[Yaoi] Money Addict ผมมีค่า ต้องกล้าจ่าย! [Boy's Love]

ตอนที่ 36 : ตอนที่ 34 Je t'aime

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 21,394
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,204 ครั้ง
    1 ต.ค. 61


ตอนที่ 34 Je t'aime

 

 

 

ไค

 

            “พ่อ พ่อ!!!

 

            เฌอแตมเปิดประตูลงจากรถแล้ว จนผมต้องรีบกระชากประตูตาม คว้าตัวของเขาที่ทำท่าจะวิ่งเข้าไปหารถคันนั้นที่พลิกคว่ำ ควันลอยโชยขึ้นมาจากเครื่องยนต์ เสียงกรีดร้องของคนในรถดังมาถึงจุดที่พวกผมยืนอยู่ แต่ผมได้ยินเพียงเสียงของเฌอแตมที่ร่ำร้องหาพ่อ ดวงตาหวาดกลัวเหมือนเขากลับไปยังวัยเด็กเช่นเดียวกับผม

 

            หากอาการเขาหนักกว่าผมมาก จนผมต้องปัดความกลัวนั้นทิ้งไป

 

            “ไม่ได้เฌอแตม อย่าเข้าไป!” ผมรวบตัวเขาไว้ แต่เขาพยายามดิ้น มองไปยังรถที่พลิกคว่ำที่น้ำมันกำลังไหลออกมาจากถัง ผมไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไร แต่สิ่งที่ผมเห็นจากตรงนี้คือมีคนกำลังพยายามดิ้นรนออกมาทางหน้าต่างรถ

 

            “ปล่อย! พ่อ พ่อบอกให้น้องแตมเรียกคนช่วย พ่อบอก แตมต้องช่วยพ่อ พ่อ!

 

            เขาพยายามดิ้นออกจากอ้อมกอดของผม แต่ผมก็ยังรวบร่างของเขาไว้แน่น จมูกผมได้กลิ่นน้ำมันที่ลอยตามลมมาถึงนี่ ขณะที่คนในรถปิ๊กอัพถีบตัวออกมาจากรถได้สำเร็จแล้ว แต่คันที่ถูกชนยังคงมีคนติดอยู่ในนั้น

 

            “เฌอแตม เขาไม่ใช่พ่อเธอ!” ผมพยายามเรียกสติของเด็กในอ้อมกอด ผมรู้จากพี่นุกแล้วว่าเขาสูญเสียความทรงจำบางส่วนไปในอุบัติเหตุ

 

            พี่นุกเล่าว่าเฌอแตมสลบไปหลังจากที่รถของพ่อระเบิด แล้วฟื้นขึ้นมาในโรงพยาบาลโดยจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นในรถคันนั้นไม่ได้ หมอบอกว่าจิตใจของเฌอแตมปิดกั้นความทรงจำส่วนนี้เอาไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าตัวเจ็บปวด และก็ไม่มีใครคิดจะรื้อฟื้นความทรงจำของเขาขึ้นมา ทว่า วันนี้ ตอนนี้ เฌอแตมกำลังจำได้ และผมทนไม่ได้ที่เห็นเขากำลังร้องไห้จะเป็นจะตายเพื่อวิ่งเข้าไปในรถคันนั้น

 

            หมับ

 

            “เฌอแตม มองฉัน!

 

            “ไม่ พ่อ...”

 

            “มองฉัน!” ผมตะโกนสั่งเขา และนั่นทำให้คนที่น้ำตานองหน้าหันมาสบตาผม

 

            “พ่อเธอบอกว่าให้วิ่งออกมาหาคนช่วยใช่มั้ย” เขาพยักหน้าทั้งน้ำตา

 

            “พ่อ พ่อบอกว่าให้น้องแตมวิ่งมาหาคนช่วย แต่ไม่มี...ไม่มีใครช่วย ไม่มี พ่อ...”

 

            “มีสิเฌอแตม คนที่จะช่วยเธอกับพ่อ มีสิ!!!” ผมยังตะโกนใส่หน้าเขา ดึงเขาไว้ไม่ให้หันไปมองสิ่งที่เรียกความทรงจำเจ็บปวดของเขาให้กลับมา ถ้าเขายังเจ็บปวดจากเหตุการณ์ในวันนั้น ผมจะทำทุกอย่างเพื่อถอนพิษในวัยเด็กของเขาออก แม้จะไม่ทั้งหมด แต่ถ้าทำให้เขาดีขึ้น ผมจะทำ

 

            “ไม่...”

 

            “มีสิ คนตรงหน้าเธอไง ถ้าฉันอยู่ตรงนั้น ฉันจะเข้าไปช่วยพ่อของเธอ!” ถ้าผมอยู่ในวันนั้น ผมจะไม่ปล่อยให้เขายืนร้องไห้มองเปลวเพลิงที่ลุกไหม้ร่างของพ่อด้วยสีหน้าเจ็บปวดทรมาน ผมจะไม่มีวันปล่อยให้เขาทำหน้าแบบนั้น และก่อนที่เขาจะตั้งตัวทันว่าผมหมายความว่ายังไง

 

            หมับ

 

            “จับเด็กคนนี้ไว้ อย่าให้เข้าไป!” ผมสั่งคนที่วิ่งลงมาดูเหตุการณ์ แล้วกำลังควักโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปจนอยากต่อยให้หน้าแตกยับ เพราะแทนที่จะเอาเวลาไปช่วย กลับบันทึกความตายของคนอื่น และนั่นทำให้ผู้ชายคนนั้นรีบจัดเฌอแตมไว้

 

            จากนั้น ผมก็โน้มไปริมหูน้อง

 

            “ถ้าฉันแลกชีวิตกับพ่อเธอได้แล้วเธอจะไม่ต้องเจ็บปวด ฉันพร้อมแลก”

 

            “เฮ้ย!!! เดี๋ยวสิคุณ รถจะระเบิดแล้วนะ อย่าเข้าไป!

