SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 77 : วินด์สโลว์ แผ่นผาใต้ผืนลม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,877
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    22 มิ.ย. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


อรุณสวัสดิ์ค่ะ


ไม่รู้ว่าพูดได้หรือเปล่า แต่มันก็เข้าวันใหม่แล้วนี่ น่าจะได้เน๊า~~~
แต่กัลยังไม่ได้นอนเลยล่ะ ก็คิดว่าโพสตอนใหม่ให้เพื่อนๆ อ่านก่อนดีกว่า


ตอนนี้ถ้าใครคาดหวังฉากหวานๆ ของนายแมวก็ต้องบอกว่า
เสียใจด้วยค่ะ คงต้องรออีกสักนิดนะคะ


เพราะกัลกลัวว่าเพื่อนๆ จะเป็นโรคเบาหวานตายกันไปซะก่อน
หรือไม่ก็ต้องเหนื่อยกับการไล่มดออกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์
จะบอกว่ากัลเกลียดมดมากกว่างูซะอีก ตัวเล็กแต่กัดเจ็บชะมัด(มีแอบแค้นนะเนี่ย)


ตอนนี้กัลง่วงแล้วล่ะค่ะ


ราตรีสวัสดิ์


กัลฐิดา


*****ประกาศ ประกาศ****** (สำคัญมาก ต้องอ่าน!!!!)


เนื่องจากเซวีน่า ภาค 2 บทพิสูจน์ความสามารถ จะวางแผงวันที่ 6 ก.ค. 49
ที่งานสัปดาห์หนังสือสำหรับเด็ก


กัลเลยจะต้องลบเรื่องตอนที่แล้วๆ มาทั้งหมดนะคะ แต่อย่าพึ่งตกใจไป
กัลจะโพสต่อไปเรื่อยๆ จนจบภาคแน่นอน


เพราะทราบว่ามีเพื่อนๆ อยู่ต่างประเทศหลายคน ยังไม่สะดวกที่จะ
หาซื้อหนังสือในตอนนี้ (ถึงหาได้กัลก็จะโพสค่ะ ก็สัญญาไว้แล้วนี่
กัลจะไม่ผิดสัญญาของตัวเอง นั่นคือสิ่งที่ภาคภูมิใจ)


และเมื่อโพสภาค 2 จบแล้ว น่าจะประมาณปลายเดือนกรกฎา
(อยากให้เร็วกว่านั้นแต่กัลไม่มีเวลามากพอ ขอโทษด้วยจริงๆ)


กัลก็จะโพสภาค 3 ต่อไม่หายไปไหน หวังว่าเพื่อนๆ จะยังคอย
ติดตามอ่านกันต่อนะคะ เพราะคิดว่าเมื่อถึงตอนนั้นกัลจะ
มีเวลามาอัพตอนใหม่ให้เพื่อนๆ เร็วขึ้นกว่านี้


อาจจะเร็วจนเพื่อนๆ อ่านตามไม่ทันก็ได้นะ ยังไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ


เอาเป็นว่า อีกประมาณ 4 - 5 วันข้างหน้า กัลจะโพสตอนใหม่
พร้อมกับลบตอนเก่านะคะ ใครยังตามอ่านไม่ทัน รีบเข้านะคะ
คราวนี้บอกก่อนตามสัญญาค่ะ


กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 74 วินด์สโลว์ แผ่นผาใต้ผืนลม

-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สถานทูตวินด์โคลโลเต็มไปด้วยผู้คนที่ยื่นความจำนงขอเข้ารัฐ วินด์โคลโลจัดเป็นรัฐที่มี
คนเดินทางเข้าออกมากติดอันดับรองจากดาโรก้า


เนื่องจากรัฐนี้เป็นศูนย์รวมแหล่งข่าวที่ใหญ่ที่สุดในเซวีน่า แน่นอน ข่าวสารคืออำนาจ
อย่างหนึ่งที่ผู้คนต่างต้องการ


แต่ถ้ามองในมุมกลับกันวินด์โคลโลก็ต้องการอาหารและเครื่องอุปโภคอย่างอื่น
เพราะฉะนั้นการพึ่งพาอาศัยจึงเกิดขึ้น ข่าวสารแลกอาหารนั่นคือกฏเหล็กของวินด์โคลโล
 อีกทั้งคนรัฐนี้มักเป็นที่อยู่ไม่เป็นสุขดังนั้น สถิติการเข้าออกรัฐของคนรัฐนี้จึงสูงกว่าคนรัฐอื่นเป็นเท่าตัว


"ไงจ๊ะ สาวน้อยสายเสมอ" เสียงกระแนะกระแหนจากรีเนลทำให้เฟมีลยืนกอดอกพูดอย่างภาคภูมิใจว่า
"วันนี้ฉันไม่ได้เป็นคนทำให้สายสักหน่อย มอรีลต่างหากที่ตื่นสาย"


