[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 5 ซาลาเปาลูกโต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 50,548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 643 ครั้ง
    24 มี.ค. 60




ตอนที่ 5 ซาลาเปาลูกโต

 

 

 

เฌอแตม

 

            สิ่งสุดท้ายที่ผมเห็นก่อนจะหลับคือโดโด้แมนมีหางสั่นได้ (?) กำลังเต้นดุ๊กดิ๊กควงสว่านอยู่รอบตัว เสียงร้องประหลาดดังวี้ๆ คล้ายเสียงเครื่องนวดดังก้องในหัว ทำเอาหัวใจเต้นรัวแรง แต่นั่นไม่ใช่ความรู้สึกตื่นเต้นแทบบ้าที่ได้เห็นสิ่งมหัศจรรย์ที่มนุษย์สร้างขึ้น หากแต่เป็นความกลัวสุดขีดที่ได้เห็นด้านคาวโลกีย์ของคน ทำเอาสติดับวูบ อยากเอาหัวโขกข้างฝาตายๆ ไปเลย

 

            “อือ”

 

            ผมจึงภาวนาสุดหัวใจว่าโดโด้แมนเป็นเพียงความฝัน เสียงวี้ๆ เป็นเพียงเสียงยุงตีกัน ดังนั้น ตอนที่ลืมตาขึ้นมาช้าๆ ผมจึงหวังว่ากำลังนอนอยู่ในหอพักที่สะอาดสะอ้านของตัวเอง ไม่ใช่...

 

            “เพดานไม่คุ้นเลยอะ”

 

            สิ่งที่ลอยเด่นเหนือสายตาคือเพดานห้องสีขาวครีมที่ทุกขอบมุมเล่นลายปูนเป็นลวดลายสลักสวยๆ จนคิดว่าคงอยู่ในความฝัน ริมฝีปากถึงแย้มขึ้นมาเป็นรอยยิ้มบางแสนบาง

 

          อ่า สงสัยฝันถึงบ้านเก่าตอนอยู่กับพ่อ งั้นหลับต่อดีกว่า

 

            “ฟื้นแล้วหรือ”

 

            เฮือก!

 

            ทันใดนั้น ผมก็ต้องสะดุ้งสุดตัว ผวาลืมตาตื่น เมื่อเสียงใครคนหนึ่งดังแทรกความเงียบสงบขึ้นมา ได้แต่หันขวับไปมองที่มาของเสียง แล้วก็เห็น...ปีศาจตัวเป็นๆ!

 

            “คุณมาอยู่นี่ได้ไง!!!

 

            ผู้ชายตัวโตที่กำลังนั่งพิงพนักเตียง หันมามองด้วยสีหน้าเรียบเฉยเช่นทุกที และตอบกลับว่า...

 

            “ก็นี่บ้านฉัน”

 

            ขวับ

 

          โอ้ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยลูกช้างด้วย ลูกอยู่กลางดงมาร!

 

            พอมันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ผมก็หันขวับไปมองรอบตัว แล้วพบว่ายังอยู่ในห้องรกๆ ที่เสื้อผ้ากองโตยัดอยู่ในตะกร้าผ้าใบใหญ่ เพียงแต่ว่าพอหันมองรอบตัวก็เจอ...หมอน...ผ้าห่ม...หมอนข้าง...ผ้านวม...และ...เตียงที่กูนอนอยู่นี่ไง

 

            “ผะ...ผมมานอนนี่ได้ไง!

 

            ในเมื่อนี่ไม่ใช่ห้องผม ดังนั้น ต่อให้โง่แค่ไหนก็รู้ว่าเตียงที่นอนอยู่นี่...เตียงมัน!!!

 

            “อยู่ๆ เธอก็เป็นลม ฉันเลยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ กลัวไอ้นี่ขนาดนั้นเชียว”

 

            หมับ

 

            เฮือก!!!

 

            “อย่าเอาเข้ามานะ!!!

 

            ไอ้คุณไคตอบคำถามอย่างเดียวไม่พอ มันหันไปคว้าอะไรบางอย่างที่วางอยู่ข้างหมอนขึ้นมาให้ดู...โดโด้แมนสั่นได้!

 

          ไม่ให้กูร้องงานนี้จะร้องงานไหนล่ะวะ

 

            จากที่ผมนอนตัวอ่อนแรงประหนึ่งเพิ่งรบกับปีศาจมา ผมก็ผุดลุกขึ้นด้วยอาการผวา สองขาถีบฟูก เพื่อดันตัวให้ชิดกับพนักเตียงอีกฝั่งมากที่สุด ไปให้ไกลที่สุดเท่าที่จะไปได้ สายตามองเพียงไส้กรอกสีดำเมี่ยมที่แม้บัดนี้จะหยุดสั่น แต่ความน่ากลัวไม่ลดลงเลย ดวงตาก็ร้อนผ่าวๆ แถมสั่นริกๆ จำไม่ลืมเลยว่าเมื่อกี้ไอ้นั่น...แนบเป้า

 

            “โอเค ถ้ากลัวฉันจะเอาไปเก็บในห้องทำงาน”

 

            วันนี้ดีหน่อยที่หมอนี่ยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ เพราะผมเห็นว่ามันเดินเอาทั้งแส้ ทั้งตะกร้อครอบปาก ทั้งของใหญ่ไปวางในกล่องใบหนึ่ง ราวกับบอกว่าเดี๋ยวเอาไปเก็บห้องทำงานที่ผมสาบานได้ว่าจะไม่มีวันเยื้องกายเข้าไปเด็ดขาด!

 

            แต่...มันเดินกลับมายืนข้างเตียงอีกครั้ง แล้วก้ม...

