คุณชายสายโหด

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 3,840 Views

  • 23 Comments

  • 211 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    182

    Overall
    3,840

ตอนที่ 7 : รันคนใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 712
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    4 ม.ค. 62

:: [7] ::

รันคนใหม่

 

           รันนั่งมองตัวเองหน้ากระจกภายในร้านทำผมใกล้กับมหาวิทยาลัย วันนี้เพื่อนทั้งสามคนพาเขามาทำสีผมใหม่ หลังจากนั่งทนแสบหนังศีรษะมานานนับชั่วโมง ตอนนี้เขาก็ได้สีผมบลอนด์ทองสมใจอยาก ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยคิดจะทำอะไรอย่างนี้มาก่อน นี่ถือเป็นการปฏิวัติตัวเองครั้งแรกในชีวิต มันรู้สึกมีความสุขมากที่ได้ทำอะไรตามใจตัวเองอย่างนี้

            “ฉันไม่คุ้นหน้าตัวเองเลยอ่ะ” รันเอ่ยกับเพื่อนแต่สายตายังคงจับจ้องตัวเองในกระจกตรงหน้า เพื่อนทั้งสามคนเดินเข้ามายืนข้างๆ มองรันในกระจกแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจไม่ต่างกันเลย

            “สีสวยเว่อร์แกดีงามมาก คืนนี้พวกเราไปเปิดตัวรันคนใหม่กันไหม” แอนเอ่ยถามความคิดเห็นจากเพื่อนๆ ทุกคนหันไปมองแอนแล้วยกยิ้ม สื่อว่าเห็นด้วยเป็นอย่างยิ่ง

            “จัดไปค่ะ ได้เพื่อนคนใหม่ทั้งที”  หมิวเอ่ยสนับสนุน

            “ต่อไปนี้แกต้องมั่นใจในตัวเองให้มากขึ้นนะรัน จะมาแอ๊บแบ๊วเหมือนเดิมไม่ได้แล้วนะ โดยเฉพาะเวลาที่อยู่ต่อหน้าไอ้คุณชายนั่น” ภพแนะนำเพื่อน

            “ฉันสัญญาว่าจะทำให้ได้” รันรับปากเพื่อน แต่สายตายังคงจ้องมองตัวเองในกระจกอย่างภูมิใจ ถึงแม้จะยังไม่คุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้ แต่เขาก็รู้สึกชอบ เพราะทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น “ห่วงแต่อาจารย์ที่คณะน่ะสิ....จะไม่วีนฉันเหรอแก” นี่คือเรื่องเดียวที่รันเป็นกังวลกลัวว่าอาจารย์จะไม่ชอบใจเอา เพราะการเป็นนักศึกษาแพทย์ต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีอยู่ตลอดเวลา

            “ไม่หรอกขอแค่แกเรียนเก่งๆ เหมือนเดิมเกรดไม่ตก อาจารย์ไม่ว่าหรอกน่า” แอนเอ่ยเพื่อให้เพื่อนสบายใจขึ้น

            “ใช่...แค่เปลี่ยนสีผมเองไม่ได้ไปฆ่าใครซะหน่อย อย่าคิดมากเลยแกรีบกลับไปที่ห้องกันดีกว่าจะได้เตรียมตัวไปลัลล้าคืนนี้กัน” หมิวเอ่ยพร้อมกับโยกย้ายส่ายสะโพกเบาๆไปด้วย ทำเอาเพื่อนถึงกับขำออกมา

            “โอเคตามนี้เดี๋ยวฉันไปจ่ายเงินก่อนนะ พวกแกไปรอหน้าร้านก่อนก็ได้” รันบอกกับเพื่อน

            “โอเคแล้วตามมานะ” ภพเอ่ยแล้วเดินไปพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน

            รันจ่ายเงินค่าทำผมแล้วก็เดินไปสมทบกับเพื่อนที่หน้าร้าน ก่อนจะขึ้นรถของแอนกลับไปที่หอพัก