สองสาวที่วันนี้ถักเปียสองข้างเหมือนกันหันมามองคนตื่นสายอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
 รีเนลทำท่าเหมือนขอบคุณอะไรซักอย่างจนเฟมีลต้องถามขึ้นว่า


"เธอทำท่าทางอะไรของเธอน่ะ รีเนล"
"ฉันกำลังขอบคุณเทพีโรเซร่า บรรพบุรษรวมทั้งท่านผู้ก่อตั้งทั้งหลายที่ทำให้สาวน้อยผู้สมบูรณ์แบบ
คนนี้มีข้อบกพร่องบ้าง ดีใจเป็นบ้าที่เธอตื่นสายเป็นน่ะมอรีล"


 ใบหน้านวลของมอรีลออกจะแดงๆ
"บ้าน่า รีเนล คนเรามันก็ต้องมีกันบ้าง แล้วมากันนานหรือยังล่ะ"
"ไม่นานหรอก กว่าจะลากแม่นี่ออกมาจากเตียงได้ฉันก็เกือบแย่เหมือนกัน"


เซเอ่ยพลางขยี้หัวเพื่อนรักอย่างมันมือก่อนจะถามขึ้นอย่างสงสัยว่า
"อ่านหนังสืออะไรเหรอเมื่อคืน ถึงได้ตื่นสาย" มอรีลอ้าปากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็
หุบลงหน้าแดงอยู่คนเดียวทำให้รีเนลและเฟมีลทำท่าทางอย่างรู้ทันพูดพร้อมกันว่า


"สงสัยจะหนังสือรักล่ะมั่งเซ หน้าแดงอย่างนี้ รอจดหมายรักจากใครหรือเปล่า"
"ไม่ใช่ๆ พูดผิดเล้วรีเนล ต้องเป็นจดหมายรักจากสายลมปริศนาที่ส่งดอกไม้มาให้ทุกวันแน่ๆ"


 เฟมีลพูดขึ้นอย่างล้อๆ ทำให้มอรีลยกมือขึ้นจะตีคนทั้งสองแต่สองสาวก็หลบไปอยู่หลังเซเสียก่อน
"เซ ดูคนร้อนตัวสิ ท่าทางจะแทงใจดำล่ะสิ อ๊ะ..."


เสียงอุทานของรีเนลยังไม่ทันขาดคำ ดอกไม้ช่อเล็กที่หล่อด้วยน้ำเลี้ยงงอย่างดี
"เห็นไหมพูดยังไม่ทันขาดคำมาแล้วเจ้าดอกไม้ปริศนา"


 รีเนลส่งเสียงล้อในขณะที่มอรีลแลบลิ้นใส่เพราะไม่รู้จะทำอะไรอย่างอื่น
เด็กสาวทำท่าจะแยกตัวออกห่างแต่ถูกเฟมีลวิ่งมากันตรงหน้า
ส่วนรีเนลก็ดึงช่อดอกไม้ออกมาจากมือคนตัวเล็ก


"ว้าว ดอกแบนด้า สีเงิน ของแพงซะด้วย เซ ความหมายของดอกแบนด้ามันว่ายังไงนะ"
 รีเนลพูดพลางยกช่อดอกไม้ไว้เหนือหัวเพื่อหลบมือของมอรีล


"เดินทางอย่างปลอดภัยและโปรดกลับมาหาฉัน"


 เสียงตอบของเซเรียกเสียงผิวปากจากรีเนลอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับส่งช่อดอกไม้คืนแก่
คนเจ้าของที่รับมันกลับไปถืออย่างทนุถนอม


"ว้า เสียดายจังรีเนล ไม่มีการ์ดแนบมาเลย" เฟมีลพูดพลางตบมือลงบนมือของรีเนล
ประมาณว่าสำเร็จก่อนจะส่งยิ้มอ่อนไปยังใบหน้านวลที่ออกจะแดงเพราะเหนื่อยเหรือเพราะอายก็ไม่รู้


"เอาล่ะ เลิกๆ ได้แล้วเธอทั้งสองคนน่ะ เห็นไหมมอรีลงอนจนไม่ยอมพูดด้วยแล้ว"


เซพูดไปหัวเราะไปเมื่อเด็กสาวตัวเล็กเดินกลับมาอยู่ข้างหลังเซอย่างเคืองๆ
ทำให้รีเนลและเฟมีลยกมือขอโทษขอโพยกันใหญ่ สุดท้ายเจ้าของดอกไม้ก็หลุดหัวเราะออกมาจนได้


"พวกเธอนี่จริงๆ เลย แค่ดอกไม้เองนี่นา"


เฮ่อ ดีนะที่ดึงการ์ดออกมาก่อน ตาบ้านั่นก็ส่งมาไม่รู้จักเวลาร่ำเวลาเลยจริงๆ


"นี่เมื่อกี้ ได้ยินเสียงมาสเตอร์เรียกรวมหรือเปล่า" เซถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนๆ
ส่วนใหญ่เริ่มเดินเข้าไปรวมตัวกันที่ทางด้านทางเข้าที่ลงมนตรา


