ตอนที่ 7 : แผนร้าย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 217
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 ก.พ. 62

 :: [7] ::

แผนร้าย

 

        อัญญานั่งวางสายตาไว้ที่หน้าจอมอนิเตอร์ด้วยอาการเหม่อลอย สลับกับการเฝ้ามองดูประตูทางเข้ารอการมาถึงของผู้จัดการสุดหล่อ เห็นอรรถพลไปรับไปส่งเพื่อนรักทุกวันยิ่งรู้สึกเจ็บปวดหัวใจ ไม่มีสิทธิ์แม้แต่ชายตามองเขาคนนั้นเลยสักนิด แม้ว่าจะพยายามตัดใจหลายครั้งแล้วแต่ก็ทำไม่ได้เลยสักที

            ขณะที่เธอกำลังจ้องมองประตูอย่างใจจดใจจ่อนั้น มันก็ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของอรรถพล อัญญารีบหันขวับกลับมามองหน้าจอมอนิเตอร์ในทันที วันนี้อีกฝ่ายไม่ทักทายเธอเหมือนเช่นทุกวัน รีบเดินดุ่มๆ ไปนั่งโต๊ะทำงานที่มีเพียงพาทิชั่นกั้นเอาไว้ สีหน้าบึ้งตึงราวกับไปมีเรื่องกับใครมาซะอย่างนั้น

            “วันนี้เป็นบ้าอะไรอีกเนี่ย” อัญญานึกสงสัยพลางจ้องมองไปยังประตูอีกครั้งเพื่อมองหาเพื่อนรัก เพราะปกติแล้วคนทั้งสองจะมาพร้อมกัน แต่ทว่าวันนี้กลับไม่เห็นแม้แต่เงาของทานตะวัน “แล้วทำไมวันนี้ยัยตะวันไม่ยักมาด้วยกัน หรือว่าเกิดเรื่องขึ้น”

            อัญญาเอ่ยกับตัวเองเบาเสียงก่อนจะเดินไปที่โต๊ะชงกาแฟ นำไปให้ผู้จัดการสุดหล่อเผื่อจะทำให้อารมณ์เย็นขึ้น

            “ขออนุญาตค่ะผู้จัดการ”

            “เชิญครับ” อรรถพลเอ่ยขณะก้มหน้าอ่านเอกสารที่วางอยู่บนโต๊ะ

            อัญญานำแก้วกาแฟร้อนๆ ไปวางไว้บนโต๊ะให้ชายหนุ่ม ก่อนจะยืนถือถาดไว้อย่างนั้นไม่ยอมไปไหน อรรถพลนึกสงสัยจึงเงยหน้าขึ้นมาถาม

            “มีอะไรหรือเปล่าครับ” คนถามขมวดคิ้วเล็กน้อยใบหน้าหล่อคมไม่ปรากฏรอยยิ้มเลยสักนิด

            “เอ่อ...วันนี้ยัยตะวันไม่มาพร้อมกับผู้จัดการเหรอคะ”

            “ไม่ครับ” อรรถพลตอบสั้นๆ คำถามของอัญญาทำให้ชายหนุ่มนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า นั่นยิ่งทำให้เจ้าตัวหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก     

            “ทำไมล่ะคะปกติก็เห็นมาด้วยกันนี่นา”

            “ก็ไปถามเพื่อนคุณเองสิ ถ้าไม่มีอะไรแล้วรีบไปทำงานซะผมไม่มีอารมณ์จะคุยกับใคร” ความหงุดหงิดทำให้อรรถพลลืมตัวพูดจาใส่อารมณ์ นั่นทำให้เจ้าหล่อนหน้าเจื่อนทันที

            “ฉันขอโทษค่ะที่ไม่มีมารยาทถามเซ้าซี้อย่างนี้” กล่าวจบเจ้าหล่อนก็สะบัดหน้าเดินออกไป สื่อให้เขารู้ว่าเธอเองก็ไม่พอใจเหมือนกัน

            เมื่อเห็นอย่างนั้นอรรถพลก็ยกมือขึ้นกุมขมับด้วยความรู้สึกผิด เขาไม่น่าใส่อารมณ์กับคนที่ไม่รู้เรื่องอย่างอัญญาเลย คิดได้อย่างนั้นก็ถอนหายใจแล้วก้มหน้าอ่านเอกสารบนโต๊ะต่อทันที

