Let Me Love You

ตอนที่ 5 : Chapter 4 : You can do it 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,331
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 467 ครั้ง
    6 ก.ย. 62




เมื่อออกมาจากตัวรถและเดินตามเขาเข้ามาด้านในและก็ต้องอดที่จะทึ่งกับการออกแบบและการจัดสรรพื้นที่ใช้สอยได้อย่างลงตัว


ที่นี้ไม่ควรเรียกว่าอู่ ควรเรียกว่าที่บริการบำรุงรถครบวงจรอะไรเทือกนั้นมากกว่า และดูจากรถที่เข้ามาจอดเพื่อรอตวรจเช็คสภาพและรอบำรุงซ่อมแซ่มต่างๆนั้น ก็มีแต่จำพวกรถซุปเปอร์คาร์ทั้งนั้น เปิดอู่ทีต้องเปิดใหญ่ไปเลยสินะ ฉันแอบเหน็บแนมเขาในใจ


ช่วยเรียกพนังงานมารวมกันให้หน่อยสิคนตัวสูงที่เดินมาจนถึงกลางลานซ่อมบำรุง ฉันอ่านป้ายเอาหรอกนะ ก็พูดกับคนที่อายุไม่น่าห่างจากฉันเท่าไหร่และอยู่ในชุดหมีเหมือนกำลังซ่อมตรวจเครื่องยนต์อยู่ 


ครับนายเมื่อเขาได้รับคำสั่งก็ขานรับผู้เป็นนายทันที แต่ก็ไม่วายหันมามองฉันด้วยความสงสัยก่อนจะรีบเดินออกไป


คุณคีย์คะเมื่อคุณชุดหมี (ขอเรียกแบบนี้แล้วกันฉันยังไม่รู้จักเขา) ออกไปฉันก็หันไปคุยกับคนตัวสูงทันที เขาเลิกคิ้วแล้วปล่อยให้ฉันพูดต่อตกลงพาฉันมาทำอะไรที่นี่คะ


ขอโทษที่ต้องพาคุณมาแบบไม่บอกอะไรเลยแบบนี้นะครับ พอดีผู้จัดการที่ประจำที่นี่เขาประสบอุบัติเหตุ ต้องลาไปสามเดือน ผมเลย...ต้องการให้คุณมาช่วยผมดูแลในเรื่องนี้ฉันยังคงเงียบฟังเขาอย่างตั้งใจอาจจะแค่สามเดือนระหว่างรอผู้จัดการกลับมา ถือซะว่าเป็นการทดลองงาน


ผู้จัดการหรอแต่ฉันวิศวกรนะ ฉันไม่มีความรู้ในด้านการบริหารจัดการเลย ฉันคิดว่าฉันไม่เหมาะสมกับงานนี้


แต่ฉันไม่มีความรู้ทางด้านนี้เลยนะคะ ฉันอาจไม่เหมาะกับหน้าที่นี้


ฉันพูดในสิ่งที่กังวลออกไป และมันก็คือเรื่องที่ฉันควรต้องพูดออกไป เพราะประสบการณ์ทำงานฉันยังไม่มีเลย 


ก็ลองดูก่อน ผมเชื่อว่าคุณทำได้นะคุณคีย์พูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนพรางเอามือมาลูบผมฉันเบาๆสองครั้ง การกระทำแบบนั้นทำให้ฉันตัวแข็งทื่อ และต้องเผลอทำหน้าโง่ๆออกไปแน่ แต่ประโยคแรกว่าอึ้งแล้ว ประโยคสองทำฉันหน้าร้อนขึ้นอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ไม่ต้องกังวล ผมไม่ปล่อยคุณไว้คนเดียวหรอก


“นายครับ” มีเสียงหนึ่งปลุกฉันให้หลุดออกจากสัมผัสเมื่อกี้และหันไปมองต้นเสียง นั้นทำให้รู้ว่าตอนนี้เริ่มมีคนทยอยเข้ามายืนเรียงแถวกันตรงหน้าเราซะแล้ว คนประมาณห้าสิบคนพอมายืนตรงหน้ากลับมองฉันด้วยสายตาสงสัย บางคนก็ออกปากแซวว่าผู้หญิงหรอบ้างละ สวยมากเลยบ้างละ น่ารักบ้างละ บอกตามตรงตอนนี้ฉันทำตัวไม่ถูกเลย เพราะเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของประชากรที่นี่คือผู้ชาย มีผู้หญิงที่เป็นแม่บ้านห้าคน และผู้หญิงที่แต่งชุดเหมือนกับพนักงานบริษัททั่วไปอีกหนึ่งคน ก็รู้นะว่างานแบบนี้ส่วนมากผู้ชายจะถนัดและมักทำกันเป็นส่วนมาก แต่ก็ไม่คิดว่าจะขนาดนี้ 


