สลับร่างสร้างภารกิจรัก

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 106 Views

  • 0 Comments

  • 5 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    2

    Overall
    106

ตอนที่ 3 : ความในใจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    24 ต.ค. 61

EP.3

ความในใจ

 

          “วันนี้พ่อกับแม่นายคงกลับดึกๆ จะอยู่รอท่านก่อนไหมล่ะ” เมื่อเดินขึ้นมาถึงห้องนอนแล้ว ต๋งก็บอกกับอีกฝ่าย

            “ไม่ต้องบอกกูก็รู้อยู่แล้ว ส่วนมึงก็หยุดพูดเรานายได้แล้ว เรียกกูมึงให้ชิน ไอ้พวกนั้นจะได้ไม่สงสัย” ไบเบิ้ลบอก พลางเดินไปรอบๆ ดูสภาพห้องของตัวเองด้วยความคิดถึง

            “อื้อ เราจะพยายามไม่หลุดก็แล้วกัน” ต๋งรับปาก ก่อนจะหยิบหนังสือเรียนออกมาจากกระเป๋าแล้ววางไว้บนโต๊ะอ่านหนังสือ

            “มึงก็ไม่เลวเนอะดูแลห้องกูได้เรียบร้อยดี” พูดแล้วก็ทิ้งตัวนอนลงนอนบนเตียงอย่างผ่อนคลาย เขาคิดถึงที่นอนนุ่มๆ นี้มากเหลือเกิน ถ้าเทียบกับเตียงของไอ้เฉิ่มใหญ่และนอนสบายกว่ามาก

            “ก็แหงล่ะเราเอ่อ..กูไม่ชอบความสกปรกนี่นา แล้วอยู่ห้องก็ช่วยทำความสะอาดบ้างนะ”

            “กูจะพยายามละกัน” ไบเบิ้ลตอบ หันไปมองที่โต๊ะข้างเตียงก็เจอกับกรอบรูปที่ยังคงวางอยู่ที่เดิม จึงเอื้อมมือไปหยิบมาดูใกล้ๆ เขาดูรูปนี้ก่อนนอนทุกวัน ตั้งใจว่าจะเอากลับไปไว้ที่บ้านของต๋งด้วย

            “ผู้หญิงคนนี้คือคนที่มึงแอบชอบอยู่ใช่ไหมล่ะ” ดูจากสายตาที่มอง ต๋งก็รู้ทันทีว่าไบเบิ้ลรักผู้หญิงที่อยู่ในรูปมากขนาดไหน

            “ใช่” ไบเบิ้ลตอบ ในขณะที่สายตายังคงจ้องมองที่กรอบรูปนั้นอยู่

            “ถ้างั้นกูจะช่วยจีบพี่เขาให้เอง ภารกิจของเราจะได้เสร็จเร็วๆ ไงล่ะ” ต๋งบอกแล้วหันกลับมาสนใจกองหนังสือที่อยู่ตรงหน้า

            “มึงจะทำได้เร้อ ขนาดกูตามจีบมาตั้งแต่เด็กจนโตพี่มิ้งยังไม่สนใจเลย” คนที่นอนอยู่บนเตียงเอ่ยออกมาอย่างหมดหวัง ขนาดเขาเป็นผู้ชายที่สมบูรณ์แบบมากขนาดนี้ ยังไม่สามารถเอาชนะใจมิ้งได้ แล้วไอ้เฉิ่มมันจะทำได้เหรอ เจ้าตัวคิดสบประมาทอีกฝ่าย

            “มันก็ต้องลองป่ะวะ พี่เขาอาจจะไม่ชอบคนนิสัยอย่างมึงก็ได้”

            “นิสัยอย่างกูมันเป็นยังไงวะ!” ไบเบิ้ลวางกรอบรูปไว้ที่เดิมแล้วหันไปมองแรงใส่อีกฝ่าย

