Let Me Love You

ตอนที่ 4 : Chapter 3: If desirable, there is nothing expensive. 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,699
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 593 ครั้ง
    20 ม.ค. 63



Key’s talk 


คะ คุณคีย์เสียงใสของคนตัวเล็กเปล่งออกมาราวกับเจอผีก็ไม่ปาน ดวงตากลมโตนั่นเบิกกว้างมองผม คงตกใจที่เจอผมอีกครั้งที่นี้ ในฐานะของคนที่กำลังจะเป็นเจ้านายเธอ


ย้อนไปเมื่อวันนั้น คืนที่ผมเจอเธอในผับบอกตามตรงว่าถูกใจ และบวกกับคำพูดของเพื่อนที่เหมือนจะท้าทายผมอยู่กลายๆ เลยกะจะแค่เออออลองดู แต่ไม่ได้หวังว่าต้องถึงขั้นนั้นหรอกนะ เพราะการมอมเหล้าผู้หญิงเพื่อขึ้นเตียงไม่ใช่นิสัยของผมอยู่แล้ว แต่ด้วยเหตุการณ์ที่จู่ๆก็มีศัตรูทางธุรกิจของผับผม มาสร้างสถานการณ์ต่อยตีกันใกล้ยัยตัวเล็ก จากที่ผมรอแค่กะจะเข้าไปทักทายเพื่อแค่ให้รู้ว่าถูกใจกลับเป็นว่าผิดแผนไปหมด เมื่อต้องเอาตัวเธอออกมาจากสถานการณ์นั้น และปล่อยให้ไอ้หยางและไอ้พีทจัดการเหตุการณ์ในผับไปก่อน 


พอพาเธอเดินออกมาเธอก็เอาแต่หลับ จะพาเอากลับไปส่งก็ไม่รู้ที่ไหน จนแล้วจนรอดเลยต้องพามาที่คอนโดตัวเอง แต่เพิ่งรู้ว่าผู้หญิงเวลาเมาแล้วจะอันตรายขนาดนี้ จู่ๆพอถึงคอนโดก็เอาแต่หน้ามาถูไซร้ซอกคอผม กอดไม่ยอมให้ไปไหน พยายามดึงเสื้อตัวเองและของผมออก ในใจนี้ให้ตายเถอะ เกิดความสงสัยขึ้นในใจว่าปล่อยให้ตัวเองเมาแบบนี้มากี่ครั้งแล้ว จะยื้อก็ได้ เพราะผมแรงเยอะกว่าเธออยู่แล้ว แต่ตอนนั้นด้วยความที่อารมณ์ยับยั้งชั่งใจมันน้อยลงทุกที ผมเลย...ปล่อยให้เป็นไป


แต่จากคืนนั้นยอมรับเลยว่าลืมมันไม่ได้จริงๆ ประสบการณ์ที่ไม่ประสีประสานั่นของเธอทำผมแทบคลั่ง ยิ่งคลั่งเมื่อตื่นมาละเธอหายไป ผมจำได้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นแหละ แต่ที่ถามพีทไปแบบนั้น เพราะอยากจะแค่ลองเชิงเพื่อนเฉยๆว่ามันรู้มากน้อยแค่ไหน ก็ไม่อยากให้เธอเสียหาย เพราะมันคือครั้งแรกของเธอและก็เป็นครั้งแรกที่ดันมาเจอผม แต่ก็คงไม่ทันแล้ว ถ้าเห็นผมลากเธอออกไปแบบนั้น พวกนั้นคงหยุดคิดเหตุการณ์ต่อจากนั้นไม่ได้แน่


แต่งานที่ช่วงนี้เร่ิมมีการขยับขยายธุรกิจออกไปทำให้ผมยุ่งจนไม่มีเวลามาคิดเรื่องของเธอ


และการที่ความผิดพลาดในการทำงานของเลขาผม เป็นความผิดพลาดครั้งแรกของเธอในรอบหนึ่งปีที่ทำงานด้วยกัน คือการหยิบแฟ้มของฝ่ายบุคคลสลับกับแผนการตลาดมาวางไว้ที่โต๊ะวันนี้ ทำให้ผมได้รู้ว่าคนที่กำลังจะถูกพิจารณาเข้ามาทำงานในบริษัทเป็นเธอ อะไรก็ตามที่ดึงเธอเข้ามาครั้งนี้ มันเหมือนกับบอกให้ผมว่าต้องไม่ปล่อยให้หายไปง่ายๆแบบวันนั้นอีก