"งั้นเราไปกันดีกว่า มอรีล มาเถอะ" เฟมีลสะกิดมอรีลที่ตอนนี้ยืนยิ้มน้อยยิ้มใหญ่
กับช่อดอกแบนด้าอย่างมีความสุข ก่อนที่จะเดินตามเพื่อนๆ ของเธอไปรวมกับคนอื่นๆ


"...ใครที่จะเอารถลากไปเอง โปรดหยอดบอลคาร์ของคุณใส่ในช่องก่อนเข้าลงมนตราด้วย
เอาล่ะสวมเสื้อแล้วตามครูมาเลย"


สิ้นเสียงมาสเตอร์เด็กๆ ก็รีบสวมเสื้อกันหนาวแล้วเดินตามกันเป็นแถวเรียงหนึ่ง
เฟมีลซึ่งกำบอลคาร์ไว้ในมือมองทางซ้ายทางขวาอย่างอื่นเต้น พอเห็นช่องกลมๆ ที่มีลูกศรเขียนไว้ว่า
'บอลคาร์' เธอก็หยอดอเรย์ในรูปแบบลูกบอลลงไปจากนั้นก็ตามเพื่อนๆ ที่เดินนำไปแล้วจนทัน


ทางที่เดินเข้าไปเป็นอุโมงค์หินที่อากาศค่อนข้างหนาว เมื่อสิ้นสุดปลายทาง มีรางรถไฟขนาดเล็ก
เสียงหวีดดังของเบรคทำให้เฟมีลพึ่งมองเห็นว่าบัดนี้มันไม่ว่างเปล่าเหมือนเมื่อกี้อีกแล้ว


ลักษณะของรถไฟออกจะเหมือนรถไฟเหาะที่เธอเคยเห็นแต่ในหนังสือที่เซเวน
แต่มันมาทำอะไรที่นี่ล่ะ ทุกคนเข้านั่งประจำที่ในแต่ละโบกี้ จากนั้นสายรัดสีดำก็ทะลุออกมาจาก
พนักและรัดตัวคนนั่งเอาไว้อย่างหนาแน่น มือทั้งสองของผู้โดยสารทุกคนจับอยู่ที่ราวเหล็ก
ที่หุ้มด้วยกำมะยีสีเงิน


"ท่านผู้โดยสารโปรดทราบขณะนี้รถไฟสู่วินสโลว์รอบ 8 นาฬิกาจะออกเดินทางแล้ว ขอบคุณที่ใช้บริการ"


สิ้นเสียงรถไฟก็ค่อยๆ เลื่อนไปช้าๆพอเข้าอุโมงค์มืดที่อยู่ด้านหน้าเท่านั้นแหละ
ความเร็วที่กระชากออกไปข้างหน้าทำให้หลังของเฟมีลชิดที่พิงหลัง
ดวงตาสีนิลเบิกตาขึ้นอย่างตกใจ ไม่นานก็หลุดอุโมงค์คือสิ่งที่เธอเห็นคือรางรถไฟที่ลอยอยู่บนฟ้า


จากนั้นมันก็...ตีลังกา!!!!! 1 2 3 4 รอบ ใบหน้าของเฟมีลชาไปด้วยไอเย็นที่มาปะทะหน้า
ก่อนที่เธอจะรู้สึกอุ่นขึ้นเหมือนมีไอร้อนพ่นมาด้านข้าง ทางข้างหน้าเริ่มเป็นที่สูง


รถไฟเลยชะลอความเร็วก่อนที่จะดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เฟมีลพึ่งมานึกเสียใจตอนนี้ว่า
เธอไม่น่ามานั่งแถวหน้านี้เลย ความสึกเสียวสันหลังวาบขึ้นมาทันที
ภาพของเด็กสาวอย่างเธอนอนตายอยู่เบื้องล่างปรากฏชัด


ให้ตาย มันอะไรกันนี่ เฉียดไปเพียงไม่กี่เมตรรถไฟก็ทะยานขึ้นวิ่งเข้าปล่องอุโมงค์ใส


ทิวทัศน์เบื้องหน้าเริ่มเห็นชัดขึ้น เฟมีลรู้สึกถึงลมหายใจที่หนักหน่วงของตัวเอง
และพยายามเรียกสติกลับมาให้เร็วที่สุด


"สวยจังเลยเฟมีล" เสียงของรีเนลที่นั่งข้างหน้าเหมือนเธอเอ่ยขึ้น ใช่แล้ว ที่นี่สวยจริงๆ
เมืองแห่งสายลม หน้าผาน้ำแข็งสูงชันแต่เบื้องล่างกับมีต้นไม้เขียวขจี
บ้านคนที่สร้างแบบทรงสูงปิดทึบเรียงรายเป็นระเบียบอยู่เบื้องล่าง แต่นั่นไม่ใช่ที่ที่เธอจะไปหรอก