*-*-*-*-*-*-*

            ก่อนที่เพื่อนจะมารับในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ รันจึงรีบเลือกเสื้อผ้าที่มีอยู่เต็มตู้แต่ก็ไม่มีชุดไหนถูกใจ เพราะมีแต่เสื้อผ้าเชยๆ ไม่เข้ากับสีผมที่ทำมาใหม่เอาเสียเลย จึงนั่งคิดหาทางออกว่าจะเอายังไงดี ไม่นานหลังหลังจากนั้นก็หยิบกรรไกรมาตัดที่ชายเสื้อแขนยาวสีดำให้สั้นกุดลง เมื่อสวมใส่แล้วก็เสมอกับขอบกางเกงยีนพอดิบพอดี รันเดินไปส่องกระจกแล้วมองดูตัวเองก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ใบหน้าขาวใสที่ไม่เคยสัมผัสกับเครื่องสำอางเลย กลับถูกแต่งแต้มไปเพียงเล็กน้อยแต่พองาม มองผิวเผินตอนนี้รันก็ไม่ต่างจากศิลปินจากเกาะเกาหลีเลย เมื่อพอใจแล้วก็เก็บของจำเป็นใส่กระเป๋าสะพายข้างใบเล็กๆ เดินลงไปรอเพื่อนที่หน้าหอพัก

            นั่งรอไม่นานรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่นสีดำ ก็เคลื่อนล้อเข้ามาจอดที่ริมฟุตบาตตรงหน้า รันรีบเดินเข้าไปเปิดประตูรถนั่งในทันที

            “ว้าย! นี่เพื่อนฉันหรือนักร้องเกาหลียะเนี่ย” หมิวที่กำลังขับนั่งจับพวงมาลัยรถอยู่ หันมองไปข้างหลังแล้วต้องอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจ เพราะเห็นลุคใหม่ของเพื่อน หลังจากนั้นหล่อนก็ขับรถออกไปทันที

            “โอเคมะ ฉันอุตส่าห์ลงทุนตัดชายเสื้อตัวโปรดเลยนะเนี่ย” รันเอ่ยกับเพื่อน พร้อมกับโชว์ชายเสื้อให้ดู

            “เจ๋งว่ะ แกคิดได้ไงเนี่ยมันเข้ากันมาก สงสัยวันนี้แกจะได้เกิดจริงๆ” แอนมองดูเพื่อนตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วทำหน้าปลื้มปริ่มเป็นที่สุด

            “ฉันก็หวังว่ามันจะเป็นอย่างนั้นนะ” รันตอบกลับเพื่อนด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม

            “ถ้างั้นวันนี้ฉันจะพาแกไปเช็กเรตติ้งเอง!” ภพชูกำปั้นขึ้นพร้อมกับร้องเสียงดังเพื่อปลุกใจเพื่อนในรถ

            หมิวขับรถมุ่งหน้าตรงไปยังผับชื่อดังแห่งหนึ่งในย่านบันเทิงของกรุงเทพมหานคร เมื่อถึงแล้วทั้งสี่คนก็เดินเข้าไปในร้านอย่างพร้อมเพรียงกัน โดยมีรันเดินนำหน้า ความโดดเด่นของรันโฉมใหม่ทำให้ผู้ชายหลายคนหันมามองด้วยความสนใจ เพื่อนทั้งสามคนที่เดินมาด้วยต่างก็รู้สึกปลื้มใจกับความสำเร็จในครั้งนี้

            “สวัสดีครับ ทางนี้มีโต๊ะว่าง เชิญทางนี้เลยครับ” เดินเข้ามาในผับได้ไม่นาน บริกรหนุ่มหล่อก็เดินเข้ามาทักทาย พร้อมกับแนะนำโต๊ะว่างให้

            “ได้เลยครับ” รันตอบรับแล้วเดินตามหลังบริกรหนุ่มคนนั้นไปพร้อมกับเพื่อนๆ ระหว่างเดินไปนั้นก็มีชายหนุ่มรูปงามหลายคน ยกแก้วเครื่องดื่มเชิญชวนตามรายทางอยู่เนืองๆ

            “วันนี้แกฮอตมากเลยนะยะ” แอนกระซิบกระซาบกับเพื่อน

            “ก็คนมันหน้าตาดีอ่ะนะ” รันยิ้มรับหน้าบาน

            “แหม...ตั้งแต่เปลี่ยนลุคใหม่แรงขึ้นนะยะ” แอนตอบกลับด้วยความหมั่นไส้

            “ก็นิดนึงอ่ะแก”

            เดินฝ่าผู้คนมาได้ไม่นานก็ถึงโต๊ะที่บริกรหนุ่มบอกกล่าว เมื่อได้ที่แล้วก็สั่งเครื่องดื่ม ระหว่างรอทั้งหมดก็นั่งมองผู้คนที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพก ตามจังหวะเพลงที่ดังกึกก้องระทึกใจอย่างเพลินตา