 

            อัญญาเดินหน้าบึ้งออกมาจากสำนักงาน ยืนสงบสติอารมณ์อยู่ได้สักพักเจ้าหล่อนก็เห็นรถจิ๊บกำลังแล่นเข้ามา เมื่อเห็นว่าคนขับคืออาทิตย์และคนที่นั่งข้างกันคือทานตะวันก็ถึงบางอ้อ นี่สินะที่ทำให้ผู้จัดการหัวเสียจนมาลงกับหล่อนอย่างนี้

            เมื่อรถจอดสนิททานตะวันก็ลงมายืนข้างๆ โบกมือพลางส่งยิ้มหวานให้คนขับ ผิดจากก่อนหน้านี้ที่เคยเห็น นั่นทำให้เจ้าหล่อนงุนงงกับความสัมพันธ์ของคนทั้งสองว่าเป็นยังไงกันแน่

            “รีบเดินมานี่เลยยัยตะวัน”

            “อ้าว! มายืนรอต้อนรับฉันเลยเหรอยัยอัญ” ทานตะวันเดินยิ้มตรงมาหาเพื่อน

            “สรุปว่าแกจะเลือกใครกันแน่ยะ”

            “ผีอะไรเข้าสิงแกให้ถามฉันอย่างนี้” ทานตะวันผงะกับคำพูดของเพื่อนรักเล็กน้อย ทำไมถึงได้ยิงคำถามมาตรงๆ อย่างนี้ ทั้งที่ก่อนหน้าไม่เคยจะยุ่งเรื่องความรักของเธอเลย

            “ก็ผู้จัดการอารมณ์เสียใส่ฉันตั้งแต่เช้า ตอนแรกก็โกรธอยู่หรอกแต่พอมาเห็นอย่างนี้แล้วฉันก็เปลี่ยนเป็นสงสารแทน ตอนนี้แกกับคุณอาทิตย์โอเคกันแล้วใช่ไหม”

            “ก็น่าจะนะ ตอนแรกมีเรื่องไม่เข้าใจกันนิดหน่อยแต่ตอนนี้โอเคแล้ว ส่วนเรื่องพี่อรรถฉันเองก็รู้สึกผิดที่ไม่เคยชัดเจนกับเขา ปล่อยให้คิดเกินเลยมาจนถึงตอนนี้” ทานตะวันทำหน้าหนักใจเล็กน้อยเมื่อนึกถึงเรื่องนี้

            “แกต้องชัดเจนแล้วนะ ไม่งั้นคนที่น่าสงสารที่สุดก็คือผู้จัดการ ฉันไม่เคยเห็นเขามองใครนอกจากแกเลยนะเว้ย”

            “ดูท่าทางแกจะเป็นห่วงพี่อรรถมากกว่าฉันซะอีกนะ” ทานตะวันแซวเพื่อนขำๆ แม้จะเป็นเพื่อนรักกันมานานแต่ทานตะวันกลับไม่รู้เลยว่าอัญญาแอบรักรุ่นพี่คนนี้ เพราะเจ้าหล่อนไม่เคยแสดงออกเลยสักนิด อัญญามีนิสัยห่วงใยคนรอบข้างเสมอจึงไม่ผิดสังเกตอะไร

            “ก็...ก็ปกตินี่นา หรือมันไม่จริงอย่างที่ฉันพูด”

            “ก็จริงของแกนั่นล่ะเอาเป็นว่าฉันจะพยายามทำเรื่องนี้ให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุดไม่ต้องเป็นห่วง จะมีใครแสนรู้เหมือนอย่างแกอีกไหมเนี่ย” ทานตะวันตั้งใจแกล้งแหย่เพื่อนรัก พูดจบเจ้าหล่อนก็ขำน้อยๆ

            “แสนดีย่ะ แสนรู้นั่นมันหมา” อัญญาทำหน้ายักษ์ใส่เพื่อนปานจะกินเลือดกินเนื้อ จากนั้นทั้งสองก็เข้าไปในสำนักงานพร้อมกัน

*-*-*-*-*-*-*

            “หวัดดีครับลูกพี่” เมื่อสองเพื่อนซี้เห็นลูกชายเจ้าของไร่เดินเข้ามาก็ยกมือไหว้อย่างนอบน้อม