 

            “ไม่หนาวหรือ”

 

          หนาว...ไรวะ

 

            ผมก็งงสิ แม้ผมจะเป็นคนขี้หนาว แต่เพราะวันนี้ผมใส่เสื้อนักศึกษาแขนยาว ไม่มีทางอยู่แล้วที่ผมจะหนาวไปได้ ไหนจะกางเกงขายาวที่ปิดเนื้อตัวมิดชิดนั่นอีก ดังนั้น พอมันทัก ผมก็งง แต่พอมันก้ม ผมก็มองตาม แล้ว...

 

            “เฮ้ย!!!

 

          หัวนมตั้งเป็นไตแล้วไอ้แตม!!!

 

            หมับ

 

            ผมงี้คว้าผ้านวมมาคลุมถึงอกไม่ต่างจากนางเอกละครไทยยามที่เสียตัวครั้งแรก!

 

          เกิดอะไรขึ้น นี่มันเกิดอะไรขึ้น!!!

 

            ความคิดที่ทำให้ผมมุดเข้าไปใต้ผ้านวม ซึ่งแม้จะมืด แต่ตอนนี้ชัดเลย เนื้อตัวนี่รู้สึกเลยว่าไม่มีอะไรกางกั้นระหว่างตัวผมกับผ้าห่ม! อย่าว่าแต่หัวนมเลยที่เต่งเพราะเครื่องปรับอากาศในห้อง ข้างบนนี่เปลือยหมด ส่วนข้างล่าง...เหลือกางเกงในย้วยๆ เก่าๆ (แต่สะอาดนะเว้ย) อยู่ตัวเดียว

 

            สิ่งที่ผมเห็นที่ทำให้...แบะอีกแล้ว

 

          กูไม่ใช่คนขี้แงนะ แต่ตั้งแต่ชีวิตกูเจอไอ้เหี้ยนี่ กูร้องมากี่ครั้งแล้ว!

 

            ผมคิดไปตัวสั่นไป สองมือกอดผ้านวมแน่น ในใจคิดว่าเสร็จแล้ว ไปหมดแล้ว พรหมจรรย์ล้ำค่าที่ต่อให้ได้ตังค์สักเท่าไหร่ก็ไม่เคยคิดจะขาย มันไปหมดแล้วเพราะไอ้บ้าหน้าผู้ร้ายคนนี้ จนจากที่สะอื้นเบาๆ ในคอ วินาทีแห่งความสติแตกก็มาถึง

 

            “ฮึก ฮืออออ ฮึก ทำ...ทะงี้...กับแตม...ได้ไง....ทำ...กับ ฮึก...แตม...ได้ไง...”

 

            “หืม”

 

            ผมได้ยินเสียงไอ้คุณไคร้องอย่างประหลาดใจ และนั่นก็ทำให้ผมเองก็ยิ่งร้อง...ทั้งที่นั่งคลุมโปงเนี่ยล่ะ

 

            “ทะ...ทำไมทำงี้...ใจร้าย...คุณมัน...คน...ใจร้าย....ปีศาจ....ฮึก...”

 

            “ฉันทำอะไรเธอ”

 

          อย่ามาไก๋นะเว้ย นี่ครั้งแรกของกูเลย!!!

 

            “แตมจะฟ้องแม่...จะฟ้องว่าถูก...ข่มขืน...ฮึก...ฮือ แงงงงงงงงง”

 

            หมับ...

 

            “ออกมาคุยกัน”

 

            “ไม่เอา! ไม่คุย คุณมันเลว ชั่ว! ทำงี้กับแตมได้ไง คุณมันใจร้าย!!!

 

            ผมรู้สึกได้ว่ามันกำลังพยายามดึงผ้านวมออกไป แต่ผมเองก็ยื้อสุดความสามารถ กอดตัวเองกลมดิ๊ก เอาผ้านวมเป็นโล่ป้องกันอีกที ขณะที่ไอ้เจ้าของห้องเองก็ดึงชายผ้าแรงๆ จนผมเองก็ยื้อกลับ ยืนยันจะร้องไห้ไป ด่ามันไปงี้เนี่ยแหละ และจบงานนี้ผมจะฟ้องแม่จริงๆ ด้วย

 

            “เฮ้ย เฌอแตม อย่าดึง”

 

          อย่ามาเรียกชื่อกูนะ!

 

            ตุบ

 

            “โอ๊ย! ปะ...ปล่อยนะ ออกไปสิ ออกไป!!!

 

            ผมไม่เห็นหรอกว่ามันเองกระชากอีท่าไหน เพราะรู้เพียงแค่มีอะไรหนักๆ มาทับบนตัว เท่านั้นแหละ ดิ้นพราดๆ เหมือนไส้เดือนโดนน้ำร้อนลวก ทั้งแขนทั้งขาพยายามถีบไอ้บ้าที่ทับอยู่ออก คิดว่าโดนแน่ นี่ครั้งแรกเพิ่งผ่านไป (?) กูต้องโดนอีกแล้วหรือวะ

 

            ดังนั้น...ไอ้แตมสู้ตาย!!!

 

            หมับ

 

            “นิ่งๆ สิ!

 

            “ปล่อย! เอาขาออกไป เอาออกไป อย่ามาโดนนะ...” ทันใดนั้น ไอ้เจ้าของห้องก็รวบตัวผมไว้ จนผมยิ่งกลายเป็นเพนกวินในผ้านวมผืนใหญ่ แต่เท่านั้นไม่พอไง มันยันขายังไงของมัน หัวเข่ามันถึง...แทรกอยู่ระหว่างต้นขาของผม!

 

            “นิ่งแล้วฟังฉันก่อน”

 

            พรืด พรืด

 

          ฮื่ออออ หัวเข่ามึงสีลูกกูอะ แงงงง ไม่เอาแล้ว ไม่เอาไอ้บ้านี่แล้ว!!!