 

            ผมไม่ฟังเสียงห้าม ผมวิ่งไปยังซากรถที่หงายหลังพร้อมกับกลิ่นไหม้ที่กำลังลอยคลุ้ง ไม่รู้ว่าตัวเองมีเวลามากแค่ไหน แต่ผมจะทำในสิ่งที่เมื่อสิบปีก่อนไม่มีใครเคยทำให้เฌอแตม

 

            “พี่ไค ไม่นะ ไม่ อย่าไป ปล่อยกูสิวะ ปล่อยกู!!!” ผมได้ยินเสียงของเฌอแตมร้องไห้มาจากด้านหลัง แต่ผมพุ่งเข้าไปในรถคันนั้นแล้ว มองไปยังร่างของผู้หญิงที่กำลังกอดลูกราวสามสี่ขวบไว้แน่น ซึ่งทันทีที่เห็นผม เขาก็ส่งเด็กมาให้

 

            “ช่วยลูกฉัน เอาลูกฉันไปก่อน ช่วยเขาก่อน...”

 

            ผมรับตัวเด็กไว้ แล้วรีบดึงออกมา แต่แทนที่จะอุ้มเด็กไปยังที่ปลอดภัย ผมหันไปมองดวงตาที่กำลังปล่อยน้ำตาหยดโต

 

            “วิ่ง”

 

            “แม่ แม่หนู...”

 

            “ฉันจะช่วยเอง หันหลังแล้ววิ่ง!” ผมสั่ง เด็กคนนั้นก็รีบวิ่งให้ห่างออกจากตัวรถ จากนั้นก็บอกกับผู้หญิงที่มองผมด้วยสายตาราวกับรับรู้แล้วว่าต้องไม่รอด

 

            “หลับตา!

 

            เพล้ง!

 

            ผมเอาหัวไหล่กระแทกกับช่องหน้าต่างที่แตกออกบางส่วนพอให้เด็กคนนั้นออกมาได้ แต่ไม่มากพอสำหรับผู้ใหญ่โตเต็มวัย ขณะที่ได้ยินเสียงปะทุของเครื่องยนต์จากรถอีกคัน ซึ่งมันคงใช้เวลาไม่นานที่จะลามมารถคันนี้ แล้วอาจจะตายกันหมด หากผมก็ไม่ยอมหยุด ผมรู้สึกถึงเลือดจากเศษกระจกที่ไหลอาบแขนของผม แต่ผมยังกระแทกเต็มแรง

 

            “พอ พอเถอะ คุณ”

 

            “ต้องช่วย ต้องช่วยให้ได้ ต้องช่วยได้สิวะ!

 

            พรึ่บ

 

            จู่ๆ ไฟก็พรึ่บขึ้นมา ในจังหวะที่ผมก็จับแขนของผู้หญิงในรถ แล้วลากออกมาเต็มแรง ก้มหน้าลง รู้สึกถึงไฟที่กำลังลามเลียอยู่บนแผ่นหลัง แต่ผมก็ยังลากผู้หญิงคนนั้นด้วยแรงทั้งหมดที่มี ให้ไกลที่สุดจากรถคันนั้น และมันคงมากพอให้คนอื่นช่วยเข้ามารับผู้หญิงไว้ ส่วนผมก็รีบกระชากเสื้อแจ็กเกตที่สวมทับอยู่ออก

 

            “พี่ไค!” ทันใดนั้น ผมก็เห็นเฌอแตมที่น้ำตาเปรอะเปื้อนใบหน้ากำลังพยายามเอาเสื้อของเขาตบไปบนหลังคอของผม อยากจะเอ่ยปากห้ามเขาให้ใส่เสื้อกลับเข้าที่เดิม เพราะผมหวง แต่กลับไม่มีแรงพูด ได้แต่นอนคว่ำลง รับรู้ว่ามีชาวบ้านหลายคนพยายามช่วยดับไฟที่ติดบนเสื้อ

 

            ทันใดนั้น...

 

            ตู้ม!

 

            ทุกคนไม่เว้นแม้แต่ผมสะดุ้งเฮือก เมื่อรถที่ไฟลุกในตอนแรกเกิดเสียงระเบิดตามมาระลอกสอง แต่ผมไม่มีแรงหันไปมองแล้ว เพราะทันใดนั้น ร่างของเด็กคนหนึ่งก็ทิ้งตัวลงมากอดผมเอาไว้ร้องไห้โฮ

 

            “อย่าทำ...อย่าทำแบบนี้อีกนะ...อย่าทำ...พี่ไคกับพ่อ...ไม่มี...ฮึก...ไม่มีใครแทน...ใคร...ได้ ไม่มี”

 

            เขากำลังบอกใช่มั้ยว่าผมสำคัญเท่ากับพ่อของเขา

 

            ผมยื่นมือไปแตะแก้มเปื้อนน้ำตาของเขา แล้วเช็ดให้ แต่กลับพบว่าทำให้แก้มเขาเปื้อนเลือด

 

            “แต่ถ้าฉันแบ่งเบาความทุกข์ของเธอได้...สักนิด...ฉันก็จะทำ” หากการกระทำของผมในวันนี้ช่วยแบ่งเบาความเจ็บปวดในหัวใจของเฌอแตมเมื่อสิบปีก่อนได้ ทำไมแค่นี้ผมจะทำให้เขาไม่ได้

 

