~Illusion Wing~ ปีกมายาแห่งฝัน

ตอนที่ 28 : ประตูสู่หนทางต่อไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 79
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    8 เม.ย. 55

 

 

สาบานได้ ฉันจะไม่มาเหยียบที่นี่เองเป็นครั้งที่สองนั่นคือการคร่ำครวญในใจของสาวน้อยผมสีน้ำตาลในชุด(ที่ถูกคิดว่าเป็น)เมดขณะที่เจ้าตัวกำลังเดินวนไปวนมาอยู่ภายในปราสาทอันแสนจะโอ่อ่า

 

เอิ่ม มีอะไรให้ผมช่วยไหมคับคำทักที่ขัดจังหวะการหลงทางของเธอทำให้ร่างบางต้องตวัดดวงตาคู่สวยไปมองเจ้าของเสียงที่ทักเธอ

 

สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาของเธอคือเด็กผู้ชาย คาดคะเนอายุจากความสูงและใบหน้าได้ว่าประมาณยี่สิบปลายๆถึงสามสิบต้นๆเท่านั้น ใบหน้าที่อ่อนตาโลกนั้นแลดูไร้เดียงและไร้พิษภัย แต่เมื่อเลือนสายตาลงไปที่เสื้อผ้าที่ใส่มีลักษณะเดียวกับที่เธอเห็นกาเปลใส่ จะต่างกันตรงที่ปกคอมีสีที่ต่างกันเท่านั้น ของกาเปลจะเป็นสีเขียว ส่วนของหนุ่มน้อยคนนี้เป็นสีดำ

 

คนตรงหน้าต้องระดับแม่ทัพชัว หมอเมฟันธงเลยใบหน้าหวานก็ยิ้มแย้มต้อนรับอย่างเป็นมิตรแต่ดวงตาสีทองกำลังอ่านคนตรงหนาเอาแบบให้ทะลุ แต่เพื่อความเป็นธรรมชาติเพราะฉะนั้น

 

คือฉันเป็นเมดของท่านเอเรียสเจ้าค่ะ แล้วก็กำลังเดินหาห้องครัวสำหรับเตรียมของว่างและชาอยู่แต่บังเอิญฉันหลงทางน่ะเจ้าคะเสียงใสที่ถูกกัดฟันพูดแบบสุดฤทธ์ แต่ริมฝีบางสีกุหลาบก็ยังคงแย้มยิ้มแบบปกติ เพื่อไม่ให้อีกฝ่ายสงสัยอะไร

 

เอ..จะว่าเป็นธรรมชาติก็เป็นธรรมชาติอยู่นะ ก็หลงจริงๆนิ ไม่ใช่หรอ?

 

อ๋อ ถ้าไม่รังเกียจให้ผมพาคุณไปส่งไหมหล่ะคับร่างตรงหน้าที่ตอบกลับมาแบบใจดีทำให้ร่างบางต้องคิดหนัก

 

ถ้าบอกว่าไม่เป็นไรก็คงทำให้เขาสงสัย แต่ถ้าตอบรับไปแล้วหมอนี่ไม่เลิกตามแล้วจะปลีกตัวไปยังไงดีหละในคณะที่ใบหน้ายิ้มแย้มและหาเรื่องคุยไปเรื่อย แต่สมองกลับกำลังคิดอย่างเอาเป็นเอาตายจนในที่สุดก็ได้คำตอบ

 

ขอบคุณเจ้าค่ะ คงค้องขอรบกวนท่านไคน์แล้วเสียงใสว่าพลางถอนสายบัวน้อยๆเป็นการเชิญให้นำไป

 

จากที่ได้คุยกันด็กตรงหน้าเธอคนนี้คือ ไคโตะ ฟิริน เป็นแม่ทัพของหน่วยพิเศษทำภารกิจทุกอย่างที่ยาก โหด หินที่สุดตั้งแต่การบุกทำลาย ป้องกัน ลอบสังหาร ปล้นสะดม ล้วงข้อมูล รวมไปถึงการแทรกซึม

 

และไอ้ดวงตาใสซื่อนั้นดูจะเป็นของจริง แต่เมื่อเทียบกับตำแหน่งหน้าที่แล้วมันชั่งดูขัดกันเสียนี้กระไร

 

เมื่อมาถึงที่ห้องครัว ไคน์ก็บอกเมรดเดอร์คนอื่นให้เตรียมพื้นที่พร้อมอุปกรณ์ต่างๆไว้ให้เธอก่อนจะขอตัวจากไปปล่อยให้เธอยืนคิดอยู่ว่า....แล้วเธอจะทำไงต่ออะ!