 

            ผมรู้สึกเสียววูบๆ ตรงแตมน้อย เมื่อคนบอกให้นิ่งกลับไม่นิ่งเอง มันจงใจใช้หัวเข่าถูไถเสียดสีเป้าผมแรงๆ จนผมเองก็พยายามถีบตัวหนีสุดความสามารถ แต่ทำไม่ได้ นี่ก็ชิดกับพนักเตียงแล้ว หัวเข่าก็ยิ่งถูเข้ากับเป้าผม จนสติกระเจิดกระเจิง

 

            “ไม่เอา...ไม่เอานะ...ไม่เอา...”

 

          “ฉันบอกให้ฟัง!!!

 

            กึก

 

            ผมนิ่งไม่ได้เพราะฟังคำสั่งของมันหรอกนะแต่ผมนิ่งเพราะเสียงตวาดนี่น่ากลัวจนทำอะไรไม่ถูก!

 

            ฟึ่บ...

 

            ทันใดนั้น ความมืดก็หายไป แทนที่ด้วยความสว่างไสว ทำเอาผมหันหน้าเปื้อนน้ำตาไปมองไอ้เจ้าของห้อง แล้วพบว่ามันกอดผมเอาไว้ทั้งตัว มือข้างหนึ่งกระชากผ้านวมออก ขาข้างหนึ่งยังยันอยู่ตรงเป้าผมอยู่เลย ขณะที่อีกข้างกดขาผมเอาไว้ แต่ที่ทำให้ผมยิ่งกอดอกแน่น กัดปากตัวสั่น น้ำตาร่วงพราวลงมาที่ข้างแก้ม น่าจะเพราะ..ใกล้จนน่ากลัว

 

            ไอ้คนที่ปล้ำผมมันหน้าห่างจากผมนิดเดียว

 

            แหมะ

 

            ความใกล้ที่ทำให้ผม...ปล่อยน้ำตาร่วงพราว

 

ต่อค่ะ

 

            น้ำตาที่คุณไคก็หรี่ตาลง แต่แล้วมันก็ยื่นมือเข้ามาหมายจะแตะต้อง

 

            ฟึ่บ...แน่นอนว่าผมเอียงหน้าหลบ ยามได้ยินเสียงทุ้มถาม

 

            “ฉันไปข่มขืนเธอตอนไหน”

 

          อย่ามาไก๋นะเว้ย ก็กูโป๊!

 

            “กะ...ก็เนี่ย...ก็...ฮึก...เลว ทำอะไร...ไม่รับ...” น้ำตาหยดโตๆ ไหลผ่านแก้ม หยดลงมาที่ปลายคาง ปากผมสั่นริกๆ ขณะที่ตัวยิ่งสั่นกว่า ทั้งผิดหวัง ทั้งเสียใจ ที่ทำให้ไอ้เจ้าของบ้านเอียงหน้านิด ก่อนที่จะกดสายตาน่ากลัวของมันลงมาดูหัวไหล่เปล่าๆ ของผม

 

          แม่จ๋า มันจ้องจะแดกน้องแตมอีกแล้ว!

 

            ผมอยากจะเขยิบตัวหนี แต่ทำไม่ได้ ตอนนี้สมองมันขาวโพลนไปหมด คิดว่าโดนแล้วแน่ๆ กระทั่งมันถามว่า...

 

            “บ้านเธอสอนว่าจับแก้ผ้านี่แปลว่าข่มขืนหรือ”

 

            “ปะ...เปล่า แต่คุณ...ทำผมอะ...ทำผม!

 

          ถ้าไม่ทำจะเหลือแค่กางเกงในได้ไง!

 

            “เฌอแตม ฟังฉันนะ”

 

            กึก

 

            แม้ว่าผมจะร้องไห้ แม้ว่าผมจะสติแตก แต่ผมรู้สึกได้นะ...น้ำเสียงราวกับขอร้องให้ฟังกัน

 

          ไม่ๆๆๆ ไอ้คุณไคคนเผด็จการเนี่ยนะจะทำแบบนั้น ไม่มีทาง อย่าไปฟังมันนะ!

 

            “มะ...ไม่ฟัง ไม่ฟังแล้ว ไม่เอา...”

 

            “เฌอแตม”

 

          ทำไมต้องเรียกด้วยน้ำเสียงอ้อนวอนขนาดนี้ กูสิต้องขอร้องว่าช่วยปล่อยกูไปเถอะ

 

            ผมยังคงสั่นหน้าแรงๆ หลับตาปี๋ บอกว่าจะไม่ฟังอะไรจากปากคนคนนี้อีกแล้ว ถ้าออกจากห้องเมื่อไหร่ก็จะไม่กลับมาให้เห็นหน้าเด็ดขาด และนั่นก็ทำให้...

 

            แปะ

 

            ปลายนิ้วอุ่นๆ ที่แตะลงข้างขมับ แล้วเช็ดให้อย่างเบามือ จนผมสะดุ้งโหยง

 

            “ฉันทำอะไรนอกจากถอดเสื้อกับกางเกงของเธอ ก็เธอเป็นลม”

 

            “ก็ใช่ไง! ผมเป็นลม แล้วคุณทำอะไรกับคนที่เป็นลมล่ะ!!!” คราวนี้ผมหันมาตวาดทั้งน้ำตา พยายามปัดไล่ความรู้สึกแปลกๆ ในใจออกไป และนั่นก็ทำให้ไอ้คุณไค...แสยะยิ้ม

 

            คนที่อธิบายต่อจนอยากจะร้องไห้ใส่หน้าแม่ง

 

            “ฉันทำอะไรนอกจากปลดกระดุมเสื้อให้เธอ ถอดเข็มขัดให้ แล้วก็ถอดกางเกง จากนั้นก็อุ้มเธอมานอนบนเตียง แล้วท่าทางเธอจะเป็นคนขี้หนาว เพราะกอดฉันใหญ่ ฉันก็เลย...”

