คุณชายสายโหด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,066 Views

  • 6 Comments

  • 84 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    298

    Overall
    2,066

ตอนที่ 8 : ตามรังควาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 326
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    5 ม.ค. 62

:: [8] ::

ตามรังควาน

 

          ตอนนี้รันกำลังนั่งรอเต๋าอยู่ภายในร้านกาแฟข้างคณะ หลังจากได้โทรนัดเอาไว้เมื่อคืนนี้ เจ้าตัวนั่งอ่านตำราเรียนรอไปพลางๆ โดยไม่รู้ตัวเลยว่ามีนักศึกษาหนุ่มหลายคนที่อยู่ภายในร้านด้วยกัน ต่างก็แอบชำเลืองมองมาอยู่บ่อยๆ ลุคใหม่ของรันเป็นที่ดึงดูดสายตาของชายหนุ่มอยู่ไม่ขาดสาย แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สนใจใครเป็นพิเศษได้แต่ยิ้มรับเมื่อโดนเอ่ยแซว

            เมื่อเต๋าเดินมาถึงก็กวาดสายตามองหารุ่นน้อง แม้รันจะนั่งอยู่ในระยะสายตาแต่เจ้าตัวกลับจำไม่ได้  เมื่อรันเห็นว่ารุ่นพี่จำตัวเองไม่ได้ก็ขำออกมาแล้วรีบเอ่ยทักทันที

            “พี่เต๋าสวัสดีครับ” เจ้าตัวเอ่ยพร้อมกับยกมือไหว้

            “อ้าว! รันไปทำอะไรกับผมมาเนี่ยทำเอาพี่จำไม่ได้เลย” เต๋าหันขวับไปมองยังต้นเสียง แล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน พร้อมกับจ้องมองใบหน้าเรียวเพื่อให้มั่นใจว่าคือรุ่นน้องของตัวเอง ก่อนจะเดินมานั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม

            “ผมแค่อยากลองเปลี่ยนแปลงอะไรใหม่ๆบ้าง ว่าแต่มันโอเคหรือเปล่าครับ” ดวงตาคู่สวยมองหน้ารุ่นพี่ พร้อมกับเอ่ยถามความคิดเห็น

            “โอเคมาก...อย่างกับนักร้องเกาหลีเลยอ่ะ ว่าแต่ทำไมจู่ๆถึงอยากเปลี่ยนสีผม ปกติเราไม่ใช่คนชอบตามแฟชั่นอะไรนี่”

            “คงเป็นเพราะตอนนี้ผมโตมากพอที่จะคิดทำอะไรเองได้แล้วมั้งครับ เลยอยากจะทำอะไรตามใจตัวเองบ้าง” รันไม่สามารถเอ่ยถึงเหตุผลที่แท้จริงให้รุ่นพี่ฟังได้

            “อย่างนี้นี่เองว่าแต่นัดพี่มามีอะไรหรือเปล่า” เมื่อเข้าใจรุ่นน้องดีแล้วก็เริ่มถามถึงจุดประสงค์ที่ถูกนัดให้มาเจอที่นี่

            “ผมมีเรื่องขอร้องให้พี่เต๋าช่วยน่ะครับ พอดีผมรู้มาว่าพี่เต๋าเก่งเทควันโด เลยอยากให้ช่วยสอนหน่อยพอจะได้ไหมครับ”

            “ได้สิไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ยิ่งรู้ว่าเป็นรันยิ่งดีเข้าไปใหญ่” เต๋ายิ้มกว้าง เขาอยากมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับรันแบบนี้มานานแล้ว ช่างโชคดีที่รุ่นน้องได้หยิบยื่นโอกาสนั้นมาให้โดยที่เจ้าตัวไม่ได้พยายามอะไรเลย

            “ขอบคุณพี่เต๋ามากนะครับ” รันรีบยกมือไหว้ทันที

            “แล้วทำไมถึงอยากฝึกเทควันโดขึ้นมาล่ะ เตรียมตัวจะไปทำศึกกับใครรึเปล่าน้า” เต๋าเอ่ยแซวขำๆ

            “เปล่าครับแค่อยากออกกำลังกายบ้างก็เท่านั้นเอง ว่าแต่พี่เต๋าพอจะมีเวลาว่างช่วงไหนบ้างครับ”

            “ช่วงห้าโมงเย็นของทุกวันศุกร์น้องรันว่างไหมล่ะ พี่จะไปซ้อมที่ศูนย์กีฬาของมหาลัยทุกสัปดาห์”

