~Illusion Wing~ ปีกมายาแห่งฝัน

ตอนที่ 29 : พันธะสัญญาสีเลือด 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 85
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    17 เม.ย. 55

 

 

ดวงตาคู่เดิมที่เคยปิดลงพลันเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มือบางทำกิริยาที่ค้างเอาไว้ต่อโดยการชักมือผ่านข้อมืออีกข้างอย่างรวดเร็ว และวินาทีนั้นเองคือวินาทีที่มีดสั้นสีเงินด้ามสวยได้สัมผัสกับเลือดสีทองประกายที่ไหลออกมาช้าๆและเอื่อยๆ แต่ทำให้ใบหน้าของผู้ชมท่านอื่นๆซีดลงไปอีก และยิ่งซีดลงไปอีกเมื่อเห็นว่าร่างบางยังคงปล่อยมันไหลต่อไปราวกลับมันมีไม่จำกัด

           

ร่างบอบบางนั้นยังคงมองของเหลวสีเหลืองที่ถ้าไม่บอกก็คงไม่รู้ว่าเป็นเลือดค่อยๆไหลจากปากแผลที่ข้อมืออย่างเฉยชา จนกระทั้งมีเลือดอยู่เกือบจะเต็มถ้วย ข้อมือบางที่มีบาดแผลลึกก็ถูกปิดด้วยมือขาวอีกข้าง ก่อนที่แสงสีขาวจะเรืองขึ้นมาเล็กน้อย

 

ทันทีที่ยกมือข้างที่มาปิดออกบาดแผลที่แคยมีก็หายไปราวกลับความฝันทิ้งไว้เพียงเลือดที่ยังคงติดอยุ่เพื่อตอกย้ำให้รุ้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นเป็นความจริง

 

            สายตาหลายสิบคู่ที่กำลังจับจ้องมายังร่างที่กลางห้องเต็มไปด้วยความรู้สึกที่แตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นเสียใจ เห็นใจ สงสาร ชื่นชม และสะใจ

 

            ร่างบางที่จัดการกับแผลที่ข้อมือเป็นที่เรียบร้อยจึงหยิบของอีก2สิ่งที่เหลือใส่ลงไปในชามที่มีเลือดอยู่เกือบเต็ม

 

            ทันทีที่ของทั้ง3อันได้แก่ตราสัญลักษณ์ แหวนและเลือดมาพบกัน ของเหลวสีทองในชามก็ค่อยๆเดือด!

 

            เลือดที่เคยเป็นสีทองประกายค่อยๆเข้มขึ้นจนกระทั่งกลายเป็นสีแดงแบบปกติ ก่อนจะค่อยๆอ่อนลงจนกลายเป็นสีใส

 

แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปนั่นไม่ใช้แค่เลือดนั้น แหวนที่เคยเป็นสีเงินประกายบัดนี้กลายเป็นสีดำสนิท อความารีนน้ำงามยังคงอยู่ในรูปเดิมเพียงแต่สีที่เคยเป็นสีฟ้าน้ำทะเลบัดนี้กลายเป็นสีม่วงคล้ายอเมทิส เช่นเดียวกับเหรียญตราที่ยังคงขนาดเอาไว้เท่าเดิมเพียงแต่ผิวที่เคยเนียนไม่มีร่องรอยอะไรบัดนี้มีรูปนกฟินิกส์สยายปีกพร้อมกับอักขระมนตราชั้นสูงจำนวนมาก

 

ร่างบางที่รู้หน้าที่จึงหยิบแหวนสีดำขึ้นมาสวมที่นิ้วชี้ข้างซ้ายก่อนจะหยิบตรานั้นส่งให้กับชายคนเดิมกับที่เชิญเธอมาที่โต๊ะซึ่งเขาก็รับมันมาก่อนจะวางลงที่แทนหันด้านหลัง

 

ท่านคงจำคำสาบานได้ใช่ไหมน้ำเสียงเรียบนิ่งที่เอ่ยเป็นการถามทำให้ร่างบางพยักหน้าน้อยๆก่อนจะเดินไปที่หนาแท่นหินนั้นปล่อยให้ชายผู้นั้นเดินสวนออกมา

 

ร่างบางค่อยๆนั่งคุกเข่าลงก่อนจะวางมือซ้ายที่สวมแหวนลงที่เหนือเหรียญตราอันนั้น

 