 

            “ฮึก”

 

          ไม่ไหวแล้ว ไม่ว่าจะเพราะกูหนาวหรือเปล่าก็ไม่ควรทำกับกูแบบนี้นี่

 

            ผมไม่อยากฟังแล้ว ไม่อยากรู้ว่ามันทำอะไรผม จะแทงจะเสียบผมท่าไหน จะยุ่งอะไรกับร่างกายที่ไม่ได้สติของผม ผมก็ไม่อยากฟัง อยากจะลืมมันไปให้หมด ไม่อยากรู้อะไรทั้งนั้น พอแล้ว...

 

          “...ห่มผ้าให้ มันก็เท่านั้น”

 

            “ห้ะ!!!

 

            ผมที่กำลังคร่ำครวญ และเตรียมปล่อยโฮชะงักค้าง ทุกจินตนาการหยุดกึกราวกับเครื่องเล่นเทปมีปัญหา ตาโตเป็นเท่าตัว แล้วหันขวับมาสบตาคู่คมคู่นั้น ซึ่งพยักหน้ายืนยันอีกที เน้นย้ำความจริงที่ทำให้ผมแทบจะตายไปจริงๆ

 

            “ฉันเห็นว่าเป็นลม แล้วทั้งเสื้อทั้งกางเกงเธอก็ดูน่าอึดอัด ฉันก็เลยถอดให้ เรื่องมันก็มีเท่านั้น”

 

          อับอายขายขี้หน้าตายไปจริงๆ

 

            ทว่า เจ้าของบ้านก็ไม่หยุดแค่นั้น ราวกับว่าอธิบายทั้งทีก็อยากจะเอาให้ถึงที่สุด เพราะเสียงทุ้มยังคงว่าต่อหน้าตาย

 

            “แต่มันก็จริงอยู่ที่ว่ารูปร่างเธอดี ผิวเธอสวย ผิวเธอขาว หัวนมเธอก็เลยเป็นสีชมพูหวานๆ พอถอดเสื้อให้ มันก็เต่ง พอฉันถอดกางเกงเสร็จ ยิ่งมันแข็งเป็นไต ฉันเองก็ยอมรับว่ามีอารมณ์ แต่ฉัน...”

 

            หมับ

 

            “พอ! ไม่ฟังแล้ว!!!

 

            วินาทีที่มันอธิบายว่าแค่ปฐมพยาบาล ผมก็อ้าปากค้างแล้วนะ แต่วินาทีที่มันบรรยายผิวผม ตลอดจนหัวนมผม ผมงี้หน้าแดงขึ้นเรื่อยๆ ปากยิ่งอ้าออกกว้างอย่างไม่กลัวอะไรบินเข้าปาก และเมื่อมันกำลังจะบอกต่อว่าทำอะไร ผมงี้ตะโกนออกมาเสียงดังลั่น ยกสองมือปิดปากมันแน่น

 

            “น้องแตมไม่ฟังแล้ว!!!

 

            ไม่เอา ไม่ฟังแล้ว ความคิดอัปรีย์ที่คิดไปเองว่าเสียตัว ไม่ฟังแล้ว บอกตรงๆ ว่า...อับอาย!

 

            “งั้นเข้าใจแล้วใช่มั้ย”

 

            หงึกๆ

 

          แจ่มแจ้งที่สุดในชีวิตเลย

 

            ถ้าก่อนหน้านี้ผมตาร้อน หน้าร้อนเพราะเสียใจและผิดหวัง ตอนนี้ความร้อนที่รวมใจกันกองบนแก้มก็น่าจะหมายความความอับอายที่เพิ่มพูนขึ้นไปอีกหลายร้อยเท่า ไม่เคยรู้สึกอยากตายเท่าครั้งนี้มาก่อน ก็ทั้งหมดที่มันบอกกำลังบอกว่า...ผมคิดไปเอง!!

 

            งานนี้ล่ะน้ำตาปิดก๊อก แล้วก็ยิ่งนิ่งงัน เมื่อมันถามเสียงนุ่มกว่าเดิม

 

          “งั้น...ฉันเช็ดน้ำตาให้เธอได้หรือยัง”

 

            ผมกระพริบตาปริบ เงยหน้าขึ้นไปมองดวงตาคู่คมที่เคยว่าเย็นชาไร้ความรู้สึก ขณะที่คุณไคดึงมือผมจากปาก แล้วไม่รู้ทำไม จู่ๆ ผมก็ยิ่งหน้าร้อนกว่าเดิม แม้กระทั่งฝ่ามือที่จับมือผมไว้ก็ร้อนผ่าวไปหมด หัวใจก็เต้นรัวแรงกับคนที่กำลังถามว่า...เช็ดน้ำตาให้ได้หรือยัง

 

            พอมันจะเช็ดน้ำตาให้ ทำไมตอนนี้ผมถึงตื่นเต้น

 

            พวกเรามองตากัน แล้วเป็นผมที่รีบหลบหน้า พึมพำเสียงเบา

 

            “ละ...แล้วเสื้อผ้าแตมไปไหน” ผมเปลี่ยนเรื่องทันควัน และนั่นก็ทำให้คนรอเช็ดน้ำตาแค่ถอนหายใจ

 

            “ฉันแขวนไว้ให้ในห้องน้ำ”

 

          งั้นกูเผ่นล่ะ!

 

            “งะ...งั้นคุณช่วยลุกหน่อย” ผมขอร้องมันเสียงสั่น แล้วน่าประหลาดที่เจ้าของห้องก็ยอมลุกไปจากตัวผม แต่ท่ามกลางความโล่งใจ ทำไมผมถึงเสียดายนะ...เสียดายความอบอุ่นของอ้อมกอดที่เคยรัดรอบเอวของผมก่อนหน้า

 

            ทว่า พอความเข้าใจมา ปัญญาก็เกิด ดังนั้น สองมือของผมจึงรวบผ้านวมเอาไว้ แล้วเตรียมจะวิ่งเข้าห้องน้ำ แต่...