            “ก็อย่างที่มึงเป็นนั่นล่ะ มึงอาจจะคิดว่าตัวเองเพอร์เฟคทุกอย่าง แต่บางทีพี่เขาอาจจะไม่ได้ชอบอย่างนั้นก็ได้ คนเรามันชอบไม่เหมือนกันหรอก ไม่งั้นมึงคงได้เป็นแฟนพี่เขานานแล้วล่ะ” ต๋งว่าให้

            “ไม่รู้ล่ะคนอย่างกูถือว่าครบเครื่องแล้ว พี่มิ้งแม่งไม่รู้จักของดี ชิส์!” อยู่ๆ ไบเบิ้ลก็เปลี่ยนอารมณ์ว่าให้ฝ่ายหญิงซะอย่างนั้น

            “กูจะพยายามทำให้พี่มิ้งรักมึงให้ได้”

            “มันก็ต้องได้ล่ะวะ ไม่งั้นกูกับมึงต้องทนอยู่ในสภาพนี้ไปตลอดชีวิตแน่” พูดแล้วก็ถอนหายใจยาว บ่งบอกว่ากำลังเครียดกับเรื่องนี้มากขนาดไหน

            “มึงช่วยเล่าเรื่องพี่มิ้งให้กูฟังหน่อยได้ไหม กูจะได้นำไปเป็นข้อมูลในการจีบ” ต๋งเตรียมสมุดปากกาเพื่อจดบันทึก

            “เฮ้ย! ถึงขนาดกับต้องจดไว้เลยเหรอวะ” ไบเบิ้ลขำเมื่อเห็นท่าทางอีกฝ่าย

            “ก็ใช่น่ะสิ ถ้าไม่จดจะจำได้เหรอรีบเล่ามา”

            “เออๆ พี่มิ้งเป็นคนที่กูชอบตั้งแต่เด็กแล้ว ตอนนี้เรียนอยู่ปีหนึ่งมหาลัยxxx พี่มิ้งเป็นผู้หญิงที่สวยและนิสัยดีมาก กูจำได้แม่นครั้งแรกที่เจอกัน ตอนนั้นกูอยู่อนุบาล ปั่นจักรยานออกไปเล่นถนนหน้าบ้านแล้วบังเอิญล้มที่หน้าบ้านพี่มิ้งจนร้องไห้เสียงดัง พี่มิ้งออกมาช่วยจับจักรยานจอดไว้เหมือนเดิมแล้วเป่าแผลถลอกที่เข่าให้กูด้วย ตั้งแต่ตอนนั้นมากูก็ไปหาพี่มิ้งที่บ้านเกือบทุกวันจนเราสนิทกัน แต่พี่มิ้งคิดกับกูแค่น้องชายเท่านั้นเองน่ะสิ นี่คือปัญหา” พูดจบแล้วก็ทำหน้าเซ็ง

            “แสดงว่าพี่มิ้งอยู่แถวนี้งั้นเหรอ”

            “ก็เออสิ อยู่บ้านหลังข้างกันนี่เอง มองไปทางหน้าต่างก็เจอกับห้องพี่เขาแล้ว”

            ได้ยินอย่างนั้นต๋งก็ลุกขึ้นมองไปนอกหน้าต่างก็เห็นมิ้งกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่จริงๆ ตั้งแต่มาอยู่ที่นี่เขาไม่เคยสังเกตเห็นเลย

            “จริงๆ ด้วย ตัวจริงสวยกว่าในรูปเยอะเลยเนาะ ว่าแต่ถ้าสนิทกันมากขนาดนั้นแล้วทำไมพี่มิ้งไม่มาเยี่ยมเลยล่ะ หรือว่าไม่รู้ว่ามึงเกิดอุบัติเหตุ” ต๋งทำหน้าสงสัย เพราะอีกฝ่ายบอกว่าสนิทกันมาก แต่ไม่ยักเห็นมาถามข่าวคราวบ้างเลย

            “กูผิดเองล่ะ ไปสารภาพรักกับพี่มิ้งก่อนวันเกิดเหตุ แถมยังไปต่อยกับแฟนเขาด้วยอ่ะ”

