[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 4 : ตอนที่ 3 ไส้กรอกบิ๊กไซส์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 54,682
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 780 ครั้ง
    18 ก.พ. 60




ช่วยด้วย มันเอาไส้กรอกมาจิ้มผม! T^T

+++++++++++++++++++++


ตอนที่ 3 ไส้กรอกบิ๊กไซส์

 

 

 

เฌอแตม

 

 

            บรรยากาศในห้องชุดเงียบมาก เงียบจนผมได้ยินเสียงตัวเองสะอื้นชัดเต็มสองหู

 

            “น้องแตม...ไม่ทำ...”

 

            ตอนนี้สิ่งเดียวที่อยู่ในหัวของผมคือเงินจำนวนมากที่ลอยออกจากกระเป๋า แล้วขอโทษเถอะครับ ผมมีที่ไหนล่ะ บอกแล้วว่าเงินค่าหอก็เพิ่งเก็บได้ครึ่งเดียว เงินเดือนก็ยังไม่ออก เงินที่จะได้จากการีน่าก็ยังไม่เข้า แต่ผมเพิ่งจะจะพังโทรทัศน์เครื่องละแสนไปต่อหน้าต่อตา

 

            ดังนั้น ไม่ขายไตก็ต้องขายตัวใช้หนี้แล้วล่ะงานนี้

 

            ความคิดที่ทำให้ผมสั่นหัวทันที เพราะจะทั้งไตหรือทั้งตัวก็ไม่ขายทั้งนั้นแหละ!

 

            “แตม...เปล่า เปล่าจริงๆ นะ...”

 

            ผมสะอื้น ตอนนี้ไม่ได้แอ๊บเป็นเด็กน่ารักขอความเห็นใจในห้องการีน่า แต่อารมณ์แม่งมาเต็มจริงๆ จนรู้สึกได้เลยว่าจะร้องไห้ออกมารอมร่อ ซึ่ง...

 

            “เปล่าอะไร ก็เห็นอยู่ทนโท่”

 

            ไอ้เจ้าของห้องเองก็คงไม่ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือ เพราะมันก้าวเข้ามาชิดตัวผมอีกแล้ว ให้ต้องสั่นหน้าแรงๆ

 

            “เปล่า แค่ร่างกาย...ร่างกายมันไปเอง”

 

          ไอ้แตม! มึงจะยอมรับทำไมว่ามือเหี้ยๆ ของมึงเนี่ยล่ะที่ปารีโมทกระแทกทีวีมันห้ะ!

 

            ความคิดที่ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมอง รู้สึกตัวตอนนี้แหละว่าภาพของไอ้หน้าหล่อแต่ชั่วร้ายดูเบลอไปหมด มันหมายความว่าผมร้องไห้ออกมาแล้วแน่ๆ ขณะที่มันเองก็เอื้อมมาหาผม จนขนหัวลุก อยากจะถอยหนี แต่ตอนนี้ความผิดมันแทงทะลุในใจเกินกว่าจะถอย

 

          นี่น้องแตมต้องเสียตัวจริงๆ หรือเนี่ย

 

            แปะ

 

            เฮือก!

 

            ทันใดนั้น มือของไอ้คุณไคก็เอื้อมมาแตะแก้มผม จนสะดุ้งสุดตัว อยากจะปัดมันออก แต่เพราะเหตุผลเดิม...กลัวหนี้หลักแสนจะถูกมันเก็บบวกกับค่าทำร้ายร่างกาย จนยืนตัวแข็งทื่อ บอกเสียงเบาหวิว

 

            “แตม...แตมขอโทษ”

 

            วินาทีนี้ช่างหัวแม่งเถอะ จะผม จะแตม หรือน้องแตม ขอแค่มันเมตตาปล่อยผมไปแบบครบองค์ประกอบ ผมยอมแทนตัวว่าน้องแตมใส่มันเลยเอ้า

 

            “ขอโทษทำไม”

 

            มันยังถามเสียงห้วนที่แปลว่า...โกรธเหี้ยๆ

 

            “แตมไม่ได้ตั้งใจ”

 

          กูไม่ได้ตั้งใจพังทีวีมึงจริงๆ นะ แต่มึงนั่นแหละเป็นบ้าอะไร ดูหนังโป๊เกย์ค้างไว้!

 

            ความคิดที่ทำให้ผมชะงัก เพราะใช่สิ นี่ไม่ใช่ความผิดของผมคนเดียวสักหน่อย เรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะไอ้บ้ากามนี่มันเอาอะไรไม่รู้มาดูกลางห้องนั่งเล่น ของแบบนี้ไอ้เคอร์สอนว่าต้องดูในห้องนอน (?) ไม่ใช่หรือไง ดังนั้น มันนั่นแหละที่แย่

 

            ตอนนี้ ผมพยายามรวบรวมสมองที่กระจัดกระจายมาหาเหตุผลในการเอาตัวรอด และนั่นก็ทำให้ผมไม่รู้ตัวเลยว่า...

 

            “อย่าจับนะ!

 

            จากที่มันแตะแก้ม ตอนนี้มันกำลังเกลี่ยแก้มร้อนๆ ของผมเล่น จนแทบจะกระตุกตัวหนี เห็นดวงตาวาววับของมันที่ทำให้รีบบอกรัวเร็ว หวังว่าจะเอาตัวรอดไปได้

 

            “ตะ...แต่ความผิดคุณนั่นแหละ!

