ตอนที่ 4 : หึงหวง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 378
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    18 ก.พ. 62

 :: [4] ::

หึงหวง

 

            เช้าวันใหม่ที่สดใสแต่ทว่าสองชีวิตที่อยู่ในเรือนไม้ท้ายไร่กลับอยู่ในอุณหภูมิที่ตึงเครียด แม้ว่าตอนนี้ทั้งคู่จะนั่งทานข้าวร่วมโต๊ะแต่ทว่ากลับมีเพียงความเงียบงัน เมนูอาหารที่วางอยู่พร่องไปเกือบหมดจาน แต่ทว่าล้วนมาจากฝีมือของชายหนุ่ม สำหรับทานตะวันแล้วเธอกลับทานแทบไม่ลง

            “กินเท่าแมวดมเดี๋ยวก็ได้เป็นลมเป็นแล้งหรอก” อาทิตย์ช้อนตามองคนที่นั่งตรงหน้า คำต่อว่าแฝงด้วยความเป็นห่วง

            “จะเป็นอะไรมันก็เรื่องของตะวัน ไม่ต้องมาแสร้งเป็นห่วงกันหรอก” ทานตะวันกล่าวแล้วยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่ม ก่อนจะลุกขึ้นจากเก้าอี้หลังจากนั้น

            “จะไปไหน”

            “ก็ไปทำงานน่ะสิคะ”

            “ไม่ต้องไปวันนี้อยู่กับพี่”

            “ใครบอกว่าพี่จะได้อยู่บ้าน พี่เองก็ต้องไปทำงานเหมือนกัน ถ้าอยากจะอยู่ในไร่นี้ต่อก็ต้องไปทำงาน ไม่ใช่มานั่งกินนอนกินไปวันๆ”

            “พี่ไม่ไปใครจะทำไมห๊ะ!” ชายหนุ่มลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับหญิงสาว ทำสีหน้ายียวนกวนประสาทยั่วยุให้อีกฝ่ายอารมณ์เสีย

            “ไม่ไปก็แล้วแต่พี่แต่ตะวันจะไปทำงาน” กล่าวจบเจ้าหล่อนก็เดินออกจากครัว ไม่สนว่าเขาจะกล่าวอะไรหลังจากนั้น

            อาทิตย์เดินตามหลังหญิงสาวไปติดๆ รั้งแขนเรียวไว้ก่อนที่เธอจะออกจากบ้านไปเสียก่อน

            “เดี๋ยว! ห้ามไปไหนทั้งนั้น”

            “ตะวันไม่ใช่พวกขี้เกียจสันหลังยาวเหมือนอย่างพี่ ปล่อยเดี๋ยวนี้!” เจ้าหล่อนชักสีหน้าใส่เขา พยายามสะบัดแขนเรียวให้เป็นอิสระ แต่ยิ่งขัดขืนเขายิ่งบีบแรงจนรู้สึกเจ็บ

            “ถ้าเธอไปแล้วใครจะเป็นคนทำกับข้าวให้พี่กินล่ะ”

            “มีมือมีตีนก็ทำกินเองสิคะ ไม่ได้พิการสักหน่อย”

            “ปากเก่งขึ้นนะเราสงสัยจะต้องกำราบกันบ้างแล้ว” อาทิตย์เริ่มหงุดหงิดที่โดนขัดใจ กำลังจะลากตัวทานตะวันเข้าไปในบ้าน แต่ทว่าในเวลานั้นกลับได้ยินเสียงรถเครื่องดังแว่วมาใกล้เรื่อยๆ

            เมื่อหันไปมองก็เจอกับคนแปลกหน้ากำลังขับรถมอเตอร์ไซต์คันเก่าๆ ตรงมาที่หน้าบ้าน เขาคนนั้นคือ อรรถพลผู้จัดการไร่สุดหล่อพ่วงดีกรีเป็นพี่รหัสของทานตะวันเมื่อครั้งยังเรียนในมหาวิทยาลัย ถูกชักชวนเข้ามาทำงานโดยเจ้าหล่อนเมื่อหกเดือนก่อนนั่นเอง

            “อ้าว! พี่อรรถมาทำอะไรที่นี่คะ” ทานตะวันสลัดแขนอาทิตย์จนเป็นอิสระ ก่อนจะรีบเดินเข้าไปหารุ่นพี่

