[Yaoi] Sugar Addict หวานกว่าขนมก็ผมเนี่ยแหละ [Boy's Love]

ตอนที่ 29 : ตอนที่ 24 คอเสื้อมันกว้าง ความมารเลยโผล่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42,554
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 494 ครั้ง
    9 ก.พ. 60




“ไอ้พี่ป้องใจร้าย ไอ้พี่ป้องใจดำ ไอ้พี่ป้องฟังความข้างเดียว!!!” 

+++++++++++++++++++++

ตอนที่ 24 คอเสื้อมันกว้าง ความมารเลยโผล่

 

 

 

กั๊ก

          ฮึ่ยๆๆๆ ฮึ่ย!!!! กูไม่เคยโกรธตัวเองครั้งไหนเท่าครั้งนี้มาก่อนจริงๆ!!!

            ผมหลับ ฟังอีกครั้งนะว่าผมหลับ!!!

          อ๊ากกกกกก กูยอมแล้ว ยอมให้ไอ้มู่อ้าตูดให้หมาไอ้กราฟก็ได้แต่กูขอย้อนเวลากลับไปตอนที่อยู่บนรถ

            ผมรู้สึกว่าผมพลาด ผมอุตส่าห์หน้าด้านขอติดรถพี่ป้องไปด้วย เพื่อจุดประสงค์เดียวคือเป็นไม้กันหมา แล้วทำไมล่ะ ผมก็รู้ว่าไว้ใจไอ้พี่ไคไม่ได้ มันกำลังเล็งพี่ป้องของผม แต่ทำไมผมถึงงีบหลับไปได้ล่ะ จนตื่นมาอีกที...ผมก็มาอยู่บนห้องพี่ป้องอีกแล้ว

          แถม!!! แถมพี่ป้อง...ตื่นมาเตรียมร้านแล้ว ฮือออ

            เสียงผมอ่อยแรงมาก ตอนที่เดินลากขาลงมาจากชั้นลอย แล้วพบว่ามีขนมปัง ไส้กรอก เบคอน ไข่ดาว แถมด้วยกระดาษโน้ตวางแปะอยู่บนโต๊ะกินข้าว

                        พี่ลงไปเตรียมร้านก่อนนะครับ ตื่นมาก็กินซะนะเด็กดี
                                                                        รัก
                        ปล. ในตู้เย็นมีนมช็อกโกแลตกับพุดดิ้งนะครับ

            ลายมือตวัดๆ นี่ต้องเป็นของพี่ป้องแน่ๆ จนความเคืองมันลดลง...นิดเดียว

            โอ๊ย ต้องนิดเดียวสิวะ นี่กูเสียดายแทบตายแน่ะที่ไม่ได้ตื่นมาเห็นพี่ป้องทำข้าวเช้า โดยเฉพาะ...ไข่ดาวรูปหัวใจสองฟองที่วางคู่กัน

            ผมไม่ได้เขินหรอก ก็แค่เม้มปากยืนมองข้าวเช้านิ่งอีกพักใหญ่ๆ เพื่อ...กลั้นยิ้ม

            เออ ช่างมันเถอะ แม้จะไม่รู้เรื่องว่าพี่ป้องไปส่งเพื่อนที่ไหน คุยอะไรกันบ้าง หรือแม้แต่กลับถึงห้องกี่โมง แต่ถ้าพี่ป้องทำให้แบบนี้ ใครมันจะโกรธลง แถมรู้ทั้งรู้ว่าพี่ป้องเป็นคนใจดี ยังไงก็ไม่ให้เพื่อนกลับคนเดียวแน่ และคนดีแบบนั้นก็ไม่นอกใจหรอก ก็แค่ตามเพื่อนไม่ทัน

            เอาเป็นว่านับแต่นี้ต่อไป ผมจะเป็นองครักษ์พิทักษ์พี่ป้อง!!!

            ความคิดที่ผมวิ่งไปล้างหน้าแปรงฟันแล้วทำตัวเป็นเด็กดีสุดๆ ด้วยการมานั่งเคี้ยวหงับๆ ตามที่พี่ป้องบอกทุกอย่าง

            พอเอาพุดดิ้งหวานฉ่ำแถมนุ่มลื่นเข้าปาก ละเลียดความหอมมันจนหยดสุดท้ายเรียบร้อย ผมก็ไปมองนาฬิกาที่บอกว่าจะสิบเอ็ดโมงกว่า แปลว่าร้านเปิดได้ชั่วโมงกว่าๆ ส่วนไอ้พี่ไคก็คงยังไม่มา จนมายืนอยู่หน้ากระจกมองตัวเองที่เอาเสื้อผ้าพี่ป้องมาใส่และด้วยความที่อากาศมันดูร้อน ก็เลยคว้าเอาเสื้อกล้ามสีเข้มมาสวม

          โคตรของโคตรเห่ย

            เสื้อพี่ป้องตัวโคตรใหญ่จนแทบจะตกไปที่ไหล่ บอกเลยว่าจะไม่ไปไหนสภาพนี้เด็ดขาด แต่ก็นะ วันนี้ตั้งใจแล้วว่าจะพลีกายเป็นไม้กันหมา ดังนั้นหยวนๆ ไปก่อนก็ได้

            "โอเค พร้อมลุยเว้ย"

            พี่ป้องบอกว่าอย่ามาที่ร้านเพราะไม่อยากให้ถูกลือว่าเป็นอะไรกับเจ้าของร้านที่เป็นเกย์ แต่ถ้าไม่ออกไปหน้าร้านซะอย่างใครจะเห็นล่ะ

            ผมคิดอย่างมุ่งมั่น ตอนที่ก้าวยาวๆ ลงมาที่ชั้นล่าง แต่เพียงลงมาถึงชั้นสองที่ไว้เก็บของ...

            "ตื่นแล้วหรือ"

            "เฮ้ย!!!"

          ไหนว่ามึงจะมาบ่ายไง!!!