 

          เออ ยอมรับว่าทำของเขาพังจริง แต่อะไรที่ช่วยลดจากหลักแสนให้เหลือหลักหมื่นได้ กูขอแก้ตัวน้ำขุ่นๆ นี่แหละ

 

            “ฉัน?”

 

            ไอ้คุณไคเลิกคิ้ว ทำหน้าเหมือนไม่รู้ตัวเลยว่าผิดตรงไหน จนต้องบอกเสียงสั่น

 

            “ก็คุณนั่นแหละ...คุณที่ดูหนังปะ...เอ๊ย หนังกะ...ก็...ก็หนังนั่นนั่นแหละ เพราะคุณนั่นแหละ”

 

            ผมพูดไม่ออกสักคำ ทั้งโป๊ ทั้งเกย์ หน้ามันร้อนผ่าวๆ เพราะภาพคนทำท่าหมาเอากันก็แวบเข้ามาในหัวจนต้อง...ปิดหน้า

 

            “ความผิดคุณ ใครเขาเอาหนังแบบนี้มาดูกันในห้องนั่งเล่นเล่า เป็นใครเห็นก็ตกใจทั้งนั้นแหละ”

 

            “งั้นหรือ ฉันควรดูในห้องนอนงั้นสิ”

 

            มันทวนถาม จนอยากจะว้ากลั่น อยากจะถามว่ามันจงใจเปิดแผ่นค้างไว้ใช่มั้ย ความจริงแล้ว มันต้องรู้ใช่มั้ยว่าผมจะเปิดดู ผมจะต้องอึ้ง แล้วผมก็ต้องเขินมากจนทำอะไรไม่ถูก สุดท้ายก็จะทำทีวีมันพัง...ความคิดที่ผมเองยังรู้เลยว่ามโนไปเอง

 

            ใครจะบ้ารู้ว่าผมจะเหยียบรีโมทหรือเปล่า ดังนั้น มันนั่นแหละบ้ากามที่เปิดหนังโป๊ดูอร่างฉ่างขนาดนี้!

 

            “ตกลงเป็นความผิดฉัน”

 

          ถ้ามึงรับก็ความผิดมึงนั่นแหละ!

 

            ผมก็อยากพูดแบบนี้หรอกนะ แต่พูดไม่ออก เพราะแม่สอนมาว่าไม่ควรจะยัดเยียดความผิดตัวเองให้คนอื่น เป็นลูกผู้ชายต้องกล้าทำกล้ารับ แต่ตอนนี้...หั่นความผิดกันคนละครึ่งเถอะ

 

            “คุณ...คุณก็มีส่วนผิด”

 

            ผมพยายามสู้สายตาของมัน ด้วยการเงยหน้าและตาเปียกน้ำขึ้นมองเข้าไปในดวงตาไร้อารมณ์ มือป้ายไปตามแก้ม หวังว่ามันจะยอมรับฟัง แต่แล้ว ไอ้หน้าตาประหนึ่งมาเฟียหนังฮ่องกงก็...แสยะยิ้ม

 

            “งั้นฉันก็ต้องช่วยสินะ”

 

            “ชะ...ใช่ คุณต้องช่วยด้วย”

 

            ผมนับถือใจตัวเองมากที่กลัวแทบตายแต่สู้ไม่ถอยขนาดนี้

 

            คำตอบที่ไอ้เจ้าของห้องก็นิ่งไปครู่หนึ่ง แล้วมันก็พยักหน้า ท่าทางที่เกือบจะทำให้ผมโล่งใจ ถ้าไม่ใช่เพราะว่า...

 

            หมับ

 

            “!!!

 

            ขวับ

 

            ทันใดนั้น ผมก็รู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างมาคว้าเข้าที่ส่วนล่างของร่างกาย จนสะดุ้งสุดตัว แล้วใบหน้าก็ก้มฟึ่บลงมอง สมองยังไม่เชื่อสัมผัสของร่างกาย แต่พอก้มลงไปเห็นกับตา ผมนี่ค้าง ค้างเลย ค้างสุดๆ เพราะ...มือมันจับเป้ากางเกงของผม!!!

 

            “งั้นฉันจะช่วยก็แล้วกัน”

 

          อ๊ากกกกกก ไม่ใช่นะ ไม่ใช่ ไม่ใช่แบบนี้สิ!

 

            ผมไม่ใช่ไม่อยากเถียงนะ แต่เสียงมันไม่หลุดออกมาจากปากแล้ว แม้แต่แขนขายังไม่มีแรงขยับไปปัดมันทิ้ง เพราะ...ช็อกตาตั้ง

 

            งานนี้จะไม่ให้ผมช็อกได้ยังไง เมื่อผมสาบานได้ว่าตั้งแต่เกิดมา ถ้าไม่นับรวมพยาบาลกับหมอ ก็มีแค่พ่อที่ตายไปแล้วของผมเท่านั้นที่เคยจับหนอนน้อยตัวนี้ แม่ก็ยังไม่เคย ดังนั้น นี่ครั้งแรก ครั้งแรกที่มีคนมาจับไอ้นี่ให้ แถม...ผู้ชาย!

 

            ผู้ชายอันตรายที่บอกผมว่า...ไม่ปลอดภัยแล้ว

 

          มันจะเอาตัวกูจ่ายหนี้!

 

            “ดูแค่นี้ก็ตั้งแล้ว”

 

          ตั้งอะไร กูเปล่าตั้งนะ เปล๊า!!!

 

            “อ้ะ!