            “หา! พี่มิ้งมีแฟนแล้วงั้นเหรอ งานยากเลยนะนั่น” ต๋งเบิกตากว้างด้วยความตกใจ แค่จีบก็คิดว่ายากแล้วนี่ต้องไปแย่งแฟนคนอื่นมา มันจะไม่ยิ่งยากไปกว่านี้อีกเหรอ

            “นั่นมันงานของมึง มึงต้องทำให้ได้”

            “อ้าว! ตัวเองสร้างเรื่องไว้แท้ๆ เลย” ต๋งทำหน้างองุ้ม เหมือนต้องมาตามแก้ปัญหาให้อีกฝ่ายซะอย่างนั้น

            “ไม่รู้ล่ะยังไงมึงก็ต้องทำให้ได้ แล้ว...คนที่มึงแอบชอบอยู่ล่ะใครกันวะ” ไบเบิ้ลจ้องหน้ารอคำตอบ

            “เอ่อ....กูไม่มีคนที่ชอบเลยอ่ะ” ต๋งทำหน้าเหลอหลาเมื่อโดนถาม

            “ได้ไงวะ แล้วอย่างนี้ภารกิจเรามันจะสำเร็จได้ไง มึงนึกดีๆ ว่าเคยแอบชอบใครรึเปล่า” ไบเบิ้ลเดินมายืนข้างๆ แล้วยกมือมาวางบนบ่าเอาไว้ เหมือนกดดันให้อีกฝ่ายคิดให้ออก

            “เอ่อ...กูว่าทำเรื่องของมึงให้เสร็จก่อนดีไหมค่อยว่ากัน ถึงเวลานั้นแล้วกูน่าจะคิดออกแล้วมั้ง”

            “อย่างนี้มันก็ช้าน่ะสิ กูต้องได้คำตอบวันนี้ไม่งั้นกูไม่กลับบ้านมึงแน่ กูรับรองว่าถ้ากูได้จีบแล้วผู้หญิงคนนั้นไม่มีทางรอดเนื้อมมือกูไปได้แน่นอน” มือหนาที่วางอยู่บนบ่าบีบเบาๆ จนต๋งถึงกับขนลุกชัน

            “ขอร้องล่ะอย่าเพิ่งคาดคั้นกูเลย”

            “ถ้ามึงไม่บอกคืนนี้กูไปหาคำตอบเองก็ได้ ที่ห้องนอนมึงมันต้องมีเบาะแสอะไรบ้างล่ะวะ”

            “ไม่ได้นะ! ห้ามไปค้นเด็ดขาด” ต๋งรีบเอ่ยห้ามเอาไว้ เพราะในห้องเขามีความลับที่ไม่อยากให้ใครรู้หลายเรื่อง ยังโชคดีที่ของสำคัญเขาล็อกหีบใบนั้นไว้ ไม่งั้นมีหวังความลับแตกแน่นอน

            “ทำไมกูจะทำไม่ได้ในเมื่อตอนนี้ของๆ มึงมันเป็นของกูไปแล้ว”

            “ถ้ามึงไม่ทำตามที่กูสั่ง กูจะไม่ช่วยมึงเด็ดขาด ให้เราอยู่ในสภาพนี้ไปตลอดชีวิตเลยดีไหม” ต๋งพูดขู่ อย่างกล้าๆ กลัวๆ

            “โอเคๆ ก็ได้วะ ไอ้เฉิ่มเอ๊ยมึงนี่นะ แทนที่จะได้กลับเข้าร่างเร็วๆ” ไบเบิ้ลบ่น

            “มึงจะกลับรึยัง”

            “อ้าว! กูเพิ่งมาก็จะไล่กลับซะงั้น นี่ห้องกู นี่บ้านกูนะเว้ย”

            “กูไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น ทางบ้านกูจะเป็นห่วงมึงน่ะสิ”

