รวม เรื่องสั้น #WENGI

ตอนที่ 3 : [One-Shot] ห้อนรั้ว (WENGI)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 89
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    20 ธ.ค. 61

คุณเคยเล่นเกมแล้วหัวร้อนบ้างมั้ย ?

คงเป็นเรื่องปกติสำหรับคนเล่นเกมอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะ เวลาที่เล่นเกมได้ไม่ค่อยดีนักแล้วเกิดอารมณ์บางอย่างขึ้นในใจ
.

.

.

แล้ว...
.

.

.

คุณเคยเปิดไมค์ในเกมด่าคนที่ kill คุณมั้ย ?




story & pic by เจ้าหมีดำ


Full Shot


“ไอเชี่ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย!!”


“พี่บอกว่าอย่าใส่อารมณ์ไงซึลกิ”


เสียงเนิบนาบของผู้หญิงร่างบางอย่าง ‘เบจูฮยอน’ ดังท้วงขึ้นตอนที่ลูกพี่ลูกน้องสาวหน้าหมีเริ่มสบถคำหยาบออกมาเรื่อยๆหลังจากที่ทั้งสองคนชวนกันเล่นเกมมือถือสุดฮิตอย่าง ‘Pub G Mobile’ ด้วยกันตอนบ่ายวันหยุดเหมือนทุกๆวัน


“ไม่ให้ใส่อารมณ์ได้ไงวะพี่ ก็ไอคนที่ชื่อ WhyUKillmeWD มันเล่นคิลกิไปสองเกมแล้วอ่ะ!”


พูดพลางยื่นหน้าจอที่ตัวละครของตัวเองกลายเป็นกล่องให้ตัวละครอื่นเก็บด้วยใบหน้าถมึงทึงเหมือนหมีเพิ่งฟื้นจากจำศีลแล้วหิวอาหารมากๆ ดูน่าขันขัดกับอารมณ์ภายในใจของเจ้าตัวนัก


“เกมหน้าแกก็คิลเขากลับสิ ถ้าเขายังออนอยู่น่ะนะ”


เบจูฮยอนตอบหน้าตาย ไม่อยากจะสนใจเจ้าเด็กหมีนี่เท่าไหร่นัก ถึงตอนโกรธจะดูน่าตลกอยู่หรอก แต่ตอนโวยวายไม่ยอมโตนี่น่ารำคาญชะมัด


“ไม่รู้แหละ ถ้ารอบหน้ามันคิลกิอีกนะ ได้เห็นดีกันแน่!”


.


.


.


“มันน็อคกิอีกแล้ว !!!”


จูฮยอนแทบจะโยนมือถือทิ้งทันทีที่ได้ยินเสียงโวยวายของไอเด็กหน้าหมี พร้อมกับคำสบถอีกมากมายที่ขนมาทั้งสวนสัตว์


“โกงป่ะวะ มันต้องแฮคแน่ๆ!”


“...”


“กิจะเปิดไมค์ด่า”


“เดี๋ยวไอหมี…”


ไม่ทันเอ่ยปากห้ามทัพ ซึลกิก็เปิดไมค์ให้ทุกคนในแมพนั้นได้ยิน


“เฮ้! วายยูคิลลิ่งมีดับบิวดี ทำไมเธอถึงคิลเรามาสามตาติดแล้ววะ โปรปะ… พูดด้วยก็ตอบดิวะ”


จูฮยอนกรอกตาเป็นวงกลมอย่างนึกหงุดหงิดใจ ได้แต่หวังว่าผู้เล่นคนนั้นคงไม่ได้ยินสิ่งที่ลูกพี่ลูกน้องของเธอบ่นเป็นบ้าเป็นบอนี้หรอกนะ


แต่คงได้แค่หวัง เพราะ…


“(เล่นกากเองแล้วยังมาโวยวาย เป็นบ้าอะไรหรอคะ)”


เสียงหวานแต่ฟังดูก็รู้ว่ากวน(ทีน)ตอบกลับมาทันทีที่ซึลกิพูดจบ จูฮยอนแทบสำลักน้ำลายตอนที่ได้ยินเสียงตอบกลับจากอีกฝ่าย


“เราไม่ได้เล่นกาก เธอโปรแน่ๆ ถึงได้เล่นเก่งแบบนี้!”