 

            ผมปฏิเสธเสียงหลง (ในใจ) ยังไม่ทันจะรับรู้เลยว่ามันตั้งจริงหรือหลอก ก็ต้องสะท้านเฮือก เมื่อผม...เปล่งเสียงร้องประหลาดออกมาจากคอ

 

            ผมน้ำตาไหลแล้วนะ ตอนที่ก้มลงมองเป้ากางเกงที่ถูกคลึง

 

            “ยะ...อย่า...”

 

            “ก็ไหนบอกว่าเป็นความผิดของฉัน ฉันก็จะรับผิดชอบไง”

 

            ผมกลัวจนหลับตาปี๋ เมื่อเจ้าของห้องโน้มหน้าเข้ามาจนชิดกับซอกคอผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ แล้วมันเป็นบ้าอะไรที่ต้องกระซิบข้างหูผม เป่าลมเข้าไปในนั้นจนผมขนลุกซู่ เม้มปากแน่น เมื่อเสียงอะไรก็แล้วแต่กำลังจะหลุดลอดออกมา อีกทั้งข้างล่าง...มันกำลังเกลี่ยเล่นอะ!

 

          กูสั่น กูไม่สู้ กูเสีย...ว...

 

            “อ้ะ มะ...ไม่เอา...”

 

            ผมพยายามปฏิเสธ ทั้งที่ร้องไห้ไปด้วย แต่มันไม่มีปรานีผมเลย ทั้งยังกระซิบเสียงแหบพร่าข้างหู จน...ขนลุกไปทั้งตัว

 

            “ฉันดูค้างเอาไว้เพราะเรื่องงาน แต่ไม่คิดว่าเธอเห็นแค่นี้ก็ตั้งแล้ว...เดี๋ยวฉันเอาออกให้

 

          ไม่เอานะ ไอ้บ้ากาม ไม่เอา ฮือ ทำไมมือมันลูบได้เสียวงี้วะ!

 

            สมองผมหยุดการทำงานไปแล้วจริงๆ อาจจะเพราะร่างกายกำลังเปิดรับสัมผัสใหม่ที่ชาตินี้ไม่เคยรู้มาก่อน ผมไม่รู้จริงๆ นะว่าเมื่อมีคนจับตรงนั้น ผมจะหน้าร้อนวูบ ใจสั่นฉิบหาย ตัวสั่นริกๆ และ...คราง

 

            “จะได้สบายตัวไง”

 

          มึงมันไอ้แก่ตัณหากลับ

 

            “ฮื่อ มะ...ไม่...ฮึก...”

 

            ผมด่ามันได้แค่ในใจ ไม่สนหรอกว่าไอ้แก่นี่ว่าจะอายุมากกว่าผมแค่ 8 ปี แต่ตราบใดที่มันยังคงพยายามล่อลวงผมด้วยเสียงต่ำๆ ยังกับหลอกเด็กสามขวบ ผมก็คิดว่ามันตัณหากลับนั่นแหละ แล้วผมก็ไม่ใช่เด็กสามขวบด้วย แต่เป็นเด็กยี่สิบ และที่มันจับก็ไม่ใช่อมยิ้ม แต่เป็นไอติมแท่งของผม!

 

            ดังนั้น...

 

            “ฮึก...”

 

            ผมก็หันกลับไปมองหน้ามัน พร้อมกับ...แบะ

 

            น้ำตาผมไหลออกมา ตอนที่บอกเสียงสั่นระริก

 

            “มะ...ไม่เอา...น้องแตมกลัว...ยะ...อย่าทำน้องแตม...เลย...อย่าทำ...นะ...ฮึก...”

 

            ผมรู้หรอกว่าน่าสมเพช แต่ความกลัวมันทำให้หลุดปากพูดแบบนี้ออกไป ได้แต่ช้อนตาขึ้นมอง พยายามขอร้องให้มันหยุดทำอะไรก็ตามที่คิดจะทำอยู่ นี่ถ้ามีสมองคิดได้มากกว่านี้ ผมจะยกแม่ผมมาอ้าง ยกความเป็นคน เป็นมนุษย์ หรืออะไรก็ตามที่ทำให้มันหยุด แต่สิ่งที่ออกจากปากผมมีแค่...

 

            “อย่าทำ...น้องแตมเลย...กลัวแล้ว”

 

            ผมแบะ ผมร้อง ผมน้ำตาไหล ผมขอร้องมัน หวังจะขอความเห็นใจ แต่สิ่งที่ได้มา...

 

            ฟึ่บ

 

          อะไรทิ่มตูดกูวะ

 

ต่อค่ะ

 

            ผมค่อยๆ ก้มลงมองช้าๆ เมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่แนบกับสีข้าง และนั่นก็ทำให้ผม...

 

            “เหวอออออ”

 

            บิ๊กไบค์ไซส์จัมโบ้!!!

 

            ผมร้องลั่น มองสิ่งที่มาดันกับหน้าขาผมด้วยความช็อก งานนี้แหละ ไม่ต้องขอร้อง ไม่ต้องอ้อนวอนแล้ว อย่างนี้มันต้อง...หนี

 

            พลั่ก

 

            “ปล่อย...ปล่อยนะเว้ย ปล่อย!!!

 

            ตอนแรกผมคิดว่าผมช็อก แต่พอเจอของแท้แนบตูดเท่านั้นแหละ สติมา ปัญหาเกิด หนีก่อนเถิดจะสัมฤทธิ์ผล ดังนั้น สองมือจึงทั้งผลักทั้งดัน สองเท้าพยายามถอยหนี ตายังจ้องเป้งที่ของใหญ่ไซส์น่ากลัว แบบที่มันก็บอกเสียงเข้ม

 

            “อย่าดิ้น”

 

          ไม่ดิ้นก็บ้าแล้ว โดนทีไส้กูไม่แตกหรือนั่น!!!