            “หวัดดีเว้ยพวกมึง เรื่องที่ให้ไปทำถึงไหนแล้ว” มาถึงเจ้าตัวก็ทวงสัญญาทันที เขาจะไล่บี้ไม่ให้อรรถพลมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้หญิงของตนเองเลยสักทาง   

            “เรียบร้อยแล้วครับลูกพี่ ตอนนี้ทุกคนเข้าใจกระจ่างแจ้งแล้วว่าคุณทานตะวันไม่ได้เป็นอะไรกับผู้จัดการครับ ลูกพี่ต้องทำตามสัญญาด้วย” ปิงเอ่ยรายงานผลพร้อมทั้งทวงสัญญา

            “เออๆ กูไม่ลืมสัญญาแน่ ว่าแต่ในไร่เรามีร้านให้ดื่มป่ะวะ” อาทิตย์ถามลูกน้องทั้งสองคน

            “มีสิ...ก็ร้านลุงคำเปื้อนไงล่ะครับ” ฮอมว่า

            “อ้าว! ลุงคำเปื้อนเปิดร้านขายเหล้าเหรอวะ”

            “ก็ไม่เชิงครับลูกพี่เป็นร้านขายของชำและอาหารตามสั่งแต่มีที่ให้นั่งดื่มด้วย”

            ในระหว่างนั้นคำเปื้อนก็เดินเข้ามาได้ยินพอดี

            “ไปไหนกันวะไอ้ฮอม”

            เมื่อได้ยินเสียงผู้มาใหม่อาทิตย์ก็ยกมือไหว้ตามมารยาท เพราะนับถือคำเปื้อนเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในไร่แห่งนี้ ที่คอยดูแลให้คำแนะนำต่างๆ เป็นอย่างดีเสมอมา

            “สวัสดีครับลุง”

            “สวัสดีครับคุณอาทิตย์ ว่าแต่จะนัดไปไหนกันเหรอครับ”

            “อ้อ...ผมว่าจะไปเลี้ยงเหล้าไอ้สองคนนี้น่ะครับ พอดีฮอมมันบอกว่าที่ร้านลุงมีที่นั่งดื่มด้วย”

            “ใช่ครับ ลุงว่าจะชวนคุณอาทิตย์อยู่พอดี งั้นเย็นนี้ก็ไปด้วยกันทั้งหมดนี่ล่ะ”

            “เย้! / เย้!” ทั้งสองหนุ่มตะโกนพร้อมกันด้วยความดีใจ ยิ่งพรุ่งนี้เป็นวันหยุดทำให้สามารถสังสรรค์ได้อย่างเต็มที่

            “ถ้างั้นเย็นนี้เจอกันที่ร้านลุงนะครับ จะได้สั่งให้ฟองจันทร์มันทำกับแกล้มไว้รอ”

            “บอกน้องฟองจันทร์แต่งตัวสวยๆ ด้วยนะครับลุง” ปิงทำหน้าชวนฝันเมื่อนึกถึงภาพที่เจ้าหล่อนแต่งตัวเซ็กซี่ยั่วยวนใจชาย แต่ทว่าภาพพวกนั้นกลับกลายเป็นควันสลายหายไป เมื่อมีเสียงคำเปื้อนดังขึ้นมา

            “หยุดคิดต่ำๆ กับลูกสาวกูเลยไอ้ปิง”

            “แหม!! แค่คิดเองครับลุงไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

            “แค่คิดก็ไม่ได้เว้ย แล้ววันนี้ตั้งใจทำงานด้วยล่ะพรุ่งนี้ก็จะได้หยุดกันแล้ว”

            “คร้าบบบ!!! หัวหน้า” ตอนนี้สีหน้าของหนุ่มน้อยราวกับหมาหงอย

            ในเมื่อเย็นนี้จะไม่ได้กลับบ้านตรงเวลา อาทิตย์จึงตั้งใจโทรไปชวนหญิงผู้เป็นที่รัก กลัวว่าเจ้าหล่อนจะน้อยใจเอา เขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ในครั้งนี้สะดุดแม้แต่นิดเดียว เพราะมันจะทำให้แผนการล่าช้าขึ้นไปอีก

            “งั้นเดี๋ยวผมขอตัวไปโทรศัพท์ก่อนนะครับลุง”