“(ไม่ได้โปร เล่นเกมแล้วโกงจะมาเล่นเกมทำไม ไม่เห็นจะสนุกตรงไหน)”


“แล้วถ้าไม่ได้โปร ทำไมเธอถึงเล่นเก่งล่ะ!?!”


“(อืม… เราเล่นในพีซีมั้ง เธอก็ลองเล่นในพีซีดูสิเพราะมันเล่นง่ายกว่า เผื่อจะหายกากแล้วเลิกโวยวายด่าคนอื่นโปรแบบนี้)”


“เล่นในพีซีได้ด้วยหรอ...”


จูฮยอนหลุดขำเมื่อได้ยินเสียงซึลกิตอบกลับด้วยเสียงหงอยๆ เธอที่ว่าไม่ทันเทคโนโลยีใดๆในโลกยังรู้เลยว่าเกมนี้เล่นบนคอมพิวเตอร์ได้ แต่ทำไมน้องเธอถึงไม่รู้เรื่องนี้ได้กันนะ


“(อ่าห้ะ)”


เสียงหวานในเกมก็ยังอุตส่าห์ใจดีตอบกลับมา จูฮยอนได้ยินเสียงหัวเราะแว่วมาจากไมค์ของอีกฝ่าย หันไปมองหน้าน้องสาวตัวเอง ก็เห็นซึลกิทำหน้าหมีจ๋อยมองจอก็เกิดสงสาร เอื้อมมือไปลูบหัวน้องเป็นเชิงปลอบประโลม


“ไม่เป็นไรนะกิ”


“แต่กิแพ้เขาอ่ะพี่เบจู กิไม่รู้ว่าในพีซีเล่นได้ด้วยอ่ะ”


ไอเด็กหน้าหมีเบะปากใส่พี่สาวตนเองจนดูน่าสงสาร จูฮยอนโยกหัวน้องไปมา ไม่รู้จะปลอบมันยังไง เธอกำลังนึกคำพูดสักคำเพื่อบอกให้น้องใจเย็นหรือรู้สึกดีขึ้นกว่าตอนนี้หน่อย แล้วเธอก็นึกเรื่องดีๆออก


“นี่ซึลกิ”


“หือ?”


ช่วงนี้พี่ไม่ได้ใช้โน้ตบุ้ค แกก็เอาโน้ตบุ้คพี่ไปโหลดเกมมาเล่นสิ เผื่อจะเล่นเก่งเหมือนคนนั้นเขา”


“ได้หรอ”


ตาตี่ๆเบิกขึ้นเล็กน้อย เด็กหน้าหมีหันมามองจูฮยอนพร้อมกับยิ้มถามด้วยความดีใจจนเหมือนเห็นประกายวาบวับในดวงตาซื่อๆนั่น จูฮยอนยิ้มพลางพยักหน้าตอบรับ เธอโยนหินถูกทางแล้วล่ะ ที่ซึลกิจ๋อยเมื่อกี้ไม่ใช่เพราะถูกอีกฝ่ายว่าหรอก แต่เพราะไม่มีคอมพิวเตอร์ไว้ลองเล่นเกมแค่นั้นแหละ เพราะเอาจริงแล้วซึลกิจะเถียงกับคนในเกมต่อได้แหละ แต่เถียงไม่ได้เพราะตัวเองไม่รู้พอจะเถียงเฉยๆ

ถ้าถามว่าเธอรู้ได้ไง แน่นอน เพราะเธอเป็นพี่สาวของซึลกิยังไงล่ะ



----------------------------------------------------------------



หลังจากจูฮยอนยกโน้ตบุ้คส่วนตัวให้ใช้ ซึลกิก็เริ่มเล่นเกม Pub G Mobile เก่งมากขึ้น (ถึงจะรู้ว่าในมือถือยิงโดนหัวง่ายกว่า แต่การควบคุมต่างๆ สำหรับซึลกิ ในคอมฯดีกว่าเยอะ) แถมได้เพื่อนใหม่มาด้วยคนนึงชื่อว่า ‘pakjoy’ เป็นผู้หญิงเสียงดุๆแต่หัวเราะอร่อยมากจนซึลกิจำได้และกดแอดเฟรนด์หลังจบแมทซ์ทันทีอย่างไม่ต้องคิด


“(นี่ๆคังซึล)”


“ห้ะๆ ว่าไง”


“(เดี๋ยวเราเอาเพื่อนเรามาเล่นด้วยคนนึงนะ...ได้ป่ะ)”