 

            “ปล่อยนะ ปล่อยแตมนะ แม่ ช่วยแตมด้วย!!!

 

            ผมหนีสุดแรงเกิด สองมือพยายามผลักมันให้พ้นตัว แต่เพราะมันเองก็ยึดแขนผมไว้แน่น เมื่อบวกกับกองเสื้อผ้าระเกะระกะ สิ่งที่ผมไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

 

            พรืด

 

            “อ๊ากกกกก”

 

            โครม

 

            จึ้ก

 

            ใช่ ผมลื่น ผมล้มลงไปบนกองกับเสื้อผ้า แล้วก็ไม่น่าแปลกใจที่มันเองก็ล้มตามผมไปด้วยเพราะยังยึดกันไว้แน่น แต่สิ่งที่ทำให้ผมยิ่งกว่าช็อก ยิ่งกว่าค้าง ยิ่งกว่าแม่งอะไรทั้งโลกรวมกันคือ...

 

            ขวับ

 

            ผมนี่น้ำหูน้ำตาไหลเลยครับ เพราะ...ไส้กรอกจิ้มพุง

 

            ตอนนี้ผมนึกถึงไส้กรอกร้อนๆ ที่พนักงานเซเว่นถามว่าให้อุ่นให้มั้ยคะ แล้วเปิดความร้อนสุด แล้วนั่นแหละที่เอามาแนบตูดผม คือเข้าใจมั้ยว่าแม่งร้อนเหี้ยๆ แถม...แข็งเหี้ยๆ เลยครับ

 

            “จะดิ้นทำไม ล้มจนได้”

 

            “กะ...ก็...”

 

          ก็มึงนั่นแหละไอ้บ้า

 

            ผมพูดไม่ออก เพราะการขยับตัวมันทำให้ไส้กรอกขยับที่ ดังนั้น อย่าว่าแต่ด่า หายใจยังไม่กล้า ได้แต่มองขึ้นไปที่เพดาน แต่เพราะช่วงตัวมันยาวกว่าผม การมองขึ้นก็ไม่ต่างจากการมองหน้ามัน แล้วพระเจ้าช่วยไอ้แตมด้วยเถอะครับ

 

            “เฮ้อ...แฮก...”

 

            มันหอบครับ เสียงสั่นพร่าจนผม...โพล่งเสียงดัง

 

          “แตมไม่ขายตัวใช้หนี้นะ!!!

 

            น้ำตาหยดโตๆ ไหลอาบแก้ม และมันคงเรียกคะแนนสงสารของใครต่อใครได้ดี ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้หน้านิ่งขมวดคิ้วฉับ ดวงตาหรี่ลงจนผมตัวสั่น แล้วมันก็บอกเสียงเข้มยิ่งกว่า

 

            “พูดอะไรน่ะ”

 

          ก็มึงอะ ทำไรล่ะ!

 

            “ก็...แตมทำทีวี...พัง...”

 

            “แล้วไง”

 

          ก็เพราะทีวีไม่ใช่หรือไงวะ มึงถึงคร่อมทับกูอยู่นี่ไงล่ะ

 

            “จะทำงานให้นะ...ฮึก...ไม่เอา...กลัว...”

 

            คนฟังแทบจะคิ้วชนกัน เสริมความน่ากลัวไปอีกเท่าตัว จากนั้นมันก็ส่ายหน้า

 

            “เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว”

 

          กูเข้าใจถูกสุดๆ แล้วต่างหาก หลักฐานนี่คาพุงกูเลย

 

            “เฮ้อออ”

 

          มึงอย่าขยับ มันโดน!

 

            คราวนี้ผมเงียบกริบ แขม่วพุงสุดความสามารถ หนีจากวัตถุอันตรายสุดชีวิต แบบที่คนคร่อมทับอยู่บนตัวผมก็ยกมือเสยผมยุ่งๆ ที่ไม่ได้เซ็ตเหมือนตอนออกจากบ้าน จากนั้นก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ จนอยากจะถามว่าก่อนจะพูดอะไร เอาออกไปก่อนมั้ย คือสะดือกูเนี่ย ถ้ามันประท้วงได้ คงบอกว่าเสียบริสุทธิ์ไปแล้วแหละ

 

            “ฉันไม่ได้ให้เธอขายตัวใช้หนี้ ไม่ได้เกี่ยวกับทีวีนั่นเลย แต่ฉัน...เฮ้อ” มันก้มลงมามองตาผมแล้ว ก่อนที่จะเหลือบมองข้างล่าง

 

            “เธอมีอารมณ์ ฉันก็แค่จะช่วย”

 

          ใคร! ใครมีอารมณ์ ไม่มี๊

 

            “แล้วเธอก็บอกเองว่าให้ฉันช่วย”

 

          บ้านพ่อมึงดิ

 

            ผมปฏิเสธหัวชนฝา ไม่คิดว่าตัวเองมีอารมณ์ ถ้าไม่ใช่เพราะว่ามันกำลังเอามือมาแตะโดน จนสะดุ้งโหยง เม้มปากแน่น กลัวเสียงหลุดรอดออกมา เป็นการยืนยันว่าหนังโป๊เกย์ที่เปิดในช่วงเวลาสั้นๆ ทำให้คนที่ไม่ค่อยจะปลดปล่อยอย่างผม...มีอารมณ์