 

            “เฮ้ย!!!” หน้างี้เกือบทิ่มลงเตียง เพราะใครจะคิดล่ะว่าผ้านวมจะหนักงี้วะ!

 

            “ฮึบ ไปสิวะ ไปสิ มึงจะหนักอะไรขนาดนี้!” ผ้านวมในห้องนี้เหมือนกับผ้านวมโรงแรมใหญ่ๆ ไม่รู้ปูทับกันกี่ชั้น รู้แค่ว่าผมออกแรงจนหน้าแดงแจ๋ก็แล้ว มันก็ยังติดกับขอบเตียงที่ยัดไว้เสียดีเกินไป สภาพผมเลยไม่ต่างจากยื้อยุดกับผ้าผืนใหญ่

 

            “ฮึ” ท่าทางที่ใครบางคนส่งเสียงหัวเราะ จนต้องหันไปมองอย่างเอาเรื่อง จนเจอกับ...

 

            “ฉันอุ้มไปให้มั้ย”

 

            “...”

 

            ไม่ใช่ว่าผมอยากถูกอุ้มหรืออะไรแบบนั้นหรอกนะ แต่ที่ผมเงียบกริบก็เพราะรอยยิ้มเข้มๆ บนใบหน้าคมๆ ที่ไม่ใช่ทั้งยกยิ้มมุมปาก ไม่ใช่ทั้งแสยะยิ้มน่ากลัว ไม่ใช่ทั้งสมเพช หากแต่เป็นรอยยิ้ม...ขบขันจนเหมือนจะเอ็นดู

 

            คนที่ยังหัวเราะขลุกขลักในคอ และนั่นก็ทำให้ดวงตาเย็นชาดูมีอารมณ์เป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง

 

            น่าแปลกที่รอยยิ้มแบบนี้ทำให้ผม...สั่น

 

            มันสั่นยิ่งกว่าตอนที่คิดว่าถูกปล้ำเสียอีก แถมหน้าก็ยังรู้สึกร้อนผ่าวๆ เพิ่งรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าผู้ชายคนนี้หล่อมากจริงๆ ไม่ใช่หล่อแบบผู้ร้ายด้วย ยิ่งกำลังส่งยิ้มมาให้ผมแบบนี้ เรียกเสียงนุ่มกว่าเดิมที่ราวกับเอ็นดูแบบนี้

            “เฌอแตม เธอเป็นอะไร อยู่ๆ ก็นิ่ง” และนั่นก็ทำให้ผมรู้สึกว่าอยู่ตรงนี้ต่อไม่ได้แล้ว
!

 

            ฟึ่บ

 

          ผู้ชายเหมือนกันอายอะไรวะ!

 

            ดังนั้น ผมเลยสะบัดผ้านวมทิ้ง พุ่งเข้าห้องน้ำ รู้สึกว่าการอยู่กับคนที่ยิ้มเหมือนคนทั่วไปมันอันตรายเสียยิ่งกว่าโจรปล้นสวาทในตอนแรก ดังนั้นผ้าเผ้อช่างแม่งมันแล้ว มีแต่กางเกงในตัวเดียวก็พอ ขอแค่อยู่ห่างจากไอ้หมอนี่ให้มากที่สุดจะดีกว่า

 

            ปัง!

 

            กระทั่งวิ่งเข้าห้องน้ำมาแล้วนั่นแหละที่ทำให้ผมพิงหลังกับประตูห้อง หอบหายใจ ไม่ใช่เพราะเหนื่อยกับระยะวิ่งแค่นี้ หากแต่เป็นเพราะ...

 

            หมับ

 

            “หัวใจเต้นเบาลงหน่อยสิวะ อย่าไปเชื่อรอยยิ้มซาตานเชียวนะมึง”

 

            ผมยกมือจับแผ่นอก ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่ารอยยิ้มเดียวของผู้ร้ายหน้าหล่อนั่นจะทำให้ผม...

 

            “หน้าแดงจังเลยว่ะ”

 

            เงาสะท้อนในกระจกคือคนที่หน้าแดงแจ๋ แม้แก้มจะยังเปียกไปด้วยน้ำใสๆ ดวงตายังวาววิบวับ แต่มันไม่อาจจะปิดบังได้เลยว่าผมหน้าร้อนมากแค่ไหน ซึ่งมันบอกได้ว่า...ใจสั่นมากแค่ไหนเช่นเดียวกัน

 

            แปะๆ

 

            “ไม่ๆๆ ไอ้แตม แค่มึงคิดไปเอง แค่มึงคิดไปเอง!!!” ผมตบแก้มด้วยสองมือ พยายามบอกตัวเอง พยายามทำให้ใจสงบลง หากแต่รอยยิ้มนั่นมันติดตรึงในใจจนยากจะแกะออกไปจริงๆ ในหัวได้ยินเพียงเสียงทุ้มที่ขอเช็ดน้ำตาให้ คนที่ยกยิ้มขบขันที่ผมดึงผ้านวมไม่ขึ้น คนที่เพิ่งจะเรียกชื่อผมเต็มๆ เป็นครั้งแรก...เฌอแตม

 

....................................................

 

ต่อค่ะ

 

          นี่คนเดียวกันแน่หรือวะ

 

            ผมได้แต่ถามตัวเองว่าผู้ชายที่ยกยิ้มเอ็นดูคนนั้นกับไอ้หล่อหน้าเข้มคนนี้...คนเดียวกันจริงอะ!