            “พี่มารับตะวันไปทำงานน่ะ เมื่อเช้าเข้าไปหาที่บ้านพ่อเลี้ยงบอกว่าตะวันย้ายมาอยู่ที่นี่แล้ว” ชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อคมผิวสีแทน สวมเสื้อลายสก็อตตามฉบับหนุ่มชาวไร่ เอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มราวกับสนิทสนมกับเจ้าหล่อนไม่น้อย

            อาทิตย์ยืนจ้องหน้าผู้มาใหม่ด้วยแววตาที่แข็งกร้าว บ่งบอกว่าไม่พอใจที่อีกฝ่ายมาหยามกันถึงที่ เมื่อเห็นท่าทีสนิทสนมของคนทั้งสอง ยิ่งไม่วางใจขึ้นไปอีก

            “ตะวันกำลังจะเข้าไร่พอดีเลยค่ะ” ทานตะวันยิ้มรับ

            “ใครอนุญาต!” น้ำเสียงแข็งกระด้างดังขึ้นทำลายบรรยากาศ นั่นทำให้อรรถพลหันขวับไปมองทันที เขาเอาแต่สนใจมองรุ่นน้องจนลืมไปเลยว่ามีใครบางคนอยู่ที่นี่ด้วย

            “สวัสดีครับคุณอาทิตย์ ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” อรรถพลเอ่ยทักทายราวกับรู้จักกันมาก่อน นั่นเพราะช่วงที่เข้าไปหาทานตะวันที่บ้าน เขาได้เจอกับพ่อเลี้ยงภูเบศและได้ฝากฝังลูกชายให้ไปทำงานในไร่ด้วยนั่นเอง

            “ฉันจำได้ว่าไม่เคยรู้จักนายมาก่อน”

            “ผมชื่ออรรถพลหรือเรียกว่าอรรถก็ได้ครับ เป็นผู้จัดการไร่มาได้เกือบครึ่งปีแล้ว ที่ผมรู้จักชื่อคุณอาทิตย์ เพราะเมื่อครู่พ่อเลี้ยงท่านได้ฝากให้ผมดูแลคุณยังไงล่ะครับ”

            “ท่าทางคุณคงจะสนิทสนมกับตะวันมากสินะ ถึงได้มารับกันถึงที่นี่”

            สีหน้าและแววตาของคนพูด สื่อให้เห็นชัดเจนว่ากำลังไม่พอใจที่ตนมารับทานตะวัน นั่นทำให้ผู้มาใหม่เองก็เริ่มไม่ชอบขี้หน้าลูกชายเจ้าของไร่เฉกเช่นเดียวกัน

            “ใช่ครับสนิทมาก สนิทตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยแล้ว เพราะตะวันเป็นน้องรหัสผมไงครับ” อรรถพลตอบกลับด้วยการประชดประชัน นั่นเพราะเจ้าตัวเองก็คิดเกินเลยกว่าการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องมานานแล้ว ยิ่งได้มาทำงานด้วยกันความปรารถนาในตัวทานตะวันยิ่งมากขึ้นไปอีก

            “อ้อ...อย่างนี้นี่เอง วันหลังไม่ต้องมารับแล้วนะครับ ตะวันจะออกไปทำงานพร้อมกับผม” อาทิตย์ไม่แน่ใจว่าอรรถพลคิดอย่างไรกับผู้หญิงของตน แต่ด้วยความสนิทสนมของคนทั้งสอง ทำให้เจ้าตัวไม่ไว้ใจเลยสักนิด กลัวว่าทานตะวันจะปันใจให้ชายคนอื่นจริงๆ ในช่วงเวลาที่เขาทำตัวร้ายกาจใส่อย่างนี้

            “แต่ผมไม่ได้ลำบากอะไรเลยสักนิด ปกติก็ไปรับไปส่งตะวันทุกวันอยู่แล้ว” อรรถพลมองตาเดียวก็รู้ว่าลูกชายเจ้าของไร่ไม่ชอบใจที่เขามารับตะวันถึงที่นี่

            “ตะวันจะให้พี่อรรถมารับ พี่อาทิตย์ไม่อยากไปทำงานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอคะ นั่งกินนอนกินอยู่ที่นี่ไปเถอะค่ะ” กล่าวจบเจ้าหล่อนก็เดินไปนั่งซ้อนท้ายรุ่นพี่ “ไปเถอะค่ะพี่อรรถ”