 

            ทว่า มันจะบอกว่าทั้งหมดที่ทำลงไปนี่เพราะเห็นว่าผมตั้ง เห็นว่าผมขอร้องให้ช่วย มันเลยจะช่วยปล่อย...งั้นสิ

 

            “ไม่เชื่อ”

 

          ใครเชื่อก็บ้าแล้ว จะช่วยกันใครเขารู้สึกเองบ้างเล่า

 

            ผมสั่นหัวอย่างแรง หัวเด็ดตีนขาดก็ไม่เชื่อ รู้สึกว่าตัวเองยังมีอันตรายไม่ต่างจากเดิม จนต้อง...ยกมือไหว้

 

            “ปล่อยแตมไปเหอะนะ...อย่าทำแตมเลย เห็นแก่...ฮึก...แม่แตมนะ”

 

            น้ำตาหยดโตยังไหลไม่หยุด ซึ่งมันก็มองผมอย่างชั่งใจ แล้วถอนหายใจ...แบบหงุดหงิดด้วย

 

            ไอ้คุณไคหงุดหงิดแบบนี้เพราะผมเอาแม่มาอ้างน่ะสิ แล้วมันต้องได้ผลใช่มั้ย มันเลยหงุดหงิดที่จะต้องปล่อยผมไป แล้วแบบนี้ผมจะเชื่อได้ไงว่ามันบริสุทธิ์ใจ อีกทั้ง...

 

            ฟึ่บ

 

            ร่างสูงใหญ่ก็ใช้สองมือคร่อมทับอยู่ข้างหัวผม กดสายตามาสบกัน จนผมตัวแข็งทื่อ ปลายเท้าเผลอจิกลงพื้น เบือนหน้าหนี ขณะที่ไอ้คุณไคโน้มลงมาจนชิดซอกคอ จากนั้นมันก็บอกด้วยเสียงเด็ดขาด

 

          “ฉัน...ไม่ปล่อยเธอไปหรอก”

 

            ผมงี้กลัวจนฉี่จะราด นึกว่าเสร็จแน่กู วันนี้โดนแน่ๆ ขนาดเอาแม่มาอ้างก็ยังไม่ได้ผล จนต้องหลับปี๋อย่างไม่อาจหลีกหนีชะตากรรมพ้น แต่ที่ไหนได้...

 

            “ใช้ห้องว่างไปจัดการซะสิ”

 

            ความร้อนผ่าวที่แนบเอวผมมันหายไปแล้ว จนได้แต่ปรือตาขึ้นมอง แล้วพบว่าไอ้คนพูดมันลุกขึ้นยืนแล้ว ทั้งยังชี้นิ้วไปยังห้องหนึ่งสักห้องในนี้ จนผมที่กำลังนอนหมดสภาพ เนื้อตัวอ่อนแรงได้แต่กะพริบตาแรงๆ มองคนที่หันกลับมาสบตาผมอีกครั้ง แล้วถาม...

 

            “หรือจะให้ฉันช่วย”

 

            พรวด

 

            ตึง ตึง ตึง!

 

            ปัง!!!

 

            เท่านั้นแหละ ผมไม่รอให้มันถามเป็นรอบที่สองหรอก เรี่ยวแรงมีเท่าไหร่ ผมก็พาตัวเองพุ่งเข้าห้องไม่ยั้ง มือไม้สั่นระริก แม้แต่ตอนที่กดล็อกประตู ก่อนที่จะหอบหายใจหนักๆ เมื่อพบว่าผม...รอดแล้ว

 

            ผมพ้นจากเงื้อมมือมารร้ายแล้ว!

 

            ความคิดที่ทำให้ผมแทบจะรูดลงไปกองกับพื้น แต่เพราะหันไปอีกทาง ก็เลยเห็นเงาสะท้อนในกระจกที่ทำให้ชะงัก อ้าปากอ้าง พุ่งเข้าไปหามัน แทบจะดึงกระจกเงาออกมาจากโต๊ะเครื่องแป้ง ในเมื่อ...

 

            “นี่หน้ากู!!!

 

            ตอนนี้ผมเผ้าผมยุ่งเหยิงไปหมด ไม่รวมหน้าที่แดงก่ำไปถึงคอ ดวงตาที่ใครว่าหวานเปียกชื้นจนแพขนตาก็สะท้อนกับแสงอาทิตย์ข้างนอกวิบวับ สองข้างแก้มเปื้อนน้ำตา ขณะที่ปากก็แดงจัดจนน่ากลัวเพราะเม้มกัดเป็นเวลานาน ไหนเลยจะเสื้อผ้าที่ดูเหมือนเพิ่งถูกลากไปปล้ำ นอกจากนั้น...

 

            “นี่แน่ะ หลับไปสิ นี่แน่ะ ฮือออ!

 

            ผมเห็นชัดเต็มสองตาเลยว่าข้างล่าง...มันตั้งจริงๆ

 

            ส่วนเด่นนูนที่ทำให้ได้แต่ใช้มือตีมันเบาๆ บอกให้หลับซะ สงบซะ อย่าทำให้ผมอับอายมากไปกว่านี้ เพราะเพียงแค่นึกว่ามีคนอื่นเห็นผมสภาพนี้...ก็อยากตายให้มันรู้แล้วรู้รอด

 

            ตอนนี้ผมก็ยังรู้เลยว่าสภาพผมเรียกว่าอะไร...ยั่วให้แทง ยวนให้จิ้ม แบบปล้ำกูเลยเถอะ!

