[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 4 ไส้กรอกสั่นได้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 51,538
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 742 ครั้ง
    23 ก.พ. 60




ห้ะ! ไส้กรอกสั่นได้ ล้อผมเล่นใช่มั้ยเนี่ย!


+++++++++++++++++++++++++++++++

ตอนที่ 4 ไส้กรอกสั่นได้

 

 

 

เฌอแตม

 

 

            ท้องฟ้าภายนอกมืดมิดลงแล้ว ตอนที่ผมกลับเข้ามาที่หอด้วยสภาพเหนื่อยล้าสุดขีด ไม่ใช่แค่เพราะต้องเหนื่อยใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อเช้า พร้อมกับหนี้ก้อนโตที่กระโดดมาทับตัวจนหายใจแทบไม่ออก อ้อ ไม่นับรวมโดนไส้กรอกจิ้มพุงไปอีกที แต่ที่เหนื่อยขนาดนี้ก็เพราะงานพิเศษที่ทำเพิ่ม

 

            วันนี้อย่าถามว่าผมพับผ้าไปกี่ตั้ง

 

          เป็นร้อยแล้วมั้ง!

 

            หลายคนคงเคยเห็นในร้านเสื้อผ้าที่พับผ้ารางเรียงเป็นตั้งสวยงาม นั่นแหละ อย่าคิดเชียวนะว่ามันมาในสภาพสวยสมบูรณ์แบบนั้น มือคนเนี่ยล่ะครับ สองมือผมเนี่ยล่ะที่ทั้งพับ ทั้งเรียง ทั้งจัด แล้วด้วยความที่ช่วยแม่ทำงานบ้านมาแต่เล็ก เรื่องพับผ้านี่เด็กๆ ไง ผมดัน...พับผ้าได้สวยที่สุดในร้าน

 

            อาจจะไม่มีใครรู้ แต่ร้านเสื้อผ้าน่ะเขามีแข่งพับผ้ากันด้วยนะ และผมเสือกชนะไง

 

            ดังนั้นแล้ว จัดบูธใหม่ จัดเสื้อผ้าใหม่ เปลี่ยนฤดูใหม่ ผมเนี่ยล่ะพับผ้าจนมือหงิกไปข้าง

 

            วันนี้ก็เช่นกัน ไม่รู้ทำไมปัญหามันถึงถาโถมมาเยอะแยะ ทั้งเปลี่ยนชั้นวางสินค้า ทั้งลูกค้างี่เง่า ทั้งเพื่อนร่วมงานช่างนินทา สรุปแล้วว่าวันนี้...กูโคตรเหนื่อยเลย

 

            ฟึ่บ

 

            ผมดึงโทรศัพท์มือถือเข้ามา จัดการเปิดแอพพลิเคชั่น แล้วพิมพ์ลงในกรุ๊ปสั้นๆ ว่า...

 

            ...วันนี้แตมไม่จัดรายการนะครับ...

 

            จากนั้นก็ปิดเครื่อง โยนมันไปอีกทาง เหนื่อยเกินกว่าจะขายตัวเพิ่มแล้ว เพราะถึงจัดรายการตอนนี้ ผมเชื่อเลยว่าไม่มีใครสนุกกับผมหรอก กับหน้าหงิกๆ คิ้วขมวด พูดจาไม่น่ารัก แถมยังไม่มีแรงจะเอาใจใครทั้งนั้น ทางที่ดีถ้าไม่อยากเสียคนฟัง ผมงดจัดยังดีซะกว่า

 

            สุดท้าย ผมก็ลากสังขารไปอาบน้ำ แล้วมาทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม แล้วก็ถามตัวเองว่า...

 

          ทำไมกูต้องเหนื่อยกว่าเด็กวัยเดียวกันวะ

 

            นั่นสิ แม้ผมจะอยู่กับแม่แค่สองคน แต่ใช่ว่าแม่จะไม่ทำงาน แม่เองก็มีรายได้ มีเงิน พ่อเลี้ยงเองก็ทำงาน แม้จะไม่ได้มีหน้าที่ใหญ่โต เงินเดือนสูงๆ แต่พวกเขาก็เต็มใจที่จะส่งเสียเลี้ยงดูผมจนจบ แล้วผมจะมาเหนื่อยอยู่แบบนี้ทำไม สู้รับเงินมาแล้วเที่ยวเล่นเหมือนเพื่อนร่วมคณะไม่ดีกว่าหรือ

 

            ขวับๆ

 

            ความคิดที่ผมส่ายหน้าหวือ แล้วเงยหน้าขึ้นไปมองรูปถ่ายตรงโต๊ะข้างเตียง...ภาพที่มีพ่อ แม่ และผมที่ยังเล็ก

 

            “กูทำเพื่อแม่ไง”

 

            ตอนนี้แม่กลับมามีครอบครัวที่สุขสมบูรณ์อีกครั้ง ดังนั้น ผมที่เป็นคนนอกไม่ควรไปรบกวนมากไปกว่านี้ แค่แม่ยอมรับเลี้ยงผมที่ไม่ใช่ลูกแท้ๆ มาตั้งสิบปีก็มากพอแล้ว และตอนนี้ก็โตพอมีแรงที่จะทำงาน มีแรงที่จะหาเงิน มีคนมากมายที่ลำบากกว่าผม ทำไมผมจะยอมเหนื่อยไม่ได้

 

            “เฮ้อออออ”

 

            สุดท้ายผมก็หลับตาลง ปัดไล่ทุกความคิดออกจากหัว อยากจะเข้าสู่นิทราให้เร็วที่สุด และพร้อมสำหรับการทำงานในวันพรุ่งนี้ แต่...