เบื้องบนต่างหากที่พวกเธอจะไปเยือน อุโมงค์แก้วหลายสิบหลอดที่มุ่งตรงสู่อาณาเขตที่ลอยขึ้นเหนือ
พื้นที่ สายลมที่พัดอยู่เบื้องนอกทำให้รู้ว่าใกล้จะถึงแล้ว ปอยหิมะที่ตกลงมากระทบอุโมงค์แก้ว
สวยงามเหมือนดอกไม้นำแข็งที่เชิญชวนคนให้มาสัมผัส


เมืองที่ได้รับสมญานามว่า...แผ่นผาใต้ผืนลม...วินด์สโลว์


"ให้ตายขอทีเถอะอย่าให้คนแก่ต้องมาลำบากอย่างนี้อีกได้ไหม นี่คงเปลี่ยนการลงมนตราอีกแล้วสิ
ไม่ไหว ไม่ไหว ต้องบอกเนเฟอรีแล้วว่าอย่าให้คนอายุเกิน 60 มานั่งเด็ดขาด หัวใจวายกันพอดี"


เสียงบ่นพึมพำของมาสเตอร์รอลตาร์เรียกเสียงหัวเราะจากเด็กหนุ่มที่เดินตามหลังเขาได้ไม่ยาก
แต่เฟมีลก็ออกจะเห็นด้วยกับเรื่องนี้นะ ให้ตายเถอะ ช่างคิดกันเหลือเกิน


"สนุกไหมเฟมีล" รีเนลเอ่ยขึ้นตื่นเต้น พร้อมทั้งหัวเราะใบหน้าที่ซีดขาวของเฟมีล
"ตายแล้วเฟมีลจะเป็นลมหรือเปล่าเนี่ย" เฟมีลทั้งส่ายหน้าและโบกมือปฏิเสธแต่เจ้าตัวน่ะ
เข่าอ่อนนั่งลงกับเก้าอี้จนเฟมีลคิดว่า


 ถ้าเจ้าหน้าที่ที่นี่คิดได้ว่าต้องเตรียมน้ำหวานกับเก้าอี้ไว้ให้คนเดินทางล่ะก็ ทำไมไม่ทำให้น่าหวาดเสียว
น้อยกว่านี้นะ ตีลังกา 4 รอบ แถมไปค้างกลับหัวอยู่ครึ่งนาที


ที่สุดๆ คือการดิ่งพสุธาอย่างนั้น ไม่มีใครบอกเขาหรือไงนะ มันไม่ดีต่อสุขภาพจิต อย่างน้อยๆ
น่าจะติดประกาศว่า รถไฟนี้เป็นการเดินทางที่อันตรายสักหน่อยเซ่ จะได้เตรียมใจ


"ไหวไหมเฟมีล" เซและมอรีลถามขึ้นอีก เฟมีลซึ่งตอนนี้ปรับจังหวะหัวใจให้กลับมาเต้นได้อย่างปกติ
แล้วก็พูดขึ้นว่า


"โอเค แค่ตกใจเล็กน้อยเท่านั้น มาสเตอร์ล่ะ" รีเนลชี้ไปทางกลุ่มเด็กที่ทยอยเดินออกไปที่ทางออก 
"เดินบ่นออกไปทางนั้นแล้วล่ะ ไปกันเถอะ ไหวใช่ไหม"
"สบายอยู่แล้ว"


วินด์สโลว์ เมืองที่เต็มไปด้วยหิมะและการเคลื่อนไหวที่รวดเร็ว ทุกคนในเมืองต่างทำอะไรรวดเร็ว
ไปหมด เนื่องจากถ้ามัวชักช้าอาจจะเเข็งตายอยู่เบื้องนอกได้


หน้าที่ของเจสเทิร์นที่นี่ก็คือการเรียนที่กรมการข่าวย่อยของเมือง ที่นั่นต้องรวบรวมข่าวสาร
เพื่อส่งออกไปยังรัฐต่างๆ และยังไม่นับรวมสำนักพิมพ์ที่ตีพิมพ์หนังสือพิมพ์ที่ใหญ่ที่สุดในเซวีน่า


หนังสือพิมพ์เซวีเดลี่...หนังสือพิมพ์ที่ขายดีที่สุด ข่าวสารแม่นยำที่สุดอีกด้วย
แน่นอนเจสเทิร์น 5 คนที่ได้รับเลือกให้ไปอบรมที่สปีเย่ต้องแยกออกไปนับตั้งแต่เท้าแตะเมืองวินด์สโลว์


สถาบันสปีเย่


เสียงฝีเท้าของคน 6 คนก้องไปทั้วทางเดินสู่ห้องเก็บเอกสาร โดยมีชายหนุ่มท่าทางใจดี
เดินนำพร้อมกับเอ่ยอธิบายถึงเครื่องหมายและห้องที่เดินผ่าน