 

            “โอ๊ย หน้ากูเหมือนเพิ่งเสียซิงประตูหลังมา ฮือ แม่จ๋าา น้องแตมทำไงดี”

 

            งานนี้ผมจะกล้าสู้หน้ามันได้ยังไงวะเนี่ย

 


.............................................

 

ต่อค่ะ

 

            ผมอาจจะบอกว่าผมไม่มีหน้าออกมาเจอเจ้าของห้อง แต่ผมก็หนีกลับไปก่อนไม่ได้อยู่ดี เมื่อมันยังคงรอดักอยู่ที่ห้องรับแขก แล้วไม่รู้ว่าใช้กลบทไหน ไอ้ไส้กรอกหอมกรุ่นจากเตาก็กลับไปสภาพก่อนหน้า หากแต่สีหน้าราบเรียบยิ่งดูน่ากลัว ทำเอาผมสั่นพั่บๆ เดินตัวชิดกำแพง ตูดแนบผนัง สองมือบีบกันแน่น แล้วเริ่ม...ต่อรอง

 

            “ผม...ผมจะใช้หนี้ให้คุณ”

 

            “ไม่แทนตัวว่าน้องแตมแล้วหรือไง”

 

            “...”

 

            ผมนี่เงียบเลย หน้านี่ร้อนไปถึงหู นึกถึงตอนที่ใช้สรรพนามเวลาอยู่กับแม่แล้วมันก็น่าอาย จนพยายามวกกลับเข้าเรื่องเดิม

 

            “ผมยอมรับว่าทำมันพัง”

 

          ช่างแม่ง กูไม่ตอบแล้วจะทำไม

 

            เวลาที่ใช้สงบสติอารมณ์ไม่ได้ทำไปแบบเสียเปล่าหรอกนะ พอใจสงบ สมองผมก็เริ่มทำงาน แล้วพบว่าถึงผมจะหนีให้ตายก็หนีไม่พ้นว่าตัวเองเพิ่งจะทำของเขาพังจริงๆ ดังนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดคือการเจรจาขอผ่อนผันชำระหนี้ดีกว่าแถสีข้างถลอก

 

            ผมก็สารภาพอีกว่าไม่มีเงินหรอก คิดอยู่เหมือนกันว่าถ้าถึงที่สุดอาจจะต้องขอแม่ แต่...

 

          ฮื่อ ไม่ได้ๆ ที่รักเพิ่งเกิดมาได้ไม่กี่เดือนเอง แม่เองก็ต้องใช้เงิน มึงรบกวนแม่มาตั้งกี่ปี ตอนนี้แม่มีครอบครัวของตัวเองแล้ว มึงห้ามทำให้แม่เดือดร้อนเด็ดขาด

 

            ผมไล่ความคิดเรื่องขอให้แม่ช่วยออกไป ถึงจะรู้ว่าแม่ยิ่งกว่าเต็มใจช่วยผม แต่ผมไม่อยากเพิ่มภาระให้ แค่นี้แม่ก็เหนื่อยมากพอแล้ว ดังนั้นผมต้องจัดการปัญหานี้ด้วยตัวเอง

 

            “แต่ผมก็ยอมรับเหมือนกันว่าผมไม่มีเงิน”

 

            “ฉันก็บอกว่า...”

 

            “ถ้าคุณรอผมเก็บเงินใช้หนี้อีกปีก็คงยังไม่ได้คืน!

 

            ผมไม่รู้หรอกว่ามันจะพูดว่าอะไร จะเอาเงินฟาดหน้าผม หรือปลดหนี้ให้ แต่ผมไม่ต้องการ การต้องเป็นหนี้ทางใจอาจจะแย่ยิ่งกว่าเป็นหนี้ในรูปแบบของตัวเงินด้วยซ้ำ และผมไม่ต้องการเป็นหนี้ใครทั้งนั้นบนโลกนี้ ผมเลยพูดด้วยเสียงที่ดังกว่า เพื่อกลบเสียงของมัน แล้วว่าต่ออย่างตัดสินใจดีแล้ว

 

          “ผมจะทำงานชดใช้ให้”

 

            “...”

 

            คราวนี้เจ้าของห้องเงียบ ราวกับบอกว่า...พูดต่อไปสิ

 

            ท่าทางที่ผมก็สูดหายใจลึกๆ รู้หรอกว่าการทำแบบนี้มันเสี่ยงเสียบริสุทธิ์ยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด ยิ่งหลังจากที่เจอเรื่องบ้าๆ นี่แล้ว แต่ผมไม่มีทางเลือก

 

            “ผมจะมาทำงานบ้านให้คุณ”

 

            “หือ”

 

            มันส่งเสียงแปลกใจ จนผมพยายามสวมวิญญาณเซลล์โน้มน้าวเต็มที่

 

            “กะ...ก็ทุกวันนี้คุณต้องจ้างแม่บ้านทำงานบ้านให้ใช่มั้ยล่ะ คุณก็ยกเลิกซะ แล้วผมจะมาทำให้ตอนเลิกเรียนแทน ผมอาจจะไม่ใช่มืออาชีพ แต่ผมคิดว่าผมทำได้ แล้วผมมาบ่อยกว่าด้วย จะไม่ปล่อยให้บ้านคุณกลายเป็นรังหนู รังแมลงสาปแบบตอนนี้แน่” ผมกัดมันเต็มคำ แล้วคงโชคดีที่ไอ้คุณไคไม่ได้เล็งที่ประเด็นนั้น  

 

            “เธอบอกว่าจะมาทำให้หลังเลิกเรียน?”