“ที่เรียกมารวมกันในวันนี้ ฉันมีเรื่องจะแจ้งให้ทุกคนรู้” เสียงทุ้มที่สามารถสะกดทุกคนให้ฟังได้ดังขึ้น “นี่คุณพีรดา จะมาเป็นผู้จัดการของที่นี่ ระหว่างรอคุณพิบูลย์รักษาตัว” 


ตอนนี้ฉันได้แต่ยืนและยอมรับชะตาตัวเองต่อไปอย่างทำอะไรไม่ได้ บอกตามตรงความกังวลยังคงมีอยู่ภายในใจ แต่เมื่อคุณคีย์ได้ประกาศออกไปแบบนั้นฉันคงทำแค่ต้องลองพยายามในหน้าที่ใหม่ในครั้งนี้


“ฉันชื่อพีรดานะคะ จริงๆเรียกพายเฉยๆก็ได้ค่ะ ยินดีที่ได้ร่วมงานกับทุกคนถ้ามีอะไรอยากแนะนำพายได้เสมอเลยนะคะ พายพร้อมรับคำแนะนำจากทุกคนค่ะ”


ฉันพูดพร้อมส่งยิ้มไปหาทุกคนที่ยืนอยู่ต่อหน้าฉันในตอนนี้ ฉันพยายามทำให้ดูเป็นธรรมชาติที่สุดเหมือนกับว่าฉันพร้อมมากกับหน้าที่นี้ แต่ซึ่งจริงๆฉันเท่ากับศูนย์เลย ไม่ว่าจะความมั่นใจและประสบการณ์


“งั้นฝากคุณรุ้งจัดเตรียมเอกสารต่างๆไปที่ห้องของผมหน่อยนะ” คุณคีย์หันไปพูดกับคุณรุ้งหรือก็คือพนักงานที่แต่งตัวดูเหมือนพนักงานบริษัทคนนั้น จากนั้นก็หันไปคุยกับผู้คนด้านหน้าทันที “ฉันมีเรื่องจะพูดแค่นี้ แยกย้ายกันไปทำงานเถอะ”


“ครับนาย”ทุกคนพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกัน และก็ทำให้ฉันสังเกตุได้ว่าหากอยู่ที่บริษัททุกคนต่างเรียกเขาว่าคุณคีย์บ้าง คุณคียภัคบ้าง แต่ต่างจากที่นี่ที่ต่างคนต่างเรียกเขาว่า ‘นาย’ ซึ่งฟังดูแมนๆตามประสาผู้ชายเรียกกัน ไม่ได้เป็นทางการอะไร และตอนที่เขาคุยกับลูกน้องก็เช่นเดียวกันดูสบายๆแต่ก็ยังแอบจริงจังให้ได้เกรงใจกันอยู่


“งั้นไปที่ห้องทำงานของเรากัน”


“คะ? ขะ ของเราหรอ”


“อื้ม คุณไม่มีประสบการณ์ด้านนี้ ดังนั้นผมจะสอนงานให้คุณเอง ถ้าต้องแยกห้องกัน เดินไปเดินมาผมว่าไม่สะดวกหรอก”


“เดี๋ยวพายเดินมาหาคุณเองค่ะ” ฉันรีบบอกเขาไปในทันที เพราะถ้าฉันต้องไปนั่งในห้องทำงานกับเขาในทุกๆวัน ฉันต้องไม่เป็นอันทำอะไรแน่ เขายิ่งชอบทำอะไรแปลกๆอยู่เรื่อย เรื่องวันนั้นฉันยังไม่ลืมนะ แค่พยายามที่จะเลี่ยงนึกถึงมันเฉยๆ


“อย่าทำให้ยากสิพาย คุณมีหลายเรื่องที่ต้องรู้นะ”


“แล้วทำไมคุณคีย์ไม่ให้คนอื่นมารับหน้าที่นี้แทนพายละคะ บริษัทคุณคีย์มีพนักงานตั้งหลายพันคน ทำไมมาให้วิศวกรอย่างพายมาทำงานบริหารอย่างนี้”


คุณต้องเรียนรู้ไว้สิ เผื่อต้องขึ้นมาบริหารงานคู่กับผมจะได้ไม่ยาก


คุณคีย์! เลิกแกล้งพายได้แล้ว พายซีเรียสนะคะ


ทั้งๆที่รู้ว่าเขาแค่แกล้งพูดเล่น หัวใจกลับเต้นผิดจังหวะไปได้ โธ่ยัยพายเข้มแข็งกว่านี้ แกต้องเจอเขาไปอีกตั้งสามเดือนหลังจากนี้ นี่แค่วันแรกแกจะไหวเอนไม่ได้



อัพต่อจ้าาาา++++

หึ ไปกันเถอะครับเขาไม่ได้แก้ต่างในสิ่งที่พูดออกมาแต่กลับตัดบทพร้อมเดินนำไปที่ห้องทำงานทันที