ข้า เมดันล่า วินเทียร์ โซเลล่า รัชทายาทแห่งดินแดนสีเงินขอผูกพันธะสัญญากับท่าน ผู้กุมเข็มแห่งกาลเวลา โลหิตแห่งข้าจงเป็นพยาน ข้าจักดำรงตนเพื่อรักษาไว้ซึ่งหน้าที่ของผู้พิทักษ์….”เสียงหวานใสของร่างบางตรงหน้าเจือไปด้วยความมั่นคงและทรงอำนาจ ความหนักแน่นแสดงถึงคุณค่าของทุกๆวาจาที่ได้กล่าวออกไป

 

ดวงตาสีทองบัดนี้แข็งกร้าวและทรงอำนาจเกินจะมีใครกล้ามาท้าทาย เส้นผมสีน้ำตาลสลวยกำลังพริ้วไปราวกับต้องสายลมทั้งที่ในห้องนี้ไม่มีลม ร่างทุกร่างกำลังถูกพันธนาการไว้ด้วยวาจาแห่งอำนาจจนมิอาจขยับได้ แม้ลมหายใจเข้าออกพลันลำบากมากขึ้น

 

...และจักยอมสละทุกสิ่งเพื่อดำรงไว้ซึ่งความถูกต้องและสมดุลแห่งดินแดนน่าแปลกที่พอมาถึงประโยคสุดท้ายน้ำเสียงที่เคยกังวาลและทรงอำนาจกลับสั่นระริกและแผ่วเบา ดวงตาคู่งามหม่นแสงลงเล็กน้อยอย่างลังเล

 

สิ้นซึ่งคำสาบานที่ทรงอำนาจแสงสีทองสาดส่องไปทั่วบริเวณพร้อมกับดวงตาทุกคู่ที่ต้องดับลงเนื่องจากมิอาจฝืนสู้กับแสงจ้านั้นได้

 

เมื่อความสว่างค่อยๆลดลง ดวงตาบางคู่เริ่มหันกลับมาที่เดิมซึ่งรวมไปถึงดวงเนตรสีทองคู่สวยนั้นด้วย และสิ่งแรกที่สะดุดตาคือความเปลื่ยนแปลงของแหวนที่เคยเป็นสีดำสนิทที่มือซ้าย

 

ธรรมรงค์วงงามบัดนี้กลายเป็นสีเงินสกาวไม่ทิ้งความหม่นให้เคยทราบมาก่อนเลยว่าเคยเป็นสีดำเพียงแต่อความารีนน้ำงามที่ถูกเจียระไนเป็นรูปทรงหยดน้ำนั้นยังคงสีม่วงอเมทิสเอาไว้ไม่เปลี่ยนแปลง

 

ขอบพระคุณท่านมากองค์หญิง พันธะสัญญาสมบูรณ์แล้ว ขอเชิญท่านไปพักผ่อนเสียก่อนเถิดชายชราคนเดิมก้าวเข้ามาใกล้ร่างบางก่อนจะค้อมศรีษะเล็กน้อยเป็นเชิงให้เกียรติก่อนจะผายมือไปทางประตู

 

เมดันล่าเองก็ย่อกายเล็กน้อยเป็นการตอบรับก่อนจะหันกายไปทางประตูก่อนเยื่องเท้าออกจากประตูไป

 

ทันทีที่ทั้ง2เท้าได้หลุดพ้นมาจากประตูแล้ว ประตูก็ถูกปิดลงโดนเมดเดอร์คนเดียวกับที่มาตามเธอพร้อมกับที่ร่างบางที่รักษาความสง่าไว้ได้ตลอดพิธีที่ค่อยล้มตัวลงอย่างอ่อนแรง ดวงตาคู่เดิมที่เคยเปล่งประกายถูกปิดลงไปเป็นที่เรียบร้อย

 

ตุ๊บเสียงของหนักที่หล่นกระแทกพื้นเป็นสัญญาณให้ร่างบางที่กำลังปิดประตูหันมาสนใจถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

 

ว๊ายย องค์หญิงเพคะ ทรงเป็นอะไรเพคะร่างเล็กที่ตอนนี้กำลังถูกพยุงขึ้นมาด้วยเจ้าของเสียงถามที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงพร้อมด้วยเมดเดอร์อีก2-3คนที่นางเรียกมาช่วยกันพยุงร่างของผู้สิ้นสติ

 

พาพระองค์ไปพักเถอะ พระองค์คงเสียพลังไปมาก ตื่นมาก็เตรียมเครื่องเสวยบำรุงเสียหน่อยแล้วกันนะ พักสัก2-3วันก็หายแล้วหล่ะเสียงของผู้มาใหม่เรียกสายตา4คู่ที่กำลังจมอยู่กับความตกใจให้หันมามองก่อนจะย่อกายเล็กน้อยก่อนจะพยุงร่างเล็กไปส่งที่ห้องบรรทม

