ตอนที่ 3 : เรือนแห่งรัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 353
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    18 ก.พ. 62

 :: [3] ::

เรือนแห่งรัก

 

            “อ้าว! ทำไมกลับมาเร็วจังล่ะลูก” เมื่อเห็นลูกสาวเดินกลับมาที่ห้องนั่งเล่น หลังจากไปไม่นานจันทร์แก้วก็รู้สึกแปลกใจไม่น้อย

            เดินมาถึงสาวน้อยก็นั่งลงโซฟาตัวเดิม หันไปเอ่ยกับผู้ใหญ่ทั้งสองท่านด้วยสีหน้าไม่มั่นใจสักเท่าไร

            “คือ...ตะวันมีเรื่องจะบอกค่ะ”

            “ไอ้อาทิตย์มันทำอะไรให้หนูไม่สบายใจอีกงั้นเหรอ ถึงได้กลับมาเร็วอย่างนี้” พ่อเลี้ยงภูเบศมั่นใจว่าเรื่องที่ทานตะวันจะกล่าว ต้องมีสาเหตุมาจากลูกชายตัวเองอย่างแน่นอน

            “คือ...ตะวันจะขอตามไปดูแลพี่อาทิตย์ที่ท้ายไร่ด้วยค่ะ” คนพูดไม่กล้าสบตาผู้ใหญ่ทั้งสองท่าน เพราะรู้ว่าคงจะโดนคัดค้านเป็นแน่ แต่ถึงอย่างไรเธอก็ต้องไปเพื่อความสงบสุขของบ้านหลังนี้ แม้ว่าจะต้องทนอยู่กับคนใจร้ายสองต่อสองก็ตามที

            “ทำไมตะวันถึงได้ตัดสินใจอย่างนี้ล่ะลูก”

            “ตะวันสงสารพี่อาทิตย์ค่ะ ไปอยู่คนเดียวคงจะเหงาแย่ แล้วอีกอย่างใครจะคอยเป็นคนหุงหาอาหารให้”

            “ฉันไม่มีทางให้หนูตะวันไปอยู่กับไอ้ลูกชายสารเลวนั่น คนที่จะเสียหายก็คือหนูตะวันเองนะ หากใครรู้ต้องนินทาลับหลังเป็นแน่” พ่อเลี้ยงภูเบศค้านหัวชนฝากลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีไม่งามขึ้น เพราะรู้อยู่แก่ใจว่าลูกชายไม่ชอบจันทร์แก้ว จนอาจจะไปลงกับทานตะวันก็เป็นได้

            “แม่เองก็เป็นห่วง หากตะวันอยากไปจริงๆ รอให้คุณอาทิตย์อารมณ์เย็นลงกว่านี้ไม่ดีกว่าเหรอลูก” จันทร์แก้วรู้ดีว่าคนทั้งสองสนิทสนมกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ถึงอย่างไรผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ในบ้านเพียงลำพัง มันก็ดูไม่งามอยู่ดี

            “ทุกคนไม่ต้องห่วงนะคะ ตะวันกับพี่อาทิตย์เรายังคุยกันได้เหมือนเดิม พี่อาทิตย์ไม่มีทางทำร้ายตะวันแน่นอนค่ะ อีกอย่างตะวันอยากจะคอยเป็นหูเป็นตาส่งข่าวให้พ่อเลี้ยงด้วยยังไงล่ะคะ” ตะวันเอ่ยด้วยรอยยิ้มสื่อว่าเธอเต็มใจย้ายไปอยู่ที่นั่น

            “จะเอาอย่างนั้นจริงๆ เหรอตะวันแม่เป็นห่วงนะ”

            “จริงค่ะแม่ ตะวันไม่ได้ไปไหนไกลซะหน่อย อยู่ท้ายไร่นี่เองนะแม่”

            “ถ้าลูกตัดสินใจดีแล้วแม่ก็ไม่ห้าม”

            “ถ้าอย่างนั้นฉันก็ฝากดูแลมันด้วยละกัน ถ้ามันทำอะไรให้หนูไม่สบายใจก็รีบกลับมาที่นี่เลยนะ ถึงยังไงฉันก็เป็นห่วงหนูอยู่ดีนั่นล่ะ” พ่อเลี้ยงภูเบศเอ่ยด้วยสีหน้าเป็นกังวล