เออ ผมขอตัวนะครับคุณภรรณพพูดขึ้นทำลายความเงียบระหว่างผมและเธอ


ขอบคุณที่ช่วยเป็นธุระให้นะครับผมบอกออกไปแต่สายตายังคงจ้องมองยัยตัวเล็กที่มัวแต่ทำหน้าบึ้งมองผมอยู่แบบนั้น


นี่มันอะไรคะจากที่เงียบอยู่นานเธอก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์อย่างไม่คิดจะปิดบังเลย 


มานั่งก่อนสิ จะได้เริ่มสัมภาษณ์งานกันผมยังคงทำมืนและเหมือนกับว่าเรื่องวันนั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้น จริงๆก็แค่อยากจะลองเชิงดูว่าเธอจะมีปฏิกิริยาอย่างไร


แต่ที่คิดว่าเธอจะโวยวายกลับเดินมานั่งที่เก้าอี้ข้างหน้าผมอย่างง่ายดาย มึนมามึนตอบงี้หรอ หึ 


สวัสดีค่ะ ฉันชื่อพีรดา กิจวรกุล เป็นนักศึกษาจบใหม่จากคณะวิศวกรรมศาสตร์ภาควิชาเครื่องกล พร้อมรับการสัมภาษณ์แล้วค่ะเธอพูดนำเสนอตัวเองอย่างเป็นธรรมชาติ และทำเหมือนกับว่าเรื่องนั้นมันไม่เคยเกิดขึ้นจริงๆ คิ้วผมกระตุกเหมือนโดนยั่วโมโหเลย ทำไมต้องมาโมโหกับผู้หญิงที่ทิ้งผมไปในตอนเช้าที่เรามีอะไรกัน อาจจะเพราะไม่เคยเจอกับเหตุการณ์แบบนี้ เธอเลยยิ่งน่าสนใจ


ทิ้งผมไปอย่างนั้น ใจร้ายจังเลยนะผมพูดทั้งยื่นมือไปวางไว้บนโต๊ะ พร้อมกุมมือมองหน้าเธอด้วยรอยยิ้มมุมปากที่ใครก็บอกว่ามันร้ายแค่ไหน 


คะ คะ?” เธอดูตกใจกับคำพูดของผม และคงไม่ได้เตรียมตัวมาเพื่อตอบคำถามนี้


ก็วันที่คุณเมาแล้วเราก็กลับมาคอนโดของผม แล้วเรากะ...” ผมพูดยังไม่ทันจบก็โดนร่างบางตรงหน้าหยุดซะก่อน


“นี่คุณ!เธอพูดเสียงแข็งขัดขึ้นและใบหน้าแดงก่ำ 


หึ เพิ่งเคยยั่วโมโหใครแล้วดูน่าเอ็นดูขนาดนี้ ผมว่าผมเป็นเอามากแล้วเหมือนกันนะ


ถ้าเกิดว่าการรับฉันเข้ามาสัมภาษณ์เพราะเรื่องส่วนตัว ฉันขอตัวนะคะ


เดี๋ยวก่อนสิครับผมยื้อเธอก่อนที่จะลุกหนีออกไปจริงๆการที่คุณได้เข้ามาทำงานมันไม่เกี่ยวกับเรื่องส่วนตัวแน่นอน ผมเป็นมืออาชีพน่า 


เรื่องจริงที่การมีสิทธิ์เข้ามาสัมภาษณ์เป็นเพราะฝีมือเธอเอง จากการที่ผมดูประวัติการศึกษาที่ได้รับถึงเกียรตินิยมอันดับสองขนาดนั้น ต้องผ่านการคัดเลือกมาแน่นอน แต่หลังจากนี้ต่างหากที่จะเป็นเพราะเรื่องส่วนตัว


จริงๆคุณมีสิทธิ์เข้ามาทำงานที่นี่เลยด้วยซ้ำนะผมเว้นช่วงพูดไปนิดหนึ่งเพราะมีคนผ่านสัมภาษณ์มาแค่คนเดียว ซึ่งผมไม่ได้ยุ่งในส่วนนี้ผมพูดพร้อมหยักไหล่ 


คนตัวเล็กมองผมอย่างประเมินสถานการณ์ทันทีที่พูดจบ เหมือนกับว่ายังไม่เชื่อใจผม 


และผมเชื่อว่าคุณน่าจะมืออาชีพพอที่จะไม่เอาเรื่องส่วนตัวมาปนกับงานนะครับผมพูดท้าทายเธอกรายๆ บอกตามตรง เธอมีสิทธิ์ที่จะปฏิเสธงานนี้เพราะด้วยความสามารถ การหางานทำไม่ยากสำหรับเธอแน่ และการที่จะยื้อให้เธอยังอยู่ที่นี้คงมีทางเดียว 