"เครื่องหมายต่างๆ ของที่นี่จะแบ่งตามสี ดำคือปกติ แดงคืออันตราย เขียวคือข้อมูลที่ต้องได้รับการ
ลงรายชื่อก่อนใช้ เหลืองคือข้อมูลที่ต้องการได้รับการตรวจสอบ


ส่วนห้องเราก็จะแบ่งตามที่แบ่งสีนั่นแหละ เพราะที่นี่คือฝ่ายฐานข้อมูลที่สำคัญคนที่จะเข้ามา
ในนี้ได้จะต้องมีรหัสเวทที่ตรงกับที่บันทึกไว้พร้อมทั้งไอเวทที่อยู่ในนี้เท่านั้น


หากมีผู้บุกรุกเข้ามา เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจะมาโผล่ตรงหน้าคนๆ นั้นทันที
แต่ในกรณีที่ไอเวทเราจับความผิดปกติไม่ได้ เราก็จะมีสัตว์เวทคอยคุ้มกันอยู่อีกชั้นหนึ่ง


แต่ผมคงไม่อธิบายอะไรมากกว่านี้ เพราะนี่เป็นความลับสุดยอดเชียวล่ะ เอาล่ะ ถึงแล้ว"


หน้าบานประตูเป็นเครื่องหมายสัญลักษณ์สีดำ ชายหนุ่มที่เดินนำเอามือทาบเล็กน้อย
วงมนตราก็เคลื่อนไหวไปมาจากนั้นประตูก็เปิดออก


"เชิญพวกคุณตามสบาย ที่นี่จะเป็นแหล่งข้อมูลที่เรานักหาข่าวทุกคนต้องใช้
ช่วยจดจำภายใน 2 วันนี้ด้วย แล้วหลังจากนั้นเราจะลงมือปฏิบัติงานกัน


 อ้อ ห้องพักชายคือประตูทางด้านซ้าย ส่วนห้องพักหญิงอยู่ประตูด้านขวา อาหารจะมาส่งทุก
เวลา 7 โมงเช้า เที่ยง และ 6 โมงเย็นเท่านั้น ขอให้สนุกกับการทำงาน"


เสียงประตูปิดลงพร้อมกับคบเพลิงรอบห้องสว่างขึ้น ห้องโถงขนาดใหญ่แบ่งเป็นชั้นหนังสือ
เป็นหมวดหมู่ คนทั้ง 5 มองดูเอกสารพวกนี้แล้วคิดหนัก นี่พวกเขาจะต้องจำเจ้าข้อมูลนี้ทั้งหมดจริงๆ เหรอ
ยังไม่ทันที่ทุกคนจะถอดใจ เสียงของจาเร็ตก็ดังขึ้น


"พวกเรากำลังถูกทดสอบ" น้ำเสียงติดจะสนุกด้วยซ้ำเมื่อมองมายังเพื่อนๆ
ที่ตอนนี้งงเป็นไก่ตาแตก


"ทดสอบอะไรล่ะจาร์" รีเนลถามขึ้น จาเร็ตยักไหล่เล็กน้อยตามสไตล์เขาก่อนเอ่ยขึ้นว่า
"ข้อมูลพวกนี้ให้เราอ่านให้ตายก็จำไม่ได้หรอกภายสองวันน่ะ แล้วความจริงข้อมูลพวกนี้
มันก็แค่ข้อมูลสามัญธรรมดาที่ฉันเดาว่าอาจจะเกี่ยวกับภารกิจของเราในอีก 2 วันข้างหน้า
ที่นี่ในเมื่อเราต้องทำงานเป็นทีมใช่ไหม เขาก็จะวัดว่าเราแบ่งหน้าที่กันเก่งแค่ไหน"


"นายหมายความว่า เขากำลังทดสอบเรื่องการทำงานร่วมกันพร้อมๆ กับการวัดความสามารถ
ของแต่ละคนใช่ไหม" ไมล์เอ่ยขึ้น


"ถูกต้อง แล้วที่นี่เรามีเวลา 2 วัน ในการจัดการข้อมูลตรงหน้า..." จาเร็ตเอ่ยขึ้นยังไม่ทันจบรีเนล
ก็พูดสวนขึ้นว่า


"โดยการแยกหมู่ข้อมูล จำแนกสิ่งสำคัญ..."
"และสุดท้าย หาโจทย์ภารกิจนั้น ใช่ไหม" โทนี่ต่อให้เมื่อรีเนลเว้นวรรค
"งั้นเราเริ่มลงมือกันดีกว่านะ" พาตันพูดสรุปขึ้น จากนั้นทุกคนก็เริ่มเข้าประจำหมู่ของชั้นเอกสารที่ตนสนใจ


