ตอนที่ 8 : ขอแต่งงาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 ก.พ. 62

 :: [8] ::

ขอแต่งงาน

 

        “ผู้จัดการจัดงานเลี้ยงเหรอเมษาถึงได้สั่งกับข้าวซะเยอะแยะเชียว” พรหล้าเอ่ยถามเพื่อนสาวหลังกลับจากไปส่งอาหารให้อรรถพล

            “อื้ม...แต่เห็นนั่งกันอยู่แค่สามคนเองนะ” พรหล้าตอบ

            “ใครบ้างอ่ะเธอ”

            “ก็มีผู้จัดการยัยอัญและยัยตะวันนั่นล่ะจะใครอีกล่ะ”

            “อ้อ...ยัยอัญไม่น่าไปเป็นกขค.เลยว่ามะ ไม่งั้นฉันว่าคืนนี้คงจะต้องมีกิจกรรมดีๆ เกิดขึ้นแน่นอน”

            “ก็คงงั้นมั้ง”

            เสียงบทสนทนาของสองสาวดังแว่วเข้าหูอาทิตย์ ทำให้แก้วน้ำสีอำพันที่กำลังจะยกเข้าปาก ถูกกระแทกลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง น้ำเมากระเซ็นหกรดลงบนโต๊ะเลอะไปทั่ว

            ปัง!

            ฟองจันทร์หันไปถลึงตาใส่เพื่อนสาวทั้งสองด้วยความไม่พอใจ เมื่อรู้ว่าเป็นต้นเหตุให้อาทิตย์ต้องวางแก้วลง ทำให้เจ้าหล่อนทั้งสองรีบวิ่งแจ้นเข้าไปในร้านทันที

            “คุณอาทิตย์ไม่ดื่มแล้วเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถาม มือเรียวเล็กยกขึ้นลูบไล้ที่ต้นแขนกำยำ หมายใจจะให้อีกฝ่ายเคลิ้ม แต่อาทิตย์กลับลุกพรวดพราดขึ้นทำเอาเจ้าหล่อนหน้าเหวอเล็กน้อย

            “ผมขอตัวก่อนนะครับลุง” กล่าวจบอาทิตย์ก็พยายามคุมสติเดินไปที่รถ ก่อนจะขับออกไปโดยเร็ว

            “เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ยกำลังจะสำเร็จอยู่แล้วเชียว” ฟองจันทร์ทำหน้าบูดบึ้งถอนหายใจด้วยความเสียดาย ผู้เป็นบิดาที่นั่งอยู่ข้างกันได้แต่พูดปลอบใจ

            “เอาน่า...วันพระไม่ได้มีหนเดียวเอ็งอย่าเพิ่งตีโพยตีพายไป”

            “แล้วเมื่อไหร่จะมีวันนั้นล่ะพ่อฉันเริ่มทนไม่ไหวแล้วนะ กลัวว่าคุณอาทิตย์จะเสร็จยัยตะวันไปก่อนน่ะสิ”

            “พ่อสัญญาว่าจะทำให้เอ็งสมหวังแน่นอน”

            “จริงๆ นะพ่อ”

            “จริงสิวะเอ็งคือลูกสาวคนเดียวของพ่อ พ่อทำให้เอ็งได้ทุกอย่างอยู่แล้ว”

            “ขอบคุณมากนะจ๊ะพ่อ ฉันรักพ่อที่สุด” ฟองจันทร์สวมกอดบิดาอย่างมีความหวัง ตั้งแต่เกิดมาผู้ชายคนนี้ทำให้เธอได้ทุกอย่าง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมเจ้าหล่อนถึงได้มั่นใจในตัวบิดาแทบไม่เผื่อใจเลยสักนิดเดียว

*-*-*-*-*-*-*

            ณ บ้านพักสไตล์รีสอร์ตของผู้จัดการไร่ ตัวบ้านทำมาจากไม้ทั้งหลัง มีระเบียงหน้าบ้านไว้นั่งพักผ่อนหย่อนใจ ชมวิวทิวทัศน์อันสวยงามของไร่แห่งนี้

