Angel Beside Me รัก (หล่น) จากฟากฟ้า / เทวดาท่าจะรัก

ตอนที่ 3 : Man From the Sky [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,448
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    16 ก.ย. 59

 

โอ๊ย! ใครจะไปรอวะตั้งสามสิบปี เอางี้! ถ้าฉันฆ่านายซะเองล่ะ จะเกิดอะไรขึ้น นายก็จะได้กลับไปสวรรค์ชั้นเจ็ดอะไรนั่นเลยหรือเปล่า

ฉันถามอย่างหงุดหงิด คิดอย่างเดียวว่าทำยังไงถึงจะกำจัดไอ้บ้านี่ไปให้พ้นๆ สักที

ใช่ เมื่อร่างนี้หมดสภาพ พอผ่านพิธีคัดแยกดวงวิญญาณแล้ว เราก็จะได้กลับขึ้นสวรรค์ทันที

งั้นฉันจะฆ่านายเดี๋ยวนี้ล่ะ!

ย่อมได้ แต่...

อะไรอีกฮะ!

อย่างที่บอกว่าตอนนี้เราถือเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ถ้าเธอฆ่าเรา...

เขาเว้นวรรคไปนิดหนึ่งก่อนจะมองมาทางฉันอย่างหนักใจ โดยที่เขาไม่ต้องพูด ฉันก็เหมือนจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่

ฉันก็จะต้องตกนรก?”

ใช่

โห เวรเอ๊ย!” ฉันสบถอย่างหัวเสีย ถึงแม้ใจหนึ่งจะไม่เชื่อว่านรกหรือสวรรค์มีจริง แต่ถ้าเกิดมันมีจริงขึ้นมาล่ะ ฉันไม่ซวยตกกระทะทองแดงงั้นเหรอ

ใช่แล้วมนุษย์หญิง เวรเอ๊ย! เราจึงไม่แนะนำวิธีนี้แต่แรก และเลือกที่จะขอให้เธอช่วยให้ที่พักอาศัยกับเราแทนยังไงล่ะ...จนกว่าบริวารจะเจอและช่วยให้เราได้พลังคืน

“แล้วถ้าลูกน้องบ้าบออะไรนั่นไม่เจอนายล่ะ”

“ต้องเจออยู่แล้ว อยู่ที่พวกนั้นจะรู้สึกตัวเร็วหรือช้าว่าเราหายไป”

แล้วทำไมต้องฉัน! ทำไมไม่เป็นคนอื่น

“...”

คราวนี้อีกฝ่ายดูเหมือนไม่มีคำตอบ เขาเงียบไปชั่วขณะก่อนจะยักไหล่ไหวๆ

เราตกลงมาที่นี่โดยไม่ตั้งใจ เรามิได้เป็นผู้เลือก

แล้วทำไมต้องตรงนี้ด้วยเล่า!

เป็นความบังเอิญ หรือโชคชะตากระมัง...

ฉันแค่นเสียงเหอะ! กลอกตามองบนอย่างเซ็งๆ แต่พอเห็นเพดานที่โหว่เป็นรูโบ๋นั่นฉันก็เงิบหนัก ยิ่งอารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก นี่มันวันบ้าอะไรวะเนี่ย ขอทบทวนอีกรอบนะคะ...ฉันกำลังอยากจะฆ่าตัวตายอยู่ดีๆ ก็มีไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ทะลุเพดานตกลงมากลางห้องนอน บอกว่าตัวเองเป็นเทวดา แล้วเป็นเทวดาประเภทที่ไม่มีอิทธิฤทธิ์น่ะ ไม่มีเสื้อผ้าใส่อ่ะ ตกลงมาแบบโป๊ๆ เห็นทั้งพวงกันไปเลย อีกทั้งมีหน้ามาขออยู่ด้วยอีก ไม่ได้ขออยู่สามวันนะ แต่ขออยู่ประมาณสามสิบปี...ย้ำอีกรอบนะคะ ขออยู่ด้วยสามสิบปี!

ช่วยบอกทีว่าฉันทำอะไรผิดถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ แค่มีชีวิตเฮงซวยมันยังซวยไม่พอเหรอ

ได้! ฉันจะฆ่านายเอง ต้องตกนรกก็ช่างหัวมันเหอะ

ฉันบอกอย่างตัดรำคาญ นรกอะไรนั่นฉันไม่กลัวหรอก โลกที่ฉันอยู่ตอนนี้ก็ไม่ต่างจากนรกอยู่แล้ว ลองไปนรกเวอร์ชั่นอื่นบ้างก็ได้

เธอจะเป็นคนลงมือเหรอ

เออ! เดี๋ยวจะช่วยให้นายขึ้นสวรรค์เอง

เทวดาเก๊เงียบลงทันที...ฉันคาดหวังว่าจะเห็นความลังเลและหวาดกลัวตามประสามนุษย์ที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะถูกฆ่า แต่นี่กลับไม่มีเลย! เขาเพียงแต่ถอนหายใจและมองมาที่ฉันเหมือนไม่ค่อยเห็นด้วยนัก แต่ก็ไม่ได้คัดค้านอะไรอีก ในแววตานั้นบ่งบอกถึงความรู้สึกผิดและสงสาร...