"เด็กปีนี้เป็นไงบ้างล่ะ" เสียงนุ่มของชายหนุ่มที่เป็นคนแนะนำสถานที่เมื่อกี้ดังขึ้นเบื้องหลัง
ชายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีทองยาวจรดบ่า


"ระดับสูงดี ตอนนี้พวกนั้นเริ่มทำงานแล้ว จับจุดได้ไวมากโดยเฉพาะเด็กคนนั้น..." ปลายนิ้วเรียวชี้
มาที่เด็กชายผิวเข้มที่สุดเจ้าของใบหน้าหวาน ชายผู้เข้ามาใหม่เอ่ยอย่างนึกขึ้นได้ว่า


"โธ่ นึกว่าใคร นั่นน่ะ ลูกชายของอับราฮัม อามานเชียวนะ อายุแค่นั้นความจริงผ่านหลักสูตร
นักหาข่าวชั้นต้นมาแล้วนะ"


"นักหาข่าวที่อายุน้อยที่สุดคนนั้นน่ะเหรอ" หนุ่มผมทองเอ่ยขึ้นอย่างประหลาดใจ
"ใช่...รับรองภารกิจในครั้งนี้สนุกแน่" หนุ่มผมทองหันมามองเพื่อร่วมงานที่รู้ไส้รู้พุงกันดี
ก่อนจะใช้มือจับที่คางชายหนุ่มหน้าตรงหน้าโยกไปมา


"ดันแคล เพอกูล รู้สึกว่านายจะดีใจเป็นพิเศษอยู่หรือเปล่า" ชายหนุ่มปัดมือของเพื่อนออกแล้ว
นั่งลงข้างๆ พร้อมเอ่ยว่า


"นายก็เหมือนกันล่ะน่า น้องออกจะน่ารักขนาดนี้จริงไหม เซกรอส" ชายหนุ่มนามเซกรอสเหลือบมอง
เพื่อนเล็กน้อยก่อนจะถอนหายใจอย่างหนักหน่วงแทนน้องๆ ที่กำลังทำหน้าที่อย่างขมีขมัน


ปีศาจขี้แกล้งมาอีกแล้ว ขอให้เจมี่กลับมาทันด้วยเถิด ก่อนที่น้องๆ จะกระเจิงไปหมด


5 วันหลังจากแยกจากรีเนล พวกเฟมีลก็ปฏิบัติหน้าที่อย่างสนุกสนาน กินบ้างเที่ยวบ้าง
เพราะว่างานส่วนใหญ่นักเรียนเจสเทิร์นจะไม่ค่อยเกี่ยวข้องเท่าไร คืนวันที่ 6 หน้าที่พักของ
เหล่าเจสเทิร์นก็ได้ต้อนรับการกลับมาของ เพื่อนทั้ง 5 ที่ไปอบรมกลับมาจากสปีเย่


แวบแรกที่เฟมีลเห็นรีเนล แทบจะทำของที่อยู่ในมือล่วงลงมาหมด รีเนลดูโทรมมาก เสื้อผ้าดูเลอะเทอะ
 ผมเผ้าไม่ได้สระ หน้าตามอมแมม ที่สำคัญเธอดูผอมลงไปอย่างเห็นได้ชัด


เมื่อเห็นพวกเฟมีลเธอวิ่งมาสวมกวดพวกเราทันทีเหมือนกับหนีอะไรซักอย่างก่อนจะผลอยหลับไป
เมื่อส่งรีเนลให้เซ เฟมีลจึงเริ่มสังเกตุคนอื่นๆ อย่าว่าแต่รีเนลเลยขนาดคนทึกๆ อย่างนายโทนี่ยังดูไม่จืด


 ไมล์ก็ด้วยแม้ความหล่อจะไม่ลดลง แต่สาวๆ รุ่นน้องคงไม่มีใครกรี๊ด
คนที่ไม่ได้อาบน้ำมา 3 วันติดหรอกนะ


แว่นของพาตันมีรอยเอาเชือกธรรมชาติ* (* ใยไม้ที่หาได้ตามป่า)
มาพันอยู่หลายตลบ ที่ดูเป็นผู้เป็นคนสุดก็คงเป็นจาร์ ที่มีแค่รอยฉีกขาดของเสื้อเท่านั้น


นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย


"จาร์ เล่าให้ฟังหน่อยสิ" จาเร็ตยกมือห้ามเฟมีลพูดต่อ ก่อนจะพูดด้วยท่าทางสลึมสลือว่า
"ขอเวลานอนพักหน่อยนะเฟมีล ไม่ได้นอนมา 5 วันแล้......"


