~Illusion Wing~ ปีกมายาแห่งฝัน

ตอนที่ 30 : เริ่มการประลอง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 86
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    27 เม.ย. 55

 

 

แกร๊งๆเสียงใสกังวาลอันเกิดจากเหล็ก2อันกระทบกันปลุกร่าง2ร่างที่กำลังสลบอยู่ในห้องที่ทั้งมืดและเหม็นอับ

 

ดวงตาทั้ง2คู่ค่อยเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะสอดส่องหาต้นเสียงที่รบกวนการนอนอันแสนสงบ ซึ่งก็ไปหยุดลงที่ร่างอันแสนคุ้นเคยยืนถือแท่งเหล็กอยู่ในมือ

 

ตื่นได้แล้ว วันนี้เป็นวันที่พวกเราตกลงกันไว้ไม่ใช่หรอคำพูดของชายหนุ่มในชุดกษัตริย์เต็มยศปลุกสายตางัวเงียของทั้งคู่ให้เปลี่ยนเป็นจริงจัง

 

ว่าแล้วมือซ้ายของราซอร์ก็กวักเรียกทหารแถวนั้นให้มาเปิดประตูให้ก่อนจะพาทั้ง2คนไปยังอีกห้องหนึ่ง

 

นี่เป็นห้องรับรองผู้แข่งขัน ขอบอกว่ามันไม่ได้หรูเหมือนโรงแรม5ดาวหรอกนะ แต่ก็ดีกว่าที่พวกนายนอนเมื่อวานแน่นอนคำแหย่ด้วยน้ำเสียงที่แสร้งจริงจังแต่กลับแทรกด้วยเสียงหัวเราะมากมายทำให้ผู้แข่งขันทั้ง2ถึงกับเบ่หน้า

 

ทางนี้ห้องน้ำ ทางนู้นคือห้องนั่งเล่น ส่วนทางนู้นห้องนอน อาหารเดี๋ยวจะมีคนเอามาให้ มีอะไรก็เรียกทหารด้านนอกเอานะ ข้าไปละ แล้วจะคอยดูพวกเจ้าที่สนามประลองหล่ะราชาผู้อารมณ์ดีเดินนำเข้ามาก่อนจะชี้โบ้ชี้เบ้ไปทางนั้นทางนี้ก่อนจะบรรยายรวดเดียวจบแบบติดจวรดแล้วเดินจากไปโดยปล่อยให้ผู้ฟังยืนทำตาปริบๆต่อไป

 

งั้นพวกเราก็เตรียมตัวกันเถอะอีกไม่นานคงได้เวลาออกกำลังกายแล้วหล่ะซานัสที่หันมากล่าวกับฟรอนเทียร์ที่กำลังยืนอยู่ข้างๆก่อนจะแยกย้ายกันไปเตรียมตัว

 

 

ที่ลานประลองทรงสีเหลี่ยมขนาดความจุประมาณหมื่นคนบัดนี้โดยรอบกำลังแน่นขนัดไปด้วยผู้คนจำนวนมากที่กำลังทยอยเข้ามาภายในอย่างไม่ขาดสาย

 

สวัสดีครับทุกท่าน สภาพอากาศวันนี้ปลอดโปร่งเหมาะแก่การรับชมการรับชมการลองสุดมันส์เสียนี่กระไร(ใต้น้ำไม่ใช่หรอเพ่) การประลองวันนี้เป็นของนักโทษ2คนที่ถูกจับตัวได้เมื่อ2วันก่อน ความผิดที่กระทำคือ...เอิ่มมมม...ลักลอบเข้ามาภายในเมือง ทำร้ายร่างกายประชาชน  สร้างความปั่นป่วนไปทั่วเมือง บุกรุกพระราชวังยามวิการณ์ ทำร้ายเจ้าพนักงาน สร้างความเสียหายให้กับพระราชวังส่วนนอก แอบลอบเข้าห้องบรรทมของเจ้าหญิง จับองค์หญิงเป็นตัวประกัน บุกรุกพื้นที่หวงห้ามของพระราชวัง สร้างความเสียหายให้กับพระราชวังส่วนใน กวนพระบาทพระราชา เอ๋ถูกแล้วครับ โดนข้อหาเยอะขนาดนี้เชียวหรอเนี่ยโฆษกประจำงานออกมากล่าวตอนรับแขกผู้มาชมทั้งหลายพร้อมกล่าวไล่ข้อหาของนักโทษประจำวันนี้

