[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 35 : ตอนที่ 33 whosomeone...’ไค’ บางคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 33,289
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,731 ครั้ง
    19 ส.ค. 61


ตอนที่ 33 whosomeone...ไคบางคน

 

 

 

ไค

 

            ผมเข้าใจความรู้สึกของปกป้องตอนที่บอกว่าเป็นผู้ชายที่มีความสุขที่สุดในโลกแล้ว

 

            ผมเองก็กำลังรู้สึกแบบนั้น

 

            มันไม่ใช่แค่รู้สึกว่าชีวิตดี การงานไม่มีปัญหา การเงินคล่องตัว สุขภาพร่างกายแข็งแรงไม่เจ็บป่วย แต่มันวิเศษกว่านั้นมาก เมื่อข้างกายผมมีเด็กน้อยที่ผมปรารถนาในตัวของเขามาตลอด

 

            ผมอาจจะเจอตัวจริงของเฌอแตมแค่เมื่อปีเศษที่ผ่านมา แต่ผมฟังเรื่องราวของเขามาตั้งแต่หลายปีก่อน เด็กน้อยที่มีชีวิตคล้ายคลึงกับผม จากตอนแรกมันเป็นเพียงความสนใจ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ผมกลับรอคอยที่ฟังเรื่องราวของเขา ได้รู้ว่าเขาเติบโตขึ้นมาเป็นเด็กดีที่รักแม่มากแค่ไหน รูปถ่ายเพียงไม่กี่ใบที่ได้รับจากญาติคนเดียวที่เหลืออยู่ ทำให้ผมนับวันเวลาที่จะเจอเขา และวันที่ได้เจอ...เขาก็ขโมยหัวใจไปจากผม

 

            หลังจากเหตุการณ์เสียชีวิตของพ่อแม่ ผมสูญเสียการแสดงอารมณ์และความรู้สึกไป หากวินาทีที่ผมมองเขา ความรู้สึกนั้นกลับหวนคืนมาหาผม มันไหลเข้ามาเหมือนดั่งน้ำป่าที่พัดทำลายทุกอย่าง กำแพงที่ล้อมกรอบหัวใจพังทลายลง ก้อนเนื้อในอกที่ไม่เคยสั่นคลอนกับใครเต้นกระหน่ำจนผมแทบหายใจไม่ออก

 

            เฌอแตมไม่ใช่แค่ขโมยสายตาที่จับจ้องเขาตลอดทั้งงาน เด็กคนนี้มีบางอย่างที่กระตุ้นเร้าอารมณ์อยากปกป้อง อยากทะนุถนอม อยากจะทำให้ดวงตาที่ลึกลงไปแฝงด้วยความเศร้าและโดดเดี่ยวกลายเป็นความสุข หัวใจของผมปรารถนาที่จะเห็นริมฝีปากของเขาแย้มยิ้มสดใส ไม่ใช่มองพี่นุกเหมือนเด็กที่กำลังจะถูกทิ้ง

 

            ถ้าเขาถูกทิ้ง ผมขอรับเขาไว้เองได้มั้ย แล้วผมจะให้ทุกอย่างที่เขาต้องการ

 

            เฌอแตมเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมตัดสินใจย้ายมาอยู่เมืองไทยถาวร เป็นช่วงเวลาเดียวกับเพื่อนสนิทชาวไทยหนึ่งเดียวอย่างป้องเองก็เจอกับเด็กน้อยที่หลงรักเมื่อเจ็ดปีก่อน เขายอมทิ้งอนาคตทุกอย่างเพื่อตามหาเด็กคนนั้น และมันช่วยให้ผมตัดสินใจง่ายขึ้นว่าผมเองก็พร้อมจะทำเพื่อเด็กคนนี้

 

            ผมไม่คิดว่าทุกอย่างจะราบรื่น เพราะผมมีปัญหาเรื่องความสัมพันธ์มาโดยตลอด หากครั้งนี้กลับยากยิ่งกว่า ผมอาจจะใช้เงินเพื่อซื้อความสัมพันธ์ได้ แต่ไม่ใช่กับเขา

 

            ไม่ว่าจะเป็นเงินทอง รถยนต์ ข้าวของเครื่องใช้ เขาปฏิเสธผมกลับทั้งหมด แล้วผมก็รู้ด้วยว่าลับหลังเขาเรียกผมว่าไอ้แก่ตัณหากลับ แต่ผมก็ยังไม่เคยหยุดพยายาม ผมทำทุกอย่าง หาทุกวิธี กระทั่งเขายอมอยู่เคียงข้างผม ยอมเรียกผมว่าพี่ไค ยอมแทนตัวด้วยชื่อเล่น ยอมให้ผมสัมผัสและรักเขา

 

            รอยยิ้มของเขาทำให้โลกที่เคยมืดมิดของผมกลับมาสว่างไสวอีกครั้ง

 

            หัวใจตายด้านในวันที่สูญเสียคนสำคัญกลับมามีความรู้สึกอีกครั้ง ผมรู้ตัวว่าผมเริ่มยิ้ม เริ่มหัวเราะ และสัมผัสกับความรู้สึกโศกเศร้าเมื่อเขาไม่เหลียวแล อึดอัดที่เขาเกลียดขี้หน้า หงุดหงิดที่เห็นเขาอยู่กับคนอื่น สุขใจยามที่เขาเรียกชื่อ และหัวใจพองฟูเมื่อเขาอิงแอบแนบชิดอยู่ข้างกาย

 

            เฌอแตมสอนสั่งอารมณ์มากมายเหล่านั้นให้ผม

 

            ผมจึงสาบานว่าผมจะรักษาความสัมพันธ์นี้ด้วยทุกอย่างที่มีอย่างสุดกำลัง

 

            การเป็นผู้ชายที่มีความสุขในโลกของผมไม่ได้หวือหวาเลย ทุกอย่างเรียบง่าย

 

            แค่เพียงผมตื่นมาแล้วเห็นอาหารเช้าที่อยู่ในตู้เย็นพร้อมกระดาษโน้ตแผ่นเล็กๆ

 

            แค่เพียงเขาเปิดประตูห้องเข้ามาพร้อมรอยยิ้มสดใสและบอกว่ากลับมาแล้ว

 

            แค่เพียงได้เห็นแผ่นหลังของเขาทำกับข้าวอยู่ในห้องครัว

 

            แค่ได้ยินเสียงเขาเล่าเรื่องราวระหว่างวันตอนที่เรากินข้าวด้วยกัน

 

            และแค่ได้นอนกอดจนเขาหลับไปในอ้อมกอด

 

