Angel Beside Me รัก (หล่น) จากฟากฟ้า / เทวดาท่าจะรัก

ตอนที่ 5 : Get a Job

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,921
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    28 ก.ย. 59

3

Get a Job

ทำงานซะ!

 

เมื่อวานหลังเก็บกวาดเศษซากปรักหักพังเรียบร้อย ทุกอย่างภายในห้องก็กลับมาอยู่ในสภาพปกติ ยกเว้นเพดานที่เป็นรู...พอโบ๋แล้วก็โบ๋เลย สามารถมองเห็นจันทราและดาราบนท้องฟ้า ช่างงดงามแสนจะโรแมนติกอะไรเช่นนี้...ถุย!! แดดส่องลงมามันไม่มีปัญหาหรอก แต่ถ้าฝนตกนี่ยุ่งแน่ๆ ฉันเลยต้องแอบขึ้นไปบนดาดฟ้า (คือประตูมันก็ล็อกเอาไว้น่ะนะ ฉันเลยเอาค้อนทุบจนพัง) แล้วก็ไปหาอะไรมาปิดหลุมโบ๋นั่นแก้ขัดไปพลางๆ ก่อน โชคดียังไม่มีใครเอาประตูเหล็กอันเก่าที่วางอยู่แถวๆ นั้นลงไปทิ้ง ฉันก็เลยไปลากมันมาปิดรูนั่นเอาไว้ก่อน คงพอจะกันแดดกันฝนได้บ้าง (มั้ง)

เพล้ง

ฉันสะดุ้ง มองจานที่แตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นแล้วก็กลอกตาอย่างเหนื่อยๆ โธ่เว้ย จะเลิกงานอยู่แล้ว ไม่วายต้องมานั่งเก็บกวาดจานชามที่แตกอีก เซ็งฉิบหาย

เดินประสาอะไรเนี่ย!

แกต่างหากเดินประสาอะไรอีแห้งแมลงสาบ ที่สำคัญแกเป็นคนชนฉันเองนะ!

ฉันมองนังน้ำหนึ่ง ตุ๊ดสันดานเสียที่เป็นเพื่อนร่วมงานด้วยสายตาเหยียดๆ ก็เห็นๆ อยู่ว่าฉันกำลังถือจานกองพะเนิน มันเดินตัวเปล่าๆ ก็ควรจะหลีกทางให้คนถือของหนักหรือเปล่าฮะ

ฉันถือจานมาเป็นสิบๆ ใบจนแทบมองไม่เห็นทาง แกเดินลอยชายไม่ทำการทำงานก็ไม่ได้มีใครว่าอะไร แต่ไม่น่ามาระรานคนอื่นจนอะไรๆ มันพังฉิบหายวายป่วงแบบนี้ อีตุ๊ด!

อุ๊ย เมื่อกี้แกพูดเองนะว่าแทบมองไม่เห็นทาง สรุปคนที่เดินอยู่เฉยๆ แล้วโดนแกชนนี่ผิดใช่ป๊ะ! วันหลังก็ขนมาทีละน้อยๆ สิจะได้มองเห็นทาง จะได้ไม่เดินชนชาวบ้านที่เขาไม่รู้อีโหน่อีเหน่แบบนี้ อีโง่!

ถ้ามีคนช่วย ฉันก็คงไม่ต้องแบกจานมาทีละเยอะๆ หรอก แต่เพราะแกมันชอบอู้ไง ทำงานเอาเปรียบคนอื่นไปวันๆ

เอ้า! อีแมลงสาบ พูดให้มันดีๆ นะ แกจับตาดูฉันตลอดหรือไงถึงรู้ว่าฉันอู้น่ะฮะ

ฉันแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ มีใครในร้านไม่รู้ว่ามันหัวหมอ ชอบหลบ ชอบพัก ชอบอู้บ้างวะ ฉันแปลกใจมากว่าทำไมผู้จัดการถึงไม่ไล่แกออกไปสักที มีแกอยู่ก็เหมือนไม่มี คนแบบนี้เขาเรียกว่ารกโลก พ่อแม่แกคงจะเสียใจมากนะที่ให้แกเกิดมา...ไม่ได้เสียใจที่แกเป็นตุ๊ดนะ แต่เสียใจที่แกเป็นคนที่ไม่มีประโยชน์อะไรใดๆ กับใครเลยต่างหาก!

อีแมลงสาบ!

นังน้ำหนึ่งทำท่าจะโผเข้ามาตบ แต่ฉันรีบก้มลงไปหยิบเศษจานกระเบื้องที่แตกแล้วชูขึ้นขู่

เข้ามาเลยอีตุ๊ด! อยากตายก็เข้ามา!

นึกว่ากลัวเหรอฮะอี...

นังน้ำหนึ่งยังไม่ทันจะพูดจบ ผู้จัดการร้านก็ดันปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับตะโกนเสียงเฉียบ

พอ!! ทำอะไรกันเนี่ย ทะเลาะกันเสียงดังออกไปถึงนอกร้าน นี่พวกแกจะฆ่ากันหรือไงฮะ

ก็ดูมันสิพี่อุษา!

ก็ดูมันสิพี่อุษา!