 

กลับสู่ปัจจุบัน

 

เมดันล่าที่ดูจะหลุดพ้นจากสภาพการจมดิ่งสู่ความทรงจำชั่วคราวออกมาแล้วก็หันไปทางเจ้าของคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ ก่อนจะตอบด้วยสีหน้าเคร่งขรึมว่า

 

แน่นอน พวกท่านมีอะไรหรือเปล่าดวงตาสีทองวาวโรจน์ขึ้นมากระทันหัน ทำให้เจ้าของคำถามผงะไปเล็กน้อยก่อนจะระบายรอยยิ้มเหนือกว่าออกมา

 

ดวงตาสีทองเปล่งประกายไปด้วยอำนาจสร้างความตกใจให้กับผู้เฝ้ามองได้ไม่น้อยหากแต่สำหรับเธอคนนี้ดูจะไม่เท่าไหร่แฮะ

 

ข้าก็แค่ไม่อยากให้ประวัติศาสตร์มันซ้ำรอบก็แค่นั้นน้ำเสียงกลั่วหัวเราะปนเยาะเย้ยของร่างตรงหน้าทำให้ดวงตาของเมดันล่าที่เคยแสดงความไม่พอใจออกมากลับกลายเป็นเดือดดาล

 

ตอนนี้ความเงียบคือบรรยากาศที่กำลังปกคลุมบทสนทนาของทั้ง2 ดวงตาของทั้งคู่กำลังจดจ้องไปยังอีกฝ่ายเพื่อล้วงให้ถึงความจริงที่ซ่อนอยู่ในดวงตา แต่เมื่อมืออาชีพมาเจอกับผู้เชี่ยวชาญสิ่งที่ได้คือ....อ่านไม่ออก

 

ถ้าพวกท่านมีเรื่องจะคุยแค่นี้ข้าคงต้องขอตัวเสียงที่ถูกกระชากให้สั้นและห้วนพร้อมกับร่างบางที่ลุกขึ้นก่อนหันหลังก้าวไปทางประตู หากแต่ว่า...

 

ยังหรอก พวกเรายังมีเรื่องที่ต้องบอกอีก2เรื่องร่างบางที่กำลังจะไปถึงประตูถูกหยุดไว้ด้วยคำพูดของสตรีสูงวัย

 

พวกข้ารู้มาว่าเจ้ากำลังสืบเรื่องการหายตัวไปของพวกมนุษย์อยู่ไม่ใช่หรอน้ำเสียงเป็นงานเป็นการยังคงถูกใช้ในการต่อบทสนทนาที่กำลังจะขาดลงพร้อมกับแขกที่ยังคงยืนหันหลังให้กับผู้พูดอยู่

 

ก็คงเป็นเช่นนั้นคำตอบสั้นๆห้วนๆเช่นเดิมบ่งถึงอารมณ์ที่ยังคลุกกรุ่นอยู่ แต่ดูจะไม่สร้างความเดือดเนื้อร้อนใจให้กับเจ้าของคำถามซักเท่าไหร่

 

แล้วเจ้าไม่สนใจอยากได้ข่าวสารเสียหน่อยหรอคำพูดเชิงชี้แนะที่เจ้าตัวคาดว่าจะดึงความสนใจของร่างบางที่ยังคงอยู่หน้าประตูได้ แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล เพราะร่างที่สถิตอยู่หน้าประตูยังคงยืนอยู่อย่างนั้น แถมไม่ยอมตอบคำถามนี้เสียด้วย

 

ตอนนี้ปัญหาเรื่องการหายตัวไปไม่ได้เกิดขึ้นแค่ที่โลกมนุษย์แล้ว กว่า30เผ่าตอนนี้ก็เกิดปัญหานี้เช่นกันและสิ่งเดียวที่หลงเหลือไว้คือเหรียญสีเงินสลักสัญลักษณ์ของเผ่ารัตติกาลที่สาบสูญคำบรรยายยังคงถูกกล่าวออกมาต่อไปโดยไม่สนใจว่าร่างของผู้รับฟังจะอยู่ในสภาพที่จะรับข้อมูลได้หรือไม่ ราวกลับว่าขอแค่ได้บอกไป แต่ความถึงกระนั้นผู้พูดก็เชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าทุกๆคำพูดจะถูกเก็บลงไปในสมองของผู้ฟังเป็นแน่แท้

 