 

บัดนี้ขอให้ทุกท่านประจำที่ให้เรียบร้อยการประลองกำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้วชายคนเดิมที่บัดนี้ไปปรากฏตัวที่กลางลานประลองเป็นที่เรียบร้อยแล้ว กล่าวพลางกวาดสายตาไปทั่วบริเวณ เสียงตะโกนโวยวายจำนวนมากที่เคยดังไปทั่วลานประลองบัดนี้เบาลงมากจนแทบจะหมดไปเลยทีเดียว

 

ตอนนี้กระผมขอเปิดตัว ผู้เข้าแข่งขันฝ่ายแรกนะครับ พวกเขากำลังจะก้าวเข้าสู่ลานประลองอันทรงเกียรติของพวกเราทางประตูที่8 ขอเชิญพวกท่านพบกับซานัสและฟรอนเทียร์เสียงเร้าอารมณ์ดังกึกก้องไปทั่วสนามพร้อมกับที่ประตูบานดังกล่าวเปิดออกมา

 

เมื่อประตูเปิดออกร่าง2ร่างกำลังยืนรออยู่ที่หน้าประตูในชุดสบายๆแต่คล่องตัว ร่างทั้ง2ค่อยๆย่างออกมาจากประตูที่ละก้าวพร้อมกับเสียงตะโกนที่ค่อยๆกลับมาดังกลบเสียงไมค์อีกครั้ง

                       

ร่างทั้ง2บัดนี้เดินมาอยู่กลางลานเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะกวาดสายตาไปทั่วๆ

           

โว้ว คนเยอะจังแฮะน้ำเสียงซุกซนปนตื่นเต้นดังจากปากของหนุ่มภูติหนุ่มที่บัดนี้มีรอบยยิ้มตามสไตล์ของตนประดับไว้บนใบหน้า

           

แต่ฉันยังไม่เข้าใจเหตุผลที่องค์ราชาพูดแบบนั้นเลยนะฟรอนเทียร์ที่กล่าวขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าที่ใช้ความคิดทำให้ซานัสต้องหันมายักไหล่ตอบตอบ

           

อะไรแค่นี้นายก็ไม่รู้หรอซานัสที่ยิ้มแบบเหนือกว่าพร้อมกับเดินจาก ทำเอาคู่หูหนุ่มต้องเดินตามไปซักเอาคำตอบทันที

           

แล้วนายรู้ไหมหล่ะฟรอนเทียร์ที่เดินไปทันเอ่ยถามไปหลางหลับตาลงเพื่อสะกดอารมณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน

           

ไม่รู้หรอก แต่รู้ไปก็เท่านั้นแหละคำตอบของซานัสทำให้เจ้าของคำถามต้องตวัดดวงตามามอง

           

นี่ไง ว่าแล้วว่ามันต้องไม่รู้เสียงบ่นในใจของฟรอนเทียร์ที่บังเกิดขึ้นพร้อมๆกับเสียงประกาศจากโฆษกกลางสนามทำให้ความคิดต่อๆไปเป็นอันตกไป

 

องค์ราชาราซอน์ นิมฟาเสด็จสิ้นเสียงของโฆษกหนุ่ม บรรยากาศที่เต็มไปด้วยเสียงตะโกนโวยวายทั้งหมดก็พลันหายไป แม้แต่สายตาสองคู่ของผู้เข้าแข่งขันก็ตวัดไปทางที่นั่งพิเศษด้านบนเช่นกันแต่เป้าสายตาอาจแตกต่างกันเล็กน้อย

 

ร่างที่แสนคุ้นเคยของชายผู้เป็นราชาบัดนี้อยู่ในเสื้อคลุมสีขาวสง่าประดับด้วยเครื่องราชย์จำนวนมาก เส้นเกศาสีนิลถูกหวีไว้เรียบร้อยผิดกับที่ไปรับพวกเขาในคุก สิ่งเดียวที่เหมือนเดิมคงจะเป็นดวงตาทรงอำนาจที่มองสักกี่ครั้งก็ยังคงความสุขุมเอาไว้เสมอ และที่สำคัญ งานนี้ไม่ได้มาคนเดียวเสียด้วย

 

ร่างบางระหงที่เดินมาเคียงข้างกับชายผมดำรงตำแหน่งราชาบัดนี้กำลังสะกดดวงตาของชายหนุ่มทุกผู้ทุกนามเอาไว้จนหมดสิ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งดวงตาสีเงินประกายของ1ในผู้เข้าแข่งขัน

 

นูเอลเสียงแผ่วเบาที่หลุดออกมาจากปากของภูติหนุ่มบ่งว่าบัดนี้สติสตังดูไม่ค่อยจะเต็ม ซึ่งสาเหตุก็คือ...

