Angel Beside Me รัก (หล่น) จากฟากฟ้า / เทวดาท่าจะรัก

ตอนที่ 4 : Room 515

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,954
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 39 ครั้ง
    22 ก.ย. 59

โรงรับจำนำ

แน่นอนว่าฉันต้องมาเปลี่ยนมันเป็นเงินทันที จะรอช้าทำไมล่ะจริงมั้ย

มันไม่ใช่เพชร

ฮะ....ดูใหม่อีกทีสิอาแปะ

อั๊วดูหลายรอบละ ยังไงมันก็ไม่ใช่เพชร

คำตอบของอาแปะเจ้าของโรงรับจำนำทำเอาฉันไฟลุกไปทั้งตัวประหนึ่งเป็นตัวการ์ตูนในเรื่องซูเปอร์ไซย่า คิดในใจว่า เอาล่ะ...โดนไอ้เทวดาเก๊นั่นหลอกจนได้ กรี๊ดดด!! ฉันจะโทรเรียกตำรวจมากลากคอแกแน่ โลกต้องรู้ว่ามีตัวประหลาดที่แข็งแกร่งชนิดทะลุคอนกรีตตกลงมาไม่ตาย จับมันไปทดลองเลย!

มันไม่เหมือนอะไรที่อั๊วรู้จักเลย คริสตัลก็ไม่ช่ายยย พลอยก็ไม่ช่ายยย ลื้อไปเอามาจากไหน อีเจ้าของแหวนม่ายบอกลื้อเหรอ

สรุปมันของเก๊ใช่มั้ยแปะ ช่างเหอะ! ขอคืนเลยละกัน หนูไปล่ะ

ฉันตัดบทแล้วก็ยื่นมือไปรับแหวนคืน ตั้งใจจะเอาไปปาใส่หน้าไอ้เทวดาเก๊นั่นให้หายแค้น เสียเวลากับมันมาตั้งนานแต่กลับไม่ได้อะไรเลยสักอย่าง!

เดี๋ยวๆ ลื้อใจเย็น

โดนหลอกมา ใจเย็นได้เหรอแปะ ฉันถามกลับอย่างฉุนเฉียว นี่กดเบอร์หนึ่งเก้าหนึ่งรอละ เตรียมจะโทรออกแล้วนะเนี่ย รูปถ่ายสถานที่เกิดเหตุที่จะเตรียมไว้ใช้เป็นหลักฐานก็พร้อมสรรพ

อั๊วกำลังจะบอกว่าตัวเพชรเม็ดกลางมันคืออะไรไม่รู้ แต่ตัวแหวนเป็นทองแท้

ทองแท้!” ฉันทวนซ้ำอย่างตกตะลึง ไอ้แหวนนั่นทำมาจากทองแท้เหรอ นึกว่าเพชรปลอมแล้วจะปลอมทั้งหมดซะอีก

ช่ายยยๆ อั๊วลองชั่งดูแล้ว เป็นทองจริงๆ แล้วตกลงลื้อจะจำนำหรือเปล่า

เอาๆ จำนำได้เท่าไหร่เอาเท่านั้นเลยนะแปะ

แล้วลื้อจะมีตังค์มาไถ่คืนเหรอ

ฉันยักไหล่ ไม่มีแปะก็ริบไปเลยสิ

อาแปะทำมือโอเคแล้วดำเนินการออกตั๋วรับจำนำให้ เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยฉันก็เดินกอดเงินห้าหมื่นบาทที่อยู่ในซองออกมาด้วยความเบิกบานสำราญใจที่สุด! ห้าหมื่น! นี่คือเงินจำนวนเยอะที่สุดในชีวิตที่ฉันเคยจับมาเลยนะเนี่ย มีค่าเทอมแล้วนะหลิน ไม่ต้องดร็อปเรียนแล้วนะ ฮ่าๆๆ! มีความสุขชะมัด สุขใดเล่าจะเท่ามีเงินเนอะ