            “แต่ถ้าพี่ไคตายก็ไม่มีความหมาย ถ้าพี่ไคตายไป แตมจะทำยังไง อยากให้แตมทุกข์ใจตายไปข้างนึงเลยใช่มั้ย ได้ยินมั้ยว่าแตมไม่ยอมให้พี่ไคตาย ห้ามคิดจะทิ้งแตมไปไหนเด็ดขาดเลยนะ!!” เขาตะโกนใส่หน้า ทุบลงบนอกหลายที ผมก็อยากจะหัวเราะ แต่หัวเราะไม่ออก ได้แต่วางมือบนหัว

 

            “แต่ฉันก็ยังไม่ตาย”

 

            เขาใช้หน้าเปื้อนน้ำตามองผม

 

            “ถ้าพี่ไครักแตม แตมขออย่างเดียว...ห้ามตายไปก่อนแตม ห้ามทิ้งแตมไว้ข้างหลัง ห้าม...ฮึก เด็ดขาดเลย...นะ...แตมไม่อยากถูกทิ้งอีกแล้ว ไม่อยากถูกคนที่รักทิ้งแตมแล้ว”

 

            “เฌอแตม” เขายังสะอื้น แต่ผมมีเรื่องต้องสารภาพ

 

            เฌอแตมละสายตาจากรถพยาบาลที่กำลังแล่นเข้ามา สบตาผมอีกครั้ง จนเอ่ยเรื่องที่หากตายไปคงยังค้างคาใจจนไปสู่สุขคติไม่ได้

 

            “ฉันกับฮูคือคนคนเดียวกัน” หากความโกรธที่ควรได้รับกลับเป็นรอยยิ้มทั้งน้ำตา

 

            “ก็แค่เนี้ย ทำยึกยักอยู่ได้ทั้งอาทิตย์ แกล้งโกรธจนเหนื่อยแล้วนะ!

 

            กึก

 

            ผมนิ่ง ผมอึ้ง แล้วผมก็หลุดหัวเราะออกมาจนบุรุษพยาบาลที่เข้ามาดูอาการมองผมเหมือนคนบ้า คงนึกว่าผมเสียสติจากการถูกไฟไหม้เป็นหย่อมๆ แต่จะมีใครรู้เท่าผมล่ะว่าหัวใจทั้งดวงมันพองฟูมากแค่ไหน แล้วผมก็เข้าใจว่า...การได้รับการอภัยจากคนที่รักมันทำให้รู้สึกเหมือนกอบกำโลกทั้งใบไว้ในมือ

 

            แม้หลังจากนี้อาจจะถูกเขาโกรธหนักเพราะกระโจนเข้าไปในกองไฟก็ตาม

 

            ไม่เป็นไรหรอก ตราบใดที่ได้เห็นแววตาโล่งใจราวถูกปลดปล่อยจากโซ่ตรวนของเฌอแตม ยามที่มองสองแม่ลูกคู่นั้น

 

...................................

 

            “นี่ใจคอจะทำให้ปีนี้ใจหายใจคว่ำอีกสักกี่รอบถึงพอใจ”

 

            “พี่ไคเลยครับแม่ คนบ้าที่ไหนกระโจนวิ่งเข้าไปหารถที่กำลังจะระเบิด”

 

            “น้องแตมก็ด้วยนั่นแหละ ไฟไหม้หอหนก่อนแม่ก็ตกใจเกือบตาย”

 

            หลังจากนั้น ผมก็ถูกพาตัวมาดูอาการที่โรงพยาบาล ซึ่งไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง นอกจากแขนที่ถูกกระจกทิ่มจนเลือดอาบ ก็มีแค่แผลไฟไหม้นิดหน่อย ที่หนักสุดน่าจะเป็นเรือนผมที่ไหม้เป็นหย่อมๆ ซึ่งพอออกจากโรงพยาบาลเมื่อไหร่คงต้องเข้าร้านตัดผมเป็นอย่างแรก

 

            ผมเพิ่งได้ห้องพักฟื้นได้ไม่นาน คนที่เพิ่งแยกกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็วิ่งพรวดเข้ามาในห้อง กอดเฌอแตมที่เสื้อไหม้เป็นรูเอาไว้แน่น

 

            น้องก็อธิบายให้แม่เขาฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ท่าทางหวาดหวั่นยามเห็นรถชนกันต่อหน้าดีขึ้นกว่าเดิมจนเกือบจะเป็นปกติ แต่ก็แค่เกือบ เพราะน้องยิ้มด้วยท่าทางเหนื่อยล้า จับมือของแม่เอาไว้ พร้อมกับเอ่ยประโยคที่ทำให้ทั้งผมและพี่นุกชะงัก

 

            “แม่ครับ แตมจำตอนที่พ่อตายได้แล้วนะ”

 

            “จำ...จำได้ แต่...แต่ว่า...”

 

            หมับ

 

            “ไม่เป็นไรครับแม่ แตมไม่เป็นไรแล้ว ตอนนี้แตมยี่สิบแล้วนะครับ ไม่สลบเหมือดไปเหมือนเมื่อสิบปีก่อนแน่ อีกอย่าง แตมมีพี่ไค ยังไงแตมก็ไม่เป็นไร” หากผมก็เป็นฝ่ายพูดอะไรไม่ออก เมื่อเฌอแตมที่จับมือแม่เขา ยื่นอีกมือมาจับแขนผมเอาไว้ บอกด้วยท่าทางเข้มแข็งกว่าเดิม

 