 

ร่างบางอรชรของเจ้าหญิงน้อยแห่งแดนภูติบัดนี้อยู่ในชุดราตรีเกาะอกสีม่วงอ่อนยาวละพื้น ที่ไหล่บางมีผ้าคลุมสีขาวกลืนไปกับสีผิวนั้น ที่คอระหงก็ประดับดวยไข่มุกนวลขับให้ผิวดูนวลยิ่งขึ้น ผมสีฟ้าสลวยถูกปล่อยยาวสยายปิดหลังแล้วถักเปียเล็กน้อยที่บริเวณหูทั้ง2ข้าง แต่สิ่งที่สะกิดใจซานัสที่สุดก็คงเป็นดวงตาสีเขียวที่ยังคงเปล่งประกายเมื่อครั้งสุดท้ายที่ได้พบกันบัดนี้กลับหม่นลงอย่างเศร้าสร้อย

 

ใบหน้าขาวงามนั้นก้มลงเล็กน้อยราวกลับกำลังหลบสายตาทุกคู่ที่กำลังจ้องมาทางตน แต่แท้จริงแล้วเจ้าตัวต้องการหลบสายตาแค่คู่เดียว คู่เดียวที่ทำให้หัวใจดวงน้อยๆของเธอหวั่นไหว ดวงตาสีเทาของชายผู้กำลังยืนอยู่ที่ลานประลอง

 

แต่ก็ไม่นานเมื่อดวงตาสีมรกตก็ถูกตวัดขึ้นมาประสานกับอีกคู่ที่กำลังมองขึ้นมาจากลานประลอง และแทบจะทันทีที่ดวงตาคู่คมสวยนั้นต้องตวัดหนีแต่ถึงกระนั้นเหตุการณ์ทั้งหมดก็มิอาจจะรอดพ้นสายตาที่อยู่เคียงข้างไปได้

 

สวัสดีพี่น้องชาวเงือกทุกท่าน เมื่อวันก่อน ชาย2คนนี้ได้ทำผิดอาญาไม่ต่ำกว่า10ข้อ โทษถึงขั้นประหารชีวิตแน่นอน แต่ข้ายังหาคนที่จะมาประหารชีวิตพวกเขาไม่ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ข้าจึงได้จัดงานครั้งนี้ขึ้นน้ำเสียงอันทรงอำนาจดังก้องไปทั่วลานประลองดึงความสนใจทั้งหมดเข้าหาตัว ดวงตาฉาวแววทรงอำนาจและเด็ดขาดกวาดไปทั่วก่อนจะมาหยุดลงที่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง2

 

วันนี้พวกเราชาวเงือกรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ตัวแทนของสภาโดรอสให้เกียรติมาเป็นแขกพิเศษเพื่อรับชมการประลองในครั้งนี้ร่างขององค์ราชาถอยออกมาเล็กน้อยเป็นเชิงให้เกียรติก่อนจะผายมือไปทางเก้าอี้ตัวข้างๆที่บัดนี้มีร่างหนึ่งกำลังครอบครองเอาไว้อยู่ ชุดสีขาวบริสุทธ์ที่ถูกขริบด้วยด้ายสีทองสกาวบ่งว่าชุดนี้ใช่ชุดธรรมดาๆ ถ้าทางกิริยาต่างๆดูองอาจขับความสง่าให้โดดเด่นออกมา สิ่งที่น่าเสียดายคงจะเป็นหน้ากากสีขาวบริสุทธิ์ที่ถูกใส่เอาไว้เพื่อปกปิดใบหน้าแต่ถึงกระนั้นก็มิอาจปกปิดอำนาจที่แสดงออกมาได้จากร่างนั้นได้เลย

 