พูดยังไม่จบประโยคร่างของจาร์ที่ดูดีกว่าเพื่อนก็ล้มลง ดีที่พาตันรับไว้ทันก่อนจะแบกขึ้นบ่า
พาเข้าห้องน้ำไป ไม่นานทั้งสองก็เดินออกมาด้วยชุดนอนและหายไปให้ห้องนอนทันที
 โทนี่ที่แต่งตัวเสร็จแล้วลงมาหาอะไรกินจึงถูกเพื่อนๆ ล็อกให้เล่าเรื่องทั้งหมด


"คืองี้นะ 2 วันแรกน่ะ ไม่ค่อยมีอะไรหรอก ก็แค่หาข้อมูลแล้วก็จำข้อมูลพื้นฐานของ...อืม
เอาเป็นว่ามันเป็นสัตว์ชนิดหนึ่งแล้วกัน อ่านกันทั้งวันทั้งคืน


จนเมื่อถึงเวลา พี่ที่เป็นเจ้าของภารกิจเขาก็จะพาเราออกปฏิบัติการ ตรงนี้นี่แหละปัญหา
เราต้องลงไปที่เมืองเรบรีช ที่ป่าข้างล่างแล้วตามล่าเจ้าสัตว์นั้นน่ะสิ โหย พอจะกิน
เจ้าสัตว์บ้านั่นก็เริ่มวิ่งออกจากรัง ที่นี้ก็วิ่งตามกันล่ะ พอจะนอนไอ้รุ่นพี่โรคจิตนั่นก็กวนไม่เลิก..."


โทนี่ทำท่าจะเล่าต่อแต่ชาลียกมือเบรคไว้ก่อนแล้วถามขึ้นว่า
"กวนยังไง โทนี่ รุ่นพี่นี่ผู้ชายไม่ใช่เหรอ"


"ก็ผู้ชายอ่ะดิ ถึงได้บอกว่ามันโรคจิต ชอบมาวุ่นวายเจ๊าะแจ๊ะอย่างกับผู้หญิง
 เรื่องนี้ต้องให้นายพาตันเล่า มันหยดเลยล่ะ ที่หลังถึงมารู้ว่า


แฟนอีตารุ่นพี่เนี่ยไปปฏิบัติภารกิจที่มาโซล** (** เมืองทางใต้ของวินด์โคลโล)
อีตารุ่นพี่นี่เกิดจิตตกขึ้นมาอยากแกล้งน้องใหม่ เลยไม่ต้องเป็นอันกินอันนอนกัน"


"อย่าบอกนะว่าสัตว์ที่นายไล่ตามน่ะเป็นดาร์กี้*** " โทนี่พยักหน้ารับด้วยใบหน้าเหยเก


(*** สัตว์เวทชนิดหนึ่งที่ลักษณะใกล้เคียงกับสุนัขแต่มีปีก มีลักษณะนิสัยที่ขี้เล่นชอบหยอกเย้า
ผู้ที่ติดตามมันให้อยู่ไม่เป็นสุข แถมยังมีความสามารถพิเศษคือมันบินได้


นักค้นหาสัตว์วิเศษต้องการภาพตอนนอนของมันเป็นอันมาก ราคาภาพอยู่ที่ 300,000 - 500,000 นีโล
เลยทีเดียว มีคนสันนิษฐานว่าดาร์กี้อาจจะสัตว์ที่มีสายพันธุ์เดียวกับสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ของวินด์โคลโล)


"ขอร้องอย่าพูดถึงเจ้าสัตว์หน้าขนตัวนี้ได้ไหม โคตรจะกวน...เลย ถ้าไม่ติดว่าเป็นสัตว์สงวนนะ
 ฉันจะจับมันมาทำสเต็ก"


"นี่แล้วแฟนเขาน่ะผู้หญิงหรือผู้ชาย" เสียงถามขึ้นของมาธาร์ทำให้โทนี่ส่งสายตาพิฆาตมาทาง
หญิงสาวที่หัวเราะอย่างชอบใจที่เห็นเพื่อนตกระกำลำบาก


"ผู้หญิง ชื่อ เจมีรี ที่น่าเจ็บใจกว่านั้น สวยมาก มากเกินคำบรรยายเลยล่ะ ไอ้บ้านั่นพอแฟนมา
ก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังเท้าเลย คนสองบุคคลิกจริงๆ"


"อย่างนั้น รีเนลก็ปลอดภัยน่ะสิ เป็นผู้หญิงคนเดียว" เฟมีลถามขึ้น
"ใช่ ถ้ายัยนั่นไม่ไปยุ่งกับไข่ของนกเฟนเดล**** เข้าล่ะนะ"


(**** นกขนาดใหญ่ที่ไม่สามารถบินได้ แต่วิ่งเร็วมาก นกชนิดนี้ปกติจะมีปฏิสัมพันที่ดีกับคนแต่ต้อง
ไม่ใช่ตอนที่มันฟักใข่ เพราะมันจะกลายเป็นสัตว์ดุร้ายห้ามเข้าใกล้ รังของมันจะสร้างกลางป่าลึก)