 

ร่างบางที่คิดไรไม่ออกก็เลือกที่จะทำขนมและชงชาไปพร้อมๆกับคิดว่าจะเอายังไงกับชีวิตต่อดี ซึ่งจนกระทั่งเสร็จไปหลายๆต่อหลายอย่างก็ยังไม่ได้คำตอบอยู่ดี

 

ว้าว เก่งจังเลยนะคะ ทำออกมาน่าทานทุกอันเลย ชาก็เข้มกำลังดีหอมมากแถมรสชาติเข้ากับขนมแต่ละชนิดด้วยเสียทักสดใสจากด้านหลังดึงความสนใจของเชฟยอดฝีมือที่พึ่งได้รับคำชมมาหมาดๆ

 

ดวงตาสีทองตวัดกวาดไปบนโต๊ะที่มีขนมต่างๆว่างอยู่เกือบสิบจานก่อนจะเปลี่ยนโฟกัสไปที่แขกอีก5-6คนที่กำลังดูขนมบนโต๊ะอยู่สุดท้ายก็คือค้างอยู่ที่คนที่ชม

 

สิ่งแรงที่ดึงดูดความสนใจของเธอคือรยยิ้มที่แสนเป็นมิตรบนใบหน้าของสาวน้อยคนนั้นที่อยู่ในชุดเมดของที่นี้ซึ่งก็เหมือนกับของคนอื่นๆที่เหลือเช่นกัน

 

ก็นะ แต่ละคนก็มีความชอบที่ต่างกัน อย่างของเจ้าหมอนั่น..เอิ่มหมายถึงท่านเอเรียส ท่านไม่ชอบทานเค้กที่มีรสหวานแต่ชอบพวกขนมอบมากกว่าและถ้าเป็นช็อกโกแลตต้องเป็นดาร์กอาจมีมิลต์ผสมนิดหน่อยได้แต่ไวต์ไม่ได้เลย จึงต้องจัดชาที่มีกลิ่นหอมอ่อนๆและมีรสออกหวานนิดๆทำให้รสชาติของขนมเด่นออกมามากขึ้น แต่อาเรียชอบทานเค้กจึงต้องจัดเค้กไว้2ชนิดคือเค้กที่มีรสเปรี้ยวกับเค้กที่มีรสหวานแล้วจักน้ำชาผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวเพื่อตัดกับเค้กที่มีรสหวานเช่นเดี๋ยวกับการจัดชาที่มีความเข้มขึ้นมาหน่อยแต่มีความหวานผสมอยู่และมีกลิ่นหอมเพื่อให้เข้ากับเค้กที่มีรสเปรี้ยวเสียงบรรยายราวกลับเชฟมืออาชีพของเมดเดอร์จำเป็นทำให้เหล่านักเรียนชั่วคราวทั้งหลายต้องพยักหน้าอย่างเข้าใจ

 

รบกวนพวกเธอนำไปให้ท่านเอเรียสที่ห้องหนังสือหน่อยนะ ฉันมีธุระต้องไปทำซักหน่อยหน่ะร่างเพรียวที่หันมากล่าวยิ้มๆกับเมดเดอร์คนอื่นๆพลางส่งสายตาอ้อนๆไปให้ทำให้ได้รับคำตอบตกลงมาได้ไม่ยาก

 

หลังจากที่คุณเมดทั้งหลายออกไปจากห้องแล้ว เมดันล่าก็เดินออกไปจากห้องบ้างก่อนจะเดินไปอีกทางหนึ่งซึ่งเธอก็ยังไม่รู้อยู่ดีว่าที่ที่กำลังไปอยู่มันคือที่ไหน

 

