SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา

ตอนที่ 78 : ชีวประวัติของคุณปู่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,561
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    25 มิ.ย. 49

SEVENA เซวีน่า...มหานครแห่งมนตรา
Author กัลฐิดา


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีคุณวันอาทิตย์นะคะ


คงไม่ค่อยตกใจกันเน๊าะ เพราะกัลลบตอนเก่าเรียบร้อยแล้ว
ชีวิตตอนนี้ก็ยุ่งได้ที่เลยค่ะ เห็นจะบอกว่าเหนื่อยจนชินจนเริ่มรู้สึกว่ามันเกิน
จะทนแล้วล่ะ แต่ก็ต้องทนให้ได้ เลิกพูดดีกว่า


เอาตอนใหม่มาให้ตามสัญญานะคะ แล้วอย่าลืมเข้าไปอ่านในประกาศของกัลฐิดา
ด้วยนะคะ เพราะกัลได้ตอบคำถามต่างๆ ที่เพื่อนๆ ถามมา คิดว่าเกือบหมดนะ


แล้วเจอกันค่ะ


กัลฐิดา


ปล. ใครกำลังรอนายแมวอยู่เห็นทีจะต้องบอกว่าคงสมหวังแน่ๆ แล้วนายแมวไม่ได้
ค่าตัวขึ้นหรอกค่ะ แต่ยังไม่มีคิวต่างหาก ไม่ต้องรีบจ่ายค่าตัวแทนกันก็ได้
รู้หรอกค่ะว่ารักนายแมวกันทั้งนั้น (เห็นทีจะยกเว้นหนูเฟมีลของเราคนเดียว)
-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตอนที่ 75 ชีวประวัติของคุณปู่


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


"ขอโทษจริงๆ นะเฟมีล" เสียงพูดขอโทษขอโพยของรีเนลดังไม่รู้รอบที่เท่าไรของวันแล้ว
ทำให้เฟมีลต้องรีบตบลงบนไหล่เด็กสาวที่ตอนนี้สยายผมสลวยสวยเก๋ต่างจากเมื่อวานลิบลับ


"ไม่เป็นไรจริงๆ รีเนล ใครเขาจะคิดว่าเธอจะต้องไปไล่จับเจ้าดาร์กี้น้อยขี้เล่นตัวนั้นล่ะ"
"แถมยังมีเฟนเดลแม่ลูกอ่อนที่เกิดเอ็นดูเธอกะทันหันอีกด้วย"


เซเอ่ยขึ้นอย่างขำๆ เมื่อนึกถึงเรื่องเล่าของโทนี่ที่เล่าให้ฟังเมื่อวาน ทำให้สาวน้อยต้นเรื่องค้อน
เพื่อนสมัยเด็กไปเต็มๆ


"แต่ฉันก็มีเรื่องเด็ดจะบอกเธอด้วยนะ" รีเนลเอ่ยขึ้นอย่างอมภูมิ ทำให้คนทั้งโต๊ะที่
กำลังดื่มดำกับบรรยากาศแสงแดดแรกของวินด์สโลว์ ชะโงกเข้ามาใกล้เจ้าของเรื่องอย่างอยากรู้อยากเห็น
 แต่เจ้าตัวก็ไม่ยอมเล่าซักทีทำให้คนที่อยากรู้สุดๆ อย่างเฟมีลอดรนทนไม่ได้ร้องขึ้นว่า


"เรื่องอะไรล่ะ รีเนลรีบบอกมาเลย"
"ก็ตลอด 5 วันที่ผ่านฉันน่ะต้องจำข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้าดาร์กี้ใช่มะ...แล้วทีนี้ฉันก็เลยเห็น
ข้อเหมือนและข้อแตกต่างอะไรบางอย่างของเจ้าดาร์กี้กับด็อกกี้"


"โธ่เอ้ย นึกว่าเรื่องอะไร รีเนลง่ายๆ เลย ก็ด็อกกี้น่ะไม่มีปีกซักหน่อยแค่เห็นก็รู้แล้วว่าไม่เหมือน"
เซพูดขึ้นพลางรินชาอีกถ้วยให้ตัวเองและเติมให้มอรีลกับลอลินด้วย


"ไม่ช่าย~ ความจริงมันน่าตกใจกว่านั้น ความจริงแล้วดาร์กี้กับด็อกกี้น่ะ
ตอนมันเป็นตัวไม่เต็มวัย เราจะไม่สามารถแยกมันออกเลยต่างหาก
เหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว


แต่เมื่ออายุมันได้ซัก 3 เดือน ดาร์กี้จะเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเอง ขนจะหนาขึ้นเพราะเป็นสัตว์ในเขตหนาว
เลนส์ดวงตาจะเเข็งแรงขึ้นเพราะต้องฝ่าลมแรง และแน่นอน ปีกจะงอกที่กางหลังแต่มันจะเป็นปีกเล็กๆ
 ที่เราไม่สามารถมองเห็นได้จนกว่ามันจะอายุ 5 เดือน แล้วหลังจากนั้นมันก็จะออกเดินทาง"


ทุกคนฟังแล้วก็ยังงง ว่ารีเนลมาพูดเรื่องนี้ทำไม จนหญิงสาวผมสีทับทิมอ่อนเอ่ยขึ้นด้วยแววตาพราว
"แล้วที่ฉันจะบอกเธอก็คือ เจ้าบาซิล ด็อกกี้ของเธอน่ะเฟมีล มันคือดาร์กี้ต่างหาก"


เฟมีลวางช้อนเค้กในมืออย่างไม่อยากเชื่อก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างมั่นอกมั่นใจว่า
"รีเนลเธอเพี้ยนไปแล้ว ดาร์กี้จะไปอยู่ที่ฟาทูร่าได้ไง ที่นั่นน่ะภูเขาไฟนะ"


"จุ๊ จุ๊ จุ๊ เรื่องนี้ไม่ให้เธอบอกฉันก็รู้ ฉันเช็กเรื่องนี้มาเรียบร้อยแล้ว เมื่อประมาณ  4 เดือนก่อน
ดาร์กี้ตัวแม่หมายเลข DG 45216 หายไปจากรัฐมันพาลูกของมันไปด้วย เธอก็รู้เฟมีล


มนตรากั้นอาณาเขตไม่มีผลต่อสัตว์และต้นไม้ แต่มักไม่มีการเคลื่อนย้ายนัก
ตัวแม่มันหลบหนีชมรมล่าสัตว์วิเศษจนหลุดออกจากเขตรัฐ วิ่งตรงมายังฟาทูร่า


จากนั้นก็มาปรากฏตัวอีกครั้งในเดือนมกราคม โดยที่ไม่มีตัวลูก ทางสปีเย่สันนิษฐานว่า
ตัวลูกอาจจะตายไปแล้ว..."


"ใช่มันน่าจะเป็นอย่างนั้น ฟาทูร่าร้อนเกินไป ดาร์กี้จะไม่มีแรงบิน มันจะกลับบ้านไม่ได้"
มอรีลพูดขึ้นอย่างนึกสงสารเจ้าดาร์กี้น้อยตัวนั้น


"ตอนแรกฉันก็ไม่ได้สนใจอะไร จนเมื่อนึกถึงอาหารที่ป้าเฟให้มันกินฉันก็เริ่มสงสัย
สุดท้ายฉันก็นึกออกว่าวันนั้นวันที่เสร็จงานโรงเรียนแล้วไปเล่นกับมัน


มันกระโดดขึ้นคร่อมตัวชั้น ฉันรู้สึกว่ามีอะไรบางอย่างที่ขยับได้ที่ตรงบริเวณท้อง
แต่ตอนนั้นนึกว่าเป็นท้องของมัน แต่พอมาเห็นลูกดาร์กี้ในป่าเรบรีชนั่น
 ใช่เลย เฟมีล บาซิลต้องเป็นดาร์กี้ตัวลูกที่หายไป


แล้วที่มันเหมือนด็อกกี้ขนาดนั้นก็เพราะว่า มันยังเด็กและที่ฟาทูร่าร้อนเกินไป
ขนมันเลยไม่ยอมยาวเป็นกลไกการปรับตัว" มอรีลที่ฟังเล้วพยายามนึกตามก็พูดขึ้นบ้าง


"เออ ใช่แล้ว เฟมีล ฉันนึกออกแล้ว ฉันก็สงสัยอยู่ว่าทำไมทุกครั้งที่ป้าเฟทำอาหารให้เจ้าบาซิล
จะต้องมีส่วนผสมที่มาจากวินด์โคลโลผสมอยู่ด้วย แล้วที่ที่มันนอนน่ะ เฟมีลรู้สึกไหม..."