            ทั้งสามชีวิตกำลังสนทนากันอย่างออกรสที่ระเบียงหน้าบ้านพัก อาหารที่สั่งมาจากร้านคำเปื้อนเริ่มพร่องลงไปบ้างแล้ว เมื่อเห็นว่าสมควรแก่เวลาทานตะวันจึงชำเลืองตามองเพื่อนรักที่นั่งข้างกัน อีกฝ่ายพยักหน้าหงึกสื่อว่าถึงเวลาจัดการเรื่องทั้งหมดแล้ว

            “สองสาวมีอะไรกันหรือเปล่า” อรรถพลเลิกคิ้วมองหน้าสองสาวสลับกันด้วยความสงสัย

            “หนูไม่มีค่ะ” อัญญาตอบ อรรถพลจึงหันไปมองหน้าอีกคนทันที

            “ตะวันขอคุยกับพี่อรรถสักครู่ได้ไหมคะ”

            “ได้สิครับ” อรรถพลฉงนเล็กน้อย คาดเดาไม่ถูกว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดคุยเรื่องอะไรกันแน่

            “งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” อัญญากำลังจะลุกขึ้นแต่ทว่า...

            “แกอยู่นี่ล่ะเดี๋ยวฉันกับพี่อรรถจะไปคุยกันที่อื่น”

            “งั้นฉันรอที่นี่นะ”

            “อื้ม” ทานตะวันตอบรับเพื่อนแล้วหันไปมองหน้ารุ่นพี่ ส่งยิ้มน้อยๆ ให้ “ไปกันเถอะค่ะพี่อรรถ”

            “ครับผม”

            ทานตะวันเดินนำหน้าชายหนุ่มไปยังสวนหน้าบ้าน ปล่อยให้เพื่อนรักนั่งจัดการอาหารอยู่ระเบียงเพียงลำพัง อัญญามองตามหลังคนทั้งสองไปด้วยสายตาที่ยังพอมีหวัง ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นเจ้าหล่อนก็พร้อมจะอยู่เคียงข้างชายผู้เป็นที่รัก คอยปลอบประโลมใจจนกว่าอีกฝ่ายจะเข้มแข็ง

            เดินมาถึงแล้วทานตะวันก็หันกลับไปมองหน้ารุ่นพี่ด้วยสีหน้าหนักใจเล็กน้อย อรรถพลขมวดคิ้วมองหน้าหญิงสาวรอฟังสิ่งที่เธอจะกล่าว

            “พี่อรรถคะตะวันมีเรื่องจะบอก”

            “ว่ามาสิพี่รอฟังอยู่” อรรถพลจ้องมองดวงหน้าสวยด้วยรอยยิ้ม เข้าใจว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญไม่น้อย ดีไม่ดีสาวเจ้าอาจจะบอกรักเขาก็เป็นได้ อรรถพลคิดในใจ

            “คือว่า...”

            “เราสองคนกำลังจะแต่งงานกัน” เสียงบุคคลที่สามดังแทรกขึ้นมา ทั้งสองจึงหันไปมองยังต้นเสียงพร้อมกัน อาทิตย์เดินเข้ามาประชิดตัวหญิงผู้เป็นที่รัก รั้งเอวบางไว้แน่นเพื่อแสดงให้อรรถพลรู้ว่าเขามีสิทธิ์ในตัวตะวันมากแค่ไหน

            “พี่อาทิตย์!

            “ปล่อยตะวันเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นอย่าหาว่าผมไม่เตือน” อรรถพลชี้หน้าผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่แข็งกร้าว

            “เมียกูทำไมจะต้องปล่อยด้วยวะ” อาทิตย์ตอบกลับด้วยสีหน้ายียวนกวนประสาท ส่งผลให้อรรถพลจะเดินเข้าไปเอาเรื่องแต่อัญญารีบดึงแขนไว้เสียก่อน

            “อย่าค่ะผู้จัดการ”

            “ปล่อยผมเดี๋ยวนี้อัญ”

            “ปล่อยแล้วผู้จัดการจะระงับอารมณ์ได้งั้นเหรอคะ” อัญญาไม่มีทางยอมให้ใครต้องเจ็บตัวเด็ดขาด

            “แน่จริงก็เข้ามาสิไอ้คนหน้าไม่อาย มายุ่งกับเมียชาวบ้านอยู่ได้ทั้งที่ผัวเขาก็ยืนทนโท่อยู่นี่” อาทิตย์ประกาศกร้าวให้ทุกคนรู้ว่าเขาและทานตะวันเป็นอะไรกัน ส่วนหนึ่งเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ทำให้อีกฝ่ายกล้าพูดอย่างไม่คิดแบบนี้

            “พี่อาทิตย์หยุดบ้าได้แล้วกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย” ทานตะวันตวาดแหวใส่ด้วยความโมโห

            “นี่ตะวันเข้าข้างมันเหรอ?