 

          อี๊...อ๊า อ๊า อ๊า...

 

            เฮือก!

 

            “ฉิบ!

 

            พอหลับตา ภาพที่ลืมไปแล้วก็วกกลับเข้ามาในหัวของผมอีกครั้ง...ภาพคนเอากัน

 

            เท่านั้นแหละ ผมงี้ลืมตาโพลง สะบัดหน้าแรงๆ สบถออกมาเสียงดัง เพราะมันไม่ได้มาแค่ภาพของผู้ชายตัวโตที่กำลังคร่อมทับจากด้านหลัง แล้วสอดใส่ ซุกไซ้ เล่นเพลงจังหวะปั่บๆๆๆ อย่างเดียวไง มันมาเป็นเสียงอีกต่างหาก งานนี้ยิ่งกว่าโทรทัศน์สุดไฮเทคของไอ้บ้าไคนั่นเลย!

 

            “ไม่ๆๆๆ ไอ้แตม ไม่ มึงแค่ละเมอไปเอง หลับอีกทีนะมึงนะ”

 

            ผมปัดมือไปมาในอากาศ บอกตัวเองว่าเพราะผมเพิ่งว่าง ภาพเก่าๆ เลยเข้ามาในหัว ถ้าผมพยายามไม่คิดอะไร เดี๋ยวก็คงหลับฝันดีไปเอง จนหลับตาลงอีกครั้ง

 

            อ๊า...อ๊า...ฮ้า...ฮื่อๆๆ...อื้อ...

 

          ไม่ๆๆๆ สวดมนต์ไอ้แตมสวดมนต์

 

            แฮก...แฮก...ฮึ่ม!’

 

          นะโมตัสสะ ภะคาวะโต อาราหะโต...

 

            อร๊างงงง

 

          สัมมา สัมพุท...

 

            ปั่บๆๆๆๆ

 

          “เหี้ย!!!

 

            ผมงี้ลุกขึ้นจากเตียงแทบไม่ทัน ส่ายหน้าขวับๆ อย่างไม่อยากเชื่อเลยว่าภาพพวกนั้นยังคงวนเวียนอยู่ในหัวของผม แถมที่กำลังเห็นอยู่นี่ไม่ใช่หน้าเสียวสุดใจของไอ้ดาราหนังโป๊สองคนด้วยนะ แต่สิ่งที่เห็นเต็มสองตาคือรอยต่อที่เชื่อมระหว่างคนสองคนเนี่ยสิ

 

            ผมเห็น...ไส้กรอกจ้วงแทงลงรูโดนัทดังป๊าบๆๆๆ เลย

 

            “โอ๊ย ไอ้แตม ไอ้บ้า มึงคิดห่าไรดิวะ”

 

            ผมด่าตัวเอง ผมรับไม่ได้ ผมไม่คิดว่าจะนึกถึงไอ้นั่น ไอ้นั่นอะ ไอ้นั่นของผู้ชายอะ

 

            หมับ

 

            สองมือผมขยี้หัวแรงๆ อยากจะลืม อยากจะนอน แต่ไม่ได้ไง ข้างล่าง...ขึ้นแล้ว

 

            “หลับไปสิวะ” ผมกระซิบบอกมันด้วยน้ำเสียงราวกับคนพ่ายแพ้ อยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆ ที่ดันมารู้สึกกับสิ่งนั้น ทั้งที่ไม่รู้สึกอะไรกับร่างกายผู้หญิงเลยสักนิด

 

            ผมก็ไม่รู้หรอกว่าทำไม อาจจะเพราะผมอยู่กับแม่มาตั้งแต่ร่างกายเริ่มเข้าสู่วัยรุ่นก็ได้ ผมเคยซักชั้นในให้แม่ ซักบราให้ บางครั้งบางทีก็เคยเปิดประตูเข้าไปเห็นตอนแม่แต่งตัว แต่ผมไม่เคยรู้สึกอะไรเลย มันเหมือนมองตัวเอง เหมือนเป็นสิ่งที่คุ้นเคยอยู่แล้ว แม้แต่ตอนที่เพื่อนยัดเยียดหนังพวกนั้นให้ดูแล้วกล้องมักจะซูมที่ผู้หญิง ผมก็ยังค่อนข้างเฉยๆ แต่นี่เป็นครั้งแรกไงที่ได้ดูหนังผู้ชายสองคน แล้วมันบอกให้ผมรู้ว่า

 

          กูรู้สึกเหี้ยๆ เลยล่ะ!

 

            “อ๊ากกกกกก”

 

            ผมเอาหัวโขกหมอนหลายๆ ที แต่มันไม่หยุด ข้างล่างยิ่งร้อนผ่าว หัวใจยิ่งเต้นรัว หน้ารู้สึกเหมือนมีใครเอาไฟมาอัง ว่าง่ายๆ คือผม...อยากแล้วไง

 

            อารมณ์ที่ไม่ได้มาเยี่ยมเยียนหลายเดือน เพราะเอาเวลาไปทำงานจนไม่เคยหยุดพักคิดถึงเรื่องนี้ แต่พอมีอะไรมากระตุ้น ผมก็...ต้องพ่ายแพ้ต่อธรรมชาติของร่างกาย

 

            “ยอมแล้ว กูยอมแล้วครับ กูช่วยมึงก็ได้นะ”

 

            ผมทิ้งตัวลงนอนอีกครั้ง ดึงผ้าห่มมาคลุมจนมิดคอ จากนั้นก็สอดมือเข้าไปใต้กางเกงขาสั้นสำหรับใส่นอน หลับตาลง พยายามจะทำทุกอย่างให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้ และยิ่งดีใหญ่ถ้าในหัวไม่คิดถึงอะไรทั้งนั้น แต่ไม่ได้ไง...