            “วันนี้ต้องกลับเร็วหน่อยนะมีเรียนตอนเช้าอ่ะ” แม้จะมาเที่ยวแต่รันก็ไม่ลืมว่าพรุ่งนี้มีเรียนตอนเช้า

            “ย่ะพ่อเด็กเรียน เราก็มีเรียนคลาสเดียวกันนั่นล่ะ เอาเป็นว่าประมาณห้าทุ่มครึ่งก็กลับกันเนาะ” หมิวบอกเพื่อน ทุกคนต่างก็พยักหน้ารับเห็นด้วย

            “พวกแกว่าวันนี้ดูคนเยอะกว่าเดิมไหมวะ” ภพเอ่ยขณะกำลังโยกย้ายเบาๆ ไปตามจังหวะเพลง

            “เออว่ะ เยอะกว่าครั้งก่อนที่มาจริงๆแหละ” แอนมองไปรอบๆ แล้วเอ่ยสนับสนุนความคิดของเพื่อน

            “สงสัยคนจะมาต้อนรับเพื่อนใหม่ของเรามั้ง” ภพเอ่ยแซวเพื่อนที่นั่งปั้นหน้าอยู่บนเก้าอี้

            “ไม่มั้งพวกแกก็พูดเว่อร์ไป” รันตอบพร้อมกับรอยยิ้ม

            “พวกแกสองคนนั่งรอที่นี่ก่อนนะ ฉันจะพารันไปเช็กเรตติ้งซะหน่อย” ภพเอ่ยกับเพื่อนสาวทั้งสองคน

            “โอเคๆ ฉันกับไอ้แอนจะรออยู่ที่นี่ รีบมานะยะอย่าไปนานนักล่ะ” หมิวเอ่ย

            “ตามนั้น...ป่ะรันฉันจะพาแกไปเฉิดฉาย” ภพเอ่ยขำๆ แล้วจูงมือเพื่อนเดินไป

            ทั้งสองเดินเคียงคู่ฝ่าผู้คนไปตามรายทางที่คับแคบ ระหว่างนั้นก็มีเสียงเอ่ยแซวจากชายหนุ่มอยู่เนืองๆ ไม่ใช่แค่รันแต่สำหรับภพก็มีบ้างประปราย เพราะเจ้าตัวก็หล่อไม่แพ้เพื่อนเลย รันจะหล่อดูดีแนวเกาหลีบอยแบนด์ แต่ภพกลับออกแนวอาตี๋ที่ผิวสีหน่อยๆ

            “น้องชื่ออะไรครับ”

            “น้องมานั่งเป็นเพื่อนพี่หน่อยดิ”

            “ขอเบอร์ได้เปล่าครับน้อง”

            ทั้งสองได้แต่ยิ้มให้ชายหนุ่มเหล่านั้น พร้อมกับโบกมือให้ในบางที แต่ก็ไม่ได้สนใจสานสัมพันธ์กับใครเลย เดินมาถึงมุมหนึ่งของผับก็เจอกับนักท่องราตรีชายกลุ่มใหญ่ ที่นั่งดื่มเหล้าส่งเสียงดังแข่งกับดนตรีของทางร้าน ขณะที่ภพและรันกำลังจะเดินผ่านก็ไม่วายที่จะโดนแซวเหมือนเช่นเคย

            “น้องสองคนนั้นน่ะ มานั่งดื่มกับพวกพี่ไหมจ๊ะ” เสียงชายหนุ่มหนึ่งในสมาชิกเอ่ยขึ้น

            รันและภพหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงทักทาย ก่อนจะเพ่งมองไปยังชายหนุ่มกลุ่มนี้ชัดๆ แล้วหันมามองหน้ากัน ไม่น่าเชื่อว่ามันจะบังเอิญได้ขนาดนี้ เพราะผู้ชายพวกนี้คือกลุ่มเพื่อนของอัศนั่นเอง และหัวหน้าแก๊งก็นั่งตระหง่านอยู่ตรงกลางวงข้างกันนั้นก็คืออาโป ทุกคนจำรันไม่ได้แม้กระทั่งตัวอัศเอง แต่สำหรับอาโปเขาจำหน้าภพได้เป็นอย่างดี