            “ลงมาเดี๋ยวนี้นะตะวัน!” เมื่อหญิงสาวไม่ยอมเชื่อฟัง อาทิตย์ก็เลือดขึ้นหน้าทันที ยืนกำหมัดแน่นจนสั่น เขาอยากจะกระชากตัวเจ้าหล่อนลงมาสำเร็จโทษต่อหน้าไอ้ผู้ชายคนนั้นเหลือเกิน

            “ผมไปแล้วนะครับ ถ้าคุณอาทิตย์พร้อมจะทำงานตามเข้าไปในไร่นะครับ” อรรถพลเอ่ยทิ้งท้ายก่อนจะออกรถไปทันที ทานตะวันไม่แม้แต่จะหันกลับมามองหน้าชายผู้เป็นที่รัก แถมเธอยังกอดเอวอรรถพลแน่น ราวกับต้องการทำให้อาทิตย์เห็นว่าเธอและผู้จัดการไร่สนิทสนมกันมากแค่ไหน

            “โธ่โว้ย!” เมื่อถูกทิ้งไว้เพียงลำพัง อาทิตย์ก็โมโหจัดจนไปลงที่กระถางต้นไม้หน้าบ้าน เขาถีบมันล้มระเนระนาดไปหลายกระถาง จากนั้นก็เดินกลับเข้าไปในบ้านเพื่อเปลี่ยนชุดตามหลังคนทั้งสองไป

           

            อรรถพลขับรถพารุ่นน้องมาถึงสำนักงาน ซึ่งออกแบบสร้างเป็นบังกะโลชั้นเดียวสไตล์รีสอร์ต ประกอบด้วยสำนักงานและห้องประชุมตั้งอยู่กึ่งกลางไร่ ในทุกเช้าอรรถพลจะเรียกหัวหน้าคนงานมาประชุมก่อนเริ่มงาน เพื่อให้ทราบแผนการเก็บเกี่ยวผลผลิต และให้หัวหน้าคนงานรายงานปัญหาที่เกิดขึ้นในแต่ละวันให้ทราบด้วย

            เมื่อประตูถูกสำนักงานถูกเปิดสาวน้อยหน้าตาสะสวย ซึ่งทำหน้าที่เสมียนนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก็หันไปมอง เจ้าหล่อนยิ้มต้อนรับผู้จัดการไร่และเพื่อนรักที่เดินเข้ามาพร้อมกัน

            “สวัสดีค่ะผู้จัดการ” อัญญายกมือไหว้ผู้จัดการหนุ่ม ชายผู้ซึ่งเธอปลาบปลื้มมาตั้งแต่แรกพบ แต่ทว่ากลับไม่กล้าเผยความรู้สึก เพราะรู้ดีว่าอรรถพลมีใจให้เพื่อนสนิทอย่างทานตะวันนั่นเอง

            “สวัสดีครับอัญวันนี้มาแต่เช้าเชียวนะ” อรรถพลตอบกลับด้วยน้ำเสียงอบอุ่นบวกกับรอยยิ้มพิมพ์ใจ ทำเอาคนที่กำลังตั้งใจมองใจละลายทันที

            “วันนี้รีบมาเคลียร์งานน่ะค่ะ” เอ่ยกับผู้จัดการสุดหล่อแล้ว อัญญาก็หันไปสนทนากับเพื่อนรักต่อทันที “ฉันได้ยินข่าวว่าแกย้ายไปอยู่ท้ายไร่กับคุณอาทิตย์เหรอตะวัน”

            “ก็ประมาณนั้นล่ะ” ทานตะวันตอบเพื่อนสาวอย่างไม่เต็มเสียง แค่นี้ก็ทำให้อัญญาสังเกตพิรุธได้

            “งั้นคุยกันตามสบายนะ เดี๋ยวผมเข้าไปรอในห้องประชุมก่อน”

            “ค่ะพี่อรรถ”

            หลังจากอรรถพลเข้าห้องประชุมไปแล้ว ทานตะวันก็เดินไปนั่งเก้าอี้ตัวข้างๆ เพื่อนสาว

            “มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมแกได้ไปอยู่ที่ท้ายไร่กับคุณอาทิตย์”