ทางเดินที่ยังคงทอดยาวต่อไปโดยที่บรรยากาศเริ่มวังเวงมากขึ้นก่อนที่ดวงตาคู่สีทองจะไปสะดุดเข้ากับบานประตูไม้อันหนึ่งที่ถูกล็อคลงกลอนเอาไว้ เธอบอกไม่ได้ว่ามันคืออะไรแต่มันคือความรู้สึกที่จะต้องเข้าไป มันคงเป็นสัญชาติญาณละมั้ง

 

ว่าแล้วร่างบางก็ค่อยๆสาวเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะหยุดลงหน้าประตู เวทปลดล็อคถูกนำมาใช้ทำให้เกิดเสียงดังกริ๊กทำให้เห็นว่าบัดนี้แม่กุญสีดำสนิทถูกปลดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มือบางค่อยๆเปิดประตูออกช้าๆก่อนจะเดินเข้าไปข้างในโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูและล็อคให้เหมือนเดิม

 

 

ในห้องที่มืดสนิท ไม่มีดวงไฟใดๆคอยให้แสงสว่าง ดวงตา2คู่ที่บัดนี้ยังคงถูกปิดจากโลกความจริง 2มือและ2ขาถูกล็อคด้วยโซ่หนาตรึงไว้กับกำแพงอิฐสีทมึน เสียงก็องแก็งของประตูเหล็กปลุกให้ดวงตา1ใน2คู่เปิดขึ้นช้าอย่างอ่อนแรง ใบหน้าซีดเซียวนั้นทำให้ดวงตาสีเงินแลดูอ่อนแสงยิ่งนัก

 

 อู๊ย~ ปวดหัวชะมัดเลย ที่นี่ที่ไหนเนี่ยเสียงแหบพร่าที่ดังขึ้นพร้อมกับดวงตาที่กำลังสำรวจไปรอบๆห้อง

 

เฮ้ไอ้ฟรอนตื่นดิร่างของผู้ที่พึ่งตื่นจากนิทรามาสู่โลกแห่งความจริงเอ่ยเรียกร่างอีกร่างที่ยังคงนั่งพิงอยู่กับบกำแพง พลางตวัดมือออกไปสะกิดแต่ว่า

 

โอ่ย แค่ยกมือยังยกไม่ขึ้นเลย ท่าจะหมดก๊อกเลยแฮะซานัสที่กล่าวกับตนเองเบาๆ ก่อนจะตวัดเปลี่ยนจากการยกมือเป็นเลื่อนเท้าไปสะกิดแทน

 

ซึ่งนั่นก็เป็นผลสำเร็จเมื่อดวงตาอีกคู่ค่อยๆเปิดขึ้นช้าอย่างอ่อนแรงไม่แพ้กัน

 

โอ่ยนี่มันอะไรกันเนี่ยคำถามเดิมๆแต่กลับฮอตฮิตที่สุดในตอนนี้ถูกถามอีกรอบโดยห่างกันไม่ถึง5นาที

 

ไอ้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ที่แน่ๆ เราคงต้องหาทางออกจากที่นี่ก่อนหละภูติหนุ่มว่าพลางกวาดตาหาทางออกจากที่นี่ดังปากว่า แต่มันก็ยากนะที่จะมองหาทางออกท่ามกลางความมืดขนาดนี้

 

กึ๊กๆๆๆเสียงฝีเท้าที่ดังไม่ต่ำกว่า6คู่กำลังใกล้เข้ามาพร้อมกับแสงไฟนวลๆเล็กน้อย

 

ร่างทั้ง9ของผู้มาใหม่กำลังหยุดลงหน้าห้องขังของสองหนุ่มพลันแสงไฟก็ถูกสาดส่องเข้ามาทำให้ทั้ง2ต้องเบือนหน้าหนีแสงทันที

 

อืม ฟื้นแล้วงั้นหรอเสียงทุ้มๆคล้ายกับที่ได้ยินก่อนที่จะสลบไปเล็กน้อยทำให้ซานัสตวัดดวงตากลับมาสู้แสงเพื่อหาเจ้าของเสียงนั้น

 

พวกเจ้าออกไปก่อนเป็นอีกครั้งที่เสียงยังคงกระทบโสตสัมผัสแต่ก็ยังมิอาจจะเพ่งผ่านแสงที่ยังคงจ้าในสายตาของพวกเขาได้

 