            “ไอ้เราก็นึกว่าใคร ที่แท้ก็ไอ้ปากดีเพื่อนน้องรันนี่เอง” อาโปเอ่ยถาม พร้อมกับจ้องมองใบหน้ารันอย่างรู้สึกคุ้นตา

            “ไอ้เรานึกว่าใครที่แท้ก็......” ภพปรายตามองคนที่เอื้อนเอ่ยถามเมื่อสักครู่อย่างกวนๆ วันนี้เป็นวันซวยของเขาและเพื่อนหรืออย่างไร ที่ต้องมาเจอกับคนพวกนี้

            “ก็อะไรมึงพูดมาดีๆนะ ไม่งั้นมึงโดนเหมือนวันนั้นแน่” อาโปชี้หน้าข่มขู่อีกฝ่าย ภพไม่ได้สนใจคำขู่นั้นเลย กลับทำหน้านิ่งจ้องมองอย่างเอาเรื่อง

            “ก็พี่อาโปนักฟุตบอลสุดหล่อของสาวๆไงล่ะ...สงสารผู้หญิงพวกนั้นจังเลยเนาะ ไม่รู้เลยว่าคนที่ตัวเองกรี๊ดอยู่ทุกวัน มีนิสัยไม่ต่างจากพวกนักเลงหัวไม้เลย” ภพยืนกอดอกว่าให้อีกฝ่ายอย่างอารมณ์ดี

            “มึงคิดว่ามึงแน่หรือไงวะที่มายืนด่ากูฉอดๆๆอย่างนี้” อาโปจะลุกขึ้นมาเอาเรื่องแต่โดนเพื่อนดึงแขนห้ามเอาไว้ก่อน

            ระหว่างนั้นอัศก็เพ่งมองคนที่ยืนอยู่ข้างภพอย่างคุ้นตา เพราะสีผมที่เปลี่ยนไป แถมยังมีเมคอัพที่แต่งแต้มบนใบหน้า ทำให้ทุกอย่างมันดูไม่ชัดเจน แต่สิ่งที่ทำให้อัศจำรันได้ดีนั่นคือดวงตาสวยคู่นั้น

            “ขี้เกียจจะคุยกับคนอย่างมึงแล้ว...ไปกันเถอะรัน” พูดจบก็จูงมือเพื่อนจะเดินไป

            “เดี๋ยวแกอย่าเพิ่งไป อยู่คุยกับพวกพี่ๆเขาสักครู่ก่อนสิ เสียมารยาทน่า” รันไม่ยอมไปไหน กลับยืนยิ้มมุมปากอยู่ที่เดิม

            อัศได้ยินอย่างนั้นก็หันขวับไปมองหน้าอีกฝ่ายทันที มือหนาที่ถือแก้วเหล้าอยู่นั้นวางตุบลงบนโต๊ะจนเกิดเสียงดัง เขาแปลกใจกับคำพูดคำจาที่เปลี่ยน ทำไมถึงไม่เหมือนรันคนเดิมที่เคยอ่อนแอและขี้แพ้ที่เขาเคยรู้จักเลย คำถามเกิดขึ้นในหัวทันทีว่ารันคิดจะทำอะไรอยู่กันแน่

            “กูคิดว่าแค่เปลี่ยนสีผมอย่างเดียว ที่ไหนได้ดันเปลี่ยนนิสัยด้วยเหรอวะ กูชักอยากจะรู้แล้วว่าคนอย่างมึงมันจะเปลี่ยนไปได้สักแค่ไหนกันเชียว” อัศยกยิ้มมุมปากพร้อมกับใช้ดวงตาคมจ้องมองเข้าไปในดวงตาดำขลับของอีกฝ่าย

            “คนเรามันก็ต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันบ้างสิครับคุณชาย จะยอมก้มหัวให้กับคนเลวๆ ตลอดมันก็ไม่ใช่ป่ะ คุณชายคิดเหมือนผมไหมล่ะครับ” รันถามกลับอย่างท้าทายอำนาจมืด สีหน้าของเขานั้นไม่ได้มีความกังวลแต่อย่างใด

            ภพเห็นความกล้าของเพื่อนก็ยกยิ้มมุมปาก อย่างนี้สิมันถึงจะสะใจ ไอ้ผู้ชายเลวๆพวกนั้นมันจะไม่ย่ามใจได้ใจอีกต่อไป