เช่นเดียวกับร่างทางซ้ายมือที่อยู่ในชุดคลุมสีดำสนิทและจากสาบเสื้อที่แหวกเอาไว้เล็กน้อยเผยให้เห็นว่าเครื่องแต่งกายเป็นโทนสีดำที่มีสีแดงกระจายตามจุดต่างๆเพื่อเป็นลวดลายเอาไว้ หน้ากากสีดำที่ตัดกับใบหน้าขาวนั้นถูกใส่ปกปิดใบหน้าเช่นเดียวกับเจ้าของเก้าอี้และเส้นผมสีชมพูยาวสลวยถึงเอวถูกมัดรวบเอาไว้อย่างง่ายๆแต่ก็งดงาม

 

สุดท้ายสำหรับพวกท่านทุกคนต้องบอกว่าขอให้สนุก และสำหรับพวกเจ้าขอบอกว่าพวกเจ้าจะไม่มีสิทธเลือกคู่ต่อสู้ แต่ตัวเจ้าเองจะได้กำหนดคู่ต่อสู้ ขอให้โชคดีหลังจากที่ดวงตาของทุกคนได้ชื่นชมร่างทั้ง2เป็นที่เรียบร้อย ราซอร์ก็จัดการดึงความนใจของผู้ชมทุกคนอีกครั้งโดยการเอ่ยขึ้นเป็นเชิงจบการกล่าวเปิดงานแต่ก็ยังมิวายทิ้งคำพูดมึนๆให้กับร่างที่กำลังยื่นเด่นอยู่ที่ลานประลองอีกเล็กน้อย

 

นี่ๆเอเรียส ไอ้การประลองนี้มันเป็นยังไงหรออาเรียที่ยืนอยู่ข้างเอเรียสเอ่ยถามเบาเพื่อไม่ให้คนอื่นสงสัย

 

มันคืองานประลองของเผ่าเงือกที่ถูกจัดขึ้นครั้งแรกเมื่อประมาณ1300ปีก่อน แต่ช่วงหลังๆนี้ไม่ค่อยได้มีการจัดขึ้นแล้ว งานประลองนี้คือการที่องค์ราชานำนักโทษประหารมาเป็นคู่แข่งในการประลองเพื่อให้ความบันเทิงแก่ประชาชนชาวเงือกเอรียสที่เอ่ยปากตอบทั้งที่ดวงตาสีฟ้าใสยังคงจับจ้องไปที่ร่างของชายผู้อยู่ในชุดราชา

 

แล้วกติกาสำหรับการประลองหล่ะยมทูตสาวที่ยังคงเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นอดไม่ได้ที่จะถามต่อและป็นเวลาเดียวกับที่โฆษกภาคสนามกล่าวอธิบายกติกาให้กับผู้เข้าแข่งขันทั้ง2ฟัง

 

กติกาในการประลองเริ่มด้วยขั้นแรกจะให้จับสลากเพื่อกำหนดจำนวนของคู่ต่อสู้เอเรียสที่กล่าวพลางตวัดดวงตาราวกลับกำลังหาอะไรบางอย่างอยุ่

 

เห็นกล่องทั้ง4ใบที่พึ่งถูกนำออกมาไหม พวกนั้นคือกล่องที่บรรจุลูกแก้วเอาไว้กล่องละ3ลูกซึ่งประกอบด้วยลูกแก้วสีดำ สีแดง และสีทองคำตอบของชายผู้เงียบขรึมบัดนี้กำลังอธิบายลูกศิษย์จำไมชั่วคราวพลางส่งสายตาไปทางทหาร4คนที่เดินออกมาพร้อมกล่องสีฟ้า4ใบแทนการชี้เนื่องจากไม่อยากจะเป็นเป็าสายตานัก

 

ซึ่งสีแต่ละสีก็จะมีความหมายที่แตกต่างกัน สีแดงนั้นแทนผู้ประลอง  สีทองหมายถึงว่าง และสุดท้ายสีดำหมายถึงตาย หากจับได้สีดำแม้เพียวลูกเดียวทุกคนต้องถูกประหารทันที ส่วนจำนวนคู่แข่งเท่ากับจำนวนลูกบอลสีแดง ที่หยิบออกมาจากทั้ง4กล่องรวมกันคำอธิบายยืดยาวของเอเรียสดูจะสร้างความสับสนให้กับผู้ฟังเล็กน้อยแต่ไม่นานก็จับนู่นจับนี่มาโยงกันได้

 