            ทุกสิ่งทุกอย่างเรียบง่าย ไม่หวือหวา ไม่เหมือนความสัมพันธ์เก่าๆ ที่ผมเคยมี ไม่ต้องปาร์ตี้ ไม่ต้องเตร็ดเตร่ยามค่ำคืน ไม่ต้องอวดใคร และใช้จ่ายจนเหมือนเงินเป็นแค่เศษกระดาษที่ซื้อความสัมพันธ์ แล้วจบลงด้วยเซ็กส์ร้อนแรง สิ่งเหล่านั้นที่ผมเคยผ่านมาเหมือนแค่เปลวไฟที่เมื่อถึงเวลาก็ดับมอดลง

 

            เฌอแตมทำให้ผมรู้สึกถึงคำว่าบ้าน เป็นความสงบสุข เป็นความผ่อนคลายที่แม้หัวใจจะต้องทำงานอย่างหนัก แต่กลับอบอุ่นจนน่ากลัวจนอยากลงหลักปักฐานไม่ย้ายไปไหนอีกแล้ว

 

            ผมเจอบ้านที่เป็นบ้านของผมแล้ว

 

            ฉ่า ฉ่า...

 

            ผมกะพริบตาหลายที ก่อนที่จะเปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ ได้กลิ่นหอมของอะไรบางอย่างที่ปลุกผมตื่น จนยันกายขึ้นมานั่งบนโซฟา เห็นหนังสือที่อ่านค้างไว้ก่อนที่จะหลับวางอยู่บนโต๊ะพร้อมที่คั่นหนังสือ จนเหลียวไปมองรอบตัว ก่อนที่สายตาจะหยุดลงที่แผ่นหลังบอบบางของเด็กที่อยู่ในความฝันของผม

 

            เฌอแตมเป็นเด็กที่ค่อนข้างสูงกว่าค่าเฉลี่ยของคนไทย แต่ในสายตาผม เขาก็ยังเป็นเด็กที่บอบบางไม่ต่างจากที่เจอเมื่อปีก่อน ด้วยความที่เขาเป็นคนผอม ผิวขาวบอบบาง เอวของเขาที่ผมได้สัมผัสของจริงก็เล็กนิดเดียว แค่กดมือลงไปก็เกรงว่าจะจมลงบนผิวและทำให้หักได้ง่ายๆ แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือแววตาที่เปลี่ยนจากเกลียดชังผมเป็นติดอ้อน

 

            ผมเห็นเขาอ้อนพี่นุกหลายครั้ง แต่พอมาเจอกับตัวเอง...เกือบตายอยู่เหมือนกัน

 

            สุดท้าย ผมก็คิดว่าผมยิ้มนะ จนยกมือแตะขอบปากซึ่งพบว่าปากผมกำลังยิ้มจริงๆ ผมจึงลุกขึ้นเดินไปยืนซ้อนข้างหลัง มองเลยไปยังกระทะที่เขากำลังทอดปลา

 

            “หอมดีนะ” เดี๋ยวนี้ผมพูดกับเขาลื่นไหลขึ้นจนไม่ต้องพึ่งบทสนทนาที่มโนขึ้นในหัว

 

            “...”

 

            “ให้ฉันช่วยอะไรมั้ย”

 

            ขวับๆ

 

            ผมขมวดคิ้ว เพราะต่อให้ตอนที่เขาเกลียดขี้หน้าผม เขาก็ไม่เคยเงียบใส่ ซึ่งพอคิดย้อนไปว่าผมเผลอทำอะไรให้ไม่พอใจหรือเปล่า ผมว่าไม่มีนะ เมื่อเช้าตอนที่ผมตื่น เขายังยิ้มหวานจนแทบเพ้อ แล้วก็ทำอาหารให้ นั่งเป็นเพื่อนจนผมกินเสร็จ เขาถึงขอตัวไปอ่านหนังสือเตรียมสอบต่อ ส่วนผมก็เอาหนังสือข้อมูลที่อ่านค้างไว้มาอ่านต่อ แล้วก็หลับไป

 

            คงไม่ได้ละเมอแปลกๆ ใช่มั้ย

 

            “เป็นอะไร” ผมถามเขาเสียงอ่อนๆ

 

            “เปล่าครับ พี่ไคไปนั่งเถอะ เสร็จแล้วเดี๋ยวแตมเรียก” พอเขายอมคุยด้วย ผมก็แทบจะถอนหายใจด้วยความโล่งอก พยักหน้าแล้วเดินไปที่โต๊ะกินข้าว หันรีหันขวาง อยากจะช่วย แต่ช่วยทีไร เฌอแตมโกรธผมทุกที เขาไม่ได้โวยวายหรอกนะ แค่พยายามขึงตาที่ดูยังไงก็น่ารัก แล้วบอกว่าช่วยน่ะช่วย แต่ช่วยทำรกน่ะสิไม่ว่า

 

            สุดท้าย ผมก็นั่งบนเก้าอี้ กะว่ากับข้าวเสร็จค่อยช่วยตักข้าว

 

            “นี่เจ้าเพนกวิน รู้มั้ยว่าเจ้านายแกไม่ชอบคนโกหก”

 

          หืม

 

            ผมเงยหน้าขึ้น แล้วพบว่าเฌอแตมไม่ได้คุยกับผม เขาคุยกับเจ้าเพนกวินที่ผมซื้อมาฝาก ซึ่งมันได้รับอภิสิทธิ์ได้อยู่กับเฌอแตมแทบตลอดเวลา จนบางครั้งก็นึกอยากโยนมันทิ้งเหมือนกัน ผมว่ากอดผมอุ่นกว่ากอดตุ๊กตานะ แต่ไม่กล้าทำ ก็เห็นเขาชอบขนาดนั้น

 

            “แล้วก็เกลียดคนหลอกลวงด้วย”

 

            ผมชักไม่แน่ใจแล้วว่าเขาหมายถึงผมหรือเปล่า แต่ยังไม่ร้อนรน เพราะแน่ใจว่าไม่เคยโกหกอะไรเขาเลยสักครั้ง...ถ้าพูดไม่หมดก็อีกเรื่องนึง

 

            ความคิดที่ทำให้เริ่มกังวล แต่เฌอแตมหยุดแค่นั้น เขาไม่พูดอะไรต่อ แค่ตักปลาลงจาน เอาซอสที่เคี่ยวอีกกระทะเทราด แล้วก็ยกทั้งปลาและไข่เจียวที่เห็นผักเขียวๆ แซมอยู่ในนั้นมาวางกลางโต๊ะกินข้าว จากนั้นก็เดินไปตักข้าวโดยไม่ขอความช่วยเหลือ