พร้อมกับข่าวลือที่ว่า ผนึกของท่านวิลเลียมกำลังร้าวคำกล่าวสุดท้ายดูจะได้ผลอย่างมากเมื่อดวงตาคู่ดุที่เคยจดจ้องไปที่ประตูเท่านั้นกำลังตวัดกลับมามองคนพูดอย่างตื่นตระหนก

 

ไม่..ไม่น่าเป็นไปได้เสียงหวานที่ลอดออกมาจากริมฝีปากสีกุหลาบนั้นเบาหวิว ดวงตาแสดความเหลือเชื่อออกมาแบบไม่มิด

 

ข้ารู้เด็กน้อย มันยากที่จะเชื่อแต่มันน่าจะเป็นความจริง พวกเราไม่รู้สาเหตุที่แน่นอนแต่คาดว่าพวกนั้นคงทำพิธีอะไรบางอย่างเพื่อสลายผนึกและถึงเราจะไม่แน่ใจแต่น่าจะเกี่ยวกับที่มีการหายตัวไปด้วยร่างของหญิงที่สูงวัยกว่าค่อยๆนั่งลงที่เดิมปล่อยให้ร่างบางนั้นสาวเท้าเข้ามานั่งเพื่อคุยถึงเรื่องที่ดูจะสำคัญที่สุดในตอนนี้

 

แต่ข้าไม่คิดอย่างนั้นคำค้านของสาวน้อยผู้อ่อนวัยทำให้ผู้อายุราวป้าหันมามองอย่างสงสัยเช่นเดียวกับชายคนเดียวในห้องที่เลิกสนใจหนังสือในมือแล้วเข้ามาร่วมฟังบทสนทนานี้

 

เพราะว่าชนเผ่ารัตติกาลนั้นเป็นต้นกำเนิดของผู้ใช้มนตราสายความมืดและได้สาบสูญไปตั้งแต่ก่อนสงครามครั้งนั้นเกือบพันปี เพราะฉะนั้นคงเป็นไปไม่ได้ที่คนของเผ่ารัตติกาลจะมาเกี่ยวข้องกับเรื่องของท่านวิลเลี่ยม และอีกอย่างกลุ่มต่อต้านของท่านวิลเลี่ยมก็ใช่ว่าจะมีแต่ฝ่ายรัตติ เพราะถึงจะไม่ถูกขี้หน้ากันแต่ก็มีการติดต่อเรื่องแผนการกับฝ่ายแสงอยู่ดี เพราะฉะนั้นคนของเผ่ารัตติกาลยิ่งไม่มีเหตุผลที่จะต้องช่วยคำอธิบายของร่างบางทำให้ผู้เปิดประเด็นต้องเอ่ยทักท้วงเล็กน้อย

 

ใช่มันก็อาจจะป็นเช่นนั้น แต่บังเอิญว่าเราไปพบข้อมูลว่าองค์ราชาวิลเลี่ยมได้พยายามส่งจดหมายถึงคนๆหนึ่งซึ่งเราไม่สามารถติดตามได้ว่าคนคนนั้นเป็นใคร เรียกได้ว่าหายไปจากโลกนี้โดยสมบูรณ์เลยหละ

 

และด้วยคำค้านนี้ทำให้หัวข้อที่ว่าเผ่ารัตติการมีส่วนเกี่ยงข้องหรือไม่วนกลับมาที่เดิม

 

นั้นสินะกลุ่มคนที่สามารถทำแบบนั้นคงจะมีแค่พวกเขาเท่านั้นดวงตาสีทองฉายแววครุ่นคิดอย่างหนักทำให้ร่างข้างๆต้องสะกิดเล็กน้อยเพื่อไม่ให้ลืมว่ามีบางอย่างที่จะต้องทำ

 

เรื่องนี้ให้ไปนั่งคิดเล่นแล้วกันนะ แต่ตอนนี้ข้าว่าเจ้าคงลืมเรื่องบางอย่างไปแล้วละ จริงไหมคำเอ่ยทักพร้อมรอยยิ้มน้อยๆทำให้ร่างตรงหน้าได้แต่สงสัยตาเชิงสงสัยพร้อมเอียงคอนึกเล็กน้อยว่าอะไรกันที่ลืม (แกจะเขียนให้เอียงคอไมฟะไอ้คนแต่งฉันยิ่งปวดคออยู่)

 

เรื่องสุดท้ายที่พวกเราต้องบอกกับเจ้าคือเรื่องเพื่อนของเจ้า พวกเขาปลอดภัยดีและกำลังจะได้เจอกับพวกเจ้าในวันพรุ่งนี้ เดี๋ยวจะมีคนบอกพวกเจ้าเองแต่ขอให้ใจเย็นสักหน่อย อย่ารีบร้อนเข้าไปยุ่งจนเสียแผนผู้กล่าวเชิงปิดงานว่าพลางลุกขึ้นซึ่งทำให้สาวน้อยของเราต้องลุกตามขึ้นมา