"ห๊า!!!!" เสียงอุทานอย่างตกใจของคนทั่วห้องทำให้โทนี่ต้องพยักหน้ายืนยันหลายครั้ง


"ใช่ ยัยนั่นน่ะหิวจนหน้ามืด เห็นไข่ก็จะเอามาต้มกิน ทีนี้พอตัวแม่มันตามมาคราวนี้ล่ะ
อย่างที่พวกนายรู้ นกบ้านี่จิกกัดไม่ปล่อยจริงๆ หนีไปซะทั่วป่า


หนีพลาง ตามถ่ายรูปเจ้าดาร์กี้กวนประสาทนั่น แถมมีรุ่นพี่โรคจิตอีก
สุดท้ายไม่ได้กินไม่ได้นอนกัน 5 วัน 5 คืนพอดีไม่มีขาด"


ฟังเรื่องราวของทั้ง 5 แล้วเฟมีลเลิกคิดจะเป็นนักค้นหาสัตว์วิเศษอย่างเด็ดขาด
เพราะเธอคงไม่เหมาะกับสัตว์ทุกชนิดยกเว้นหมากับแมว


"ฟังดูแล้วพวกนายคงมีวันหยุดที่น่าสนุกพิลึกเลยว่ะ" ชาลีเอ่ยขึ้นพลางตบลงไหล่ของโทนี่เบาๆ
ก่อนจะยกมือเรียกแม่บ้านที่เตรียมอาหารมาให้เข้ามาในห้องนี้


"กินอะไรซะก่อนแล้วกัน คืนนี้ก็นอนให้เต็มอิ่มแล้วพรุ่งนี้พวกเราจะพานายเที่ยวเอง"
นิกพูดพร้อมกับตบลงที่ไหล่อย่างให้กำลังใจ


"ขอบใจ เพื่อน"


เสียงลมวีดหวิวดังอยู่ภายนอกหอพัก เฟมีลคิดว่าเธอรู้จักอาณาจักรนี้มาดีแล้วนะ
แต่ทุกครั้งที่เธอเดินทางมายังเมืองต่างๆ ทุกอย่างก็ดูน่าอัศจรรย์ใจอย่างน่าประหลาด


 เหมือนอย่างวันนี้ เฟมีลเหลือเชื่อ เมื่อรีเนลตื่นขึ้นมา เพื่อนเธอคนนี้ก็ยังไม่เปลี่ยนใจที่
จะเป็นนักหาข่าวมือหนึ่ง แต่ตอนนี้ก็ขอนอนพักเอาแรงเพื่อหาประสบการณ์ในวันพรุ่งนี้ต่อดีกว่า


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. #27686 ^-^girl lino (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2555 / 06:32
     อยากอ่านเซวีน่า มหานครแต่ไม่มีตังค์
    เดอะ ดาร์กเกอร์อ่านครบเซ็ทเลยค่า ออกผลงานเยอะๆนะ(เอาสนุกๆนะ)

    #27,686
    0
  2. #27617 นักอ่าน (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2554 / 17:11
    อ่านทั้งเซวีน่าและเดอะ เดรกเกอร์ฯ แล้วค่ะ น้องกัลแต่งเรื่องได้ดีมาก ผูกเรื่องได้ดีและสนุกบ่งบอกถึงอารมณ์ร่วมได้ดีมาก แต่ขอนิดนึงนะค่ะ ถือว่าติเพื่อก่อละกัน เพราะพี่เป็นนักอ่านคนนึง พี่สังเกตเห็นการใช้ภาษาของน้องกัลค่ะ บางครั้งต้องบอกว่าค่อนข้างที่จะสับสนมากๆ และออกจะใช้คำที่เยิ้นเย้อเกินไป เช่น เซถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนๆ ส่วนใหญ่เริ่มเดินเข้าไปรวมตัวกันที่ทางด้านทางเข้าที่ลงมนตรา เป็นต้น ซึ่งใช้คำมากไป น่าจะใช้เพียงแค่ " เซถามขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนๆ ส่วนใหญ่เริ่มเดินเข้าไปรวมตัวกันด้านทางเข้าที่ลงมนตรา" เพียงเท่านี้จะสั้นลงกระชับและได้ใจความไม่งงค่ะ และอีกอย่างดูเหมือนว่าในหนังสือจะพิมพ์ตกหล่นหลายคำมากเลยค่ะ ยังไงก็ขอให้ดูเรื่องการพิมพ์ด้วยนะค่ะเพราะบ้างครั้งทำให้ขาดอรรถรสในการอ่านค่ะ ฝากไว้เท่านี้ค่ะ
    #27,617
    0
  3. #27564 เลิฟเซวีน่า (จากตอนที่ 77)
    วันที่ 2 กันยายน 2554 / 18:15
    เซวีน่า เนี่ยที่เป็นกล่องเซ็ทอะค่ะ

    มันหมดยังค่ะ(ปกใหม่) อย่าเพิ่งขายหมดนะคะ หนูอยากได้ ยังไม่ได้ซื้อเลย
    #27,564
    0