ฉันจัดแจงเอาเงินใส่กระเป๋าสะพายแล้วเดินกอดกระเป๋าเอาไว้แนบอกด้วยความหวงแหนสุดฤทธิ์ ตลอดทางไม่กล้าเดินชิดใครและไม่ยอมให้ใครเดินเข้ามาใกล้ ต้องคอยส่งเสียงจิ๊จ๊ะถลึงตาขู่ใส่คนที่เดินสวนไปมา จะหาว่าฉันทำเกินเหตุก็ได้ แต่เงินนี้จะต้องอยู่รอดปลอดภัยไปจนถึงวันที่ฉันจ่ายค่าเทอม

อ้าว...หลินห้อง 515 หรือเปล่านั่นน่ะ

ฉันชะงักเท้าแล้วหันไปหาต้นเสียง ป้าแจ่มจันทร์เดินกอดอกออกมา ในมือข้างหนึ่งมีไม้ขนไก่ติดมาด้วย ตั้งท่าเตรียมจะทวงหนี้สุดฤทธิ์

ค่าหอล่ะหนู...สองเดือนแล้วนะ ป้าไม่เคยให้ใครติดนานขนาดนี้นะเนี่ย

อ่อ...

เลิกหลบหน้าหลบตาป้าได้แล้ว รู้นะว่าหนูลำบาก แต่ป้าก็ลำบากนะ อุ๊ย...ตายๆๆ จะหาเงินจากไหนมาจ่ายธนาคารนะ ไหนจะต้องจ่ายคนสวน แม่บ้าน คนทำความสะอาดเอย โอ๊ยๆๆ ถ้าผู้เช่าจ่ายเงินไม่ตรงแบบนี้แล้วป้าจะอยู่ยังไงล่ะเนี่ย กรี๊ดดด ป้าจะต้องถูกฟ้องล้มละ...

กึก!

เอาไปค่ะป้า ห้าพันสำหรับสองเดือนที่ค้างไว้

ฉันหยิบเงินห้าพันจากในซองแล้วก็ยัดใส่มือป้าแจ่มจันทร์ที่กำลังเล่นบททวงหนี้แบบใหญ่โต นางทำหน้าตื่นตะลึง อ้าปากหวอ คงไม่คาดคิดว่าฉันจะมีปัญญาหาเงินมาจ่ายได้จริงๆ แถมยังไม่ต้องผัดผ่อนด้วยการขอทำหน้าที่แบกขยะจากชั้นห้าลงมาทิ้งแทนแม่บ้านไปตลอดกาลนานเทอญ...ไม่ต้องสาธุ!

หะ...ห้าพันจริงๆ ด้วย

ป้าแจ่มจันทร์นับแบงก์พันทีละใบๆ ก่อนจะมองฉันสลับกับมองเงินในมืออย่างเหลือเชื่อ

ครบใช่มั้ย งั้นหนูไปล่ะค่ะ สวัสดี!

ฉันยกมือไหว้แล้วก็สะบัดก้นเดินขึ้นบันไดไปแบบสวยๆ การเอาเงินฟาดหัวใครสักคนนี่มันสนุกแบบนี้นี่เอง แต่ขณะที่กำลังเดินขึ้นไป ฉันก็ได้ยินเสียงป้าแจ่มจันทร์ตะโกนไล่หลังตามมาติดๆ

ของปลอมหรือเปล่าเนี่ยหลินนน

“...”

ไม่ปลอมใช่ม้ายยย

โอ๊ย...อีป้า! มันจะปลอมได้ยังไงฮะ ถ้าปลอมก็ไปฟ้องโรงรับจำนำเอาเองแล้วกัน ฮึ่มมมม ฉันพ่นลมหายใจพร้อมกับส่ายหน้าอย่างเพลียๆ ขี้เกียจต่อล้อต่อเถียงกับคนแก่แล้ว ฉันเดินขึ้นบันไดจนมาถึงชั้นห้า (เพราะลิฟต์เสียและไม่เคยซ่อมมานานมากแล้ว) มีพักหอบเป็นระยะๆ แต่ในที่สุดก็เดินมาถึงห้อง 515 ซึ่งเป็นห้องของฉันเองจนได้

กึก

ฉันหยุดค้างอยู่ที่หน้าประตู เมื่อตระหนักได้ว่านับจากนี้ไปอีกหนึ่งหนึ่งเดือน...ฉันจะต้องมีคนบ้าเป็นรูมเมตจริงๆ เหรอเนี่ย เฮ้อ! ฉันถอนหายใจเสียงดังเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วจะมานั่งคร่ำครวญก็ไม่ใช่ที่ เอาแหวนเขาไปจำนำแล้วด้วย ทนๆ ไปเถอะแค่หนึ่งเดือน...