 

คำเตือนสุดท้ายของพวกเราในตอนนี้คือ ขอให้พวกเจ้าคิดให้ดีก่อนจะทำอะไร เพราะบางที่สิ่งที่เราทำเพราะเราไม่รู้อาจจะส่งผลให้สิ่งที่บางคนพยายามทำเอาไว้ต้องเสียหายคำเตือนที่หนักแน่นและดวงตาที่มั่นคงทำให้ร่างบางทำได้แค่พยักหน้ารับคำอย่าง่ายๆเท่านั้น

 

อาจจะดูเสียมารยาทไปซักหน่อยแต่คงต้องขอให้เจ้าไปได้แล้ว แต่ข้ามีเรื่องจะฝากเจ้าเสียหน่อยหญิงผู้แก่วัยกว่ากล่าวกับร่างเล็กที่ตอนนี้ทั้ง2ยืนอยู่หน้าประตู  ก่อนที่จะยื่นซองจดหมาย1ฉบับพร้มกับรูป1ใบให้

 

รูปที่ให้มาคือรูปของผู้หญิงวัยประมาณ45-50ปีซึ่งอยู่ในชุดเดรสสีฟ้าเข้มดวงตาสีฟ้าอ่อนและผมสีขาวสัดกับสีผิวอมชมพูถึงแม้อายุอานามจะปาไปเกือบ50แต่ดวงตาที่อ่อนโยนแต่ทรงพลังคู่นั้นก็ทำให้มีเสน่ห์อยู่ดี

 

กราเซีย โรซาเวีย งั้นหรอเสียงของผู้ที่ถือรูปอยู่แฝงแววฉงนเล็กน้อยแต่ก็ดูจะไม่สร้างภาระอะไรให้สมองมากมาย

 

รู้สึกโรซาเวียนี่นามสกุลของอาจารย์ใหญ่สินะ งั้นนี้ก็น่าจะน้องสาวของอาจารย์แกละมั้งเพราะได้ข่าวว่าโสดสนิทร่างบางที่ตรึกตรองเล็กน้อย ก่อนจะหันไปกล่าวกับผุ้ฝากฝังว่า

 

ได้สิ แค่ยื่นจดหมายให้ก็พอสินะว่าแล้วเจ้าของร่างก็เปิดประตูก่อนจะเยื่องเท้าออกไปเรื่อยพร้อมกับที่ประตูถูกเปิดอ้าออก

 

ทันทีที่ร่างบางระหงนั้นก้าวพ้นประตูออกมา ประตูก็ปิดลงพร้อมกับร่างบางที่ก้าวห่างออกไปโดยไม่มองกลับมา

 

ขอบใจมากนะ อัล กิลเสียงหวานที่ไม่ทราบที่มาเรียกให้ชายหญิงคู่เดิมที่กำลังนั่งจิบชาอยู่หันมาสนใจ

 

ร่างของหญิงสาวผมสีทองตัดกับผิวอมชมพูสวย ดวงเนตรสีฟ้าอ่อนกำลังเปร่งประกายสดใสปนเจ็บปวด

 

ไม่หรอกครับท่านอาจารย์ชายหนุ่มผู้เคยเอาแต่อ่านหนังสือพร้อมส่งสายตาดุๆบัดนี้กำลังโค้งตัวน้อยๆให้กับผู้มาใหม่

 

เป็นเด็กที่น่ารักนะคะท่านคาราเลีย ไม่น่าต้องมาเจอกับเรื่องพวกนี้เลยเสียงใสที่แสดงความเศร้าสร้อยออกมาอย่างชัดเจนจนผู้ถูกเรียกว่าอาจารย์ต้องหันกลับมาปลอบ

 

อัล เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องในอดีตหรอก เพราะสิ่งนั้นเมื่อเทียบกับที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเด็กคนนั้นแล้วเรียกได้ว่าแผลแค่มดกัดเลยล่ะคำกล่าวของคาราเลียดูจะไม่ได้ช่วยดีไม่ดีจะหนักกว่าเดิมเสียอีก

ชาคะสาวผู้ถูกเรียกว่าอัลว่าพลางส่งชาให้เช่นเดียวกับชายอีกคนที่ชื่อกิลเดินไปหยิบขนมมาให้กินคู่กับน้ำชา

 