“ได้ๆ ว่าแต่ใครหรอ”


“(จริงๆเป็นพี่ในแคลนน่ะ เขาเล่นเก่งมากเลย คังซึลน่าจะชอบนะ)”


“เอาดิๆ ถ้าเล่นเก่งก็เดินล่าสนุก”


ซึลกิเออออไปกับเพื่อนแบบไม่คิดอะไร เธอหันไปหยิบแก้วเยติมาดูดน้ำข้างในด้วยความกระหาย แต่พอหูสดับเสียงที่ลอดผ่านหูฟังที่ห้อยไว้บนคอ เธอถึงกับต้องหยิบหูฟังขึ้นมาสวมแนบหูใหม่ด้วยความตกใจ


บ้าน่า...ไม่ใช่หรอก


“(นี่พี่ในแคลนเราเอง ชื่อ ‘เวนดี้’)”


ชัดเลย...ชื่อหราขนาดนี้!!


“(สวัสดีค่า อีกคนชื่ออะไรหรอคะ)”


“...เอ่อ”


ซึลกิถึงกับอึกอักไปชั่วขณะ ในหัวกำลังประมวลด้วยความเร็วแบบเดียวกับคอมพิวเตอร์ที่มีแรมต่ำกว่า 512 KB


“(เขาชื่อคังซึลน่ะพี่)”


เป็นจอยที่ตอบคำถามแทนเขา อาจด้วยความนึกรำคาญก็ดีหรือเพราะขี้เกียจรอให้แนะนำตัวกันก็ดี สุดท้ายพวกเขาทั้งสามก็เล่นเกมด้วยกัน


ซึลกิแอบโล่งใจนิดหน่อยที่เวนดี้ดูจะจำตนไม่ได้ว่าเป็นคนที่ด่ากราดเจ้าตัวไปในวันนั้น แต่ก็โล่งใจได้ไม่นานหรอก...


หลังจากแพ้ติดต่อกันเป็นตาที่สาม ไม่สิ... ก่อนหน้านั้นก็เกือบแพ้แต่เพราะซึลกิที่เล่นโซโล่ค่อนข้างเก่งสามารถพิชิตที่หนึ่งมาได้ เลยไม่นับตานั้นไปหนึ่งตา


“ไม่เป็นไร ตาหน้าเอาใหม่”


ซึลกิพูดปลอบไปแบบนั้น แม้ในใจจะเริ่มคุกกรุ่นไปด้วยอารมณ์โทสะที่เรียกกันในหมู่เกมเมอร์ว่า ‘หัวร้อน’ นั่นเอง


“(พัคจอยยิงกดมันไว้นะอย่าให้เข้าวง)”


“(ได้ๆ)”


“เฮ้ยย บนเขาก็มีคน!”


ไม่ทันที่ซึลกิจะพูดจบตัวละครของเขาก็ล้มลงอย่างไม่เป็นท่า เขามองตัวละครเพื่อนอีกสองคนที่ทำท่าจะวิ่งมาช่วยด้วยความเครียดขึง จอยกำลังวิ่งตรงมาที่เจ้าตัวขณะที่เวนดี้โยนระเบิดที่น่าจะเป็นระเบิดควันมาทางเขา


แค่น่าจะ…


“(เห้ย! ถอยๆๆ พี่โยนระเบิดผิด!!)”


ตู้ม!


ตัวละครในเกมของซึลกิแปรสภาพเป็นกล่องทันทีหลังจากจบประโยคนั้น ไม่ต้องรอคนอื่นมายิงให้ตายหรอก พวกเราเองเนี่ยแหละที่ทำ!


“เล่นบ้าอะไรของเธอเนี่ย!”


“(ขอโทษน้าคังซึล เราหยิบระเบิดผิดลูกจริงๆ)”


“ผิดบ้าอะไร ระเบิดควันก็อยู่ปุ่มห้าไง แค่นี้ก็กดผิดหรอ เล่นก็เก่งแท้ๆ ทำไมแค่นี้พลาดได้วะ”


“(ก็ต้องพลาดกันได้ป่ะ ไม่แปลกใจเลยที่ตอนนั้นเปิดไมค์ด่าเรา ใจแคบจริงๆ)”


“...”


ซึลกิถึงกับสะอึกกับคำพูดของอีกฝ่าย เธอจำเขาได้หรอ ?