            “คือว่า...พี่อาทิตย์ทะเลาะกับพ่อเลี้ยงเรื่องที่แต่งงานกับแม่ฉัน พ่อเลี้ยงเลยไล่ให้พี่อาทิตย์ไปอยู่ที่ท้ายไร่ ฉันกลัวว่าเขาจะเหงาเลยตั้งใจมาอยู่เป็นเพื่อนก็แค่นั้น” สีหน้าและแววตาที่เลิ่กลั่กไม่สามารถปกปิดพิรุธที่ซ่อนเร้นไว้ได้ อัญญาคบกับเพื่อนคนนี้มาตั้งแต่เด็ก ทำไมจะดูไม่ออกว่ากำลังมีเรื่องปกปิดอยู่

            “แค่นั้นจริงๆ เหรอตะวัน ฉันว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นนะ” อัญญาจ้องหน้าเพื่อนสาวอย่างไม่ลดละ ราวกับต้องการกดดันให้อีกฝ่ายยอมพูดความจริงออกมา

            “แค่นั้นจริงๆ ไม่มีอะไรหรอก”

            “คนรักกันอยู่ด้วยกันคงจะต้องมีความสุขมากๆ แต่สีหน้าแกมันไม่ใช่อย่างนั้นเลยสักนิด เกิดอะไรขึ้นบอกฉันมาเดี๋ยวนี้” ยังไงวันนี้เธอจะต้องรู้ให้ได้ว่าเพื่อนรักมีอะไรปกปิดไว้

            “คือว่า....” ทานตะวันกำลังจะเล่าความจริงแต่ทว่าในวินาทีนั้น อาทิตย์ก็เปิดประตูเข้ามาเสียก่อน ทั้งสองสาวจึงชะงักงันทำสีหน้าไม่ถูก

            “คุณอาทิตย์!...เอ่อ..สวัสดีค่ะ” อัญญารีบยกมือไหว้ผู้มาใหม่

            “ไม่เจอกันนานสบายดีนะ” อาทิตย์ทักทายคนรู้จักด้วยรอยยิ้ม ทานตะวันเห็นอย่างนั้นก็รู้สึกหมั่นไส้ ช่างแตกต่างจากตอนอยู่กับเธอย่างลิบลับ

            “สบายดีค่ะ ว่าแต่คุณอาทิตย์กลับมาช่วยพ่อเลี้ยงดูแลไร่อย่างเต็มตัวแล้วใช่ไหมคะเนี่ย”

            “เปล่า...ผมมันเป็นแค่คนงานในไร่ไม่มีอภิสิทธิ์อะไรอย่างนั้นหรอก ที่มาก็เพื่อทำงานแลกกับค่าแรงไปวันๆ เท่านั้นเอง”

            “คุณอาทิตย์นี่ตลกจังเลยนะคะ จบจากเมืองนอกทั้งทีจะมาทำงานใช้แรงในไร่ได้ยังไงกัน” แม้ว่าอัญญาจะรู้เรื่องที่สองพ่อลูกทะเลาะกัน แต่ก็ไม่อยากเชื่อว่าจะทำกันได้ถึงขนาดนี้

            “ผมพูดจริงๆ ที่มาก็เพื่อรายงานตัวเข้าทำงาน” กล่าวจบสายตาคมก็เหลือบมองดวงหน้าสวย ที่กำลังนั่งนิ่งเสตามองทางอื่นไม่ยอมสบตาเขา

            “ถ้างั้นก็สู้ๆ นะคะ” เธอคงพูดได้เพียงเท่านั้นเพราะไม่อยากจะละลาบละล้วงไปมากกว่านี้

            “ขอบคุณครับ”

            “ยัยอัญเราเข้าไปในห้องประชุมกันเถอะ” ทานตะวันเอ่ยกับเพื่อนรัก ไม่คิดแม้แต่จะมองหน้าเขาคนนั้น

            “เดี๋ยว!” อาทิตย์ไม่ยอมให้ไปง่ายๆ หากยังไม่ได้ตกลงเรื่องการวางตัวของเจ้าหล่อนต่อรุ่นพี่คนนั้น

            “งั้นแกค่อยตามเข้าไปละกันนะ” กล่าวจบอัญญาก็รีบเดินเข้าไปในห้องประชุม ปล่อยให้คนทั้งสองมีโอกาสได้คุยกันตามลำพัง

            เมื่ออยู่กันตามลำพังแล้วอาทิตย์ก็เดินเข้าไปประชิดตัวหญิงสาว คว้ามือเรียวมาจับไว้กลัวว่าสาวเจ้าจะเดินหนีไป