            ผมยกมือชี้หน้าแบบไม่สนใจเด็กไม่สนใจผู้ใหญ่ เมื่อพบว่าคนที่กำลังยกลังแป้งเค้กคือ...ไอ้ศัตรู!!!!

            "มาได้ไงวะ!" ไอ้คนหัวคิ้วชนกันดูไม่น่าคบที่สุดก้มลงมองนฬิกาแล้วว่าเรียบๆ

            "ก็สายแล้ว"

          หอยหลอดมึงเถอะ ทุกทีไม่เที่ยงกูไม่ตื่นโว้ย

            มันกำลังเยาะเย้ยผมแน่ๆ ว่าตื่นเอาป่านนี้จะไปทันมันได้ยังไง แถมพอมองชุดแล้วก็พบว่าไอ้พี่ไคสวมผ้ากันเปื้อนเรียบร้อย น่าจะมาได้สักพักแล้ว จากนั้นมันก็เอ่ยคำที่ผมปรี๊ดแตก

            "ไหวมั้ย"

            ไอ้พี่ไคมันคิดว่าผมสู้มันไม่ได้ใช่มั้ย เคืองโว้ย!!!

            "ไหว!!!" ผมตอบมันเสียงดังลั่น แถมยังพุ่งเข้าไปคว้าลังใบใหญ่ ยื้อเอาไว้เต็มแรง

            "ผมยกเอง"

            ผมต้องพิสูจน์ให้มันเห็นว่าผมก็ช่วยงานพี่ป้องได้เหมือนกัน แถมยังทำตัวมีประโยชน์ด้วย แต่ไอ้พี่ไคกลับยึดลังแน่น กดสายตามองผมด้วยแววตานิ่งๆ ที่ฉายแวววดูถูก

            "ไม่ต้อง ทำเองไวกว่า"

          อ๊ากกกกกกกกกกก

            ผมร้องว้ากลั่นในใจ โกรธมากๆ โกรธโคตรๆ ที่สำคัญ...

          พี่ป้อง...มันรังแกกั๊กอะ เพื่อนพี่รังแกกั๊ก

            ผมอยากจะฟ้องหรอกนะ แต่ไม่ ผมโตแล้ว แค่คู่แข่งคนเดียวยังจัดการไม่ได้จะไปทำอะไรกิน ดังนั้น ผมจึงกระชากลังที่ใส่ถุงแป้งเค้กสิบถุงเต็มแรง

            "เฮ้ย!!!" สิบถุงก็สิบโล แถมออกแรงมากไป ผมก็ถลาไง

            หมับ

            "เฮ้อ บอกแล้วนะ" ขณะที่มันพุ่งเข้ามาคว้าแขนผม แถมยังถอนหายใจ จนผมเคืองแล้วนะ ผมอยากจะต่อยมันเหมือนเวลาเด็กโรงเรียนอื่นมาตอแย แต่ผมทำไม่ได้ ถ้าผมต่อย ผมก็จะเป็นเด็กไม่ดีในสายตาพี่ป้อง สิ่งที่ผมทำได้จึงแค่กัดปากกลั้นความเจ็บใจ แต่มันเห็นแน่ๆ...ความน่าสมเพชของผม

            "ขึ้นไปข้างบนซะ" ไอ้พี่ไคคว้าลังไปถือแล้ว ไล่ผมอีกต่างหาก แล้วก็เดินลงไปชั้นล่าง

          "เหนื่อยก็ไปนอน ไม่มีแรงก็ไปพัก ไม่จำเป็นต้องลงมาให้เหนื่อย"

            ผมอ้าปากค้างทันที

          มึง...มึงด่ากูงี้เลยหรือวะ!!!

            เหนื่อยก็ไปนอน...ไร้ประโยชน์แล้วยังอวดเก่ง

            ไม่มีแรงก็ไปพัก...นอนตื่นสายขนาดนี้ยังไม่มีปัญญายกของ

            ไม่จำเป็นต้องลงมาให้เหนื่อย...เกะกะ!!!

            ผมเห็นนะ ข้อความแท้จริงซ่อนอยู่ในประโยคของมัน ยิ่งมันทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอย่างรำคาญผมเต็มที่ ก็ได้แต่กัดปากเต็มแรง โกรธจนหน้าร้อนไปหมด และมันมากพอให้ผมยื่นมือไปยึดเสื้อเชิ้ตแขนยาวของมันเอาไว้แน่น

            "ไม่ไป!!!"

            งานนี้ต่อให้เอาอะไรมาฉุดผมก็ไม่ไป ผมไม่ยอมยกพี่ป้องให้มันแน่ๆ!

            "เป็นอะไรอีก ไม่เข้าใจเด็กๆ เลย" ไอ้พี่ไคส่ายหัวใส่ผมด้วยท่าทางเหนื่อยหน่าย จนต้องเขย่าแขนมันเต็มแรง

            "ไม่เด็กแล้วนะเว้ย!!"

            "เฮ้ยๆๆ ไค เกิดอะไรขึ้น เสียงดังลงไปข้างล่าง...น้องกั๊ก!!!"

            ผมหันขวับไปมองชั้นล่างสุดของบันได ก็พบพี่ป้องยืนอยู่ แต่แทนที่พี่เขาจะด่าไอ้เพื่อนเวร เขากลับเรียกผมเสียงดังคล้ายตวาด จนผมกะพริบตาปริบ งุนงงในวินาทีแรกว่าทำอะไรผิด ก่อนที่จะเสียใจในวินาทีต่อมาที่พี่ป้องถามแบบนี้

            "ลงมาทำไม...เกิดอะไรขึ้นไค!" ทำไมต้องถามมัน ทำไมไม่ถามผม

            "ไม่รู้ อยู่ๆ ก็เสียงดัง กูอุตส่าห์เป็นห่วง!"

          สัส!!! มึงห่วงกูที่ไหน มึงแค่เอาหน้ากับพี่ป้อง!!!