 

            มาเป็นภาพจอ HD เลย

 

            ผมกัดปากตัวเองแน่นขึ้นอีกนิด ยามที่ขยับมือไปด้วย ลมหายใจเริ่มร้อนผ่าว ร่างกายเป็นฝ่ายควบคุมสมอง ซึ่งทำให้ในหัวมีภาพของผู้ชายสองคนนั้นกำลังคอสเพล์ท่าหมาให้คนถ่ายหนังอย่างเมามัน เสียงครวญครางดังก้องในหัวจนผมแทบจะสำลัก เพราะมันยิ่งดังขึ้น...ดังขึ้น...เหมือนกับมือผมที่เร็วขึ้น

 

            ใกล้แล้ว...ใกล้...อีกนิดเดียว...

 

            ผมรู้นะว่านี่คือความรู้สึกก่อนที่จะเสร็จ จนดีใจว่าจะได้นอนสักที

 

            “ฮ้า...ฮ้า...อีกนิด....”

 

            ปลายทางมันมารำไรแล้ว เหมือนแสงปลายอุโมงค์ที่วิ่งอีกแค่นิดเดียว แต่...

 

            ฉันช่วยมั้ย

 

            เฮือก!

 

            พรวด!

 

            !!!

 

            ผมตะลึงตาค้าง ลืมตาขึ้นมาทันที เมื่อปากกำลังเม้ม หัวใจกำลังเต้นรัว หนอนน้อยกำลังจะปล่อยใย แล้วจู่ๆ ภาพที่ผมเห็นคือ...ใบหน้าหล่อร้ายกาจหากแต่นิ่งจนน่ากลัวที่แวบเข้ามาในหัว

 

          หน้าไม่พอ มึงมาพร้อมระบบเซอร์ราวน์เลยนะ!

 

            มันมาทั้งภาพและเสียง!

 

            แต่ที่ระยำสุดในจินตนาการของผมคือ...ไอติมไส้ทะลัก หนอนน้อยปล่อยไย ซาลาเปาไส้แตก ไส้กรอกชีสเยิ้ม ที่พูดมานั่น...กูไง

 

            “เสร็จเพราะเหี้ยอะไรวะเนี่ย!

 

            ผมสะบัดผ้าห่มออกจากตัว รับไม่ได้สุดๆ ที่ร่างกายมันปล่อยทุกหยาดหยดออกมาโดยมีหน้าของไอ้บ้านั่นอยู่ในหัว จนได้แต่ก้มลงมองพุงตัวเอง มือที่เลอะคราบของเหลวขาวๆ ก็เลื่อนไปยังสะดือ เปล่า ไม่ได้ป้ายน้ำลงไป ไม่บ้าขนาดนั้น แค่...กะขนาด

 

            “ไอ้เหี้ย ใหญ่กว่ากูแค่ไหนวะ!

 

            ผมงี้ขนลุกซู่ เมื่อนึกถึงของร้อนที่แนบพุง แล้วให้ตายเถอะ สัมผัสที่แนบลงมามันบอกว่าใหญ่โตแค่ไหน แล้วผมที่ต้องทำงานกับมันอีกไม่รู้นานเท่าใด ขืนผมหนีไม่รอด ไอ้ของใหญ่มันแทงเข้ามาจริงๆ ผมว่างานนี้มีไส้แตก หามส่งโรงหมอแน่!

 

            แต่...

 

            “ทำไมหนูตื่นอีกแล้วล่ะครับลูก”

 

            ผมไม่ได้คุยกับเด็กที่ไหน คุยกับหนอนผมเนี่ยแหละที่พอนึกท่าไส้แตก ไหงมันผงกหัวรับได้วะเนี่ย!

 

            งานนี้ผมบอกเลยว่าเกลียดไอ้คุณไคเข้ากระดูกดำ!

 

..............................................

 

ต่อค่ะ

 

            แม้ผมจะภาวนาให้วันอาทิตย์มีสักร้อยชั่วโมง แต่พระอาทิตย์ก็ยังตกดิน แล้วก็เข้าเช้าวันใหม่ที่เป็นวันจันทร์ ซึ่งนั่นหมายความว่าเป็นวันเริ่มงานวันแรกของผม และโคตรของโคตรโชคร้ายที่มีเรียนแค่ตอนเช้า พอตั้งใจว่าจะแกล้งอิดออดแล้วไปสักบ่ายๆ เย็นๆ...

 

            ติ๊ง

 

            ...จะเข้ามากี่โมง เลิกเรียนแล้วนี่...

 

            ไอ้บัดซบนั่นดันรู้ว่าผมเลิกเรียนแล้ว!

 

            งานนี้จะทำอะไรได้ ผมเองก็ไม่ใช่พวกผิดสัญญา ดังนั้น ก็เลยได้แต่นั่งรถเมล์ ฝ่าการจราจรที่แสนติดขัดมาถึงคอนโดของมัน ปลอบใจตัวเองว่ามาทำแต่ตอนเที่ยงก็ดี เพราะขืนมาตอนเย็น มันจะอ้างได้ว่าบรรยากาศเป็นใจ เลยเถิดขึ้นมา ประกันแม่งไม่จ่ายค่าเสียบริสุทธิ์หรอกนะ!