            “มีอะไรก็รีบพูดมา ตะวันจะเข้าไปประชุม” คนพูดไม่ยอมสบตาเขาเลยสักนิดเดียว

            “เวลาพูดก็มองหน้าพี่ด้วย อย่าให้ต้องใช้ไม้แข็ง”

            ทานตะวันหันมามองหน้าเขา ส่งยิ้มปลอมๆ ให้ “พอใจหรือยังคะ”

            “ไม่ต้องมาทำเป็นประชดพี่ รู้ตัวนะว่าต้องทำตัวยังไงเวลาอยู่กับไอ้ผู้จัดการนั่น”

            “ไม่ต้องมาสั่งหรอกค่ะ ตะวันรู้ว่าต้องทำตัวยังไง อีกอย่างพี่อรรถเขาเป็นสุภาพบุรุษกว่าใครบางคน ยิ่งไม่จำเป็นต้องระวังตัวอะไรเลยด้วยซ้ำ”

            “แต่ลีลาบนเตียงมันคงสู้พี่ไม่ได้หรอกจริงมั้ย” อาทิตย์แสยะยิ้มยั่วโมโหเจ้าหล่อน

            “ห้ามพูดถึงเรื่องนี้อีกเด็ดขาด! ถ้ามีใครรู้เรื่องนี้ตะวันจะย้ายออกจากบ้านหลังนั้นทันที อย่าคิดว่าตะวันไม่กล้านะ” เจ้าหล่อนมองแรงไปยังดวงหน้าหล่อ ก่อนจะเดินผ่านหน้าเข้าไปในห้องประชุม

            อาทิตย์เอาแต่ยิ้มที่ได้พูดจายียวนกวนประสาทหญิงสาวที่ตนรัก หลังจากนั้นก็เดินตามหลังเข้าไปในห้องประชุมอย่างอารมณ์ดี

 

            ในห้องประชุมเล็กๆ ภายในอาคารสำนักงานไร่ หัวหน้าคนงานในแต่ละฝ่ายต่างก็นั่งรอประชุมอย่างพร้อมเพรียงกัน รวมถึงผู้จัดการอย่างอรรถพลและผู้ช่วยอย่างทานตะวัน ใช่แล้ว! ทานตะวันคือผู้ช่วยผู้จัดการไร่ ทั้งสองทำงานเข้าขากันได้เป็นอย่างดี นั่นเพราะส่วนหนึ่งเคยรู้จักสนิทสนมกันมาก่อนหน้านี้แล้ว

            เมื่ออาทิตย์ย่างกรายเข้ามาทุกคนต่างก็มองเป็นตาเดียวกัน ทุกคนรู้ดีว่าชายผู้นี้คือใคร เมื่อคนงานเห็นอย่างนั้นต่างก็ยกมือไหว้

            “ไม่ต้องไหว้หรอกครับ ผมก็เป็นเพียงแค่คนงานในไร่เหมือนพวกพี่นั่นล่ะ”

            “คุณอาทิตย์มาก็ดีแล้วครับ ผมจะได้แจ้งให้ทุกคนทราบโดยทั่วกัน ว่าคุณจะเข้ามาเป็นคนงานในไร่องุ่น โดยไม่มีอภิสิทธิ์ใดๆ ทั้งสิ้น จะหาว่าผมใจร้ายไม่ได้นะครับเพราะนี่คือคำสั่งของพ่อเลี้ยง” อรรถพลประกาศให้ทุกคนรับทราบ แต่ทว่าน้ำเสียงและสีหน้าที่แสดงออก ราวกับเป็นการประกาศสงครามกลายๆ ซะอย่างนั้น

            “ผมเข้าใจดีครับคุณผู้จัดการแล้วจะให้เริ่มงานวันไหนล่ะ” อาทิตย์ยืนกอดอกมองหน้าผู้จัดการไร่อย่างกวนๆ

            “หลังจากจบการประชุมเลยครับ” กล่าวจบผู้จัดการก็หันไปเอ่ยกับหัวหน้าคนงานไร่องุ่นต่อ “ลุงคำเปื้อนฝากคนงานใหม่ด้วยนะครับ ใช้งานได้ตามสบายไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น นี่คือคำสั่งที่ผมรับมาจากพ่อเลี้ยงอีกที”