 

            เจ้าของห้องคนที่สั่งติ่มซำจากร้านอาหารจีนที่ไหนไม่รู้มาเป็นอาหารเย็น จนตอนนี้ บนโต๊ะกินข้าวมีทั้งซาลาเปาลูกโตๆ ขนมจีบกุ้งควันลอยฉุย ฮะเก๋าแป้งขาวบางเฉียบที่แลเห็นกุ้งสีแดงๆ ด้านใน ไหนจะเผือกทอดท่าทางกรอบกรุบที่มีเนื้อในเข้มข้น ซี่โครงตุ๋นเนื้อแน่น และตีนห่านตุ๋นยาจีนที่มองยังไงก็แพงแน่ๆ

 

            คนสั่งที่บอกง่ายๆ

 

            “มากินก่อนที่จะเย็น”

 

            “ผมไม่กิน ท่าทางจะแพง”

 

            หนี้จ่ายค่าทีวียังไม่ชดใช้จะมากินของเขาได้ยังไง แต่มันก็ตอบคำถามที่ทำให้ผมนึกอยากขว้างความรู้สึกดีๆ ก่อนหน้านี้ทิ้งไป

 

            “แต่สำหรับฉันมันไม่แพง”

 

          เออ ไอ้รวย ไอ้น่าหมั่นไส้ ไอ้ผู้ชายไร้สามัญสำนึก!

 

            “กินซะจะได้มีแรง ถือว่าแทนคำขอโทษที่เปลื้องผ้าเธอ”

 

            “อ๊าาาา!!!” ผมร้องออกมาเสียงดังลั่น เปล่า ไม่ได้เสียวหรืออะไร แต่ผมร้องห้ามเสียงหลง ยกมือขึ้นมาห้าม ทั้งที่หน้าเริ่มร้อนๆ ขอร้องมันเสียงเบา

 

            “ยะ...อย่าพูดเรื่องนี้เลยนะ ผมขอล่ะ”

 

            ตอนนี้พูดถึงเรื่องเปลื้องผ้า มันไม่ได้นึกถึงตอนเป็นลมแล้วเข้าใจผิด แต่เพราะสีหน้าและท่าทางอบอุ่นจนน่าแปลกของอีกฝ่ายต่างหากที่ทำให้ใจมันเต้นตึบๆ คล้ายจะเป็นโรคหัวใจเอาดื้อๆ ดังนั้น ถ้าเป็นไปได้ ไม่อยากคุยเรื่องนี้อีกแล้ว ขณะที่ผมเองก็ค่อยๆ หย่อนตัวนั่งที่เก้าอี้

 

          ซาลาเปาสักลูกก็โอเคมั้ง

 

            “คุณไค ผมมีเรื่องจะขอร้อง”

 

            เจ้าของห้องเงยหน้าขึ้นมามองผม จนต้องสูดหายใจลึกๆ

 

            “คุณสัญญากับผมได้มั้ยว่าจะไม่เอาไอ้...เอ่อ ของเล่นนั่นมาให้ผมเห็นอีก แล้วคุณก็จะไม่...เอ่อ...” ผมหยุดคิดไปนิดหนึ่ง เพราะไม่รู้ว่าเป็นการเข้าข้างตัวเองไปหรือเปล่าว่ามันอยากได้ผมจนเนื้อตัวสั่น แต่เอาวะ อายที่มโนไปเองกับความปลอดภัย ผมเลือกอย่างหลังมากกว่า ผมเลยงึมงำต่อ...

 

            “ไม่...ปล้ำผม”

 

            “แล้วทำไมฉันต้องปล้ำเธอ”

 

          กูนี่อยากเอาซาลาเปาปาอัดหน้าจริงๆ

 

            ในเมื่อมันพูดด้วยท่าทางยังกับว่ามันไม่คิดสั้นมายุ่งกับผมหรอก แต่การที่มันยัดเงินให้ผมบ้าง เอารถมาให้ใช้บ้าง แสดงความเป็นอาเสี่ยเลี้ยงอีหนูเต็มที่บ้าง ทำให้ผมไม่ไว้ใจ จนต้องพยายามปั้นหน้าเข้ม บอกเสียงเข้มกว่า

 

            “สัญญาสิว่าจะไม่ปล้ำผม”

 

            “...”

 

            คุณไคเงียบไปอึดใจ จ้องตาผมนิ่ง ก่อนที่มันจะส่ายหัวช้าๆ ทำท่าเหมือนเหนื่อยใจกับผมเสียมากมาย ทั้งที่มันเองนั่นแหละที่ทำตัวให้น่าคิด คิดดูสิมาห้องนี้ครั้งแรกจับเป้าผม มาครั้งที่สองเอาของเล่นแนบตูด แบบนี้จะไม่ให้หามาตรการป้องกันตัวได้ยังไง!

 

            “ฉันยอมรับนะว่าเธอเป็นเด็กหน้าตาดี รูปร่างก็ดี ผิวก็สวยกว่าเด็กผู้ชายทั่วๆ ไป ยิ่งวันนี้ได้เห็นผิวเธอแทบทั้งหมดแล้ว ก็ต้องยอมรับว่าเธอคงทำให้ใครต่อใครหลงเสน่ห์ได้ง่ายๆ ฉันเองก็ติดใจทั้งไหล่ ทั้งแขน ทั้งเอว ยังไม่รวม...”

 

            “คู๊ณณณณณณณณณณณณณณ” ใครจะบ้ารอมันบรรยายตัวผมเสร็จล่ะ งานนี้มีเบรกซะหัวเกือบทิ่ม สองมือยันโต๊ะกินข้าว ร้องเสียงดังลั่น ทั้งที่หน้าร้อนผ่าว เห็นมั้ย มันมองผมด้วยสายตาหื่นกระหายจริงด้วย ดังนั้น ที่ผมขอให้มันสัญญานี่คิดถูกแล้ว!

 

            ท่าทางที่มันก็ยกยิ้มมุมปาก แล้วว่าง่ายๆ

 

            “แต่ฉันก็ไม่ขาดแคลนขนาดปล้ำเด็กที่ขัดขืนหรอกนะ”

 

          เชื่อมาก กูเชื่อไปหมดเลย!