“เธอจำได้หรอ…”


“(จำไม่ได้ก็บ้าละ น้ำเสียงแบบนี้ แต่ช่างมันเถอะ เราไม่ถือหรอก...เพราะมันหนัก)”


พูดจบก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งจนซึลกิอึ้งไปพักนึงแล้วก็หลุดหัวเราะตามออกมา


เออเนอะ เขาจะหัวร้อนทำไมกันวะ?


“(เราตายแล้วล่ะ กดเลยๆ จะได้เริ่มตาใหม่ ตานี้ตายไว ไม่นับ)”


“เอาสิ กดละ”


ซึลกิอมยิ้มน้อยๆกับหน้าจอโน้ตบุ้ค ความเครียดขึงกับอารมณ์หงุดหงิดมลายหายไปในอากาศพร้อมกับเสียงหัวเราะนั่น


“เออนี่เวนดี้”


“(หื้มม)”


“ตะกี้น่ะ… ขอโทษนะ”


“(อื้อ! ไม่เป็นไรๆ ตาหน้าไม่เป็นงี้อีกพอ)”


ทุกคนรวมทั้งจอยหัวเราะพร้อมกัน ซึลกิพูดว่า ‘ได้’ ตอบกลับประโยคของเวนดี้ก่อนที่ทั้งหมดจะเล่นเกมกันต่อไปด้วยความสุข



----------------------------------------------------------------



“แล้วไง หลังจากนั้นแกก็ชอบเขา...หรอ?”


จูฮยอนถามลูกพี่ลูกน้องสาวตัวเองอย่างงุนงนปนสนใจ มันเป็นตอนบ่ายของวันอาทิตย์ที่เธอจะมีเวลามานั่งพูดคุยหรือเล่นเกมกับน้องสาวหัวแก้วหัวแหวนหลังจากผ่านมรสุมงานในรั้วมหาลัยมาตลอดทั้งสัปดาห์


“อือ…”


เด็กหน้าหมีตอบสั้นๆด้วยใบหน้าหงอยๆ จนปัญญาที่เด็กม.5 อย่างเธอจะแก้ไขปัญหานี้ได้ ก็มีแต่พี่สาวอย่างจูฮยอนเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้เธอ


“ชอบก็จีบสิ แกจะกลัวอะไร”


จูฮยอนตอบกลับน้องไปแบบนั้น เธอสงสัยว่าน้องเธอจะลังเลทำไม ในเมื่อเวลามันอยากได้อะไรก็กล้าจะพุ่งเข้าใส่แท้ๆ


ขนาดเปิดไมค์ด่าคนเพราะไม่พอใจมันยังทำมาแล้วเลย


“ก็กลัวเขาเปลี่ยนไป… กลัวเขาจะไม่เล่นเกมกับกิอีกอ่ะ”


พูดจบก็ถอนหายใจเฮือก ทำหน้าเศร้าตาแทบปิด ซึลกิจะรู้ตัวมั้ยนะว่าจูฮยอนมองเจ้าตัวเหมือนหมีง่วงนอนมากกว่าหมีเศร้าเสียอีก


“พี่ยิ้มอะไร”


“ก็เปล๊า พี่แค่ดีใจที่แกมีอะไรก็มาปรึกษาพี่น่ะ อืม… พี่ว่านะแกลองแย๊บๆถามเขาดูว่าชอบคนแบบไหน เผื่อแกจะเข้าเค้าคนที่เขาชอบบ้าง”


“อ่อ… แล้วต้องถามยังไงง่ะ”


“ก็….”


.


.


.



“นี่ๆเวนดี้”


“(หื้มม)”


“เรามีเรื่องจะปรึกษาอ่ะ ขอคุยด้วยได้มั้ย”


“(ได้สิ คอลแยกมั้ย)”


“ได้หมดๆ”


ซึลกิตอบกลับทั้งๆที่ยังลังเลใจ หันหน้าไปสบตากับจูฮยอนที่นั่งเป็นกำลังใจอยู่ข้างกันทีนึง ก่อนจะหันไปสนใจจอโน้ตบุ้คแทน


หน้าจอแสดงผลโปรแกรมสำหรับคอลเล่นเกมที่มีชื่อว่า ‘Discord’ ที่ปรากฎเป็นหน้าห้องเซิร์ฟเวอร์ของแคลนเวนดี้ เธอได้เข้าดิสคอร์ดนี้เพราะเวนดี้ลากเธอเข้าแคลนเนี่ยแหละ