 

            “เฌอแตม”

 

            “แม่สอนแตมว่าตอนกินข้าวไม่ควรคุยกันเดี๋ยวข้าวจะติดคอ”

 

            “...” ผมเงียบกริบทันที

 

            พอเขาลงมือทาน ผมเองก็เลยจำใจเริ่มต้นมื้อเย็นอย่างชักกังวลกับบรรยากาศที่แผ่ออกมาจากอีกฝ่าย...กระทั่งกินข้าวเสร็จ

 

            “เฌอแตม”

 

            “แตมมีเรื่องจะคุยกับพี่ แต่ขอล้างจานก่อน”

 

            “ฉันช่วย...เอ่อ ฉันจะนั่งอยู่ตรงนี้”

 

            “ดีครับ” ผมไม่กล้าขัดใจ เมื่อนางฟ้าของผมเหลียวกลับมามองด้วยแววตานิ่งจัด ซึ่งมันดูนิ่งเกินไป เมื่อเทียบกับเมื่อวานที่เขายังช้อนตามองผมอย่างเขินๆ อยู่เลย พอมองแบบนี้ ก้นที่ยกขึ้นก็ทิ้งตัวลงนั่งตามเดิม มองเขาที่รวบจานชามไปล้างอย่างคล่องแคล่ว

 

            รู้สึกเหมือนหายใจไม่ออก

 

            ในเวลาที่ได้ยินแค่เสียงแกร๊กๆ ของจานกระเบื้องกระทบกันทำให้ผมกำมือแน่นขึ้น ชักแน่นหน้าอกเหมือนรอบตัวไม่มีอากาศหายใจ ได้แต่มองแผ่นหลังของคนที่ผมอยากจะปกป้องที่สุดจนทำไปก็หลายอย่าง และลางสังหรณ์ที่ไม่ค่อยทำงานก็กู่เตือนว่าไม่ดีแล้ว

 

            “พี่ไค...”

 

            “ครับ” ผมไม่เคยรับคำใครด้วยภาษาสุภาพมาก่อน แต่ตอนนี้มันออกมาอัตโนมัติ เมื่อคนที่ล้างจานเสร็จหมุนตัวมาเผชิญหน้า เอนหลังพิงซิงค์ล้างจาน สบตาผม

 

            “พี่ไคมีเรื่องอะไรจะบอกแตมหรือเปล่า”

 

            ผมนิ่งไปครู่ แล้วเอ่ยออกมาช้าๆ

 

            “ขอให้โชคดีในการสอบ แล้วหลังสอบเราไปเที่ยวกัน”

 

            เมื่อคืนผมคิดคำอวยพรเรื่องการสอบของเขาไว้มากมาย ทั้งยังคิดแล้วคิดอีกว่าอยากจะให้รางวัลเขา สุกท้ายก็สรุปว่าบอกตรงๆ พูดตรงๆ ทุกอย่างเลยออกมาอย่างที่ท่องไว้ แต่คนที่ผมนึกว่าจะดีใจกลับหน้านิ่งมากกว่าเดิม ดวงตาที่เขามองมาที่ผมเหมือนจะขึงโกรธ จนผมเริ่มร้อนรน

 

            “ฉันพูดอะไรผิดหรือ”

 

            “ไม่ผิด แต่พี่ไคตอบไม่ตรงคำถาม พี่ไคมีอะไรจะสารภาพกับแตมมั้ย” เฌอแตมย้ำ แล้วผมก็เหลือบไปมองประตูห้องทำงานที่ปิดสนิท ปากก็ตอบไปทันควัน

 

            “ไม่มี”

 

            “ดี!” ผมลอบถอนหายใจ รู้สึกกดดันเสียยิ่งกว่าตอนที่รู้ว่าจะได้พิมพ์หนังสือครั้งแรกเสียอีก แต่โล่งใจได้ไม่นาน

 

            “งั้นก็ไม่ต้องมาพูดกันอีกเลย”

 

            “เดี๋ยว เฌอแตม!

 

            ปัง!!!

 

            เฌอแตมตะโกนใส่หน้าผม แล้วเขาก็หมุนตัววิ่งไปทางห้องนอน กว่าผมจะตั้งสติทัน เขาก็ดันบานประตูปิดลงแล้ว จนตะโกนเรียก ทั้งร้อนรน ทั้งกังวล ทั้งหวาดหวั่น ยกมือทุบประตู ได้ยินเสียงตะโกนโต้ตอบ

 

            “พี่ไคเงียบสิ แตมจะอ่านหนังสือ”

 

            เขาโกรธอะไร ผมทำอะไรให้เขาโกรธ

 

            ไม่สิ เรื่องนี้เคยเกิดขึ้นครั้งก่อนที่ผมจะไปอเมริกา ตอนนั้นผมก็เลือกจะปล่อยเขาไว้คนเดียว แต่ครั้งนั้นสอนให้ผมรู้ว่าเมื่อเกิดเรื่องแล้วต้องรีบเคลียร์ ผมกลัวเขาร้องไห้ กลัวเขาเสียใจ และผมคิดว่าควรจะต้องใช้กุญแจสำรอง แต่...

 

            “พี่ไคห้ามเข้ามานะ” เขาห้ามเหมือนรู้

 

            “งั้นออกมาคุยกันก่อน”

 

            “ไม่ แตมให้โอกาสแล้ว แต่พี่ไคบอกเองว่าไม่มีอะไรจะพูด เพราะงั้นแตมจะอ่านหนังสือ จะได้สมกับค่าเทอมที่พี่ออกให้ไง ไอ้เสี่ยบ้า!” เสียงเขาดูโกรธจนผมยิ่งร้อนรน ละล้าละลังว่าควรจะไขเข้าไปดีหรือเปล่า แต่เขาก็บอกเสริมอีก

 

            “พรุ่งนี้แตมมีสอบ พี่ไคเข้าใจใช่มั้ยว่าแตมไม่อยากคุย”

 

            จากนั้นผมก็ได้ยินเสียงเดินปึงปังออกห่างจากประตู จนผมหน้าเสีย

 

            “เฌอแตม ฉันทำอะไรให้เธอโกรธ บอกฉันสิ”

 

            “...”

 

            “ถ้าฉันทำอะไรให้เธอไม่พอใจ ฉันขอทะ...”

 

            ปึง!