ฉันเปิดประตูเข้าไปด้วยใจที่หวังว่าทุกอย่างภายในห้องจะสะอาดเรียบร้อย แต่ว่า....

โอ๊ย อะไรกันเนี่ย ทำไมห้องยังรกอยู่เลย

ฉันแหวลั่นด้วยความโมโห คือสั่งให้อีตาเทวดาเก๊จัดการเก็บกวาดเศษซากเพดานที่พังลงมา พร้อมทำความสะอาดให้เรียบร้อยในระหว่างที่ฉันเอาแหวนไปจำนำ แต่ทุกอย่างมันยังเละเทะเหมือนเก่า

เธอกลับมาแล้วเหรอ

บอกให้ทำความสะอาดไง ทำไมไม่ทำ

เราไม่มีพลังแล้ว...เราเลยไม่สามารถเคลื่อนย้ายสิ่งของได้ ว่าแต่แหวนนั่นไปขายได้หรือไม่

ฉันกลอกตาแทบจะเป็นวงกลมกับคำตอบที่ได้ยิน เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าจะทนอยู่กับคนบ้าได้ครบหนึ่งเดือนหรือเปล่า

ไม่ได้ขาย แค่เอาไปจำนำ แต่ฉันไม่แบ่งเงินให้หรอกนะ ถือว่าเป็นค่าตอบแทนที่ฉันให้นายอยู่หนึ่งเดือน!

อื้ม เธอเอาไปเถอะ เราไม่ต้องการเงินหรอก

ฉันหัวเราะเหยียดๆ กับประโยคไร้เดียงสาของคนบ้าตรงหน้า...ท่าทางนี่คงจะเป็นคนบ้าในตระกูลเศรษฐีซะล่ะมั้ง ถึงได้พูดออกมาง่ายๆ ชุ่ยๆ ว่าไม่ต้องการเงิน มีใครหน้าไหนไม่ต้องการเงินบ้าง ที่ฉันยอมให้เขามาอยู่ด้วยแบบนี้ก็เพราะเงิน เงิน และเงินเท่านั้น!

แล้วเราจะทำยังไงกับพวกซากปรักหักพังนี่ดีล่ะมนุษย์หญิง เราไม่มีพลังในการบูรณการได้อีกแล้ว

ใครบอกนายไม่มี

ไม่นะ ตอนนี้เราอยู่ในร่างมนุษย์ธรรมดาๆ

กริ๊ก! เขาดีดนิ้วแล้วก็เพ่งมองไปที่กองเศษซากเพดาน แต่ทุกอย่างก็ยังแน่นิ่งเหมือนเดิม แหงล่ะ! มันจะขยับแล้วเริ่มเก็บกวาดทำความสะอาดตัวเองได้ยังไง

เห็นมั้ย เราไม่มีพลัง เราเป็นแค่มนุษย์อยู่ตอนนี้

เขาพูดพลางทำหน้าเซ็งๆ แต่ก็ยังพยายามเค้นพลังภายในออกมาด้วยการเพ่งกระแสจิตไปที่กองเศษซากเพดานพร้อมกับทำมือเหมือนจะเปล่งแสง เห็นแล้วก็อยากจะเบิ๊ดกะโหลกให้หายบ้าสักที

เลิกประสาทสักทีได้ป่ะ พลังที่ฉันหมายถึงเนี่ย...ก็คือแรงงานยังไงล่ะ เอ้า รับไป!

ฉันยื่นไม้กวาดกับที่โกยผงให้เขา เจ้าตัวมองมันขึ้นๆ ลงๆ พลางทำหน้าเหมือนกำลังใช้ความคิด

เครื่องมือทำความสะอาดของมนุษย์โลก...