ทั้งฉันและนังน้ำหนึ่งประสานเสียงขึ้นมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย พี่อุษาซึ่งก็คือผู้จัดการร้านส่งสายตาไม่พอใจมาให้ทั้งฉันและมัน ก่อนจะมองจานชามที่แตกกระจัดกระจายอยู่บนพื้นอย่างโกรธๆ

ฝีมือเธอสองคนใช่มั้ย!” พี่อุษาถามเสียงเขียว

ฉันรีบเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างรวดเร็ว เปล่านะคะ! หนูเดินถือจานมาเก็บ แต่น้ำหนึ่งไม่ยอมหลบ

ไม่ใช่เลยพี่อุษา! มันนั่นล่ะมาชนหนูเอง! หนูหยุดยืนหลบให้มันเดินผ่านแล้วจริงๆ นะ มันใส่ร้ายหนู

ฉันถลึงตาใส่อีตุ๊ดจอมหลอกลวง เอาดีเข้าตัวเอาความชั่วให้คนอื่นมันเป็นแบบนี้เอง! ฉันเคยได้ยินใครๆ ก็อยากมีเพื่อนเป็นตุ๊ดทั้งนั้น ในนิยายก็ชอบให้นางเอกมีเพื่อนเป็นตุ๊ด เพราะมีเพื่อนตุ๊ดแล้วดีอย่างนั้นสนุกอย่างนี้ เอ่อ...แล้วตุ๊ดที่อยู่ตรงหน้าฉันคืออะไรเหรอ อยากเป็นเพื่อนกับมันมั้ยล่ะคะ!

ฮัลโหลลล! นี่ล่ะค่ะเรียลเวิลด์ ตุ๊ดไม่ได้น่ารักทุกคน

พอแล้ว ไม่ต้องพูดทั้งคู่นั่นล่ะ! รีบช่วยกันเก็บกวาดจานชามให้เรียบร้อยเดี๋ยวนี้! ถ้าใครเดินมาเหยียบเข้าจะทำยังไงฮะ

ฉันรีบพยักหน้ารับคำสั่งแล้วก็รีบไปหยิบไม้กวาดกับที่โกยขยะมา นังน้ำหนึ่งก็กุลีกุจอไม่ต่างกัน จู่ๆ ฉันก็นึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่น่าทำอะไรเลยเถิดขนาดนี้ ถ้าโดนไล่ออกขึ้นมาจะทำยังไง เศรษฐกิจช่วงนี้แย่จะตาย งานพาร์ตไทม์ที่ไหนก็เต็ม แถมเดี๋ยวนี้จ้างแรงงานต่างด้าวมาทำแทนก็ได้ ถูกกว่าจ้างคนไทยตั้งเยอะ

บอกไว้เลยนะถ้าเกิดพวกเธอสองคนทะเลาะกันในร้านจนเป็นเรื่องเป็นราวแบบนี้อีก ฉันจะไล่ออกทั้งคู่ ถ้าอยากจะตีกันหรืออยากจะฆ่ากันก็ไปทำข้างนอกร้านนู่น เข้าใจมั้ย

ค่ะ...

ฉันก้มหน้ารับคำพร้อมกับกวาดเศษจานชามใส่ที่โกยขยะโดยไม่โต้แย้งอะไรอีก รีบทำให้มันเสร็จๆ จะได้จบๆ ไปสักที

อ้อ...ฉันจะหักเงินเดือนเธอสองคนเป็นค่าจานชามที่แตกไปทั้งหมดนี่ด้วย แค่นี้ล่ะ

ฉันชะงักรีบประท้วงเพราะนี่คือเรื่องเดียวที่ไม่ยอม...ให้ยอมไม่ได้ เพราะถ้าโดนหักเงินเดือน เงินเดือนหน้าต้องไม่พอใช้แน่ๆ

พี่อุษา! อย่าหักเงินเลยนะคะ หนูขอร้อง นะคะพี่...

พี่อุษา หนูขอโทษ หนูจะไม่ทำแล้ว พี่อย่าหักเงินเลย พี่อุษา...

เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก อย่าหักเงินเลยนะคะพี่อุษา...

เดือนหน้าหนูต้องใช้ตังค์ พี่อย่าหักเลยนะ

ทั้งฉันและตุ๊ดต่างผลัดกันร้องขอความเห็นใจ แต่ผู้จัดการเพียงปรายตามามองแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างไม่แยแส นั่นมันเรื่องของแก... จากนั้นก็เดินไปต้อนรับลูกค้าที่เพิ่งเข้ามาในร้านสุกี้ด้วยความยิ้มแย้มแจ่มใส

เวรเอ๊ย!! ฉันสบถอยู่ในใจ เดือนนี้อุตส่าห์ทำงานล่วงเวลาตั้งเยอะ...ก็แปลว่ามันไม่มีความหมายอะไรเลยสินะ ฉันถอนหายใจอย่างเหนื่อยๆ นี่ดีนะว่ายังพอมีเงินจากการเอาแหวนของสมชายไปจำนำ ไม่งั้นเดือนหน้าฉันต้องติดลบแน่ๆ

เพราะแกคนเดียวเลยอีแมลงสาบ!