ขอบใจมากว่าพลางมือก็ถูกส่งขึ้นไปรับจานรองพร้อมถ้วยน้ำชาที่มีชาอยู่เกือบค่อนแก้วก่อนจะวางลงบนโต๊ะแล้วไปรับขนมต่อ

 

แต่ถึงกระนั้นพวกเจ้าก็ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก ยังไงซะก็ยังมีคนที่ปกป้องเธอคนนั้นอยู่อีกนิน้ำเสียงอ่อนโยนที่ดูจะเป็นคำปลอบที่แท้จริงทำให้รอยยิ้มบางๆค่อยๆปรากฏขึ้นบนใบหน้าของผู้ฟัง

 

 

ว่ายังไงได้อะไรมาบ้างนั่นคือคำทักทายที่ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินมอบให้แก่สาวน้อยผู้มาใหม่

 

ก็ไม่ค่อยได้อะไรมาหรอกแต่ว่า.....เสียงใสที่กำลังตอบอยู่ๆก็หายไปซะงั้นสีหน้าที่ดูจะสับสนออกไม่สบายใจเล็กน้อยทำให้เจ้าของดวงตาสีฟ้าต้องหันมามอง

 

ชั่งมันเถอะ ไปอาบน้ำอาบท่าซะก่อนเถอะ จะได้มากินข้าวกันเอเรียสที่เดินหันจากไปกล่าวพลางที่กำลังก้าวต่อไป น้ำเสียงที่ยังคงรักษาระดับความนิ่งเอาไว้อย่างดีแฝงไปด้วยความเป็นห่วงที่ผู้รับอาจจะไม่รู้

 

หลังจากที่เอเรียสจากไป เมดันล่าก็เดินเข้าไปที่ห้องของตัวเองบ้าง และเท่าที่รู้คือองค์ราชาราซอร์ได้จัดห้องของพวกเธอเป็นห้องพักใหญ่ภายในเป็น3ห้องพักย่อยที่มีห้องน้ำในตัวและมี1ห้องนั่งเล่นรวม

 

ภายในห้องนอนมีเฟอร์นิเจอร์พื้นฐานจำพวกตู้ เตียง โต๊ะและโคมไฟ ถือว่าธรรมดาทีเดียวเมื่อพิจารณาว่ามันคือพระราชวัง แต่พอเขาไปในห้องน้ำแล้วความรู้สึกกลับแตกต่างกันมากมาย

 

ภายในห้องน้ำขนาด30ตารางเมตรมีอ่างอาบน้ำขนาด2x2เมตรพร้อมฝักบัว พร้อมเครื่องสุขภัณฑ์ครบครันระดับโรงแรม10ดาวเลยทีเดียว

 

ทำไมมันไม่ทำห้องนอนให้หรูเหมือนกับห้องน้ำ 2มาตรฐานชัดๆเลยแบบนี้ร่างบางที่กำลังมองความแตกต่างของห้องทั้งพลางส่ายหน้าแบบหมดอารมณ์ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไป

 

ใช้เวลาไปเกือบชั่วโมงครึ่ง ร่างบางก็ออกมาจากห้องน้ำในชุดเดรสสั้นแค่เข่าสีเหลืองซึ่งเมื่อเทียบกับชุดก่อนหน้านี้อยากจะบอกว่าคนใส่รู้สึกแฮปปี้มากๆเลย

 

เมื่อออกมาถึงห้องนั่งเล่นปรากฏว่าบัดนี้เพื่อนทั้ง2ของเธอได้มานั่งรอเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งทันทีที่เธอนั่งลงที่โซฟา คำถามเปิดประเดิมก็ถูกถามมากจากอาเรียทันที

 

เป็นยังไงบ้าง เจอพวกนั้นไหมบัดนี้ดวงตาสีเขียวและสีฟ้ากำลังจดจ้องไปผู้ถูกถาม ซึ่งคราวนี้ร่างบางก็มิได้หลบสายตาอะไร

 

ฉันยังไม่เจอพวกนั้นหรอกแต่ว่า ฉันไปเจอคนประหลาดมาคำตอบของเมดันล่าไม่อาจสร้างความเข้าใจใดๆให้กับผู้ฟังทั้ง2ได้ แต่ในทางกลับกันกลับสร้างเครื่องหมายคำถามตัวเท่าตึกให้แทน

 