ใช่ รับไปสิ

แต่เราทำไม่เป็น...เอ่อ เคยแต่เห็น ไม่เคยใช้เลย

ฉันกลอกตาเป็นรอบที่ล้านแล้วก็ถอนหายใจอย่างเบื่อๆ โอ๊ย...สงสัยจะเป็นคนบ้าจากตระกูลผู้สูงศักดิ์จริงๆ ด้วยว่ะ เคยเห็นแต่ไม่เคยทำความสะอาด แหม่...อยากจะเอาที่โกยขยะนี่จ้วงหน้ามันชะมัด

เออๆ งั้นเดี๋ยวทำเอง! ส่วนนายก็เก็บเศษซากพวกฝ้าเพดานชิ้นใหญ่ๆ ใส่กล่องนี่ไปแล้วกัน คงทำได้ใช่มั้ย ไม่ได้โง่ขนาดนั้นหรอกมั้ง

ทำได้อยู่แล้ว แต่รู้มั้ยหากเป็นตอนที่เป็นเรามีพลังนะ ดีดนิ้วกรี๊กเดียว ทุกอย่างก็เรียบร้อย ทั้งเธอและเราก็ไม่ต้องมาเหนื่อยแบบนี้แน่นอน

ว้า...เสียดายที่ไม่มีเนอะ บังเอิญนี่ไม่ใช่การ์ตูน เพราะฉะนั้น...นายก็จงใช้แรงงานและพลังของมนุษย์ธรรมดาๆ เนี่ยล่ะเก็บซากพวกนี้ซะ!

เข้าใจแล้วมนุษย์หญิง

เขารับคำแล้วก็เริ่มเก็บเศษซากทั้งหลายใส่ลงกล่อง ส่วนฉันก็เริ่มกวาดฝุ่นผงที่กระจายอยู่ทั่วพื้นห้อง เดี๋ยวนะ มนุษย์หญิงเหรอ ฟังแล้วประหลาดหูชะมัด

นี่...ฉันชื่อหลิน เรียกว่าหลิน เลิกเรียกว่ามนุษย์หญิงสักที ไม่มีใครเขาเรียกชาวบ้านกันแบบนี้หรอก

อ้อ...เข้าใจละ...หลิน

ฉันพยักหน้าอย่างพอใจ เออ...ฉันก็ยังไม่รู้จักชื่อของเขาเลยนี่นา เรียกในใจว่าไอ้เทวดาเก๊มาตลอดเหมือนกัน เหมือนเขาจะเคยบอกชื่อตัวเองแล้วนะ ตอนที่ตกลงมาจากเพดานแล้วใช่มั้ย แต่ใครจะไปจำได้วะ รู้แค่ว่ามันยาวมากกก

แล้วนายชื่ออะไรนะ

มิคาเอลลานซาลาดอนเอคิสนาอาเรส

ฉันยิ้มอ่อน...เมื่อลองจินตนาการถึงตอนที่เรียกชื่ออีตานี่ตอนอยู่ข้างนอก

เฮ้...มิคาบลาๆๆ อะไรสักอย่างแบะๆๆ นายกินข้าวยัง

เฮ้ย มิคาบลาๆๆ บี้ๆๆ แบะๆๆ ไปห้างกันมั้ย

โห มิคาบลาๆๆ แบะๆๆ เบอะๆๆ นายทำไม...ใหญ่จัง

อี๋! ฉันส่ายหัวให้กับภาพอันสุดท้ายที่เด้งขึ้นมาในจินตนาการ แต่เอาเป็นว่าขานชื่อเขาแบบนี้ที่ไหน คงไม่มีใครไม่หันขวับกลับมามองหน้าแน่ ชื่ออย่างกับบทสวดอะไรสักอย่าง ยาวอะไรเบอร์นั้น

มีชื่อคนมะ ชื่อแบบสั้นๆ คนทั่วไปเขาเรียกกัน ชื่อมนุษย์น่ะไม่เอาชื่อเทวดา

มิคาเอลลานซาลาดอนเอคิสนาอาเรส มันเรียกยากเหรอ

เอางี้ ถ้าฉันบอกว่าฉันชื่อนะนิกัดตะยาธนังหะเร นายว่ามันเรียกยากมั้ยล่ะ

ไม่พึงแสวงหาทรัพย์ด้วยการคดโกง?”