            “ครับผู้จัดการ” คำเปื้อนตอบรับอย่างมีสัมมาคารวะ

            ตั้งแต่เข้ามาในห้องอาทิตย์ไม่ยอมนั่งลงเก้าอี้เลย แม้กระทั่งตอนนี้เจ้าตัวยังคงยืนจ้องเขม็งมองหน้าผู้จัดการไร่อย่างไม่พอใจ เพราะดูออกว่าอีกฝ่ายต้องการประกาศสงครามกับตนเอง ยิ่งมีผู้เป็นบิดาหนุนหลังอยู่ยิ่งได้ใจเข้าไปใหญ่ อย่าคิดว่าแค่นี้จะทำอะไรเขาได้

            “ตะวันออกไปข้างนอกกับพี่” อาทิตย์ยังไม่รู้ว่าตอนนี้ทานตะวันได้กลายเป็นผู้ช่วยอรรถพลไปแล้ว จึงตั้งใจชวนเจ้าหล่อนออกไปจากห้องด้วยกัน นั่นเพราะไม่ชอบใจที่เธออยู่ใกล้ไอ้ผู้จัดการคนนั้น

            “เห็นทีคงจะไม่ได้ครับเพราะตะวันเป็นผู้ช่วยผม ต้องอยู่กับผมตลอดเวลา ถ้าคุณอาทิตย์ไม่สะดวกใจอยู่ฟังการประชุม ผมอนุญาตให้ออกไปข้างนอกได้ครับเชิญ” กล่าวจบอรรถพลก็ผายมือไปยังประตู สีหน้าที่เป็นต่อส่งผลให้อารมณ์ของอาทิตย์เดือดขึ้นมาอีกครั้ง

            อาทิตย์จ้องเขม็งไปยังดวงหน้าสวยที่เอาแต่เมินเฉยเขา เมื่อไม่ได้รับความสนใจชายหนุ่มก็เดินออกไปจากห้องประชุมด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัว

            ออกมานอกสำนักงานแล้วชายหนุ่มก็เดินตรงไปยังกระถางต้นไม้ ตั้งใจจะถีบเพื่อระบายความโมโห แต่ทว่ากลับต้องชะงักงันเมื่อได้ยินเสียงใครบางคนเอ่ยทักทาย

            “คุณอาทิตย์! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะเนี่ย กรี๊ดดดด”

            เจ้าของเสียงแหลมปรี๊ดนั่นคือ ฟองจันทร์เธอคือลูกสาวของคำเปื้อนหัวหน้าคนงานนั่นเอง หลังจากเรียนจบมัธยมปลายแล้ว ด้วยความไม่มีหัวทางด้านการเรียน เจ้าหล่อนจึงออกมาแต่งตัวสวยยั่วตายั่วใจคนงานหนุ่มในไร่ไปวันๆ

            อาทิตย์จิ๊ปากด้วยความไม่พอใจเมื่อมีคนมาขัดจังหวะ ฟองจันทร์ใช้โอกาสนี้รีบเดินเข้ามาใกล้ ส่งยิ้มทักทายไม่ได้สนว่าชายหนุ่มจะอยู่ในอารมณ์ไหน

            “เธอมีอะไรรึเปล่า” น้ำเสียงห้วนสั้นเอ่ยถาม เมื่อเห็นว่าเจ้าหล่อนเอาแต่มองหน้าแล้วยิ้มจนน่ารำคาญ

            “คุณอาทิตย์จะกลับมาอยู่ที่ไร่แล้วใช่ไหมคะ ฟองจันทร์ดีใจที่สุดเลย”

            “อืมใช่”

            “กรี๊ดดด!! ในที่สุดฟองจันทร์ก็จะได้เจอหน้าคุณอาทิตย์ทุกวันแล้ว รู้ไหมคะว่าฟองจันทร์รอวันที่คุณอาทิตย์กลับมาอย่างใจจดใจจ่อเลยนะคะ” มือเรียวเอื้อมมือเกาะแขนชายหนุ่มอย่างถือวิสาสะ นั่นทำให้อาทิตย์รีบแกะออกโดยเร็ว เขาไม่ชอบให้ใครมาถึงเนื้อถึงตัวนอกจากทานตะวันคนเดียวเท่านั้น

            “แล้วไงเหรอ” ได้ยินอย่างนั้นรอยยิ้มของเจ้าหล่อนก็เจื่อนลงทันที

            ในวินาทีแห่งความอึดอัดนี้คนที่อยู่ในห้องประชุมก็ทยอยเดินออกมา เมื่อคำเปื้อนเดินออกมาเห็นลูกสาวยืนอยู่กับอาทิตย์ก็สาวเท้าตรงเข้ามาหาทันที