 

            ผมเองยังผงะ เมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างกระแทกกับประตู จนต้องก้าวถอยหลังสองก้าว ดูเขาโกรธมาก แล้วเป็นการโกรธที่ผมไม่เคยเจอมาก่อน หนที่เราทะเลาะกันเขาร้องไห้ แต่ครั้งนี้ไม่มีวี่แววของน้ำตา จนผมไม่รู้จะทำยังไงดี

 

            “โชคดีกับการสอบนะ...”

 

            ปึง!

 

            อีกครั้งที่ได้ยินเสียงของกระแทกประตูห้อง จนผมคอตก ถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เขาปาของใส่ผมหรือทุบผมยังดีกว่าเขาไม่ยอมคุยด้วยแบบนี้ แต่ในเมื่อเขาสั่งแล้ว ผมก็ทำได้แค่ถอยมาที่ชุดโซฟา นั่งลงอย่างจนปัญญา ยังคงมองบานประตูอย่างคิดไม่ตก

 

            ขอแค่ไม่ใช่ดาวกับพระจันทร์บนฟ้า ไม่ว่าอะไรผมก็หามาให้ได้ ดังนั้น แค่เขาสั่งให้ผมเงียบ ผมก็ทำได้แค่เงียบ

 

..........................................

 

  

ต่อค่ะ

 

            RRRRRrrrrrrrrrrr

 

            ผมถอนหายใจหนักๆ คว้าโทรศัพท์ขึ้นมาดูอย่างไม่พอใจ แล้วก็เห็นว่าเป็นเพื่อนสนิทตัวเอง

 

            “ว่าไง”

 

            [เสียงแปลกๆ มีอะไรหรือเปล่า]

 

            “...เปล่า”

 

            [เงียบแบบนี้แปลว่ามี แต่ไม่ถามก็แล้วกัน]

 

            เพื่อนสนิทยังคงรู้ใจผม ขณะที่ผมก็นิ่งรอว่าเมื่อไหร่จะเข้าธุระ ตายังมองบานประตูที่ปิดนิ่ง

 

            [พอดีโทรไปเมื่อตอนบ่ายแล้ว แต่น้องแตมบอกว่ามึงหลับอยู่ จะถามเรื่องใครบางคน]

 

            ผมเองที่ชะงัก ยอมตัดใจจากการจ้องประตู แล้วเปิดประตูห้องทำงาน เดินไปนั่งเก้าอี้ เอนหลังพิง ใช้ปลายนิ้วคลึงขมับ เพราะหากมีเรื่องไหนที่ผมปิดบังเขาก็คงเป็นแค่เรื่องนี้เท่านั้น จนใช้อีกมือคว้าโทรศัพท์อีกเครื่องที่วางทิ้งไว้

 

            [กูอวยพรน้องแตมไปว่าโชคดีในการสอบ แต่โทรมาถามเพื่อความชัวร์ ไม่รู้ว่าถ้าเป็นมึงจะพูดประมาณไหน เห็นไม่ตอบ เลยใช้ประโยคที่คิดว่าเซฟที่สุด นี่ถ้ากูไม่รู้มาก่อนก็คงไม่คิดหรอกว่า whosomeone กับ ไคบางคน เป็นคนเดียวกัน เฮ้อ ทำไมเวลาปกติไม่พูดเก่งและลีลาพราวเหมือนตอนสวมบทบาทบ้างวะไค]

 

            ผมนิ่งไปกับคำเพื่อน แล้วก็ถอนหายใจ

 

            “เพราะกูเป็นกู และเขาคือบทบาทสมมติ”

 

            [แต่สุดท้ายเขาก็คือมึง...คนที่รักเด็กที่ชื่อเฌอแตมเหมือนกัน]

 

            กึก

 

            อย่างที่ผมเคยบอกว่านิสัยเสียของผมคือผมไม่ค่อยแสดงออก ผมจึงใช้วิธีการขีดเขียนลงไปแทน ในหน้ากระดาษ ผมสามารถเป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ตัวผม และเมื่อผมสร้างคนคนนั้นขึ้นมา ผมจะสามารถใส่นิสัยอะไรลงไปในตัวละครนั้นเพื่อเขียนให้สมบทบาทก็ได้

 

            ในเวลาที่เฌอแตมเกลียดตัวตนที่ชื่อไค นี่คือวิธีที่ผมนำมาใช้เพื่อเข้าใกล้เขา...สร้างคนอีกคนที่เขาน่าจะชอบขึ้นมา

 

            ขณะที่เมื่อเป็นตัวผม ชื่อผม เบอร์โทรศัพท์ของผม ผมก็จะเป็นผม ผมไม่สามารถเป็นอย่างอื่นได้มากกว่าตัวเอง มันเหมือนมีเส้นขีดคั่นว่านี่คือตัวตนของผม ผมไม่สามารถส่งข้อความยืดยาวเพื่อพรรณนาความรู้สึกได้ แต่เมื่อผมสร้างตัวละครมาหนึ่งตัว สร้างนิสัยของเขาขึ้น เมื่อนั้นผมจะเหมือนอีกคนหนึ่ง

 

            ทุกอย่างเกิดขึ้นเหมือนการเขียนนิยาย และเขาก็เกิดขึ้น...whosomeone

 

            ใช่ ผมเป็นเขาเอง คนที่คอยให้กำลังใจ คอยติดตาม คอยช่วยเหลือ คอยส่งเพชร และทำทุกอย่างที่ช่วยเขาได้ และเพราะเฌอแตมเกลียดตัวตนที่ชื่อว่าคงไค ตัวละครนี้จึงต้องแตกต่างจากผมสุดขั้ว ผู้ชายขี้เล่น กวนประสาท หากแต่อบอุ่นจนทำให้ใครสักคนยิ้มได้

 

            นั่นคือนิสัยที่ผมสร้างเขาขึ้นเพื่อทำให้เฌอแตมมีรอยยิ้ม

 

            ผมเคยบอกกับเพื่อนว่าเฌอแตมต้องการใครสักคนที่เป็นของตัวเอง แต่ผมเป็นใครคนนั้นไม่ได้ ดังนั้น ผมจะยอมเป็นแค่ ไคบางคน ในชีวิตของเขาก็พอ

 

            ทว่าการเป็นพี่ฮูของน้องแตมนั้นทำให้ตัวตนที่ชื่อคงไคหวาดกลัวมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เฌอแตมเกลียดไค แต่เขากลับดูเหมือนมีความรู้สึกดีๆ ให้พี่ฮู ผมอยากจะถอยห่างออกมาอยู่หลายครั้ง แต่ผมก็ไม่กล้า ผมกลัวเขาจะเสียใจ และผมยังอยากเป็นกำลังใจให้เขา

 