            “นี่น้องรันคนเดิมป่ะวะ พูดเก่งขึ้นเยอะเลย” บอยเอ่ยขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปาก จากเด็กที่เคยเรียบร้อยน่ารัก กลับกลายเป็นคนที่แรงขึ้นอย่างนี้มันช่างเป็นอะไรที่ท้าทายมากจริงๆ เจ้าตัวนั่งคิดในใจ มือหนาก็ลูบไล้ที่คางตัวเองอย่างมีเล่ห์กลในใจ

            “ผมรันคนเดิมครับพี่บอย เพียงแต่อาจจะเปรี้ยวขึ้นมานิดหน่อยเท่านั้นเอง” รันเอ่ยพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ ไม่มีท่าทีตื่นกลัวเหมือนตอนที่ทั้งห้าคนไปจัดปาร์ตี้ที่คอนโด

            “หุบปากมึงไปเลย โดนกูจัดแค่ครั้งเดียวถึงกับเป็นเด็กใจแตกไปแล้วรึไง กูสงสารแม่มึงจริงๆที่มีลูกอย่างนี้ จะเรียนหมอจบหรือเปล่าก็ไม่รู้” อัศเอ่ยประชดประชัน

            “อ้าว! ไอ้อัศทำไมมึงทำอย่างนี้วะ กูกะจะเป็นคนแรกของน้องรันซะหน่อย ไอ้เพื่อนเลว” บอยว่าให้เพื่อน ใบหน้าของเจ้าตัวกำลังแสดงออกมาว่ารู้สึกเสียดายความบริสุทธิ์ของรันมาก รวมถึงเพื่อนคนอื่นๆก็บ่นกันเป็นระนาว

            รันถึงกับชะงักไปชั่วขณะ ภาพในวันนั้นมันฉายขึ้นมาในหัวอีกครั้ง โชคดีที่ภพบีบต้นแขนเบาๆเพื่อเตือนสติ เจ้าตัวจึงหันไปยิ้มให้เพื่อนแล้วพยายามพูดสวนกลับอีกฝ่ายต่อทันที

            “ต้องขอบคุณคุณชายมากนะครับที่ช่วยทำให้ผมรู้ว่า การมีเซ็กส์มันดียังไง ผมจะจำให้ขึ้นใจว่าคุณชายเป็นคนแรกของผม จากนี้ไปคงจะมีผู้ชายมากหน้าหลายตาเดินเข้ามาต่อคิวซะจนผมรับไม่ไหวแน่ๆ” รันพูดเสียงดังอย่างไม่อาย หลังจากนั้นก็เดินเข้าไปนัวเนียอยู่ในอ้อมอกของบอยทันที “ถ้าพี่บอยต้องการบอกผมได้ตลอดเวลาเลยนะครับ” รันเอ่ยเสียงหวานพร้อมกับซุกไซร้ใบหน้าเรียว ที่ซอกคอของบอยอย่างยั่วยวน ทำเอาเจ้าตัวถึงกับขนลุกชัน

            “น้องรันคนใหม่เด็ดจริงๆเว้ย” เพื่อนในกลุ่มคนหนึ่งเอ่ยขึ้นมาเสียงดัง

            “คะ...ครับน้องรัน” บอยตอบเสียงสั่น เขาไม่เคยรู้สึกประหม่าต่อหน้าคนอื่นอย่างนี้มาก่อน รันคนใหม่ช่างถูกใจเขาเสียจริงๆ

            “หยุดได้แล้ว! ถ้ามึงร่านมากเดี๋ยวกูจะจัดให้เอง” ว่าแล้วอัศก็กระชากแขนรันให้ออกห่างจากตัวเพื่อน

            “เหี้ยอัศมึงจะทำอะไรน้องรันวะ” บอยเอ่ยด้วยความเสียดาย

            “เรื่องของกู” เสียงเข้มเอ่ยอย่างเย็นยะเยือก

            ภพพยายามดึงแขนเพื่อนแต่อาโปกลับมารั้งตัวเอาไว้ ราวกับว่าทั้งสองกำลังทำงานเป็นทีมเหมือนคราวที่แล้วไม่ผิดเพี้ยน

            “แกไม่ต้องห่วง...ฉันเอาตัวรอดได้” รันหันหน้ามาเอ่ยกับเพื่อน ก่อนจะเดินไปตามแรงฉุดของอีกฝ่าย

            ส่วนภพเองก็แทบเอาตัวไม่รอดเพราะกำลังถูกฉุดกระชากให้เดินตามหลังไปเช่นเดียวกัน

 