            “แกมาทำอะไรแถวนี้ฟองจันทร์”

            “ฉันก็มาหาพ่อนั่นล่ะจ้ะแต่บังเอิญเห็นคุณอาทิตย์ยืนอยู่เลยมาคุยด้วย”

            “แล้วมีอะไรกับพ่อล่ะ”

            “ฉันเอายามาให้พ่อน่ะ” ว่าแล้วเจ้าหล่อนก็ยื่นถุงยาให้บิดา เนื่องจากตอนนี้คำเปื้อนเป็นโรคกระเพาะอยู่จึงต้องทานยาอย่างต่อเนื่อง

            “เออว่ะพ่อก็ลืมไปเลย”

            “จะเข้าไร่ตอนนี้เลยรึเปล่าครับลุงคำเปื้อน”

            “ตอนนี้เลยครับว่าแต่คุณอาทิตย์ทำได้จริงๆ นะครับ” คำเปื้อนไม่แน่ใจว่าคนที่เพิ่งกลับมาจากเมืองนอกจะตากแดดตากลมได้ไหม แต่ที่แปลกใจมากกว่านั้นก็คือทำไมพ่อเลี้ยงภูเบศ ถึงได้ใจร้ายให้ลูกชายสุดที่รักมาทำงานใช้แรงอย่างนี้

            “ทำไมจะทำไม่ได้ล่ะครับในเมื่อผมโตมากับไร่นี้ ไม่มีอะไรที่ผมจะทำไม่ได้” น้ำเสียงของอาทิตย์เด็ดเดี่ยวและกล้าหาญ ส่งสัญญาณให้คำเปื้อนมั่นใจว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ใจเสาะเหยาะแหยะอย่างแน่นอน

            “นี่อย่าบอกนะว่าคุณอาทิตย์จะไปทำงานในไร่กับพ่อ” เมื่อรู้อย่างนั้นฟองจันทร์ก็ยิ้มกว้างทันที เพราะปกติแล้วเธอจะเป็นคนส่งปิ่นโตให้บิดาในไร่ทุกวัน ถ้าเป็นอย่างนั้นก็คงมีโอกาสใกล้ชิดกับชายหนุ่มที่เธอปลื้มบ่อยขึ้น

            “ก็ใช่น่ะสิ” คำเปื้อนตอบลูกสาว

            ในวินาทีนั้นอาทิตย์ก็เห็นทานตะวันเดินออกมากับอรรถพล จึงเดินดุ่มๆ ไปหาคนทั้งสามโดยไม่สนใจสองพ่อลูกที่อยู่ตรงหน้า

            เมื่อเห็นว่าอาทิตย์เดินไปแล้ว คำเปื้อนก็ดึงตัวลูกสาวเดินออกไปที่เงียบๆ เพื่อจะได้เอ่ยบางเรื่องได้อย่างถนัดปาก

            “พ่อดึงฉันมาที่นี่ทำไมเนี่ย” เจ้าหล่อนโวยวายให้บิดา

            “พ่อรู้ว่าแกกำลังคิดอะไร อย่าให้มันออกนอกหน้ามากนักมันจะดูไม่งาม” คำเปื้อนมองตาเดียวก็รู้ว่าลูกสาวปลาบปลื้มลูกชายเจ้าของไร่มากแค่ไหน

            “ไม่งามตรงไหนจ๊ะพ่อฉันยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”

            “ก็สายตาที่เอ็งมองคุณอาทิตย์ปานจะกลืนกินขนาดนั้นใครดูไม่ออกก็บ้าแล้ว ถ้าเอ็งอยากได้จริงๆ มันต้องวางแผนให้แยบยลกว่านั้น” คำเปื้อนเองก็อยากให้ลูกสาวได้ลงเอยกับอาทิตย์เช่นกัน เพราะหากเป็นอย่างนั้นเขาก็จะมีหน้ามีตามากขึ้น แค่เพียงอำนาจหัวหน้าคนงานมันยังไม่พอสำหรับเขา