            ความรู้สึกที่ทั้งรักทั้งเกลียดตัวตนที่สร้างขึ้นเล่นชักเย่อในใจผม แต่ผมปลอบตัวเอง เก็บความริษยาใส่กล่อง ว่าถึงเขาจะไม่รักไค แต่เขายังมีผู้ชายที่ชื่อฮูซัมวันคอยผลักดันอยู่ ผมยอมได้ถ้าเขาจะมีความสุข กระทั่งถึงวันที่เขามองผมที่มีตัวตนในโลกความเป็นจริง เขายอมอยู่ในอ้อมกอดของผม ยอมให้ผมรัก ยอมให้ผมดูแล ผมจึงคิดว่าถึงเวลาที่ฮูซัมวันจะต้องหมดบทบาทหน้าที่ลง

 

            ผมจะบอกเขาได้อย่างไรว่าในวันที่เขาเอาเรื่องของคงไคมาด่า คนที่รับฟังก็คือผู้ชายที่ชื่อคงไคงเอง

 

            เขาจะโกรธผมมากแค่ไหน จะเกลียดผมหรือเปล่า หรือเขาจะปฏิเสธทั้งตัวจริงของผมและตัวละครนั้น แค่คิด อะไรบางอย่างก็จุกอยู่ที่ลำคอ เหงื่อชื้นเต็มแผ่นหลัง หนาวจับขั้วกระดูก

 

            ทว่าก่อนที่ผมจะลบตัวตนของฮูซัมวันให้กลายเป็นเพียงแค่คนที่ผ่านมาแล้วผ่านไปในชีวิตของเฌอแตม ผมกลับพลาดท่าซะก่อน ทั้งตุ๊กตาเพนกวินที่พอผมรู้ว่าเขาชอบ ผมก็ซื้อมาให้เขาทันที ทั้งเรื่องเพลงรักที่เขาบอกว่าร้องให้ผม ผมก็หลุดปากรู้ว่าเขากำลังร้องไห้ ดังนั้น ผมจึงต้องหาคนมาเล่นเป็นฮูซัมวันแทน แล้วจะมีใครที่ดีไปกว่าปกป้อง

 

            ตอนนี้ผมมั่นใจว่าเฌอแตมไม่คิดว่าเป็นผม ผมให้ป้องช่วยทักเข้ามาในช่วงที่ผมอยู่กับเขา แม้ว่าจะทั้งหวาดกลัวระคนหึงหวงไปในเวลาเดียวกันที่เห็นเขายิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้ไอ้ฮูนั่น แทนที่จะเป็นผม

 

            ป้องทำหน้าที่ได้ดี เขาสามารถเป็นใครก็ได้อย่างที่เขาอยากจะเป็น ซึ่งผมบอกเพื่อนให้ลดระยะการพูดคุยลงเรื่อยๆ แล้วตัวตนนี้ก็จะถูกลบหายไปในที่สุด ทว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นวันนี้ทำให้ผมชักไม่แน่ใจ

 

            ผมไม่เคยโกหกเฌอแตม ไม่เคยเลยสักครั้ง มีแค่เรื่องที่พูดหรือไม่พูดเท่านั้น และเขาเองก็ไม่เคยเข้ามาภายในห้องทำงาน ไม่มีทางอยู่แล้วที่เขาจะรู้ความลับของผมคนนี้

 

            ถ้าอย่างนั้นผมพลาดอะไรไป

 

            “แต่ต่อไปนี้จะเหลือแค่คงไคที่รักเฌอแตม”

 

            [ก็ถ้ามึงว่าอย่างนั้น กูเองก็ไม่ได้สนับสนุนให้มึงเลือกจะบอกน้องเขาหรอกนะ เพราะกูเข้าใจว่าทำไมเรื่องบางเรื่องเราถึงบอกเขาไม่ได้ ทั้งที่รักเขามาก]

 

            ไม่แปลกที่เขาเข้าใจ เพราะเขาก็เคยมีเรื่องปิดบังกั๊กเหมือนกัน และเมื่อความจริงปรากฏ กั๊กอาจจะไม่โกรธเพื่อนผม แต่ไม่มีอะไรรับประกันว่าเด็กคนนี้จะให้อภัยผมเหมือนที่กั๊กให้ป้อง

 

            ผม...จะไม่บอกเขา

 

.............................

 

            จากกังวล...เป็นร้อนใจ

 

          หนึ่งสัปดาห์แล้ว

 

            หลังวันที่เฌอแตมประกาศว่าจะไม่ฟังเรื่องที่ผมพูด เขาก็ไม่ฟังจริงๆ ตอนแรกผมคิดว่าเขากำลังตั้งใจกับการสอบ เขาจึงอยู่แค่ในห้องนอนแล้วล็อกประตู แต่เขาประกาศบอกในกรุ๊ปไลน์ว่าจะไม่จัดรายการสักพักเนื่องด้วยเหตุผลส่วนตัว ผมจึงไม่รู้เลยว่าเขาทำอะไรอยู่ อีกทั้งพอเราเจอหน้ากัน...

 

            ขวับ

 

            ปัง!

 

            เฌอแตมหมุนตัวเดินเข้าห้องแล้วปิดประตูใส่หน้า ทั้งที่ผมยังไม่ทันจะอ้าปากด้วยซ้ำ

 

            ตอนนี้ผมไม่รู้จะทำยังไงแล้ว ผมมืดแปดด้าน มองไปทางไหนก็หาคำตอบไม่เจอ หัวใจก็กำลังจะลุกไหม้เป็นไฟ แค่เขาไม่สนใจ ไม่มองหน้า ไม่ได้ยินเสียง ผมก็แทบจะขาดใจ

 

            ผมได้แต่ยืนมองประตูห้องนอนเขาทุกคืนเหมือนหมาหงอย แต่ไม่มีคืนไหนเลยที่มันจะเปิดออก

 

            ถ้าการง้อใครสักคนง่ายเหมือนจ่ายเงินซื้อของก็คงดี

 

            หากเฌอแตมบอกผมคำเดียวว่าอยากได้อะไร ผมจะหาให้ อยากได้เท่าไหร่ ผมจะโอนให้เขาทันที ขอแค่เขาหันมาสบตาผมสักแวบก็พอ แต่ก็รู้ดีว่าเขาไม่ใช่เด็กแบบนั้น แล้วผม...ต้องทำยังไงล่ะถึงจะทำให้เขาหันมายิ้มให้ผมเหมือนเดิม

 

            “ใช้ใจไงไค”

 

            “หืม”

 