อีตุ๊ดยังไม่วายหันมาด่าอีก ฉันหันไปมองมันแล้วก็ส่งสายตาสังเวชมาให้

นี่แกยังไม่จบอีกเหรอ จะด่ากันไปด่ากันมาไปถึงเมื่อไหร่ ด่าแล้วได้เงินเพิ่มมั้ย

ไม่จบ ก็เพราะแกนั่นล่ะทำให้ฉันต้องซวยไปด้วย

เออ! เพราะฉัน พอใจมั้ย

ตุ๊ดทำหน้างง คงไม่นึกว่าฉันจะยอมรับเอาง่ายๆ แบบนี้ แล้วมันก็เชิดหน้าขึ้นอย่างหยิ่งยะโส

รู้ตัวก็ดีแล้ว! แกสมควรจะต้องชดใช้ค่าจานชามที่แตกทั้งหมดคนเดียว ไปบอกพี่อุษาเลย!

ฉันไม่ตอบ เบือนหน้าหนีเหมือนขี้เกียจจะรับฟังอะไรอีก รีบตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้เสร็จๆ ไปสักที จะได้กลับบ้านไปพัก

แกได้ยินมั้ยเนี่ย ไปบอกพี่อุษาสิ!

โอ๊ยยย นี่แกคิดว่านี่เป็นฉากหนึ่งในละครเหรอ ฉันถึงต้องเป็นนางเอกมาเสียสละให้เนี่ย ไม่ใช่แกคนเดียวหรอกนะที่อยากได้เงิน ฉันก็อยากได้เหมือนกัน อยากมากด้วย! ฉันคือคนที่พ่อแม่ไม่ส่งเสีย ไม่ได้อยากให้เกิด เงินจะจ่ายค่าเทอมก็ไม่มี! แต่ฉันก็ยอมจ่ายในส่วนที่ฉันผิด รู้งี้ฉันไม่น่าเถียงกับแกตั้งแต่แรก! ฉันมันโง่เองที่ไปต่อล้อต่อเถียงกับแกแทนที่จะหุบปากแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานไป ส่วนแกเองก็ควรจะยอมรับในข้อนั้นเหมือนกันว่าแกก็ไม่ต่างจากฉัน แกทำได้มั้ยฮะ มันยากมากหรือไงที่จะยอมรับว่าตัวเองผิด หรือแกทำเป็นแค่โทษคนอื่นไปวันๆ แบบเนี่ย

ฉันระเบิดยาวเหยียด ส่วนมันเงียบกริบ...สงสัยเถียงไม่ทันหรือไม่ก็โง่จนฟังไม่เข้าใจว่าฉันต้องการสื่ออะไรกันแน่ ช่างหัวมันเหอะ! ฉันปลดผ้ากันเปื้อนออก ขยุ้มๆ แล้วก็ยัดมันลงเป้เพื่อเตรียมตัวกลับบ้าน

อ้าว เดี๋ยว! อีแมลงสาบ! กลับมาพูดกับพี่อุษาก่อน

บัวใต้ตมก็คือบัวใต้ตมวันยังค่ำนั่นล่ะนะ...

 

ห้อง 515

เมื่อเปิดประตูห้องเข้ามาเจอสมชาย! ฉันก็ชะงักไปแป๊บ...คือยังไม่ชินกับการที่มีคนอื่นอยู่ในห้อง แถมยังเป็นผู้ชายอีกด้วย สมชายเมื่อเห็นฉันกลับมาแล้วก็ทำท่าดีอกดีใจอย่างออกนอกหน้า เห็นเสื้อ (ตัวใหญ่ที่สุดของฉัน) ที่เขาใส่สั้นเต่อกับกระโปรงพลีตสีดำตัวเมื่อวาน มันช่างเป็นภาพที่อุบาทว์จนฉันแทบไม่อยากจะมอง

หลินกลับมาแล้ว!!

ฉันไม่สนใจอาการดี๊ด้าโอเวอร์ของสมชาย เดินผ่านเขาตรงไปยังครัวเล็กๆ ที่อยู่มุมห้องแล้วก็มองหามาม่าเพื่อจะเอามาต้ม

โครกกก ครากกก~

เสียงท้องร้องเพราะไม่มีอาหารตกถึงท้องมาตั้งแต่เที่ยง ฉันรู้สึกได้ว่าน้ำย่อยกำลังกัดกินกระเพาะอาหารไม่หยุด โอ๊ย! อยู่ไหนนะ มันต้องมีอยู่อีกสองห่อสิ ฉันเพิ่งซื้อมาเมื่อวานซืนเองนะ!

ไปทำงานมาเป็นยังไงบ้าง สนุกมั้ยหลิน

ไม่! นี่....สมชาย นายเห็นมาม่าที่วางอยู่แถวนี้หรือเปล่า อย่าบอกนะว่านายกินไปแล้ว!