            “ตอนที่รถชน แตมยอมรับว่าสติมันไปหมดแล้ว รู้สึกเหมือนอยู่กับพ่อในรถวันนั้น แต่พี่ไคเป็นคนปลุกแตมให้ตื่นขึ้นมาเจอกับความจริง ตื่นขึ้นมาว่าพ่อเสียไปแล้ว พ่อไม่อยู่บนโลกใบนี้แล้ว และตอนนั้น แตม...ฮึก...ก็เด็กเกินไปที่จะทำอะไรได้ แตมโทษว่าเป็น...ความผิดตัวเองมาตลอด...แตมถึงพยายาม...ลืม แต่มันไม่ใช่...แตมลืมความจริงไปด้วยว่า...ว่า ฮึก พ่อได้ปกป้องแตมเอาไว้...พ่อไม่ต้องการให้แตมต้อง...ร้องไห้ ต้องเจ็บปวด...พ่อไม่ได้ทิ้งแตม..ไว้ข้างหลัง...พ่อยังอยู่...ในนี้”

 

            น้องดึงมือแม่แตะที่แผ่นอกข้างซ้าย

 

            แหมะ แหมะ

 

            “พ่อยังปกป้อง...แตมอยู่ในนี้...ขอโทษ ขอโทษที่แตมชอบคิดว่าแตม...โดดเดี่ยว ชอบคิดว่าแตมถูกทิ้ง...ฮึก...ขอโทษที่คิดว่าไม่มี...ใครรัก แต่ทุกคนรัก แม่รักแตม พ่อปกป้องแตม...แม่นุกดูแลแตม...แตมจะไม่ลืมอีก จะไม่ลืมอีกแล้วว่าชีวิตแตม...มีค่า”

 

            หมับ

 

            พี่นุกดึงเฌอแตมเข้าไปกอด ลูบหัวลูบไหล่คนที่กำลังสะอื้นสุดเสียง

 

            “น้องแตมมีค่าเสมอนะลูก อย่าโทษตัวเอง แม่อาจจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น แต่แม่รู้นะว่าพ่อต้องทำทุกทางเพื่อปกป้องน้องแตม อย่าคิดเชียวนะว่าถูกใครๆ ทิ้ง แม่ไม่เคยทิ้งน้องแตม ไม่เคยเลย และพ่อต้องดีใจที่สุดที่รู้ว่าน้องแตมยังมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้”

 

            “แตมขอโทษ” เฌอแตมร้องไห้ในอ้อมกอดของแม่เขา ขณะที่ผมก็ทำได้เพียงหลุดยิ้มออกมาบางๆ พลิกมือไปประสานปลายนิ้วกับคนที่ยังวางมืออีกข้างบนแขนผม บีบกระชับเอาไว้ว่าผมจะอยู่เคียงข้างเขาเอง จะไม่ทิ้งให้เขาต้องรู้สึกโดดเดี่ยวอีกต่อไป

 

            ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            ผมหันไปมองประตูห้องที่เปิดกว้างออก แล้วก็มีผู้ชายที่ผมไม่รู้จักยืนอยู่ แต่เมื่อร่างเล็กๆ ที่เกาะขาเบี่ยงตัวออกมาด้วยหน้าตาที่ยังเลอะคราบน้ำตา ผมก็จำได้ว่าเป็นเด็กที่ติดอยู่ในรถ

 

            “ขอโทษที่รบกวนนะครับ ผมเป็นสามีของคนที่คุณช่วย” ผู้ชายคนนั้นบอกด้วยดวงตาที่แดงก่ำ แล้วเขาก็พาลูกสาวเดินเข้ามาในห้อง ขณะที่เฌอแตมก็รีบเช็ดหน้าเช็ดตา

 

            “ขอบคุณนะครับที่ช่วยภรรยาผม ขอบคุณที่ช่วยเขา ผมไม่รู้จะขอบคุณคุณยังไงดีเลย ขอบคุณที่ทำให้ผมไม่เสียเขาไป ขอบคุณที่ทำให้ลูกผมไม่กำพร้าแม่ ผมฟังมาจากตำรวจแล้วว่าคุณเป็นคนเดียวที่เข้าไปช่วย ขอบคุณนะครับ ขอบคุณ” ผู้ชายคนนั้นยกมือไหว้ผมทั้งน้ำตา จับไหล่ของเด็กผู้หญิงที่กำลังสะอื้นตามพ่อ

 

            “ขอบคุณอาเขาสิลูก”

 

            “ขอบคุณนะคะ ขอบคุณที่ช่วยแม่หนูนะ” เด็กหญิงยกมือไหว้ตามพ่อ ขณะที่ผมรู้สึกว่าเฌอแตมบีบมือผมแรงขึ้น เขามองไปยังเด็กผู้หญิงคนนั้น

 

            “ขอบคุณนะคะ” ทว่าเด็กหญิงไม่ได้เดินมาหาผม เขาเดินไปแหงนหน้ามองเฌอแตม จนน้องสะดุ้ง

 

            “ พะ...พี่ไม่ได้ทำอะไร”

 

            “พี่บอกให้เขาช่วยแม่ใช่มั้ยคะ” ผมไม่รู้ว่าเด็กคนนี้รู้ได้ยังไง แต่ผมสัมผัสได้ว่ามือของเฌอแตมสั่น ขณะที่เขาก็ก้มลงมองตาเด็กผู้หญิง ยื่นมือไปวางบนศีรษะ แล้วบอกเสียงเบาหวิวเหมือนเสียงกระซิบ

 

            “หนูต้องรักษาช่วงเวลาที่ได้อยู่กับพ่อแม่นะรู้มั้ย”

 

            “อื้ม” เด็กหญิงยิ้มออกมา พยักหน้าแรงๆ ก่อนที่จะเดินกลับไปจับมือพ่อเขา ขณะที่คนพ่อยังขอบคุณอีกซ้ำๆ แล้วพาลูกเดินออกจากห้องพัก ซึ่งเพียงประตูห้องปิดลง เฌอแตมก็หันมาหาผม