            “ใช่! ถ้าตะวันเข้าข้างพี่อาทิตย์ก็บ้าแล้ว”

            “ตะวันแกพาคุณอาทิตย์กลับก่อนเถอะทางนี้ฉันจัดการเอง” เมื่อเห็นท่าไม่ดีอัญญาจึงบอกให้เพื่อนพาต้นเหตุของเรื่องยุ่งๆ รีบไปเสียก่อนจะเกิดเรื่อง

            “ตะวันขอโทษด้วยนะคะพี่อรรถเอาไว้วันหลังค่อยคุยกันใหม่”

            “กลับเถอะพี่ไม่อยากจะถือสาคนเมาหรอก”

            “กูไม่เมาเว้ยมึงนั่นล่ะเมา” อาทิตย์ยังโวยวายไม่เลิก

            “พี่อาทิตย์กลับเดี๋ยวนี้เลย!

            “พี่ไม่กลับจะจัดการไอ้พวกลักกินขโมยกินของคนอื่น”

            อาทิตย์ส่งเสียงเอะอะโวยวายไม่ยอมหยุด ขณะทานตะวันเองก็พยายามดึงตัวออกจากตรงนั้น เมื่อคนทั้งสองเดินออกไปแล้วอัญญาก็หันไปมองคนที่ยืนอยู่ข้างกัน เมื่อเห็นสีหน้าที่เจ็บปวดของอรรถพลเธอก็รู้สึกสงสารจับใจ

            “ผู้จัดการเข้าไปในบ้านก่อนเถอะค่ะ เดี๋ยวฉันเคลียร์ของตรงนี้ให้”

            “มันไม่จริงใช่ไหมอัญ ตะวันกับคุณอาทิตย์ไม่ได้แต่งงานกันใช่ไหม” อรรถพลจับไหล่บางทั้งสองข้างไว้แน่น ตะโกนถามด้วยสีหน้าจริงจัง

            “เรื่องนั้นฉันเองก็ไม่รู้ค่ะ รู้แค่ว่าตะวันกับคุณอาทิตย์รักกันมานานแล้ว ก่อนที่จะเจอกับผู้จัดการเสียอีก”

            “ไม่จริง! ไหนตะวันเคยบอกผมว่าไม่ได้เป็นอะไรกับไอ้หมอนั่นผมไม่เชื่อ” อรรถพลยังจำได้ดีว่าเคยถามเจ้าหล่อนแล้วครั้งหนึ่ง ทานตะวันปฏิเสธว่าไม่ได้มีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับอาทิตย์ แต่ทำไมวันนี้มันกลับตาลปัตรไปได้

            “มันคือเรื่องจริงค่ะ คุณอาทิตย์กับตะวันต่างก็มีใจให้กันตั้งแต่ช่วงเรียนมอปลายแล้ว ผู้จัดการต้องยอมรับความจริงนะคะ ว่าตอนนี้หัวใจตะวันไม่มีที่ว่างให้ใครได้อีกแล้ว”

            “คุณโกหกผมกลับไปเดี๋ยวนี้เลย!” ด้วยความโมโหอรรถพลจึงผลักร่างบางจนล้มลงพื้น ชี้หน้าขับไล่อย่างไม่ไยดี

            “โอ๊ย!” อัญญาทำหน้าเหยเกด้วยความรู้สึกเจ็บที่แก้มก้น เจ้าหล่อนถลึงตามองเขาด้วยความน้อยใจ โมโหเรื่องตะวันทีไรก็มาลงกับหล่อนทุกครั้ง หรือว่าเธอจะเข้ามาแส่เรื่องนี้มากเกินไปแล้ว ทั้งที่อรรถพลไม่แม้แต่จะชายตาแลเลยสักนิด มันน่าอายเสียนี่กระไร