            “ได้ครับช่วงนั้นผมว่างพอดี แล้วเราจะเริ่มวันไหนดี”

            “วันศุกร์นี้เลยไหมล่ะ” ใจจริงเต๋าอยากฝึกให้รุ่นน้องแทบทุกวัน แต่ติดที่ช่วงนี้ค่อนข้างเรียนหนักมาก

            “ได้ครับ....ถ้างั้นวันนี้ผมเลี้ยงกาแฟพี่เต๋าละกันเพื่อเป็นการขอบคุณ” รันยิ้มให้รุ่นพี่

            “ไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่จ่ายเอง” เต๋ารีบปฏิเสธทันควันแต่รันกลับไม่ยอมโดยง่าย

            “ไม่เอาเดี๋ยวผมจ่ายเอง ถ้าไม่ได้เลี้ยงพี่เต๋าวันนี้ผมคงนอนไม่หลับแน่” รันพยายามหาข้ออ้าง

            “ถ้างั้นก็ได้ครับ ขอบใจนะ” เต๋ายิ้มหวานให้

            “ผมต่างหากที่ต้องขอบคุณ พี่เต๋าดื่มอะไรดีเดี๋ยวผมไปสั่งให้”

            “เอาคาปูชิโนละกัน”

            “ถ้างั้นรอสักครู่นะครับ” เต๋ายิ้มให้สื่อว่าเป็นการตอบรับ

หลังจากนั้นรันก็เดินไปสั่งเครื่องดื่มที่เคาน์เตอร์ แล้วกลับมานั่งที่โต๊ะเหมือนเดิม

“สั่งให้แล้วรอแป๊บนึงครับ” รันยิ้มให้

            “ช่วงนี้ไอ้อัศมันมากวนใจเราบ้างหรือเปล่า พี่ว่าจะถามตั้งนานแล้วแต่ไม่ได้เจอสักที” เต๋าถามด้วยความเป็นห่วง อยากจะรู้ว่ารุ่นน้องยังโดนคู่อริตามรังควานอยู่หรือเปล่า หากเป็นเช่นนั้นเขาจะเป็นคนไปจัดการอัศให้หลาบจำเสียเอง

            “ไม่ครับ แต่ถึงมาผมก็ไม่กลัวแล้วล่ะ” รันทำหน้าเบื่อหน่ายเมื่อได้ยินชื่อของคุณชายอัศ

            “พี่ขอโทษพี่ถามถึงเรื่องนี้ พี่เป็นห่วงรันนะถ้ามันทำอะไรรีบบอกพี่เลยเดี๋ยวไปจัดการมันให้”

            “ขอบคุณครับที่เป็นห่วงผม นอกจากเพื่อนแล้วคงไม่มีใครดีกับผมเท่าพี่เต๋าอีกแล้ว” รันยิ้มให้อีกฝ่ายด้วยความจริงใจ เขารักเต๋าเหมือนพี่ชายคนหนึ่ง แต่ในใจก็รับรู้มาตลอดว่าเต๋าไม่ได้คิดกับเขาแค่รุ่นน้อง

            “พี่จะอยู่ข้างๆรันเสมอนะ” ว่าแล้วก็ยื่นมือหนาไปจับมือของรันเอาไว้ รันได้แต่ยิ้มให้ไม่กล้าปฏิเสธเพราะกลัวรุ่นพี่จะเสียหน้า

            “ขอบคุณอีกครั้งสำหรับความหวังดีนะครับ” รันยิ้มให้

            ระหว่างนั้นพนักงานก็นำแก้วคาปูชิโนเย็นมาเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ รันจึงใช้โอกาสนี้ชักมือกลับทันที หลังจากนั้นไม่นานก็มีสายโทรเข้ามา รันรีบหยิบมือถือที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาดู ก็พบว่าเป็นมารดาของตัวเองนั่นเอง

            “ผมขอตัวไปรับโทรศัพท์สักครู่นะครับ” รันเอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้

            “โอเคตามสบาย เดี๋ยวพี่นั่งรอตรงนี้นะ” เต๋ายิ้มให้อย่างเข้าใจดี

            รันรีบเดินออกมาจากร้านแล้วตั้งสติ เขาไม่รู้ว่าที่มารดาโทรมาวันนี้ต้องการอะไรกันแน่ ทำใจอยู่สักพักรันก็รับสายมารดา

            “สวัสดีครับแม่”

            (“แกยังคิดว่าฉันเป็นแม่อยู่อีกเหรอไอ้ลูกทรพี”) ปลายเสียงเอ่ยประโยคแรกมาก็ทำให้รันถึงกับจุกในลำคอแทบพูดไม่ออก