แน่นอนค่ะ ฉันแยกแยะออกเธอพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ พร้อมจ้องเข้ามาในตาของผมเพื่อยืนยันอีกเสียง หึ ได้ผลและฉันเองก็หวังว่าคุณ... ‘คียภัค’” เว้นช่วงไว้พรางเหลือบมองป้ายชื่อประจำตำแหน่งของผม แล้วหันหน้ากลับมาจ้องผมตรงๆ “ก็คงจะแยกแยะได้


ผมยกมือสองข้างขึ้นให้เหมือนกับเป็นการยืนยันว่าผมแยกแยะได้แน่นอน


งั้นพรุ่งนี้เริ่มทำงานเลยนะครับ เดี๋ยวจะให้เลขาส่งรายละเอียดไปให้


“แค่วิศวกรต้องให้เลขาของท่านรองประธานส่งรายละเอียดไปให้เลยหรอคะ?” เธอพูดพร้อมเอียงหน้ามองผมอย่างรู้ทัน


ครับ เพราะนำแหน่งนี้ดูจะพิเศษสำหรับผม...” ผมยื่นหน้าเข้าไปใกล้เธอ มองกลับอย่างเปิดเผยและไม่คิดจะปิดบังอะไรอยู่แล้วหมายถึงบริษัทของผมน่ะ


งั้นฉันขอตัวนะคะเธอรีบขอตัวกลับออกไปพร้อมกับใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อนั่น 


ปัง! 


เสียงปิดประตูเรียกเสียงหัวเราะจากผมได้ทันที ผู้หญิงอะไร แค่นี้ก็ดูออกแล้วว่าหัวแข็งแค่ไหน 



ผมเคยแต่ได้อะไรมาง่ายๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านธุรกิจ เงิน หรือแม้แต่ผู้หญิง ซึ่งแน่นอนในเมื่อทุกอย่างมันง่ายมาตลอด อะไรที่มันยากๆมักน่าสนใจสำหรับผมเสมอ 

 

อัพเพิ่มจ้าาา+++++

 

 

จากนั้นผมก็ต่อสายเข้ามาคุณธนิต เลขาที่เปรียบเสมือนมือขวาของผมตั้งแต่เริ่มมารับตำแหน่งรองประธาน 

 

มาเจอผมที่ห้องหน่อยสิ

 

จากนั้นไม่นานก็ปรากฏร่างของชายวัยกลางคน ที่ตอนนี้เริ่มมีผมขาวแซมขึ้นตามผมแล้ว แต่บุคลิกท่าทางที่ดูกระตือรือร้นนั้นกลับทำให้เขาไม่ได้ดูแก่เลยแต่อย่างใด 

 

พอดีผมมีพนักงานคนหนึ่งที่เพิ่งรับเข้าทำงานมา ช่วยส่งรายละเอียดให้เธอทีนะครับ

 

ครับ?” ชายตรงหน้าคงงงกับงานที่ผมส่งให้ทำ เพราะคงงงกับงานที่เพิ่งได้รับมอบหมาย

 

ผมยื่นรายละเอียดที่เขียนไว้คร่าวๆให้เขา เป็นทั้งรายระเอียดการทำงาน เงินเดือน และเงือนไขต่างๆ

 

อ่อ โครงการรับวิศวกรใหม่ เห็นว่ามีคนผ่านการคัดเลือกมาเยอะมากเลยนี่ครับ” คำพูดของคุณธนิตทำให้ผมต้องลอบยิ้มออกมาเบาๆ “แปลกนะครับเห็นบอกกำลังทำการคัดเลือกกันอยู่เลย ผลสรุปออกแล้วหรอครับ” 

 

เอ้าหรอ ผมนึกว่ามีสมัครมาแค่คนเดียวซะอีก” ผมทำหน้าตกใจเกินกว่าเหตุ พร้อมเอามือจับหน้าอกราวกับตกใจหนักหนา

 

ทำให้เลขาของผมระบายรอยยิ้มกับการกระทำผม จากนั้นผมก็หัวเราะออกมาเบาๆ ราวกับเป็นเรื่องตลก

 

ผมเข้าใจแล้วครับ” ธนิตพยักหน้าเพื่อบอกว่าเข้าใจถึงเจตนาของผม แน่นอนว่าผมรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว การสัมภาษณ์ครั้งนี้มีคนผ่านการคัดเลือกถึงยี่สิบคน คุณธนิตพรางก้มมองรายละเอียดในมืออีกครั้ง “เอ๊ะแสนสอง

 

หื้อ?”