            “ค่ะพ่อเลี้ยง ถ้าอย่างนั้นตะวันขอขึ้นไปเก็บของก่อนนะคะ”

            กล่าวจบทานตะวันก็ลุกขึ้นเดินไปเก็บของที่ห้องนอน เธอจะต้องเข้มแข็งเข้าไว้ เพราะยิ่งอ่อนแออีกฝ่ายยิ่งได้ใจ และจะต้องหาวิธีทำให้อาทิตย์กลับมาเป็นคนเดิมให้ได้ เพื่อให้บ้านหลังนี้กลับมามีความสงบสุขเหมือนเดิม เธอหวังว่ามันจะต้องเป็นอย่างนั้นในอีกไม่ช้า

*-*-*-*-*-*-*

            ในที่สุดอาทิตย์ก็ได้ตัวทานตะวันไปอยู่ที่เรือนไม้ท้ายไร่สมใจอยาก ตอนนี้รถจิ๊บสองคันขับตามหลังกันไปยังท้ายไร่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของเรือนไม้ที่พ่อเลี้ยงภูเบศสร้างไว้เมื่อหลายปีก่อน เพื่อใช้เป็นที่พักผ่อนหย่อนใจและรับแขกผู้มาเยือนในบางครั้งคราว นั่นเพราะที่แห่งนี้แวดล้อมไปด้วยป่าธรรมชาติ มีธารน้ำใสไหลผ่าน แถมอากาศเย็นสบายตลอดทั้งปีอีกด้วย

            หลังจากพ่อเลี้ยงภูเบศและภรรยากลับไปแล้ว ทานตะวันก็เข้าไปหมกตัวอยู่ในห้องนอนตัวเอง จัดของเข้าตู้ให้เรียบร้อย โดยไม่ลืมที่จะล็อกห้องเพื่อกันไม่ให้อาทิตย์ถือวิสาสะเข้ามากวนใจ เมื่อจัดของเรียบร้อยแล้วทานตะวันก็นอนแผ่หลาบนเตียงนุ่ม หลับตาพริ้มฟังเสียงน้ำไหลจากลำธาร บวกกับเสียงนกร้องดังเจื้อยแจ้ว ทำให้เธอลืมเรื่องกังวลในใจไปได้ชั่วขณะ

            ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก!

            “จะล็อกประตูทำไมตะวัน”

            เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องเจ้าหล่อนก็เบิกตาโพลงด้วยความตกใจ หันขวับไปมองประตูอย่างเหนื่อยใจ

            ทานตะวันหยัดตัวลุกขึ้นนั่งแล้วลงจากเตียงเดินไปยังประตูอย่างอิดออด เพียงแค่หมุนลูกบิดประตูอีกฝ่ายก็ดันตัวเข้ามา โดยที่เธอเองแทบตั้งรับไม่ทัน

            “จะล็อกประตูทำไม” เมื่อสบตากันเขาก็เอ่ยคำถามเดิมอีกครั้ง

            “ก็นี่มันห้องส่วนตัวจะล็อกก็ไม่เห็นแปลก พี่อาทิตย์มีธุระอะไร” น้ำเสียงของเจ้าหล่อนแข็งกระด้าง บ่งบอกว่าตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์ที่จะมาต่อล้อต่อเถียงด้วย

            “พี่หิว...ไปทำกับข้าวให้กินหน่อยสิ” ตอนแรกนึกว่าจะมาหาเรื่องกันเสียอีก

            “แล้วทำไมไม่กินมาตั้งแต่ตอนอยู่บ้านโน้นล่ะ พี่ก็รู้ว่าเราเพิ่งย้ายมาจะมีของอะไรให้ทำได้ล่ะ” ทานตะวันว่าให้

            “ยังไม่ได้ไปดูในครัวแล้วรู้ได้ยังไงว่าไม่มีของ รีบไปพี่หิวจะแย่แล้ว ถ้าไม่ได้กินข้าวภายในยี่สิบนาทีพี่จะกินเธอแทนรู้ไว้ด้วย” กล่าวจบชายหนุ่มก็เดินออกไปจากห้อง ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้ทานตะวันต้องรีบวิ่งแจ้นเข้าไปในครัวทันที