ต่อจากนั้นพวกเขาก็จะให้หยิบรายชื่อของคู่ต่อสู้จากกล่องสีแดงที่พึ่งนำออกมาเพื่อกำหนดตัวคู่ต่อสู้หลังจากอธิบายมาเสียนานวิทยากรพิเศษก็หันไปรับน้ำชาจากสาวน้อยผมสีน้ำตาลที่บัดนี้กลายเป็นเมดเดอร์ส่วนตัวไปเสียแล้ว

 

ว่าแต่นี่พวกเราจะถอดหน้ากากกันได้หรือยังหล่ะ รำคาญจะตายอาเรียที่ว่าพลางยกมือขึ้นมาหมายจะถอดหน้ากากสีดำสนิทออกแต่ก็โดนมือขาวบางมาคว้าไว้เสียก่อน

 

ยังไม่ได้หรอกอาเรีย พวกเธอต้องใส่เอาไว้ตลอดงานเพื่อไม่ให้พวกนั้นสงสัยเมดันล่าที่กล่าวเตือนทั้งที่ยังคงก้มหน้าอยู่เพื่อไม่ให้เป็นที่สงสัยแล้วจึงค่อยๆถ่อยออกมายืนข้างๆอาเรีย

 

เอาหล่ะพวกเจ้าคงเข้าใจกติกาขั้นแรกกันแล้วนะ เชิญมาจับลูกบอลได้เลยเสียงโฆษกที่กล่าวก่อนจะถอยห่างออกมาเพื่อให้ทั้ง2ได้หยิบลูกบอลจากกล่องแบบยุติธรรม

 

ซานัสกับฟรอนเทียร์ตกลงกันว่าฟรอนเทียร์จะเป็นคนจับลูกบอลจากทั้ง4กล่องส่วนซานัสจะเป็นคนหยิบชื่อคู่ต่อสู้ เนื่องมากจากฟรอนเทียร์บอกวันนี้วันดีของเค้า(ถ้าดีจริงพวกเอ็งคงไม่ต้องมาวุ่นวายแบบนี้หรอก)

 

ฟรอนเทียร์ที่เดินเข้าไปที่กล่องใบแรกก่อนจะค่อยๆสอดมือเข้าไปภายในกล่อง มือขวาที่ถูกสอดเข้าไปนั้นควานไปมาเล็กน้อยก่อนจะนำมือออกมาภายนอก

 

มือที่กำอยู่ค่อยๆแบออกช้าๆอย่าลุ้น และเมื่อถูกแปออกจนหมดสิ่งที่กำลังกลิ้งอยู่บนฝ่ามือคือลูกแก้วสี....ทอง

 

ซานัสที่ถอนหายใจออกแบบโล่งสำหรับกล่องแรกก่อนจะหันมาสนใจกล่องใบต่อไป

 

ร่างของคนๆเดิมค่อยๆสาวเข้าไปใกล้กล่องใบที่สอง กิริยาเดินถูกทำซ้ำอีกครั้งและอีกครั้งและอีกครั้ง  ซึ่งผลที่ได้ออกมาคือนอกจากกล่องใบแรกที่ได้สีทองแล้วที่เหลืออีก3ใบได้สีแดงทั้งหมด

 

เฮ้อออ~ รอดไปทีที่ไม่มีสีดำอาเรียที่กล่าวเบาเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตก่อนจะหันไปกระซิบกับนักฆ่าสาวในคราบเมดว่า

 

แล้วเรื่องการลอบโจมตีเรียบร้อยหรือยัง

 

ไม่ต้องห่วงตอนนี้แค่ยังไม่ถึงเวลาเท่านั้นเสียงใสที่แฝงความมุ่งมั่นทำให้เจ้าของคำถามล้มเลิกการซักไซร้ต่อไป

 

ตอนนี้เป็นคราวของซานัสที่จะเดินไปหยิบชื่อของคู่ต่อสู้ที่อยู่ในกล่องสีแดงบ้างซึ่งเมื่อขักมือกลับออกมาก็ได้กระดาษแผ่นเล็กติดมาอีก3ใบ ซึ่งชายผู้ถือยื่นกลางเวทีในฐานะพิธิกรก็รับกระดาษเหล่านั้นมาก่อนจะประกาศออกมาชัดถ้อยชัดคำ

 