 

เงินเดือนแสนสอง ไม่สูงไปสำหรับนักศึกษาจบใหม่หรอครับ

 

หึ ถ้าถูกใจ ก็ไม่มีอะไรที่แพงหรอกครับ” ผมตอบพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก จากนั้นคุณธนิตก็เอาแต่จ้องมองผมอย่างอึ้งๆ “ผมหมายถึงการลงทุนกับพนักงานที่โปรไฟล์ดีขนาดนี้ก็คุ้มออกนะครับ ผมถูกใจนะ” ผมยิ้มอย่างขำเลขาของผมที่ตอนนี้ยังทำตัวไม่ถูก

 

คุณธนิตพยักหน้าเข้าใจการกระทำของผมอีกครั้ง แต่ดูเหมือนจะจำใจมากกว่า

 

ฝากด้วยนะครับ คุณธนิตสามารถใส่รายละเอียดเรื่องการทำงานเข้าไปให้เหมาะกับเงินที่เธอได้รับได้เลย ส่วนเรื่องการทำงาน... เดี๋ยวผมจัดการเอง” 

 

ครับ” คุณธนิตก้มหัวลงนิดหนึ่งเพื่อบอกลาผมก่อนจะเดินออกไป จัดการงานที่ผมเพิ่งบอก คุณธนิตทำงานได้อย่างดีแน่นอน ไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง เขาคิดเผื่อถึงความผิดพลาดไว้ก่อนเสมอ

 

ก่อนที่ผมจะหันมาสนใจงานตรงหน้าและคิดหางานให้กับวิศวะกรตัวบางที่เพิ่งรับมา 

 

The end - Key

 

 

 

เห้ออออ

 

ฉันถอนหายใจเฮือกใหญ่หลังจากออกมาจากห้องของคุณคีย์ เหมือนกับว่าการที่ต้องอยู่คุยกับเขาฉันต้องกลั้นหายใจเอาไว้ตลอดการสนทนานั้น ทั้งๆที่คิดว่าไม่เป็นไรแท้ๆ แต่การได้กลับมาเจอเขาอีกครั้งกลับทำให้เอาแต่นึกถึงเรื่องคืนนั้น

 

เมื่อกี้เหมือนฉันต้องรวบรวมเอาพลังทั้งหมดที่คิดว่ามีออกมาต่อกรกับเขา ควบคุมอารมณ์ตัวเองให้ดูไม่เสียอาการและเหมือนกับว่าเรื่องวันนั้นเป็นปกติ

 

ต่อจากนี้เขาจะกลายมาเป็นเจ้านายของเธอ จริงอยู่ที่ฉันไม่ควรเอาเรื่องงานมาปนกับเรื่องส่วนตัว แต่การกระทำของเขามันส่อแววว่าเหมือนต้องการจะแกล้งกันแบบนั้น ฉันจะยังอยู่ที่บริษัทนี้ได้อีกนานแค่ไหนกัน

 

แต่เอ๊ะ งานของฉันไม่ได้ใกล้ชิดกับเขานี่หน่า ฉันเป็นแค่วิศวกรจะไปเกี่ยวกับผู้บริหารอย่างเขาได้ยังไง

 

และเมื่อทะเลาะกับตัวเองมาได้สักพักก็นึกได้ว่าตอนนี้ยังยืนอยู่หน้าห้องเขาและยังมีเลขาคนสวยอยู่ นึกได้ดังนั้นจึงหันหน้าไปมองเธอและก็พบกับสายตาที่มองมาทางฉันอย่างมีคำถาม ฉันจึงได้แต่ยิ้มแห้งส่งไปให้เธอ

 

ก่อนจะเดินออกมาจากบริเวณนั้นและควรกลับไปตั้งสติที่บ้านก่อน

 

 

เมื่อขับรถมาถึงบ้านแล้วฉันก็เก็บของลงจากรถทันที บ้านของฉันเป็นบ้านสองชั้นธรรมดาที่อยู่ไม่ไกลจากบริษัทแต่ก็ไม่ได้ใกล้จนเดินทางสะดวกขนาดนั้น

 

บ้านของฉันมีสวนเล็กๆที่ได้รับการดูแลเองจากย่า ย่าของฉันเป็นหญิงวัยเกษียณ เมื่อก่อนท่านเป็นข้าราชการครูซึ่งตอนนี้เกษียณมาได้สองปีแล้ว

 