ฉันถามเสียงเขียว ขอร้องเหอะ! อย่าพูดว่ากินไปหมดแล้ว วันนี้ฉันเพิ่งโดนผู้จัดการด่า โดนหักเงินเดือน มีเรื่องทะเลาะกับตุ๊ด แต่อย่าให้ถึงขั้นกลับบ้านแล้วไม่มีอะไรกินเลยสักอย่างได้มั้ย

ถ้าหมายถึงบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสองซองนั่น...เอ่อ...แหะๆๆ

แค่ได้ยินเสียงหัวเราะแห้งๆ แกมรู้สึกผิดจากคนตรงหน้า...ฉันก็ส่งเสียงคำรามอยู่ในลำคอด้วยความโมโหจนแทบจะเป็นบ้าแล้ว กล่องข้าวน้อยฆ่าแม่...ที่แท้เป็นแบบนี้สินะ เวลาคนหิวแล้วโมโหน่ะมันก็ไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรสังหารดีๆ นี่เอง ขนาดในเรื่องยังเล่าว่าลูกโมโหหิวจนสามารถฆ่าแม่แท้ๆ ได้ แล้วนับประสาอะไรกับคนบ้าตรงหน้าฉันเล่า ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกันแม้แต่นิดด้วย ชะตากรรมมันจะเป็นยังไง คงไม่ต้องพูดให้มันยืดยาวหรอกมั้ง

อ๊ากกกก!! กล้าดียังไงมากินมาม่าของฉันหา ไอ้สารเลววว!!

ฉันตะโกนลั่นพร้อมกับทะยานเข้าไปทุบหมัดใส่สมชายแบบไม่ยั้ง ส่วนอีกฝ่ายก็ทั้งงงทั้งตกใจแล้วก็พยายามจะวิ่งหนี แต่ทว่าห้องมันก็เล็กเท่าแมวดิ้นตายแบบนี้ เขาจะหนีไปไหนได้

ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว แต่แกกลับมาแย่งของกินของฉัน แกทำได้ยังไงหา!!

โอ๊ยยยย

เอามาม่าฉันคืนมาเดี๋ยวนี้นะ!

ขะ...ขอโทษ โอ๊ยยย! เรารับประทานไปแล้วนี่นา จะเอาจาก...โอ๊ย! ไหน...มาให้ล่ะ

ยิ่งได้ยินสำนวนการพูดแบบโบราณผสมเป็นทางการ มันก็ยิ่งกระตุกต่อมโมโหมากขึ้นไปอีก พูดจาให้มันเหมือนคนสมัยนี้ได้มั้ยหา ภาษาพูดเขาไม่ใช้รับประทานอาหารให้ประโยคมันยืดยาวหรอกเฟ้ยยย นี่คงเพราะแกกินมาม่าของฉันไปใช่มั้ย เลยมีแรงพูดจายืดยาวได้มากขนาดนี้

โอ๊ยยย พอเถอะหลิน!” เขาแหกปากลั่นเมื่อฉันเอื้อมไปบีบคอเขาแล้วก็เขย่าๆ อย่างเคียดแค้น

ใครใช้ให้มากินมาม่าของฉันฮะ มากินของของฉันทำไม!!

ก็เราหิว...นี่นา โอ๊ย!

หิวก็ออกไปหาซื้ออะไรกินเองเซ่!!

ฉันว่าพร้อมกับรัวกำปั้นใส่อย่างบ้าคลั่ง ยิ่งเห็นคนตรงหน้าไม่ตอบโต้ ทำได้เพียงวิ่งหลบอยู่ในห้องแคบๆ ฉันก็ยิ่งวิ่งไล่อัดอย่างไม่เกรงใจเข้าไปใหญ่

ก็...เธอบอกไม่ให้ออกไปข้างนอกนี่นา

ฮะ...! ฉันชะงักหมัดแล้วก็ถามกลับเสียงสูง ฉันบอกแบบนั้นเหรอ

อื้อ...ก็เมื่อเช้าเธอบอกว่าอย่าออกไปไหน ถ้าใครรู้ว่ามีผู้ชายอยู่ในห้อง เธอจะเดือดร้อน

เวร...ฉันบอกแบบนั้นก่อนที่จะออกไปทำงานจริงๆ ด้วย

เราก็เลยไม่กล้าออกไป...ถึงออกไปเราก็ไม่มีเงิน ละ...แล้วเราก็หิวมาก...หิวจริงๆ นะ! เราก็เลยเอาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาต้มกิน...

ฉันมองสมชายที่พยายามอธิบายต้นสายปลายเหตุ อุณหภูมิที่เคยเดือดทะลุปรอทก็ค่อยๆ ลดลง กำปั้นที่เตรียมจะปล่อยออกไปใส่อีกฝ่ายก็คลายออก เรื่องนี้จะโทษสมชายก็ไม่ถูก...ฉันสั่งให้เขาอยู่แต่ในห้องจริงๆ แล้วก็ดันลืมคิดไปซะสนิทเลยว่า คนบ้ามันก็หิวได้เหมือนกัน

โครกกก ครากกก~

เสียงท้องร้องดังแทรกขึ้นมา แต่ไม่ใช่ของฉันนะ...

เอ่อ...ดูเหมือนบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจะน้อยไปหน่อย แหะๆ

ก็พอเข้าใจได้ล่ะนะ อีตาสมชายนี่ตัวอย่างกับควาย อยู่มาทั้งวันกินมาม่าไปแค่สองห่อ...มันคงจะอิ่มหรอก

เราขอโทษนะหลิน...ที่รับประทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของเธอไป

พูดแค่กินได้มั้ย ไม่เหนื่อยบ้างหรือไงพูดอะไรยืดยาวแบบนั้น แล้วไอ้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็เลิกเรียกเต็มๆ แบบนั้นด้วย ชาวบ้านเขาเรียกแค่มาม่ากันเท่านั้นล่ะ นายเป็นคนบ้าก็พอแล้ว ไม่ต้องเป็นคนประหลาดมีคาแร็กเตอร์พิลึกๆ เพิ่มขึ้นมาหรอกโว้ย!!”