"มันจะเย็นเกินปกติ ใช่ บาซิลมันจะตามติดป้าเฟทุกครั้งเลยที่มันจะไปนอน หรือไม่ก็
จะมีที่นึงในบ้านที่เย็นอยู่เสมอมันก็จะชอบมาก ขนมันก็ยาวขึ้นทุกวันแต่ฉันไม่ได้เอะใจ
จริงๆ เหรอเนี่ย ดาร์กี้เนี่ยนะ" เฟมีลอุทานขึ้นอย่างไม่อยากจะเชื่อว่าเธอได้เก็บสัตว์ประหลาด
เข้ามาในบ้านเสียแล้ว


"แต่ที่น่าแปลกคือ ป้าเฟรู้ก่อนเราเสียอีก จัดการเลี้ยงดูอย่างถูกต้อง เฟมีลแน่ใจเหรอว่า
ป้าเฟของเธอจบจากฟัลกาไรท์จริงๆ" รีเนลเอ่ยต่ออย่างสงสัย เฟมีลดูดนำหวานต่อก่อน
จะเอ่ยอย่างรู้สึกธรรมดาๆ ว่า


"อื้อ เขาว่างั้น แต่คุณตาบอกว่าเขาไม่ใช่คนไม่ดีนี่นา วางใจได้" รีเนลเกาหัวตัวเองอย่างขัดใจ
"ไม่ใช่ว่าฉันอย่างงั้นอย่างงี้นะ เฟมีล เต่ฉันรูสึกว่าป้าเฟน่ะ เก่งเกินจะจบจากฟัลลกาไรท์
คือว่า พูดไงดี อย่างแบบเวทการเคลื่อนย้ายของง่ายๆ อย่างเงี้ย ฟัลกาไรท์เขาไม่สอนซักหน่อย
 แล้วป้าเฟทำได้ไง


ปรุงยาอย่างเงี้ยต้องไปเรียนที่โพซีโน่ถึงจะมีสิทธิ์ปรุงยาได้ แม้แต่จะปรุงในบ้านก็เถอะ ไม่งั้นเขาเรียก
'ถ้วยยาเถื่อน' แต่อย่างปรุงยาเรียกคืนความทรงจำเนี่ย เท่าที่ฉันรู้ต้องระดับคนที่จบการศึกษา
ได้รับใบรับรองเท่านั้นไม่ใช่เหรอถึงจะปรุงเป็น


ความสามารถพี่ท่านทำไมมันหลากหลายยังไงชอบกล แล้วมีการดูแลสัตว์วิเศษนี่อีก
 ความสามารถมองแวบเดียวก็รู้ว่าเนี่ยคือดาร์กี้ไม่ใช่ด็อกกี้เนี่ย ในเซวีน่ามีไม่กี่คนหรอกนะ
แม้ให้จอมเวทพสุธามาเองก็เถอะจะมองออกหรือเปล่ายังต้องใช้เวลาพิสูจน์"


เฟมีลฟังพลางนับมือตามความสามารถที่รีเนลเอ่ยมาทั้งหมด ยิ่งฟังก็ยิ่งทึ่ง


"โห ความสามารถของป้าเฟมีเยอะขนาดนี้เลยเหรอ ไปเรียนมาจากไหนเนี่ย" เซและมอรีลพยักหน้าไปมา
เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง ทั้งสองรู้ดีว่าป้าเฟเก่ง แต่บางทีการเราที่อยู่ใกล้ตัวเขามากๆ
ก็ทำให้เราลืมไปได้ว่า คนๆ นี้ไม่ธรรมดาเลย


"เพราะฉะนั้นถ้าเป็นไปได้ก็น่าจะลอบๆ เคียงๆ ถามความเป็นมาให้ดีนะเฟมีล เขาคงไม่ทำร้ายเธอหรอก
แต่ที่บอกให้สืบไว้บ้างเธอจะได้ไม่ช็อคมากเมื่อรู้ว่าเขาเป็นใคร รู้ไหม"


เฟมีลพยักหน้าหงึกหงึกรับคำ จากนั้นก็สั่งเค้กและน้ำหวานรอบที่สอง รีเนลก็เลยได้แต่ถอนใจ
เพราะรู้ว่าถ้าเพื่อนสาวได้เค้กกับน้ำหวานชุดใหม่ไอ้ที่พูดไปเมื่อกี้คงหายลงท้องไปด้วย  


"สรุปว่าแทนที่ฉันจะได้สัตว์เลี้ยงแต่เป็นได้สัตว์วิเศษแทน อย่างนี้ฉันต้องทำเรื่องคืน
สัตว์สงวนหรือเปล่า"


"ไม่หรอกเฟมีล ดาร์กี้เป็นสัตว์รักอิสระมากที่เราทำให้มันเป็นสัตว์สงวนก็เพื่อไม่ให้มีการล่า
แต่มันจะไปอยู่ที่ไหนหรือกับใครก็แล้วแต่มัน