เอ่อ เดี๋ยวนะ! ฉันคือคนที่จะฆ่าเขาป่ะ คนจะตายทำไมมามองฆาตกรด้วยสายตาแบบนี้ สงสารฉันทำไม สงสารตัวเองดีมั้ยแก จะตายอยู่แล้วนะ

เอาเถอะ...หากเธอคิดว่ามันคือทางเลือกที่ดีที่สุด เขาบอกสรุป

มันก็ดีกว่าต้องติดอยู่กับนายเป็นสิบๆ ปีแล้วกัน

“จริงหรือ...แต่ชาวฟ้าทุกคนล้วนอยากอยู่กับเราทั้งนั้น หากมีใครได้โอกาสเช่นนี้คงดีใจจนหลั่งน้ำตาออกมาแน่”

“บังเอิญฉันเป็นชาวโลก ไม่ใช่ชาวฟ้าไง”

นั่นสินะ มนุษย์เช่นเธอมีความรู้น้อยนัก...แต่ช่างเถอะ เอาเป็นว่าเราสัญญาว่าเมื่อเธอชดใช้บาปเหล่านั้นหมดแล้ว เราจะหาทางช่วยให้เธอได้กลับมาเกิดใหม่และมีชีวิตที่ดีอย่างเต็มความสามารถ

ได้...ขอให้ดีกว่าชีวิตในชาตินี้ก็พอแล้ว

ฉันว่าแล้วก็เริ่มจินตนาการถึงชีวิตที่ดีกว่านี้...เอาตรงๆ นะ แค่มีพ่อแม่ที่ไม่ต้องเกี่ยงกันว่าใครจะส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้ แค่นี้ฉันก็ถือว่าเป็นชีวิตที่ดีแล้ว

ตกลง เราสัญญา

เมื่อได้ยินแบบนั้นฉันก็สะบัดมือที่จับคัตเตอร์ออกจากมือเขา แล้วก็ตั้งท่าจะจ้วงคัตเตอร์ใส่อกเขา อีกฝ่ายไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยสักกะนิด แต่กลับขยับเข้ามาใกล้คมคัตเตอร์มากขึ้นราวกับจะบอกว่า

ฉันเต็มใจรับความตาย ลงมือเถอะชะนี!

เล็งตรงไปที่หัวใจ แทงให้แรงที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้

เขาบอกเสียงเรื่อยๆ สบายๆ ราวกับกำลังสอนให้ฉันฆ่าไก่ไว้ทำกับข้าวงั้นล่ะ

หวังว่าเจ้าคัตเตอร์นั่นจะคมพอนะ

ไม่รู้

งั้นเธอมีมีดหรือไม่

มีด?”

ใช่ ใหญ่ๆ เลยนะ

ฉันโยนคัตเตอร์ทิ้งแล้วก็เดินไปตรงตู้เก็บอุปกรณ์ข้าวของในครัว ตัดสินใจหยิบมีดเล่มใหญ่สารพัดประโยชน์ที่ฉันเอาไว้ใช้หั่นหมูหั่นหมาออกมา พอลองชูให้เขาดูว่าโอเคหรือเปล่า เจ้าตัวก็พยักหน้าหงึกหงัก

นั่นล่ะ! ดีมาก เราคงตายด้วยการแทงแค่ครั้งเดียว เยี่ยมไปเลย!

ประเสริฐแท้...เพิ่งเคยเห็นคนใกล้ตายมีความสุขขนาดนี้

“เอาล่ะ! พอฉันนับหนึ่งถึงสามแล้วแทงมาเลยนะ

“...”

อีกสามวินาทีฉันกำลังจะฆ่าคนงั้นเรอะ

หนึ่ง...

“...”

เขาหลับตา กางมือทั้งสองข้างออกเหมือนจะเตรียมบินขึ้นสวรรค์ ส่วนฉันใจเต้นตึกตัก เอ่อ...เริ่มงงแล้วนะ นี่ฉันกำลังทำอะไรอยู่เหรอ

สอง...

“...”

นี่ฉันกำลังจะฆ่าคนจริงๆ เหรอ...เอาจริงดิ! แทงลงไปบนเนื้อสดๆ แบบนี้อ่ะนะ

สาม!

ฉันเงื้อมือเตรียมจะจ้วง...แล้วก็ต้องชะงัก

โอ้ นี่มันไม่ง่ายเลย มันไม่ใช่อารมณ์แบบว่ารำคาญว่ะ จิ้มให้ตายซะก็หมดเรื่องอะไร แต่นี่มันคนจริงๆ นะ! ต้องใช้ความกล้าขนาดไหนถึงจะสามารถเอามีดแทงคนอื่นได้ ที่สำคัญคือถ้าแทงไปแล้วเขาเกิดไม่ตาย แต่เลือดทะลัก ลงไปนอนดิ้นด้วยความเจ็บปวด ตะโกนขอความช่วยล่ะ แล้วถ้าตายกลายเป็นศพจริงๆ ไม่ใช่เศษฝุ่นแบบที่หมอนี่บอก...เลือดกระฉูด หายใจพะงาบๆ อยู่กลางห้องจะทำยังไงล่ะคะทีนี้ นี่ฉันไม่ต้องมานั่งชำแหละแขนทางขาทางหรอกเรอะ

หวี้หว่อ หวี้หว่อ...

เสียงไซเรนรถตำรวจดังหลอนขึ้นมา ภาพฉันโดนตำรวจรุมจับ โดนคนในหอรุมปาก้อนหินจนเกือบตายก่อนถึงห้องขัง...ติดคุกตลอดชีวิต

เดี๋ยว...เดี๋ยวก่อนนะหลิน!