แฮกกก ฉันว่าฉันใช้พลังงานเฮือกสุดท้ายหมดไปกับการพูดประโยคยาวยืดนี่แน่ๆ รู้สึกเหมือนจะหน้ามืดยังไงไม่รู้

เข้าใจแล้ว...ต่อไปเราจะพูดว่ากินแทนรับประทาน และจะพูดแค่มาม่า ไม่ต้องพูดว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ทั้งๆ ที่มาม่ามันคือยี่ห่อของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็เหอะ แต่มนุษย์กลับเรียกชื่อยี่ห้อแทน พิลึกนัก

ฉันกลอกตามองบนแวบหนึ่งกับความเยอะสิ่งของคนตรงหน้า ช่างเป็นคนบ้าที่ไปได้สุดทุกทางจริงๆ คงไม่รู้ตัวมั้งว่าเป็นตัวเองต่างหากที่พิลึกโคตรๆ อ๊ะ! สายตาฉันเหลือบไปเห็นขวดน้ำที่ตั้งเรียงรายเอาไว้พลางนึกสงสัยขึ้นมาเล็กน้อย

แล้วนี่นายเอาน้ำที่ไหนกินเนี่ย หรือไม่ได้กินน้ำเลย

ขวดน้ำที่เรียงรายนั่นมีแต่ขวดเปล่า ถ้าอยากจะดื่มน้ำ...เขาก็ต้องดื่มมันจากก๊อกโดยตรงแบบฉัน

ใช่ ก็ปฏิบัติตามสโลแกนน้ำประปาดื่มได้ยังไงล่ะ ฉันไม่ยอมเอาเงินไปละลายกับค่าน้ำเปล่าหรอกนะในเมื่อฉันสามารถหากินได้ฟรีๆ จากก๊อกน้ำได้และมันก็สะอาดในระดับหนึ่งไม่ใช่เหรอ ถ้าน้ำมันเน่าก็ว่าไปอย่าง...ส่วนไอ้ขวดที่เห็นๆ นั่นเป็นขวดเอาไว้สำหรับใส่น้ำประปาที่ต้มเสร็จแล้ว แต่พักหลังๆ ฉันไม่ค่อยมีเวลาเอาไปต้ม ก็เลยกินน้ำจากก๊อกโดยตรงซะเลยสะดวกดี ดื่มได้ทุกที่ทุกเวลา

อ้อ ดื่มสิ!

จากไหน

ก็สายยางในห้องน้ำอย่างไรล่ะ

พรืดดด ฉันหลุดขำออกมาอย่างช่วยไม่ได้ โอ๊ยยย...เวลาหิวๆ เหนื่อยๆ แต่ต้องมาขำนี่มันทรมานชะมัด แต่ไอ้เบื๊อกนี่มันกินน้ำจากสายยางฉีดก้นจริงๆ เหรอ ฮือออ...ไม่รู้จะขำหรือว่าจะสงสารดี โลกนี้ยังมีคนน่าสมเพชกว่าฉันอีกหรือเนี่ย แค่เปิดรินจากก๊อกล่างหน้าก็ได้แล้ว

โครกกก ครากกก~

เอาละ ไม่รู้ว่าคราวนี้เป็นเสียงท้องใครร้องกันแน่ระหว่างฉันหรือสมชาย ไม่ก็ทั้งคู่

เดี๋ยวฉันจะลงไปซื้อมาม่าแล้วกัน นายก็ต้มน้ำร้อนรอไว้

อะ...อื้อ!

แล้วก็ไม่ต้องเอาน้ำจากสายฉีดก้นนะ ไปเอาจากก๊อกน้ำตรงอ่างล้างหน้าน่ะ เข้าใจมั้ย

โอเค! แต่...หลินไม่ได้ไปนานใช่มั้ย

มินิมาร์ตมันอยู่ข้างล่างหอนี่เอง ถามทำไม

อ่อ...แค่อยากให้รีบกลับมาน่ะ เราไม่อยากอยู่คนเดียว

ฉันขมวดคิ้วทำหน้าแหยงๆ อย่าบอกนะว่าเหงา จะอ้วก

ก็ไม่เชิง...

นี่!

ก็เราออกไปไหนไม่ได้ อยู่ในห้องก็ไม่รู้จะทำอะไร ไม่มีใครให้พูดด้วยอีกต่างหาก...

ฉันนิ่งไปเล็กหน่อย...เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมสมชายถึงดีใจมากขนาดนั้นตอนเห็นฉันโผล่เข้ามาในห้อง เจ้าตัวติดแหง็กอยู่ในห้องนี้ทั้งวัน ออกไปไหนก็ไม่ได้ พูดกับคนอื่นก็ไม่ได้อีก

อืมมม...วันหลังถ้าไม่รู้จะคุยกับใครล่ะก็... ฉันเว้นวรรคไปเล็กน้อย มองสมชายที่กำลังรอคอยให้ฉันพูดต่ออยากใจจดใจจ่อ

เดินไปคุยกับคนที่อยู่หน้ากระจกสิ

ฉันว่าเสร็จก็ออกมาเลย ทิ้งสมชายที่อ้าปากหวอพลางมองฉันอย่างตัดพ้อเอาไว้ ได้ยินเสียงเขาไล่หลังมา

ฉันไม่ได้บ้านะถึงจะคุยกับตัวเองที่หน้ากระจก!