 

            ความคิดที่ผมถอนหายใจยาวๆ แล้วเดินคอตกผ่านชั้นล่างที่รู้อยู่แล้วว่าผมจะมา แล้วพาตัวเองขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบน แต่วันนี้ผมมีอุปกรณ์

 

            ฟึ่บ

 

            ผมจัดการใส่ถุงมือยางกันน้ำที่ยาวมาถึงแขน (ซึ่งยืมป้าภารโรงที่มหาลัยมานั่นแหละ) กับหน้ากากอนามัย (ที่ไปขอฟรีมาจากห้องพยาบาล) ด้วยความคิดที่ว่า มันไม่เห็นหน้าผม ต่อให้ผมเผลอทำหน้าน่าแดกยังไงก็น่าจะรอด

 

            อีกอย่าง ขืนทำขึ้นมาจะเอาถุงมือยางเนี่ยล่ะปาหน้ามันก่อนเลย

 

            หลังจากอิดออดอยู่นาน ผมก็กดออดจนได้

 

            แอ๊ด

 

            “มาแล้วหรือ”

 

          ไม่มามั้ง ยืนทนโท่อยู่เนี่ย

 

            ผมทำปากขมุบขมิบ ดีใจที่ใส่หน้ากากเอาไว้ และดีใจยิ่งกว่าที่วันนี้คนเปิดประตูรับแต่งตัวเหมือนสุภาพชนยามเปิดประตูรับแขก

 

            วันนี้ญาติแม่ใส่เสื้อเชิ้ตสีเข้มที่ปลดกระดุมแค่เม็ดบน กับกางเกงสแลคอย่างกับว่าจะไปทำงานที่ไหน แต่เพราะมองเห็นแล้วว่าเรือนผมยุ่งเหยิงไม่เป็นทรง จนพอจะสรุปได้ว่าไอ้รวยนี่จะไปทำงานหรือไม่ก็น่าจะแต่งแบบนี้เป็นประจำ จนอดจะเบ้ปากไม่ได้

 

          เปลือง! มึงรู้มั้ยว่าเสื้อเชิ้ตต้องรีด และเพราะรีดมันเลยเปลืองไฟ!

 

            “แล้วนี่แต่งตัวอะไร”

 

            “ก็ผมมาทำความสะอาด”

 

            “บ้านฉันไม่ใช่ท่อน้ำทิ้ง”

 

            แหงะ

 

            ผมงี้พูดไม่ออกเลย ตอนที่มันก้มลงมองถุงมือสองข้างที่ดูโทรมใช่เล่น แล้วแววตานิ่งเฉยจนน่ากลัวนั่นก็ทำให้ผมค่อยๆ ถอดถุงมือออกอย่างจำใจสุดขีด ยามรู้สึกถึงแอร์ฯ เย็นๆ ที่พัดเข้ามาโดนมือที่เริ่มมีเหงื่อซึม

 

            หมับ

 

            “เหงื่อเธอออก”

 

            “เฮ้ย แล้วจับทำไมเนี่ย!” ผมก็ระแวงสิ เมื่อจู่ๆ ไอ้บ้านี่ก็จับมือผมแล้วลากเข้ามาในห้อง อยากจะสะดิ้ง แต่ก็อายเขา เผลอๆ ทางเดินมีกล้องวงจรปิด เขาก็นึกว่าผมเป็นเมียมันสิ ดังนั้น เลยได้แค่ร้อง ตอนที่ยอมเดินเข้ามาในห้อง ทั้งที่สะบัดมือเร่าๆ

 

            “เอาสิ” แต่ไอ้ตัวโตไส้กรอกใหญ่ (?) มันก็ไม่สะท้าน มีการส่งอะไรบางอย่างที่ทำเอาสะดุ้งสุดตัว

 

          อ้อ ไม่ใช่ถุงยาง แค่กระดาษทิชชู่

 

            “เหงื่อเต็มแขน เช็ดซะ แล้วค่อยทำ”

 

            มันว่าเรียบๆ ที่ทำให้ผมรีบคว้ากล่องกระดาษ แล้วถอยหลังอีกสามก้าว มองอย่างระแวงหน่อยๆ เตรียมจะอ้าปากถามแล้วว่าทำไมต้องลากแขน แต่ไม่ทันสายตาที่เผลอเหลือบไปมองจุดที่เคยมีโทรทัศน์เครื่องใหญ่ตั้งอยู่ แล้วตรงนั้น...ไม่มีแล้วไง

 

            “เอ่อ ทีวีคุณ...”

 

            “ช่างเอาไปซ่อม เห็นว่ากระแทกโดนแผงวงจรข้างใน แถมหน้าจอก็แตก ซื้อใหม่อาจจะง่ายกว่า”

 

          กูนี่หดเหลือนิ้วเดียวเลย

 

            ผมพูดไม่ออก เพราะวันนั้น หลังจากที่ผมรีบไปทำงานต่อ มันยังเหลือเวลานิดหน่อย เลยแวะไปดูที่ชั้นอุปกรณ์ไฟฟ้า แล้วพบว่าเครื่องที่มันใช้...แสนหกห้า

 

            ไม่ใช่แสนหกสิบห้าบาทด้วยนะ...หนึ่งแสนหกหมื่นห้าพันบาทถ้วน แต่พนักงานบอกว่าถ้าคะแนนสะสมในบัตรมีเท่าราคาเครื่องจะลดได้อีกสิบเปอร์เซ็นต์

 

          ไอ้เหี้ย! แล้วคนบ้าที่ไหนจะมีคะแนนในบัตรเครดิตหลักแสนวะ! ไม่ใช่กูคนนึงล่ะที่มีแค่บัตร ATM

 

            ดังนั้น ไม่หดงานนี้จะหดงานไหน

 

            “งั้นผม...ทำงานนะ...”