นี่แกมาไกลถึงขนาดนี้ได้ยังไง มือถือมีดเตรียมจะแทงคนน่ะนะ นี่แกเชื่อคนบ้าเป็นตุเป็นตะไปแล้ว แทงมันก็เลือดสาดไปก็เท่านั้นแหละ ไม่มีเรื่องมหัศจรรย์เกิดขึ้นหรอกนะ! เพราะเทวดาไม่มีอยู่จริงไงหลิน! หยุดก่อนที่จะสายเกินไปนะ อยากจะเป็นฆาตกรหรือไง!

แทงมาหรือยัง เราคิดว่าเรายังไม่ตายนะ เหมือนจะยังอยู่ในร่างมนุษย์

ดูมัน...

ฉันเชื่อแล้วว่าถ้าคุยกับคนบ้ามากๆ เราจะบ้าไปด้วย คนพวกนี้ไม่ได้เสแสร้ง แต่เพราะในหัวเขาคิดแบบนั้นจริงๆ เลยแสดงออกมาได้สมจริงสมจังจนคนปกติคล้อยตามไปด้วยเฉยเลย...แทงแล้วกลายเป็นฝุ่นเนี่ยนะ...

ลงมือสิ

ไม่เอาแล้ว พอ!

อ้าว...

ไปหาคนอื่นเถอะ ฉันไม่ว่างมาเป็นบ้าด้วยหรอก

ฉันเดินเอามีดไปเก็บไว้ที่เดิม ส่วนอีกฝ่ายทำหน้าผิดหวังที่ไม่ได้โดนแทงตาย แต่สุดท้ายเขาก็พยักหน้าอย่างเข้าใจ

ไม่เป็นไร...ถ้าเธอไม่อยากทำเช่นนั้นเราก็เข้าใจดี อีกอย่างมันก็ไม่ใช่วิธีที่ดีสักเท่าไหร่ ที่จริงเราไม่อยากให้เธอต้องทำบาปเพื่อช่วยเราหรอก...

นี่...

ถ้าเช่นนั้นก็เหลือวิธีเดียวคือให้เราอาศัยอยู่กับเธอไปก่อนชั่วคราวนะ

ฉันเกาหัว รู้สึกว่าเหนื่อยเกินกว่าจะต่อสู้กับคนป่วยทางจิตแบบนี้ คิดแล้วก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา เสิร์ชหาเบอร์โรงพยาบาลบ้าทันที นี่คือสิ่งที่ฉันควรทำตั้งแต่ตอนแรก

นายจะไม่ได้อยู่กับฉัน แต่นายต้องไปโรงพยาบาลบ้า

เราไม่ได้บ้านะ

คนบ้าที่ไหนจะบอกว่าตัวเองบ้าล่ะ ฉันเลื่อนสายตากวาดหาเบอร์โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว เลือกมาสักที่เหอะ...ว่าแต่พอมารับตัวหมอนี่ไปแล้ว ทางนั้นเขาจะจ่ายค่ารักษากับค่าเสียหายทั้งหมดให้ด้วยหรือเปล่า...เอ ไม่เคยได้ยินว่าโทรไปโรงพยาบาลแล้วเขาจะดิ่งมารับไปแบบฟรีๆ นะ ส่วนเรื่องที่จะซ่อมหลังคาให้นั้น...โอเค โรงพยาบาลบ้านะ ไม่ใช่องค์กรการกุศล

นายไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติจริงๆ เหรอ ฉันซีเรียสนะเนี่ย ยังไงนายก็ต้องจ่ายค่าซ่อมเพดาน ค่าซ่อมพื้นดาดฟ้าที่นายทำพังนะโว้ย!

ยังไงฉันก็ต้องโทรไปบอกครอบครัวเขาอยู่ดี นี่ถึงจะถูกต้อง แต่ไอ้คนบ้าก็ยังยืนยันเหมือนเดิม

เราไม่มีใคร ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีพ่อแม่จริงๆ

ถ้าไม่มีแล้วเกิดมาได้ยังไงหา!

เราถือกำเนิดโดยการจุติ...

พอ!” ฉันยกมือขึ้นเป็นสัญลักษณ์บอกให้หมอนี่หุบปาก

หงุดหงิดชะมัดเลยโว้ย ต้องทำยังไงดีวะ...พื้นดาดฟ้าพัง เพดานโหว่แบบนี้ค่าซ่อมต้องแพงแน่ๆ แต่มันก็ไม่ใช่ความผิดฉันหรือเปล่า! ถ้าบอกป้าแจ่มแจ๋ว เอ๊ย แจ่มจันทร์เจ้าของหอไปตรงๆ ว่าอยู่ดีๆ ก็มีผู้ชายตกลงมา...

เช็ดดด! ใครจะเชื่อวะ!

ให้เราอยู่ด้วยไม่ได้จริงๆ เหรอมนุษย์หญิง...

ไม่ได้!

ฉันหันไปแหวพลางเดินไปทั่วห้องอย่างใช้ความคิดอย่างหนัก จะบอกใครต่อใครยังไงดีให้เรื่องนี้มันฟังดูน่าเชื่อถือ แต่เอ๊ะ...

แล้วนายเข้ามาในหอนี้ได้ยังไง นี่มันหอหญิง! แลกบัตรขึ้นมาใช่มั้ย!