            “แม่ก็คือแม่ผมไม่มีทางคิดอย่างนั้นหรอกครับ แม่มีอะไรก็รีบพูดมาเลยดีกว่า” รันรีบตัดบทเข้าสู่สาระ เพราะไม่อยากได้ยินคำก่นด่าอีกแล้ว

            (“ไหนแกบอกไม่ได้หนีตามผู้ชายไงแล้วที่ฉันเห็นมันคืออะไร แกอธิบายมาซิ แถมยังทำสีผมประหลาดๆนั่นอีก แกเป็นบ้าไปแล้วหรือไง!”) ทิพย์ฤดีตวาดแหวแทรกผ่านสายมา รันรู้สึกงงกับคำพูดของมารดาเหลือเกิน ภาพที่ว่านั่นมันคือภาพอะไร ทำไมมารดาเขาถึงได้เห็นอะไรแบบนั้นด้วย

            “ภาพอะไรครับแม่ผมงงไปหมดแล้ว” รันเอ่ยถามด้วยความสงสัย

            (“ก็ภาพที่แกจับมือกับผู้ชายในร้านกาแฟนี่ไง คุณชายส่งมาให้ท่านชายเมื่อสักครู่”) ได้ยินอย่างนั้นรันก็มองไปรอบๆตัวเองทันที เพราะมั่นใจว่าอัศต้องแอบซุ่มดูอยู่แถวนี้แน่นอน เป็นไปตามที่คิดอัศยืนยิ้มมุมปากอยู่ไม่ไกลพร้อมกับยกโทรศัพท์มือถือขึ้นเยาะเย้ยอีกฝ่าย

            “ถ้าแม่จะเชื่อคนอื่นมากกว่าลูกตัวเองก็เชิญเลยครับ ผมไม่มีอะไรจะแก้ตัวแล้ว” รันเอ่ยประชดประชันมารดา ดวงตาคู่สวยก็จ้องเขม็งไปยังคุณชายตัวร้ายด้วยความโมโห

            (“ฉันเชื่อในสิ่งที่เห็น ถ้าแกอยากให้ฉันเชื่อใจก็มีทางเดียวนั่นคือกลับไปอยู่กับคุณชายซะ”) ทิพย์ฤดียังคงต้องการให้ลูกชายกลับไปอยู่กับลูกเลี้ยง เพราะอยากให้แผนที่เธอหวังไว้สำเร็จ

            “ไม่มีทางครับ แค่นี้นะครับแม่ผมมีธุระ” พูดจบรันก็ตัดสายโดยไม่กลัวว่าปลายสายจะก่นด่าอะไรบ้างในตอนนี้

            รันยังคงจ้องมองอัศอย่างไม่วางตา ทำไมถึงได้ร้ายกาจขนาดนี้ คิดจะเอามารดามาบีบให้เขากลับไปอยู่ด้วย บอกไว้เลยว่าไม่มีทางแน่นอน เขาไม่มีทางกลับไปลงหลุมนรกนั่นอีกเด็ดขาด คิดแล้วก็เดินตรงไปหาอีกฝ่ายอย่างไม่เกรงกลัว

            “คิดเหรอว่าทำอย่างนี้แล้วผมจะยอมแพ้ บอกไว้เลยว่าผมไม่มีทางกลับไปลงนรกนั่นอีกแล้ว”

            “มึงไม่กลับไปกูก็ไม่ได้ว่าอะไร กูก็แค่จะคอยกวนใจมึงนิดๆหน่อยๆเท่านั้นเอง” อัศพูดแล้วก็ทำหน้าตายียวน หวังจะให้อีกฝ่ายอารมณ์เสีย แต่รันรู้ทันไม่เล่มตามเกมเลยแม้แต่น้อย

            “ถ้ามีเวลาว่างมากขนาดนั้นก็ตามใจครับ ดูๆไปคุณชายก็เหมือนจะหลงเสน่ห์ผมเข้าให้แล้วสินะ ตามติดชีวิตผมตลอดเลย เสียใจด้วยนะผมไม่ชอบกินของเก่า” รันเบ้ปากแล้วสะบัดหน้าเดินออกไปจากตรงนั้น แต่อัศกลับไม่ยอมคว้ามือเรียวเอาไว้ได้เสียก่อน

            “มึงจะหนีไปไหน”

            เพี๊ยะ!