            เดินเข้ามาในครัวแล้วทานตะวันก็ตรงไปเปิดตู้เย็นเป็นลำดับแรก ไม่น่าเชื่อว่าจะมีของในนั้นจนเต็ม เข้าใจว่ามารดาของเธอคงจะเตรียมไว้ให้ ตอนช่วงที่เข้ามาทำความสะอาด

            “ยี่สิบนาทีจะทำอะไรได้นอกจากไข่เจียว”

            ทานตะวันรีบหุงข้าวก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นหยิบไข่ไก่ในตู้เย็นออกมาสองฟอง ตอกใส่ถ้วยก่อนจะปรุงรสเล็กน้อย ตั้งกระทะบนเตาแก๊สด้วยไฟอ่อนๆ เทน้ำมันพืชลงพอประมาณ จากนั้นซอยกระเทียมเป็นชิ้นเล็กๆ ใส่ลงไปในน้ำมันเดือด ในวินาทีนั้นกลิ่นกระเทียมเจียวหอมคละคลุ้งไปทั่ว เรียกน้ำย่อยคนที่ยืนกอดอกพิงไหล่อยู่ประตูห้องครัว อาทิตย์ยืนจ้องมองสาวน้อยทำกับข้าวอย่างขะมักเขม้น โดยอีกฝ่ายยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

            ไข่เจียวร้อนๆ ถูกวางไว้บนโต๊ะในห้องครัว หลังจากนั้นไม่นานทานตะวันก็ตักข้าวสวยร้อนๆ ใส่จานวางไว้ข้างกัน เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหล่อนตั้งใจจะเดินไปเรียกชายหนุ่มให้มารับประทาน แต่ต้องชะงักฝีเท้าเมื่อเห็นอีกฝ่ายยืนกอดอกยิ้มมุมปากอยู่ก่อนแล้ว

            “พี่อาทิตย์!

            “ทำไมต้องตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะ”

            “พี่อยู่ตรงนี้นานหรือยัง”

            “ก็ตั้งแต่เธอทำข้าวไข่เจียวห่วยๆ ให้พี่น่ะสิ ไม่มีเมนูอื่นที่มันดีกว่านี้แล้วเหรอ” ชายหนุ่มต่อว่า

            “ก็พี่อาทิตย์ให้เวลาแค่ยี่สิบนาที จะทำอะไรได้ล่ะ แค่หุงข้าวก็แทบจะไม่ทันแล้ว คราวหลังถ้าอยากกินอะไรก็ทำเอาเองสิ” กล่าวจบทานตะวันก็จะเดินออกไปจากห้องครัว แต่ทว่าร่างสูงกลับกางแขนกั้นไว้ ไม่ให้ออกไปไหนได้

            “จะไปไหน?

            “จะกลับเข้าห้อง ตะวันตั้งโต๊ะไว้เรียบร้อยแล้วก็ไปกินดิ”

            “เธอต้องนั่งรอจนกว่าพี่จะอิ่ม เพื่อเก็บจานไปล้าง” เขายียวนกวนประสาทอีกฝ่ายไม่ยอมเลิก ทำเอาใบหน้าสวยงองุ้มแสดงความไม่พอใจออกมา

            “กินเสร็จแล้วก็วางไว้บนโต๊ะนั่นล่ะ เดี๋ยวตะวันจะมาจัดการเอง”

            “เธอไม่มีสิทธิ์ต่อรองอะไรทั้งนั้น กลับเข้าไปนั่ง” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม ทานตะวันจำยอมเดินกลับเข้าไปนั่งที่เก้าอี้อย่างไม่สบอารมณ์

            เธอจะอดทนให้ถึงที่สุดเพื่อมารดา...