“เปล่า”

“แล้วนายขึ้นไปบนดาดฟ้าได้ยังไง” ฉันถามอย่างคาดหวัง เผื่อหมอนี่จะเป็นผู้ชายที่ห้องอื่นพาขึ้นมา ฉันจะได้แจ้นไปบอกให้ห้องนั้นมารับผิดชอบซะดีๆ

เราตกลงมาจากสวรรค์ เราไม่ได้ขึ้นมาจากด้านล่าง”

หุบปาก!” ฉันแหวให้กับความสิ้นสติของไอ้บ้านี่

เอาไงดี เอ๊ะ...หรือจะสร้างเรื่องว่าอีตานี่เป็นพวกโรคจิต แอบขึ้นมาหอหญิงไปเลย โอ๊ย! ไม่ได้หรอก ตรงนี้อาจจะยากหน่อย ใครจะเชื่อว่าผู้ชายตัวเท่าควายแบบนี้จะหลบสายตาอันเฉียบคมของยามประจำหอมาได้ เพราะยามหอแจ่มจันทร์ไม่ได้มาเล่นๆ แบบยืนแคะฟัน จิ้มมือถือไปวันๆ นะ พวกเขาปฏิบัติหน้าที่กันแข็งขันจริงๆ อย่างยามที่ชื่อไฟนั่นระเบียบจัดสุดๆ ได้ยินมาว่าขนาดตุ๊ดแปลงเพศก็ยังต้องแลกบัตรขึ้นหอเลยเหอะ! แล้วไหนจะกล้องวงจรปิดอีกล่ะ งั้นก็ต้องบอกไปว่าไอ้บ้านี่แอบปีนขึ้นมาทางชั้นดาดฟ้าตอนที่ยามเปลี่ยนเวรก็สิ้นเรื่อง จากนั้นก็

ให้เราอยู่ด้วยเถอะนะมนุษย์หญิง เราขอร้อง

...ทะลุหลังคาตกลงมา! ใช่แล้วๆ แบบนี้ล่ะ ต้องมีคนเชื่อแน่ๆ

แต่เมื่อเพ่งไปยังรูโบ๋ตรงเพดาน...เฮ้ย! นี่มันทะลุคอนกรีตตกลงมานี่หว่า! ฉันตื่นตะลึงไปหลายวินาที ตอนแรกฉันมัวแต่นึกว่ามันเป็นแค่ฝ้าเพดานโปร่งๆ ตะ...แต่นี่มัน...โอ๊ย ประเด็นคือทำไมหมอนี่ไม่ตายวะ งานทะลุคอนกรีตเสริมคานเหล็กแบบนี้ ไม่ตายไม่ได้นะคะ!

เราไม่รู้จักใครบนโลกนี้จริงๆ ช่วยเราเถอะ เราขอร้อง...

กรี๊ดดด ทำไมมันไม่ตายอ่ะ! กลัวแล้วนะ! หรือว่าโครงสร้างของหอนี่มันห่วยมาก ไอ้บ้านี่เป็นโรโบคอป?

หรือไม่ก็เป็นเทวดาจริงๆ

บ้า! ไม่มีทาง

ให้เราอยู่กับเธอ อย่างน้อยก็ขอเวลาหนึ่งเดือนของโลกมนุษย์ก็ได้!

โอ๊ย จะบ้าหรือไง นายแหกตาแล้วมองดูรอบๆ ตัวสิ ดูที่ที่ฉันอยู่ว่ามันเป็นยังไง เห็นสภาพห้องรังหนูเล็กๆ ที่นายถล่มยับนี่มั้ย ได้กลิ่นขยะที่โชยมาจากทางประตูหรือเปล่า ฉันน่ะมีชีวิตแทบไม่ต่างจากขอทาน เงินจะเรียนหนังสือก็ยังไม่พอ เงินจะกินนี่ก็แทบไม่ต้องพูดถึง แล้วยังไม่นับว่านี่เป็นหอหญิงที่ห้ามผู้ชายเข้ามาอยู่ด้วย ทีนี้ลองตอบมาซิว่าฉันจะให้นายอยู่ด้วยได้ยังไงหา!

ฉันระเบิดออกไปอย่างยาวยืด ก็ไม่คิดว่าหมอนี่จะตอบอะไรกลับมาแบบมีสาระได้หรอก เดี๋ยวก็เข้าอีหรอบเดิมว่า ขอให้ฉันช่วยๆ ไปก่อน เดี๋ยวพลังกลับมาก็ตอบแทนเองแหละ บลาๆ แบะๆ แต่จู่ๆ ก็มีแสงแวววาวกระทบเข้าตาของฉันอย่างจัง

นี่น่าจะพอเปลี่ยนเป็นเงินให้เธอได้

“...”

ฉันตะลึง...นั่นมันแหวนเพชรเหรอ! ทำไมฉันถึงไม่ทันได้สังเกตเห็นว่าเขามีแหวนเพชรนะ! ถ้ามีแหวนเพชรก็น่าจะบอกกันมาตั้งแต่แรกสิ!

ของปลอมหรือเปล่าเหอะ!

ฉันโพล่งถามพลางมองแหวนเพชรเม็ดเป้งที่ทอแสงระยิบระยับจับใจนั่นอย่างไม่วางตา

เทวดาไม่ใช้ของปลอมหรอกนะมนุษย์หญิง

เขาบอกแล้วก็เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยเหมือนไม่ยอมรับการดูถูก อะ...เอายังไงดี อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ แต่บอกทุกคนได้เลยว่าถ้ารับแหวนเพชรวงนี้มา...เรื่องค่าเทอมก็จะไม่เป็นปัญหาอีกต่อไป ฉันจะได้เรียนจบภายในปีนี้ จะได้เอาวุฒิไปใช้สมัครงานที่ได้เงินเยอะมากกว่าอาชีพพนักงานเสิร์ฟพาร์ตไทม์อย่างปัจจุบัน

ก๊อกๆๆ

ฉันหันขวับไปมองที่ต้นกำเนิดเสียงทันที ใครมาตอนนี้วะ

พี่หลินอยู่มั้ยครับ!