            “ตามสบายครับคุณอาทิตย์” คำเปื้อนส่งยิ้มให้ตามมารยาท

            หลังจากอาทิตย์เดินไปแล้ว ไอ้สองแสบก็แอบนินทาลูกพี่ทั้งที่รู้ว่าคำเปื้อนยืนอยู่ตรงนั้นด้วย

            “สงสัยคงจะโทรหาคุณตะวันแน่ๆ เลย ไม่บอกก็รู้ว่าลูกพี่หวงคุณตะวันมากขนาดไหน” ปิงเอ่ยกับเพื่อน

            “หวงมากจนบอกให้เราไปกระจายข่าวว่าคุณตะวันไม่ได้เป็นอะไรกับผู้จัดการ อีกไม่นานกูว่าคงจะมีข่าวดีแน่ๆ” ฮอมเอ่ยสนับสนุนเพื่อนอีกเสียง

            เมื่อได้ยินทั้งสองคุยกันคำเปื้อนก็ขมวดคิ้วคิดตามไปด้วย เขาจะทำอย่างไรดีเพื่อกำจัดทานตะวันให้พ้นทาง และให้อาทิตย์หันมาสนใจลูกสาวตนเองแทน

 

            เมื่อเดินมาถึงที่ปลอดผู้คนอาทิตย์โทรหาหญิงผู้เป็นที่รักทันที ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงหวานหัวใจเขากระชุ่มกระชวยอย่างบอกไม่ถูก ไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้หัวใจดวงนี้เป็นสีชมพูได้เลยสักคน แต่มันคงจะดีหากทานตะวันไม่ใช่ลูกสาวของผู้หญิงคนนั้น

            “ฮัลโลเมียสุดที่รักของพี่”

            (พี่อาทิตย์พูดบ้าอะไรเนี่ยเดี๋ยวคนอื่นก็ได้ยินเข้าหรอก)

            “พี่อยู่คนเดียวครับ แต่ถ้ามีใครได้ยินก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้งเพราะอีกไม่นานเราก็จะแต่งงานกันแล้ว” อาทิตย์หยอดคำหวานไป

            (ยิ่งพูดยิ่งบ้าโทรมาทำไมคะเนี่ยเพิ่งจะแยกกันไม่นานเองนะ)

            “พี่คิดถึงเราอ่ะ อยากกอดจะแย่แล้วเนี่ย”

            (แหวะ! เลี่ยนจะแย่ถ้าโทรมาไม่มีสาระตะวันจะวางแล้วนะ)

            “เดี๋ยวก่อนครับวันนี้พี่จะไปเลี้ยงเหล้าลูกน้อง เลยว่าจะชวนตะวันไปด้วยกัน”

            (ไม่เป็นไรค่ะพี่อาทิตย์ไปเถอะจะได้สังสรรค์กันได้เต็มที่)

            “แต่พี่อยากให้ไปด้วยกันนี่นากลัวว่าไอ้ผู้จัดการนั่นมันจะไปส่งตะวัน พี่คงจะอกแตกตายแน่ถ้าเป็นอย่างนั้น”

            (ตะวันสัญญาว่าจะกลับเองพี่อาทิตย์ไม่ต้องห่วงนะ)

            “ไม่ไปจริงดิ”

            (จริงค่ะ ตะวันต้องวางสายแล้วนะต้องทำงานแล้ว)

            “ครับผม...ถ้างั้นเจอกันที่บ้านเรานะ”

            (อื้ม...เจอกันที่บ้านค่ะ)

            “รักนะครับคนดีของพี่”

            (รักเหมือนกันค่ะ)

            วางสายแล้วอาทิตย์ก็ยืนยิ้มอย่างลืมตัว ความรักและความผูกพันที่มีต่อหญิงสาวมันช่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เขาอยากจะให้มันเป็นอย่างนี้ไปตลอดเหลือเกิน...แต่ก็คงไม่สามารถทำได้

*-*-*-*-*-*-*-*

            “ตะวันเย็นนี้ไปทานข้าวที่บ้านพักพี่นะ เราไม่ได้นั่งทานข้าวด้วยกันนานแล้วนะ” วางสายแล้วอรรถพลก็เดินเข้ามาหาที่โต๊ะทำงานพอดี

            ทานตะวันทำหน้าคิดเล็กน้อยกลัวว่าหากอาทิตย์รู้เข้าจะเป็นเรื่องใหญ่ แต่อีกใจก็อยากจะใช้โอกาสนี้ทำทุกอย่างให้มันชัดเจนเสียที

            “เอ่อ....”