            ทานตะวันนั่งจ้องมองอีกฝ่ายทานข้าวด้วยความเบื่อหน่าย หลายครั้งที่เบียนหน้าหนีแต่เขาทำเป็นกระแอมไอ เชิงออกคำสั่งให้หันกลับมามอง

            “พี่ทำอย่างนี้เพื่ออะไร” ทานตะวันเอ่ยถามหลังจากข้าวไข่เจียวถูกตักเข้าปากเขาจนเกลี้ยงจานแล้ว

            “ความสะใจไง เห็นเธอไม่มีความสุขพี่ยิ่งสะใจ” เขาตอบกลับอย่างน่าหมั่นไส้ ก่อนจะหยิบแก้วน้ำเย็นที่วางอยู่ข้างมือมาดื่ม

            “ใครบอกว่าตะวันไม่มีความสุข” ทานตะวันยิ้มสู้ราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย เธอตั้งใจไว้ว่าจะไม่อ่อนแอให้เขาเห็นและจะต้องทำให้ได้

            “ไม่จริง! ตอนนี้เธอไม่มีความสุข เธอเป็นคนบอกเองว่าเกลียดพี่ ไม่ต้องมาทำเป็นเข้มแข็งหรอกแค่มองตาพี่ก็รู้แล้วว่าเธอไม่ได้ยินดีปรีดามาอยู่ที่นี่เลย” อาทิตย์จ้องมองเข้าไปในดวงตาสวยเพื่อจับผิด เขารู้ว่าเธอกำลังโกรธมากแค่ไหน ความเข้มแข็งที่ประดิษฐ์ขึ้นมาถึงยังไงก็มองออกอยู่ดี

            “อย่าสำคัญตัวเองมากขนาดนั้นสิคะ ที่ตะวันบอกว่ามีความสุข เพราะตะวันได้ทำเพื่อแม่และพ่อเลี้ยง การมาอยู่ที่นี่ให้พี่โขกสับมันคือการตอบแทนบุญคุณท่านทั้งสอง นั่นคือสิ่งที่ลูกคนหนึ่งจะทำให้ท่านได้ ไม่เหมือนใครบางคนที่เอาแต่ใจตัวเอง ทั้งที่เรียนจบถึงปริญญาโทจากเมืองนอก แต่ทำตัวราวกับคนไม่มีการศึกษาเลยสักนิดเดียว” ทานตะวันเอ่ยประชดคนที่นั่งตรงหน้า เธอไม่กลัวหากเขาจะทำอะไรให้เจ็บช้ำอีก เพราะทำใจไว้แล้วว่าการมาอยู่ที่นี่ชีวิตคงไม่ได้ราบรื่นสักเท่าไหร่

            เพล้ง!

            คำกล่าวหาพวกนั้นทำให้อาทิตย์โมโหขั้นสุด ยกจานข้าวที่อยู่ตรงหน้าขว้างลงที่พื้นจนแตกกระจาย ทานตะวันสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ ตั้งแต่รู้จักกับอาทิตย์มาเขาไม่เคยโมโหร้ายเลยสักครั้ง แต่หลังจากคืนนั้นเขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคนโดยสิ้นเชิง

            “กล้าดียังไงมาว่าพี่อย่างนี้!” เขาลุกขึ้นจากเก้าอี้ เดินอ้อมมากระชากแขนให้เดินออกไปจากห้องครัว “ปากเก่งนักใช่ไหมเดี๋ยวได้เห็นดีกัน”

            “ปล่อยตะวันเดี๋ยวนี้นะ” ทานตะวันพยายามแกะมือเขา แต่ทว่ายิ่งแกะอีกฝ่ายยิ่งกำไว้แน่นกว่าเดิม ทำเอาเจ้าหล่อนทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บปวด

            “ไม่ปล่อย! คนอย่างเธอไม่มีสิทธิ์เรียกร้องอะไรทั้งนั้น”

            “เลวที่สุด ตะวันไม่มีทางยอมพี่แน่” ในวินาทีนั้นทานตะวันก้มหน้าลงกัดแขนเขาทันที

            “อ๊ากกก!! ยัยบ้าเอ๊ย”

            อาทิตย์จำต้องยอมปล่อยให้เจ้าหล่อนเป็นอิสระ เพราะที่แขนมีรอยฟันจนเป็นห้อเลือดชัดเจน ในวินาทีนั้นทานตะวันรีบวิ่งเข้าไปในห้องนอน แต่ทว่าอาทิตย์กลับคว้าตัวไว้ได้ก่อน