กลับมาแล้วหรอลูก” เสียงของหญิงวัยเกษียณดังขึ้น อายุท่านเกินหกสิบแล้วก็จริง แต่ร่างกายของท่านยังแข็งแรงดีอยู่ ย่าเดินกางแขนแล้วเดินเข้ามาสวมกอดฉัน

 

ก็ดีค่ะย่า” เสียงฉันตอบท่านออกไปให้ดูสดใสและไม่มีพิรุธใดๆให้ท่านต้องกังวล จะให้บอกท่านว่าหนูไปเจอคนที่เขาพรากเอาครั้งแรกของหนูไปแบบไม่ได้ตั้งแต่ และเขาดันกลายมาเป็นเจ้านายเธอ ให้บอกอย่างนั้นย่าฉันความดันขึ้นแน่ๆ และเรื่องวันนั้นฉันจะไม่มีทางให้ย่ารู้เป็นอันขาด

 

งั้นหนูไปอาบน้ำพักผ่อนเถอะลูก เดี๋ยวย่าไปดูหลานยายอ้อยแปปหนึ่ง เห็นบอกน่ารักน่าชังมาก

 

ยายอ้อยที่ย่าพูดถึงคือยายข้างบ้านฉันนี่เอง คนแถวนี้รู้จักกันหมดแหละ ชอบไปมาหาสู่กันบ่อยๆ มีเรื่องอะไรนี่รู้กันตั้งแต่ปากซอยยันท้ายหมู่บ้าน

 

หลังจากผละจากย่าฉันก็ขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว และกะจะงีบซักหน่อยกลับมีข้อความเข้ามาในโทรศัพท์ซะก่อน

 

เมื่อกดดูกลับเป็นเบอร์ที่ไม่ได้บันทึกไว้ พออ่านข้อความกลับทำให้ฉันขมวดคิ้ว เป็นรอบที่ร้อยแปดของวัน

 

[แล้วเจอกันนะครับ ..... คีย์]



อัพเพิ่มจ้า++++



ฉันยังงงกับข้อความของเขาไม่ทันหาย ก็มีอีเมลจากทางบริษัทส่งเข้ามาซะก่อน 

 

มันจึงทำให้ฉันละความสนใจจากข้อความเขาแล้วให้ความสนใจกับอีเมลที่มาใหม่แทน

 

เมื่อเปิดเข้าไปอ่านรายละเอียดก็พบว่าเป็นข้อมูลการทำสัญญาจ้างและรายละเอียดอื่นๆ 

 

ฉันเข้าไปอ่านข้อมูลก็พบว่าการทำงานของฉันคือการเข้าไปควบคุมในส่วนของการผลิตเครื่องยนต์ร่วมกับคณะวิศวกรคนอื่นๆ ทั้งยังมีการเข้าไปในส่วนของการออกแบบและพัฒนาของเครื่องยนต์อีกด้วย แต่ส่วนสุดท้ายที่ทำให้ฉันต้องขมวดคิ้วคือหน้าที่ของฉันอาจถูกเปลี่ยนไปได้ตามความเหมาะสม แล้วความเหมาะสมที่ว่านั้นเอาอะไรมาเป็นเกณฑ์กัน

 

และเมื่อไล่ไปยังบรรทัดสุดท้ายเป็นการว่าด้วยเรื่องของเงินเดือนและสวัสดิการอื่นๆ ก็ต้องทำให้ฉันเบิกตากว้าง 

 

ห้ะ แสนสอง!” นะ นี่ เงินเดือนของฉันหรอ มันมากไปหรือเปล่า นักศึกษาจบใหม่แถมยังไม่มีประวัติการทำงานอย่างฉันจะไปสตาร์ทเงินเดือนที่แสนสองได้ยังไง 

 

ฉันรีบหาเงื่อนไขอื่นๆทันทีก็ไม่มีอะไรน่าสงสัยหรือบ่งบอกว่าจะเอาฉันไปขายส่งชายแดน 

 

นี่เขาคิดจะทำอะไรของเขาอีกเนี่ย เงินเดือนเยอะขนาดนี้ต้องไม่ได้ให้ฉันแค่ไปทำงานปกติธรรมดาแน่ๆเลย 

 

 

 

 

 

 

 