            พี่ป้องเองก็มองหน้าผมสลับกับเพื่อน ก่อนที่จะบอกเรียบๆ

            "มึงลงไปก่อน เดี๋ยวกูตามลงไป" 

            "อืม" ไอ้พี่ไคลงไปแล้ว เหลือแค่ผมกับพี่ป้องที่สบตานิ่ง ซึ่งผมนิ่งเพราะรับรู้ได้ว่าพี่ป้องกำลังโกรธ

            "น้องกั๊กขึ้นไปบนห้อง"

            "เฮ้ย แต่ว่ากั๊ก..."

            "พี่ขอร้อง ขึ้นไปบนห้อง"

            ผมนิ่ง ผมอึ้ง ผมพูดอะไรไม่ออก เพราะพี่ป้องไม่ฟังผมเลย ฟังแต่ที่ไอ้เพื่อนบ้านั่นมันบอก ไม่คิดจะรู้หน่อยหรือไงว่าผมถูกเพื่อนพี่พูดอะไรใส่หน้าบ้าง แล้วยังมาทำเสียงเย็นจนน่ากลัวใส่ผม ผมเลย...


            "พี่ป้องใจร้าย"

            ผมพูดแค่คำเดียว ตอนที่รู้สึกคัดจมูก แล้วเพราะผมไม่อยากแสดงความอ่อนแอให้คนฟังความข้างเดียว ผมเลยหมุนตัวแล้ววิ่งขึ้นข้างบน ไม่ฟังเสียงพี่ป้องที่กำลังเรียกผมอย่างตกใจ

            "น้องกั๊ก!!! น้องกั๊ก พี่ขอโทษ..."

          พี่อย่ามาขอโทษทั้งที่ไม่คิดจะฟังคำกูด้วยซ้ำนะ!!!

                                                .......................................

 

ต่อค่ะ

 

            ผมอาจจะเสียน้ำตาโง่ๆ ไปหลายครั้ง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นความบ้าบอของผมเอง แต่ผมจะไม่มีทางเสียน้ำตาให้ศัตรู จะไม่มีทางทำให้ไอ้ไคหัวเราะเยาะสะใจที่กำจัดผมให้พ้นทาง ที่สำคัญ ผมจะไม่ร้องไห้เรียกร้องความเห็นใจจากพี่ป้องเด็ดขาด ผมไม่เด็กขนาดนั้น!

 

            “ฮืออออออออ”

 

            ไม่! ผมไม่ได้ร้อง มันมาแค่เสียงครวญครางเฉยๆ

 

            หมับ

 

            “ไอ้พี่ป้องใจร้าย ไอ้พี่ป้องใจดำ ไอ้พี่ป้องฟังความข้างเดียว!!!” ผมซุกหน้าลงกับหมอน เพื่อที่จะตะโกนด่าให้หายอัดอั้นตันใจ ไม่เคยโกรธพี่ป้องขนาดนี้มาก่อน ทั้งโกรธ ทั้งน้อยใจ ทั้งงอนนั่นแหละที่เขาฟังเพื่อนมากกว่าผม

 

            เออเซ่ นั่นเพื่อนคนสำคัญ ผมก็แค่แฟนที่ไม่ต้องใส่ใจ! แงงงงงงงงงง

 

          ไม่! ไม่ได้ร้องโว้ย แค่โวยวาย!!!

 

            ปัง!

 

            “น้องกั๊ก!!!

 

            ผมได้ยินเสียงเปิดประตูแล้ว ได้ยินเสียงพี่ป้องตะโกนเรียกชื่อผมแล้ว แต่ผมไม่หันไปมองหรอก ผมจะนั่งกอดเข่าบนโซฟา หันหลังกอดหมอนให้อย่างนี้แหละ ถ้าอยากเชื่อเพื่อนนักก็ไม่ต้องมาสนใจผม

 

            ยังไงกั๊กก็เป็นแค่เด็กไม่ดีใช่มั้ยล่ะ

 

          อารมณ์งอนกูมาเต็มมาก

 

            “น้องกั๊กครับ”

 

          ไม่ต้องมาเรียกกูเสียงอ่อนๆ เลยไอ้พี่ป้องงี่เง่า!

 

            ผมไม่หันไปมอง สองมือผมกอดหมอนแน่นกว่าเดิม ไม่เงยหน้าขึ้นไปมองด้วย แม้จะรู้แล้วว่าพี่เขามายืนค้ำหัวผม

 

            “น้องกั๊ก โกรธพี่หรือครับ”

 

          ไม่โกรธมั้งไอ้บ้า นั่งเป็นนางเอกเอ็มวีขนาดนี้!

 

            กึ้ด

 

            สองมือของผมจิกหมอนอิงมากกว่าเดิม ไม่สนใจเสียงอ่อนๆ ของพี่ร้านเค้ก อยากให้รู้ว่าผมโกรธมาก น้อยใจมากจริงๆ ถ้าเมื่อกี้พี่ป้องฟังผมบ้าง ไม่ใช่ไล่ผมขึ้นห้องเหมือนเพื่อน ผมคงหันหน้าไปคุยด้วย แต่ถ้าคิดเหมือนกันแบบนี้ ผมไม่อยากคุย เพราะที่จริง...ก็แค่อยากให้พี่ป้องเชื่อผมมากกว่าใคร

 

            ตุบ

 

            “น้องกั๊ก อย่าโกรธพี่เลยนะครับ พี่ขอโทษที่เสียงแข็งใส่”

 

          ไม่ใช่ ไม่ใช่เรื่องนั้นสักหน่อย

 

            “พี่ไม่ได้ตั้งใจจะตวาดน้องกั๊กเลยนะครับ พี่แค่ตกใจที่น้องกั๊กลงมาเท่านั้นเอง”

 

          ถ้าไม่มีอะไร ทำไมต้องตกใจด้วย

 