กว่าดวงตาจะปรับแสงให้สามารถมองเห็นได้ร่างเจ้าของเสียงก็หันหลังไปแล้วแต่ก็ทันได้เห็นร่างของชายในชุดนักรบชั้นสูงทั้ง8คนค้อมศรีษะให้กับชายเจ้าเสียงก่อนจะเดินจากไปทิ้งไว้เพียงชายผู้หนึ่งที่คาดว่าจะเป็นเจ้าของเสียงพร้อมกับหินที่ให้แสงอีกก้อนหนึ่ง

 

พวกเจ้าเป็นใครแล้วมาเอาไข่มุกไปทำไมร่างสูงที่หันกลับมาทำให้เห็นชุดสีน้ำเงินดูธรรมดามาก แต่สิ่งเดี่ยวที่บ่งบอกถึงตำแหน่งของชายผู้นี้คือมงกุญสีทองที่ประดับด้วยมณีอีกไม่น้อย

 

ใช่แล้วชายผู้นี้คือราซอร์ นิมฟา องค์ราชาแห่งดินแดนนี้ แม้จะอยู่ในชุดที่ดูจะธรรมดาแต่ความสง่าที่อยู่รอบๆชายผู้นี้มิอาจจะถูกปกปิดได้ด้วยอาภรณ์แค่นี้ ดวงตาสีเขียวเข้มนิ่งสงบดังสายธาร ลุ่มลึกเกินอ่านได้ ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มน้อยๆแต่ก็มิอาจจะทราบได้ว่านั่นเป็นเพียงหน้ากากหรือไม่

 

พวกเรามาเอาไข่มุกไปเพื่อรักษาเพื่อนเท่านั้น นี่ก็เกินเวลาที่กำหนดมาหลายชั่วโมงแล้วถ้าเราไม่รีบคงไม่ได้แล้วหล่ะคำตอบที่ดูเหมือนจะปกติแต่แฝงความฉลาดและรอบคอบเอาไว้ ทำให้เจ้าของคำถามคลี่ยิ้มเล็กน้อย

 

งั้นหรอ แล้วพวกเจ้าจะทำยังไงต่อไปหละ ถ้าถูกจับไว้แบบนี้คงไปช่วยเพื่อนไม่ทันแน่นอนคำถามหยั่งเชิงขององค์ราชาดูจะสร้างความหนักใจให้ไม่น้อย แม้จะยอมตามน้ำเรื่องชื่อก็เถอะแต่ก็ยังถือไพ่เหนือกว่าอยู่ดี ดวงตาสีเขียวที่ยังคงสงบนิ่งแฝงแววมั่นใจและเหนือชั้นกว่า

 

แล้วท่านต้องการอะไรน้ำเสียงหนักแน่นปนมีอารมณ์ของซานัสดูจะทำให้ดวงตาสีเขียวนั้นสั่นระริกอย่างตื่นเต้นก่อนที่ริมฝีปากจะคลี่ยิ้มน่ากลัวพร้อมกับกล่าวว่า

 

เจ้าไม่เคยได้ยินหรอ อยากได้ของแพงก็ต้องวางเดิมพันสูงเสียงที่ดูออกว่าปนเสียงหัวเราะแถมยังเต็มไปด้วยความสนุกสนานนั้นทำให้ผู้ฟังทั้ง2ชะงักก่อนจะหรี่ตาลงอย่างระมัดระวัง

 

ท่านหมายความว่าไงน้ำเสียงที่ถูกกระชากพร้อมกับดวงตาที่มีวาวโรจน์นั้นทำให้รอยยิ้มของราซอร์น่ากลัวเข้าไปอีก

 

ข้าเชื่อว่าเจ้ารู้อยู่แล้วภูติหนุ่ม เอาเป็นว่าจะเอายังไงก็เรียกคนของข้าแล้วกัน อย่าลืมนะ พวกเจ้ามีเวลาไม่มากว่าแล้วราชาคนนี้ก็เดินจากไปปล่อยให้ทั้ง2ได้ปรึกษากันตามลำพัง

 

ใช่เค้ารู้ดีไม่เคยมีอะไรหรอกที่ได้มาง่ายๆ ทุกสิ่งที่ได้มาล้วนต้องฝ่าฟันอาจจะไม่ใช่ในรูปแบบเดิมๆเสมอแต่ก็ต้องอดทน พยายามกับมันอยู่ดี แล้วชายคนนี้ต้องการให้พวกเขาเอาอะไรมาเดิมพันหล่ะ