เสียงผู้ชาย...คงเป็นใครไม่ได้อีกแล้ว ผู้ชายคนเดียวที่สามารถเข้านอกออกในหอแจ่มแจ๋ว เอ๊ย แจ่มจันทร์นี่ได้ก็คือ...

นะ...น้องสกายเหรอคะ

ครับพี่ เปิดประตูหน่อยได้มั้ยครับ

ฉันกวาดตามองดูสภาพห้องตอนนี้แล้วก็กลืนน้ำลายดังเอื๊อก...นอกจากเพดานพัง ห้องเละเทะ ยังมีผู้ชายตัวเท่าควายมาอยู่ในห้องด้วยอีกต่างหาก ถ้าป้าแจ่มจันทร์รู้เข้า...ฉันถูกเฉดหัวออกไปจากหอนี้แน่ๆ

ไปแอบเร็วๆ!

ฉันไล่ให้เทวดาเก๊ที่ไม่ได้สวดอันเชิญให้ตกลงมาในห้องรีบไปหาที่ซ่อนซะ!

เราต้องแอบด้วยหรือ

เออ! นี่มันหอหญิง!

โอ้...เทวดาเก๊ร้องแล้วก็วิ่งพล่านหาที่แอบยกใหญ่ แต่ห้องมันก็เล็กเท่านี้...แกจะไปซ่อนตรงไหนได้ฟะ ฉันเลยชี้ไปที่ห้องน้ำเอาบุญ เมื่อเห็นว่าเขาเข้าไปแอบเรียบร้อย จึงเดินไปที่ประตู นับหนึ่ง สอง สามในใจแล้วก็เปิดออก

แอ๊ด!

ว่าไงน้องสกาย

ปัง!

ฉันออกมาทักทายลูกชายของป้าแจ่มจันทร์แล้วก็ปิดประตูทันที เพราะกลัวว่าลูกเจ้าของหอจะเห็นสภาพข้างในห้อง! น้องสกายมองฉันอย่างงงๆ แต่ก็ยังยิ้มหวานให้อย่างน่ารักน่าเอ็นดูเช่นเคย น้องสกายน่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้ใครหลายๆ คนทนอยู่หอนี้ได้ ลิฟต์เสียเป็นสิบปีแล้วมั้งก็ไม่เคยซ่อม ชั้นสามก็มีข่าวลือว่ามีคนผูกคอตาย ไหนจะเจ้าของหอที่แสนจะจู้จี้จุกจิก หน้าเลือด เค็มปิ๊ดปี๋ สำหรับฉัน เหตุผลที่ยังอยู่ที่นี่ไม่ใช่เพราะน้องสกงน้องสกายอะไรนี่หรอกนะ แต่เป็นเพราะค่าเช่ามันถูกต่างหาก

ชั้นห้าที่ฉันอยู่นี่กำลังรีโนเวตใหม่ มีหลายๆ ห้องที่ยังไม่ค่อยเสร็จเรียบร้อยดี แล้วก็มีห้องที่ทำเสร็จแต่ไม่ได้คุณภาพ มีเนื้อที่แค่ครึ่งเดียวจากขนาดห้องปกติ แถมอยู่ตรงกันข้ามกับที่ทิ้งขยะ จึงมักมีกลิ่นของเน่าลอยเข้ามาในห้องอยู่เป็นนิจ...ใช่! ฉันกำลังพูดถึงห้องตัวเองเนี่ยล่ะ ด้วยหลายสาเหตุนี้เองที่ทำให้ฉันได้เช่าห้องนี้ในราคาแค่สองพันห้าต่อเดือน อาจจะฟังดูแพงไปนิดสำหรับคนไม่มีจะกินเช่นฉัน แต่เพราะหอนี้อยู่ใจกลางเมือง ติดกับขนส่งสาธารณะทุกประเภท ใกล้ที่ทำงาน ใกล้มหาลัย เดินไปยังได้ เลยช่วยเซฟค่าเดินทางได้มากโขยังไงล่ะ

อ้อ เมื่อสักสิบนาทีที่แล้ว ผมได้ยินเสียงตูม! ดังระเบิดไปทั่วหอเลยครับ พี่หลินได้ยินหรือเปล่า

อะ...อ้อ...กะก็ได้ยินนะ

ครับ ผมเลยลองขึ้นมาเช็กให้แม่ว่ามีอะไรเกิดขึ้นมั้ย แต่ทุกอย่างก็ดูเรียบร้อยดีนะครับจากที่ถามๆ พี่ห้องอื่นๆ มา

นี่ไง พูดออกไปเลยดีมั้ยบอกไปสิว่ามีผู้ชายทะลุเพดานตกลงมากลางห้อง ทุกอย่างจะได้จบ ไอ้เทวดาเก๊นั่นจะได้ถูกกำจัดออกไปซะที พูดเลยสิหลิน! บอกน้องสกายก็เหมือนบอกป้าแจ่มจันทร์นั่นล่ะ เพราะถ้าไปเล่าให้คนอื่นฟังคงไม่มีใครเชื่อ แถมยัยป้านั่นคงไม่ถ่อขึ้นมาดูเองถึงชั้นห้าหรอก

พี่หลินโอเคหรือเปล่าครับ

อะ...โอเคจ้ะ

วันนี้พี่หลินดูแปลกๆ มีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ

เอ่อ...