ซึลกิกดที่ตัวแอคเคาท์ของเวนดี้ก่อนจะกดคอลแยกอีกที รอไม่นานปลายสายก็รับ


“(ฮัลโหล มีไรจะปรึกษาหรอจ้ะคังซึลย่า~)”


เสียงหวานสดใสปนความกวนตามสไตล์เวนดี้ทำให้เขาอดหลุดยิ้มไม่ได้ ส่งผลให้จูฮยอนยิ้มยื่นนิ้วชี้มาจิ้มแก้มเขา


“คือ เราคิดว่าเราชอบคนคนนึงมากๆอ่ะ แต่เราไม่กล้าบอกเขาว่าเรารู้สึกยังไง เรากลัวเขาเปลี่ยนไป แกว่าเราควรทำไงดี”


“(อืม… คำถามยากจังเลย แต่คนอย่างคังซึลน่าจะกล้าพูดไปตรงๆกว่านี้สิ ไม่น่าเชื่อว่าจะกลัวอะไรแบบนี้)”


“...นั่นน่ะสินะ”


“(แล้ว...ผู้โชคดีคนนั้นเป็นใครกันล่ะ พอจะบอกเราได้ป่ะ?)”


“บอกไม่ได้หรอก อ่า… เป็นคนที่เราเคยทำไม่ดีกับเขา แต่เขาไม่ถือสาเรา แถมยังเป็นคนที่กวนโอ้ยมากๆ เหมือนจะเป็นข้อเสียน่ะนะ แต่เราชอบมากๆเลย แล้วก็นะ….”


จูฮยอนเอื้อมมือมาปิดปากน้องตัวเองพลางออกเสียง ‘ชู่ว’ เบาๆ พอเห็นซึลกิเงียบเสียงลงไปได้ ถึงได้เอ่ยปากสอนน้องตัวเองไปเสียหนึ่งที


“แกจะสารภาพรักกับเขาเลยรึไง พี่ให้หลอกถาม ไม่ได้ขอเป็นแฟน เข้าใจมั้ย?”


“...”


ซึลกิพยักหน้าหงึกหงักทั้งๆที่ยังทำหน้างงงวยอยู่เลย จูฮยอนทำเพียงพยักหน้ารับอย่างพอใจ ก่อนจะเอนหลังพิงพนักเก้าอี้รอฟังบทสนทนาระหว่างทั้งสอง


“เอ่อ… เวนดี้”


“(หื้ม)”


“แล้วเธอมีคนที่ชอบยัง มะ...ไม่สิ แบบ… คนที่เธอชอบต้องเป็นคนยังไงหรอ เธอถึงชอบ”


“(ถามวกไปวนมาจังเลยนะคังซึล แต่ก็ได้ เราจะตอบให้ฟังเอง)”


“...อ่าหะ”


“(ถ้าถามว่ามีคนที่ชอบมั้ย…ก็อืม ใช้คำว่าสนใจน่าจะถูกกว่า ส่วนสเปคที่ชอบหรอ… ก็ชอบคนบื้อๆซื่อๆตรงๆ หน้าเหมือนหมีละมั้ง)”


“หน้าเหมือนหมีก็เราน่ะสิ”


“(หืมมมม ลืมอะไรไปรึเปล่า เรายังไม่เคยเจอกันเลยนะ เราจะไปชอบคังซึลได้งาย~)”


“เอ๊ะ... เอ้ยยยย เห้ย ไม่ใช่แบบนั้น!!”


ซึลกิตะกุกตะกักตอบไปแบบนั้นเรียกเสียงหัวเราะจากปลายสายได้ชะงัก


“(ฮ่าๆๆๆๆ)”


“(เอาเป็นว่า ถ้าคังซึลชอบใครก็บอกเขาไปตรงๆจะดีกว่านะ...ไม่แน่ว่า คนนั้นเขาอาจกำลังรอคังซึลอยู่เหมือนกันก็ได้)”


ซึลกิชะงักปากที่กำลังจะเอ่ยปากพูด กรอกตาใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยปากพูดออกไป


“แล้วจะดูง่ายดายไปมั้ยถ้าเราจะบอกว่า เรา… ชอบเธออ่ะ”


จูฮยอนแทบจะถีบน้องตัวเองตกเก้าอี้ทันทีที่น้องรักพูดจบประโยค แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเห็นหน้าเครียดของเด็กหมีน้องสาวเธอ ทางด้านคนในสายเงียบเสียงลงไปแล้ว เดาว่าคงกำลังอึ้งกับการบอกรักสายฟ้าแล่บของเด็กบื้อคนนี้


“ซึลกิเอ้ย...แทนที่จะเล่นตัวสักหน่อย”


“ก็ไม่รู้อ่า… เป็นพี่พี่ไม่สารภาพหรอ เขาพูดเหมือนเขารู้ว่ากิชอบเขาแบบนี้อ่ะ”


“...เอ่อ เฮ้อ!”