 

หลังจากที่ทั้ง2ได้ปรึกษาปัญหาชีวิตกัน ไม่น่าเชื่อว่าคำตอบของปัญหานี้จะตรงกัน

 

นี่นาย ไปบอกราชาของพวกนายซะนะว่า พวกเราจะจัดให้น้ำเสียงที่แฝงไปด้วยความมั่นใจพร้อมรอยยิ้มที่แสนจะน่ากลัวไม่ต่างกับของชายคนก่อนเลย

 

 

ภายในห้องมืดสนิทดวงตาสีทองกวาดไปทั่วพยายามเพ่งเพื่อสำรวจห้อง สองเท้ายังคงก้าวต่อไปข้างหน้าด้วยประสาทสัมผัสที่ถูกฝึกฝนมาอย่างดีและผ่านงานมาอย่างโชกโชนทำให้ไม่ชนกับอุปสรรคใดๆ(แต่ปกติซุ่มซ่ามใช้เล่นไม่ใช่หรอเธอ)

 

หลังจากร่างบางก้าวไปได้สักพักขาที่สัมผัมกับพื้นก็ถูกชักกับอย่างรวดเร็วราวกับของร้อน

 

เมือใบหน้าตวัดมามองนะตำแหน่งนั้นก็เห็นกองไฟเล็กๆสีฟ้าปรากฏอยู่ก่อนจะรามไปที่กำแพงอย่างรวดเร็วก่อนจะไปติดกับคบเพลิงที่แขวนอยู่ที่กำแพงยาวไปตามทางเดิน

 

น่าแปลกเสียนี่กระไรที่ดวงไฟสีฟ้ากับส่องสว่างและลุกโหมอยู่ภายใต้ประสาทใต้น้ำเช่นนี้

 

เมื่อทางเดินที่ถูกจุกไฟทำให้ทั้งห้องดูสว่างขึ้นเผยให้เห้นถึงทางเดินที่ทอดยาวไปไกลจนคนมองต้องหวั่นใจ ท่าจะปวดขาแฮะ

 

ดวงตาสีทองตวัดกลับลงมาที่พื้นที่เดิมก็พึ่งเหยียบเผยให้เห็นว่ารอบๆของดวงไฟสีฟ้าเล็กนั้นคือวงมนตราขนาดเล็กแต่กระจัดกระจายไปทั่วพื้น

 

มาสิเจ้าหญิงน้อย มาสู่ก้าวต่อไปของโชคชะตาของท่านเสียงแหบพร่าและเบาหวิวราวกลับต้นกำเนิดอยู่ห่างไกลสุดแผ่นฟ้าแต่ล่องลอยมาตามสายลม

 

ร่างบางที่ได้ยินตวัดไปทางที่มาก่อนจะสาวเท้าไปอย่างรวดเร็วโดยไม่ได้สนใจอะไรก็ตามที่จะมาขวางทางเธอ

 

ถ้าจะถามว่าเธอไม่กลัวกับดักหรือว่าใครรู้หรอว่ามีคนวิ่งอยู่คงจะตอบว่า ไม่กลัวเพราะตอนนี้ร่างของเธอเคลื่อนที่ด้วยความเร็วที่สูงมากพอที่จะไม่ทำให้คนธรรมดาๆรู้สึกได้ แถมเสียงฝีเท้าที่ควรจะดังกลับไม่มีโผล่ออกมาให้เข้าสู้โสตประสาทของยามคนใดทั้งสิ้น

 

ดวงตาสีทองตวัดไปมาเพื่อระวังกับดักพร้อมกับปลุกประสาทสัมผัสทั้งหมดเพื่อป้องกันอันตรายทุกรูปแบบ โสตสัมผัสพยายามอย่างมากที่จะได้ยินเสียงเดิมอย่างน้อยก็อีกสักครั้ง แต่ก็จะยังไม่มีที่ท่าว่าสิ่งที่ต้องการนั้นจะปรากฏขึ้นมา

 