บอกผมได้ทุกเรื่องนะครับ

น้องสกายบอกพลางทำหน้าเป็นห่วง...หรือจะบอกไปตรงๆ เลยดีมั้ย ถ้าไม่บอกแล้วจะทำยังไงกับไอ้เทวดาเก๊ที่อยู่ในห้องล่ะ แล้วไหนจะเพดานที่เป็นรูโบ๋นั่นอีก...ขนาดเงินค่าเทอมยังไม่มี แล้วจะเอาปัญญาที่ไหนมาซ่อมคืนเขา ถ้าไม่พูดออกไปตอนนี้ก็ไม่รู้จะไปพูดตอนไหนแล้วล่ะหลิน บอกเลยละกัน!

ถ้าพี่บอกน้องสกายว่ามีคนตกลงมาจากเพดานห้อง...

หมายถึงทะลุดาดฟ้าตกลงมาที่ห้องพี่น่ะเหรอครับ

ฉันรีบพยักหน้าหงึกหงักรัวๆ ใช่ๆ แถมเขาบอกว่าตัวเองเป็นเทวดาด้วยนะ...ไม่ใส่เสื้อผ้า พูดจาประหลาดๆ

“...”

น้องสกายจะเชื่อพี่มั้ย

น้องสกายทำท่าอึ้งๆ มองฉันอย่างตกตะลึงพรึงเพริด ใบหน้าหล่อใสนั่นทอดมองมาอย่างจริงจัง

ผมเพิ่งรู้ว่าพี่หลินเป็นคนตลก ชอบอำคนอื่นด้วย ฮ่าๆๆ

เวร!

น้องสกายหัวเราะก๊ากๆ อ้าปากสามร้อยหกสิบองศากันเลยทีเดียว คงไม่แม้แต่จะคิดว่ามันเป็นเรื่องจริงเลยสินะ...โธ่ ฉันยืนคอตก กะไว้แล้วว่าถ้าเล่าเรื่องนี้ออกไปคงไม่มีใครเชื่อ คือมันดูแฟนตาซีมาก มากจนคิดว่ามันน่าจะเกิดขึ้นได้แค่ในนิยายหรือละครเท่านั้น แต่ใครจะรู้บ้างว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ เมื่อสิบนาทีที่แล้ว ช่วยเชื่อฉันเถอะ!

ก็ดีนะครับที่ได้รู้ว่าจริงๆ พี่หลินเป็นคนตลก ไม่ได้เครียดตลอดเวลา พี่ดูสดใสขึ้น นี่แปลว่าคงมีอะไรดีๆ เกิดขึ้นใช่มั้ยครับ

มีผู้ชายอ้างตัวว่าเป็นเทวดาทะลุเพดานตกลงมากลางห้องเนี่ย...นับว่าเป็นเรื่องดีๆ ในชีวิตมั้ยล่ะ

งั้นผมไม่รบกวนพี่หลินแล้วนะครับ ไปละครับ

ไม่ได้! น้องสกายจะไปไหนไม่ได้...

คะ...ครับ?”

ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะบอกความจริง! ปิดบังเอาไว้ก็รังแต่จะเกิดความยุ่งยาก ถึงจะเสียดายที่ไอ้เทวดาเก๊นั่นมีแหวนเพชรก็เถอะ แต่โอกาสที่มันจะเป็นของปลอมก็มีสูงใช่มั้ยล่ะ จะไปให้ราคาอะไรกับคนสติไม่ดีพรรค์นั้น

น้องสกาย พี่พูดความจริงนะ ละ...ลองเข้ามาดูในห้องพี่สิ! เร็วๆ มาๆๆ!

กึก! น้องสกายทำท่าหวาดผวา ถอยกรูห่างออกไปเกือบสามเมตรประหนึ่งฉันเป็นตัวอันตราย

ยะ...อย่าดีกว่าครับพี่หลิน ผมยังไม่บรรลุนิติภาวะนะครับ

ฉันงง นี่น้องจินตนาการไปถึงไหนแล้วคะ...ต้องมีชะนีในหอคนไหนล่อลวงน้องไปทำอะไรพิเรนทร์ๆ มาแน่ น้องถึงได้มีปฏิกิริยาแบบนี้ มันเป็นใคร! ทำอะไรเด็กไร้เดียงสาแบบนี้ได้ลงคอ อุบาทว์!

ไม่ใช่นะ! พี่ไม่ได้คิดจะทำอะไรแบบนั้น มานี่สิ เข้ามาดู! น้องสกายจะได้เชื่อว่ามันเป็นความจริง! พี่ไม่ได้อำ ไม่ได้แต่งเรื่องนะ มีผู้ชายตกลงมาในห้องพี่จริงๆ! ลองเข้ามา...เดี๋ยว! น้องสกายจะไปไหน น้องสกาย! สกายอย่าเพิ่งปายยย.....

ฟิ้ววว

น้องเผ่นแนบไปแล้ว ทิ้งฉันให้ยืนตะโกนแหกปากเรียกจนผู้พักอาศัยห้องอื่นๆ ต้องเปิดประตูชะโงกหน้าออกมาดู บางคนส่ายหัว บางคนพึมพำว่าฉันทำอะไรกะโตกกะตากน่าเกลียด บางคนเบ้ปากเหมือนจะบอกว่าฉันไม่เจียม...

โธ่! ฉันไม่ได้อยากสอยน้องสกายนะ! ตัวเองยังเอาไม่รอดจะริอ่านไปเลี้ยงเด็กได้ยังไงเล่า

เธอๆๆ เสียงตู้มเมื่อกี้น่ะมาจากห้องเราเอง มีคนตกลงมาในห้องเรา ทุกคนมาดูสิ!