            “เก่งนักใช่ไหม เดี๋ยวจับกดซะตรงนี้เลย” อาทิตย์ผลักร่างเล็กให้ล้มลงบนพื้นไม้ปาร์เกต์ ก่อนจะคร่อมตัวเอาไว้ เขาตรึงข้อมือน้อยๆ ทั้งสองข้างไว้บนพื้น

            “จะทำอะไรก็ทำเลยสิ คนอย่างตะวันไม่มีทางสู้พี่ได้อยู่แล้วนี่” เจ้าหล่อนเอ่ยประชด จ้องหน้าชายหนุ่มอย่างไม่ลดละ หยาดน้ำใสไหลลงจากหางตาเป็นสาย

            “คิดว่าน้ำตาของเธอจะทำให้พี่ใจอ่อนได้งั้นเหรอ...ไม่มีทาง” น้ำเสียงที่แข็งกระด้างช่างขัดกับหัวใจที่เต้นระส่ำ รู้สึกเจ็บแปลบๆ เมื่อต้องทำให้เธอคนนี้ร้องไห้เสียใจอีกแล้ว

            “หากร่างกายของตะวันจะช่วยทำให้เรื่องทุกอย่างมันดีขึ้น ตะวันก็จะยอมพี่อาทิตย์โดยไม่ขัดขืนอะไรทั้งนั้น ขอให้ความเคียดแค้นของพี่มันอยู่แค่ภายในบ้านหลังนี้ ระบายมันมาที่ตัวตะวันเลยค่ะ ตะวันพร้อมแล้ว” กล่าวจบเจ้าหล่อนก็เอียงหน้าหนี ไม่อยากสบตาเขาให้รู้สึกเจ็บปวดไปมากกว่านี้

            “ถ้าต้องการอย่างนั้นพี่ก็จะจัดให้ แล้วอย่ามาร้องโอดครวญทีหลังว่าพี่ใจร้ายก็แล้วกัน”

            ….

            ….(NC)

            …..

            เมื่อสงครามรักสงบลงอาทิตย์ก็ฟลุบตัวทับทาบร่างอรชรไว้ จากนั้นจึงเงยขึ้นมามองดวงหน้าสวยที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ เขาไล้มือหนาปาดออกให้อย่างเสน่หา

            “ต่อไปนี้ตะวันไม่มีสิทธิ์ไปชอบใครแล้วนะ เพราะทั้งตัวและหัวใจของตะวันเป็นของพี่แล้ว” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ราวกับลืมเรื่องเคียดแค้นก่อนหน้าเสียสนิท

            “พี่อาทิตย์จะได้แค่ตัวแต่ไม่มีวันได้หัวใจตะวันอีกแล้ว...ไม่มีวัน”

            เมื่อได้ยินอย่างนั้นแทนที่อาทิตย์จะโมโหร้าย แต่ทว่ากลับชะงักงัน รู้สึกเจ็บแปลบๆ ที่หัวใจ ใช่สินะตอนนี้เขาและเธอเปรียบเหมือนเส้นขนานไม่มีทางมาบรรจบกันได้เลย แต่ถึงอย่างไรผู้หญิงคนนี้จะต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น แม้หัวใจเจ้าหล่อนจะเปลี่ยนไปแล้ว แต่ทว่าเขาจะไม่ยอมให้ใครมาเชยชมเรือนร่างนี้แม้แต่ปลายก้อย

            “ถ้าอย่างนั้นตะวันต้องอยู่ในกรงที่พี่สร้างไว้ เป็นเมียบำเรอที่พี่อยากจะเชยชมตอนไหนก็ได้ เธอจะไม่มีทางได้คบกับผู้ชายหน้าไหนอีกตลอดชีวิต”

            กล่าวจบเขาก็อุ้มร่างอรชรขึ้นในท่าเจ้าสาว เดินเข้าไปในห้องนอนตัวเอง คืนนี้เจ้าหล่อนจะต้องเป็นหมอนข้างให้เขากอดทั้งคืนโดยไม่มีสิทธิ์เอ่ยปฏิเสธแม้แต่คำเดียว

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

1 ความคิดเห็น