คู่ต่อสู้ในวันนี้คือ ท่านโดรอส การานูซ ท่านลิวคัส ดานิคัส และท่านวานิค ฟาราอัน ครับ ขอเชิญท่านทั้ง3ไปเตรียมตัวที่ด้านหลังได้เลยครับ

 

เมื่อคำประกาศถึงรายชื่อของผู้แข่งขันของฝ่ายเงือกดังออกมา รอยยิ้มเล็กๆที่มุมปากของชายผู้อยู่ในจุดที่ไม่มีคนมองอยู่ ก่อนจะหายไปอย่างรวดเร็ว แต่มันก็ไม่เร็วพ่อที่จะหลุดรอดสายตาของเอเรียสที่นั่งอยู่ใกล้ๆ

 

ต่อไปขออธิบายกฎการประลองเล็กน้อยแก่ผู้แข่งขันทั้ง2เสียงบอกกล่าวเรียกความสนใจของซานัสกับฟรอนเทียร์ให้หันมามอง

 

กฎของการประลองมีแค่ข้อเดียวคือเอาตัวรอดให้ได้ ไม่มีการห้ามใช้อาวุธใดๆทั้งสิ้น ใช้เวทมนต์ได้ทุกบทตามแต่ต้องการ การประลองเป็นแบบตะลุมบอนและจะสิ้นสุดเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกฆ่าจนหมด!”สิ้นเสียงบอกของโฆษกร่างของผู้เข้าแข่งขันทั้ง2หันมามองหน้ากันแบบซีดๆ

 

ให้ตายซิถ้าไม่อยากโดนเชือดก็ต้องไปเชือดว่างั้นเถอะ เอาไงดีหว่า ไอ้ไม่อยากโดนเชือดนี่มันก็ไม่อยากอยู่หรอกนะ แต่จะให้ไปเชือดมันก็....

 

ซานัสที่เห็นฟรอนเทียร์กำลังยืนคิด(ปลง)ให้ตกอยู่จึงเอ่ยเบาๆว่า

 

ฟรอน นี่ไม่ใช่การประลองที่สวนหลังบ้านของฉันนะ ถ้าพลาดก็คือตายน้ำเสียงที่นิ่งและมั่นคงทำให้ผู้ฟังไม่สามารถคาดเดาอารมณ์ของผู้พูดได้ แต่ถึงกระนั้นใบหน้าของผู้ฟังก็ค่อยๆผ่อนลงก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆออกมา แล้วกล่าวเบาๆกลับไปว่า

 

นั่นสินะซานัสที่ได้คำตอบกลับมายิ้มซุกซนเล็กน้อยก่อนจะตวัดดวงตาไปทางร่างบางที่กำลังหลบสายตาเขาอย่างเต็มที่

 

นูเอลที่กำลังนั่งอยู่ข้างๆพ่อของเธอพยายามที่จะมองไปรอบโดยเว้นช่วงที่ร่างตรงลานประลองแต่ก็อดไม่ได้ที่จะเหล่ไปอยู่ดี แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีคนพยายามพูดกับเธอ

 

ริมฝีปากงามแต่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยเมื่อสักครู่บัดนี้กำลังถูกประดับด้วยร้อยยิ้มน้อยๆ ดวงเนตรสีเขียวที่เคยหลบสายตาคู่นั้นบัดนี้กำลังมองตรงไปแบบไม่เกรงกลัว หยดน้ำเม็ดเล็กๆกำลังไหลออกมาจากดวงตาถึงแม้ว่าจะแค่เม็ดเดียวแต่ก็แฝงไว้ด้วยความรู้สึกมากมาย

 

นั่นสินะ ระดับพวกนั้น ไม่มีอะไรหน้าห่วงความคิดที่เกิดขึ้นหลังจากได้เห็นคำพูดที่ไร้เสียงแต่กลับเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึก ใช่แล้ว แค่ประโยคเดียวที่เธออ่านได้ก็เพียงพอแล้ว ไม่ต้องห่วงแค่นี้แหละที่เธอต้องการ

 

ซานัสที่เคลียกับเจ้าหญิงน้อยเสร็จแล้วก็หันมาทางโฆษกที่ยังคงพร่ามต่อไปไม่หยุดก่อนจะตัดสินใจทำในสิ่งที่ทำให้ทุกคนเอ๋อรับประทาน

 