แต่คนบ้าที่ไหนจะรู้ตัวว่าบ้าล่ะจริงมั้ย...

และแม้ว่าการเดินขึ้นเดินลงตึกห้าชั้นเพื่อไปซื้อมาม่ากลับขึ้นมาตอนที่กำลังหิวสุดๆ มันจะทั้งเหนื่อยทั้งทรมานแค่ไหน แต่ฉันก็ต้องทำ จะใช้ให้สมชายลงมาซื้อก็ไม่ได้อีกใช่มั้ยล่ะ...แน่นอนว่าฉันกำลังคิดหาทางที่จะให้สมชายออกมานอกห้องโดยไม่ถูกจับได้ว่าฉันพาผู้ชายมาอยู่ด้วย จะให้เขาดักดานอยู่ในนั้นไปตลอดน่ะก็คงไม่ได้หรอก นี่ไม่ใช่เพราะสงสารที่เขาต้องทนเหงาหรอกนะ แต่เป็นเพราะฉันไม่สามารถปล่อยให้เขานั่งกิน นอนกิน รอให้ฉันหาเลี้ยงได้ต่างหาก! แหวนนั่นมันเป็นแค่ค่าอยู่อาศัย ถ้าจะกินอยู่ฟูลออฟชั่นแบบนี้...หมอนั่นก็ต้องทำงาน!

 

สี่สิบนาทีผ่านไป

ฉันมองสมชายที่ยกถ้วยมาม่าขึ้นซดน้ำซุปจนหยดสุดท้าย เมื่อเขาวางถ้วยลงก็ลูบพุงตัวเองเบาๆ เป็นเชิงบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวอิ่มแปล้สุดๆ ก็แน่ล่ะ...ฉันต้มมาม่าบิ๊กแพ็กให้เขาสองซองพร้อมกับไข่ไก่สองใบ ถ้ายังไม่อิ่มก็ไม่รู้จะพูดยังไงแล้ว

อร่อยมากเลย ขอบคุณนะหลิน!

อย่าเพิ่งรีบขอบคุณดีกว่า...

สมชายเลิกคิ้วน้อยๆ ตาสีฟ้าหม่นนั่นเริ่มมองฉันอย่างระแวดระวัง เหอะ! ดูเหมือนเขาเริ่มเรียนรู้แล้วว่าฉันไม่ใช่คนมีน้ำใจโอบอ้อมอารีเป็นแม่ชีแสนดีที่พร้อมจะช่วยเหลือคนที่ตกทุกข์ได้ยากอะไรเทือกนั้น และในเมื่อเขาเริ่มรู้จักฉันมากขึ้นแล้ว...ก็ไม่เกรงใจละนะ

เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ ที่นายกินมาม่ากับไข่ไปน่ะ คิดเป็นเงินทั้งหมดก็สี่สิบบาท

เอ่อ...เธอหมายถึง เราต้องจ่ายเงินให้เธอเหรอ

ฉันพยักหน้ารับเปล่งเสียงในลำคอ อือฮึ...ของฟรีไม่มีในโลกเคยได้ยินมั้ย

เคย แต่...เรายังไม่มีเงินนี่นา ขอติดไว้ก่อนได้หรือไม่

ไม่ได้ ฉันไปซื้อของพวกนี้มาก็ต้องใช้เงินจ่ายเหมือนกัน ไม่มีใครเขาให้ติดเอาไว้ก่อนหรอกนะ

งั้นจะให้เราทำอย่างไรเล่า เรายังไม่มีเงินจริงๆ เราไม่สามารถเสกเงินทองได้เพราะตอนนี้เราอยู่ในร่างมนุษย์ อ้อ! เงินที่ได้จากการขายแหวนนั่นล่ะ เอามาใช้ก่อนไม่ได้หรือ

ไม่ได้! นั่นเป็นเงินที่นายจ่ายเพื่อแลกกับการมาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลาหนึ่งเดือน ยังไม่ได้รวมค่ากิน

ก็รวมเข้าไปได้หรือไม่

ไม่ได้!!

โห ทำไมเธอถึงหน้าเลือดจังเลย

ฉันถลึงตาใส่สมชายทันที แหม่...ทีเวลาว่าฉันนี่พูดได้ทันสมัยลื่นหูเชียวนะ

ถ้าไม่พอใจ จะไปอยู่กับคนอื่นมั้ยล่ะพอเจอฉันย้อนมาแบบนี้ สมชายก็ทำหน้ามุ่ย ทำปากขมุบขมิบแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เห็นแบบนี้ฉันก็รู้แล้วว่าตัวเองเป็นต่อ ไม่ต้องกลัวว่าเขาจะย้ายออกพร้อมกับทวงเงินห้าหมื่นคืนละ โล่ง...

ในเมื่อนายจะอยู่ที่นี่กับฉัน นายก็ต้องหาเงินใช้ให้ได้ เพราะนายยังต้องกินต้องอยู่ ถูกมั้ยล่ะ

แต่เราจะหาเงินมาได้อย่างไร เราเสกไม่ได้

เมื่อมนุษย์อยากได้เงิน พวกเขาก็ต้องทำงาน

ทำงาน?”