            ผมละสายตาจากร่างเพรียวบางที่กำลังอุ้มเด็กทารกคนหนึ่งอย่างทะนุถนอม หันกลับมามองคนพูดแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว...ญาติผมเอง

 

            “พี่ไม่รู้ว่าเดาถูกมั้ย แต่ไคคงกำลังถูกน้องแตมโกรธอยู่”

 

            “มองแล้วรู้เลยหรือ”

 

            ผมกับเฌอแตมไม่คุยกันมากว่าสัปดาห์ พร้อมกับความร้อนใจที่ทับถมมากยิ่งขึ้นไปอีก กระทั่งถึงวันเกิดของเฌอแตมที่ผมเตรียมนาฬิกาเป็นของขวัญวันเกิดเขา แต่ทั้งวัน นอกจากเขาจะไม่มองหน้าผมแล้ว เขายังทิ้งโน้ตว่าจะไปบ้านแม่ แล้วออกมาก่อน จนต้องรีบตามมา พอมาถึง เขาก็ขลุกอยู่แต่กับน้องสาว จนผมทำได้แค่มองตามเขาเท่านั้น

 

            ผมนั่งนิ่งอยู่ม้านั่งหน้าบ้านแล้วทำแบบนี้มากว่าสองชั่วโมง จนพี่นุกเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ

 

            “เวลาน้องแตมโกรธหรืองอนดูไม่ยากหรอก แต่แบบนั้นน่าจะงอนมากกว่าโกรธนะ” แม่เฌอแตมว่าด้วยรอยยิ้ม แล้วก็ว่าต่อ

 

            “และพี่คิดว่าไคคงกำลังมีปัญหา”

 

            “ทำไม”

 

            “เพราะไคไม่รู้จะง้อลูกพี่ยังไงดี”

 

            ผมสบตาอีกฝ่ายนิ่ง แล้วเจอแค่รอยยิ้มกับแววตาเข้าใจ จากนั้นก็หันกลับไปมองเด็กคนนั้น

 

            “ไคก็เหมือนแฟนพี่ที่ถามพี่ว่าจะทำยังไงให้น้องแตมยอมรับ ซึ่งพี่ตอบได้เพียงอย่างเดียว...ใช้ใจ” ผมมองตามสายตาไปยังเด็กน้อยที่ดูเหมือนจะหลีกเลี่ยงการพบเจอกับน้องสาวต่างสายเลือด แต่เอาเข้าจริง เฌอแตมก็มองเด็กคนนั้นอย่างเอ็นดู

 

            “ไครู้ใช่มั้ยว่าน้องแตมตั้งกำแพงไว้สูง ไม่ยอมให้ใครผ่านเข้าไปง่ายๆ แต่นั่นก็เพราะเขากลัวความเจ็บปวด กลัวว่าถ้ารักไปแล้วจะถูกคนรักทิ้งไว้ข้างหลัง พี่เองก็เคยเล่าให้ฟังนี่ว่าคิดแล้วคิดอีกเรื่องแต่งงานใหม่ ทุกวันนี้พี่ยังรู้เลยว่าเขากลัวพี่ไม่รักเขาเท่าที่รัก พี่ก็ทำได้แค่เปิดใจให้เขารับรู้ว่าพี่รักเขา ต่อให้พี่มีลูกอีกเป็นสิบ เขาก็เป็นลูกคนโตของพี่อยู่ดี แล้วไคล่ะ จะเอาใจเขามา ได้เปิดเผยความรู้สึกให้เขารู้ทั้งหมดแล้วหรือยัง”

 

            “พี่รู้” ผมมองตาผู้หญิงที่ยิ้มกว้าง หัวเราะเบาๆ

 

            “พี่ถึงบอกไงว่ายังไงน้องแตมก็เป็นลูกพี่ แล้วพี่จะยอมปล่อยให้น้องแตมไปอยู่กับคนที่ไม่รักเขาได้ยังไง”

 

            “ไม่กลัวหรือ”

 

            “เพราะพี่รู้ว่าไคเป็นคนดีกว่าที่เห็น” พี่นุกหัวเราะอย่างขบขัน ดังพอให้เฌอแตมหันมามองทางนี้ แต่เพียงตาเราสบกัน เขาก็หันหน้าหนีไปทางอื่น เม้มปาก เดินหนีไปทางหลังบ้านโดยอุ้มที่รักไปด้วย

 

            “และเท่าที่พี่เห็น ลูกพี่ก็มีใจ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่ยอมให้ไคมากินข้าวด้วยในวันเกิดเขาหรอก ป่านนี้งอแงใหญ่แล้วว่าวันเกิดทั้งทีไม่อยากให้มีคนนอก รู้ตัวหรือเปล่าว่าน้องแตมเขาให้อยู่ด้วยในวันสำคัญน่ะ” พี่นุกว่าขำๆ ก่อนที่จะทิ้งท้าย

 

            “พี่อาจจะสั่งไคไม่ได้ แต่พี่ขอร้องไคได้...ช่วยทำให้เขามีความสุขยิ่งกว่าที่พี่ทำนะ”

 

            และผมก็ตอบเสียงหนักแน่น

 

            “ผมสัญญา”

 

            ตั้งแต่วันที่เราได้เจอกัน สายตาของผมก็มีไว้เพียงมองเขาคนเดียว

 

........................................

 

            “สุขสันต์วันเกิดนะ”

 

            “...”

 

            ผมเหลือบมองคนที่นั่งข้างกัน แต่เขาก็ยังหันหน้าออกไปมองทางหน้าต่าง จนจำใจเอ่ยสิ่งที่ผมไม่อยากให้เกิดขึ้นเลย

 

            “เธอจะอยู่ค้างบ้านแม่ก็ได้นะ”

 

            ตอนจะกลับ เฌอแตมเอาแต่กอดพี่นุกแน่น อ้อนว่าคิดถึง ทำท่าเหมือนจะไม่ยอมกลับไปกับผม แต่พอแม่เขาถามว่าค้างมั้ย น้องก็เหลือบมามอง แล้วยอมขึ้นรถแต่โดยดี จนผมคิดว่าเขาอยากอยู่บ้านโน้นมากกว่ากลับบ้านกับผม แต่...