เท่าที่ดูเจ้าบาซิลมันคงตัดสินใจมากับเธอตั้งแต่แรก เพราะเธอน่ะช่วยชีวิตมันนี่
ในเวลานั้นดาร์กี้ที่หมดแรงไม่มีทางหลบการจู่โจมอย่างนั้นได้หรอก  มันคงชอบเธอมั้ง"


"เธอพูดอย่างนี้ตกลงฉันโชคดีหรือโชคร้ายกันล่ะเนี่ย" เฟมีลถามขึ้นอย่างงงๆ
"ไม่รู้สิ ทีนี้เธอก็ดีใจได้แล้ว มาวินด์โคลโลคราวนหน้าเอามันมาด้วยสิ คราวนี้อเรย์อาจจะตกกระป๋อง"
 รีเนลพูดแขวะไปถึงสัตว์พาหนะของเฟมีล


"บ้า" เสียงหัวเราะดังขึ้นอีกครั้งเมื่อรีเนลกับเฟมีลเริ่มแย่งเค้กชิ้นเดียวกัน แต่ทั้งหมดก็หยุดคุย
เมื่อจดหมายสีเหลืองนวลลอยปรากฏอยู่ตรงหน้ามอรีล


เด็กสาวยื่นมือไปประทับตราก่อนจะเปิดจดหมาย แต่สายตาดันเหลือบไปเห็นดวงตาทั้ง 4 คู่
มองมาอย่างสนอกสนใจในความดีใจเกินเหตุของเด็กสาวตัวเล็ก


"เดี๋ยวฉันขอไปนั่งอ่านจดหมายตรงนู้นก่อนนะ" พูดเสร็จก็รีบเดินจ้ำออกไปจากโต๊ะน้ำชายามสาย
 แล้วนั่งลงบนโซฟารับแดดในหอพัก มือบางค่อยแกะจดหมายออก เป็นดั่งคาด
กลิ่นดอกแสงจันทร์ที่โชยออกมาไม่ต้องอ่านก็รู้ว่าใครเป็นคนส่ง


ถึงต้นแสงจันทร์
  งานสำเร็จเรียบร้อยส่งมาพร้อมกับจดหมาย
     คิดถึง
           เจ้าของต้นเสงจันทร์
 ปล. จะรอรับค่าจ้างส่วนที่เหลือเมื่อกลับมา


"ตาบ้านี่ เพี้ยนใหญ่แล้ว" มอรีลพึมพำขึ้นเบาๆ แต่ก่อนจะเปิดซองจดมายดูงานสำเร็จ
ของตาคนเอาแต่ใจ เสียงกระซิบที่เริ่มดังมาแต่ไกลทำให้มอรีลรับพับเก็บจดหมายอย่างรวดเร็ว


"ว้า เลยอดรู้เลยว่าลงชื่อว่าเป็นใคร เพราะเธอนั่นแหละรีเนล" เฟมีลโวยวายขึ้น
"เพราะเซต่างหากมัวแต่ห้ามเลยมาอ่านไม่ทัน"


รีเนลป้ายความผิดต่อ เซเลน่าก็ได้แต่ยักไหล่อย่างจนปัญญาให้กับมอรีลที่ตอนนี้ส่ายหน้าอย่างระอา
 กับใบหน้าสำนึกผิดของสองเมื่อสบตากับมอรีล


เด็กสาวหยิบเอกสารปึกหนึ่งออกมาจากซองจดหมายขนาดเล็กที่ไม่น่าจะมีที่เก็บได้เยอะขนาดนั้น
แล้วส่งให้เฟมีล


"ชีวประวัติตั้งแต่เกิดจนเสียชีวิตของ ชาร์ล ไดเอนแพนไทร์ จ้ะ เฟมีล"


เฟมีลรับมาอย่างงๆ ดวงตาสีทับทิมอ่อนของรีเนลโตขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ใจ
 พลางดึงเอกสารทั้งปึกจากมือของเฟมีล ฝ่ายเจ้าตัวก็ให้แต่โดยดีเพราะว่า ตัวอักษรมันยิบจนตาลาย


"หามาได้ไงเนี่ย สุดยอดเลย ใครเป็นคนหาให้ล่ะมอรีล" เด็กสาวอึ้งอยู่พักหนึ่งก่อนจะตอบ
ด้วยใบหน้าแดงว่า


"เจ้าของสร้อย...ข้อมือ"


คราวนี้สิ่งที่น่าสนใจที่สุดไม่ใช่เอกสารในมือรีเนลอีกแล้ว แต่เป็นเด็กสาวร่างเล็กตรงหน้าต่างหาก
 รีเนลเดินตรงดิ่งไปหามอรีลแล้วลากเด็กสาวกดให้นั่งลงพร้อมศาลอีก 3 คนประจำตำแหน่ง
 จำเลยพร้อม ทนายพร้อม ผู้พิพากษาพร้อม เริ่มซักถามได้


