งงงหนัก

 

“เราขอโทษ”

 

“เรื่องอะไรครับ?”

 

“เรื่องข่าวลือ ขอโทษที่ทำให้ชานยอลต้องเดือดร้อน แต่...แต่เราไม่ได้ตั้งใจนะ ขอโทษที่ทำให้ชีวิตนายวุ่นวายไปด้วย” แพขนตาดกหนากะพริบถี่ ชานยอลพิงร่างกับไอเย็นของเสาหินอ่อน เขาตั้งใจมาขอโทษเพราะคิดว่าคุณแบคฮยอนโกรธเคืองเรื่องข่าวที่แพร่ออกไป ไม่คิดว่าจะเป็นฝ่ายมารับคำขอโทษเสียเอง แสดงว่าตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาคิดถูกเรื่องที่แบคฮยอนแคร์ข่าวลือมากแต่เพราะสาเหตุที่ต่างออกไป

 

“ผมต่างหากที่ต้องขอโทษ”

 

“ขอโทษทำไม ชานยอลไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย”

 

“แต่ผม เพื่อนผมทำให้คุณแบคฮยอนต้องตกเป็นข่าวเสียหาย” คนตัวเล็กเอียงคอ ปอยผมสีเข้มถูกลมพัดเคลียแก้มใส คุณหนูปัดมันออกอย่างไม่ใส่ใจ

 

“เสียหายอะไร เราต่างหากที่ทำให้ชานยอลต้องลำบาก คุณจุนมยอนบอกว่าชานยอลรักสันโดษ เกลียดความวุ่นวาย ไม่ชอบให้ใครล้ำเส้น แล้วเราอ่ะ...เจอกันแค่ไม่กี่ครั้ง ก็ทำทั้งหมดที่ชานยอลเกลียดเสียแล้ว” ไม่ใช่ คุณแบคฮยอนไม่เคยทำหรือถ้าจะทำชานยอลก็ไม่เคยหยุดคิดถึงจุดนี้ มันไม่ใช่ปัญหาแน่นอน ใครมันทำให้คน ๆ นี้คิดไปได้นะ

 

“คุณไม่โกรธเรื่องข่าวเลยหรือ?”

 

“โกรธสิ ข่าวนั่นทำให้เราไม่กล้าเจอนายเลยนะ”

 

“ผมหมายถึง...คุณแบคฮยอนมีข่าวว่ากำลังเดทกับผมนะ คนเค้าพูดกันอย่างนั้น” คุณหนูเกาะระเบียงแล้วยืดตัวออกไปรับลมด้านนอก เสียงเล็กบอกง่าย ๆ ให้ความกระจ่างสำหรับทุกปัญหาที่ผ่านมาในรอบเจ็ดวัน “ก็เราไม่ได้ทำแบบนั้นนี่นา เรื่องจริงมันเป็นยังไงก็รู้อยู่ เราเพิ่งจะเป็นเพื่อนกันด้วยซ้ำ”

 

“ผมคิดว่า คุณอาจไม่พอใจที่ต้องมาเกี่ยวข้องกับคนระดับผม” เพราะคำว่าระดับและน้ำเสียงลังเลนั่นกระมังที่ทำให้คุณหนูเข้าใจเรื่องราวทั้งหมด แบคฮยอนกระโดดลงมายืนบนพื้น มองคนตัวโตกว่าด้วยสายตาไม่พอใจอย่างไม่ปิดบัง

 

“หาความ ดูถูกเรานี่”

 

“ผม ไม่ใช่แบบนั้น คุณแบคฮยอน เดี๋ยวก่อน! ผมแค่...” ช่วงขายาวกว่าย่อมได้เปรียบ ชานยอลก้าวเข้าดักหน้าคนตัวเล็กไว้ได้ แต่เรื่องการต่อปากต่อคำ เขาว่าเขาแพ้นะ ตอนนี้ก็รู้สึกเหมือนจะแพ้คนทั้งโลกเลยเถอะ

 

“แค่อะไร?”