            “นี่พ่อหมายความว่า...” ฟองจันทร์ยิ้มกว้างเมื่อรู้ว่าบิดาสนับสนุนความคิดตนเอง

            “พ่อจะช่วยเอ็งเอง ถ้าอยากได้มันต้องมีชั้นเชิงอย่าทำตัวอย่างหญิงงามเมืองแบบนี้อีกรู้ไหม”

            “จ้ะพ่อฉันรักพ่อที่สุดเลย ถ้าอย่างนั้นฉันจะอ่อยแค่พองามนะจ๊ะ”

            “เออๆ พ่อทำทุกอย่างได้เพื่อเอ็งอยู่แล้ว”

            “ขอบคุณจ๊ะพ่อ หนูรักพ่อที่สุดในโลกเลย” ฟองจันทร์โผกอดบิดาด้วยรอยยิ้มแห่งความหวัง มั่นใจว่าอีกไม่นานฝันที่อยากเป็นคุณนายของไร่แห่งนี้ก็จะกลายเป็นจริง

 

            อาทิตย์ตั้งใจเดินมาเผชิญหน้ากับคนทั้งสองที่กำลังเตรียมตัวเข้าไปในไร่ ทานตะวันพูดคุยกับอรรถพลอย่างออกรส ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยรอยยิ้ม บ่งบอกว่าเธอกำลังมีความสุขมากแค่ไหน นั่นทำให้อาทิตย์รู้สึกหงุดหงิดกับภาพที่เห็นซะเหลือเกิน

            “ตะวัน!

            เมื่อได้ยินเสียงเรียกชื่อตัวเองเจ้าหล่อนก็หันมามองยังต้นเสียง เมื่อรู้ว่าเป็นใครรอยยิ้มก็ค่อยๆ จางลงทันที

            “มีอะไรคะ” เจ้าหล่อนตอบกลับด้วยน้ำเสียงห่างเหิน

            “ตอนเย็นรอกลับพร้อมพี่นะ พี่ไม่ชอบให้ใครไปยุ่มย่ามที่บ้านของเรา” อาทิตย์จงใจพูดเพื่อให้อรรถพลรับรู้ว่า เขาและทานตะวันมีความสัมพันธ์อันลึกซึ้งกันเกินกว่าที่เห็น

            “ตะวันว่าเราต่างคนต่างกลับดีกว่าค่ะ ขอตัวนะคะตะวันจะเข้าไปทำงานในไร่แล้ว” กล่าวจบเจ้าหล่อนก็เดินแยกตัวออกไปก่อน ส่วนอรรถพลก็เดินมาหยุดตรงหน้า ยิ้มมุมปากราวกับต้องการเยาะเย้ย

            “ผมต้องขอเสียมารยาทไปส่งตะวันนะครับ เพราะมันเป็นความต้องการของตะวันเอง” กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินตามหลังรุ่นน้องไป ทิ้งให้อาทิตย์ยืนกำหมัดแน่น เหลือบตามองตามหลังด้วยความโมโหโกรธาเป็นที่สุด

            “คนอย่างนายมันเป็นได้แค่หมาเห่าใบตองแห้ง อย่าหวังว่าจะได้แอ้มคนของฉัน”

            ในขณะที่อาทิตย์ยืนคิดอะไรอยู่เพียงลำพัง คำเปื้อนก็เดินเข้ามาหาหมายใจจะชวนเข้าไปในไร่พร้อมกัน

            “คุณอาทิตย์เป็นอะไรรึเปล่าครับ”

            “ปะ...เปล่าครับลุง” เมื่อหลุดจากภวังค์ชายหนุ่มก็หันมามองชายวัยกลางคนด้วยสีหน้าปกติ

            “งั้นเราเข้าไปในไร่กันดีกว่าครับ ช่วงแดดยังไม่แรงลุงจะได้สอนงานให้”

            “ออ...งั้นไปตอนนี้เลยครับ”

            หลังจากเจอกระดูกชิ้นโตอย่างอรรถพลมาขวางทางรัก ทำให้อาทิตย์ต้องปรับกลยุทธ์ใหม่อีกครั้ง เพื่อให้แผนทำร้ายจิตใจทานตะวันสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี เจ้าตัวรู้ดีว่าจันทร์แก้วรักและเป็นห่วงลูกสาวปานแก้วตาดวงใจ หากวันใดที่ทำสามารถทำให้ทานตะวันเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสได้ วันนั้นความแค้นที่เขามีต่อจันทร์แก้วถึงจะสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ

           

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

1 ความคิดเห็น