 

            “พี่ไคงี่เง่า” เด็กตัวบางกลับตวัดสายตามามอง แล้วเอ่ยเสียงสั่น และนั่นก็ทำให้ผมยิ่งทำอะไรไม่ถูก

 

            “ฉันขอโทษ”

 

            “ขอโทษทั้งที่พี่ไม่รู้ว่าทำอะไรผิดน่ะหรือครับ” พอเขามองมาด้วยสายตาตัดพ้อ ผมก็เจ็บที่ใจจนรีบจอดรถเข้าข้างทาง หันกลับไปมองเขา

 

            “ฉันไม่รู้”

 

            “พี่ไม่รู้หรือแกล้งไม่รู้กันแน่” เฌอแตมมองผมด้วยสายตาที่ทำให้ผมทนไม่ได้ เขาทั้งตัดพ้อ ต่อว่า และน้อยใจจนอยากจะรวบร่างของเขาเข้ามากอด จนตัดสินใจเอาวินาทีนั้นว่าผมควรจะสารภาพออกไปได้แล้ว

 

            “ฉันเป็นคนเขียนเรื่องพวกนั้นเอง”

 

            “เอ๊ะ” เฌอแตมเอียงหน้า แต่ผมไม่รอให้เขาถาม จัดการสารภาพความผิดออกไปทันที

 

            “เรื่องนางฟ้าที่เธออ่านเป็นเรื่องที่ฉันเขียนเอง ฉันเขียนขึ้นมาจากจินตนาการที่อยากทำกับเธอ ตอนแรกก็เป็นแค่ความรู้สึกที่ฉันมีให้เธอ แต่หลังๆ ฉันห้ามความคิดที่อยากเมคเลิฟกับเธอไม่ได้ และมันก็มากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเห็นเธอเปลือย จากที่แค่ลูบๆ คลำๆ ฉันก็อยากใส่เข้าไป ฉันอยากเห็นเธอครวญคราง อยากเห็นเธอขอฉัน นางฟ้าที่เธออ่านจึงเป็นเธอ”

 

            เฌอแตมมองผมทั้งที่อ้าปากกว้างขึ้นเรื่อยๆ กระทั่งพูดจบ

 

            “นี่พี่มีเรื่องไหนที่แตมยังไม่รู้อีกบ้างเนี่ย อ๊า!! จะบ้าตาย! นั่นแตมหรือ จะบ้าหรือ แตมไม่เคยร้องบอกพี่ว่าใส่เข้ามาลึกๆ นะ บ้า บ้าแล้ว ถ้าลึกกว่านั้น แตมก็ไส้แตกแล้ว บ้า!” ไฟถนนทำให้เห็นว่าเขาหน้าแดงก่ำ แล้วเขาก็โวยวายจนผมใจชื้น แม้จะถูกตราหน้าว่าไอ้โรคจิต แต่ก็ยังดีกว่าเขาไม่ยอมคุยด้วย

 

            “แล้วแตมก็ไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้!” เขาหายใจลึกๆ แล้วเอ่ยด้วยเสียงที่พยายามดัดให้เข้ม หากซ่อนความอายกับเรื่องที่ผมพูดก่อนหน้าไม่ได้เลย

 

            “พี่ไค พี่ไคมีเรื่องต้องบอกกับแตมใช่มั้ย!!!

 

            “...”

 

            หากผมเป็นฝ่ายเงียบ เฌอแตมรู้แล้วอย่างนั้นหรือ หรือไม่ใช่เรื่องเดียวกับที่ผมคิด ผมควรจะบอกเขาไปดีหรือเปล่า

 

            “ว่ายังไงพี่ไค” เขาจ้องหน้าผม แต่ผมยังเงียบจนทั้งรถมีเพียงความเงียบ ดวงตาของเราสบกันเหมือนต่างฝ่ายต่างกดดัน หากผมเองเนี่ยล่ะที่ถูกกดดันจนหายใจแทบไม่ออก เหมือนถูกเด็กตรงหน้าไล่ต้อนจนจนมุม

 

            “ฉัน...”

 

            โครม!!!!

 

            ผมยังไม่ทันที่จะอ้าปากเอ่ยออกไปเลย เสียงดังโครมใหญ่ก็ดังก้องไปทั่วทั้งท้องถนน และรถคันหนึ่งที่เพิ่งจะแล่นผ่านรถผมที่จอดอยู่ข้างฟุตบาทก็ลอยกระเด็นผ่านหน้ากระจกไปยังข้างทาง โดยมีรถปิ๊กอัพที่แล่นมาจากถนนฝั่งตรงข้าม เสยข้ามเกาะกลางถนนอัดอยู่ที่ประตูฝั่งหนึ่ง

 

            ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก แต่ผมเหมือนเห็นภาพสโลว์โมชั่นของรถที่กำลังหมุนตีลังกาผ่านหน้าผมไป พร้อมกับเหตุการณ์ในวันที่รถตกเขาแวบเข้ามาในหัว ความหวาดกลัวเกาะกุมเข้าที่หัวใจจนมือสั่นเทา รู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็กคนนั้นที่นอนเลือดอาบจับมือกับศพแม่อยู่เกือบสองวัน

 

            หมับ

 

            “พี่ไค” หากคนที่ทำให้ผมรู้สึกตัวคือเด็กคนข้างๆ ที่หน้าซีดกว่า ปากสั่นระริกพอๆ กับร่างกายที่สั่นไม่หยุด แล้วเฌอแตมก็ครวญครางเหมือนคนจมน้ำ

 

            “พ่อ...พ่อแตม พ่อ พ่ออยู่ในนั้น พ่อแตม!

 

...............................................

 

            ครบค่ะ เอาเรื่องไหนก่อนดี อืมมม เริ่มที่เรื่องพี่ไคก่อนเนอะ เชื่อว่าทุกคนรู้ตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วว่าพี่ฮูคือพี่ไค ส่วนว่าทำไมข้อความถึงส่งมาได้ทั้งที่พี่ไคอยู่กับแตมก็เพราะมีพี่ป้องเป็นตัวช่วยชั้นดีนี่เอง ส่วนวันที่แตมจับได้ก็เพราะพี่ป้องเขาเข้าไลน์ผ่านคอม มันก็จะเด้งเตือนเข้ามาในมือถือใช่ม้า นั่นแหละค่ะ ความลับแตก งอแงหนักหน่วงมาก โกรธคนที่ไม่ยอมบอกความจริงสักที แล้วพอกำลังจะสารภาพความจริง ก็ดันมีเหตุการณ์รถชนมาอยู่ตรงหน้า