 

            เขาไม่ใช่แค่จับมือ แต่เขาเอื้อมสองมือมากอดรอบลำคอของผม ทิ้งตัวลงบนเตียง

 

            “เพราะแตม พี่ถึงช่วยแม่เขาไว้ใช่มั้ย”

 

            “ใช่” ถ้าไม่ใช่เพราะเฌอแตม ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะพยายามพังกระจกสุดความสามารถจนวินาทีสุดท้ายหรือเปล่า และนั่นก็ทำให้เขากระชับอ้อมกอด เอาเนื้อตัวอุ่นๆ มาแนบชิด

 

            “ถึงแตมช่วยพ่อไม่ได้ แต่แตม...ก็ช่วยไม่ให้เด็กคนนั้นต้องกำพร้าเหมือนแตมได้ใช่มั้ย”

 

            ผมลูบหัวของเฌอแตมแผ่วเบา เงยหน้ามองพี่นุกที่เขากำลังยิ้มทั้งที่ตาแดงก่ำ จากนั้นก็ก้มลงมามองเด็กน้อยในอ้อมกอด

 

            “ใช่ ชีวิตที่พ่อเธอช่วยไว้ เธอได้ใช้เพื่อช่วยใครคนอื่น” ผมกดจูบที่หน้าผากของเขาอย่างไม่กลัวว่าแม่น้องจะมองอยู่ ลูบเรือนผมอย่างแสนรัก รู้สึกถึงคนที่ซุกซบอยู่บนตัวของผม รู้สึกว่าการที่เกือบตายในวันนี้คุ้มค่า ถ้ามันช่วยแก้ปมในใจของเด็กในอ้อมกอดให้คลายลง

 

            ผมอยากให้เขารู้ว่าเขาเป็นที่รักของใครต่อใครมากมายแค่ไหน และผมก็เป็นคนหนึ่งที่รักเขามากขนาดที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อแลกกับรอยยิ้มเปี่ยมสุขที่เขากำลังยิ้มอยู่ในตอนนี้

 

..............................................

 

ต่อค่ะ

 

เฌอแตม

 

            “เธอได้เห็นห้องนี้แล้ว ที่เหลือก็ไม่มีอะไรที่เธอไม่รู้เกี่ยวกับฉันอีกต่อไป”

 

            หลังจากดูอาการอยู่หนึ่งคืน ผมกับพี่ไคก็กลับมายังบ้านของเรา แล้วคนที่มีผ้าพันแผลรอบแขนก็เดินนำมายังห้องทำงาน เปิดประตูออกกว้าง แล้วบอกด้วยน้ำเสียงไม่แน่ใจ จนผมต้องกลั้นยิ้มสุดความสามารถ เหมือนที่ทำมาตลอดทั้งสัปดาห์

 

            ผมไม่ได้ตั้งใจจะให้พี่ไคกระโจนเข้าไปในกองไฟเพื่อพิสูจน์ว่าทำให้ผมได้ทุกอย่างหรอกนะ ตอนนั้น ความทรงจำมันไหลวนกลับมาจนแยกความจริงกับเรื่องในอดีตไม่ได้ช่วงจังหวะหนึ่ง แต่ก็อย่างที่ผมบอกว่าได้พี่ไคนั่นแหละที่ปลุกให้ผมตื่นขึ้นมาเจอกับความจริง...คนที่ผมรักอาจจะตายไปอีกคน

 

            ตอนที่เห็นพี่ไคอยู่ตรงนั้น หัวใจมันหวาดกลัวไปหมด พยายามจะวิ่งไปหาเขา แวบหนึ่งคำพูดของเมียเก่าพ่อก็ดังขึ้นมาว่าผมเป็นตัวซวย ไม่ว่าผมอยู่ใกล้ใคร คนนั้นก็จะจากผมไปทั้งนั้น แต่พี่ไคก็พิสูจน์แล้วว่ามันไม่จริง เขาไม่เพียงแต่ช่วยสองแม่ลูก...พี่ไคช่วยผมเอาไว้

 

            ความทรงจำที่กลับมาบอกให้ผมรู้ว่าผมไม่ได้เป็นฆาตกร ผมไม่ได้ทำให้พ่อตาย พ่อแค่พยายามปกป้องผมเอาไว้ต่างหาก และพี่ไคก็บอกให้ผมรู้ว่าชีวิตนี้ที่พ่อแม่ให้ผมมา สามารถช่วยคนอื่นได้อีก

 

            ผมไม่ใช่ตัวซวย ไม่ใช่ตัวเกะกะ แต่เป็นคนที่มีค่าจนผู้ชายคนหนึ่งรักผมมากขนาดนี้ต่างหาก

 

            ขนาดไหนน่ะหรือ...ชนิดที่ผนังด้านหนึ่งเต็มไปด้วยกระดาษโน้ตแผ่นเล็กเป็นร้อยๆ แผ่น เรียงร้อยข้อความสั้นๆ ที่เพียงอ่านผ่านตาอาจจะยังไม่รู้ว่าหมายถึงอะไร แต่เมื่ออ่านไปเรื่อยๆ ผมก็รับรู้ว่านี่คือคำพูดที่พี่ไคเตรียมเอาไว้เพื่อพูดคุยกับผม

 

            ตอนแรกผมอาจจะเคืองที่พี่ไคปิดบังว่าเขาคือพี่ฮู แต่ไม่ได้ถึงขั้นโกรธ แค่รู้สึกว่าถูกหลอกถามข้อมูลและสอดส่องมาตลอดเวลาต่างหาก

 

            เขาเลยรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับผม ทั้งชีวิตจริงและตอนเป็นดีเจ รู้ทุกอย่าง และทำให้รู้สึกหน้าแตกหน่อยๆ ที่ละเมอคิดไปเองว่าที่เขาซื้อตุ๊กตาเพนกวินมาให้เพราะใจตรงกัน แถมเขายังเห็นที่ผมร้องเพลงรักให้ ซึ่งคิดไปคิดมาก็ดีแล้วนี่นา ในเมื่อผมก็ร้องให้เขาจริงๆ และผมก็อยากได้สิ่งที่ชอบจริงๆ ด้วย

 

            และความโกรธก็มลายหายวับไปทันทีเมื่อกลับหลังไปมองข้างหลัง

 

            ในห้องทำงานพี่ไคด้านหนึ่งเป็นบอร์ดติดผนัง แต่บอดร์ดอันใหญ่นั้นรองรับข้อความมากมายที่ติดแน่นจนซ้อนกันเป็นชั้นไม่ไหว จึงมีกระดาษจำนวนมากที่ติดสก็อตเทปไว้บนผนังจนเหมือนกับเป็นลายของวอลเปเปอร์ หากว่าวอลเปเปอร์นั้นเต็มไปด้วยข้อความที่แตกต่างกัน

 

            ...กลับมาแล้วหรือ วันนี้เป็นยังไงบ้าง เรียนสนุกหรือเปล่า...

 

            แม้เขาจะพูดได้แค่กลับมาแล้วหรือ

 

            ...มื้อเย็นอร่อยจังเลย เธอทำกับข้าวเก่งนะ ทำให้ฉันกินทุกวันได้มั้ย...

 

            แม้เขาจะทำได้แค่กินเงียบๆ จนหมดจานไร้คำพูดใดๆ

 

            ...เธอเรียนเสร็จหรือยัง ฉันอยู่หน้าคณะเธอแล้วนะ กลับด้วยกันนะ ฉันไม่อยากให้เธอกลับคนเดียวเพราะเป็นห่วง...

 

            แม้เขาจะส่งข้อความสั้นๆ ว่าฉันอยู่หน้าคณะก็ตาม

 

            ...ทำไมวันนี้กลับดึก ทีหลังให้ฉันไปรับมั้ย ฉันไม่อยากให้เธอลำบากนั่งรถกลับเอง...

 

            นอกจากบทสนทนาที่เป็นชีวิตประจำวัน ซึ่งเขาพูดมันไม่เต็มประโยคที่เขียนเอาไว้ด้วยซ้ำ ยังมีอีกมากมายที่ทำให้ผมรับรู้ความรู้สึกของเขา วันนั้นที่ผมเผลอเข้ามาแล้วเห็นบอร์ด ผมต้องยืนน้ำตาไหล เพราะผม...ได้เห็นความรักของเขาผ่านตัวหนังสือ

 

            ...ขอโทษนะที่ไม่ได้บอกว่าจะเดินทางเพราะฉันไม่คิดว่าเธอจะสนใจ อย่าโกรธฉันอีกเลยนะ...

 

            ...อย่าร้องไห้เลยเฌอแตม น้ำตาของเธอทำให้ฉันเจ็บหัวใจ ได้โปรด อย่าร้องเลย...

 

            ...อย่าคิดว่าเธอไม่เป็นที่ต้องการของใครๆ เพราะฉันต้องการเธอมากกว่าใคร เธอแค่คนเดียว...

 

            แล้วผมก็มองไปยังข้อความตรงกลางบอร์ด

 

            ...หัวใจของฉันอยู่กับเธอ ถ้าเธอไม่มีใคร ขอให้ฉันเป็นคนดูแลได้มั้ย...

 

            ...ฉันขอโทษที่ฉันพูดไม่เก่ง แต่ขอคนที่พูดไม่เก่งคนนี้บอกว่ารักเธอได้หรือเปล่า...

 

            ...ถ้าฉันพูดคำว่ารัก เธอจะฟังมั้ย...

 

            ...ฉันรักเธอนะเฌอแตม...

 

            ...Je t’aime...

 

            ผมรับรู้ได้ถึงความรักของเขาที่มีต่อผมอัดแน่นอยู่ภายในห้องห้องนี้ ทุกตัวอักษร ทุกข้อความ ทุกอย่างที่เขาบรรจงเขียน ทำให้ผมนึกภาพตอนที่เขาหน้าดำคร่ำเคร่งเพื่อเขียนมันลงไป ท่องจำมันเอาไว้ แล้วจะผิดหวังแค่ไหนที่เขาเอ่ยได้เพียงแค่ไม่กี่ประโยค มันทำให้ผมร้องไห้มาแล้ว อยากจะถามเขาว่าทำไมเขาถึงรักผมมากมายขนาดนี้

 

            ผมหมุนตัวไปมองเจ้าของห้องที่กำลังยืนคอตก

 

            ผมไม่ได้นึกโกรธอะไรเขาเลย ผมแค่อยากให้เขาบอกความจริงผมมา ผมก็จะรอฟังคำว่ารักจากเขา แต่ให้โอกาสแล้วก็ยังไม่พูด ผมก็เลยแกล้งโกรธเสียให้เข็ด แล้วเมื่อวานที่เป็นวันเกิด ผมก็ตั้งใจว่าจะกดดันจนกว่าเขาจะพูด เพราะของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดไม่ใช่เสื้อผ้า กระเป๋า นาฬิกา หากแต่เป็นคำรักของผู้ชายตรงหน้าต่างหาก

 

            “พี่ไคมีอะไรจะพูดกับแตมมั้ยครับ”

 

            “ความจริงแล้วฉันเป็น whosomeone

 

            “อันนั้นรู้แล้วไม่เอา” ผมลอบยิ้ม มองคนที่ดวงตาเป็นกังวล

 

            “ขอโทษที่ปิดบัง”

 

            “ฮื่ออ ก็ยังไม่ใช่”

 

            “เรื่องที่ฉันเอาเธอมาเป็นแบบ...”