เฮ้ย...ฉันหันไปมองนายมิคาแบะๆ บลาๆ นี่อย่างตกตะลึง คือฉันไม่รู้จะยกตัวอย่างอะไรที่มันฟังดูยืดยาวแบบชื่อของเขา ก็เลยยกพุทธศาสนสุภาษิตที่แปะอยู่ในห้องพักพนักงานมาพูด เพราะคิดว่ามันฟังดูเรียกยากเหมือนกัน แต่ไม่คิดว่า...หมอนี่จะแปลความหมายออกซะงั้น! ผิดคาด ทำไมเขารู้จักภาษาบาลีด้วย

จะให้เราเรียกเธอเป็นภาษาบาลีว่านะนิกัดตะยาธนังหะเร หรือให้เรียกแบบแปลภาษาไทยว่า ไม่พึงแสวงหาทรัพย์ด้วยกาคดโกง

“...”

อย่างไรดีเล่า

นายไม่คิดว่ามันยาวไปเรอะ

ชื่อของเรายาวกว่า

โอ๊ย นี่นายบ้าป่ะเนี่ย ที่ฉันบอกไปมันเป็นคำสอน ใครเขาจะมาเรียกชื่อกันแบบนี้ล่ะ ประเด็นที่ฉันจะบอกก็คือคนปกติเขาไม่เรียกชื่อกันยาวๆ ต่างหาก!

อ้อ...แบบนี้นี่เอง

ฉันรู้สึกเหมือนจะเป็นลม นี่เราคุยภาษาคนกันหรือเปล่าเนี่ย

เข้าใจละ เราก็ว่ามันคงแปลกดีถ้าต้องเรียกเธอว่า ไม่พึงแสวงหาทรัพย์ด้วยการคดโกง ทุกวัน

นั่นล่ะ! ความรู้สึกเดียวกับฉันที่ต้องเรียกชื่อนายว่ามิคา…คาอะไรสักอย่างนั่นไง

มิคาเอลลานซาลาดอนเอคิสนาอาเรส

ฉันกลอกตามองบน แค่ได้ยินเขาพูดก็เหนื่อยแทนแล้ว เอาเวลาเรียกชื่อไปทำอย่างอื่นมั้ย ตั้งหลายวินาทีนะ

งั้นเรียกเราสั้นๆ ก็ได้ว่ามิคาเอลลานซา เราคิดว่านี่น่าจะเป็นชื่อมนุษย์นะ

ทำไมต้องมีลานซาอะไรนั่นเป็นติ่งงอกมาด้วย และถึงเรียกแค่มิคาเอลก็มันก็ฟังดูลิเกอยู่ดี เวลาขานชื่อแต่ล่ะทีก็...มิคาเอลอย่างนั้น มิคาเอลอย่างนี้...โอ๊ย! ไม่ไหวหรอก

ไม่เอาอ่ะ ยาวไปอยู่ดี

ฉันปฏิเสธ ขืนให้เรียกแบบนั้นมีหวังขนลุกตาย ชื่ออย่างหรู...แต่มาอยู่อย่างหมา

อ้าว ทำไมเล่า...นี่ก็สั้นกว่าเดิมตั้งเยอะแล้วนะ

ตั้งสามสี่พยางค์เหอะ เมื่อยปาก

แต่มันไม่ได้ยากเย็นอะไรสักหน่อย

มันไม่เข้ากับสถานการณ์และสถานที่

เราไม่เข้าใจ

ถ้านายไปตกทะลุลงหลังคาในวังหรือคฤหาสน์ นายอาจจะให้คนอื่นเรียกว่ามิคาเอลลานซงลานเซอะไรก็ได้

เฮ้อ...เราน่าจะไปตกลงที่นั่น...