 

            “อะ อืมๆ อาทิตย์ละ เอ่อ สามวันเป็นไง”

 

            “ห้า”

 

          ห้ะ กูก็ไม่ต้องทำห่าอะไรแล้วสิ

 

            ผมนี่เหวอเลย ใครจะคิดล่ะว่ามันจะล่อทั้งอาทิตย์ แต่ยังไม่ทันจะได้แย้ง

 

            “ถ้าสามก็เท่าแม่บ้านที่นี่”

 

          นี่มาสามวันยังรกได้ขั้นนี้อีกหรือวะ

 

            ผมอยากจะถามนะ แต่ในฐานะลูกหนี้ ผมก็ทำได้แค่เงียบ มองคนที่ขยายความด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ทำยังกับเซลล์บนหน้าตายหมด

 

            “สองวันฉันก็ทำรกแล้ว”

 

            แล้วผมจะทำอะไรได้ล่ะ นอกจาก...

 

            “ห้า...ก็ได้”

 

          ก็ต้องตกลงน่ะสิวะ!

 

            ความคิดที่ทำให้ผมคอตก กัดฟันกรอด แต่มันแสยะยิ้มจนน่าจิ้มตาแตก

 

          นี่ต่อไปนี้กูจะต้องเจอมันอาทิตย์ละตั้งห้าวันเชียวหรือเนี่ย

 

            ผมคิดก็ท้อแล้ว แต่ไม่มีเวลาท้อนาน เพราะเมื่อหันไปมองนาฬิกา มันก็บอกว่าถึงเวลาที่ผมต้องไปทำงานอื่นต่อ ดังนั้น ผมเลยว่าเสียงเบาหวิว

 

            “แต่เริ่มงานอาทิตย์หน้านะ วันนี้ผมกลับก่อน เดี๋ยวไปทำงานไม่ทัน”

 

            ว่าจบ ผมก็เตรียมชิ่ง แต่...

 

            “เดี๋ยว!

 

            ผมล่ะกลัวไอ้คำนี้จริงๆ แต่ก็ทำได้แค่หันกลับมามองคนที่ขยับเข้ามาใกล้ เผลอเหลือบมองลงต่ำ จนขามันก็ก้าวถอยหลังเองโดยอัตโนมัติ แต่ดูเหมือนไอ้เจ้าของห้องจะไม่รู้สึกรู้สาว่าผมโคตรจะไม่อยากเข้าใกล้ เพราะมือใหญ่ยื่นออกมา ให้ต้องว่าเสียงขุ่น

 

            “ผมไม่เอาเงินคุณนะ”

 

            “เปล่า ไม่ใช่เงิน อันนี้ให้ไว้ใช้”

 

            มันพยักหน้าอีกทีราวกับบอกว่าให้แบมือ และแม้ผมจะไม่อยากรับของจากไอ้คุณไค แต่พอก้มลงมองแล้วเห็นปลายซองที่โผล่พ้นมือ ผมก็คิดว่าคงเป็นลูกอมไม่ก็ขนม และมันอยู่ในระดับที่รับได้ จนยื่นมือออกไปอย่างกล้าๆ กลัวๆ แบลงตรงหน้า

 

            “เมื่อกี้เห็นท่าทางแล้วเธอน่าจะยังไม่มี”

 

            มันยิ่งทำให้ผมสงสัยไปอีกเท่าตัวว่าลูกอมเกี่ยวอะไรกับเรื่องเมื่อกี้ จนขมวดคิ้วฉับ

 

            ฟึ่บ

 

            ของในมือมันหล่นมาในมือผมแล้ว จนต้องหรี่ตามอง

 

          เดี๋ยวนะ!

 

            ตอนแรกผมอาจจะคิดว่าเป็นลูกอม แต่พอได้เห็นด้วยสองตาชัดๆ...

 

            ผัวะ

 

          “ไปตายซะไอ้บ้าใครบอกว่าอยากได้ถุงยางไว้ใช้วะ!!!

 

            ถุงยาง...ถุงยางแน่นอน แม้จะไม่เคยซื้อ ไม่เคยแตะของจริง เคยเห็นแต่ในคาบวิชาสุขศึกษา แต่นี่มันถุงยาง!!!

 

            เท่านั้นแหละ ผมก็ขว้างของในมือไปกระแทกหน้าเจ้าหนี้รายล่าสุดและรายเดียวในชีวิต ด่าเต็มเสียง จากนั้นก็เผ่นสิครับ จะรอมันมาจับแดกหรือไง

 

            ขณะที่ในใจก็ถามตัวเองว่า...

 

          แล้วครั้งหน้ากูจะรอดมั้ยวะเนี่ย กว่าจะใช้หนี้จบ กูไม่ไส้แตกสักรอบสองรอบเลยหรือไง!!!

 

.........................................