            รันเดินตามแรงดึงของอัศออกมาหน้าผับอย่างง่ายดาย เขาไม่มีทางแสดงท่าทีอ่อนแอให้อีกฝ่ายเห็น เมื่อมาถึงที่เปลี่ยวไม่มีผู้คนเดินเพ่นพ่าน อัศก็ผลักร่างของรันไปจนแผ่นหลังชิดกับกำแพงตึก พร้อมกันนั้นก็ใช้สองมือแกร่งกักขังอีกฝ่ายเอาไว้ ใบหน้าคมแสดงความเกรี้ยวกราดออกมาอย่างน่าเกรงขาม แต่มันไม่ใช่สำหรับรันในตอนนี้เลย

            “คุณชายคิดจะทำอะไรผมงั้นเหรอครับ อย่าบอกนะว่าติดใจผมเข้าให้แล้ว” รันเล่นหูเล่นตา ยั่วยวนอีกฝ่าย ผิดกับเมื่อก่อนถ้าเจอสถานการณ์เช่นนี้คงจะร้องไห้ตัวสั่นไปแล้ว

            “มึงคิดว่าทำอย่างนี้แล้วจะเอาชนะกูได้งั้นเหรอ มึงยังรู้สึกลัวกูอยู่ตลอดเวลา มึงเป็นเบ๊กูตั้งแต่เด็กจนโตทำไมกูจะไม่รู้สันดานมึง” อัศโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆ แต่รันกลับยังทำหน้าระรื่น

            “ทำไมผมต้องเอาชนะคุณชายด้วยล่ะครับ ในเมื่อคุณชายไม่ได้มีค่ากับชีวิตผมขนาดนั้น” พูดจบรันก็เป็นฝ่ายเข้าไปประกบจูบก่อน มือเรียวทั้งสองข้างยกขึ้นมาเกี่ยวที่ต้นคอเอาไว้แน่น ไม่รู้ว่ารสจูบของเขาจะทำให้อีกฝ่ายเคลิ้มได้หรือไม่ แต่เจ้าตัวก็พยายามใช้ริมฝีปากบดจูบอย่างหนักหน่วง

            เมื่อโดนจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัว ก็ตั้งใจจะผลักอีกฝ่ายออกให้ออกห่าง แต่อีกใจก็อยากรู้เหมือนกันว่ารันจะมีความสามารถมากแค่ไหน แต่ยิ่งปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามใจยิ่งรู้สึกมีอารมณ์ร่วมไปด้วยจนเคลิ้มในที่สุด ไม่น่าเชื่อว่าไอ้กาฝากมันห่างไปแค่ไม่นานก็พัฒนาเรื่องจูบได้มากขนาดนี้

            “อุ๊ก!!!

            กำลังเคลิ้มได้ที่อยู่แล้วเชียว อยู่ๆเจ้าตัวก็ต้องร้องออกมาด้วยความจุกและเจ็บ เมื่อโดนเข่าน้อยๆของรันซัดเข้าอย่างเต็มเปา จนตัวงองุ้มมือหนาก็จับที่เป้ากางเกงเอาไว้

            “ผมไม่ต้องการเอาชนะ แค่ต้องการมีชีวิตเป็นของตัวเองเท่านั้น จำไว้ด้วย” รันพูดทิ้งท้ายเอาไว้แล้วเดินเข้าไปในผับอีกครั้ง

            “ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” อัศทำหน้าเหยเกพร้อมมองตามหลังอีกฝ่ายด้วยความเจ็บใจ

            เขาตกหลุมพรางของไอ้เด็กนั่นเข้าให้แล้ว ในใจก็คิดว่ามันไม่ง่ายซะแล้วที่จะเอาไอ้เด็กคนนั้นให้อยู่หมัด

 

            ทางฝั่งของภพและอาโป ตอนนี้ทั้งสองอยู่ในมุมหนึ่งของผับที่ไม่ค่อยมีผู้คนพลุกพล่านสักเท่าไร หลังจากโดนอีกฝ่ายลากตัวมาอย่างทุลักทุเล ตอนนี้ภพก็กำลังถูกอาโปกักขังไว้ในวงแขนแกร่ง แผ่นหลังที่ติดกับผนังปูนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย เหตุการณ์นี้ไม่ต่างจากวันนั้นเลย เขาโดนกันตัวมาเพื่อให้อัศทำร้ายเพื่อนรัก มันไม่ยุติธรรมเอาซะเลย ทำไมเขาต้องมาเจอไอ้บ้าพวกนี้ด้วย