ฉันเลยแอบแยกเขี้ยวให้คนตรงหน้าขณะที่เขาให้หันหลังและกำลังเดินไป เมื่อเดินเข้ามาให้ส่วนของผู้บริหาร ที่ไม่ใช่ส่วนที่พนักงานทำงานกันน่ะนะ ก็พบห้องกระจกที่ประตูที่ต้องสะแกนลายนิ้วมือเข้าไป 


เมื่อเข้ามาในตัวของห้องก็พบว่ามันดูใหม่เหมือนเจ้าของนานทีเข้ามาใช้ เฟอร์นิเจอร์ทั้งหมดถูกเลือกให้เป็นสีดำและเทา ตามแบบฉบับผู้ชายที่ลุคแบดบอยอย่างเขา


ช่วงนี้ผมว่างเข้ามาดูที่นี้แค่เฉพาะเสาร์อาทิตย์เท่านั้น เพราะงานที่เคเคซีเยอะจนผมไปไหนไม่ได้คนตัวสูงที่ตอนนี้ได้ไปนั่งที่โต๊ะทำงานของเขาและฉันก็นั่งตรงข้ามเขาอีกที เขาพูดขึ้นให้ฉันได้รู้สาเหตุของสภาพห้องที่ดูใหม่ราวกับผ่านการใช้งานมาน้อย อย่างกะอ่านใจฉันออก


ที่นี้เป็นเคลือของเคเคซีหรอคะฉันได้ถามเขากลับเพื่อให้ห้องนี้ไม่ดูเงียบเกินไปและด้วยความสงสัยของฉันเอง


เปล่าหรอก จริงๆที่นี้เป็นของผมเอง ส่วนเคเคซีแค่บริหารช่วยป๊าน่ะเขาพูดออกมาด้วยท่าทีที่ดูเป็นธรรมชาติ ทำให้ฉันไม่เกรงเวลาที่ต้องพูดด้วย ซึ่งเอาจริงๆก็ตั้งแต่แรกแล้วที่เขาทำตัวเป็นปกติกับฉัน ซึ่งนั้นก็เป็นเรื่องดี และจากคำพูดของเขาก็ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้ถือตัวว่าตนเป็นเจ้าของเคเคซี เพราะฉันรู้มาว่าเขาเป็นลูกชายคนเดียว บริษัทนั้นยังไงก็ต้องเป็นของเขาอยู่แล้ว 


 ก๊อกๆ 


และเสียงที่ดังขึ้นก็บ่งบอกถึงการมาของใครอีกคน และเมื่อคุณคีย์ตอบรับอนุญาติ ก็ปรากฏร่างของคุณรุ้งพร้อมกับเอกสารกองโตซึ่งนำมาวางไว้ที่โต๊ะ ฉันยิ้มให้เธอเมื่อเราสบตากันส่วนเธอก็ยิ้มให้ฉัน แต่ฉันกลับรู้สึกว่ารอยยิ้มนั้นมันไม่ได้ทำให้ฉันรับรู้ถึงมิตรภาพเท่าไหร่ เมื่อเธอวางกองเอกสารนั้นลงก็ยังคงยืนนิ่งอยู่ คุณคีย์จึงจ้องมองเธออย่างมีคำถาม 


ขอบคุณคุณรุ้งครับจนคนตรงหน้าต้องพูดกลายๆว่าออกจากห้องไปได้แล้ว เธอจึงหันมามองฉันแวบหนึ่งก่อนจะเดินออกไป ทำให้ฉันต้องยิ้มที่มุมปากแกมขำท่าทีของเธอ เพียงแค่นี้ก็มองเธอออกแล้วว่าคิดอะไรอยู่ คงหวงเจ้านายสุดฮอตคนนี้สินะ 


นี่เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานของที่นี้ ทั้งรายได้ต่างๆ คุณลองศึกษาดูไปพรางๆก็ได้นะ ไม่ต้องรีบ


แล้วโต๊ะทำงานของฉันละคะฉันพูดพร้อมกับหอบเอกสารในมือ พร้อมมองหาโต๊ะทำงานที่น่าจะอยู่ห้องนี้ แต่กลับมีแค่โซฟาที่เหมือนเอาไว้ใช้รับแขก หรือจะเป็นโซฟากันนะ


เดี๋ยว จะไปไหนคนตัวสูงหยุดฉันไว้


โซฟาไงคะ เพราะนอกจากตรงนั้นก็ไม่มีที่ไหนแล้ว


หึ ใครว่า ตรงนี้ไงเขาหัวเราะพร้อมเอามือตบตรงโต๊ะทำงานตัวเองพร้อมกับพูดออกมา


คุณคีย์คะ พายเข้าใจว่าเราต้องมีการพูดคุยกันในสิ่งที่พายจำเป็นต้องรู้แต่ว่าเราไม่จำเป็นต้องนั่งใกล้กันขนาดนี้ก็ได้นะคะฉันร่ายยาวพูดไป นั้นทำให้เขามองฉันพร้อมยิ้มที่มุมปาก