พลันดวงตาของนางก็เห็นวิวใหม่หลังจากที่วิ่งอยู่ที่ทางเดินมานานเกือบ10นาทีนั่นก็คือ...ทางแยก

 

เอาละสิ สมองกำลังประมวลผลอย่างหนักเพื่อเลือกเล้นทางใดเส้นทางหนึ่งซึ่งไม่อาจจะบอกได้ว่าจะพาไปสู่ที่ใด

 

ระหว่างที่ร่างบางกำลังตรึกตรองถึงเส้นทางที่จะเลือกอยู่นั้นเสียงเดิมก็พลันปรากฏอีกรอบ

 

มาสิเด็กน้อย ข้ารอเจ้ามานานแล้ว

 

ร่างบางที่เลือกจับตำแหน่งที่มาของเสียงแล้วไปตามเส้นทางนั้นซึ่งก็เป็นเช่นนี้ทุกครั้งที่มีทางแยก เสียงที่กำลังเรียกราวกับจะนำทางเธอให้ไปหา

 

สุดท้ายร่างบางก็มาถึงจุดสิ้นสุด เมื่อตรงหน้าของเขาเหลือเพียงประตูไม้บานหนึ่ง

 

ร่างบางค่อยเอื่อมเมื่อเข้าไปใกล้ๆหมายจะเปิดออก เพียงแต่ว่าก่อนที่มือบางจะได้สัมผัสกับประตู ประตูมันเปิดเองอะดิ แง~ ผีอะป่าวอ่า

 

เมดันล่าจึงเลือกที่จะค่อยแง้มประตูขึ้นอีกเล็กน้อยพร้อมกับยื่นหน้าสวยๆเข้าไปภายใน ซึ่งสิ่งแรกที่ปรากฏในสายตาของเธอโต๊ะรับรองแขกที่มีเก้าอี๊อยู่3ตัวพร้อมกับน้ำชา1ชุดและดูเหมือนว่าเจ้าบ้านจะรอเธออยู่เสียด้วย

 

ขอโทษนะค้า~”เสียงใสๆที่ถูกลากให้ยานๆเรียกสายตา2คู่ของผู้ที่รออยุ่ก่อนแล้ว ร่างหนึ่งเป็นสตรีอายุน่าจะประมาณ45-50ปีกำลังนั่งจิบชาอ่านหนังสือย่างอารมณ์ดีซึ่งเมื่อเห็นเธอก็หนัมาส่งยิ้มเป็นมิตรให้ตามปกติ แต่ว่าอีกร่างหนึ่งนั้นต่างกันมากมาย

 

ร่างของชายหนุ่ม(เหลือเกือบน้อย)ที่น่าจะอายุใกล้เคียงกับสตรีข้างๆดวงตาสีดำสนิทดูดุมากมาย แถมการที่เธอเข้ามาขัดจังหวะการอ่านหนังสือของเขาจะทำให้เขาไม่ค่อยจะสบอารมณ์เสียด้วย

 

เชิญจ้าๆหญิงลึกลับเดินมาต้อนรับเธอที่หน้าประตูด้วยตัวเองแถมยังเชื้อเชิญเธอมานั่งเก้าอี้อีก1ตัวที่ยังไม่ถูกจับจองเสียด้วย

 

ท่านเป็นคนเรียกหนูมาใช่ไหมคะหลังจากที่แขกนั่งลงก็ยิงคำถามใส่เจ้าบ้านทันที ซึ่งเจ้าบ้านทั้ง2มีปฏิกิริยาที่แตกต่างกัน

 

ทางด้านบุรุษคนเดียวในห้องนั้นเขาเลือกที่จะตวัดดวงตาคู่ดุๆนั้นขึ้นมามองหน้าคนถามเล็กน้อยก่อนจะกลับไปอ่านหนังสือเช่นเดิม

 

เมดันล่าที่มองการกระทำนั้นแล้วของขึ้น แม้กิริยาภายนอกจะปกติดีเนื่องจากเธอถูกสอนมาให้แสดงกิริยาออกมาแต่ที่เหมาะสมเท่านั้นแต่ว่าตอนนี้อารมณ์ธอพุ่งปี๊ดอยากจะเดินไปโบกกระบาลจริงๆ นี่ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้อาวุโสละก็นะ ฮึฮึ แม่จะซัดให้ดิ้นเลย

 

ผิดสนิทกับสตรีสูงวัยอีกคนที่ยิ้มอย่างเป็นมิตรพร้อมกับส่งน้ำชาให้เธอ

 

จะว่าใช่ก็ใช่นะ แต่จะว่าไม่ใช่มันก็ไม่ผิดหรอกไอ้เสียงหวานกับรอยยิ้มเป็นมิตรมันก็ดีอยู่หรอกนะแต่คำพูดที่แสนจะชวนมึนนั้นอะมัน....