            “ถ้างั้นอีกแป๊บนึงละกัน ให้กูนอนบนเตียงให้หายคิดถึงก่อนแล้วค่อยกลับ” ว่าแล้วก็นอนลงบนเตียง  หลับตาลง ตั้งใจจะงีบสักประเดี๋ยว

            ต๋งมองแล้วส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความรั้นของไบเบิ้ล แต่ทว่ากลับมีรอยยิ้มเล็กๆ ปรากฏบนใบหน้าหวาน ราวกับเฝ้ารอที่จะได้เห็นช่วงเวลาอย่างนี้มาแสนนาน ละสายตาจากเตียงแล้วก็มานั่งทำการบ้านต่อ ปล่อยให้อีกฝ่ายนอนพักผ่อนให้พอใจ

            หมึกสีน้ำเงินถูกเขียนเป็นตัวอักษรบนกระดาษสีขาว ต๋งตั้งใจจดบันทึกเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ในสมุดบันทึกเล่มใหม่ ประโยคแรกที่เขาเขียนลงก็คือ ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เราได้มาใกล้ชิดและพูดคุยกันให้มากขึ้น” จบประโยคเจ้าตัวก็เงยหน้าขึ้นไปมองกรอบรูปที่วางอยู่บนโต๊ะ มันคือรูปของไบเบิ้ลที่ถ่ายเอาไว้เมื่อตอนเข้าเรียนมอสี่ใหม่ๆ

            “มึงเขียนถึงใครอยู่วะไอ้เฉิ่ม”

            เมื่อได้ยินเสียงของคนที่เข้าใจว่านอนอยู่บนเตียง ต๋งก็รีบปิดสมุดบันทึกเอาไว้แล้วหันไปมองหน้าทันที

            “ปะ....เปล่าก็เขียนเล่นไปงั้นล่ะ จะกลับแล้วเหรอ” ต๋งทำหน้าเหลอหลา

            “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องมึงกำลังเขียนถึงใคร ขอบคุณโชคชะตาที่ทำให้เราได้มาใกล้ชิดกัน” ไบเบิ้ลทำเสียงล้อเลียน

            “ทำไมถึงได้เสียมารยาทอย่างนี้นะ จะเขียนอะไรมันก็เรื่องของกู”

            “ทำไมมึงต้องทำหน้าตาตื่นอย่างนั้นด้วยล่ะ มึงมีคนแอบชอบอยู่แล้วตั้งแต่แรก ทำไมไม่ยอมบอกกูวะ” ไบเบิ้ลยืนเท้าสะเอว มองหน้าอย่างเอาเรื่อง

            “เรื่องของกู ก็บอกแล้วไงว่าทำเรื่องของมึงให้เสร็จก่อนแล้วค่อยว่ากัน” พูดแล้วก็ก้มหน้าไม่กล้าสบตา เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมท่าเดียว

            “มึงทำไมดื้อจังวะ อย่างนี้ต้องลงไม้ลงมือซะแล้วมั้งถึงจะยอมปริปาก” ไบเบิ้ลเดินเข้าไปใกล้ แม้ว่าตัวจะเล็กกว่าอีกฝ่าย แต่ความเป็นนักเลงนั้นกลับทำให้ต๋งกลัวได้อย่างง่ายดาย

            “มะ...มึงจะทำอะไร”

            “ก็จะเค้นเอาความจริงจากปากมึงไง” ไบเบิ้ลเอื้อมมือไปจับที่คอเสื้อ ดึงตัวให้ลุกขึ้นมาจากเก้าอี้ ยกหมัดขึ้นมาเตรียมจะซัดเข้าที่ใบหน้าขาว

            ต๋งหลับตาปี๋กำลังคิดหาทางออก อยู่ๆ ก็นึกถึงใบหน้าของประธานนักเรียนสุดหล่อ ที่เคยคุยกันสองสามครั้งในงานกีฬาสีที่ผ่านมา

            “กูแอบชอบพี่โด่งประธานนักเรียน”