ผมหมายถึงว่าให้คุณมานั่งตรงนี้กับผมก่อน เพราะว่าเฟอร์นิเจอร์ที่สั่งไว้จะมาพรุ่งนี้ ถ้าจะปล่อยให้คุณไปนั่งโซฟาคงปวดหลังแย่เลยเขาพูดออกมายิ้มๆ นั้นทำให้ฉันยิ่งทำตัวไม่ถูกเข้าไปใหญ่ เหมือนแถวนี้จะมีเศษที่แตกราวที่ถ้าต่อกันขึ้นมาคงคล้ายๆหน้าฉันเอง


กะ ก็ คุณไม่พูดตั้งแรกละคะฉันพูดออกไปพร้อมกลับหอบเอกสารมานั่งที่เดิมและก้มหน้าอ่านอย่างตั้งใจ ตัวหนังสือตรงหน้ากลับไม่ได้เข้าสมองเลย และเมื่อกี้ฉันทำตัวเอ๋อออกไปให้เขาเห็นอีกแล้ว 


ผมขอโทษครับเขาพูดขอโทษออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ทำให้ฉันเผลอมองขึ้นไปสบตากับผู้ชายตรงหน้าคนนี้เหมือนกับว่าฉันต้องการหาสาเหตุของน้ำเสียงนั้น เมื่อได้มองสบตาเขา เหมือนเวลาผ่านนานแสนนานที่เราเอาแต่จ้องเข้ามาในตาของกันและกัน ไม่มีเสียงพูดคุยใดใด แต่กลับเป็นฉันเองที่ต้องพ่ายแพ้ต่อแรงดึงดูดนั้น 


งั้นเดี๋ยวฉันลองอ่านรายละเอียดดูนะคะเหมือนพลังที่เหลือน้อยนิดของฉันจะใช้พูดออกไปกับเขาแล้ว เห้อ เมื่อกี้เหมือนโดนดูดพลังเพียงแค่สบตาเลย อันตรายจริงๆ


เมื่อคนตัวสูงได้ฟังในสิ่งที่ฉันต้องการเขาก็พยักหน้ารับรู้มีอะไรสงสัยถามผมได้เลยนะครับ



หลังจากนั้นฉันก็เริ่มอ่านรายละเอียดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการทำงานของผู้จัดการที่ต้องดูแลความเป็นไปของอู่ และดูเหมือนว่างานนี้จะเอาเรื่องเหมือนกัน เพราะว่าเจ้าของอย่างคุณคีย์ไม่ค่อยมีเวลาเข้ามาเนื่องจากต้องดูงานที่บริษัทด้วย แต่ที่จริงรายได้ของที่นี้ที่ทำได้ไม่ต่ำกว่าสิบล้านอย่างเขาจะจ้างคนทำงานอีกสักกี่คนก็ได้ แต่อาจจะเพราะเขาคงไว้ใจในตัวคุณพิบูรณ์มาก จึงปล่อยให้เขาบริหารเลย ไม่ผ่านหลายมือเพื่อลดปัญหาการยักยอกได้ด้วย 


ฉันนั่งอ่านเอกสารมานานจนรู้สึกปวดหลังจึงยืดตัวขึ้นเล็กน้อย จึงเริ่มสังเกตุคนที่อยู่ตรงหน้าที่นั่งพิมพ์อะไรสักอย่างกับคอม นี่ห้องเงียบมากจนฉันเผลอลืมไปว่ายังมีใครอีกคนอยู่ ฉันจึงลอบมองเขาอยู่เงียบ


ตอนนี้คนตัวสูงได้เลิกแขนเสื้อเชิ้ตขึ้นเผยให้เห็นรอยสักที่แขนซ้าย และไม่ใช่แค่รอยสองรอยกลับเป็นทั้งแขนซ้ายของเขาเลย ฉันดูไม่ออกเลยว่าเป็นรูปอะไร เพราะมันดูซับซ้อนและเต็มไปหมด แต่กลับทำให้มันน่ามองมากเมื่ออยู่บนท่อนแขนที่เหมือนคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองมาอย่างดี แอบเห็นเส้นเลือดตรงข้อมือของเขาด้วยเวลาที่ปลายนิ้วได้ลงแรงพิมพ์ลงไปในคีย์บอร์ด ท่าทางที่ดูจริงจังมากเวลาทำงาน อันนี้ขอยอมรับแบบไม่มีอคติและหลอกตัวเองเลยนะ ตอนนี้คุณคีย์ดูดีมาก ไม่แปลกเลยที่แม้แต่พนักงานบัญชี (ฉันเพิ่งรู้ว่าคุณรุ้งเป็นเธอทำบัญชี เนื่องจากอ่านเรื่องรายได้เห็นชื่อเธอกำกับไว้) อย่างคุณรุ้งต้องมีท่าทีกับฉันแบบนี้ 



เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์ต่อเพศตรงข้ามจริงๆ แต่ฉันขอเป็นคนหนึ่งที่จะพยายามให้มากที่สุดเพื่อเอาตัวเองออกห่างมาจากการตกหลุมพรางของนายพรานที่อันตรายต่อจิตใจอย่างเขา บอกตรงๆผู้ชายอย่างคุณคีย์จะเป็นคนสุดท้ายที่ฉันจะเอาตัวเองไปยุ่งด้วย


จ้องผมขนาดนี้ หิวแล้วหรอครับเสียงทุ้มของผู้ชายตรงหน้าปลุกฉันให้ตื่นจากผวัง นี่ฉันเผลอจ้องเขาไปนานแค่ไหนกันเนี่ย และคำพูดของเขานั้นอีก จ้องเขาแล้วทำไมต้องหิวด้วยละ เป็นผู้ชายที่ชอบพูดอะไรให้ฉันอดที่จะคิดอะไรแปลกๆไม่ได้ทุกทีนี่ก็เที่ยงแล้ว ไปหาไรกินกันเถอะครับ


แต่ฉันยังไม่ค่อยหิวเลยค่ะ คุณคีย์ไปกินก่อนได้เลยนะคะเอาจริงๆฉันกินข้าวไม่ค่อยตรงเวลาเท่าไหร่หรอก และนี่ก็ยังไม่หิวจริงๆ


หื้อ นี่มันเที่ยงแล้วนะครับ ผมว่าไม่หิวก็ต้องกินนะเขาพูดด้วยท่าทีจริงจังผมไม่ชอบกินข้าวคนเดียวนะพายและประโยคสุดท้ายที่เหมือนจะขอร้องกรายๆทำให้ฉันยอมที่จะลุกไปกับเขา เพราะถ้าให้ปฏิเสธก็ดูจะเสียมารยาทไปหน่อย


เมื่อออกมาจากส่วนของตัวออฟฟิต เขากลับไม่ได้เดินไปที่ลานจอดรถกลับเดินออกไปข้างหน้าของอู่ ซึ่งผ่านพนักงานที่ก็กำลังทยอยออกไปเพราะคือเวลาพักเที่ยง


ผมมีร้านข้าวมันไก่ร้านเด๋ด อยากให้คุณลองด้วยเขาพูดเหมือนเด็กที่กำลังอยากอวดของเล่นใหม่ให้กับเพื่อนดู พร้อมยิ้มจนตาหยี เป็นผู้ชายที่มีตาชั้นเดียวที่ไม่ได้ดูตี๋เลย แต่กลับดูคมแบบเก๋ๆ ท่าทางนั้นทำให้ฉันเผลอยิ้มตาม 


ดูเหมือนจะอร่อยจริงๆนะคะฉันเผลอแซวเขาออกไป


ถ้าคุณได้ลองแล้วผมรับรอง ว่าพรุ่งนี้คุณต้องกระวนกระวายอยากกินมันอีกแน่ๆนั้นเขาพูดถึงข้าวมันไก่หรือกัญชาอะไรเทือกนั้นเนี่ย ที่ต้องกระวนกระวายให้ต้องกลับมากินอีก


เมื่อเราเดินไปคุยไปก็มาหยุดอยู่ตรงร้านข้าวมันไก่ที่ห่างจากตัวอู่ไม่ไกล เป็นร้านข้างทางที่ดูสะอาดสะอ้าน และคนตอนนี้ก็เยอะมาก และส่วนมากก็อยู่ในชุดหมีที่แสดงว่าเป็นช่างของที่อู่ เมื่อเห็นเจ้านานมายื่นที่ร้านแบบนี้ เราก็ตกเป็นเป้าสายตาโดยปริยาย 


เขาพาฉันเดินเข้ามาที่นั่งที่ว่างเกือบจะสุดของอาคารพานิชที่ทำเป็นร้านอาหารร้านนี้ 


รับอะไรดีครับมีอาเปะที่ดูแล้วมีเชื้อสายจีนแน่ๆเดินมารับออเดอร์กับเรา


ผมเอาไก่ต้มไม่หนัง ไม่ผักครับเมื่อเอาสั่งเสร็จอาแปะก็หันมาจ้องฉัน


เหมือนกันค่ะและเมื่อไม่รู้จะสั่งอะไรก็เอาเหมือนเขาเลยแล้วกัน 


จริงๆที่นี้มีหลายเมนูเลยนะ ไก่กรอบก็อร่อยเขาแนะนำเมนูอาหารให้ฉันทั้งท่าทางที่ดูกระตือรือร้น เห็นแล้วก็แอบสงสัยไม่ได้ว่าเขามากินที่นี้บ่อยมากเลยสินะ