 

            ผมงึมงำเบาๆ มองรอบตัวที่เสื้อผ้ากระจายเกลื่อนไม่ต่างจากเดิมแล้วก็โล่งใจว่าอย่างน้อยก็ยังพอมีอะไรที่ทำใช้หนี้ได้ ไม่งั้น หนี้เท่านั้น ชาตินี้ไม่รู้จะหามาคืนได้มั้ยเลย

 

            คำที่เจ้าของห้องก็พยักหน้า

 

            “อืม แต่วันนี้ฉันคงไม่ได้อยู่ดู”

 

            ขวับ

 

            ทันทีที่ได้ยินคำนี้ ผมงี้ตาโตเป็นไข่ห่าน ใจเต้นริกๆ คาดหวังสุดหัวใจว่ามันจะออกไปข้างนอก ไปทำบ้าทำบออะไรก็ได้ แต่ความหวังทั้งหมดก็ดับมอดลงเพราะ...

 

            “ฉันจะทำงานในห้อง”

 

            “อ่า...”

 

            “มีอะไรก็เรียก เธอจะเข้าออกห้องไหนก็ตามสบาย แต่ห้ามเข้ามาในห้องทำงานฉัน...ตกลงมั้ย”

 

            “เอ่อ...”

 

            “ตกลงมั้ย!

 

            “ตกลง!

 

            แน่นอนสิว่าผมต้องรีบรับคำ เพราะหน้าตาที่ว่าน่ากลัวอยู่แล้วกำลังเปลี่ยนเป็นเข้มจัด ทำท่าเหมือนอยากจะงับคอหอยผมอยู่แล้ว จนได้แต่พยักหน้าแรงๆ เพราะผมเองก็ไม่หาเรื่องไปมากกว่านี้แล้วแน่ๆ ไม่ว่าห้องมันจะมีเซ็กส์ทอย หนังโป๊ หรือตุ๊กตายาง ผมก็ไม่เข้าไปเฉียดใกล้ทั้งนั้นแหละ

 

            และพอผมรับคำ มันก็แสยะยิ้ม แล้วก็หมุนตัวเดินกลับห้องหนึ่งที่ผมรู้แล้วว่านั่นห้องทำงาน...ห้องเดียวกับที่เสียงโทรศัพท์ดังออกมาคราวก่อนนั่นแหละ

 

            “เฮ้อ เกร็งฉิบ” พอเจ้าของห้องลับตา ผมก็ถอนหายใจ ตั้งสติ ก่อนที่จะเริ่มสตาร์ททำงานวันนี้สักที

 

          ก็ไม่ยากเท่าไหร่

 

            พอคุณไคไม่อยู่ การทำงานแค่เก็บกวาดบ้านก็กลายเป็นเรื่องง่ายดายสำหรับผมไปเลย ดังนั้น ผมเลยค่อยๆ รวบเสื้อผ้า ซึ่งคราวนี้ระวังสุดแรงเกิดว่าไม่มีอะไรหล่นอยู่ใต้นั้น แล้วยัดลงตะกร้าผ้า จะมีปัญหาก็ตรงชั้นในตัวเล็กที่ต้อง...คีบ

 

          อย่าหวังว่ากูจะเอามือตัวเองคีบ ถุงมือยางก็มีกลัวอะไรล่ะ

 

            ผมค่อยๆ จับถุงมือเพื่อคีบไอ้ชิ้นส่วนปกปิดขนาดน่ากลัวนั่น แล้วโยนลงตะกร้า ไม่กล้าแม้แต่จะเปิดดูด้วยว่านั่นไซส์อะไร จากนั้นก็เริ่มเอาตะกร้าเดินไปตามห้องต่างๆ จนเริ่มรู้บ้างแล้วว่าห้องใหญ่โตนี่มีอะไรบ้าง

 

            ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำแยกที่ไม่มีส่วนอาบน้ำ ห้องครัวใหญ่ ห้องกินข้าว ห้องนอนอีกสองห้อง แถมยังมีห้องดูหนังที่มีโทรทัศน์เครื่องใหญ่ยิ่งกว่าเครื่องก่อนหน้า จนอดสงสัยไม่ได้ว่าแล้วมันเอาแผ่นหนังโป๊ไปดูห้องนั่งเล่นทำไม

 

            “ช่างเถอะ ไม่เกี่ยวกับกู”

 

            ผมยักไหล่ แล้วเดินเก็บผ้ามาเรื่อยๆ กระทั่งถึง...ห้องนอนอีกห้อง

 

            “มึงจะรวยไปมั้ย มีห้องนอนสามห้องไว้เพื่อ!” ผมนี่บ่นเป็นหมีกินผึ้งเลย ไม่เข้าใจพวกคนรวยจริงๆ ว่าจะเผื่อห้องนอนเอาไว้ทำไมเยอะแยะ ทั้งที่ก็อยู่ตัวคนเดียว แต่ดูเหมือนห้องนี้จะเป็นห้องนอนใหญ่ แล้วทำไมผมถึงรู้น่ะหรือ...ก็แม่งรกสุดไง

 

            ห้องอื่นนี่ยังกับนิตยสารแต่งบ้าน มีห้องนี้แหละรกบรรลัยเลยล่ะ

 

            “เอาวะ เก็บเสื้อผ้า กับเก็บที่นอนก็คงดีขึ้นแหละ” ยังดีที่ห้องนี้ไม่มีเศษซากอาหารกินแล้วทิ้งไว้ มีแค่ข้าวของกระจัดกระจาย ดังนั้น เก็บไม่นานก็น่าจะเสร็จ ว่าแล้วก็ลงมือทำเลย โยนชิ้นนั้น วางชิ้นนี้ เดินไปทีละมุม ไล่ไปทีละส่วน ไม่นาน ห้องนอนก็เห็นพื้นไม้แสนสวย แต่...