"ใครกันมอรีล เจ้าของสร้อยข้อมือคนนี้" เด็กสาวส่ายหน้าไปมาเพื่อหาทางออก
แต่ท่าทางจะหมดหวังเมื่อทนายรีเนลซักต่อว่า


"คนที่สามรถค้นข้อมูลได้ลึกขนาดนี้ภายในเวลาไม่กี่วัน น่าจะเป็นคนใหญ่คนโตหน่อย"
ศาลทั้ง 3 ก็พยักหน้ารับอย่างเห็นด้วย


"คนที่ส่งดอกไม้มาให้ทุกวันโดยไม่กลัวเปลืองทั้งเงินค่าส่ง และเงินค่าดอกไม้
คงต้องมีฐานะพอสมควร ไม่สิ ต้องมากหน่อย"


"อื้อ" เสียงลูกคู่ดังขึ้นอีก คราวนี้จำเลยเริ่มเหงื่อแตกอย่างเห็นได้ชัด


"เมื่องานโรงเรียน มีข่าวคราวที่ทำให้หญิงสาวเกือบครึ่งโรงเรียนร้องไห้กันเป็นอาทิตย์
 คนนี้ก็เข้าเกณฑ์ ใช่ไหมพวกเรา"


"เอาล่ะ มอรีลรับสารภาพมาซะดีๆ สายลมปริศนาคนนั้นใช่เขาหรือเปล่า"
ใบหน้านวลที่ตอนนี้แดงไปหมดทั้งหน้าก้มหน้าลงอย่างไม่กล้าตอบทำให้รีเนลรุกเข้าไปอีก


"เซอร์รัส เอนเซลคนนั้นใชไหม" มอรีลเงยหน้าขึ้นมาอย่างตกใจก่อนจะหน้าแดงมากขึ้นอีก
ที่เพื่อนๆ จับไต๋ได้


"โธ่มอรีลไม่เห็นต้องอายเลย มีความรักน่ะดีออก ถึงแม้ฉันจะไม่เคยมีก็เหอะ"
เฟมีลเอ่ยขึ้นอย่างให้กำลังใจ


"ใช่ นายเซอร์รัสนั่นก็ไม่ใช่คนเจ้าชู้อะไร หน้าตารึก็ดี รวยก็รวย คบกันมานานเท่าไรแล้วล่ะ"
แม้จะดูเหมือนพูดจาเรื่อยเปื่อยแต่รีเนลก็ยังคงความเป็นเจ้าแม้กรมข่าวไว้อย่างเหนียวแน่น


"ก็..ความจริงก็รู้จักกันมาปีกว่าๆ แล้วแต่..."
"แต่พึ่งมาตกลงปลงใจเอาตอนเทศกาลโรเซร่างั้นสิ" รีเนลต่อให้เพราะถ้ารอให้มอรีล
ตอบเองคงจะรอถึงเดือนหน้าแน่ๆ


"แหมไม่บอกกันบ้างเลยนะมอรีล" เซเลน่าพูดขึ้นยิ้มๆ แต่สีหน้าของคนโดนเปิดเผยความลับนั้น
กำลังวิตกสุดขีดจนเฟมีลต้องถามขึ้นว่า


"มอรีลเป็นอะไรไปเหรอ พวกเราไม่ได้ว่าอะไรนี่ที่เธอมีแฟน ดีซะอีกแฟนเพื่อนออกจะทั้งหล่อแล้วก็เก่ง
แถมรวย โห คุณสมบัติครบเลยแหะ ตาเซอร์รัสคนนี้"


"ก็เพราะ ตาสายลมบ้านั่นมีครบจนเกินไปนั่นแหละที่น่ากลัว ฉันน่ะเทียบอะไรไม่ได้หรอก"
คราวนี้รีเนลรีบเขกกระโหลกมอรีลไปอีกหลายทีก่อนจะพูดอย่างมีน้ำโหว่า


"อย่าพูดงี่เง่าน่ามอรีล เธอน่ะทั้งน่ารักแล้วก็เรียนเก่ง กิริยามารยาทก็ดีแล้วจะไปกลัวอะไร
อ่ะฉันจะบอกอะไรให้ ฉันพึ่งเอ๊ะใจเมื่อกี้นี้ สร้อยสายลมที่เธอใส่น่ะ มันของหมั้นของพวกเอนเซลไม่ใช่เหรอ