            “ปล่อยกูเดี๋ยวนี้ไม่งั้นกูร้องให้คนช่วยแน่” ภพพยายามมองหาคนอื่นๆ แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่มีใครสนใจ เพราะเรื่องอย่างนี้มันเกิดบ่อยในผับคงไม่มีใครสนใจเขาแน่นอน

            “ร้องเลย..เอาสิ กูก็จะบอกว่ามึงเป็นเมียกูไง ทุกอย่างก็จบ” อาโปพูดหน้าตายอย่างไม่แคร์ เห็นอย่างนั้นยิ่งทำให้ภพหมั่นไส้มากขึ้น ถ้าเป็นไปได้เขาอยากจะกระโดดสองขาคู่ถีบหน้าไอ้คนนี้เสียเหลือเกิน

            “ไอ้หน้าด้านกูอยากจะฆ่ามึงให้ตายเลยจริงๆ กูจะประจานให้ผู้หญิงทั้งมหาลัยรู้ว่ามึงมันเป็นคนยังไง หล่อแต่เหี้ยไม่มีใครอยากจะเอามึงไปทำพันธุ์หรอก” ภพตะโกนด่าไปสุดเสียง ตอนนี้เจ้าตัวควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่แล้ว แม้อีกใจจะรู้สึกกลัวมากเหลือเกิน แต่มันก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากด่าให้เจ็บแสบเท่านั้นเอง

            “มึงคิดเหรอว่าคนอื่นจะเชื่อมึง” อาโปไม่ได้กลัวคำขู่นั่นแม้แต่น้อยเลย

            “ถึงวันนี้ไม่เชื่อแต่วันหน้าก็ต้องเชื่อ คอยดูละกันกูจะทำให้มึงไม่กล้าไปสู้หน้าคนทั่วทั้งมหาลัยแน่”

            “มึงจะทำอะไรกูห๊ะ ลำพังตอนนี้ยังเอาตัวไม่รอดเลย” พูดจบเจ้าตัวก็โน้มใบหน้าเข้าไปประกบจูบทันที ภพพยายามดันตัวอีกฝ่ายออกอย่างเต็มแรง แต่ก็ไม่อาจฝืนแรงของนักฟุตบอลหุ่นล่ำได้เลย

            “อื้อ”

            อาโปบดจูบอย่างรุนแรงหวังให้อีกฝ่ายยอมศิโรราบ ยิ่งภพออกแรงขัดขืนเขายิ่งเพิ่มดีกรีความร้อนแรงเข้าไปไม่ยั้ง

            “หยุดเดี๋ยวนี้นะพี่อาโป” หลังจากรันเข้ามาในผับแล้วก็เดินไปที่โต๊ะ เมื่อเห็นว่าเพื่อนยังไม่ได้กลับมาจึงเดินตามหาอยู่นาน และก็มาพบว่ากำลังถูกอาโปรังแกอยู่ที่นี่นั่นเอง

            เมื่ออาโปได้ยินอย่างนั้นก็ผละใบหน้าออกมาหันกลับไปมอง ภพจึงใช้โอกาสนี้ผลักไปที่อกแกร่งพร้อมซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าคมอีกหนึ่งดอก

            ผั๊วะ!

            “มึงจำไว้เลยว่าคนอย่างกูไม่ปล่อยให้มึงเป็นเทพบุตรหลอกใครได้อีกแน่” ภพรีบเดินมาหาเพื่อนแล้วเอ่ยกับอาโปเสียงดัง เมื่อสาแก่ใจแล้วก็หันไปเอ่ยกับเพื่อน “ไปกันเถอะแก” หลังจากนั้นทั้งสองก็เดินเข้าไปหาเพื่อนที่โต๊ะทันที

            อาโปยกมือหนาขึ้นมาสัมผัสที่มุมปากของตัวเอง แม้อีกฝ่ายดูเหมือนจะไม่มีเรี่ยวแรง แต่ก็หมัดหนักเอาการอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

            “ไอ้ห่าเอ๊ย! แม่งหมัดหนักสัดๆ”

            อาโปบ่นออกมาเบาๆแล้วเดินหัวเสียเข้าไปหาเพื่อนทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #15 Read_G (@Read_G) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 20:01
    ดีคะ โดนซะบ้างแต่มันน้อยไปหน่อยนะ
    #15
    0