            ทำไมวะ ผมก็ไม่ใช่คนที่คิดมากขนาดนี้มาก่อน เป็นพวกช่างแม่งทุกเรื่องด้วยซ้ำ แต่พอเป็นเรื่องของผู้ชายที่ชื่อป้อง ผมถึงต้องมาแคร์มากมายขนาดนี้ ทั้งที่รู้จักกันก็ไม่นาน คบกันไม่ถึงเดือนด้วยซ้ำ แต่ผมคิดมากเรื่องพี่เขามากกว่าเรื่องไอ้เป้ เรื่องไอ้ต้น...ไอ้พวกนั้นน่ะจะไปตายที่ไหนก็ไป แต่ต้องไม่ใช่พี่ป้อง

 

            หมับ

 

            “น้องกั๊กครับ” พี่ป้องเอื้อมมาจับมือผม ขนาดที่รู้เลยว่ายังกล้าๆ กลัวๆ แต่เพราะผมไม่ขยับ สองมือเลยโอบรอบเอวผมแน่น ตามมาด้วยจูบอุ่นๆ ที่แตะบนขมับ แต่ผมไม่หายโกรธหรอกนะ ทุกทีผมอาจจะเขิน อาจจะหน้าร้อน แต่ตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์นั้นจริงๆ

 

            “พี่จะสารภาพความจริงแล้วนะครับ อย่าหัวเราะพี่ล่ะ”

 

          อารมณ์นี้หัวเราะออกที่ไหนล่ะห่า!

 

            “พี่...เฮ้อ...”

 

          ยัง ยังไม่พูดอีก ลีลาว่ะ

 

            “พี่...”

 

          พี่ พี่แล้วอะไรต่อ

 

            “พี่...อืม...เฮ้อ...”

 

            หมับ

 

            “โว้ย! มีอะไรจะพูดก็พูดสิวะพี่ป้อง จะอ้ำอึ้งให้อึ่งอ่างขบตูดหรือไง (?) พูดสักทีเซ่ หงุดหงิดแล้วนะ!!!” ผมทนไม่ไหวจนได้ เงยหน้า หันไปคว้าเข้าที่คอเสื้อมาเขย่าแรงๆ ตะโกนใส่หน้าด้วยแรงทั้งหมดที่มี แล้วก็พบว่าผู้ชายใจดีที่ควรลำบากใจ๊ลำบากใจคนนั้น...ยิ้มกว้าง

 

            “ยอมสบตาพี่แล้วหรือครับ”

 

            ฟึ่บ

 

            “เปล่า...” เสียงกูนี่อ่อนกว่าเยลลี่โดนความร้อนอีก

 

            ผมมือสั่น ปล่อยเสื้อ หันหน้าหนีแทบไม่ทัน เพราะคาดว่าจะตกหลุมเทวดาใจดีเข้าให้ แบบนี้อารมณ์ที่ผมสร้างเอาไว้ก็หายวับหมดน่ะสิ

 

            “จริงๆ พี่โกรธ”

 

          ห้ะ แค่กูโวยวายทีเดียวมึงโกรธ!

 

            ผมหันกลับไปสบตาอีกครั้ง แต่บ้าเอ๊ย ทั้งที่ผมควรจะปั้นหน้ายักษ์ บอกว่าไม่พอใจสิ ทำไมน้ำตาถึงปริ่มๆ ขอบ ใจเสียกับคำที่ว่าพี่ป้องโกรธผมยังไงไม่รู้ และนั่น ไหนว่ากูจะใจแข็ง ทำไมผมถึงบอกเสียงหงอยออกไปว่า...

 

            “อย่าโกรธอะไรกั๊กเลยนะ”

 

            “แต่พี่ไม่ได้โกรธน้องกั๊ก”

 

            กึก

 

            ผมนิ่ง เพราะผมงง เอียงคอมองพี่ป้องที่ยื่นมือลูบแก้มผมอีกแล้ว

 

          “พี่ไม่โกรธหัวใจตัวเองหรอกนะ”

 

            “...”

 

            “ฟังพี่นะ ที่พี่โกรธ พี่ไม่ได้โกรธเรา แต่พี่โกรธเพื่อนพี่ต่างหาก” ผมยังนิ่ง เพราะประโยคก่อนหน้ามันทำให้อุ่น ขนาดที่ห้องนี้เปิดแอร์ฯ เอาไว้ ผมก็ยังรู้สึกอุ่นกับคำที่ว่า...หัวใจ

 

            “แล้วพี่ป้องโกรธพี่ไคทำไม” พี่ป้องรู้แล้วใช่มั้ยที่มันว่าผมน่ะ

 

            “เพราะพี่หึง”

 

            “ห้ะ!

 

            ผมก็ร้องสิ ผมต่างหากที่หึง แต่...

 

            “พี่หึงครับ...เฮ้อ พี่จะทนได้ยังไงที่เห็นแฟนพี่ไปจับแขนผู้ชายคนอื่น แม้ผู้ชายคนนั้นจะเป็นเพื่อนคนสำคัญของพี่ก็ตาม เมื่อคืนยังดูไม่ถูกกันอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงสนิทกันขนาดที่น้องกั๊กขึ้นเสียงใส่ได้ ตอนที่เห็นจับแขนกัน พี่โกรธจนเลือดขึ้นหน้า เกือบจะยั้งมือไม่ได้ต่อยไอ้ไคไปด้วยซ้ำ แล้วที่สำคัญ...” ผมเพิ่งรู้ตัวว่าจ้องพี่ป้องเขม็ง เอาจริงๆ ว่าโคตรอึ้ง

 

            หมับ

 

            “อ๊า!

 

            อย่าหาว่าร้องไม่ดูสถานการณ์ แต่ใครจะทนได้ที่อยู่ๆ ก็ถูกล้วงมาคีบ...เออ คีบหัวนมนี่แหละ!