 

            “ไม่เอา ไม่ใช่”

 

            “เอ่อ สุขสันต์วันเกิด” พี่ไคดูจนปัญญาจะตอบให้ตรงใจ ซึ่งมันแปลว่านอกจากเรื่องพี่ฮูกับไอ้นิยายอิโรติกนั่นก็ไม่มีอะไรที่ปิดบังกันแล้ว ผมรู้จากการอยู่กับเขามาสักพัก พี่ไคจะตอบทุกอย่างที่ผมถาม ดังนั้น เรื่องที่บอกว่าไม่เคยโกหกก็เป็นเรื่องจริง

 

            ผมแค่ไม่ถาม เขาก็เลยไม่พูดไงล่ะ

 

            “อื้ม” ผมส่งยิ้มให้ และนั่นก็ทำให้คนที่หมดหล่อไปโขเพราะผมไหม้ดูโล่งใจ

 

            “ฉันมีของขวัญให้เธอด้วย” เขาทำท่าจะก้าวออกจากห้อง

 

            “แตมไม่อยากได้ที่พี่ไคเตรียมไว้”

 

            พี่ไคดูลนลาน จนผมหัวเราะ แล้วก็ใบ้ให้...

 

            “แตมจะเอานี่” ผมชี้ไปยังกระดาษแผ่นหนึ่ง แต่พี่ไคยังดูงุนงง ผมเลยดึงกระดาษแผ่นนั้นมาเสมอดวงตาคนตัวโตยังกับตึก แล้วก็เผยรอยยิ้มจากหัวใจ

 

            “อ่านเร็ว”

 

            “หืม!?” พี่ไคเบิกตากว้าง ก้มลงมองกระดาษสลับกับมองหน้าผม แล้วเขาก็ถามอย่างไม่อยากเชื่อสายตา

 

            “ฉันบอกได้หรือ”

 

            “ก็แตมรอฟังอยู่นี่ไง” ผมย่นจมูกใส่เขา แต่เขากลับก้าวเข้ามาชิดตัวผม จับสองแขนของผมไว้ มองเข้ามาในดวงตาจนสายตาของเราประสานกันนิ่ง ผมเห็นเลยว่าดวงตาสีดำขลับตรงหน้าจริงจังและจริงใจมากแค่ไหน ทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกหนึ่ง

 

            ความรู้สึกที่เอ่ยเป็นคำพูดว่า...

 

          “เฌอแตม... Je t’aime

 

            ผมยิ้มหวาน

 

            หมับ

 

            “เป็นของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุดของแตมเลย” ผมกอดเขาเอาไว้ด้วยสองมือ ซบหน้ากับหน้าผากของเขาที่เอนลงมา กระซิบบอกด้วยหัวใจที่พองฟู เพราะว่าพี่ไคไม่ได้เรียกชื่อผมอย่างเดียวหรอก คำแรกน่ะชื่อ แต่คำที่สองที่ออกเสียงสำเนียงภาษาฝรั่งเศสเป๊ะๆ นั่นต่างหาก

 

            คำที่มีความหมายว่า...

 

            “ฉันรักเธอนะ”

 

            จุมพิตหวานและอุ่นแนบเข้าที่ริมฝีปากของผมจนแนบแน่นและหนักหน่วง ผมเองก็ตอบรับเขาด้วยความรู้สึกเดียวกัน เรียกร้องความรักจากเขาซึ่งพี่ไคก็มอบให้จนร่างกายอ่อนแรง ทำได้แค่กอดเขาเอาไว้แน่นๆ และบอกเขาเมื่อพี่ไคยอมปล่อยให้ปากเป็นอิสระ

 

            “แตมก็รักพี่ไคครับ”

 

            หมับ

 

            “เฮ้ย!!!” ผมก็ร้องลั่นสิ เมื่อจู่ๆ พี่ไคก็รวบร่างของผมจนขาลอยเหนือพื้น หมุนตัวผมไปรอบๆ จนอยากโวยวายว่ามึนหัว แต่เพราะรอยยิ้มของคนหน้าตายที่กว้างจนแทบจะถึงใบหู เรียกเสียงหัวเราะของผมดังก้องไปทั่วทั้งห้อง แล้วผมก็จัดการจับสองแก้มเขาเอาไว้ แล้วก้มลงไปกดจูบหนักๆ

 

            “ฉันรักเธอจังเลยเฌอแตม”

 

            ผมจะตอบอะไรได้ล่ะ นอกจากยิ้มหวานๆ และคำตอบจากหัวใจ

 

            “อื้มมมมมมม”

 

....................................