วันนี้ฉันตื่นเช้ากว่าทุกวันเนื่องจากเป็นการทำงานวันแรก ฉันตรวจสอบตัวเองในกระจกเพื่อเช็คความเรียบร้อย วันนี้ฉันอยู่ในชุด เสื้อยืดสีขาวและกางเกงยีนสีเข้มพร้อมรองเท้าผ้าใบสีขาว เสื้อสีขาวของฉันถูกทับด้วยสูทสีครีมพอดีตัว การแต่งกายวันนี้ค่อนข้างทะมัดทะแมง บอกตามตรงว่าฉันไม่มั่นใจคุณรองประทานเอาซะเลย เผื่อเขาให้ฉันไปไปทำอะไรแพลงๆคงไม่ดีแน่ ต้องพร้อมไว้ก่อน

 

ตอนนี้ฉันนั่งอยู่ที่โซฟาที่ใช้เป็นที่นั่งชิวของพนักงานที่ตอนเช้าๆอย่างนี้ มักจะมีผู้คนมานั่งจิบกาแฟก่อนเริ่มทำงาน ที่ต้องมานั่งแบบนี้เพราะในตอนเช้าฉันได้รับข้อความจากคุณธนิต ซึ่งก็คือเลขาของคุณคีย์ (นี่เขามีเลขากี่คนกันส่งข้อความมาบอกฉันว่าให้รอที่นี่เพื่อรับคำสั่งในการทำงาน 

 

วันแรกคงได้เข้าโรงงานหรือไม่ก็น่าจะเข้าฝ่ายพัฒนาเครื่องยนต์ต่างๆแน่

 

นี่ก็เพิ่งเลยเวลามาแค่ห้านาทีฉันจึงไม่ได้ร้อนรนอะไร สายตาพรางทอดมองออกไปข้างนอกตัวบริษัท ซึ่งถูกสร้างให้เต็มไปด้วยกระจกรอบด้าน ส่งผลให้ที่นี้ดูสว่างและสะอาดตา ข้างนอกมีสวนที่ถูกตกแต่งไว้อย่างพอเหมาะ อาจไม่ใช่บริษัทที่ปิดแต่ก็ไม่ได้เปิดให้ใครเข้ามาได้ง่ายๆ โดยระบบรักษาความปลอดภัยถูกจำกัดไว้ตั้งแต่ทางเข้ามา 

 

และทันใดนั้นสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับรถซุปเปอร์คาร์คันหรูที่ไม่ได้เจอได้ง่ายๆอย่าง Audi R8 คนที่จะขับคันนี่ได้ไม่ใช่แค่รวยอย่างเดียวนะ แต่ต้องรวยมาก เพราะมันถูกผลิตแค่ไม่กี่คัน และตัวเครื่องด้านในยังน่าสนใจมากๆ ตัวเครื่องสามารถวิ่งได้ถึง 540 แรงม้า ตัวเครื่องขนาดนี้ กลับมีน้ำหนักของตัวรถแค่พันหกร้อยกิโลกรัม มันเลยสะดุดตาของวิศวกรที่เรียนและทำงานเกี่ยวกับยานยนต์อย่างฉัน 

 

ตัวรถหรูวิ่งเข้ามาจอดเทียบประตูทางเข้าบริษัท กระจกที่ติดฟิล์มหนาทืบถูกเลื่อนลงโดยบุคคลข้างใน 

 

เมื่อจ้องมองดีดีดวงตาฉันพลันเบิกกว้างเมื่อคนภายในคือรองประธานที่สัมภาษณ์งานฉันเมื่อวาน 

 

เมื่อกระจกลงจนสุดสายตาคมกริบก็ปะทะเข้ากับฉันทันทีเหมือนรู้แต่แรกแล้วว่าฉันอยู่ตรงนี้

 

ฉันหลบสายตาเขาและหันมองไปทางอื่น ทำไมในใจมันรู้สึกใจเต้นกับแค่สายตาคมกริบนั้นมองมากันนะ 

 

กริ๊งๆ

 

เสียงโทรศัพท์ฉันดังขึ้น หันเหความสนใจออกจากเขา เมื่อหยิบขึ้นมากลับเป็นเบอร์ที่ไม่รู้จัก แต่ไม่ปล่อยให้ต้องสงสัยนานฉันก็กดรับออกไปทันที 

 

[พายขึ้นรถ]

 

คะ คะ?” ปลายสายไม่รอให้ฉันตอบรับและกลับพูดขึ้นมาอย่างเร็ว ทำให้เสียงฉันเบาหวิวปนความงงงวยเมื่อเจอกับปลายสายที่ฉันเพิ่งหลบตาเขาเมื่อกี้ ฉันไม่กล้าหันไปมองเขา เพราะพนักงานที่อยู่แถวนี้ทั้งหญิงและชายกำลังจับตามองเขาอยู่

 