 

            “อะไรวะ”

 

            อะไรบางอย่างสีแดงแลบออกมาจากใต้เตียง จนได้แต่ก้มลงไปดู แล้วดึงมันออกมา

 

            “อะไรอะ” ผมนี่หมุนซ้ายหมุนขวาเลย ไม่เข้าใจว่าอุปกรณ์ที่หน้าตาเหมือนกับตะกร้อครอบปากหมานี่คืออะไร ตรงส่วนที่รัดเป็นหนังสีดำเส้นเล็ก จับแล้วก็นุ่มๆ แต่ไอ้ตรงกลางที่แทนตะกร้อครอบปากดันเป็นลูกบอลกลมๆ สีแดง จนขมวดคิ้วมุ่น

 

            นั่นอันแรกยังงง ก็เลยวางไว้ข้างตัวก่อน เพราะใต้เตียงเหมือนจะยังมีอีก จนต้องก้มลงแล้วควานเข้าไปในนั้น สัมผัสโดนอะไรบางอย่างก็ดึงออกมา

 

            “แส้...หรือเปล่า”

 

            อันที่สองนี่หน้าตาเหมือนแส้ที่ผมเคยเห็นในหนัง จนงงว่าตะกร้อครอบปากกับแส้นี่มันมาอยู่ตรงนี้ได้ไง ก็เลยหยิบอันต่อไปขึ้นมา

 

            “ฮึบ ได้แล้ว”

 

            กึก

 

            วี้ วี้ วี้...

 

          ห้ะ

 

            ผมงงมาก เพราะพอจับโดนแล้วไปเผลอกดโดนอะไรบางอย่าง ของในมือผมงี้สั่นระรัวเลย จนดึงมันออกมาอย่างอยากรู้ คิดว่าเป็นพวกอุปกรณ์นวดคลายกล้ามเนื้อหรือเปล่า แต่พอดึงออกมาเจอแสงอาทิตย์ที่ทำให้เห็นชัดถนัดตาเท่านั้นแหละ

 

            “ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก”

 

          ไส้กรอกสั่นได้!!!

 

            ผมนี่ตาโต ตัวแข็งทื่อ มือยังจับของในมือแน่นเพราะความช็อก มองสิ่งที่มีรูปร่างคลายไอ้นั่น เอ๊ย ไส้กรอกผสมถ่านสีดำเมี่ยม ขนาดแทงไส้ไหลที่แม่ง...สั่นได้!!!

 

ต่อค่ะ

 

            วินาทีนั้นเอง ผมขอยืนยันอีกทีว่าเจ้าของห้อง...เป็นไอ้โรคจิต!

 

            ปัง!

 

            “เกิดอะไรขึ้น!

 

            ทว่าความซวยยังไม่หมดแค่นี้ เพราะ...ไอ้โรคจิตมา

 

            วี้...วี้...วี้...

 

            ขณะที่ผมก็ได้แค่หันหน้าแบบหุ่นยนต์อีกครั้งไปมองเจ้าของห้อง พร้อมทั้งส่ายหน้าแรงๆ ไม่รู้หรอกว่าทำหน้ายังไง และมันคงไม่เห็นด้วยเนื่องจากหน้ากากอนามัย แต่หารู้ไม่ว่านี่กูแบะแล้ว แบะแรงมาก พอๆ กับของในมือที่สั่นฉิบหายวายวอด

 

            “เล่นอะไรน่ะ”

 

            ขวับๆๆ

 

          กูเปล่าเล่น มันเปิดเอง!

 

            ผมได้แต่จับไอ้ไส้กรอกที่กินไม่ได้ไปข้างหน้า ส่ายหน้าแรงๆ เพื่อบอกว่าเอาของมึงคืนไปนะ เอาไปเลย จะไปเล่นกับใครก็เอาไป อย่าเอามายุ่งกับกู ขณะที่มันก็ทั้งสั่น ทั้งหมุนควงอยู่ในมือชนิดที่อยากจะร้องไห้อยู่แล้ว ซึ่งก็ดีหน่อยที่ไอ้คุณไคยอมรับไปง่ายๆ

 

            “ก็ปิดมันสิ”

 

          หน้ามึงนิ่งไปแล้วไอ้บ้า!

 

            แม้ว่างานนี้จะเจอเต็มๆ ตา แต่ผมก็ไม่มีความคิดเรื่องอยากแบล็กเมล์มันในหัวสักนิด เพราะดูจากสีหน้าแล้ว มันต้องไม่รู้สึกอะไรแน่ๆ ถึงผมจะด่ามันว่าไอ้โรคจิตพร้อมเอาภาพประกาศเตือนภัยลงเฟซบุ๊ค

 

            “นั่น...นั่นอะไร!

 

            พอของกลางไปแล้ว ผมก็พอจะมีเสียงหลุดออกมาบ้าง เลยได้แต่งึมงำอย่างหวาดๆ และเจ้าของก็ตอบง่ายๆ ว่า...

 

            “ดิลโด้ไง ไม่รู้จักหรือ”

 

          ดิลอะไรนะ เหมือนโดโด้มั้ย

 

            ขวับๆๆๆ

 

            ผมสั่นหน้าซะหัวเกือบหลุด แถมยังเหลือบไง...มองต่ำไปเห็นอุปกรณ์ที่วางอยู่บนพื้น

 

          แล้วนั่นอะไรวะ

 

            “นั่นของเล่น SM

 

          ห้ะ SM! กูรู้จักแต่ค่ายเพลงเกาหลี!