            เรื่องนี้ก็นานมากแล้วเนอะ แต่คงมีคนจำได้ใช่ม้าว่าพ่อของน้องแตมตายเพราะรถระเบิดแล้วถูกไฟครอก เช่นเดียวกัน พ่อแม่พี่ไคเองก็เสียไปเพราะอุบัติเหตุรถตกเขา พี่ไคก็นอนจับมือกับศพแม่สองวันก่อนที่จะมีคนมาช่วยออกไป จนเสียความสามารถในการแสดงความรู้สึกไป และเมื่อเหตุการณ์นั้นมาเกิดตรงหน้าอีกครั้ง มันก็เหมือนฝันร้ายของทั้งคู่มายืนตัวเป็นๆ ตรงหน้าค่ะ           สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.731K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10366 Xakas (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 01:31
    พี่เมย์ใจร้าย ใจหนูก็มีเท่านี้ น้ำตาหนูก็มีเท่านี้!!!
    #10,366
    0
  2. #10338 MyUniverseOSH (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2562 / 08:42

    ในความเครียดเรื่องที่ปิดบังก็ยังอุตส่าห์หักมุมตลก พี่ไคโป๊ะเรื่องจินตนาการเฉยเลย สารภาพผิดเรื่องว้อยพี่ 555555 แต่มาเครียดเรื่องเกิดอุบัติเหตุ สองคนที่มีฝันร้ายในชีวิตเรื่องเดียวกันจะทำยังไงกับเหตุการณ์ตรงหน้าละเนี่ย ช็อคทั้งคู่ แล้วใครจะช่วยใครได้ ใครจะได้สติก่อน ลุ้นๆ
    #10,338
    0
  3. #10246 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:06
    น้องงงงงงงงงงง
    #10,246
    0
  4. #9856 bonitakuk (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 20:35
    น่าสงสาร
    #9,856
    0
  5. #9835 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 02:49
    คุณพ่ออย่าเป็นไรนะ
    #9,835
    0
  6. #9732 Bamjsw (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 13:12
    ฮรื่อออ
    #9,732
    0
  7. #9724 OngBm (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 18:50
    อมก.ๆๆๆๆ สู้นะลู้กแม่ทั้งสองงงง อย่าจิตตกกับอุบิตเหตุนะะะ ไม่รู้จะปลอบยังๆง สงสารรร
    #9,724
    0
  8. #9722 zhll (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 22:40

    เห้ย.. หนักเลยที่นี้ น้องแตมต้องเจอเป็นครั้งที่สองแล้วนะ... โอ้ยย ไม่รู้จะปลอบยังไง ขอให้คุณพ่อไม่เป็นอะไรนะคะ

    #9,722
    0
  9. #9720 sofar_fa (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 00:10
    น้องแตมจำเรื่องพ่อได้แล้วใช่ไหม จำเหตุการณ์ตอนที่พ่อเสียชีวิตได้แล้ว
    แต่คือแบบ แล้วใครจะปลอบใครล่ะเนี่ย 55555 แต่เราว่าพี่ไคต้องปลอบน้องอีกเช่นเคย เพราะของพี่ไค พี่ไครู้มาตลอดและยอมรับได้แล้ว เหมือนเพียงแค่แผลเป็น แต่ของน้องแตมมันเหมือนแผลที่ยังไม่หายและมีอะไรกระทบกระเทือนจนเลือดไหลอีกครั้ง งี้ป่ะ
    #9,720
    0
  10. #9718 S'2B'S (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 18:50

    โอ้โห... ไม่ต้องงอนกันแล้ว ปลอบกันแทนก่อนนะ อยู่เยียวยาจิตใจกันและกัน

    #9,718
    0
  11. #9717 Por'z Chanprateep (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 05:48
    ความวัวยังไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกที่แท้ทรู อ่ออ๊อยยยยยย เห็นใจทั้งคู่เลยอะ ขอให้ผ่านเรื่องร้ายๆ ไปพร้อมกันทั้งคู่เลยนะ
    #9,717
    0
  12. #9716 chantakorns (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 01:50

    หายไปไหนแล้วครับ อัพนานจัง รออยู่นะครับ ชอบนะครับ

    #9,716
    0
  13. #9712 แหวน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 01:55

    โอ้โหหหหหหไอรถมารขัดความสุข เค้ากำลังจะสารภาพแล้วเชียว

    #9,712
    0
  14. #9711 namnamtee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2561 / 17:43

    คิดถึงพี่ไคกับน้องแตมแล้วค่ะ

    #9,711
    0
  15. #9710 Melo99 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 14:09
    ฮื้อพี่เมมมมมย์ ทำไมจี้จุดทั้งสองคนแบบนี้ แง้้้ นึกว่าพี่ไคจะช็อคคนเดียว ช็อคคู่เลย ทำยังไงล่ะเนี่ยยยย
    #9,710
    0
  16. #9706 little lock (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2561 / 18:44
    ฮืออออ สงสารทั้ง2คนเลยย จับมือสู้ไปด้วยกันน้าาา
    #9,706
    0
  17. #9705 DOKDAE (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 21:42
    โอ้โห หนักไปหมดทั้งสองคนเลย สู้ๆนะ จับมือกันผ่านไป ✌🏼
    #9,705
    0
  18. #9704 เป็นเอเลี่ยน (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 09:10
    ปลอบกันสองคนนนนน
    #9,704
    0
  19. #9703 lills (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 08:28
    โอยสงสารทั้งสองคนนนน
    #9,703
    0
  20. #9701 sanomsin (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 สิงหาคม 2561 / 06:03

    สองคนชีวิตคล้ายกันมาก. แต่เมื่อไรจะรู้เรื่องกันซักที

    #9,701
    0
  21. #9687 Ratty Sukhothai (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 11:12

    สงสารทั้งคู่
    #9,687
    0
  22. #9684 ปลากระป๋อง (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 07:18
    แตมเห็นได้ไงว่าเป็นพ่ออ่ะ
    #9,684
    0
  23. #9683 Som O Usanee (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2561 / 06:49
    จะร้องไห้อะ คือความรู้สึกตอนนั้นของพี่ไค และของน้องแตม มันกลับมาเพราะภาพเหตุการณ์ตรงหน้า และมันดึงให้ทั้งสองคนเหมือนกลับไปอยู่ ณ จุดนั้นอะ มันเศร้ายังไงไม่รู้แฮะ เป็นเรื่องฝังใจที่เจ็บปวดมากเลยนะ แล้วนี่ใครจะปลอบใคร ฮืออออออ เรื่องพี่ฮูก็ยกยอดไปก่อนเน้อะ
    #9,683
    0
  24. #9682 dfernnnn (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 22:29

    น้องงงงงง
    #9,682
    0
  25. #9677 SungEun~ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 19:44
    กำลังจะดีแล้วเชียว ดันเกิดเรื่องอีก อดีตฝังลึกของทั้งคู่ด้วย งืออออ
    #9,677
    0