            “อัญก็ไปนะไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีเพื่อน ใช่ไหมอัญ?” อรรถพลหันขวับไปมองหน้าเสมียนสาว สายตาเขาอ่อนไหวราวกับกำลังร้องขอความช่วยเหลือ

            “ชะ...ใช่ค่ะ” อัญญาจำต้องตอบรับทั้งที่ก่อนหน้านี้ อรรถพลไม่ได้มาบอกกล่าวชักชวนเธอเลยสักนิด แถมยังมีเรื่องไม่พอใจกันอีกต่างหาก

            ได้ยินอย่างนั้นทานตะวันก็หันไปมองหน้าเพื่อนรัก อัญญาพยักหน้าหงึกตอบรับทันที

            “งั้นก็ได้ค่ะแต่ตะวันคงอยู่ได้ไม่นานนะคะ”

            “โอเคๆ แค่ตะวันไปด้วยพี่ก็ดีใจมากแล้วงั้นเจอกันนะครับ พี่จะเข้าไปในไร่ก่อนนะวันนี้ตะวันเคลียร์งานเอกสารที่นี่ล่ะ” อรรถพลยิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อรู้ว่าหญิงสาวยอมตกลงไปด้วย

            “ค่ะพี่อรรถ”

            หลังจากอรรถพลเดินยิ้มออกไปจากสำนักงานแล้ว  ทานตะวันก็รีบเดินไปหาเพื่อนรักที่นั่งโต๊ะข้างกันทันที

            “พี่อรรถชวนแกตั้งแต่ตอนไหนยะ”

            “ก็ก่อนที่แกจะมานั่นล่ะ” อัญญาพยายามไม่สบตาเพื่อนกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับผิดได้

            “ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย ปกติพี่อรรถมักจะชวนฉันก่อนแกแทบทุกครั้ง” แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่ทว่ามันกลับน่าสงสัยสำหรับทานตะวันเอง

            “เหอะน่า...นานๆ ทีไม่ใช่เหรอแก”

            “ก็ไม่ได้ว่าอะไรดีเหมือนกันฉันจะได้บอกพี่อรรถว่าตอนนี้เป็นแฟนกับพี่อาทิตย์แล้ว แกว่ามันจะทำร้ายพี่อรรถเกินไปไหม”

            “เจ็บตอนนี้ยังดีกว่าปล่อยให้เขาคิดไปเองคนเดียวให้เสียเวลา แกไม่ต้องกังวลหรอกเพราะผู้จัดการเป็นคนมีเหตุผลพอ”

            “ฉันหวังว่ามันจะเป็นทางออกที่ดีสำหรับทุกคน”

            ทานตะวันนึกไม่ออกเลยว่ารุ่นพี่จะทำหน้ายังไงหากได้ฟังสิ่งที่เธอจะบอก เขาคงจะช็อกไม่น้อยที่จู่ๆ เธอก็มาสารภาพอย่างนี้อย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

*-*-*-*-*-*-*.

            เลิกงานแล้วอาทิตย์ก็ขับรถพาสมุนทั้งสองมายังร้านของคำเปื้อน เป็นร้านขนาดกลางๆ ที่สร้างมาจากไม้ทั้งหลัง หลังคามุงด้วยสังกะสีตามประสาร้านในบ้านไร่

            วันนี้ฟองจันทร์แต่งตัวสวยเป็นพิเศษ เพราะเมื่อช่วงบ่ายบิดาได้โทรบอกล่วงหน้าว่าอาทิตย์จะมานั่งดื่มที่ร้าน เจ้าหล่อนจึงปล่อยให้เพื่อนทั้งสองคนทำงาน ส่วนตัวเองก็มานั่งแต่งหน้าทาปากรออย่างใจจดใจจ่อ

            เมื่อเป้าหมายมาถึงฟองจันทร์ก็วิ่งแจ้นเข้ามาต้อนรับ ส่งยิ้มทักทายชายหนุ่มจนเงือกแทบจะแห้ง ส่งสายตามองดวงหน้าหล่อปานจะกลืนกิน แต่อาทิตย์กลับไม่สนใจเลยสักนิด