จูฮยอนกรอกตาขบคิดตามก่อนจะถอนหายใจเฮือก นึกสงสัยว่าพวกเธอเป็นลูกพี่ลูกน้องกันจริงหรือเปล่า ทำไมตรรกะความคิดในหัวมันถึงไม่เหมือนคนอื่นแบบนี้


“เออๆ แกว่าไงพี่ก็ว่างั้น”


จูฮยอนว่าพลางยกมือขึ้นไปตบไหล่น้องตัวเองสองที เป็นจังหวะเดียวกับที่ปลายสายเอ่ยปากออกมาในที่สุด

“(อ่า… จะว่าไงดี จู่ๆมาบอกกันแบบนี้ มันก็…)”


เสียงหวานใสของเวนดี้ดังขึ้นดูเหมือนลังเลใจ ส่งผลให้ไอเด็กหมีหน้าเสียยิ่งกว่าเก่า จูฮยอนที่เห็นสีหน้าของน้องตัวเองก็เกิดรับไม่ได้ เธอแย่งไมค์จากเด็กหน้าหมีมาถือไว้ในมือตัวเองแทนด้วยเธอจับน้ำเสียงบางอย่างจากคู่สนทนาได้ และแน่นอน เธอรู้ว่ามันหมายความว่าอย่างไร


“นี่วานอา เลิกดึงซีนได้แล้วย่ะ เธอทำน้องฉันขวัญหนีดีฝ่อหมดแล้ว”


“(อ้าว นี่ฉันเล่นใหญ่ไปหรอฮยอนอา คิกๆ)”


ซึลกิที่ตกใจที่จูฮยอนแย่งไมค์ไปในตอนแรกถึงกับทำหน้าเหรอหราด้วยตามไม่ทันสิ่งที่ทั้งสองฝ่ายสนทนากัน ว่าแต่... ทำไมถึงเรียกชื่อกันอย่างสนิทสนมแบบนั้นล่ะ?


“นี่มันหมายความว่าไงอ่ะพี่”


“ก็หมายความว่ายัยบ้านี่ก็ชอบแกไง แต่ดึงซีน”


“(เฮ้ๆ พูดให้มันดีๆหน่อย ใครกันแน่ที่ดึงซีน คนเขาชอบกันก็มาขัดขวางมาท้าพนัน แกนั่นแหละตัวตั้งตัวตีชัดๆ)”


“ฉันเปล่า เพราะแกต่างหาก”


“(แกนั่นแหละ)”


“พอ!”


“...”


“(...)”


จูฮยอนรวมถึงคนในสายอย่างเวนดี้ถึงกับชะงักฝีปากที่กำลังลับกันอยู่ จูฮยอนหันมามองหน้าหมีของน้องตัวเอง ใบหน้ากลมขาวเหมือนหมีขั้วโลกกำลังแดงไปด้วยความโกรธ ใบหน้าหมีกำลังบึ้งหนักจนดูน่ากลัว เธอเอื้อมมือไปจับแขนน้องแต่กลับถูกสะบัดออก


ซึลกิลุกขึ้นยืนเต็มความสูงทำท่าจะเดินหนีออกไป แต่ไม่วายทิ้งประโยคคำพูดแสนเจ็บแสบเอาไว้


“กิไม่รู้หรอกนะว่าพวกพี่กำลังจะทำอะไรกัน แต่ถ้ามาเล่นกับความรู้สึกกันแบบนี้ มันไม่ตลก!”