คุณคีย์ดูมากินที่นี้บ่อยนะคะฉันถามออกไป 


ครับ มันง่ายดีน่ะ ใกล้อู่ด้วย ยิ่งช่วงที่ยุ่งๆนะ ผมกินได้ทุกวันเลยเขาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังขอโทษนะครับที่ต้องพามากินอาหารง่ายๆแบบนี้


ไม่เลยค่ะ พายกินได้อยู่แล้ว แต่แปลกที่คุณคีย์มากกว่า ไม่คิดว่าจะชอบอาหารง่ายๆแบบนี้ฉันรีบปฎิเสธเขาออกไปพร้อมทั้งพูดในสิ่งที่ฉันสงสัย บอกตามตรงนี่ก็เป็นอีกเรื่องที่เหนือความคาดหมายของฉัน ไม่คิดว่าเจ้าของบริษัทที่ใหญ่ขนาดเคเคซี จะชอบกินอะไรง่ายๆแบบนี้ 


หึ เมื่อก่อนก็ไม่แบบนี้หรอกเขาตอบออกมาแต่เพราะต้องเริ่มรับผิดชอบชีวิตตัวเองที่มันใหญ่ขึ้นต่างหาก ทุกเวลาจึงสำคัญมาก ผมเลยเน้นง่ายๆแต่อร่อยไว้ก่อนเขาตอบพร้อมยิ้มตาหยีที่ตอนนี้ถือเป็นเอกลักษณ์ของเขาไปแล้ว 


อัพต่อจ้าาา++++


ทันใดอาแป๊ะก็เอาข้าวมันไก่ทั้งสองจานมาส่งเรา พร้อมกับน้ำซูปหอมๆหนึ่งถ้วยใหญ่ๆ


ฉันและคุณคีย์ลงมือทานอาหารตรงหน้าอย่างเงียบๆ ฉันเริ่มตักข้าวพร้อมกับไก่เข้าปาก อืม อร่อยเหมือนที่เจ้าตัวบอกจริงๆ ข้าวมันที่นุ่มกำลังดีบวกกับไก่ต้มที่เหมือนจะต้มกับอะไรสักอย่างที่ส่งกลิ่นหอม ยิ่งช่วยชูรสชาติได้ดียิ่งขึ้น เมื่อลองตักน้ำซุปหอมๆเข้าปากก็ต้องตกใจกับความกลมกล่อมนั้น เพราะเห็นใสๆอย่างนี้กลับมีรถชาติที่ชัดเจนมาก หอมกระดูกหมูและหัวไชเท้าที่ชัดกว่าส่วนอื่น


อร่อยมั้ยครับหลังจากที่เห็นเงียบมานานเขาก็ถามฉันขึ้น 


ค่ะ อร่อยมากฉันตอบเขาไป และลงมือทานอีกคำหนึ่งและสองสามต่อไปเรื่อยๆ จากที่คิดว่าตัวเองไม่ค่อยหิว แต่ความอร่อยของข้าวมันไก่ตรงหน้ากลับกระตุ้นต่อมความอยากอาหารได้ดีซะจนข้าวหมดเกลี้ยง 


เมื่อทานหมด ก็เงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่เหมือนจะจ้องมองมาก่อนแล้ว รอยยิ้มบางๆที่มุมปากนั้นทำให้ฉันละสายตาจากเขาหันไปมองรอบข้างอย่างไม่มีจุดหมาย นี่วันๆหนึ่งฉันต้องหลบสายตาเขาไปอีกสักกี่รอบกันเนี่ย 


กริ๊งๆ


เสียงโทรศัพท์ของคนตรงหน้าดังขึ้น 


อืมเขารับคำเสียงห้วน


จะมาเอาวันนี้หรอเขาพูดพรางหันหน้ามามองฉัน 


โอเคจากนั้นก็กดวางสายไป


เรากลับกันเถอะครับ 


ค่ะฉันที่กำลังจะเก็บกระเป๋าและคุณคีย์ที่ตอนนี้เดินไปจ่ายตังค์ ก็เหมือนจะมีเสียงพูดคุยของคนที่อยู่ด้านหลังฉันดังขึ้นเบาๆ


ก็สวยอะ กูว่าก็น่าจะเพราะสวยนี่แหละ นายถึงได้เอามาเป็นผู้จัดการ


ดูท่าแล้วประสบการณ์ไรคงไม่มี ก็คงมีแต่เรื่องอย่างว่าอะแหละ


กูว่านายทำงานดีมาตลอดนะ คงไม่ทำอย่างนั้นหรอก


ฉันไม่ได้หันไปมองกับต้นเสียงที่พูดกัน แต่ในใจของฉันตอนนี้กลับรู้สึกไม่ดีที่ได้ยินประโยคนั้น บอกตามตรงประโยคนั้นมันดูเหมือนจะหมายถึงฉันเลย ที่วันนี้ฉันเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการ แต่เมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่หน้าร้านโบกมือส่งสัญญาณให้ว่าเขาเรียบร้อยแล้วฉันจึงเดินออกไป 