 

            ผมอยากจะถอยไปให้ไกลสุดขอบโลก แต่ในความเป็นจริงคือขาแข็งอยู่กับที่ อ้าปากพะงาบๆ เหมือนจะพูด แต่พูดไม่ออก และมันเองก็คงไม่เห็น เพราะก้าวเข้ามาหยิบของสองชิ้นขึ้นมาให้ดู แล้วผมประจักษ์เลยครับว่าไอ้ตะกร้อครอบปากหมานี่คืออะไร!

 

            “อันนี้ใช้ครอบปากคน...แบบนี้”

 

          มึงเอาไปไกลๆ เอาไปไกลไกล๊!!!

 

            ตอนนี้มันเอาไอ้แผ่นหนังนั่นมาวางเทียบกับขอบปากผม จนได้แต่เหลือบมองอย่างหวาดกลัวสุดขีด เพราะขยับตัวไม่ได้ แล้วมันก็เอาแส้อันนั้นขึ้นมา แล้วโยนขึ้นฟ้า รับด้วยมือ พร้อมทั้งบอกด้วยเสียงเรียบเรื่อยที่ดูจะเฉยชากับของพวกนี้

 

            “เอาไว้ฟาดตอนเล้าอารมณ์”

 

          มึงถามกูหน่อยมั้ยว่าอยากรู้หรือเปล่า!

 

            ผมงี้สั่นหน้าขวับๆ แบบกูไม่อยากรู้ มึงได้โปรดเอาไปไกลๆ หน้า ไกลๆ ตีน ไกลๆ มือกูหน่อย แต่มันไม่คิดงั้นไง เพราะไอ้คุณไคกำลังเอาไส้กรอกสั่นได้ขึ้นมา แล้วกดเปิดอีกครั้ง

 

            วี้...วี้...วี้...

 

            เสียงเครื่องแม่งก้องในหัวผมมาก แถมยังอธิบายเพิ่ม

 

            “ส่วนนี่ก็เอาไว้แทนองคชาติ เอาไว้เพิ่มสีสันให้กับชีวิตรัก หรือไม่ก็แก้เบื่อ”

 

          อะไรนะ องคชาติ! นี่มึงพูดอะไรออกมา ห้ะ พูดอะไรออกมา!!

 

            ผมโวยวายลั่นในใจ มองไอ้ของใหญ่สีดำที่ขนาดมหึมา อย่างที่อดคิดไม่ได้ว่าถ้าเอามาใช้แทนมีด แทงตรงพุงคงยาวเลยออกไปที่หลัง แต่ดูเหมือนคุณไคจะอธิบายไม่สะใจครับ ตอนนี้มันเอาไอ้นั่นเข้ามาใกล้แล้ว จนได้แต่พึมพำ

 

            “นั่น...นั่นสำหรับผู้หญิง...ใช่มั้ย...”

 

            ผมกระซิบถามแล้วคิดว่าโง่มาก เพราะคราวก่อนเพิ่งเคยเห็นหนังเกย์กลางห้องนี้ แล้วแบบนี้จะใช้กับผู้หญิงได้ยังไง

 

            “ก็ได้อยู่หรอก”

 

            “เฮ้ออออ แหะๆ งั้นหรือ กับผู้หญิงสิเนอะ” ผมโล่ง เสียงผมเริ่มมา ปากใต้หน้ากากเริ่มยิ้มออก เพราะหมายความว่าผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับอุปกรณ์บ้าๆ นั่น และมันก็ไม่ใช่สำหรับผู้ชาย ดังนั้นไอ้โรคจิตนี่คงไม่เอามาใช้กับผมหรอก แต่ยังไม่ทันจะได้ยิ้มสุดปากเลย

 

            ฟึ่บ

 

          “ผู้ชายก็ใช้ได้ ตรงนี้ไง”

 

            “!!!

 

          ไอ้เหี้ยยยย มึงจะมาสาธิตกับตูดกูทำไม!!!

 

            ผมนี่สั่นเลย ระริกเลย น้ำตารื้นเลย เมื่อไส้กรอกสั่นได้มันมา...จ่อตูด

 

            เออสิครับ! ตอนนี้ไอ้บ้านี่มันเอาของสั่นๆ มาแนบกับร่องตูดผม ดูอยากจะอธิบายเหลือเกิน แต่ใครให้สาธิตล่ะว่ามันเอามายัดตรงนี้ และบอกเลยว่าไม่มีทาง ไม่มีวันซะหรอกที่มันจะเข้ามาในนั้นได้

 

          ไม่รู้หรือว่านั่นถนนวันเวย์!

 

            ผมอยากจะตะโกนใส่หน้า แต่ผมนิ่ง ผมค้าง ผมสั่น และไอ้นั่นสั่นอยู่ที่ตูดของผม จนอยากจะขอร้องว่าหยุดเถอะนะ ได้โปรดอย่าทำแบบนี้เลย อย่าทำร้ายแตมอีกเลยนะ ผมมองด้วยแววตาขอความเมตตา แต่ญาติของแม่ผมกำลังโคลงหัว จากนั้นก็เลื่อนจากตูดมาวางแนบ...เป้า

 

            วี้ วี้ วี้...

 

          เป้ากู ลูกกู สั่นคาเนื้อกูเลย!!!

 

            “ฮึก”

 

            นั่นแหละที่ทำให้ความเครียดของผมมาถึงขีดสุด บวกกับนอนไม่หลับ พอมันโน้มหน้าเข้าจนเห็นใบหน้าหล่อร้ายกาจของมันใกล้เพียงลมหายใจกั้น แถมยังมาพร้อมกับไอ้ของเล่นบ้าๆ ที่แนบเป้าผม เสียงทุ้มกระซิบเบาๆ

 

            “อยากลองมั้ย” ผมก็..