เอิ่มคุณซานัส นี่ไม่ใช่เวลามานอนนะครับคำกล่าวออกไมค์ด้วยน้ำเสียงมึนๆปนอึ้งทำให้ฟรอนเทียร์ต้องตวัดไปมองเพื่อนสนิทบ้าง

 

ชั่งหมอนั่นเถอะ เริ่มเมื่อไหร่ค่อยปลุกแล้วกันคู่หูหนุ่มเอ่ยขึ่นนุ่มๆอย่างรู้ใจก่อนจะเอาดาบออกมาเช็ดบ้างเพื่อฆ่าเวลา

 

เวลาผ่านไปราวๆ30นาทีร่างของชาย3คนผู้จะเป็นคู่ต่อสู้ของซานัสกับฟรอนเทียร์ก็ปรากฎตัวในชุดคล่องตัวสำหรับความสะดวกในการเคลื่อนไหว

 

เฮ้ไอ้ซานัส ตื่นได้แล้วหล่ะ1ในกลุ่มผู้ประลองที่นั่งขัดดาบเล่นไปได้3เล่มลุกขั้นไปปลุกเพื่อนสนิทที่กำลังหลับสบายหลังพิงกำแพงเอาไว้

 

เฮ้ยไอ้บ้านี่ นี่มันไม่ใช่เวลามาขี้เซานะเฟ้ยเสียงปลุกจากชายคนเดียมที่ถูกเพิ่มความดังขึ้นไปพร้อมกับแรงที่ถูกใส่เพิ่มที่มือมากขึ้นเพื่อให้ผู้ถูกปลุกตื่นจากนิทราเสียที

 

สุดท้ายเมื่อเห็นว่าร่างที่นอนอยู่ไม่มีทีท่าว่าจะยอมตื่นจึงใช้วิธีสุดท้าย นาฬิกาปลุกชั่วคราวเดินเข้าไปใกล้ๆกับร่างที่นอนยู่ก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างที่ข้างหู ไม่นานเกินรอร่างที่เคยหลับไหลโดยไม่มีทีท่าว่าจะตื่นกลับลุกขึ้นมายืนตรงแหน่วพลางสอดส่องสายตาไปทั่วก่อนจะหยุดที่ใบหน้างามของเจ้าหญิงแห่งแดนเงือก

 

ใบหน้าคมเข็มกำลังขึ้นสีแดงจางๆ ริมฝีปากถูกอ้าเล็กน้อยทั้งที่ดวงตาสีเทายังคงจับจองไปที่เดิมก่อนจะถูกตวัดกลับมาทางไอ้คนกระซิบที่ยืนหัวเราะราวกลับกำลังดูหนังตลกอย่างไรอย่างนั้น

 

แต่กว่าจะได้ไปสะสางบัญชีแค้นก็ถูกขัดขึ้นด้วยเสียงประกาศที่เกือบทุกคนรอคอย

 

ตอนนี้ผู้แข่งขันทั้ง5ก็มากันครบแล้ว ขอเชิญผู้เข้าแข่งขันทุกท่านที่บนลานประลอง

 

ดวงตาเป็นการเป็นงานกลับขึ้นมาปรากฎบนใบหน้าของ2หนุ่มผู้ไม่เคยจะหาสาระได้ก่อนที่ทั้ง2จะค่อยๆสาวเท้าขึ้นไปบนลานกว้างรัศมีหลายสิบเมตร ซึ่งก็พร้อมๆกับที่ร่างของอีก3ก้าวขึ้นไปบนลานเช่นกัน

 

ร่างแรกของคู่ต่อสู่ที่เดินขึ้นมาในสนามเป็ยชายวันกลางคนรูปร่างกำยำผมสีแดงเพลิงถูกตัดให้ไม่ยาวจนจนรุงรังแต่ก็ใช้ไม่ได้สั้นไปเลย ดวงตาสีน้ำตาลเข็มแฝงแววกร้าวเอาไว้สมกับผู้ที่เป็นแม่ทัพแห่งแดนเงือก ที่หลังมีดาบด้ามมโหฬารสะพายอยู่ ชายผู้นี้คือแม่ทัพเช่นเดียวกับกาเปลและซินเทลต่างกันที่ชายผู้นี้ค่อยดูแลเรื่องของภายนอกเมือง บุรุษผู้นี้ได้สมญาว่าปราการสีเลือด เนื่องจากในสงครามครั้งก่อนได้น้ำกำลังเพียง500นายเข้าต้านทัพศัตรูที่มีกำลังถึง1หมื่นจนได้รับชัยชนะ โดยมีทหารเสียชีวิตไม่ถึง10คน ชายผู้นี้คือ วานิค ฟาราอัน