 

เอาเป็นว่าใช่แล้วกันจ๊ะคำสรุปง่ายๆกับรอยยิ้มแห้งๆทำให้เมดันล่ารู้สึกคุ้นๆเคยราวกลับอยู่กับเอเรียสแล้วก็ซาเวียร์เลยต่างแค่ ผู้หญิงคนนี้ดูมีสาระมากกว่าซาเวียร์แล้วก็ชายคนนี้มีอารมณ์มากกว่าเอเรียสแค่นั้น

 

แล้วพวกท่านเป็นใครกันแล้วทำไมถึงรู้ว่าหนูเป็น..ร่างบางยังไม่ทันได้พูดจบก็ถูกผู้หญิงคนนี้ขัดขึ้นมาเสียก่อน

 

เรื่องนั้นคงไม่สำคัญเท่ากับเรื่องที่ฉันกำลังจะพูดหรอกนะดวงตาสีทับทิมคู่นั้นกำลังสงบนิ่ง น้ำเสียงที่เคยระรื่นปนขี้เล่นเปลี่ยนเป็นจริงจัง

 

เด็กน้อย เจ้าจำคำสาบานตอนทำพันธะสัญญาสีเลือดได้หรือเปล่าเสียงเรียบๆของเธอต่างจากก่อนหน้านี้มันไม่ได้ไร้อารมณ์อย่างที่คิด แต่มันเต็มไปด้วยอารมณ์มากมายต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นเศร้าโศก ความขบขัน ความสงสารหรือแม้แต่ความเวทนา แต่ไม่ว่ายังไงมันก็เป็นเสียงที่ชวนเสียใจและเรียกน้ำตาเสียนี่กระไร

 

นั่นสินะ เธอไม่ได้นึกถึงเรื่องนี้มานานแค่ไหนแล้วนะร่างบางที่กำลังจมดิ่งอยู่ในความคิดส่วนตัวซึ่งเจ้าของคำถามเองก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

ย้อนไปราวๆ30ปีก่อน

 

ภาพของเด็กสาวตัวน้อยอายุประมาณ12ปีที่กำลังนั่งอยู่ในศาลาหินอ่อนท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้ที่แสนงดงาม หากแต่เมื่อนำมาเทียบกับร่างนี้แล้วมันเทียบกันไม่ได้เลย

 

 ร่างบางที่กำลังนั่งท้องฟ้าอย่างเหม่อลอย ดวงตาสีทองหม่นแสงลงจนน่ากลัว ดวงหน้าที่แลดูเศร้าสร้อยมิอาจทำลายความงามบนใบหน้าได้

 

เจ้าหญิงเพคะ ได้เวลาแล้วนะเพคะผู้มาใหม่คือสาวน้อยในชุดเมดเดอร์เต็มยศซึ่งการเรียกของเธอดูจะดึงผู้ที่กำลังจมอยู่ในความคิดส่วนตัวนั้นกลับเข้ามาสู่ความเป็นจริงได้

 

จ๊ะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละร่างที่ว่าลุกขึ้นก่อนจะเดินตามเมดเดอร์ที่มาเรียกไป

 

ทั้ง2เดินที่เดินกันมาเรื่อยๆจนมาถึงห้องห้องหนึ่งที่ภายในมีคนรออยู่จำนวนไม่น้อย ซึ่งพอเปิดเข้าไปแล้วมันไม่ใช่น้อยๆจริงๆนั่นแหละ

 

ชายหญิงจำนวนเกือบ50คนที่กำลังอยู่ในอิริยาบทต่างๆหันมามองผู้มาใหม่เป็นตาเดียวซึ่งดูจะไม่ทำให้เป้าสายรู้สึกใดๆ

 