 

            ครบค่ะ ส่วนท้ายไม่ยาวเนอะ พอดีอยู่ในช่วงเมย์หายไปปั่นงานพอดีอะงับ เลยขาดช่วงเลยเนอะ มามะ กลับมาตอนนี้ ถุงยางค่ะ ไม่ใช่ลูกโป่ง ถุงยางค่ะ ไว้สวม ไม่ได้เอาไว้เป่าเล่น ถุงยางค่ะ (มึงจะเน้นอีกกี่รอบ) นั่นแหละจ้า แค่ถุงยาง น้องยังปาถุงใส่ แต่เห็นของพี่ไคไซ้...คงลมแดกนั่นแหละเออ

            ว่าแล้วก็ต้องเล่า เมย์เอาอิมเมจอึนวูจาก Astro มาเป็นเมจน้องแตมค่ะ แล้วเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาก็ไปดูมีตมาด้วย คิดในใจ เลือกถูกคนแล้วโว้ยยยยยย พอไปดูของจริงเท่านั้นแหละค่า ขอเถอะนะ เด็กคนนี้ ขอแม่ปู้ยี่ปู้ยำในนิยายเถอะนะ คือเด็กมันน่าร้ากกกกก เห็นหน้าตอนร้องไห้แล้วจมูกไม่แดง มีแค่น้ำตาไหลลงมานี่คนหรือนางฟ้าคะ (ติ่งเด็กก็บอก ฮา) ดังนั้นขออนุญาตแฟนคลับน้องนะคะ ว่าจะจัดเต็มให้น้องแตมแล้วนะเออ

            อ้อ ยังไงก็เม้นให้หนูเต๊อะเนอะ ปั่นต้นฉบับอยู่งับ ต้องการกำลังใจแรงมากอะ ฮือออออ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 780 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10316 teeranan6270 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 18:18
    จะได้ใกล้ชิดกันแน้ววววว
    #10,316
    0
  2. #10312 Chompoo_mg (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2562 / 01:40
    อึนวูคือดีจริงๆ ฮืออออน้องงง แอบอิมเมจพี่ไค เป็นคิมไคด้วยแหละ55555555 ชื่อมันตรงไงขอหน่อย
    #10,312
    0
  3. #10302 lio99 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:22
    ไคต้องการอะไร ไอฟึ่บ ขวับ พึบ ตึง ซาวแระกอบเยอะไปไหม หงุดหงิดเอาจริง
    #10,302
    0
  4. #10258 Pimnok2124 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 10:04
    ทำไมตั้งแล้วไม่รู้โอ้ยน้องแต๊มมมม5555+
    #10,258
    0
  5. #10209 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 17:16
    รู้กแมะจะรอดอีกกี่วันคะรูก...
    #10,209
    0
  6. #10110 rattanalak44 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 22:46
    เฮ้อสงสารทั้งขำน้องแตม หลงกลเขาจนได้ โดยที่เขายังไม่ได้ทำไรเลย..สู้ๆนะลูก
    #10,110
    0
  7. #10063 pusu (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 22:14

    มาหาเขา5วัน เข้าทางเขาเลย

    #10,063
    0
  8. #9728 NaPretty (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 กันยายน 2561 / 19:29
    https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-big-10.png 555 เล่นเองเลยนะน้องแตม
    #9,728
    0
  9. #9598 lills (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 09:12
    5555555555555
    #9,598
    0
  10. วันที่ 6 มิถุนายน 2561 / 18:18
    อย่างนี้ก็เข้าทางเลย
    #9,270
    0
  11. #9186 YiPPyBaeKHyuN (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 09:58
    น้องงงงงง
    #9,186
    0
  12. #8855 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 20:39
    ได้กันๆๆ 555555
    #8,855
    0
  13. #8735 pcy921 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 18:27
    เนื้อเข้าปากเสือไค
    #8,735
    0
  14. #8414 som.vrs (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:47
    ทำไมเอาคุณชาของน้องมาปู้ยี้ปูยำ แต่น้องก็แอบเอ็นดู555555
    #8,414
    0
  15. #7699 mahnuch (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 23:33
    ไม่ค่อยอยากเจอแตมเลย เสนออาทิตย์ละ 5 วัน 55555555555
    #7,699
    0
  16. #7460 xiaoly (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 21:15
    เข้าทางพี่เค้าเลยทีเดียว 55555
    #7,460
    0
  17. #7351 minixiuminseok (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 13:15
    น้องแตมมมม
    #7,351
    0
  18. #6171 ikonyg (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 17:02
    โอ้ยยนนน ชอบอะน้องน่ารักมากเลย อิพี่นี่ก็เนอะ 555555
    #6,171
    0
  19. #5522 ReindyWang (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2560 / 09:25
    ขอโทษเมย์ที่เพิ่งเห็นเรื่องนี้ >< ตามมาอ่านละนะ แล้วก็อยากถามว่าเรื่องนี้จะเอาไปขายที่งานหนังสือมั้ย
    #5,522
    0
  20. #5328 MineDonghae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 06:38
    พี่ไคกับพี่ป้องนี่สมกับเป็นเพื่อนรักกันจริงๆเลย เรื่องล่อลวงหลอกลวงเด็กเนี่ย เจ้าเล่ห์ทั้งคู่ 555555555 แต่น้องแตมลูกกก หนูน่ารักใสใสแบบนี้อิพี่ไคก็แกล้งสนุกเลยจิ
    #5,328
    0
  21. #4593 Pop Wimonphan (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2560 / 23:42
    พี่ไคล่อลวงเลาก็ด้ายยย
    #4,593
    0
  22. #4081 B2umy-Armty (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2560 / 18:46
    น้องแตมมม ลูกกกก5555555555
    #4,081
    0
  23. #4006 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2560 / 20:02
    5555555
    #4,006
    0
  24. #3755 Tawonf (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 00:12
    โอ้ย น้องแตม5555
    #3,755
    0
  25. #3713 Praew (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 20:47
    น้องมันขี้อาย 555555
    #3,713
    0