แหม่ ทำอย่างกับฉันอยากให้แกตกลงมาที่ห้องฉันตายล่ะย่ะ! ฉันบ่นในใจพลางมองผู้ชายตรงหน้าอย่างพินิจพิเคราะห์ โอเค...ฉันยอมรับว่าเขาหน้าตาดีมาก! มากกว่าพวกผู้ชายที่เคยเห็นตามท้องถนนทั่วไปแน่ๆ คือมีเครื่องหน้าที่ใครเห็นก็คงพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า หล่อ แต่จะให้คำจำกัดความว่าหล่อแบบไหน เชื้อชาติอะไร มาจากประเทศไหน ฉันก็ฟันธงไม่ได้...หน้าตาของเขามันทำให้ฉันรู้สึกว่าเหมือนมีใครสักคนจับเอาส่วนผสมของทุกเชื้อชาติในโลกนี้มาปั่นๆ รวมกันในโถ แล้วก็โปะใส่หน้ามนุษย์ผู้ชายคนนี้ซะ

อืม...จะบอกว่าเหมือนผู้ชายเอเชียก็ไม่เชิง ฝรั่งก็ไม่ใช่ แต่ดูมีกลิ่นอายละตินเพราะผมสีน้ำตาลเข้มหยักโศกหน่อยๆ ผิวไม่ได้ขาวจัดมาก รูปร่างสูงใหญ่เหมือนคนตะวันตก ดวงตาคมเข้มแบบพวกผู้ชายตะวันออกกลางแต่เป็นสีฟ้าหม่นๆ เหมือนกับท้องฟ้าในตอนที่มีเมฆฝนตั้งเค้าอยู่ เอ๊ะ...ทำไมพอเพ่งมองดีๆ แล้ว ฉันเห็นสีอื่นๆ แซมอยู่ในนัยน์ตาเขาด้วย อย่างน้อยๆ ฉันก็เห็นประกายสีเขียวกับสีทอง...แล้วนั่นม่วงหรือเปล่า...

เฮ้ย หมอนี่มันตัวอะไรกันแน่วะเนี่ย

ถ้าเช่นนั้นเธอก็ตั้งชื่อใหม่ให้เราแล้วกัน...ดีหรือไม่

ฉันเหรอ

ใช่

นายก็ตั้งเองสิ ชื่อตัวเองแท้ๆ อยากให้คนอื่นเรียกว่ายังไงก็ตั้งสิ

เรียกเราว่ามิคาเอลลานซาลาก็แล้วกัน สั้นๆ

สั้นบ้านแก่สิ ฉันเกือบจะโบกหัวคนตรงหน้าซะแล้ว แต่ติดว่าคงเอื้อมไม่ถึง

เอาชื่อภาษาไทย! หรือไม่งั้นฉันเรียกนายว่ามิคเฉยๆ ละกัน

อย่างนั้นหรือ...แต่มิคเฉยๆ นี่ ออกจะตลกไปหน่อยหรือไม่

มิค! แค่มิค ไม่ต้องมีเฉยๆ

แต่มิคก็ไม่ใช่คำในภาษาไทยอยู่ดีไม่ใช่หรือ แล้วเราก็ไม่ชอบชื่อพยางค์เดียวด้วย บนสวรรค์เอาไว้ตั้งชื่อพวกสัตว์และสิ่งของน่ะ สอง หรือสามพยางค์ก็ไม่เอาเพราะถือว่าเป็นแค่ชื่อของเทวดาปลายแถว

ฉันเริ่มเกาหัว ทำไมจะต้องยุ่งยากด้วยกับอีแค่ชื่อเรียกเนี่ย พยางค์เดียวก็ไม่ได้อีกพ่อคุณเอ๊ย สองหรือสามพยางค์ก็ยังน้อยไปอีก ฉันสูดลมหายใจแล้วก็คิดว่าจะหาชื่อที่เหมาะสมให้เขาเองจะได้หมดเรื่อง

โอเคๆ เดี๋ยวฉันจะตั้งชื่อให้นายเอง

ดี! แต่ถ้าคิดไม่ออก เรามีชื่อภาษาไทยดีๆ แนะนำอยู่อย่างเช่น...

ฉันแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินเพราะเดี่ยวคงฝอยอะไรเว่อร์ๆ มาอีกแน่ๆ พยายามนึกชื่ออะไรที่มันฟังดูไทยๆ ที่เรียกง่าย เขียนง่าย ธรรมดาๆ ไม่ต้องเว่อร์วังหรรษาอะไรทั้งนั้น เอาเป็นชื่อโหลๆ ที่คนชอบยกมาใช้เวลาเล่าเรื่องสมมติอะไรสักอย่างน่ะ อย่างเช่นถ้าเป็นผู้ชายก็ สมชาย...ไปซื้อข้าวให้ครูหน่อย ถ้าเป็นผู้หญิงก็ต้อง สมศรี...ส่งการบ้านแล้วหรือยัง อะไรเทือกนี้ล่ะ...

สมชาย...

ไม่เลว! ฉันเอาชื่อนี้ล่ะ ไม่เห็นต้องคิดเลย

ไม่เอา!

เทวดาเก๊นี่แทบจะบอกปฏิเสธทันทีที่ฉันประกาศชื่อใหม่ของเขา แถมยังทำหน้ามุ่ย ปากคว่ำอีกต่างหากเฮ้ย

ทำไม สมชายไม่ดีเหรอ

ฟังดูโบราณมาก เราไม่ชอบ

โอ๊ยยยฉันร้องลั่นอย่างสุดจะทานทน พูดมาไม่ได้ดูตัวเองเลยพ่อคุณ นายก็โบราณใช่จะเบาที่ไหนล่ะ คำพูดคำจาอย่างกับมาจากสมัยกรุงศรีอยุธยายังไม่แตกงั้นล่ะ

เอ๊ะ นั่นมันนานมากแล้วไม่ใช่หรือ ปัจจุบันนี้เราอยู่ในยุคสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ของประเทศไทย

ก็เออน่ะสิ!”

ที่แท้ภาษามนุษย์ก็มีวิวัฒนาการเช่นกัน...นี่แปลว่าเหล่าเทวดาคงพูดภาษามนุษย์แบบเก่าๆ ผิดยุคผิดสมัยกันหมดเลยกระมัง น่าอายนัก เจ้าตัวทำหน้าครุ่นคิดพึมพำอะไรอยู่คนเดียว

บ่นอะไรของนายน่ะสมชาย รีบเก็บซากเพดานเร็วเข้า มีอะไรต้องทำอีกเยอะนะ

หลิน

อะไรอีกล่ะ

เราไม่เอาชื่อนี้ไม่ได้เหรอ...มันเชยนะ

โอ๊ย เชยแล้วยังไง ก็ไหนบอกว่าเอาที่ฉันพอใจไม่ใช่เหรอ ก็เนี่ย...พอใจแล้ว ชื่อเดียวเป็นได้ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น ไม่ต้องมาคิดอะไรเยอะแยะ แถมมีสองพยางค์ด้วย ยังไม่พอใจอีกเหรอ

“สองพยางค์เอง”

“งั้นสมชายสมชายเป็นยังไง สี่พยางค์เลยนะ”

แต่ว่า...

ฉันจ้องอย่างดุๆ เมื่อเจ้าตัวเห็นสีหน้าสุดรำคาญของฉันก็ไม่กล้าเซ้าซี้อะไรอีก ได้แต่ยอมรับชื่อสมชายอย่างเต็มอกเต็มใจ...มาก! เห็นได้จากอาการโยนซากเพดานใส่กล่องเสียงดังโครมๆ จนฝุ่นบินว่อนอุตลุดไปหมดแล้วเนี่ย

โครมมม!

โยนให้มันเบาๆ ได้มั้ยหา!!

เรายอมเอาแค่สามพยางค์ก็ได้ เรียกเราว่า ปกรณ์ลัม

พรืดดด ฉันหลุดขำออกมา นั่นมันชื่อพร้อมนามสกุลไม่ใช่เหรอยะ

ถ้ายังเมื่อยยปาก งั้นสองพยางค์ก็เรียกเจมส์ก็ยังพอทน อย่างเจมส์จิ หรือเจมส์มาร์ก็ได้ทั้งนั้น นี่เป็นชื่อที่นิยมในประเทศนี้ไม่ใช่หรือ