[เร็วเข้า มีรถรอผ่านไปอยู่นะและคำนั้นก็ทำให้ฉันได้หันไปมอง และก็จริง เนื่องจากระบบรักษาความปลอดภัยค่อนข้างแน่นหนา ทางที่เข้ามาถึงหน้าบริษัทจึงมีแค่เลนเดียว ฉันที่ยังนั่งถือสายอยู่ก็ต้องรีบหอบเอากระเป๋าวิ่งไปที่ซุปเปอร์คาร์เมื่อมีรถที่จอดต่อท้าย เริ่มบีบแตร่ไล่รถหรูข้างหน้าแล้ว ระหว่างทางฉันก็ถูกจ้องมองจากพนักงานที่คงสงสัยกับความรีบร้อนของฉัน 

 

แต่เมื่อถึงที่หมายฉันก็รีบเปิดประตูรถแล้วปิดลงทันที แน่นอนการที่ฉันวิ่งขึ้นรถของท่านรองประธานมาอย่างนี้ ต้องได้รับความสนใจจากพนักงานคนอื่นมากขึ้นแน่ๆ 

 

หึ” ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะจากคนตัวสูงข้างตัว เหมือนกำลังขำอะไรสักอย่าง 

 

คุณคีย์ทำแบบนี้ทำไมคะ” ฉันที่กำลังควบคุมเสียงไม่ให้ตวาดเขาและควบคุมอารมณ์ไม่ให้เข้าไปทึ่งคนตรงหน้า คนตัวสูงกลับออกรถไปอย่างหน้าตาเฉย และยังไม่ยอมตอบคำถามฉัน

 

คุณคีย์!” ฉันเริ่มขึ้นเสียง

 

ครับ” เขารับคำเรียบราวกับว่าเมื่อกี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ทำแบบนี้ทำไมคะ?” ฉันถามเขาออกไปและไม่รอให้ได้คำตอบฉันก็พูดต่อไปอีก “พายต้องทำงานนะคะ คุณธนิตสั่งให้พายรออยู่ที่นั้น

 

ใครเป็นเจ้านายคุณธนิตครับ” คนตัวสูงพูดมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบ และเขารู้แน่ว่ามันไม่ใช่คำตอบที่ฉันต้องการ ตอนนี้สีหน้าฉันบ่งบอกอย่างไม่ปิดบังเลยว่าฉันไม่โอเค ฉันเบือนหน้าจากเขาและหันไปมองถนนข้างหน้าที่รถคันที่ขี่ไปด้วยความเร็วที่มากเอาเรื่อง แค่รู้สึกเหนื่อยที่จะคาดคั้นเอาเรื่องจากเขา สงสัยเห็นฉันเงียบไป คนข้างตัวจึงยอมพูดออกมา “ผมเป็นคนบอกให้เขาบอกคุณเอง และนี่เราก็กำลังจะไปทำงานกัน” 

 

ทำงาน?” ฉันเน้นคำนั้นและยกมือชี้นิ้วไปทางบริษัทที่รถเพิ่งวิ่งออกมา “งั้นกลับไปที่บริษัทสิคะ

 

งานของคุณอยู่ที่อู่ของผมต่างหาก" เขาละสายตาจากถนนกลับมาจ้องฉันพร้อมกับคำตอบของเขา   เขาไม่ได้ปล่อยให้ฉันสงสัย แต่ก็ไม่ได้อธิบายให้ฉันเข้าใจ กลับพูดตัดบทไปเฉยๆ “เดี๋ยวไปถึงก็รู้น่า

 

ฉันไม่ได้เซาซี้เขาต่อ เพราะรู้ว่าถึงพูดไปเขาไม่อยากตอบก็ป่วยการเปล่าๆถ้าฉันยังจะดื้อดึง ฉันจึงแค่นั่งเฉยๆและมองเส้นทางรอบข้างระหว่างทางต่อไป

 

 

 

หลังจากที่ในตัวรถอบอวนไปด้วยความเงียบ ไม่นานก็ถึงอู่รถที่เขาบอก หรือจริงๆแล้วมันควรจะนานกว่านี้ถ้าคนที่ยืนข้างๆไม่ขับรถเร็วเหมือนหนีตำรวจมา

 

บอกตามตรงจากตอนแรกที่เขาบอกว่าจะมาอู่ฉันก็แค่คิดว่าจะเป็นแค่อู่ที่ซ่อมรถยนต์ทั่วไป จนลืมไปเลยว่าเขาคือใคร นี่เขามันรองประธานของบริษัทที่ผลิตและนำเข้ารถยนต์ที่ใหญ่สุดในเอเชียเลยนะ แล้วอู่ที่เขาว่ามันจะไปธรรมดาได้ยังไง เพราะมองจากด้านนอกตอนนี้อู่ที่นี้มีพื้นที่ไม่ต่ำกว่าสองไร่แน่ๆ