เมื่อเห็นว่าทั้ง2ไม่เข้าใจร่างบางจึงเริ่มต้นเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังตั้งแต่เข้าไปในห้องนั้น เสียงทีเรียกทุกครั้งที่เจอทางแยก พฤติกรรมประหลาดของทั้ง2คน เรื่องที่ผู้หญิงคนนั้น คดีการหายตัวไปที่เกิดขึ้นไปทั่ว รวมไปถึงคำเตือนของผู้หญิงคนนั้นด้วย โดยเลือกที่จะตัดส่วนที่มีความลับหรือโยงไปถึงความลับของเธอออกไป

 

เรื่องก็เป็นแบบนี้แหละหลังจากที่ร่างบางเล่าเสร็จก็โดนอาเรียสวนกลับมาว่า

 

หรือว่าจะเป็นการประลองที่องค์ราชาพูดถึงซึ่งเมื่อดวงตาสีเขียวมรกตตวัดไปขอความเห็นจากเอเรียสแล้วก็ได้คำตอบที่ช่วยยืนยันความคิดนี้เป็นการพยักหน้าหนึ่งที

 

การประลองอะไรงั้นหรอเมดันล่าที่ไม่ได้อยู่ในห้องในชณะที่หัวข้อนี้ถูกใช้ในการสนทนาถามขึ้นมาอย่างไม่เข้าใจ

 

องค์ราชาบอกว่าพรุ่งนี้จะมีการประลองและขอเชิญพวกเราไปเป็นแขกพิเศษเอเรียสที่ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงนิ่งพลางหันหน้าไปขอความเห็นจากผู้ที่พึ่งได้รู้ข่าวใหม่

 

งั้นหรอ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงเราต้องวางแผนรับมือแล้วหล่ะ เพราะถึงแม้ตอนนี้จะปลอดภัยแต่การประลองมีแค่ตายกับรอดเท่านั้น และจากคำเตือนทำให้เราไม่สามารถบุกเข้าไปชิงตัวได้แต่เราก็ต้องกำหนดขอบเขตในการสังเกตการณ์เช่นกันนักฆ่าสาวที่ผันตัวมาเป็นเสธฯชั่วคราวกล่าวน้อยๆพลางหันไปขอความเห็นจากคนอื่นต่อ

แต่ถึงจะให้ถึงจุดนั้นยังไงเราก็ไม่สามารถบุกเข้าไปช่วยกลางสนามแบบนั้นได้แน่ๆ คงต้องหาทางช่วยจากระยะไกลเท่านั้นอาเรียที่เสริมพลางหันไปทางเอเรียสเชิงส่งไม้ต่อ

 

และเราก็ไม่สามารถที่จะช่วยในขณะที่อยู่กับองค์ราชาได้เพราะฝ่ายนั้นจะต้องจับความรู้สึกได้แน่ๆเอเรยสที่ไม่มีกิริยาใดเสริมนอกจากอาการนิ่งอย่างใช้ความคิด ซึ่งปกติแทบจะไม่เคยเห็นเลยทีเดียว

 

ท่าเราซ่อนไอเวทหล่ะยมทูตสาวโพลงขึ้นมาเป็นเชิงออกความเห็นแต่ก็ถูกค้านไปด้วยเหตุผลจากกูรูทั้ง2

 

การซ่อนไอเวทสามารถทำได้ก็จริงแต่ในระยะที่ใกล้ขนาดนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะซ่อนโดยที่อีกฝ่ายไม่รู้สึกกูรูคนแรกก็คือสาวน้อยผมสีน้ำตาลอ่อนที่หันมากล่าวเล็กน้อยก่อนจะเงียบอย่างใช้ความคิดต่อ

 

แถมกิริยาต่างๆของเราจะต้องถูกจับตาดูจากองค์รักษ์และพวกแม่ทัพที่อยู่แถวนั้นแน่นอน ไม่มีทางที่จะพวกนั้นจะยอมละสายตาไปจากพวกเราแน่ๆ ยกเว้นว่า....เอเรียสที่กล่าวเสริมก่อนจะเงียบหายในช่วงท้ายราวกลับนึกอะไรได้

 

ยกเว้นว่าพวกเราจะดึงความสนใจจากพวกนั้นให้ไปจากเราได้แล้วใช้อาณาเขตกลบพลังชั้นสูงและผนึกไอเวทด้วยไฟนิรมิตกูรูท่านที่สองที่กล่าวออกมาจนครบประโยคซึ่งทำให้อาเรียที่นั่งฟังได้แต่นั่งฟังเงียบๆแบบงงๆพร้อมทำตาปริบๆ

 

ในขณะที่ยมทูตสาวกำลังนั่งงงมองอีก2คนที่เหลือสลับไปมาอยู่นั้น เจ้าของความคิดก็กำลังรอฟังความเห็นจากนักฆ่าสาวเช่นกัน