 วันก่อนที่ฉันไปที่สปีเย่ ฉันยังเห็นว่าที่ข้อมือของท่านแกรเดล ท่านหญิงภริยาท่านเจ้าคนแรกสวมอยู่
ที่ข้อมือซ้าย ตอนเห็นภาพฉันก็ไม่ได้เอะใจอะไร มาสังเกตเอาเมื่อกี้ถึงได้รู้


นายเซอร์รัสนั่นเขายังมั่นใจในตัวเธอเลย จะมาเสียความมั่นใจอะไรตอนนี้ หะ"
มอรีลยกข้อมือซ้ายขึ้นมามองอีกครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองรีเนลอย่างขอคำยืนยัน


"จริงๆ เหรอ ตายแล้วตาบ้านั่นเอาอะไรมาให้เนี่ย"


"อ้าวไปว่าเขาอีก แล้วตาบ้านั่นของเธอน่ะ ว่าที่เจ้าผู้ครองรัฐนะยะ พูดให้มันดีๆ หน่อย
ของสำคัญอย่างนี้ฉันว่า คงต้องขอจากท่านเจ้าคนปัจจุบันเท่านั้นล่ะมั้งฉันว่า
เพราะฉะนั้นตอนนี้เธอจงภูมิใจได้เลย หัวใจของสายลมอยู่ในกำมือเธอแล้ว ไม่ต้องคิดมาก"
 รีเนลสำทับเพื่อนอีกรอบ


"มอรีลน่ารักอยู่แล้วใครเห็นก็รักน่า เอ หรือว่ากำลังกังวลถึงแฟนคลับหมอนั่นอยู่"
เด็กสาวพยักหน้าอย่างกังวล เพราะที่ปิดบังมาจนถึงป่านนี้ก็เพราะเธออยากมีชีวิตที่เงียบสงบ
ต่อไปแล้วเธอก็คิดว่า เชอร์รัสก็คงเหมือนกัน เขาถึงพยายามมาหาเธอเวลาที่เธออยู่คนเดียวเท่านั้น


"งั้นตกลง เก็บเรื่องนี้เป็นความลับระหว่างเราก่อนแล้วกัน เข้าใจไหม...รีเนล"
คราวนี้ทุกคนจ้องมาทางตัวปัญหาเรื่องปากโป้งเป็นตาเดียว


"จ้า จ้า รับรองด้วยเกียรติของรีเลล่าคนนี้เลย ไม่พูดก็ไม่พูด โอเค???"
"ขอบใจจ้ะ" รอยยิ้มของสาวน้อยคนนี้ทำให้รีเนลถอนหายใจอย่างมีความสุข
เพื่อนของเธอคนนี้น่ารักเสมอ...แน่นอน สายลมคนนั้นคงไม่ปล่อยมือจากเพื่อนเธอแน่


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


 "ชาร์ล ไดเอนแพนไทร์ เกิดเมื่อวันที่ 26 เมษายน ซ.ศ. 2939 เป็นคนธรรมดา
 ไม่มีพลังธาตุเลย เข้าเรียนที่..."


"พอๆ ก่อน เฟมีล เรื่องพวกนี้มันไม่ค่อยเกี่ยวกับความฝันของเธอเท่าไร ฉันว่าตรงนี้ดีว่า"
เซพูดขัดขึ้นพร้อมกับอ่านเอกสารที่อยู่ในมือว่า


"ตระกูลไดเอนแพนไทร์ มีส่วนเกี่ยวข้องกับตระกูลกูตเร็ตโดยแม่ของชาร์ลเป็นลูกพี่ลูกน้องของ
ฟาเร กูตเร็ต ซึ่งขณะนั้นดำรงค์ตำแหน่งเป็นเจ้าผู้ครองรัฐโพลาโต้


ฟาเร ก็คือตาทวดของเธอเฟมีล เพราะเขามีลูกชายเพียงคนเดียวนั่นคือ ฟามีร์ กูตเร็ต
คุณตาของเธอ สองคนนี้ถือเป็นลูกพี่ลูกน้องกันแบบห่างๆ แต่ด้วยอายุที่ไล่เลี่ยกันทำให้
ทั้งสองมักถูกเปรียบเทียบกันเสมอ เอ่อ นี่อาจจะเป็นสาเหตุอย่างที่เธอเล่าก็ได้เฟมีล"
เฟมีลพยักหน้าหลายครั้งก่อนที่จะตั้งใจฟังต่อ


"แต่ชาร์ล เป็นคนที่ไม่มีพลังธาตุ เพราะมันเป็นกรรมพันธุ์ของตระกูลไดเอนแพนไทร์

เขาจึงเก็บกักความโกรธเกลียดเอาไว้ หลังจากที่เขาประสบความสำเร็จทางด้านการค้า
 การเงินของไดเอนแพนไทร์ยิ่งใหญ่มากขึ้น เขาจึงได้แต่งงานกับสเตลร่า มินเนเร่