แต่ละนางมองหน้ากันไปมา แล้วหนึ่งในนั้นก็ตอบมา

ดูละครมากไปเหรอหลิน...บาย

ทำห้องของป้าแจ่มจันทร์เสียหาย ระวังจะลำบากนะ!”

ปัง!

เสียงปิดประตูห้องดังเรียงกันเป็นตับ โธ่เว้ย! ไม่มีใครเชื่อเลยจริงๆ ว่ะ

ฉันเดินกลับเข้าไปในห้อง กวาดตามองสภาพห้องกับรูโบ๋บนเพดานแล้วก็เข่าอ่อน ทรุดตัวลงไปนั่งอยู่ข้างกองเศษซากปรักหักพัง บอกไปก็ไม่มีใครเชื่อ เรียกให้ลูกเจ้าของหอเข้ามาดู อีกฝ่ายก็ดันคิดว่าฉันจะทำมิดีมิร้ายอีก

กรี๊ดดดดดดด!!

ฉันเอามือขยี้หัวตัวเองอย่างสุดจะทานทน อยากจะตะโกนให้สุดเสียง ยิ่งพอรู้ว่าในห้องรูหนูนี้ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่ไม่ได้รับเชิญอยู่ด้วย ฉันก็ยิ่งคลุ้มคลั่งแหกปากหนักขึ้นไปอีก จะเอามันออกไปจากชีวิตฉันยังไงดี...โทรหาโรงพยาบาลบ้า แต่ใครจะเป็นคนจ่ายตังค์ล่ะ หรือโทรเรียกตำรวจเลยมั้ย...

เฮ้ย! ใช่ ฉันน่าจะลองโทรเรียกตำรวจ ถ้าตำรวจมาตรวจสอบก็จะรู้ว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นความผิดของฉันเลย ไอ้เบื๊อกนี่มันตกลงมาเอง แต่ตกลงมาอีท่าไหนไม่รู้ ทะลุคอนกรีตแล้วไม่ตายด้วย! จะอะไรก็ช่างหัวมันป่ะวะ นี่เป็นเรื่องที่ตำรวจต้องสืบค้นกันไป

เรารู้ว่าเราทำให้เธอลำบาก

...ส่วนฉันก็ไม่ต้องมารับผิดชอบหรือชดใช้ค่าเสียหาย ไม่ต้องมาติดแหง็กอยู่กับคนบ้า

โทรหาตำรวจ...เอ๊ะ ถ้าตำรวจไม่เชื่อล่ะ...

อ๊ะ! ก็ถ่ายรูปนี่ไง! แกลืมมันไปได้ไงวะว่าเราสามารถถ่ายรูปไปให้คนอื่นดูได้ ถ่ายเยอะๆ เอาทุกซอกทุกมุมแล้วก็เอาลงไปให้ป้าแจ่มจันทร์กับน้องสกายมันดูซะ! นี่ล่ะคือหลักฐานชั้นยอด! ทีนี้ทุกคนจะได้เชื่อว่าฉันไม่ได้บ้า ไม่ได้ดูละครมากไป แล้วก็ไม่ได้จะทำมิดีมิร้ายใครด้วย

แชะ!

แต่ได้โปรดช่วยเราด้วยเถอะ ขอแค่หนึ่งเดือนของโลกมนุษย์ก็ยังดี...

แชะ! ถ่ายอีก ถ่ายเข้าไป

เราขอมอบแหวนวงนี้ให้เธอ เอาไป

ฮะ...

ฉันชะงักจากการใช้โทรศัพท์มือถือห่วยๆ ถ่ายรูปแล้วก็หันไปถามเขาใหม่

เมื่อกี้นายว่ายังไงนะ

เราขออยู่กับเธอหนึ่ง...

ไม่ใช่!

อ้อ เราขอมอบแหวนวงนี้เป็นค่าตอบแทน หากเธอยอมให้เราอยู่ด้วยหนึ่งเดือนของโลกมนุษย์

เทวดาเก๊ยื่นแหวนเพชรมาให้ด้วยท่าทีที่เหมือนตัดใจมอบของรักให้คนอื่น ฉันมองหน้าเขาที...มองแหวนทีแล้วก็คิดหนัก มันดูแพงมาก...อะไรจะมีประกายเจิดจ้าขนาดนั้น! เกิดมาฉันเพิ่งจะเคยเห็นแหวนเพชรใกล้ๆ โดยไม่ผ่านทางหน้าตู้กระจก ช่างสว่างและแวววับเหลือเกิน...ไอ้อยากได้น่ะมันก็อยากอยู่หรอก แต่ถ้ารับมามันจะได้ไม่คุ้มเสียหรือเปล่า...

“เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น”

“หนึ่งเดือนมนุษย์นะ ไม่ใช่สวรรค์”

เขาพยักหน้ายืนยันอีกรอบ อยู่ด้วยกันหนึ่งเดือน...ในห้องเล็กเท่ารูแมลงสาบ แถมตอนนี้ยังเพดานโบ๋ด้วยเนี่ยนะ

เรามอบให้เธอ รับไปสิ...เอาไปเปลี่ยนเป็นเงิน เธอจะได้ซื้อของที่เธออยากได้...