 

“แค่กลัวว่ามันอาจมีผลกับชื่อเสียงของคุณ”

 

“สรุปจากที่พูดมาทั้งหมดก็คือนายคิดว่าเราเป็นพวกคุณหนูหัวสูง เหยียดชนชั้น แคร์ชื่อเสียงมากกว่าเพื่อน เพราะฉะนั้นเราจะต้องไม่พอใจที่ตัวเองมีข่าวกับนาย” เด็กช่างว่าสาธยายเหมือนนั่งอยู่ในใจเขามาตลอดเจ็ดวันเลยเถอะ ชานยอลไม่ถนัดเรื่องโกหกแล้วก็มั่นใจว่าคงไม่ดีแน่ถ้าจะเริ่มฝึกตอนนี้

 

“ผม...ขอโทษ...” ดวงตาสีเข้มบอกความนัยตรงกับสิ่งที่เอ่ยไป แบคฮยอนเม้มปาก ไม่ลืมส่งสายตาตัดพ้อแบบแจ่มแจ้งสุด ๆ กลับคืนให้ ร่างขาวขยับหันข้างชานยอลก็ทำอย่างอื่นไม่เป็นนอกจากก้าวตาม ที่เขากำลังทำอยู่นี่มันเรียกว่าอะไร มันจำเป็นไหมในสถานการณ์นี้ ชายหนุ่มถามตัวเองโดยไม่สนใจคำตอบนัก สมาธิเขาจดจ่ออยู่ที่คนตัวเล็ก รอว่าเมื่อไหร่คุณแบคฮยอนจะยอมทำลายความเงียบระหว่างกันทิ้งเสีย

 

“สัญญาได้ไหมว่าต่อไปจะไม่คิดอะไรไร้สาระแบบนี้อีก” ชานยอลรับคำทั้งที่ยังไม่ค่อยเข้าใจอะไรนัก แต่ก็ยังรอ สิ่งที่หวัง ทุกครั้งที่พบหน้า เขาจะต้องได้รับมันจากคุณแบคฮยอน

 

“เลี้ยงไอศกรีมโคนของแม็คแล้วจะหายโกรธ”

 

คุณหนูเปิดยิ้มเต็มสองแก้มแถมข้อยุติที่ทำให้ผู้ชายตัวสูงใหญ่อย่างปาร์คชานยอลปฏิเสธไม่ได้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#lovelycb

 

เราขอย้ำอีกที คุณชายคิมเป็นของเราาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 338 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5,829 ความคิดเห็น

  1. #5809 Pinkkaboo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กันยายน 2563 / 19:05
    งู้ยยยยยยยยย ง้องอนกันดั้วะ
    #5,809
    0
  2. #5802 _GGP (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2563 / 17:10
    น่ารักไปหมด อ้ยยย คุณหนูของป้าาา #รับบทแม่นม 5555
    #5,802
    0
  3. #5786 EATWELL (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2563 / 13:29

    น้วยค่ะแม่น้วยไปหมดแง

    #5,786
    0
  4. #5771 nut_si_na (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 07:16
    ขอได้ไหมผู้ชายของเธอ มันน่ารักไปหมดดด
    #5,771
    0
  5. #5743 YunewG (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:54

    ของง้อทำไมน่ารักแบบนี้คุณหนู แงงงงงง อนาคตสดใสได้หรือยังคะ ยัยคุณโชรง.. ขอโทษนะคะ กรุณาอยู่ในที่ขอตัวเองค่ะ 5555555555
    #5,743
    0
  6. #5710 pbcy (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 19:39
    กรี้ดดดดดทำไมงอนน่ารักขนาดนี้คุณหนูน้องแบคคคค
    #5,710
    0
  7. #5609 ERI1485 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 22:07

    ชานยอลคนดีเกินจนอยากลงเรือไคแบคแล้วเนี่ย

    #5,609
    0
  8. #5578 FanMk_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 17:54
    แหมมมมม ไคแบคดีมากเว่ออ 555555
    #5,578
    0
  9. #5547 ฮุนนน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2561 / 04:12