            “สวัสดีค่ะคุณอาทิตย์ เชิญนั่งตรงนี้เลยค่ะฟองจันทร์เตรียมไว้ให้โดยเฉพาะเลย”

            “ขอบใจนะ” อาทิตย์เอ่ยขอบคุณด้วยสีหน้าเรียบเฉย แม้ว่าฟองจันทร์จะดูสวยเด่นแต่ทว่ากลับธรรมดาในสายตาเขา ไม่มีใครที่จะสวยเทียบเท่าทานตะวันได้เลยสักคน

            “วันนี้น้องฟองจันทร์แต่งตัวสวยจังเลยนะจ๊ะ” ปิงเอ่ยแซวก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนรูปวงกลม

            “ฉันสวยทุกวันอยู่แล้วย่ะ” เจ้าหล่อนเบะหน้าใส่เปลี่ยนเป็นคนละคน นั่นทำให้ปิงหน้าเหวอนิดหน่อย

            “โด่ว...เวลาเห็นหน้าลูกพี่นี่ยิ้มตลอดเวลาเลยนะ”    

            “ก็แน่ล่ะเพราะพวกแกกับคุณอาทิตย์มันคนละระดับกัน” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็ไปนั่งข้างอาทิตย์ ส่งตาเปรี้ยวตาหวานให้จนชายหนุ่มเริ่มรำคาญ

            “ฟองจันทร์เอ็งไปเอาเครื่องดื่มและกับแกล้มมาให้คุณอาทิตย์สิวะ” เมื่อมาถึงคำเปื้อนก็รีบสั่งลูกสาว กลัวว่าจะทำตัวไม่งามทำให้อาทิตย์เอือมระอาเสียก่อน

            “จ้ะพ่อ”

            เจ้าหล่อนรีบลุกขึ้นยืนเดินไปหาเพื่อนสาวทั้งสองคนนั่นคือ พรหล้ากับเมษา ซึ่งเป็นลูกหลานของคนงานในไร่แห่งนี้ โดยคำเปื้อนได้จ้างให้มาดูแลร้านช่วยลูกสาวนั่นเอง

            “ถ้าฟองจันทร์เสียมารยาทไปบ้างคุณอาทิตย์อย่าถือสาเลยนะครับ มันเป็นคนตรงๆ ถ้ารู้สึกกับใครยังไงก็แสดงออกอย่างนั้น” นั่งลงข้างกันแล้วคำเปื้อนจึงเอ่ยขึ้น

            “ผมไม่ได้ถือสาอะไรเลยครับ ว่าแต่ร้านลุงก็บรรยากาศดีน่านั่งนะครับแต่ทำไมไม่ค่อยมีลูกค้าเลย” อาทิตย์เอ่ยพลางจ้องมองไปรอบๆ ตัว

            “อ้อ...อีกหน่อยก็ทยอยมาแล้วครับ พรุ่งนี้วันหยุดคงจะนั่งดื่มกันทั้งคืนโน่นล่ะ”

            “เครื่องดื่มพร้อมกับแกล้มมาแล้วจ้า” เสียงเจื้อยแจ้วดังแทรกขึ้น ทำให้คนทั้งโต๊ะหันไปมองเป็นตาเดียวกัน

            ฟองจันทร์ถือขวดเหล้าแบรนด์ดังมาพร้อมกับถังน้ำแข็ง ส่วนสองสาวก็ถือจานกับแกล้มตามหลังมาติดๆ เมื่อฮอมและปิงเห็นอย่างนั้นก็ส่งสายตาหยอกล้อกับหญิงสาวทั้งสอง เพราะรู้ว่าตอนนี้ฟองจันทร์คงไกลเกินจะเอื้อมแล้ว ดูท่าทางคงจะได้ผลเพราะท่าทีเหนียมอายของเธอทั้งสอง แสดงออกอย่างชัดเจนว่าสนใจอยู่ไม่น้อย

            “น้องเมษา...ขอบใจมากนะจ๊ะ” ปิงเอ่ยพร้อมทั้งส่งสายตาแพรวพราวให้หญิงสาว

            “ขอบใจน้องพรหล้าเหมือนกันจ้ะน่าร๊อกกกที่สุด” ฮอมเอ่ยขึ้นหลังจากนั้น

            หญิงสาวทั้งสองบิดตัวไปมาด้วยความเขินอาย แต่ทว่าทุกอย่างต้องยุติลงเมื่อเสียงคำรามของคำเปื้อนดังขึ้น