อือฮึ...นายคงไม่คิดว่าจะนั่งกินนอนกินแล้วให้ฉันหาเลี้ยงหรอกนะ

เปล่า!

ดี เพราะถ้านายคิด...ฉันก็บอกเลยว่าฝันไปเถอะ ขนาดฉันเองยังเอาตัวไม่รอด อดมื้อกินมื้อ แล้วนับประสาอะไรกับการที่ต้องมาเลี้ยงคนอื่น โดยเฉพาะคนตัวโตๆ อย่างนาย รู้มั้ยว่าที่นายกินลงไปเมื่อกี้ ฉันสามารถแบ่งไว้กินเองได้สามมื้อเลยนะ

มิน่าเล่า...เธอถึงผอมแห้งเช่นนี้

ฉันถลึงตาพร้อมกับทำท่าจะตบเขาสักผัวะ ฉันกำลังหมายความว่านายคือตัวกินล้างกินผลาญ ไม่ใช่ให้มาวิจารณ์หุ่นฉัน”

โอเคๆๆ เข้าใจแล้ว เราจะทำงานหาเงินมาให้เธอ พอใจหรือไม่

ฉันสะดุดตรงที่ หาเงินให้เธอ เล็กน้อย จริงๆ ฉันก็ไม่ได้หวังว่าจะได้เงินจากเขาหรอก แค่ขอให้เขาออกไปหางานทำ รับผิดชอบปากท้องตัวเองได้ก็พอ แต่ถ้าเขาจะเอามาให้...มันก็ไม่เลว

ดีมาก! ทีนี้ก็ลองบอกมาซิว่านายทำอะไรเป็นบ้าง เคยผ่านงานอะไรมาบ้างมั้ย

คนตาฟ้าหม่นทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ เมื่อสมัยที่เรายังอายุไม่เยอะนัก เราทำหน้าที่เป็นผู้นำวิญญาณดีไปขึ้นสวรรค์

“...”

ฉันพูดไม่ออก...จู่ๆ ก็นึกอยากด่าตัวเองขึ้นมาว่าคิดอะไรอยู่ ถึงได้มานั่งจับเข่าคุยเรื่องการงานกับ...คนบ้า

แหม่ ดูเธอทำหน้าเข้าสิ! ทำไงได้ล่ะ นี่มันเป็นงานเริ่มต้นของเทวดาทุกตนอยู่แล้ว...ถึงไม่อยากทำก็ต้องทำ แต่เราก็ทำอยู่แค่อาทิตย์เดียวเองนะ ฮ่าๆๆ ตอนนี้เรารับหน้าหน้าที่เป็นผู้ให้พรแล้ว! เจ๋งใช่มั้ยล่ะ! อ่อ...เธอคงไม่รู้สินะว่าผู้ให้พรทำงานอย่างไร กล่าวคือเราจะบันดาลพรให้กับมนุษย์ผู้ที่กำลังสวดอ้อนวอนอยู่นั่นเอง คล้ายๆ กับสุ่มแจกล็อตเตอรี่อย่างไรล่ะ

“...”

เรารู้ว่ามันสุดยอด! อย่าหาว่าอวดเลย...แต่เราไม่ใช่เทวดาธรรมดาๆ หรอกนะหลิน แน่นอนว่าผู้ที่มอบพรให้คนอื่นได้ก็ย่อมมีพลังมหาศาล แล้วก็...

จบยังฉันแทรกขึ้นก่อนที่จะต้องฟังเรื่องราวสุดแฟนตาซีไปมากกว่านี้

เอ่อ จบก็ได้...แต่นั่นล่ะงานที่เราเคยทำ

เมื่อสบตาสีฟ้าหม่นของคนตรงหน้า แววตาเขาไม่ได้ดูล่อกแล่กล่องลอยเหมือนคนสติไม่สมประกอบ อันที่จริงฉันรู้สึกเหมือนกำลังพูดคุยอยู่กับคนที่ปกติดีทุกอย่าง แต่ทว่าเรื่องที่เขาพล่ามมานั้นมันไม่มีอยู่จริงเลยบนโลกใบนี้ เขามีความมั่นอกมั่นใจในการเป็นเทวดาของตัวเองเหลือเกิน และฉันก็ขี้เกียจจะแย้งด้วย

โอเค นั่นมันคืองานของเทวดา ซึ่งน่าเสียดายว่าตอนนี้นายไม่ใช่...เทวดา

แค่ชั่วคราวเท่านั้น

เขารีบต่อประโยค ฉันมองสมชายแล้วก็ถอนหายใจ เอาเถอะ...ถ้าเขาจะเชื่อว่าตัวเองเป็นเทวดาหรือผีห่าซาตานอะไรก็ตามใจ มันไม่ใช่หน้าที่ที่ฉันจะต้องทำให้เขาเชื่อว่าตัวเองเป็นคนปกติสักหน่อย