----------------------------------------------------------------



“ไงล่ะ ผีพนันเข้าสิงที น้องงอนเลย”


“หุบปากน่า น้องก็ไม่คุยกับแกด้วยเหมือนกันแหละ”


“เห้อ… ไม่น่าเลย”


เวนดี้หรือ ‘ซึงวาน’ เพื่อนสนิทที่มหาลัยของจูฮยอนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายอยู่ที่ร้านกาแฟหน้าโรงเรียนของซึลกิตอนเวลาบ่ายคล้อยด้วยต้องการจะดักเจอเจ้าเด็กหน้าหมีให้รู้เรื่อง


“เอาจริงๆนะ ฉันไปบ้านแกแล้วคุยกับน้องยังจะง่ายกว่าอีก”


“ง่ายก็แย่แล้วป่ะ ขนาดฉันที่เป็นพี่แท้ๆ น้องมันยังหลบหน้าหลบตากันอยู่เลย ถ้าไปบ้านมันโวยวายเสียงดัง คุณน้ารู้เข้าฉันก็ซวยดิ”


จูฮยอนว่าพลางคนกาแฟในแก้วพลาสติกไปมา น้ำแข็งที่ละลายไหลรวมกับกาแฟที่พร่องไปมากกว่าครึ่งแก้วดูจืดชืดจนไม่น่าทาน โกโก้เย็นตรงหน้าเวนดี้ก็เช่นกัน


“ว่าแต่ เราจะอธิบายน้องยังไงดีล่ะ ให้น้องไม่โกรธเราไปมากกว่านี้”


“แกก็บอกน้องไปตรงๆว่าแกชอบน้องตั้งแต่ฉันจิกหัวใช้มันมาส่งข้าวส่งน้ำ…”


“ไม่เวิร์คๆ ฉันเขินตายพอดี”


เวนดี้ว่าพลางส่ายหัวไปมา จูฮยอนกรอกตาใช้ความคิดสลับกับดูนาฬิกาข้อมือ มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะอธิบายให้ไอ้เด็กหมีจอมดื้อฟัง ลำพังแค่เธอห้ามไม่ให้เจ้าตัวด่าเวนดี้ที่เป็นคนคอยตามไล่ยิงน้องเธอก็ลำบากมากพอแล้ว


ถามว่าเวนดี้รู้ได้ไงว่าตัวละครนั้นคือน้องเธอ ?


แน่นอน ฝีมือเธอเองนั่นแหละ


วันนั้นเวนดี้เกิดนึกคึกอะไรไม่รู้มาบอกเธอว่าอยากทำอะไรสักอย่างให้เด็กหมีประทับใจและจดจำเธอได้บ้าง จูฮยอนด้วยอยากตัดรำคาญก็บอกไปเล่นๆว่า ก็ไล่ยิงน้องเธอสิ เท่านั้นล่ะ


เวนดี้ก็ตามไล่ยิงน้องเธอจริงๆ


แต่คนที่สนับสนุนให้เวนดี้หาน้องเธอพบก็เธออีกนั่นล่ะ


วันนั้นเป็นวันที่จูฮยอนโกรธเวนดี้ที่สุดเพราะมาว่าน้องสาวหัวแก้วหัวแหวนของเธอแบบนั้น จนเธอนึกสงสารจนต้องยกโน้ตบุ้คที่ใช้เรียนให้เจ้าเด็กหน้าหมีใช้ ส่วนตัวเธอไปเบียดเบียนเวนดี้แทน


นั่งคนน้ำในแก้วก็แล้ว นั่งหาวก็แล้ว ในที่สุดไอเด็กหมีก็เดินออกจากรั้วโรงเรียนเสียที จูฮยอนทำท่าจะพุ่งไปจับตัวน้องตัวเองเอาไว้ แต่ก็ไม่ได้ทำด้วยเพราะเพื่อนสนิทอย่างเวนดี้พุ่งไปหาน้องก่อนเธอจะทันยืนตั้งหลักได้เสียอีก


ทีอย่างนี้ล่ะไวนักนะ…


ได้แต่เข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในใจ หวงน้องก็หวง กลัวเพื่อนไม่มีแฟนก็กลัว...แต่ทำไมเพื่อนต้องมาชอบน้องตัวเองด้วย


โอ้ย! ปวดหัว!!