แต่ก่อนจะพ้นร้าน ก็ไม่ลืมที่จะหันไปมอง กลุ่มคนที่นั่งอยู่โต๊ะหลังฉันทั้งโต๊ะมีผู้ชายนั่งกันอยู่สามคน ไม่ผิดแน่ นี่มันช่างที่อู่นี่ พวกเขานั่งกันอยู่สามคน ดังนั้นเรื่องที่พวกเขาคุยกันคงหมายถึงฉันแน่ 


คำพูดของพวกเขาทำให้ฉันแอบไม่พอใจ ไม่ใช่แค่เหมือนเป็นการดูถูกฉัน แต่ยังเหมือนเป็นการดูถูกการทำงานของคุณคีย์ด้วย ยังไงเขาก็เป็นคนที่ยื่นโอกาสนี่มาให้ฉันพิสูจน์ตัวเอง แถมยังมั่นใจในตัวฉันอย่างที่เขาได้พูดมานั้นอีก


ฉันเดินตามคนตัวสูงจนมาถึงห้องทำงาน และพยายามไม่เก็บเรื่องที่ได้ยินมาคิด เพราะฉันไม่ได้เป็นแบบนั้นอยู่แล้ว จริงที่ฉันไม่ได้มีประสบการณ์ในการทำงานด้านนี้ และได้ตำแหน่งนี้มาแบบง่ายๆ และถ้าพวกเขาจะเข้าใจแบบนั้นก็คงห้ามไม่ได้ สิ่งที่ฉันสามารถทำได้ในตอนนี้คือพยายามเรียนรู้แต่ทำหน้าที่ของตัวเองให้ออกมาดีที่สุด


เมื่อมาถึงห้องทำงานแล้วฉันก็ไม่รีรอที่จะลงมืออ่านเอกสารในมือต่อ เพราะตั้งใจไว้แต่แรกอยู่แล้วว่าจะอ่านให้จบและให้เหลือเวลาพอที่จะไปทักทายคนงานที่ด้านนอก


พักก่อนก็ได้นะพาย คุณไม่ต้องรีบขนาดนั้นก็ได้เสียงคุณคีย์ดังขึ้น


“ฉันอยากอ่านให้จบน่ะค่ะ อยากมีเวลาออกไปดูส่วนอื่นๆด้วย


เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวถ้าคุณอ่านเสร็จผมพาไปแนะนำแล้วกัน


ไม่เป็นไรดีกว่าค่ะฉันรีบปฏิเสธเขาทันทีเอ่อ...เดี๋ยวฉันเดินไปเองดีกว่าค่ะ ที่นี่ไม่ได้ซับซ้อนอะไร คุณคีย์อย่าลำบากเลยค่ะฉันอธิบายเขาไปพร้อมยิ้มน้อยๆที่มุมปากเพื่อบอกว่าฉันไปเองได้จริงๆ เพราะกลัวว่าสิ่งที่คนอื่นคิดมันจะเริ่มไปกันใหญ่ ฉันเองน่าจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนได้เห็น ไม่ใช่แค่คุณคีย์


เอางั้นก็ได้ครับ 


จากนั้นเราก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย ฉันจึงเดินออกมาดูบริเวณของการทำงานจริง จากการอ่านรายละเอียดจนรู้ไปถึงกระบวนการทำงานต่างๆของที่นี่ และได้รู้ว่าที่นี่แบ่งออกเป็นสามส่วนหลักๆ คือส่วนที่ตรวจเช็คสภาพรถ ส่วนซ่อมแซ่ม และส่วนพัฒนาและปรับปรุง


ในส่วนของลูกค่าจะเป็นลูกค่าวีไอพีทั้งนั้น เนื่องจากรถทุกคันที่เข้ามาใช้บริการส่วนมากจะเป็นรถซุปเปอร์คาร์ รถที่ต้องนำเข้าอะไหร่และสั่งซื้อเฉพาะทั้งสิ้น คนงานของนี่ที่แม้แต่ช่างซ่อมไปจนถึงวิศวกรพัฒนาล้วนแต่ต้องมีฝีมือทั้งนั้น


และนั้นคงเป็นสาเหตุที่จะมีคนที่คิดกับฉันแบบนั้น เพราะส่วนของพนักงานเองก็คงอยากได้ความมั่นใจว่าคนที่จะมาเป็นนายพวกเขาต้องมีฝีมือมากพอที่จะทำงานได้


และเมื่อฉันเดินไปที่รถ Lamborghini Aventador สีดำด้านคันหรูที่มีช่างกำลังตรวจเช็คสภาพอยู่ โดยทีมีช่างทำงานอยู่สองคน คนแรกเป็นคนที่น่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับฉันและเป็นคนที่คุณคีย์สั่งให้เรียกรวมพลกันเมื่อตอนเช้า ส่วนอีกคนดูท่าน่าจะทำงานมานานเนื่องจากเขาดูมีอายุ และน่าจะมีอายุมากที่สุดในนี้แล้วด้วย 