            “อะ..แฮ่ม! พวกเอ็งสองคนกลับไปทำงานได้แล้ว ส่วนเอ็งสองตัวหันกลับมานี่”

            “โธ่! ลุงจะหวงทำไมนักหนาวัยรุ่นเขาจะจีบกัน” ปิงโอดครวญด้วยความเสียดาย

            “จะจีบก็เรื่องของพวกเอ็งแต่ไม่ใช่ในร้านข้าเว้ย”

            “พูดอย่างนี้ค่อยมีกำลังใจขึ้นมาหน่อย” ปิงเริ่มยิ้มออก

            ฟองจันทร์ยังคงนั่งอยู่ข้างผู้เป็นบิดา ตั้งใจมาชงเหล้าให้กับอาทิตย์แต่สำหรับคนอื่นเจ้าหล่อนไม่สนใจเลยสักนิด

            “เอ้าโชนน”

            แกร๊ง!

            ทั้งหมดยกแก้วน้ำสีอำพันขึ้นมาชนกลางโต๊ะหินอ่อนก่อนจะดื่มแก้วแล้วแก้วเล่า เมื่อแอลกอฮอล์ในเลือดเพิ่มมากขึ้น สองหนุ่มเพื่อนซี้ก็เริ่มเคาะขวดเหล้าให้เป็นจังหวะ พร้อมทั้งแหกปากร้องเพลงเพื่อชีวิตเสียงดังท่วมร้าน รวมถึงอาทิตย์ที่เผลอดื่มเข้าไปหลายแก้วจนเริ่มกึ่มๆ ตาลายมองเห็นลูกน้องทั้งสองเป็นสี่คน เมื่อเป็นอย่างนั้นเจ้าตัวก็สะบัดศีรษะเพื่อดึงสติกลับคืนมา

            “ลูกเพ่ม่ายหวายแล้วเหรอคร้าบบบ”

            “พวกมึงสองตัวหนักกว่ากูอีกเว้ย” เมื่อรู้สึกว่ากำลังจะทรงตัวไม่ไหว อาทิตย์จึงตั้งใจจะหยุดดื่มไม่งั้นคงไม่สามารถขับรถกลับบ้านได้แน่นอน

            “คุณอาทิตย์คะอีกแก้วนึงนะ” ฟองจันทร์ปรายตามองบิดาที่นั่งข้างกัน ยิ้มมุมปากราวกับมีแผนร้ายในใจ ก่อนจะยื่นแก้วน้ำสีอำพันให้กับชายหนุ่มที่เธอหมายปอง

            “พอแล้วฉันเริ่มจะไม่ไหวแล้ว” อาทิตย์ยกมือขึ้นมากุมขมับ มืออีกข้างก็ยกขึ้นห้ามไม่ให้หญิงสาวนำมันเข้ามาใกล้ ตอนนี้ยังพอมีสติหากดื่มเข้าไปอีกแก้วมีหวังได้ล้มลงตรงนี้แน่

            “คุณอาทิตย์อีกสักแก้วเถอะครับถ้าไม่ไหวเดี๋ยวผมจะไปส่งที่บ้านเอง” คำเปื้อนพยายามเกลี้ยกล่อมอีกแรง เพราะมั่นใจว่าอาทิตย์จะต้องเกรงใจยอมดื่มอย่างแน่นอน

            มองไปตรงหน้าก็พบว่าปิงและฮอมฟลุบหลับอยู่บนโต๊ะแล้ว แต่ก็เกรงใจคำเปื้อนจึงยอมเอื้อมมือไปรับเหล้าแก้วนั้นมาอย่างจำใจ

            เมื่อเห็นอย่างนั้นฟองจันทร์ก็ยิ้มหน้าระรื่น คอยลุ้นว่าหากอาทิตย์ดื่มเข้าไปแล้วจะล้มฟลุบเหมือนสองคนนั้นหรือไม่ เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นเธอคงได้มอบเรือนกายให้อีกฝ่ายเชยชมทั้งคืนอย่างแน่นอน

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

1 ความคิดเห็น