จูฮยอนนั่งมองทั้งสองสนทนากันไกลๆอยู่ที่ร้านกาแฟ รอจนดูเหมือนต่างฝ่ายต่างเคลียร์ปัญหาคาใจกันได้ ทั้งคู่ถึงได้เดินกลับมาหาเธอที่โต๊ะ


“ไง คบกันยังล่ะ”


“ยัง... เคลียร์กับน้องแกเลย”


เวนดี้ว่าพลางจับเด็กหน้าหมีนั่งแทนที่ตัวเอง ขณะที่ตัวเวนดี้เองยืนซ้อนหลังเด็กหน้าหมี เอามือวางไว้บนไหล่เหมือนกดไม่ให้เจ้าเด็กหมีหนีไปไหน แล้วทำหน้าทำตาส่งสัญญาณแบบที่จูฮยอนเท่านั้นที่จะเข้าใจ


“ซึลกิรู้เรื่องทั้งหมดจากเวนดี้แล้วใช่มั้ย”


“อือ”


เด็กหน้าหมีครางอือในลำคอตอบกลับ ตาก็มองสบกับพี่สาวตัวเองนิ่งเล่นเอาจูฮยอนหวั่นใจอยู่ไม่น้อย


“พี่ขอโทษนะที่ไม่บอกเราก่อน”


“ทำไมพี่ถึงไม่บอกกิอ่ะว่าพี่รู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร ทำไมถึงไปพนันขันต่อว่ากิจะเล่นตัวหรือไม่เล่นตัว พี่ทำทำไม เอาน้องตัวเองไปพนัน กิไม่ใช่น้องพี่หรอ”


คำพูดร้อนๆพร้อมกับหน้าตาเหยเกของไอเด็กหมีที่ร้องเรียกให้เธอช่วยทั้งชีวิตทำเอาพี่สาวแท้ๆอย่างเธอปวดจิตปวดใจ ไม่น่าหลวมตัวตามเกมเวนดี้เลย


จูฮยอนตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปหาเด็กหน้าหมี กอดปลอบน้องตัวเองเอาไว้ ลูบหัวลูบหลังปลอบประโลมพร้อมกล่าวคำว่าขอโทษซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไอเด็กหมีร้องไห้โฮออกมาแบบไม่อายใคร


ได้แต่สาบานกับตัวเองในใจว่าจะไม่เล่นกับความรู้สึกของน้องตัวเองอีก



----------------------------------------------------------------



“แล้วตกลงเรื่องของเรานี่เอายังไงดีคะ”


จูฮยอนกรอกตาอย่างเบื่อหน่ายขณะกำลังนั่งรถไปหาอะไรกินกันที่ห้างสรรพสินค้าหลังจากเคลียร์กับไอเด็กหมีสำเร็จ เวนดี้ที่เหมือนรอโอกาสถามเรื่องนี้มานาน ทำเสียงสองถามน้องเธอพลางเกาะแขนเสียแน่น


เกลียดนักเชียวไอพวกแด๊ะแด๋เนี่ย!


“...”


ซึลกิไม่ได้ตอบอะไรเวนดี้ เจ้าตัวทำเพียงแค่มองออกไปนอกหน้าต่าง แต่แขนข้างที่ถูกเวนดี้ควงอยู่ค่อยๆดึงออก จูฮยอนแอบสะใจเล็กๆที่เห็นเวนดี้หน้าเสีย แต่ก็ต้องเปลี่ยนสีหน้าเป็นปุเลี่ยนแทนเมื่อเห็นว่าไอเด็กหมีเลื่อนมือตัวเองไปกุมมือของเพื่อนสนิทเธอ


“น้องฉันไม่ถีบแกออกไปไกลๆก็น่าจะเดาออกมั้งว่ามันเอาไงกะเรื่องของแก”


“ชื่อซึลกิหรอคะ?”


“ซนซึงวาน…”


“โอเคๆ ไม่แกล้งแล้วค่ะพี่สะใภ้”


“...”


“งั้นที่กิเคยถามพี่ว่ามันง่ายดายไปมั้ย พี่จะตอบให้ละกันนะคะว่าไม่ง่ายหรอก เพราะพี่ก็ชอบเราเหมือนกัน”


ไม่ว่าเปล่า เจ้าเพื่อนตัวดีของเธอก็เอนหัวไปซบไหล่เด็กหน้าหมีเสียจนหน้าแป้นๆแดงแปร๊ดขึ้นมาเหมือนกับลูกมะเขือเทศ


น่าหมั่นไส้ชะมัด…


แต่เอาเหอะ ขอแค่น้องสาวเธอมีความสุข พี่สาวอย่างเธอก็สบายใจแล้วล่ะ



End.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น