 

            “ใครสั่งใครสอนให้ใส่เสื้อกล้ามตัวเดียวเดินแบบนี้ครับ แล้วดูสิ เอาเสื้อพี่มาใส่ใช่มั้ย ปกติพี่ก็ว่าน่ารักเป็นบ้าเป็นหลังจนหวงจะเป็นจะตาย แล้วนี่เป็นเสื้อกล้าม! เห็นมั้ยว่าคอกว้างแค่ไหน แขนลึกจนเห็นไปถึงไหนถึงไหนแล้ว ให้พี่สาธิตเลยนะ มือพี่ล้วงเข้าไปในแขนเสื้อ เล่นนมน้องกั๊กได้ด้วยซ้ำ”

 

          มึงไม่ได้ขอสาธิต แต่มึงลงมือทำแล้ว

 

            “ฮื่อ อย่าบีบสิ...อ้ะ...อย่าบิดด้วย...งื้อ...”

 

          กูไวนะเว้ย กูไวมาก จะไส้กรอก จะลูกเกดกูไวมาก แต่นี่มึงทั้งจับ ทั้งบิด ทั้งบีบ แถมด้วยขยี้หนักๆ จะให้หายใจทันได้ยังไง!

 

            ผมอยากจะโวยวาย แต่โวยวายไม่ออก เมื่อพี่ป้องกำลังล้วงเข้ามาทางแขนเสื้อ แล้วนี่ทะเลาะกันแน่หรือวะ ทำไมจับได้สยิวกิ้ว หลังหัวลุกได้ขนาดนี้

 

            “น้องกั๊กไม่รู้เลยใช่มั้ยว่าเมื่อกี้ที่จับแขนไอ้ไคน่ะ เสื้อกว้างจนเห็นนมหมดแล้ว พี่เห็น มันเองก็ต้องเห็น ไหนจะผิวนี่อีก พี่ขอห้ามไม่ให้น้องกั๊กลงไปเลยนะครับ”

 

            “ฮื่อ อย่าลูบสิ...อย่าลูบนะ...”

 

            พี่ป้องไม่หยุด คราวนี้มาสองมือ คลึงหัวนมผมเล่นแล้ว ไหนจะบอกอีกว่า...

 

          “นมก็นมพี่ ผิวก็ผิวพี่ ทั้งหมดเป็นสมบัติของพี่ เข้าใจมั้ยครับ!

 

อีกนิด

 

            “ขะ...เข้าใจ...เข้าใจ...อื้อ...ปล่อยนะ...ปล่อย...มันเสียวนะ...”

 

            “ก็จะทำให้เสียวเยอะๆ ให้รู้ว่าพี่ทำให้น้องกั๊กเสียวได้คนเดียวไง” วันนี้เทวดาใจดีไปไหน ทำไมมีแต่พี่ป้องช่างแอร์ฯ ทั้งที่ผมไม่มีนมตู้มๆ แต่ทำไมพี่เขาถึงบีบ ถึงขยี้ขยำอย่างมันมือได้ขนาดนี้

 

            “พี่ป้อง...พอ...พอแล้ว...ไม่เอา...”

 

            ผมพยายามจับมือพี่ป้องที่ลูบนมผมนะ แต่ไม่หลุดอะ ไหนจะ...

 

            แผล็บ

 

            ลิ้นร้อนๆ ที่เลียเข้าที่ต้นคอ ก่อนที่จะดูดหนักๆ

 

            “ฮ้า! อาห์...พี่ป้อง...อย่าเลีย”

 

            “น้องกั๊กน่ะนมขึ้นง่าย แค่นิดเดียวก็ขึ้นแล้ว เมื่อกี้พี่ไม่รู้หรอกนะว่าคุยอะไรกับไค แต่ออกแรงจนหน้าแดงแบบนั้นไม่รู้ด้วยสิว่านมเราก็แดง แถมตั้งขนาดนี้”

 

            ฟึ่บๆ

 

            “อื้ออออ อย่าบิดซี่” พี่ป้องทำเหมือนบีบไปนมผมจะขยายได้งั้นแหละ แต่แม้ข้างบนจะตั้งเต้าได้แค่นั้น แต่ข้างล่าง...ตั้งเป็นไตเลยล่ะ!!!

 

            “พอ...พอแล้ว เสียว...เสียวจริงๆ นะ”

 

            ฟึ่บ

 

            “โอเคครับ พอก็ได้”

 

          เฮ้ย ไหงงั้นอะ

 

            ผมร้องลั่นในใจ แต่ในความเป็นจริง ทำได้แค่ปรือตาขึ้นมองคนที่ผละไปยืนตัวตรง กดสายตามาสบกับตาผม จากนั้นก็ใช้มือข้างเดิมที่เพิ่งปลุกความเป็นชายมาวางบนหัว ลูบอย่างเบามือ...ช่างต่างกับไอ้หัตว์เทวะเมื่อกี้ราวกับคนละคน

 

            “งั้นพี่ลงไปช่วยข้างล่างก่อน น้องกั๊กก็พักนะ สภาพแบบนี้คงลงไปไม่ได้อีกนานเลย”

 

            “พะ...พี่ป้อง แต่...”

 

            แต่ของกูขึ้นแล้วนะ!!!

 

            ผมจะประท้วง แต่ไม่ทันพี่ป้องที่ส่งยิ้มมาให้ แต่นั่นไม่ใช่ยิ้มอบอุ่น...แต่น่ากลัวมาก

 

            “ไม่มีแต่ครับ อยู่บนนี้นะ พี่ไม่อยากให้ใครเห็นน้องกั๊กทั้งนั้น เพราะ....

 

            พี่ป้องยังสบตาผมนิ่ง ก่อนที่จะโน้มมาข้างหู เพื่อกระซิบเสียงต่ำพร่าที่ราวกับจะล่อลวงกันว่า

 

          “น้องกั๊ก...เป็นของพี่”

 

            “...”