            เมื่อได้ยินอย่างนั้นไบเบิ้ลก็ลดมือลงมา คลายมือจากคอเสื้ออีกฝ่ายทันที เขาตกใจที่รู้ว่าไอ้เฉิ่มแอบชอบผู้ชาย ไม่เคยรู้มาก่อนว่ามันเป็น เกย์

            “นี่มึงเป็นเกย์เหรอวะ”

            “เออ...กะ...กูเป็นเกย์” ต๋งยอมรับอย่างไม่ต้องคิดอะไรมาก ไม่บอกตอนนี้อีกหน่อยก็ต้องรู้อยู่ดี

            “ไอ้ห่าเอ๊ย นี่กูต้องมาอยู่ในร่างของเกย์เหรอวะ แถมยังต้องไปจีบผู้ชายอีก มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะเนี่ย” ไบเบิ้ลยกมือทั้งสองข้างขึ้นมากุมขมับทันที

            “เป็นเกย์แล้วมันผิดตรงไหนอ่ะ”

            “ถ้าคนอื่นมันอาจจะไม่ผิด แต่สำหรับมึงมันผิดไง เพราะตอนนี้กูต้องมาอยู่ในร่างของมึง” ไบเบิ้ลตะโกนใส่หน้าจนอีกฝ่ายถึงกับสะดุ้ง

            “ถ้ามึงพูดไม่รู้เรื่องก็กลับไปเลย กลับไปสิ! ไม่ต้องมาอยู่ใกล้เกย์อย่างกู ฮึก ฮือๆๆ” ต๋งว่าจะไม่ร้องไห้ แต่ก็กลั้นเอาไว้ไม่ได้ โดนดูถูกซึ่งๆ หน้าขนาดนี้ใครจะไปทนไหว

            “เออ...กูกลับไปแน่ ไม่อยากอยู่เหมือนกันนั่นล่ะ หยุดร้องไห้เดี๋ยวนี้เลยเสียภาพพนจ์กูหมด” ไบเบิ้ลชี้หน้าสั่ง

            “ไม่หยุด ตอนนี้ร่างของมึงเป็นของกูแล้ว กูจะทำอะไรก็เรื่องของกู” จากคนที่ไม่ค่อยพูด แต่เมื่อได้มาใกล้ชิดกับไบเบิ้ลทำให้ตอนนี้ต๋งปรับตัวได้เร็วขึ้น สามารถพูดจาตอบโต้อีกฝ่ายได้มากขึ้น โดยเฉพาะเวลาโดนด่าก็ไม่ยอมปิดปากเงียบเหมือนแต่ก่อน

            “มึงจะเอาอย่างนั้นใช่ไหม ได้! ถ้างั้นร่างนี้กูจะทำอะไรก็เรื่องของกู กูจะไปแอ่นตูดให้ใครเอาก็เรื่องของกูจริงป่ะ กว่าจะได้สลับร่างคืนสงสัยมึงคงจะได้ผัวไปหลายคนแล้วแน่นอน หึๆ” ไบเบิ้ลหาทางเอาชนะอีกฝ่ายจนได้

            “มึงห้ามทำแบบนั้นนะเว้ย กูไม่มีทางยอมเด็ดขาด” เมื่อได้ยินอย่างนั้นต๋งก็เบิกตากว้างด้วยความกลัว เพราะไบเบิ้ลเป็นคนที่ชอบเอาชนะเป็นที่สุด

            “มึงชอบไม่ใช่เหรอเรื่องแบบนี้” ว่าแล้วก็จะเดินออกจากห้องไป แต่ต๋งรีบดึงแขนเอาไว้ก่อน

            “กลับมาคุยกันให้รู้เรื่องก่อนดิ”

            “ไม่คุยโว้ยกูจะกลับ” ไบเบิ้ลออกแรงผลักที่อกจนอีกฝ่ายล้มลงกับพื้น

            “โอ๊ย!