    นี่อยากให้มันเป็นไปตามธรรมชาตินะจะได้ไม่มีใครต้องพยายามอยู่ฝ่ายเดียว

    #5,547
    0
  10. #5501 kmxiioxe_ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 เมษายน 2561 / 17:31
    เกิดการแย่งซีน ชานยอลเริ่มชอบคุณแล้วแน่ แต่ตอนนี้เขินพี่คุณหนูกับน้องคุณชายมาก น่ารักโคตร ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่น้องนะ! 55555555
    #5,501
    0
  11. #5480 thewinterarcher (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 21:14
    อยากได้คุณชายคิมเป็นของตัวเองอ่ะ เราสัญญาว่าเราจะทำตัวน่ารักๆ ไม่วุ่นวาย (เหมือนใครบางคน55555555555)
    #5,480
    0
  12. #5443 แม่ยกเลโอเอ็น (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 21:57
    ชอบจงอินอ่ะ
    #5,443
    0
  13. #5417 Pinkuplatong (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2560 / 23:27
    คุนชายคิมของเราด้วยคน แบคมันร้ายนะคะหัวหน้า
    #5,417
    0
  14. #5384 sweetticb (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 18:07
    ขอเกลียดไรทได้มะ 5555555555 มีความจิ้นตัวเองกับคุณหมีหนักมาก หนูแบคก็ต้องยอม 55555
    #5,384
    0
  15. #5370 kaisooilove (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 23:13
    อยากจะเปิดศึกแย่งชิงคุณชายคิมกับไรท์มากอ่ะ5555
    #5,370
    0
  16. #5337 Intelligence- (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2560 / 19:21
    แหมมม ชานยอลลลล มีความกลัวเขาอ่ะ 5555555 แบคน่าร๊ากกกก >< งืออออ เราชอบจงอินกับแบคอ่ะ ความสัมพันธ์มันดีมากๆเลย ._.
    #5,337
    0
  17. #5328 Rabbit_Fujoshi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2560 / 17:46
    ชอบอ่ะ แบคฮยอนมีความน่ารักในตัวเองสูงมาก //ชานเอ๋ยในหัวมีแต่แบคนะลองคิดดีๆ
    #5,328
    0
  18. #5297 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 10:41
    เริ่มสนใจล้าวช่ะม่ะชานนนยอล
    #5,297
    0
  19. #5291 พริมมะชริน (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 23:38
    ถูกใจเข้าก็บอกเข้าไปปป
    #5,291
    0
  20. #5257 ❤ Willis ❤ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 15:34
    คุณหนูแบคน่ารัก ชานยอลก็ดูเหมือนจะสนใจคุณหนูอยู่ไม่น้อยเลยน๊าาาา ><
    #5,257
    0
  21. #5213 pim pimmi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 8 มกราคม 2560 / 16:59
    ก็รู้สึกดีแหละน่า><
    #5,213
    0
  22. #5168 kkimmaggurren (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2559 / 22:15
    ฉลาดล้ำคุณแบคฮยอน
    #5,168
    0
  23. #5102 ปุปปัป (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 01:04
    ฮั่นแน่
    #5,102
    0
  24. #5079 TheMoush (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2559 / 18:19
    ชานยอลคิดไรกับคุณแบคเรารึป่าวววว
    #5,079
    0
  25. #5050 aonniieeee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2559 / 00:07
    ชานยอลแอบชอบคุณแบคฮยอนเข้าแล้วล่ะ นี่ทำอะไรไม่รู้ตัวหรือหาคำตอบให้ตัวเองไม่ค่อยได้และไม่สนใจในคำตอบ เพียงแค่อยากจะทำ นี่มันชัดเจนแล้ว งื่อออ ชานยอลชอบคุณแบคฮยอนอยู่ใช่ไหมล่ะ
    #5,050
    0