 

            พี่ป้องก้าวลงไปแล้ว ปล่อยให้ผมกะพริบตาปริบ ไม่อยากบอกให้อับอายชาวบ้านเลยว่าแม้พี่ป้องจะพูดจาเอาแต่ได้ แต่ทำไมกัน ทำไมผมถึงร้อนซู่ไปตั้งแต่หัวจรดเท้า รู้สึกเหมือนเพิ่งถูกปีศาจกลืนกินไปทั้งตัว อีกทั้ง...

 

          พี่ป้อง พี่จะหวงผมเท่าไหร่ก็ได้ แต่พี่...ปล่อยให้ผมค้างแบบนี้ไม่ได้นะโว้ยยยยย!

 

...............................................

 

ต่อค่ะ

 

          วันหยุดนี้ไปไหนกันมั้ยครับ

 

          ‘ไป!!!’

 

            ผมอยากจะโกรธพี่ป้องนะ แต่พอเขาบอกว่าจะชดเชยเวลาให้ ทั้งยังรู้สึกผิดที่ผมปิดเทอมทั้งทีแต่เรายังไม่ได้ไปไหนด้วยกันเลย ผมก็โกรธไม่ลง เอาแต่ตั้งตารอวันหยุดนี้ แล้วไม่ได้อยากคิดแบบสาวช่างมโนในนิยาย แต่นี่...เดทแรกใช่มั้ยวะ

 

            ผมไม่เคยไปไหนกับพี่ป้องมาก่อนเลยนะ!!!

 

          ดังนั้น กูตื่นเต้นมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

 

            ทว่า ผมได้รู้วันนี้แหละว่าแม้พระศุกร์ไม่เข้า พระเสาร์โคจรไปไกลๆ แต่ว่าพระเพื่อนและหมาเพื่อนนั้น...พุ่งตรงมาหาผมยังกับอุกาบาต!

 

            [กูเอาหมาไปฝากบ้านมึงได้มั้ย]

 

            “ห้ะ!” ผมร้องใส่ไอ้กราฟโทรศัพท์แทบพัง ซึ่งมันไม่ยี่หระเลยสักนิด

 

            [หนก่อน มึงเอาหมามาฝากบ้านกู พอดีพ่อกูเป็นนักการเมืองเลยไม่ชอบเสียเปรียบใคร คราวนี้กูจะไปเที่ยวกับคนที่บ้าน กูเลยจะให้มึงจ่ายคืนด้วยการเอาไอ้โหดไปช่วยดูให้หน่อย]

 

          มันเล่นง่ายงี้?

 

            “แล้วคนที่บ้านมึงอะ คนเยอะแยะ”

 

            [ก็โหดมันไม่ยอมกินข้าวจากมือคนอื่นนอกจากกูกับคนที่กูไปด้วยนี่หว่า แต่มึงอะ หนก่อนมันกินขนมหมาที่มึงเอามาจากร้านพี่ป้องใช่มั้ย เพราะงั้นช่วยดูให้กูหน่อยเหอะ ไม่กี่วันเอง ยังไงก็ต้องดูไอ้มู่อยู่แล้วไม่ใช่หรือวะ]

 

            “แต่ว่า...”

 

            [เพื่อนขอนี่ไม่ให้?]

 

            “เปล่า!” ผมนี่กัดฟันกรอด บอกเสียงเข้ม รู้แล้วว่ามันเป็นลูกนักการเมือง...โน้มน้าวเก่งจริงนะมึง!

 

            [ดี กูใกล้ถึงบ้านมึงแล้ว เดี๋ยวกูเอาโหดไปหย่อนแล้วกูออกเลย แค่นี้นะ]

 

            “ห้ะ ไอ้กราฟ ไอ้กราฟ!!! วันนี้ไม่ได้โว้ย วันนี้ไม่ได้ กูมีเดท โอ๊ย ไอ้เพื่อนเหี้ย!!!

 

            ผมยังไม่ทันจะได้พูดอะไรเลย มันก็ใส่ๆๆๆ มาเป็นชุดแล้ววางสายใส่ซะงั้น แล้วทำไมต้องวันนี้ วันที่พี่ป้องเพิ่งจะหาเวลาพาผมไปข้างนอกได้ แทนที่จะสวีตลั้ลล้าเหมือนชาวบ้าน กินอาหารอร่อยๆ แถมอาจจะมีพาเข้าโรงแรมเพื่อสยิวกิ้ว (อันหลังนี่อยากเอง) แต่ทำไมผมต้องมาดูแลหมาสองตัว!

 

            ยัง ยังไม่จับด้วยครับ ไอ้กราฟแม่งพูดจริงทำจริง...หย่อน

 

            กริยาที่ราชบัณฑิตบัญญัติยังไงไม่รู้ แต่สิ่งที่มันทำคือการยัดสายจูงหมาใส่มือผมพร้อมกับกระเป๋าอาหาร แล้วมันก็กระโดดขึ้นรถสปอร์ตสุดเท่อย่างไม่รู้ว่ายัดหมาตัวเท่าหมีมาได้ยังไง แล้วรถคันนั้น...ก็แล่นฉิวให้ผมเห็นแค่ไฟท้ายเลือนๆ

 

            แบบว่า...น้ำตามันจะไหลน่ะ

 

            จากนั้นไม่ถึงสิบวินาที

 

            บรื๊นนนนน

 

            “พี่มาแล้วครับน้องกั๊ก อ้าว วันนี้โหดอยู่นี่ด้วยหรือ” รถคันใหญ่ของพี่ป้องก็แล่นมาเทียบรั้วบ้าน ให้ผมได้แต่กะพริบตาปริบ แล้ว...

 

            “พี่ป้องงงงงง กั๊กอยากเดตอะ กั๊กไม่อยากดูแลหมา กั๊ก ฮือออ กั๊กไม่ได้เปิดรับที่ฝากเลี้ยงสักหน่อย กั๊กอยากไปเที่ยว อยากกินข้าวด้วย อยากถูกพี่ป้องกินด้วยอ่า ฮือ” ผมก็หลุดความในใจออกมาอย่างหมดเปลือกชนิดที่พี่ป้องก็ตาโต

 

            “โว้วๆๆ เดี๋ยวก่อนนะครับ เกิดอะไรขึ้น”

 

            “ไอ้กราฟ ไอ้กราฟอะ ไอ้เพื่อนเลวอะ...มัน...มันเอาไอ้โหดมาฝากกั๊กอะ!