 

            ฮวบ

 

            ล้มตึงต่อหน้ามันไงล่ะ

 

          “เฮ้ย เฌอแตม!!!

 

            ผมไม่รู้หรอกว่ามันรวบผมเอาไว้มั้ย หรือจะปล่อยให้ผมล้มหัวฟาดพื้นตาย ตอนนี้สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของผมคือ

 

          กูจะแจ้งตำรวจ กูจะฟ้องแม่ กูจะฟ้องคนทั้งโลกเลยว่ามึงเป็นคนบ้ากาม!!! ฮือ กูไม่อยากอยู่ห้องนี้แล้ว

 

.............................................

 

            ครบค่ะ เพื่อนกันคู่นี้มีชุดสาธิตเหมือนกันค่ะ อย่างพี่ป้องน่ะทำมีเจตนาแฝงเร้น แต่เชื่อเมย์มั้ย ที่พี่ไคเอาไส้กรอกแหย่ตูดน้อง หรือคลึงเป้าน้องแตมนี่ไม่ได้มีเจตนามากไปกว่าแค่จะอธิบายจริงๆ นะเออ แต่เชื่อเถอะว่าพูดให้ตายก็ไม่มีใครเชื่อ คนบ้าที่ไหนสาธิตด้วยการแยงตูด ฮา หลังจากนี้ก็เป็นไอ้โรคจิตในสายตาน้องนะพี่ไคนะ บอกเลยว่านี่ยังแค่เริ่มต้นความซวยของน้องแตมค่ะ ยังมีอะไรอีกเย้อ

            ส่วนตอนหน้า เอ๊ะ คนเป็นลมต้องทำอะไรน้า เขาบอกว่าคนเป็นลมต้องการอากาศถ่ายเทสะดวกใช่มั้ยเนอะ ประเภทกระดุมต้องปลด เข็มขัดต้องถอด ใช่มั้ยน้า XD 

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 742 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10342 shin ai2 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 14:07
    ชั้นว่าพี่แกแค่อยากขายของ55555555 พี่เป็นเจ้าของธุรกิจค้าขายของพวกนี้ใช่ไหมมมม
    #10,342
    0
  2. #10331 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2562 / 02:11
    อิพี่ไค อิภัยสังคม ของในห้องแกแต่ละอย่างทำน้องแตมขนตูดลุกหมดแล้ว น้องใสกว่าเหล้าขาว แกอย่ามาทำน้องแปดเปื้อน
    #10,331
    0
  3. #10260 Pimnok2124 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:09
    วันนี้ญาติแม่ ขำำำ
    #10,260
    0
  4. #10259 Pimnok2124 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:08
    โอ้ยน้องงงง
    #10,259
    0
  5. #10210 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 21:03
    พี่ไคแกล้งน้องงงงงง
    #10,210
    0
  6. #10194 Golden23 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2561 / 18:42

    เอ็นดูนะแตม แต่ขอขำก่อน

    #10,194
    0
  7. #10159 Orathaiks (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 16:43
    ถ้าเป็นชั้น ชั้นก็กัววววววววววว
    #10,159
    0
  8. #10111 rattanalak44 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 23:05
    เริ่มกลัวอิพี่ไคแล้วอ่ะ อย่าทำไรน้องแตมผุ้แสนซื่อน๊า
    #10,111
    0
  9. #10065 Pusu (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 22:30

    มีของเยอะจัง

    #10,065
    0
  10. #9926 ^^นูน่าหัวสีชมพู^^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 22:21
    55555 น้องงงงง ลูกกูวค่ะ เอ็นดูเด้อ
    #9,926
    0
  11. #9588 P'est (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2561 / 20:55
    ลูกกูค่ะ ลูกกูววว555
    #9,588
    0
  12. วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 19:21
    เอ็นดูความใส55
    #9,272
    0
  13. #9184 rithai99 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 00:28
    55555555
    #9,184
    0
  14. #9088 NakaYuFirst (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 17:52
    น้องเณอ!ทำไมน่ารักงี้~~~เอื้อ~
    #9,088
    0
  15. #8889 kindlyjh (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 มีนาคม 2561 / 14:43
    น้องงงงง(5555555555555
    #8,889
    0
  16. #8856 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 20:50
    เฌอแตมเป็นติ่ง5555
    #8,856
    0
  17. #8738 MapleMable (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 19:10
    ถนอนจิตใจน้องหน่อยค้าาาา
    #8,738
    0
  18. #8737 pcy921 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 18:40
    แอบสงสารน้องหน่อยๆ555 พี่ไคทำงานอะไรเกี่ยวกับเซ็กส์ทอยรึเปล่าคะ มีเยอะจัง555
    #8,737
    0
  19. #7700 mahnuch (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 23:44
    โรคจิตจริงหรือแค่แกล้ง พี่ไคพูดดด
    #7,700
    0
  20. #7461 xiaoly (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 21:35
    แกล้งน้องหนักมากกก 555555 
    #7,461
    0
  21. #7352 minixiuminseok (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 13:30
    โอ๊ยยยยตาพี่ น้องแตมยิ่งกลัวมากกว่าเดิม555😂
    #7,352
    0
  22. #7050 Natkamon___06 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 08:51
    พี่ไค5554
    #7,050
    0
  23. #6152 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 23:54
    วงวารรน้องเเตมมมมมม
    #6,152
    0
  24. #5943 editionzeed (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 01:12
    มีความSMขั้นสุดดด
    #5,943
    0
  25. #5334 MineDonghae (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กันยายน 2560 / 18:20
    พี่ไคคคค 555555555555555555555555555 สงสารน้อง แหมของเล่นแต่ละอย่างนี้นะ
    #5,334
    0