ฮ่าๆๆๆฉันระเบิดหัวเราะจนตัวงอ นี่ขำจนแทบจะล้มลงไปกลิ้งกับพื้นแล้วเนี่ย คนบ้านี่ก็บ้าดาราเหรอเนี่ย สมชายไม่ดีตรงไหน ดาราชื่อสมชายก็มีเยอะแยะไป

เรียกเราศุกลวัฒน์ก็ยังดี

โอ๊ย ฉันก็ไม่มีความมานะที่จะเรียกนายว่าศุกลวัฒน์เต็มๆ ได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงหรอกย่ะ หยุดเถียงกันเรื่องชื่อสักที รีบเก็บของเร็วๆ เข้า...สมชาย!

ทีตัวเองยังตั้งชื่อตามแพนด้าดังๆ ได้เลย...

เฮ้ย…ฉันชะงักจากการกวาดพื้น เดี๋ยวๆ แพนด้าอะไรนะ

แต่ทำไมเราต้องชื่อสมชายด้วย เฮ้ออออ!”

ฉันชื่อหลิน ไม่ใช่หลินปิง ไม่ได้ตั้งตามแพนด้าโว้ย!

“ใช่รึ”

“ฉันเกิดก่อนหลินปิงนะ!

อ้อ เหรออออ....

ไอ้คนตัวโตลากเสียงตอบอย่างกวนๆ พลางกลอกตาเป็นวงกลม เหอะ! นี่มันแบบเดียวกับที่ฉันเคยทำใส่เขาเด๊ะ อดคิดไม่ได้ว่าตอนฉันทำนี่มันยียวนขนาดนี้หรือเปล่านะ...

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 39 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

116 ความคิดเห็น

  1. #104 Podiipody (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 11:29
    โถ่ว สมชาย555555555555
    #104
    0
  2. #87 F4TE. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 23:12
    โอ๊ย ขำอะ ไง สวัสดีสมชาย 555555555555555555555555555555555555555555555555
    #87
    0
  3. #82 Praew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 12:35
    ชอบมากกก นั่งขำทุกบรรทัด 555
    #82
    0
  4. #80 fancymagician (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 18:35
    สกิลการตั้งชื่อของนางเอกต่ำมาก ขำมิคาเอล แบะๆ5555
    #80
    0
  5. #79 noon_cs (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 17:31
    ขำชอบเอ็นดูมากๆๆๆ ????
    #79
    0
  6. #78 xiujingggg (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 กันยายน 2559 / 00:30
    หยุดขำไม่ได้ตั้งแต่มิคาบี้ๆแบะๆ แล้วยิ่งมาสมชาย ฮ่าๆๆ
    #78
    0
  7. #77 miwza96 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 22:15
    ขำน้ำตาแตก5555555+. 
    #77
    0
  8. #76 DUANGDUANG (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 21:43
    ตล้กกกกกกกกกกก ขำจนปวกท้องตาปิดเลยค่า สู้นะหลิน สู้ๆนะสมชาย สู้ๆนะคะพี่เม :)
    #76
    0
  9. #75 ☂ ไออุ่นน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 21:13
    สมชายน่ารัก5555555555555555555555 ขำตั้งแต่นางเอกเรียกชื่อพระเอกยาวๆ ละ555555555555
    #75
    0
  10. #74 UngIngStyle (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 20:44
    มีความน่ารักอ้าา
    #74
    0
  11. #73 tataryne (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 20:41
    ตลกกกกก555555
    #73
    0
  12. #72 valane20wawa43 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 20:37
    โอ้ยยย ฮาาา  หยุดขำไม่ได้ พ่อสมชายยย  
    เป็นการตั้งชื่อที่ทำให้หัวเราะจนน้ำตาไหลอ่ะ  555  พ่อสมชาย พ่อเจมส์จิ เจมส์มาร์ พีคสุดก็ศุกลวัฒน์นี่แหละะ 555  

    #72
    0
  13. #71 mildmind2027@gmail.com (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 20:34
    โอ๊ยยยยยขำจนท้องแข็งกับความไร้เดียงสาของพระเอก555555555555

    ตอนท้ายๆมีหลั่งน้ำตาแน่ๆ
    #71
    0