 

            ผมอยากจะเถียง แต่ย้ำก่อน

 

            “สัญญาแล้วนะ” ยังไงผมก็ต้องได้ยินคำว่าสัญญาให้ได้ จนจ้องมันนิ่ง แต่รู้สึกว่าตัวเองคิดผิด เพราะในดวงตาคู่คม มันยังไงดีล่ะ มันเหมือนไม่ได้นิ่งเฉยอย่างที่คิดเสมอ หากแต่ไหววูบวาบไปมา แล้วอดคิดไม่ได้ว่าไอ้คุณไคกำลัง...ดีใจ

 

            “ยอมมองตาฉันแล้วหรือ”

 

            “เปล่า”

 

            ผมหลบตาทันควัน รู้สึกแก้มร้อนๆ อย่างบอกไม่ถูก

 

            “สัญญามาสิ”

 

            “...ก็ได้” มันเงียบไปอึดใจ แล้วก็ตอบรับช้าๆ จนผมเกือบจะยิ้มออก ถ้าไม่ใช่เพราะ...

 

            “แต่ถ้าเธอมีอารมณ์ก็อีกเรื่องนึง”

 

            “ไม่มีทาง! ผมไม่มีทางมีอารมณ์กับคุณ!!!” แม้จะเคยเกิดขึ้นมาแล้ว แต่ผมปฏิเสธหัวชนฝา เพราะหนังโป๊ที่เปิดกลางห้องนั่งเล่นต่างหาก ดังนั้น ไม่ใช่เพราะคุณไคแน่ๆ จนผมย้ำเสียงหนักแน่น ให้คนฟังโคลงหัวนิด แล้วก็บอกง่ายๆ

 

            “ถ้าเธอว่าอย่างนั้น นั่งกินต่อได้แล้ว”

 

            พอมันรับปาก ผมก็ค่อยๆ ทิ้งตัวลงนั่ง ยังไม่ไว้ใจเท่าไหร่ แต่คุณไคก็นั่งกินเงียบๆ กระทั่งตอนที่หยิบซาลาเปาไส้ครีมลูกกลมดิ๊กขึ้นมาถือไว้ ดวงตาคู่คมก็เหลือบมามองผมที่แทะซาลาเปาไส้หมูแดงทีละคำเล็กๆ จนต้องหันไปมองอย่างสงสัย

 

            “เหมือนกันดีนะ”

 

            “ครับ?” ผมส่งเสียงระแวง มองอีกฝ่ายที่ก้มมองซาลาเปาในมือสลับกับหน้าผมหลายๆ ที จากนั้นก็บอกด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับเป็นเรื่องใหญ่โต

 

            “ตอนแรกก็คิดว่ามันกลมดีนะ แต่พอเทียบกันจริงๆ” คนพูดเอาซาลาเปาไส้ครีมสองลูกวางคู่กัน แล้วหันมามองหน้าผม

 

            “เหมือนเธอเลย”

 

          ห้ะ นี่หน้ากูกลมเหมือนซาลาเปา? ไม่จริงน่า ไอ้เคอร์เคยแซวว่าวีเชฟ

 

            ความสงสัยที่ได้รับคำตอบด้วยการที่เจ้าของห้องเหลือบมองลงล่าง เหมือนมองผ่านทะลุโต๊ะ ก่อนที่จะบอกด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ต่างจากสีหน้าที่...ยกยิ้มร้ายกาจ

 

          “เหมือนก้นเธอไง”

 

            “!!!

 

            คราวนี้ล่ะ ผมงี้อ้าปากค้าง ยังไม่มีเสียงไหนหลุดรอดจากริมฝีปาก เป็นการเปิดโอกาสให้คนตั้งข้อสงสัยพ่นเรื่องที่คิดในใจออกมาเป็นวรรคเป็นเวร

 

            “ตอนแรกก็ไม่ได้คิดหรอก แต่พอจับไปก็คิดว่ากลมดีนะ แล้วพอถอดเสื้อผ้าให้ก็เลยได้เห็นชัดๆ หนนึง แล้วตอนที่เธอวิ่งเข้าห้องน้ำแล้วมันขยับ...เหมือนเจ้านี่จริงๆ”

 

            ผมพูดไม่ออก ผมทำอะไรไม่ถูก ผมมองแค่ซาลาเปาสองลูก แล้วผม...

 

            เอื้อก!

 

            “ผมกลับล่ะ! พรุ่งนี้ผมไม่มานะ ผมจะมาวันพุธ สวัสดี ผมไปล่ะ” ก็ยัดซาลาเปาเข้าปาก เคี้ยวๆ กลืน ยกมือไหว้ตามมารยาทไปที แล้วก็พุ่งไปคว้าข้าวของออกจากห้องมาน่ะสิ ใครจะอยากอยู่กับไอ้โรคจิตจ้องตูดชาวบ้านล่ะ

 

            หมับ

 

            ทว่า พอออกมาแล้ว ผมก็อดไม่ได้ที่จะจับตูดตัวเองทั้งสองมือ ไม่เคยสังเกตมาก่อนเลยว่ามันกลม แล้วให้ตายเถอะ แม่งกลมจริงๆ! แต่เหนือสิ่งอื่นใด

 

            “เอาความรู้สึกใจเต้นกูคืนมานะไอ้โรคจิต!!!

 

            ครั้งแรกเจอไส้กรอกจิ้มพุง ครั้งที่สองเจอไส้กรอกสั่นได้ แล้วครั้งที่สาม ครั้งที่สี่ผมจะเจอไส้กรอกแบบไหนอีก ขืนเจอไส้กรอกทำสดออกจากเครื่องขึ้นมา แค่คิดก็เสียวตูด!

 

            “งานนี้ไปกู้ไอ้เคอร์มาจ่ายหนี้ก่อนดีมั้ยวะเนี่ย!

 

            ตอนนี้ผมต้องคิดหาวิธีหาเงินมาใช้หนี้ให้เร็วที่สุด และอยู่ห่างจากไอ้บ้านี่ให้ไวที่สุด แต่ผม...ไม่รู้หรอกว่าความซวยของจริงกำลังมาเยือนแล้วล่ะ

 

..................................