            ไบเบิ้ลหยุกชะงัก ปรายตามอง ชั่งใจว่าจะเอายังไงดี

            “ลุกไหวป่ะ”

            “เรื่องของกู” ต๋งโกรธจนไม่อยากจะพูดด้วยเลยสักคำ

            “ทำอย่างกับกูอยากจะยุ่งงั้นล่ะ ลุกขึ้น กูไม่อยากทำร้ายคนที่อ่อนแอกว่า” ว่าแล้วก็เดินไปดึงแขนอีกฝ่ายให้ลุกขึ้น แต่ทว่าข้อเท้ากลับแพลงจนทรงตัวไม่ไหว

            “โอ๊ย! กูเจ็บข้อเท้าอ่ะ”

            “เฮ้อ!” ไบเบิ้ลถอนหายใจเสียงดัง บ่งบอกว่ากำลังหงุดหงิดกับสถานการณ์ตอนนี้มาก

เมื่อพยุงอีกฝ่ายไปนั่งบนเตียงแล้วก็ไปหยิบยามานวดให้

            ต๋งนั่งทำหน้าเหยเกมองดูที่ขาตัวเอง เพราะยังรู้สึกปวดไม่หาย แม้ว่าตอนนี้อีกฝ่ายจะถือยานวดมานั่งข้างกันแล้ว แต่ต๋งก็ไม่ได้สนใจมองแม้แต่นิดเดียว

            “เอามานี่กูทาเองได้ มึงรีบกลับไปเถอะ กูกลัวป๊ากับม๊าจะเป็นห่วง”

            “อย่าเสือก กูจะนวดเองไม่ใช่เพราะมึงแต่เพราะร่างของกูต่างหาก” ไบเบิ้ลบีบยานวดออกจากหลอด ก่อนจะบรรจงทาที่ข้อเท้าให้

            “เบาๆ ดิมันเจ็บอ่ะ”

            “ทำตัวเองแท้ๆ” ทาไปก็บ่นไปด้วย

            “มึงเป็นพวกที่ชอบโยนความผิดให้กับคนอื่นจริงๆ”

            “ปากเก่งขึ้นนะมึง อย่างนี้คงเรียกไอ้เฉิ่มไม่ได้แล้วมั้ง ต้องเรียกไอ้เหี้ยยยย” ไบเบิ้ลจงใจลากเสียงยาว เพื่อล้อเลียน

            “กูขี้เกียจพูดกับมึงแล้ว พรุ่งนี้ลาอาจารย์ให้ด้วยกูคงไปเรียนไม่ได้”

            “เจ็บแค่นี้ทำเป็นสำออยนะมึง”

            “แล้วแต่มึงจะคิด กูก็เป็นของกูอย่างนี้” พูดแล้วก็เบนหน้าหนี

            “เฮ้อ! เอาเป็นว่ากูจะลาให้ละกัน พรุ่งนี้เลิกเรียนแล้วเดี๋ยวกูจะมาหา” ไบเบิ้ลวางหลอดยาไว้บนเตียง ก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวออกจากห้องจริงๆ

            “ไม่ต้องมา! มาก็ไม่มีประโยชน์อะไร” คนพูดยังโกรธไม่หาย

            “กูจะมาที่นี่บ้านของกูชัดมะ”

            หลังจากไบเบิ้ลออกจากห้องไปแล้ว ต๋งก็อดที่จะมองตามหลังไม่ได้ เขาไม่เคยโกรธอีกฝ่ายมากขนาดนี้มาก่อน ไม่ใช่เพราะโดนผลักจนข้อเท้าแพลง แต่เป็นเพราะโดนดูถูกเรื่องที่เป็นเกย์ต่างหาก ถ้าเป็นอย่างนี้โอกาสที่จะได้กลับคืนร่างเดิมคงแทบจะเป็นไปไม่ได้ เพราะคนที่เขาแอบรักนั้นไม่ใช่โด่งรุ่นพี่ประธานนักเรียน แต่เป็นไบเบิ้ลต่างหากที่แอบรักมาตั้งแต่ชั้นมอสี่แล้ว

           

0 ความคิดเห็น