 

            ครบค่ะ เรื่องนี้เหลืออีกสองตอนครับผม พี่ไคน่ะเขารักของเขามาตั้งนานแล้ว แค่พูดไม่เก่ง (เอาจริงๆ คือพูดไม่รู้เรื่องด้วย) แต่เรื่องรักแตมน่ะ รักมานานแล้วนะเออ อยากดูแลเด็กคนนี้ เพราะมีอะไรที่คล้ายๆ กัน หลังจากนี้เขาก็อยากดูแลให้ดีที่สุดจ้า วันที่เจอกันวันแรกแล้วเรียกชื่อ เปล่านะ นั่นน่ะบอกรัก


            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมถูกเปย์ นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.204K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

10,384 ความคิดเห็น

  1. #10367 Xakas (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 01:48
    โคตรน่ารัก น่ารักแบบมากๆ หื้ออออ
    #10,367
    0
  2. #10300 ookhappy (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:53

    ตื้นตัน ซาบซึ้ง กินใจ น้ำไหล คือความรู้สึกของตอนนี้จริงๆ

    #10,300
    0
  3. #10247 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 22:57
    จริงๆพี่ไคเป็นคนอบอุ่นมากๆเลยง่ะ ฮือออออออออ
    #10,247
    0
  4. #10229 Ggwel (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2561 / 20:36

    งื้อ น่ารักมากกก พี่ไคจ๋า

    #10,229
    0
  5. #10154 baekbow (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 16:34
    หืมมม ต้องรักกันเบอร์ไหนถึงทำให้กันได้ขนาดนี้ นับถือใจไคมากๆ สถานการณ์แบบนี้เสี่ยงมากอ่ะ ต่อให้เราอยากเป็นพลเมืองดีแค่ไหน ยังบอกไม่ได้เลยว่าจะกล้าทำแบบนี้ไหม ....ได้ทั้งช่วยลบความทรงจำร้ายๆของน้อง แถมได้ช่วยชีวิตคนด้วย เป็นคนดีมากกกก // และในที่สุดเขาก็บอกรักกันจนได้ ดีใจด้วยนะทั้งคู่
    #10,154
    0
  6. #10148 itzmebb (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 21:54

    สงสารน้องแตมที่ต้องติดอยู่กับเหตุการณ์รถชนที่เสียพ่อไป และขอบคุณพี่ไคที่ปลดปล่อยน้องจากความรู้สึกนั้นและได้ช่วยเด็กที่เคยตกอยู่ในเหตุการณ์เดียวกับน้อง

    #10,148
    0
  7. #10130 กวีกวี้ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 23:21

    โหหหห ถ้าเรามีคนคนหนึ่งที่รักเรามากขนาดนี้นะ ชาตินี้ไม่ขออะไรแล้วอ่ะ จริงๆนะ น้องแตฒเราเป็นคนที่โชคดีสุดๆเลยรู้ไหม เพราะฉะนั้นรักสาพี่ไคไว้ดีๆนะจ๊ะ

    #10,130
    0
  8. #10082 Noparat (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2561 / 20:38

    น่ารัก พี่ไคบอกรักน้องแตมแล้ว

    #10,082
    0
  9. #10020 SungEun~ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 09:50
    สารภาพว่าอ่านตอนนี้แล้วร้องไห้เลย ทั้งตกใจ ทั้งเศร้าตามแตม ทั้งโล่งใจ
    #10,020
    0
  10. #10019 kedsarawadeedee (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 09:27
    เธอทำฉันเสียน้ำตา อีกนิดนี่ตาบวมละ
    #10,019
    0
  11. #9935 Tono_Miya (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2561 / 03:45
    ระทึกตอนเข้าไปช่วยมาก ทำไมพี่ไคน่ารักจัง งืออ
    #9,935
    0
  12. #9921 Som O Usanee (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2561 / 00:40
    พี่ไครักน้องแตมมาก ๆ เลย รักมานานแล้วด้วยเน้อะ และตอนนี้น้องแตมก็รักพี่ไคมาก ๆ เช่นกัน
    #9,921
    0
  13. #9863 mon9228 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:59
    น่ารักมากๆเลย พี่ไครักน้องแตมมากจริงๆ นึกภาพตามว่าคนแสดงความรู้สึกไม่เก่งมานั่งเขียนนั่งท่องจะน่ารักน่าเอ็นดูขนาดไหน แล้วพอตัวเองพูดได้ไม่ครบที่เขียนไว้จะมานั่งบ่นตัวเองอีกนานขนาดไหน โอยยย น่ารักเว่อร์ๆ >ω<
    #9,863
    0
  14. #9860 bonitakuk (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 21:13
    ในที่สุดพี่ไคก็ยิ้มได้สุดๆวักที น่ารักกกก
    #9,860
    0
  15. #9858 Kim-kibom (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 20:57

    ดีงามๆๆ
    #9,858
    0
  16. #9836 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 03:32
    พี่ไคน่ารักกกกกก เขินนน
    #9,836
    0
  17. #9832 sanomsin (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 01:33

    แม้จะหายไปนาน แต่ก็ต่อติดได้ง่าย น้องแตมทำเราร้องไห้เลยอ่ะ

    #9,832
    0
  18. #9829 jenny (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 00:46

    อร๊ายยยย
    #9,829
    0
  19. #9817 PIGRYWINKY (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 21:15

    ไรท์จะโกรธเราไหมถ้าจะบอกว่าเราลืมเนื้อเรื่องไปแล้ว 55555 ต้องย้อนไปอ่านใหม่อ่ะ
    #9,817
    0
  20. #9816 ChorfaChanakan (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 17:39
    โอ้ย น่าร้ากกกกก
    #9,816
    0
  21. #9815 kanata ryohei (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 17:01
    อห พี่ไคคคคคค แตมโชคดีมาก ที่มีคนที่โคตรจะรักตัวเองขนาดนี้อยู่ใกล้ๆ
    #9,815
    0
  22. #9814 Ddd (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 12:55

    หหวานมากสิ 5555

    #9,814
    0
  23. #9813 Ddd (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 12:54

    หหนาวมากกกกกกกกก

    #9,813
    0
  24. #9812 FuYuKaZe (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 12:31
    น้ำตาไหลพรากเลย อห.คนๆนึงจะรักใครซักคนได้มากขนาดนี้เลยเหรอ พี่ไคคคคค
    #9,812
    0
  25. #9811 aunaunmtyj (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 11:42
    พี่ไคคคคคค งานดีจริงๆ น่ารักกก
    #9,811
    0