            รันสะบัดมือหนีแล้วยกมืออีกข้างฟาดที่ไปแก้มของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

            “นี่มึงกล้าตบกูเหรอวะ!” อัศโมโหจัดจนใบหน้าขึ้นสี เจ้าตัวพยายามรวบตัวรันเอาไว้ในอ้อมอก แต่ในระหว่างนั้นเต๋าได้เดินเข้ามาพอดี

            “มึงหยุดเดี๋ยวนี้เลยไอ้อัศ รันมาหาพี่” รันผลักอกอีกฝ่ายให้ห่างจากตัวแล้วเดินไปหลบอยู่ข้างหลังรุ่นพี่

            ชายหนุ่มทั้งสองจ้องหน้ากันอย่างเดือดดาล โดยฉพาะอัศที่เดือดกว่าเต๋าหลายเท่านัก เพราะทั้งโดนรันตบที่ใบหน้า แถมยังโมโหที่ถูกเต๋าเข้ามาขัดจังหวะอีกด้วย

            “เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับมึงถอยไป” อัศตะโกนใส่หน้าเต๋าเสียงดัง

            “กูไม่หลบมึงนั่นล่ะรีบกลับไปเลย นี่มันถิ่นกูอย่ามาเห่าแถวนี้” เต๋าแสดงความเป็นเจ้าถิ่นอย่างเต็มที่

            “ไอ้เหี้ยเต๋า”

            ผั๊วะ!

            อัศซัดกำปั้นเข้าที่ใบหน้าเต๋าสุดแรง แต่มีหรือที่เต๋าจะยอมโดนทำร้ายเพียงฝ่ายเดียว เจ้าตัวสวนกลับทันควัน ทำเอาทั้งสองคนล้มไม่เป็นท่าอยู่บนพื้นคอนกรีต

            “พอได้แล้วทั้งสองคนเลย พี่เต๋าเราไปกันเถอะ” รันพยุงร่างรุ่นพี่ขึ้นแล้วพาเดินออกไปจากบริเวณนั้น ก่อนที่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะมาเห็นเข้าเสียก่อน เขาไม่อยากให้ชื่อเสียงของนักศึกษาแพทย์ดีเด่นของเต๋าต้องมาแปดเปื้อนเพราะผู้ชายเลวๆคนนี้

            “กูไม่หยุดแค่นี้แน่มึงจำไว้เลย” อัศตะโกนตามหลังไปสุดเสียง หลังจากนั้นก็ใช้นิ้วปาดเลือดออกจากมุมปาก “ไอ้เชี่ยหมัดหนักฉิบหายเลย” อัศบ่นกับตัวเองเบาๆ ขณะสายตาคมยังคงจ้องเขม็งไปแผ่นหลังของคนทั้งสองอย่างไม่วางตา ในเมื่อมันเก่งกล้าสามารถแถมยังมีคนคอยหนุนหลังอย่างนี้ เขายิ่งต้องใช้ความพยายามให้มากขึ้น เขาไม่มีทางยอมให้ไอ้เด็กนั่นมันมีความสุขลอยหน้าลอยตาไปได้แน่นอน

            อัศคอยแต่จะเอาชนะรันอยู่ตลอดเวลา โดยไม่เคยเอะใจเลยว่าตอนนี้รันได้เข้ามามีอิทธิพลในชีวิตของเขาแทบตลอดเวลา หายใจเข้าออกก็นึกถึงแต่ใบหน้าหวานนั่น โดยไม่รู้เลยว่ามีความรู้สึกพิเศษบางอย่างที่ซ่อนเร้นเอาไว้โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัว

           

            เมื่อเดินออกมาจากจุดเกิดเหตุแล้ว ทั้งสองก็ขึ้นมาที่ห้องสโมสรนักศึกษา รันรีบไปหาผ้าเย็นมาประคบไม่ให้ใบหน้าของรุ่นพี่ช้ำไปมากกว่านี้ ระว่างนั้นเต๋าก็เอาแต่มองหน้ารันแล้วยิ้มมุมปาก การโดนต่อยครั้งนี้เต๋าคิดว่ามันคุ้มมากเพราะได้ใจของรุ่นน้องไปเต็มเปา

            “ผมต้องขอโทษพี่เต๋าด้วยนะครับ ต้องมาเจ็บตัวเพราะผมแท้ๆ” รันรู้สึกไม่สบายใจเลยที่คนอื่นต้องมาเจ็บตัวเพราะเขา

            “พี่ไม่เป็นไรหรอกน่าอย่าคิดมาก พี่โดนดีกว่ารันโดนมันรังแกนะ” เต๋าพยายามเอ่ยปลอบใจรุ่นน้อง แม้ว่าตอนนี้จะรู้สึกเจ็บที่มุมปากอยู่นิดหน่อยก็ตาม