 

            ครบค่ะ เมย์มีข่าวมาบอกกกกกกกก เรื่องนี้...ไม่ทันงานหนังสือค่ะ หนูขอโต้ด เมย์ตัดสินใจเลือกทำธีสิสให้เสร็จอะค่ะ เรื่องนี้พอเข้าวันที่ 10 ที่ผ่านมาก็คิดว่าอย่าเลย เร่งไปก็ไม่หนุกหรอก ไม่น่าจะเสร็จเลยด้วย ขอเวลาเขียนสบายๆ สักเดือนนึงดีกว่า แม้จะเคยพูดไปแล้ว แต่เมย์ต้องขอโทษทุกคนด้วยนะคะที่เรื่องนี้ทำไม่ทันงานหนังสือจริงๆ ขอโทษค่ะ

            ส่วนเนื้อหาตอนนี้ยังไม่มีอะไรฮ้าบ ถ้าคืนนี้ไม่เหมือด เดี๋ยวเมย์มาต่อให้นะคะ ตอนหน้าน้องแตมหนีตายมั้ง หนีจริงๆ นะ ไมได้เปรียบเทียบ ไม่ได้หนีพี่ไคเลย หนีเอาชีวิตรอดจริงๆ จ้า ก็ซวยของจริงอะงับ

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 643 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10343 shin ai2 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2562 / 14:18
    ขำเป็นบ้า5555555
    #10,343
    0
  2. #10215 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 12:51
    แกล้งแต่น้องอะ
    #10,215
    0
  3. #10160 Orathaiks (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 17:13
    เกือบจะดีอยู่ล้าาาาา
    #10,160
    0
  4. #10112 rattanalak44 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 23:35
    อิพี่ไคเป็นคนยังงัยนะ ชอบแกล้งน้องจัง
    #10,112
    0
  5. #10067 Pusu (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 06:46

    ใจเต้นแรงเลยนะ

    #10,067
    0
  6. #9571 คนที่เขาไม่ต้องการ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2561 / 18:29
    Who = ใคร
    ใครหยอออออออ~~~
    #9,571
    0
  7. #8857 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 มีนาคม 2561 / 21:00
    เขินเว้ยยย ไคพูดไม่เขินบ้างอ่อ555
    #8,857
    0
  8. #8280 noyna_123 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 20:32
    เรือเคอร์ง่าาาาา
    #8,280
    0
  9. #7701 mahnuch (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 มกราคม 2561 / 23:52
    ทำไมไคต้องแกล้งน้องขนาดนี้ จะเปงลม
    #7,701
    0
  10. #7463 xiaoly (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 มกราคม 2561 / 21:49
    น้องแตมมมมม น่าบีบน่าฟัดแบบนี้ไงลูดเค้าถึงชอบแกล้ง
    #7,463
    0
  11. #6172 ikonyg (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 18:36
    คิดอะไรกับน้องจริงๆใช่มั้ยยยย 55555
    #6,172
    0
  12. #6154 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 23:57
    อีพี่ไคคนขี้หื่นนนนนน
    #6,154
    0
  13. #6153 Thitaphorn Tiemnara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 23:57
    อีพี่ไคคนขี้หื่นนนนนน
    #6,153
    0
  14. #4608 Pop Wimonphan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 01:30
    พี่ไค คนทะลึ่ง อะเฮื่ออออ ยอมใจในความตรง ตอนได้เสียกันนี่ แตมจะหัวใจวายตายเลยมั้ยนั่น
    #4,608
    0
  15. #4242 เขนย (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 สิงหาคม 2560 / 21:45
    ตลกกกกกกกก5555
    #4,242
    0
  16. #3782 Tawonf (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2560 / 13:18
    พี่ไค! น้องแตม! 5555
    #3,782
    0
  17. #3734 nunyjan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2560 / 01:35
    นู๋แตมเอกมโนมาก ๆ ลูก

    โถ ๆๆ คิดไปไกลฃ

    ว่าแต่ พี่ไคนี่เป็นคนเขียนบทปะ 

    อุปกรณ์ครบสุด ๆ 
    #3,734
    0
  18. #3716 Praew (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2560 / 21:10
    เขียนเป็นนักวาดการ์ตูนวายรึป่าว ของเล่นเอย วิดิโอเอย
    #3,716
    0
  19. #3591 naughtiest (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2560 / 04:37
    5555 พี่ไคนี่ เป็นนักเขียนนิยายอีโรติกป่ะคะ อธิบายแต่ละอย่าง ฮา
    #3,591
    0
  20. #3302 Kim-kibom (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 21:40
    ไคพูดซะภาพชัดเจนเลย
    #3,302
    0
  21. #3278 อ๊ากกก (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 21:56
    หิวซาลาเปาเลย><
    #3,278
    0
  22. #3267 jnchiny (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:56
    พี่ไคนี่ทะลึ่งตึงตังตลอดเวลาจริงๆเลย
    #3,267
    0
  23. #3250 Nattiyaonkum (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 12:55
    555ำกับความขี้มโนของน้องแตม พี่ไคนี่ก้อนะ555
    #3,250
    0
  24. #2996 mibbih (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 12:42
    ฮืออออ คุณไคนี่นะ!! เป็นเราจะหาเรื่องไฟท์ละ หื่นหน้าตายไปอีกกกกกก ทีเรื่องยังงี้ละพูดตรงเชียวนะ อ๊ากกก เขินแทน
    #2,996
    0
  25. #2854 Ant Bill Chayanee (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2560 / 17:14
    อ่านตอนนี้แล้วอิพี่ไคน่ารักมากๆๆๆ ความคิดน่ารักมุ้งมิ้งแค่หน้าตานี่ตายด้านเลยจ้า
    #2,854
    0