 

เมื่อรถเลี้ยวเข้ามาจอดด้านในซึ่งเป็นที่จอดรถค่อนข้างเป็นส่วนตัวเนื่องจากต้องเข้าจากทางด้านหลังของตัวอู่ และมีรถจอดอยู่อีกสองคัน และไม่ต้องสืบเรื่องราคานะคะ รวมๆกันสร้างสะพานข้ามแม่น้ำไทยลาวได้สบาย 

 

ไปกันเถอะ” เขาถอดเบลท์พรางหันหน้ามาพูดกับฉัน ฉันพูดตามตรงท่าทางของเข้าตอนนี้ทำให้ฉันลงจากรถตามเขาได้ง่ายๆ เนื่องจากท่าทางของเขาไม่ได้ดูเหมือนจะทำอะไรที่ไม่ดี แต่กลับดูจริงจังและเล่นในทีด้วยซ้ำ




               จากที่ไรท์เค้ามาอ่านคอมเม้นอยู่ในทุกวี่วันก็มีคนมาทักว่าตอนนี้เนื้อหาหายไป 

          แล้วก็หายจริงงง ผิดพลาดทางเทคนิคยังไงไม่รู้ตัวเองง หายไปเยอะเลย เราเลยแวะมาอัพใหม่ ขอบคุณคอมเม้นที่เตือนเราด้วยนะ น่ารักมากกก มีไรผิดปกติอีกเราฝากเม้นหน่อยนะคะ ขอบคุณค่าาา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 593 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

589 ความคิดเห็น

  1. #432 fah9095 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 21:44
    ไรท์คะ เหมือนตอนนี้เนื้อเรื่องหายไปเยอะเลยค่ะ ยังไงถ้ามาอัพ เช็คตอนนี้ด้วยนะคะ แงงงง
    #432
    2
    • #432-1 mindsetFNK(จากตอนที่ 4)
      20 มกราคม 2563 / 23:57
      หายจริงด้วยยย แงงง เราอัพใหม่ละน้าา ขอบคุณนะคะที่เตือนเรา น่ารักกก
      #432-1
    • #432-2 fah9095(จากตอนที่ 4)
      21 มกราคม 2563 / 01:07

      ไรท์มาอัพใหม่ไวมากกกก ไม่เป็นไรค่ะ เราอ่านตอนเก่ารอนะคะ^^
      #432-2
  2. #371 EleJEEN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 21:42
    มีคำผิดตรง ที่นี่* เซ้าซี้* นะคะ
    ปอลิง พี่คีย์เปย์เว่ออออออ ขูดรีดให้จนไปเลยค่ะพายยยยยยย
    #371
    0
  3. #334 nighttime_bad (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2562 / 00:58
    สะดุดหน่อยๆตรงคำผิดค่ะ

    มืน = มึน
    พน. = พรุ่งนี้ น่าจะเปลี่ยนมาใช้ภาษาเขียนดีกว่ามั้ยคะ จัได้น่าอ่านมากขึ้นค่ะ
    #334
    0
  4. #79 กระดานสีชมพู (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 01:21
    คุณคีย์รุกหนักมากกก????
    ปล.อยากให้เปลี่ยนคำย่อให้เป็นคำเต็มๆจังค่ะเวลาอ่านจะเวิคมากๆเลย😁
    #79
    0
  5. #11 MOONLIGHT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2562 / 08:31
    รอๆ นะคะไรท์
    #11
    0
  6. #10 MOONLIGHT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 21:03
    ลงทุนจริงๆ
    #10
    0
  7. #9 Pimnara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 13:20

    คุณคีย์รุกก หนักมากก

    #9
    1
    • #9-1 mindsetFNK(จากตอนที่ 4)
      11 กรกฎาคม 2562 / 00:06
      คุณพี่เค้าถูกจุยยยย
      #9-1
  8. #8 MOONLIGHT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2562 / 07:18
    คุณคีย์ ของเรา
    #8
    0
  9. #7 MOONLIGHT (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 20:32
    มารอออออ
    #7
    0
  10. #6 Nemo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 18:39

    เจิมมรอค่ะ

    #6
    1
    • #6-1 mindsetFNK(จากตอนที่ 4)
      11 กรกฎาคม 2562 / 00:05
      รักกก
      #6-1