 

คนต่อมาที่เดินขึ้นสู่ลานประลองเป็นชายวัยย่างเข้า40-50ไว้เคราเล็กน้อย ร่างที่กำลังเดินขึ้นแฝงความสง่างามเอาไว้จนทำให้รู้ว่ามิใช่คนธรรมดาแน่นอน ดวงตาสีดำสนิทเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขุม ผมสีเดียวกับดวงตาถูกปล่อยไปตามปกติแล้วโดยไม่มีการตัดใดๆทั้งสิ้น  ช่วงอกมีสายผ้าสีแดงขอบทองคาดทะแยงจากบ่าซ้ายไปยังสีข้างด้านขวา ชายผู้นี้คือ ลิวคัส ดานิคัส อัครเสนาบดีฝ่ายซ้ายควบตำแหน่งรองเสนาธิการด้านยุทธภัณฑ์ด้วย

 

และสุดท้ายชายผู้ดูไม่เหมาะจะขึ้นลานประลองเป็นที่สุด เขาคือ โดรอส กรานูซ ผู้ดำรงตำแหน่งเป็นเสนบดีการคลัง ดูจากสารรูปแล้วท่าจะใช้อาวุธเป็นการกลิ้งทับ!

 

เหตุผลเนื่องมาจากหุ่นที่ดูแตกต่างจากผู้เข้าแข่งขันคนอื่นเล็กน้อย(ที่จริงก็ไม่น้อยอะ)ร่างของชายวัยประมาณ40ปี ดวงตาสีฟ้าอ่อนมองอย่างเหยียดๆแถมยังเจอรอยยิ้มที่ดู(เหมือน)จะน่ากลัวที่ประดับบนใบหน้านั้นอีก ยังดีที่ผมเผ้าถูกหวีเก็บไว้อย่างเรียบร้อย

 

บัดนี้คนทั้ง5ก็ได้มายืนอยู่บานลานประลองเป็นที่เรียบร้อย ดวงตาทั้ง5คู่ถูกส่งไปยังฝ่ายตรงข้ามเพื่อข่มขวัญและอ่านเกมส์ของอีกฝ่าย บรรยากาศแห่งการต่อสู้เริ่มปกคลุมลานแห่งนี้

 

ข้า ในฐานะราชาแห่งเมืองนี้ ขอเริ่มการประลอง....ณ บัดนี้สิ้นเสียงประกาศที่ยิ่งใหญ่ เสียงเฮก็ดังกึกก้องไปทั่วทั้งสนาม ความกดดันปกคลุมลานประลองอย่างสมบูรณ์ เลือดในกายของเหล่านักรบทั้งหลายเริ่มร้อนระอุจากบรรยากาศนี้ ดวงตาทุกคู่กำลังจดจ้องไปยังที่หมายเดียวกัน ที่ที่กำลังจะมีเรื่องสนุกเกิดขึ้น ที่ลานประลอง

 

 ********************************************************************

 สวัสดีคับ readerทั้งหลายช่วงนี้สำหรับเพื่อนม.6คงกำลังหามหาลัยกันอยู่ก็สู้ๆนะคับ สำหรับน้องๆก็อาจจะกำลังเรียนพิเศษไม่ก็เรียนซัมเมอร์กันอู่ writerเป็นกำลังใจให้นะคับ แต่อย่าหักโหมกันเกินไปนะคับ  wrietrขอฝากนิยายเรื่องรี้ต่อไป ขอบคุณreaderทุกท่านที่ติดตามกันมาตลอด

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

299 ความคิดเห็น

  1. #293 Zixga (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2555 / 22:18
    จะรออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
    #293
    0
  2. #276 Temmy - Ticky (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2555 / 09:02
    มาต่อด้วยนะคะ
    จะรออ่าน
    #276
    0
  3. #275 plyofana (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2555 / 09:06
     ค้างอย่างรุนแรง  = [ ] =

    ทำให้อยาก แล้วก็จากไป


    เอ๊ะ! เป็นคนยังไงนี่ - -
    #275
    0