            “ขอบคุณที่เป็นห่วงนะครับ แต่ครั้งหน้าอย่าบุ่มบ่ามอย่างนี้อีก ผมก็เป็นห่วงพี่เต๋าเหมือนกันนะ”

            “ดีใจจังที่ได้ยินว่าน้องรันเป็นห่วง เอาเป็นว่าพี่จะพยายามไม่ให้เกิดเรื่องก็แล้วกัน แต่ถ้ามันมารังแกน้องรันอีกพี่ก็ไม่ยอมเหมือนกันนะ” เต๋ายังคงยืนยันที่จะเป็นบอดี้การ์ดคอยปกป้องรุ่นน้องอยู่เสมอ

            “ผมจะพยายามเลี่ยงไม่ให้เจอคุณชายก็แล้วกันครับสบายใจได้” รันตอบกลับเพื่อให้รุ่นพี่สบายใจ

            “ว่าแต่เดือนหน้ารันกับเพื่อนจะไปค่ายหมออาสาไหมอ่ะ” เต๋าเอ่ยถามเมื่อนึกขึ้นได้ว่ากำลังจะไปประชุมเรื่องนี้อยู่พอดี

            “ไปครับแล้วพี่เต๋าล่ะไปรึเปล่า เห็นว่าช่วงนี้พี่ปีสี่เรียนหนักเอาการอยู่เหมือนกัน”

            “พี่ไปครับ กิจกรรมดีๆอย่างนี้พี่จะพลาดได้ยังไงกัน” เต๋ายิ้มให้

            “ดีเลยจะได้ไปช่วยคนไข้ต่างจังหวัดกัน มีคนเก่งๆอย่างพี่เต๋าไปด้วยจะได้รู้สึกอุ่นใจไปอีกเปาะ” รันเอ่ย

            “นี่ก็ชมพี่เกินไป” ว่าแล้วก็เอื้อมมือไปสัมผัสที่เรือนผมของรุ่นน้องอย่างลืมตัว ทำเอารันถึงกับอึ้งแล้วมองหน้า “เอ่อ...โทษทีพี่ลืมตัวไปหน่อย” เต๋ายิ้มแหยๆ แล้วลดมือลงมาไว้ที่หน้าตักตัวเอง

            “ไม่เป็นไรครับ เสร็จแล้วผมขอตัวไปเรียนก่อนนะครับ”

            “ครับผมตั้งใจเรียนด้วยล่ะ เห็นว่าเราได้ทุนเรียนดีด้วยไม่ใช่หรอ”

            “ใช่ครับ ลดภาระค่าใช้จ่ายไปได้เยอะเลย” รันยิ้มให้รุ่นพี่

            “มีอะไรให้พี่ช่วยบอกได้นะพี่ยินดีช่วยรันทุกเรื่อง” เต๋าพูดเอาใจหวังจะทำคะแนนเต็มที่

            “ครับพี่เต๋า ถ้าผมเดือดร้อนจะนึกถึงพี่เต๋าเป็นคนแรกเลย”

            “ได้ยินอย่างนี้แล้วชื่นใจจัง” เต๋ายิ้มกว้างเมื่อได้ยินอย่างนั้น เขายังคงหวังว่ารันจะใจอ่อนยอมคบกับเขาในสักวัน

            “ผมไปแล้วนะครับ” รันหยิบกระเป๋าขึ้นมาสะพายแล้วโบกมือลารุ่นพี่ หลังจากนั้นก็เดินออกจากห้องสโมสรนักศึกษาไป

            ขณะเดินรันก็คิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ไปด้วย ขนาดอัศไม่ชอบขี้หน้ามารดาของเขามากยังกล้ายืมมือมาเล่นงานได้ขนาดนี้ แสดงว่าอีกฝ่ายคงไม่ยอมตามรังควานโดยง่ายแน่นอน นอกจากว่าจะสามารถเปลี่ยนความคิดของอัศได้  ไม่อย่างนั้นเรื่องนี้คงไม่มีทางจบอย่างแน่นอน แล้วจะทำยังไงล่ะเพื่อที่จะเปลี่ยนคนจิตใจหยาบช้าอย่างนั้นได้ มันเป็นการบ้านที่หนักกว่าการเรียนแพทย์หลายเท่าตัวนัก...แต่เขาก็จะพยายามเพื่อให้ตัวเองไม่ต้องคอยกังวลใจอยู่อย่างทุกวันนี้

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

0 ความคิดเห็น