 

            โอเค ผมก็รู้หรอกนะว่าทำยังกับว่ามันเพิ่งมาข่มขืนแล้วหนีออกทางหน้าต่าง แต่ความรู้สึกแม่งแบบเดียวกันเลย ขณะที่หมาของไอ้กราฟก็เห่าเหมือนเถียงแทนนาย แต่ผมไม่สนใจไอ้โหด ผมสนแค่ว่าผมอยากเสียบริสุทธิ์กับพี่ป้อง แต่ผมก็ห่วงความบริสุทธิ์ของลูกผมเหมือนกัน!

 

            จากนั้น ผมก็เล่าทุกอย่างให้พี่ป้องฟัง แถมใส่สีด้วยว่าไอ้เพื่อนกราฟมันชั่วแค่ไหนที่ทำกับผมแบบนี้

 

            “...แล้วบ้านผมก็ไม่มีใครอยู่ พ่อแม่ไปเยี่ยมพี่กันหมด”

 

          สรุปคือยังไงกูก็ต้องดูแลใช่มั้ย!

 

            ขณะที่พี่ป้องก็นิ่งไปหน่อย ก่อนที่จะส่งยิ้มให้

 

            “เอางี้ได้มั้ย ถ้าน้องกั๊กห่วงหมา งั้นเราก็ไปแค่ที่ใกล้ๆ กัน แป๊บเดียวก็กลับ” ผมเห็นด้วยเต็มที่นะ แต่...

 

            “มึงมองตูดลูกกูใช่มั้ยไอ้โหด!

 

            ผมเห็นนะ ไอ้หมาหน้าหล่อที่กำลังจ้องลูกผมที่วิ่งไปหลบหลังบ้าน แล้วแบบนี้ผมจะใจร้ายปล่อยไอ้มู่อยู่ตัวเดียวได้ยังไง

 

            แม้ผมจะด่าไอ้มู่ว่าโง่บ้าง ปัญญาอ่อนบ้าง แต่มันก็ลูกผม เลี้ยงมาตั้งแต่สองเดือน เก็บขี้เก็บเยี่ยวให้มันเองกับมือ ดังนั้น ถ้าคลาดสายตาแล้วโดนงาบนี่คงรู้สึกเหมือนพ่อที่รู้ว่าลูกสาวท้องก่อนแต่ง!!! ดังนั้น...

 

            “พี่ป้อง...มีที่ไหนที่เอามันสองตัวไปด้วยได้มั้ย”

 

            ผมถามอย่างสิ้นหวัง แต่...

 

            “มีสิครับ” พี่ป้องส่งยิ้มให้ ยื่นมือมาคีบจมูกส่ายไปมา

 

            “อย่าทำหน้าเศร้าสิ วันนี้พี่มาตามใจน้องกั๊กทุกอย่าง เพราะงั้น แค่ไปเดทแบบพาหมาไปด้วยทำไมพี่จะจัดให้น้องกั๊กไม่ได้” พี่ป้องเลื่อนปลายนิ้วมาที่ปากของผมแล้ว จากนั้นก็คลึงมันเบาๆ แบบที่ทำให้วูบวาบซาบซ่าน แล้วโน้มหน้าเข้ามาให้หน้าผากชิดกัน

 

            “รางวัล พี่ขอแค่...” พี่ป้องไล้ปลายจมูกกับแก้มผม

 

          “...ให้น้องกั๊กใช้นี่...กับบางอย่างของพี่ก็พอ”

 

            “!!!

 

            อย่าถามว่าผมตกใจมั้ย...มาก แต่ที่มากกว่านั้น...กูตื่นเต้น!!!

           

            นี่พี่ป้องกำลังบอกว่าผมจะได้กินไอติมไส้ทะลักใช่ป่ะ!!!

 

..............................................

 

            ครบค่ะ การอัพเจ้ากั๊กพร้อมน้องแตม (ดูความลำเอียง คนนึงเรียกเจ้า อีกคนเรียกน้อง) ทำให้เห็นว่านายเอก Addict สองเรื่องนี่คนละโลกจริงๆ นะเออ ดูข้างบนค่ะ ความเป็นสาวเป็นนางอยู่หนใด ไหนตอบ ไม่มีล่ะจ้า มีแต่อยากและยัด (หมายถึงขนม) เท่านั้นจริงๆ พี่ป้องพูดอะไรไม่มีปฏิเสธ มีแต่ตาโต แล้วสารภาพด้วยว่า...ตื่นเต้น

            เอาล่ะค่า ใครคิดถึงพี่โหดน้องมู่ มาแล้วนะคะ เดี๋ยวเรากลับมาดูความรักสไตล์หมาๆ กันว่าจะบ้าบอได้ขั้นไหน ส่วนหนังสือ ยืนยันอีกทีว่ายังไม่มีเปิดนอกรอบเนอะ เจอกันได้ที่งานฟิคฮ้าบบบบบ XD

            สำหรับเฟซเมย์

            https://www.facebook.com/FictionMame12938?ref=bookmarks

            และทวิตเตอร์

            https://twitter.com/MAME12938

            สำหรับเฟซ เมย์มีแอดมินตอบให้ค่ะ แต่ทวิตเตอร์จะเป็นทวิตส่วนตัว

            เอาล่ะค่ะ ไปแล้ว สุดท้าย ขอขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจ ทุกเม้น ทุกแรงโหวต รักซูจู รักรีดเดอร์ทุกคนค่า

            ปล. เรื่องนี้รบกวนใช้แท็ก #ผมหวาน นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 494 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25,682 ความคิดเห็น