ซึ่งเป็นชาวโพลาโต้ที่มีพลังธาตุเล็กน้อยในการเล่นดนตรีเวท เธอและเขาคบกันมาเกือบ 10 ปี
หลังจากแต่งงานกันไม่นานสเตลร่าได้คลอดบุตรชายเพียงคนเดียวของเขาและเธอ
นั่นคือ เชน ไดเอนแพนไทร์


จากนั้นเธอก็สิ้นลม เชน ไดเอนแพนไทร์ถือเป็นตัวประหลาดในตระกูล เพราะเขาเกิดมาเป็นเด็กธาตุแสง
อาจจจะด้วยเพราะการผ่าเหล่า หรือเพราะการที่เขาได้รับพลังเวทสืบทอดจากย่าและแม่


ทำให้เขากลายเป็นนักดนตรีเวทอันดับหนึ่งของเซวีน่า เขาเป็นไดเอนแพนไทร์เพียงคนเดียวที่ได้
เข้าเรียนในโรงเรียนเวทแห่งเซวีน่าแทนที่จะเป็นโรงเรียนบิสเซย่า...โรงเรียนการค้าและธุรกิจ


ชาร์ลไม่ค่อยภูมิใจในตัวลูกชายคนนี้นัก แต่เขาก็รักสเตลร่ามากเกินกว่าที่จะมีภรรยาคนที่สอง
ดังนั้น เชนจึงเป็นว่าที่ผู้นำตระกูลต่อจากเขา..."


"ท่าทางคุณพ่อเธอจะเจออะไรหนักๆ เหมือนกันนะ" รีเนลเอ่ยขึ้นพร้อมกับยกกระดาษส่วนของตัวเอง
แล้วอ่านออกเสียงว่า


"จุดระเบิดของความโกรธแค้นในตัวชาร์ลเกิดขึ้นเมื่อเชนเลือกที่จะแต่งงานกับ เฟรล่า กูตเร็ตอย่างลับๆ
โดยไม่สนใจเจ้าสาวที่พ่อเตรียมเอาไว้ให้..โฮแหะ กล้าดีเป็นบ้า


ดังนั้นเฟรล่า กูตเร็ตจึงไม่เป็นที่ยอมรับนักในหมู่ของคนตระกูลนี้ หรืออีกนัยหนึ่งคือ
ไม่เป็นที่ยอมรับของพ่อสามี...น่าสงสารแม่เธอจัง ของฉันหมดแค่นี้แหละ มอรีลต่อเลย"


"อันนี้เป็นข่าวตัดนะ เหตุเกิดเมื่อวันที่............................ พบร่างของเชนและเฟรล่า ไดเอนแพนไทร์
นอนสลบอยู่ข้างเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งคาดว่าจะเป็นลูกของคนทั้งสอง สันนิษฐานว่าคนทั้งสอง
อาจได้รับการกระทบเทือนจากการระเบิดพลังธาตุในตัวเด็ก


ห่างออกไปจากที่ทั้ง 3 อยู่ประมาณ 200 เมตร พบศพชาร์ล ไดเอนแพนไทร์ ครึ่งร่างด้านล่างไหม้เกรียม
คาดว่าคงหนีจากรัศมีพลังไม่พ้น...แค่นี้แหละเฟมีล


รู้สึกว่าเราคงสรุปได้แค่ว่า ปู่ของเธอน่าจะมีความเกลียดในตัวตาของเธอ แล้วเลยเข้าไปร่วมกับนายซีเลส
 จากนั้นก็เลยกลายเป็นอย่างที่เธอฝันนั่นแหละ" เฟมีลรับฟังเละซึมซับข้อมูลต่างๆ ไว้ในหัว


"ตกลงว่าฉันเป็นคนฆ่าปู่ของฉันเองใช่ไหม" เสียงสะอื้นที่ปิดไม่มิดของเฟมีลทำให้เซเลน่าที่นั่งอยู่ใกล้ๆ
โอบร่างของเพื่อนเอาไว้


"มันเกิดตอนที่เธอยังเด็ก เธอไม่สามารถควบคุมได้ เฟมีล เด็กธาตุเป็นอย่างนี้กันทุกคนแหละ
ไม่ต้องร้องนะ อย่างน้อยการระเบิดพลังครั้งนั้นมันก็ไม่ได้เกิดจากเธอเป็นคนก่อ
มัน..เอ่อ..มีสิ่งกระตุ้นอย่างอื่น ใจเย็นๆ น่า"