ยังไงก็เถอะ...แต่ตอนนี้นายเป็นมนุษย์ ก็ต้องทำงานแบบมนุษย์

ได้ แล้วจะให้เราทำอะไรหรือ

นั่นสิ...จะทำอะไรได้บ้างนะ พูดจาก็เชยโบราณปานประเทศไทยยังใช้ชื่อว่าสยาม ให้ไปทำงานที่ต้องพูดคุยกับลูกค้า มีหวังพวกเขาได้คิดว่าตัวเองหลงมาอยู่ในมิติอื่น ส่วนงานที่ต้องใช้ความคิดและสติปัญญา...เอาแค่เรื่องที่เข้าใจว่าตัวเองเป็นเทวดาตกสวรรค์...ฉันว่าเราน่าจะเห็นตรงกันแล้วว่างานต้องใช้ความคิดและสติปัญญาคงไม่น่าจะรอด คงมีแค่หน้าตาเขาเท่านั้นล่ะที่พอจะใช้งานได้

อืม...ถ้าอย่างนั้นต้องลองไปถามคนอื่นๆ ดูว่ามีงานประเภทใส่เสื้อผ้าถ่ายรูปอะไรเทือกนั้นบ้างมั้ย แต่ระหว่างหางานประเภทนั้น เขาน่าจะทำอะไรที่ไม่ต้องใช้สมองไปก่อน ไม่ต้องให้พูดอะไรมากก็น่าจะได้อยู่นะ งานใช้แรงงานแบบง่ายๆ น่ะ พอคิดได้แบบนั้น ฉันก็หยิบสมุดจดตารางงานที่ตัวเองต้องทำในแต่ละอาทิตย์ขึ้นมาดู

ไปแจกใบปลิวก็แล้วกัน

ฉันบอกเมื่อเห็นว่าวันนี้ตัวเองโน้ตรับงานแจกเอกสารใบปลิวเอาไว้ งานนี้ไม่ต้องทำอะไรเลย แค่ยืนแจกไปวันๆ เท่านั้นเอง ที่จริงฉันก็ชอบงานนี้มาก แต่ติดว่ามันไม่ได้มีให้แจกทุกวัน คิดว่าสมชายน่าจะพอทำได้แหละ ไม่ต้องพูดกับใคร ไม่ต้องคิดตังค์ แค่ยืนแล้วก็แจก

ให้เราไปแจกใบปลิวเหรอ ฟังดูไม่ยากเท่าไหร่

ใช่ ยืนๆ แล้วก็ยื่นๆ ไปแค่นั้นล่ะ

ฉันตอบพลางคิดในใจว่าดีเลย! ถ้าวันนี้สมชายไปยืนแจกใบปลิวให้แทน ฉันก็น่าจะพอมีเวลาไปเข้าคลาสเรียนและก็จ่ายเงินค่าเทอมให้เรียบร้อยซะ อืม ดีเหมือนกันเปิดเทอมมาเกือบสองอาทิตย์แล้ว ฉันยังไม่ได้เข้าเรียนสักวัน ต้องรีบไปตามงานหน่อยละ

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

116 ความคิดเห็น

  1. #107 baee-byun (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 22:53
    ชอบๆ สมชายยย 555 รอเล่มค่ะๆ
    #107
    0
  2. #106 Muggle-G (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 15:58
    โอ๊ยยยชอบมากมายยย พล็อตแปลกไปอีก ปูเสื่อรอเล่มเลยค่ะ
    #106
    0
  3. #105 Podiipody (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 มกราคม 2560 / 11:42
    สู้ๆนะสมชายยยย
    #105
    0
  4. #102 Gyngz (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2559 / 19:41
    เห็นชื่อแล้วขำ สมชายย~ 55555555 รอค่ะรอ😂
    #102
    0
  5. #100 fa-iboat (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 20:19
    นางเอกแอบแรงนะเนี่ย...T_T
    #100
    0
  6. #96 zee^^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2559 / 18:58
    นางเอกได้แหวนพระเอกไปแล้วยังจะงกอีก-_-
    #96
    0
  7. #95 boboman (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 09:17
    ทำไมพระเอกเราเป็นคนตลกเยี่ยงนี้ 55555555555
    #95
    1
  8. #94 miwza96 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 17:17
    น่าสงสารสมชาย555555 
    #94
    0
  9. #93 Papan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 กันยายน 2559 / 16:06
    ถถถ ชีวิตรันทดเหลือเกินสมชาย
    #93
    0
  10. #91 Pak_kard (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 16:45
    สงสารทั้งคู่เลย
    #91
    0
  11. #90 แฮซู (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 11:56
    สู้ๆนะสมชายของฉานนนนน
    #90
    0
  12. #89 MindQueen (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 10:34
    จะรอดกันไมเนีย5555555
    #89
    0
  13. #86 may (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 22:36
    น่าสงสารสมชายจริงๆ
    #86
    0
  14. #85 A.S.D (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 21:03
    ถถถ สมชายสู้นะT_T กระซิกๆ
    #85
    0
  15. #84 อิอิสมชายหลิน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 21:01
    เหมาะสมกันมาก 55555555 ขำง่าาาาาาาา
    #84
    0
  16. #83 valane20wawa43 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 20:16
    คนไม่มีเงินมาอยู่ด้วยกันมันจะรอดมั้ยเนี่ยยย  555  สมชายทั้งน่ารักทั้งน่าสงสาร จะอยู่รอดบนโลกมนุษย์มั้ยนาาา
    รอรอค่ะพี่เมย์
    #83
    0