            “ฉันเพิ่งรู้ว่าผู้จัดการเป็นพวกชอบใช้อารมณ์กับผู้หญิง ถ้าอยากอยู่คนเดียวนักก็เชิญตามสบายค่ะ ฉันไม่อยากจะเป็นที่รองรับอารมณ์คนอย่างคุณอีกแล้ว” อัญญาเอ่ยหลังจากพยุงตัวลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับเขา  จ้องหน้าชายหนุ่มราวกับโกรธเคืองขั้นสุด “ถ้าทำใจยอมรับความจริงไม่ได้ก็ผูกคอตายเลยค่ะ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะบอกให้คนมาช่วยเก็บศพ” กล่าวจบอัญญาก็หมุนตัวจะเดินกลับห้องพัก แม้จะเห็นสีหน้าที่รู้สึกผิดจากเขา แต่คราวนี้เธอคงไม่มีทางยอมใจอ่อนสงสารอีกเป็นแน่

            หมับ!

            “อัญญาผมขอโทษ ฮึก ผมไม่เหลือใครแล้วได้โปรดอยู่เป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหม” เมื่อเริ่มได้สติอรรถพลก็รู้สึกผิดและคิดว่าตอนนี้เขาควรจะมีใครคอยอยู่ข้างๆ

            “ก็ได้ถ้าคุณสัญญาว่าจะไม่ใส่อารมณ์กับฉันอีก”

            “ได้! ผมสัญญาว่าจะไม่ทำอย่างนั้นกับคุณอีก แค่ขอให้คุณช่วยอยู่เป็นเพื่อนผมก็พอ” ดวงตาคนพูดคลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำใสๆ แค่เขากะพริบตามันก็ไหลลงมาเป็นทางอาบสองแก้ม ตั้งแต่เกิดมาอัญญาเพิ่งจะเคยเห็นน้ำตาของลูกผู้ชายก็วันนี้ล่ะ

            “ฉันจะอยู่เป็นเพื่อนคุณค่ะ”

            ได้ยินอย่างนั้นอรรถพลก็รู้สึกดีเป็นบ้า โผเข้ากอดหญิงสาวในทันที อัญญาเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เธอไม่นึกว่าชีวิตนี้จะมีโอกาสได้รับไออุ่นจากอ้อมกอดเขา เมื่อเห็นอีกฝ่ายปล่อยโฮออกมาอย่างหนักหน่วง มือเรียวก็ยกขึ้นมาโอบแผ่นหลังกว้าง ลูบเบาๆ เพื่อปลอบใจ

*-*-*-*-*-*-*

            ลงจากรถแล้วทานตะวันก็รีบเดินนำหน้าเข้าไปในบ้าน เร่งฝีเท้ายังไม่ถึงประตูเลยด้วยซ้ำมือเรียวก็ถูกรั้งไว้ อาทิตย์ดึงตัวเธอเข้ามาสวมกอดจากด้านหลัง แม้ว่าสาวเจ้าจะพยายามขัดขืนแต่ก็สู้แรงอันมหาศาลของคนเมาไม่ได้

            “ปล่อยเดี๋ยวนี้! ตะวันเกลียดพี่อาทิตย์”

            “พี่ขอโทษนะครับตะวันอย่าโกรธเกลียดพี่เลยนะ ที่ทำลงไปเพราะพี่หวงตะวันมาก” คนพูดเกยคางบนไหล่สวยส่งเสียงออดอ้อนอย่างน่าหมั่นไส้ กลิ่นแอลกอฮอล์โชยเข้าจมูก นั่นทำให้ทานตะวันรู้ว่าอีกฝ่ายดื่มหนักมากแค่ไหน        

            “สร่างเมาแล้วค่อยมาคุยกันนะคะตะวันขอตัว” คราวนี้อาทิตย์ยอมให้หญิงสาวแกะมือออกโดยง่าย ก่อนที่เจ้าหล่อนจะเดินเข้าไปในบ้าน

            ยังไงซะเขาก็จะไม่ยอมให้ทานตะวันโกรธจนถึงวันพรุ่งนี้แน่นอน คิดได้อย่างนั้นจึงรีบเดินตามเข้าไป

            ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

            “ตะวัน....ตะวันครับ เปิดให้พี่เข้าไปหน่อยนะ” อาทิตย์ยืนเคาะประตูอยู่หน้าห้อง เขาพลาดไปเพียงก้าวเดียวไม่อย่างนั้นคงจะตามอีกฝ่ายเข้าไปได้ทันเวลา

            “พี่อาทิตย์รีบเข้าไปนอนในห้องเถอะค่ะ ตะวันเหนื่อยใจกับคนอย่างพี่แล้ว” ทานตะวันตะโกนออกมา แต่มีหรือที่อาทิตย์จะยอมถอยทัพโดยง่าย

            “ตะวันก็รู้ว่าพี่เมา พี่ไม่ได้ตั้งใจจะทำอย่างนั้นสักหน่อย อีกอย่างตะวันก็ผิดสัญญาไปที่บ้านพักไอ้นั่น แล้วอย่างนี้จะโทษพี่ฝ่ายเดียวก็คงไม่ถูกนะ”

            “เมาหรือแกล้งเมากันแน่ รู้หรือเปล่าว่าตะวันไปที่บ้านพักพี่อรรถเพราะจะไปบอกว่าเราเป็นแฟนกัน แต่พี่อาทิตย์ก็ทำให้เสียเรื่องจนได้” ทานตะวันบอกความจริงหวังจะให้อีกฝ่ายรู้สึกผิดว่าทำอะไรลงไป ในใจตอนนี้ยังคงเป็นห่วงรุ่นพี่อยู่ไม่น้อย

            “ตะวันพูดจริงงั้นเหรอ!” เมื่อได้ยินคนที่นั่งอยู่หน้าห้องก็ลุงตึงตังขึ้นมา ใบหน้าหล่อเต็มไปด้วยรอยยิ้ม

            “โกหกมั้งคะ ไปนอนเถอะเอาไว้พี่อาทิตย์สร่างเมาแล้วเราค่อยมาคุยกันอีกที” กำลังจะเดินไปที่เตียงนอนแต่ทว่า

            โครม!

            “โอ๊ย!!

            เสียงตึงตังดังมาจากนอกห้องตามด้วยเสียงร้องของอาทิตย์ นั่นทำให้เจ้าหล่อนรีบเปิดประตูออกไปดูด้วยความตื่นตกใจ

            “พี่อาทิตย์!

            ภาพที่เห็นคืออาทิตย์นอนคว่ำหน้าหมดสติอยู่บนพื้น ทานตะวันรีบวิ่งเข้าไปพลิกตัวให้หงายขึ้น วางศีรษะไว้บนตัก มือเรียวตบเบาๆ ที่แก้มชายหนุ่มแต่กลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมได้สติ

            “พี่อาทิตย์เป็นอะไร ฟื้นสิคะ! ตะวันอยู่นี่แล้ว”

            อาทิตย์ยิ้มน้อยๆ ด้วยความปลื้มใจทั้งที่ยังหลับตาอยู่ นั่นทำให้ทานตะวันรู้สึกโมโหอีกครั้งที่โดนหลอกเข้าให้ พยายามผลักศีรษะเขาออกแต่กลับโดนอีกฝ่ายจับมือมาดอมดม ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มมองขึ้นมา

            “ในที่สุดตะวันก็ยอมออกมาหาพี่ เป็นห่วงเค้าอ่ะดิ” คนพูดยิ้มไม่ยอมหุบรู้สึกดีเป็นบ้าที่หญิงสาวเป็นห่วงมากมายขนาดนี้

            “มาดูว่าตายหรือยังต่างหาก ถ้าตายแล้วตะวันจะได้โทรบอกพ่อเลี้ยงมารับศพ”

            “แล้วทำไมเสียงตะวันถึงได้ดูเป็นห่วงพี่ขนาดนั้นล่ะฮึ” อาทิตย์ยิ้มกริ่มจับมือนุ่มมาสัมผัสแนบชิดแก้มตนเอง ออดอ้อนหญิงผู้เป็นที่รักราวกับเด็กน้อยขี้อ้อน

            “คิดเองเออเอง ถ้าไม่เป็นอะไรแล้วก็ลุกขึ้นตะวันจะไปอาบน้ำนอน” คำพูดของอาทิตย์ส่งผลให้ใบหน้าขาวเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ

            “อาบให้พี่ด้วยดิเมาจนแทบจะทำอะไรเองไม่ไหวแล้วเนี่ย”

            “ไม่ต้องมาทำเป็นอ้อนเลย ยังไงวันนี้พี่อาทิตย์ก็มีความผิด อย่าหวังว่าตะวันจะยอมญาติดีด้วย”

            “ที่บอกว่าเราจะแต่งงานกันพี่พูดจริงๆ นะ” อาทิตย์ลุกขึ้นจากตักนุ่ม จับมือเรียวทั้งสองข้างมากุมไว้ จ้องมองใบหน้าสวยด้วยแววตาที่จริงจัง

            “มันเป็นไปไม่ได้หรอกค่ะพี่อาทิตย์ พ่อกับแม่เราเพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่นานเองนะ” หากมันเกิดขึ้นจริง คนงานในไร่คงจะนินทาว่าร้ายเธอกับแม่ว่าตั้งใจจับพ่อเลี้ยงและอาทิตย์เป็นแน่

            “ทำไมจะเป็นไปไม่ได้ล่ะในเมื่อเราสองคนรักกัน ทำไมตะวันจะต้องแคร์คำพูดของคนอื่นด้วยล่ะ”

            “แต่...”

            “ไม่ต้องแต่อะไรทั้งนั้น พรุ่งนี้เราเข้าไปหาพ่อกับน้าแก้วด้วยกัน พี่จะเข้าไปกราบขอโทษท่านทั้งสองที่เคยพูดจาไม่ดีใส่”

            “พี่อาทิตย์จะเอาอย่างนั้นจริงๆ เหรอคะ”

            “จริงสิตะวันไม่เชื่อใจพี่เหรอ”       

            “เชื่อสิคะแต่ตะวันคิดว่ามันเร็วเกินไปไหม รออีกสักปีไม่ได้เหรอคะ” ทานตะวันยังคงคิดว่ามันไม่เหมาะสมอยู่ดี หากจะมีงานมงคลสมรสขึ้นในเร็ววันนี้

            “พี่รอไม่ได้หรอก! อีกอย่างยิ่งเราอยู่ด้วยกันอย่างนี้ไปเรื่อยๆ คนยิ่งจะนินทา หากเราแต่งงานกันแล้วตะวันจะได้ไม่ต้องเสียหาย และพี่เองก็จะได้สบายใจด้วยไงล่ะ พี่รู้สึกผิดที่ข่มเหงตะวันในวันนั้นอยากจะรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น นะครับตะวันของพี่” อาทิตย์พยายามอ้อนหญิงสาวให้โอนอ่อนผ่อนตาม

            “ถ้างั้นพรุ่งนี้ตะวันจะไปกับพี่ค่ะ เราจะไปหาท่านทั้งสองด้วยกัน ตะวันรักพี่อาทิตย์มากนะคะ สัญญาได้ไหมว่าจะไม่ทำให้ตะวันเสียใจอีก” เจ้าหล่อนอยากได้ยินคำสัญญาจากปากเขาอีกครั้ง เพื่อเรียกความมั่นใจให้กับตัวเอง

            “พี่สัญญาว่าจะไม่ทำให้ตะวันเสียใจอีกเด็ดขาด ตะวันคือดวงใจของพี่นะ ตั้งแต่เกิดมาหัวใจดวงนี้ไม่เคยมอบให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน มันจะเป็นของตะวันเพียงคนเดียวตลอดไป”

            “ฮึก...ตะวันรักพี่อาทิตย์ที่สุดเลยค่ะ”

            เมื่อได้ยินคำกล่าวจากปากเขาอย่างชัดถ้อยชัดคำ น้ำใสๆ ที่เอ่อคลอดวงตาสวยก็ไหลลงมาเป็นทางอาบสองแก้ม ทานตะวันโผเข้ากอดชายผู้เป็นที่รักอย่างแนบแน่น ร้องไห้ร้องห่มด้วยความซาบซึ้งใจเป็นที่สุด พื้นที่สี่ห้องหัวใจนี้ไม่เคยเผื่อมันไว้ให้ใครเลย มันเป็นของผู้ชายคนนี้มาตลอดและไม่มีทางจะเป็นของใครได้อีกแล้ว

           

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น