 

คิ้วโกงสวยบนใบหน้าของเมดเดอร์จำเป็นกำลังโก่งขึ้นอย่างใช้ความคิด ดวงตาสีทองกลอกไปมาไม่หยุดนิ่ง แม้กระทั่งริมฝีปากสีกุหลายก็มีการขยับเปลี่ยนลักษณะไปมาเรื่อยๆ

 

จะว่าได้มันก็ได้นะเสียงใสที่เอ่ยตอบหลังจากที่ผ่านกระบวนการไตร่ตรองมาซักพัก ทำให้อีก2คนหันมามองแต่ด้วยสายตาที่แตกต่างกัน

 

สำหรับอาเรีย ดวงตาสีเขียวยังคงแสดงถึงควาไม่เข้าใจอย่างเต็มเปี่ยม อันที่จริงเธอไม่แน่ใจด้วยว่าพวกนี้กำลังพูดภาษาอะไรกัน

 

แต่กับเอเรียสเขากำลังวางแผนขั้นต่อไปอยู่ เพราะถ้าเธอคนนี้บอกว่าได้ มันก็คงไม่มีอะไรน่าห่วง จึงสรุปไปว่า

 

โอเคอย่างงั้นตามนี้นะ ฉันจะเป็นคนร่ายอาณาเขตกับไฟนิรมิตเอง อาเรียเธอคอยจับตาดูพวกนั้น ถ้ามีอะไรแปลกๆ บอกฉันทันที ส่วนเธอจัดการเรื่องการลอบโจมตีแล้วก็คอยสนับสนุนพวกนั้นเสียงเรียบๆที่ดูจะเป็นงานเป็นการจากปากของท่านหัวหน้าชั้นปี1ของหอมังกรรัตติกาลทำให้คนที่เหลือทั้ง2พยักหน้าอย่างว่าง่าย (ขนาดอาเรียไม่รู้ยังต้องพยักหน้าอะคิดเอา)

 

งั้นแยกย้ายเถอะพรุ่งนี้จะต้องไปเตรียมตัวอีกเมดันล่าที่กล่าวพลางหาวไปพลางทำให้ทั้ง2เห็นด้วยเพราะวันนี้ถ้าไม่นับเอเรียสที่นั่งหน้าเก็กโดยไม่รู้จักเหนื่อยอยู่แล้ว อาเรียก็พึ่งไปฉะกับพวกทหารนั้นมา แถมแม่นางเอกของเราที่ต้องนั้งทำอาหารมาเป็นสิบ แถมไปวิ่งเล่นในประตูประหลาดอีกนานสองนาน

 

เมื่อทุกคนโอเค ร่างทั้ง3จึงแยกย้ายกันไปเข้าสู้ห่วงนิทราอันแสนหวานในห้องของตนโดยหารู้ไม่ว่าทันทีที่ร่างทั้ง3หายเข้าไปในห้องของแต่ละคนโซฟาที่เคยถูกจับจองด้วยเจ้าของห้องทั้ง3ก็ถูกใช้อีกครั้งโดยคน3คนเช่นกัน

 

เห็นไหมเด็กน้อย ข้าบอกพวกเจ้าแล้วว่าพวกนั้นจะต้องทำกันให้ได้เสียงลึกลับที่มีความหวานเพียงพอให้รู้ว่าเป็นสตรีเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความมืดซึ่งทำให้คนอีก2คนที่เหลือพยักหน้ายอมรับไปตามนั้น

 
***********************************************************************
สวัสดีreaderทุกท่านคับ สงกรานต์ที่ผ่านมาไปเล่นน้ำที่ไหนกันมั่งเอ่ย writerเองก็ตะลอนไปทั่วเลยเช่นกัน เลยไม่ได้มาอัพนิยายให้readerทั้งหลายได้อ่านกัน ต้องขออภัยด้วยแต่วันนี้ผมก็เอามาลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สุดท้ายก็คงไม่ขอให้มีความสุขในวันสงกรานต์(เพราะมันผ่านมาแล้ว)แต่ของให้มีความสุขกันทุกคนตลอดไป สาธุ~

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

299 ความคิดเห็น

  1. #274 logan (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 19:41
    ชอบเมล่าอะ>_<
    #274
    0
  2. #273 เด็กตกวิทย์ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 13:24
     กว่าจะมีบทนะเนี่ย 
    #273
    0
  3. #272 plyofana (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 18 เมษายน 2555 / 09:28
    นางเอกเรามีบทใหญ่ๆบ้างแล้ว!!
    #272
    0