คำว่าของที่ฉันอยากได้มันทำให้ฉันฟุ้งซ่านและจินตนาการไปต่างๆ นานา ค่าเทอมที่กำลังรอให้ไปชำระ...ค่าเช่าหอที่ค้างไว้สองเดือนอีก...ไม่ได้! ฉันหยุดความคิดเอาไว้เมื่อทบทวนถึงความเป็นจริงที่อยู่ตรงหน้าดีๆ

โอ๊ย แหวนแค่นี้...ลำพังค่าซ่อมพื้นดาดฟ้ากับเพดานนี่ยังไม่รู้จะพอหรือเปล่าเหอะ

อ้อ เธอไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น พอพลังเรากลับมา ทุกอย่างก็จะกลับไปเหมือนเดิมก่อนที่เราจะ...เอ่อ ทำมันพัง

“แล้วถ้าพลังนายไม่กลับมาล่ะ”

“ต้องกลับมาแน่ ถ้าไม่กลับมา...เราจะยอมขายไตหาเงินมาชดใช้เธอ ดีหรือไม่”

ฉันอดแค่นเสียงเหอะ! ดังๆ ไม่ได้ ทำอย่างกับว่าถ้าอยากจะขายไตก็เดินไปโรงพยาบาลได้ง่ายๆ งั้นล่ะ

รับไปเถอะมนุษย์หญิง...เรารู้ว่าเธอกำลังต้องการใช้เงิน

ฉันคงไม่ต้องย้อนถามว่ารู้ได้ไง แค่เขาเห็นปฏิกิริยาที่ฉันจ้องแหวนเพชรตาเป็นมันนี่ก็คงพอจะรู้แล้ว...แสงแวววาวตรงหน้าคือค่าเทอม ค่าเช่าหอที่ค้างเอาไว้สองเดือน ค่าหนังสือ ค่าธีสิส และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ฉันเองก็ไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่มาปีหนึ่งแล้ว เสื้อในกางเกงในก็เปื่อยยุ่ยเป็นรูเกือบทุกตัว

เอายังไงดีล่ะ รับไม่รับ...

วิ้ง... (แสงแวงวาวจากแหวน)

ให้ตาย! ฉันโคตรอยากได้แหวนนั้นเลย! ฉันอยากได้เงิน อยากได้มากจนไม่รู้จะอธิบายยังไง แค่คิดว่าไม่ต้องกระเสือกกระสนทำงานวันละสิบแปดชั่วโมงเพื่อหาเงินมาจ่าย แล้วก็อาจจะมีเงินเหลือเก็บเล็กๆ น้อยๆ ได้ซื้อของใช้ในชีวิตประจำวันบ้าง...เท่านั้นฉันก็ดีใจจนแทบจะร้องไห้ออกมาแล้ว ที่สำคัญที่สุดฉันจะได้เรียนหนังสือให้มันจบๆ ไปสักที ใบปริญญาจะทำให้ฉันมีงานดีๆ ไม่ต้องขัดส้วมขัดโต๊ะไปจนตายยังไงล่ะ

“...แค่หนึ่งเดือนของโลกมนุษย์นะ

ฉันได้ยินเสียงตัวเองถามอีกฝ่ายไปก่อนที่จะตัดสินใจว่ารับหรือไม่รับอีก

อืม หนึ่งเดือนของโลกมนุษย์

พอครบหนึ่งเดือนแล้วนายต้องไปโดยไม่มีข้อแม้ ถ้าไม่ไปฉันจะแจ้งตำรวจ

ตกลง

ฉันมองเทวดาเก๊ที่ย่อตัวลงมานั่งชันเข่าอยู่ตรงหน้าพร้อมกับยื่นแหวนเพชรมาให้...นี่อย่างกับฉากขอแต่งงานในหนังเลยนะ แต่ถ้ารับมันมา...ฉันก็ต้องยอมอยู่ในห้องที่มีรูโบ๋โดยบอกใครไม่ได้ และต้องติดแหง็กอยู่กับคนบ้าไปอีกอย่างน้อยหนึ่งเดือน...เดี๋ยว แล้วฉันจะบอกคนอื่นยังไงเรื่องที่พื้นดาดฟ้าเป็นรู

ช่างหัวมันเหอะ!

ถ้ามันเป็นของปลอมล่ะก็...เตรียมตัวเข้าคุกได้เลย!

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

116 ความคิดเห็น

  1. #69 Bamimozz (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 19:23
    จะเศร้ามั้ยอ่ะ นี่คิดไปถึงตอนจบเลยอ่ะ

    จะดราม่ามากมั้ย ฮือออ /

    /เดี๋ยวๆเพิ่ง3ตอนทำไมแกคิดไปไกล 55555

    รอค่ะพี่เมย์
    #69
    0
  2. #68 yiiyippynoeii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 17:59
    รอต่อน้าาพี่เมย์*ขอให้พี่วิคได้เป็นคนวาดเรื่องนี้ทีเถอะมันเหมาะมากๆเลยนะ* ขอบคุณที่ปต่งให้อ่านกันนะคะ
    #68
    0
  3. #67 xiujingggg (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 22:04
    คุณเทวดาตกสวรรค์คงไม่ใช่เทวดาต๊อกต๋อยแน่ๆ ใช่มั้ย
    #67
    0
  4. #66 may (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 19:45
    หอป้าแจ่มน้องสกายอ้าว!พักที่เดียวกะหนูวิวนางเอกของพี่โอ๋เลยเซตเดียวกันรึนี่
    #66
    0
  5. #65 อิอิ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 19:17
    ชอบบบบบบบบ รอเปนเล่มนะคะ
    #65
    0
  6. #64 BanoffeP (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 19:14
    โอ๊ยยยสนุกง่า
    #64
    0
  7. #63 valane20wawa43 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 กันยายน 2559 / 19:07
    เอาแล้ววไงงง  หนึ่งเดือนจะเกิดอะไรขึ้นน้าาา
    #63
    0