เอ้า คุณผู้จัดการคนที่หนุ่มกว่าตอนนี้ได้พูดขึ้นในมือยังถือปะแจ ใบหน้ายิ้มแย้มดูขี้เล่นและเป็นกันเอง ถามขึ้น


สวัสดีค่ะ เรียกพายเฉยๆดีกว่าค่ะฉันรู้สึกว่าถ้าอยากสนิทกับใครเราก็ต้องมีความจริงใจให้เขาไปก่อน


ได้ครับคุณพาย ผมบูมนะครับเป็นช่างของที่นี่ ทำงานมาได้ปีหนึ่งแล้วครับเขาพูดด้วยท่าทางกระตือรือร้นส่วนนี่ลุงทดครับ เป็นช่างอวุโสของที่นี่ 


ไอ้เด็กเวรนี่ เรียกซะกูแก่คราวตาเลยนะมึงเมื่อบูมพูดจบลุงทดยกด้ามประแจที่ใหญ่กว่าขึ้นเหมือนจะฟาดชายหนุ่มตรงหน้าเขา จากนั้นเขาก็หันมาคุยกับฉันด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนสวัสดีครับคุณพาย เรียกลุงตามไอ้บูมก็ไ้ด้ครับ เป็นยังไงบ้างครับทำงานวันแรก 


ก็ดีค่ะลุงทด แล้วนี่กำลังทำอะไรกันอยู่หรอคะฉันพูดตอบเขา สองคนนี้ทำให้ฉันรับรู้ได้ถึงความเป็นมิตรที่เราสามารถพูดคุยได้ 


อ่อกำลังเช็คสภาพเครื่องยนต์น่ะครับ คันนี้ของเพื่อนนาย เลยต้องรีบให้เสร็จก่อนสี่โมงเย็นวันนี้เขาพูดกับฉันพร้อมกับหันไปดูเครื่องยนต์อย่างที่ว่าต่อ 


ลุงทดคะ แล้วใครเป็นหัวหน้าช่างของที่นี่หรอคะ 


ผมเองครับ ว่าแต่คุณพายมีอะไรหรือเปล่าเขาเงยหน้ามาพูดกับฉัน


เผื่อพายมีอะไรสงสัย ฝากลุงทดแนะนำพายหน่อยนะคะ 


คุณพายมีอะไรสงสัยถามผมได้เลยครับ


ถามผมได้ด้วยนะครับ ใครเป็นคนยังไงต้องถามไอ้บูมคนนี่เลยฮะ ผมรู้ทุกเรื่องอีกคนรีบเสนอตัวขึ้นมาทันที ฉันจึงส่งยิ้มเป็นการขอบคุณพวกเขาไป

บูมที่ทำท่าทางกำลังตรวจเช็คสภาพรถ ก็พูดขึ้นราวกับเพิ่งนึกอะไรออก


นี่ถ้านายไม่บอกว่าคุณพายจะมาเป็นผู้จัดการที่นี่ ผมเข้าใจไปแล้วนะครับว่าคุณเป็นผู้หญิงของนาย



Upload 100 %

นอกจากน้องพายจะโดนหมั่นไส้จากทั้งหญิงและชายแล้ว 
น้องเค้ายังเป็นที่เข้าใจของคนอื่นว่าเป็นนายหญิงไปอีกจ้าา
อิเฮียยยย เอาน้องมาทำอะไรเนี่ยยยยย 

ฝากกดหัวใจและคอมเม้นต์คุยกับไรท์ที่นั่งตาละห้อยรออ่านคอมเม้นต์จากเพื่อนรีดเดอร์ทุกคนอยู่ววว 
มาคุยกันๆ ไรท์อยากอ่านและก็อยากตอบด้วยย แงงงง 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 467 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

589 ความคิดเห็น

  1. #372 EleJEEN (@jeenjoong) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 22:05

    แจ้งคำผิดค่ะ ที่นี่* สังเกต* อนุญาต* ภวังค์*

    ปอลิง พายสู้ๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #372
    0
  2. #14 panatdasrising (@panatdasrising) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 15:53
    ชอบเรื่องนี้ ชอบน้องพายคุณคีย์
    #14
    1
    • #14-1 mindsetFNK (@mindsetFNK) (จากตอนที่ 5)
      11 กรกฎาคม 2562 / 22:07
      ติดตามและอยู่ด้วยกันไปจนจบเลยน้าาา
      #14-1
  3. #13 MOONLIGHT (@junchaysa) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 16:06
    คุณ​คีย์น่ารักขนาดนี้... หลงร้ากกกก
    #13
    1
    • #13-1 mindsetFNK (@mindsetFNK) (จากตอนที่ 5)
      11 กรกฎาคม 2562 / 00:06
      รีดเดอร์ก็น่ารักก
      #13-1