  1. #25634 Masxy (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2562 / 20:11
    เด็กเอาแต่ใจตัวเองจริงๆเลย แถมยังหื่นกามอีก5555
    #25,634
    0
  2. #25450 Le stelle ดวงดาวที่ปลายฟ้า (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 16:30
    เจ้ากั๊กก็คือเจ้ากั๊ก...แหมมมม
    #25,450
    0
  3. #25218 คุณนู๋โบว์ จอมซ่า (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 12:44
    คิดไกลละ
    #25,218
    0
  4. #25140 Moo_k (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 11:01
    กั๊กทะลึ่งอ่ะ
    #25,140
    0
  5. #25067 SamirunSpirit (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2560 / 20:12
    อู้วหูววว คิดไปไกล
    #25,067
    0
  6. #25061 Miki_milky (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2560 / 22:22
    มันมีความรู้ว่าพี่ป้องใช้ไรให้ทำ
    #25,061
    0
  7. วันที่ 9 กันยายน 2560 / 21:21
    เดียวๆๆพี่ป้อง ใช้นี่?? กับบางส่วนของพี่ป้อง?? คือไร ตรงไหน กั๊กจ๋าชั้นจะมโนไปกับแก 555
    #24,870
    0
  8. #24618 แคนต้าลูปปปป ^^ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 31 สิงหาคม 2560 / 09:54
    กั๊กใจเย็นๆนะ จะไม่แมนแล้วนะ5555
    #24,618
    0
  9. #23094 Disk Nara (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 14:22
    กั๊กขี้แยจัง หมดมาดแมนผู้ชายมากกอ่ะ
    #23,094
    1
    • #23094-1 。ikz♡(จากตอนที่ 29)
      9 สิงหาคม 2560 / 17:24
      นายเอกเป็นตุ๊ด
      #23094-1
  10. #22675 จีจี้ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2560 / 20:14
    พี่ไคเกือบโดนต่อยไม่รู้ตัวซะงั้นน คนพูดไม่เก่งxD

    พี่ป้องร้ายขึ้นนนะ กั๊ก...อื้มม5555
    #22,675
    0
  11. #22618 EBEXEMO (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2560 / 16:56
    น้องกั๊กกก เกียสสส
    #22,618
    0
  12. #22239 pcy921 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2560 / 13:27
    ทำไมรู้สึกว่าพี่ป้องร้ายขึ้นทุกวัน หรือจริงๆพี่แกร้ายอยู่แล้ว5555 ตาพี่มันร้ายยยย555
    #22,239
    0
  13. #22158 แม่เอง (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2560 / 10:15
    อีพี่ไคอาจจะเปนคนพูดไม่เก่งก้ได้นะ กั๊กก้ความหึงบังตาเกิ๊นนนน
    #22,158
    0
  14. #21928 sofar_fa (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 12:14
    กั๊กเอ้ยยยยย พี่ไคเขาพูดแบบไหนก็ควรคิดแบบนั้นลูก ถ้าให้ดีคิดในแง่บวกเข้าไว้ แต่นี่ไปแปลไนแง่ร้ายหมดเลยไง 5555 บางทีก็สงสารพี่ไคเหลือเกินที่เพื่อนมีแฟนงี่เง่าขนาดนี้ (ถ้าไม่รักจะไม่ด่ากั๊กหรอกนะบอกเลย 555)

    แล้วนี้ เห้อ~~ เรียกได้ว่ามีความหื่นเท่าไหร่ใส่มาที่คู่นี้หมดเลยสินะคะพี่เมย์ 555555
    #21,928
    0
  15. #21433 Lจ้าหญิJมะเหมี่ยว-*- (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 21:32
    พี่ป้องบอกน้องกั๊กตรงไป
    #21,433
    0
  16. #21426 tbuykeid37 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 09:27
    ชอบบบบ
    #21,426
    0
  17. #21382 lopotter (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 มีนาคม 2560 / 06:27
    กั๊ก ลูกใจเย็นๆ
    #21,382
    0
  18. #21363 JongjitSriyan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 02:28
    ไม่ค่อยจะอยากเสียตัวนะเจ้ากั๊ก
    #21,363
    0
  19. #20920 filmzahappyland (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:13
    คือกั๊กไม่อยากเสียตัวเลยเนอะ555
    #20,920
    0
  20. #20858 ff.raing7 (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:48
    ชอบคาแรกเตอร์พี่ป้องมากอ่ะ ขอเก็บไว้ซักคนได้มั๊ยคะ 55555
    #20,858
    0
  21. #20734 itzmeboombim (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:21
    จะเอาเรื่องไหนก่อนดี เรื่องความหวงที่หลุดจโลกของทั้งสองคน รึเรื่องหื่นที่เข้ากันดี 

    แต่ขำเจ้ากั๊ก ถึงตัวเองจะหาซิงไม่เจอแล้ว แต่เรื่องซิงของเจ้ามู่ก็ยังขอเก็บเอาไว้ให้พ้นมือเจ้าโหด
    #20,734
    0
  22. #20626 prince_Lprince (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:34
    โอ้ยๆ หวานจริงหวานจัง หวานจนอยากเข้าไปขัดขวาง
    #20,626
    0
  23. #20593 Ant Bill Chayanee (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 01:14
    ตั้ลล้าคคคค
    #20,593
    0
  24. #20416 Intelligence- (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:29
    กั๊กลูกกกก ใจเย็นๆน้าาาา 555555 คิดถึงโหดมู่อ่ะ นี่คือรอคู่นี้ ท่ดๆ 5555 ละกราฟน้าาาา ไม่ค่อยน้าาา น่าหมั่นไส้ 5555
    #20,416
    0
  25. #20391 คนที่ชอบอ่านนิยาย (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:10
    เกลียดความหื่นของน้องกั๊กง่ะ แต่ละครั้งนี่มันไม่ธรรมดาเลย เขิลทุกรอบจะบ้าตายย
    #20,391
    0