เชิญเลยเจ้าหญิง พวกเรารอท่านอยู่เสียงจากชายชราที่ดูจะอาวุโสที่สุดในห้องกล่าวเชิญพลางผายมือไปทางโต๊ะขนาเล็กที่ไม่มีเก้าอี้ใดๆอยู่เลยแถมของที่อยู่บนโต๊ะก็มีแค่ชามขนาดกลางพร้อมมีดสีเงิน1ด้าม เหรียญตราเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ3นิ้ว แหวนสีเงินประดับด้วยอความารีนน้ำงามขนาดประมาณ13กะรัตที่ถูกเจียระไนเป็นทรงหยดน้ำเป็นหัวแหวน

 

ทางผู้ถูกเชิญก็ค่อยๆสาวเท้ามาที่โต๊ะช้าและทันทีที่ร่างนั้นมาประจำตำแหน่งที่โต๊ะเป็นที่เรียบร้อยวงมนตราสีทองก็เรืองแสงสว่างขึ้นมา พร้อมกับที่มือบางจะเอื้อมมือไปหยิบมีดสั้นแสนคมกริบขึ้นด้วยมือขวา

 

ดวงตาสีทองยังคงมั่นคงมิหวั่นไหวแม้ใบมีดจะอยู่ห่างจากข้อมือขาวเพียงไม่กี่เซ็น แต่ในทางตรงข้ามร่างที่อยู่รอบๆกลับเสียวแทน เมดเดอร์บางคนพยายามเอามือปิดตาแต่สุดท้ายก็เว้นช่องเอาไว้ส่องอยู่ดี(แล้งเอ็งจะปิดตาทำมาย จะปิดก็ปิดให้หมดไปเลยสิฟะ)แม้แต่ทหารบางคนถึงจะไม่ได้หลบตาแบบคุณเมดทั้งหลายแต่ก็ยืนมองหน้าซีดๆออกเหวอๆเล็กน้อย

 

ร่างบางบรรจงจรดมีดไว้ที่ข้อมือบางดวงตาคู่สวยค่อยๆปิดลงช้าและแผ่วเบา ร่างบางยังคงค้างอยู่ในท่านั้นหลายนาที(ไม่ใช่ท่าโพสของนางแบบนะ จะค้างทำไม)

 

ดวงตาคู่เดิมที่เคยปิดลงพลันเปิดขึ้นอย่างรวดเร็ว มือบางทำกิริยาที่ค้างเอาไว้ต่อโดยการชักมือผ่านข้อมืออีกข้างอย่างรวดเร็ว และวินาทีนั้นเองคือวินาทีที่มีดสั้นสีเงินด้ามสวยได้สัมผัสกับเลือดสีทองประกายที่ไหลออกมาช้าๆและเอื่อยๆ แต่ทำให้ใบหน้าของผู้ชมท่านอื่นๆซีดลงไปอีก และยิ่งซีดลงไปอีกเมื่อเห็นว่าร่างบางยังคงปล่อยมันไหลต่อไปราวกลับมันมีไม่จำกัด

 **********************************************************************************
สวัสดีreaderทุกคนนะคับ วันนี้พูดตรงๆว่าwriterชักคิดไม่ออกว่าจะพิมอะไรข้างล่างดี สุดท้ายก็ย้อนกลับเข้ามาสู่เรื่องเดิมๆที่ผมรู้ว่าreaderทั้งหลายชักเบื่อเสียแล้วเพราะฉะนั้นจึงขอตัดว่าไม่พูดละกัน(แล้วเอ็งจะพูดขึ้นมาทำไมฟะ) สุดท้ายwriterต้องขอบคุณreaderทุกท่านที่ติดตามกันมาตลอด ขอบคุณคับ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

299 ความคิดเห็น

  1. #271 LikeCartoon (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 เมษายน 2555 / 21:35
    โฮก... ค้างเว้ยเฮ้ย!
    #271
    0
  2. #268 plyofana (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 21:31
     ? 

    ถ้าคิดไม่ออกก็ไม่ต้องพิมพ์ก็ได้ค่ะ = =


    #268
    0
  3. #267 logan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 เมษายน 2555 / 09:52
    สนุกมาก แต่ค้างอะ>_<

    อัพ อัพ
    #267
    0