"ใช่ อย่างที่เซพูดนั่นแหละ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็รู้แล้วว่า ณ ตอนนั้น พ่อกับแม่เธอยังไม่ตาย
อย่างน้อยเธอก็ได้รู้ว่าท่านรักเธอที่สุดนะ" เฟมีลเงยหน้าแล้วปาดน้ำตาออก


"ขอบใจเซ รีเนล มอรีล แล้วก็ ลอลินด้วยนะ ที่ช่วยกันอ่าน เพราะถ้าเป็นฉันคงหลับไปนานแล้ว"
เฟมีลพูดติดตลกเพื่อทำให้เพื่อนๆ หายกังวลในตัวเธอ และไม่นานรอยยิ้มก็แผ่กระจายไปทั่ว
ห้องนอนของเด็กสาวทั้ง 5


โซฟารับแดดในตอนกลางวัน แต่ยามค่ำคืนอย่างนี้มันทำหน้าที่รับแสงจันทร์ที่มีอยู่น้อยนิดนี้แทน
ร่างของเด็กสาวที่ซุกตัวอยู่บนโซฟาเงียบเริ่มขยับตัวทำให้เด็กหนุ่มที่เดินออกมาหาน้ำดื่มหลัง
จากเล่นเกมกับพวกชาลีเสร็จเพ่งมองร่างนั้นอย่างสนใจ...


ใครกัน??


ร่างบางของใครคนหนึ่งที่คุ้นตาเคลื่อนผ่านแสงจันทร์ที่ส่องลงมาเพียงแวบเดียวเขารู้ทันทีว่าใคร
เด็กหนุ่มเดินเข้ามาใกล้แล้วคุกเข่าลงข้างโซฟา เขาถึงได้ยินเสียงสะอื้นไห้ของคนที่มักมีรอยยิ้มเสมอ


มือไวเท่าความคิดจึงดึงมือของเด็กสาวเพื่อให้หันหลังกลับมา ดวงตาสีนิลที่เต็มไปด้วยน้ำตาเบิกขึ้น
อย่างตกใจเพราะไม่คิดว่าจะมีใครที่ยังไม่นอนอีกในตอนนี้ น้ำตาที่ไม่สามารถทำให้หยุดไหลได้
กับเด็กหนุ่มที่ไม่คิดจะให้เขาเห็น เสียงสะอื้นจึงยิ่งทวีความดังขึ้นอีก


มือหนาของคนตัวใหญ่ยกมือปาดน้ำตานั้นออกแต่ไม่ทันไร น้ำตาใหม่ก็ไหลลงมาแทนที่
พร้อมกับร่างที่โผเข้ากอดคอเขาไว้อย่างคนที่อยากจะระบายเต็มที่ เสียงร้องไห้ที่ดังอยู่ข้างหูทำให้
ลีโอกำหมัดในมือแน่นก่อนจะคลายออกเพื่อลูบศีรษะของเธอเพื่อปลอบโยนไม่ให้เด็กสาวร้องไห้มากกว่านี้


เสียงร่ำไห้ค่อยๆ เบาลงพร้อมกับร่างที่ผลอยหลับไปกับอกเขา ลีโอลุกขึ้นก่อนจะนั่งลงบนโซฟา
ในลักษณะที่เฟมีลซบอยู่กับอกที่ค่อยๆ ไถลลงมาอยู่ในอ้อมแขน ใบหน้านวลที่เปื้อนคราบน้ำตานั้น
ไม่เหมาะกับเธอจริงๆ ลีโอใช้ชายเสื้อค่อยซับคราบน้ำตาที่ยังคงเหลือร่องรอย


เสียงลมหายใจที่หลับอย่างเป็นสุขของเธอทำให้ลีโอถอนหายใจอย่างหมดห่วง


ถ้าหลับได้ ก็แสดงว่าพรุ่งนี้จะตื่นมาพร้อมกับความสดใสสินะ แต่..เรื่องอะไรกันที่ทำให้เธอคนนี้
ร้องไห้ได้ขนาดนี้ ใครกันที่ทำ...


-------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

27,888 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 สิงหาคม 2554 / 17:07
    หนูอ่านเล่ม 1 เเล้วค่ะสนุกมากค่ะรักเเมวคุงคุ่จะดูต่อไปนะคะ
    #27,554
    0
  2. #27543 meimei (จากตอนที่ 78)
    วันที่ 22 กรกฎาคม 2554 / 15:10
    ชอบมากๆเลยค่ะ ^-^ จะติดตามผลงานต่อไปนะคะ
    #27,543
    0