นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,539 Views

  • 61 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    107

    Overall
    1,539

ตอนที่ 42 : Adonis ยอดชู้ของอโฟรไดตี

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    30 ก.ย. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับมารับใช้ทุกท่านอีกครั้ง พร้อมด้วยเรื่องราวตำนานแสนสนุกเป็นประจำทุกสัปดาห์ และอย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วในสัปดาห์ก่อน ว่าเดือนกุมภาพันธ์นี้ โเมอร์ได้จัดให้เป็นเดือนแห่งความรัก ที่จะมีแต่เรื่องราวความรักมาเล่าให้ทุกท่านได้อ่านกัน
อ่ะ ว่าแล้วก็เข้าเรื่องเรลยแล้วกัน กับเรื่องราวความรักในสัปดาห์นี้ จะขอเริ่มเรื่องราวความรักเศร้าๆเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ข้อหาหมั่นไส้คนมีคู่(ยิ้มชั่วร้าย)
ท่านผู้อ่านที่กำลังอินเลิฟอย่าเพิ่งโห่ แหม ก็เรื่องอกหักมันก็เป็นส่วนหนึ่งของความรัก และความรักที่คนจดจำมากที่สุดก็คือความรักที่ไม่สมหวังนี่แหละ
แก้ตัวกันพอสมควรแล้วก็ขอเริ่มเรื่องเลยแล้วกัน อันว่าความรักที่ไม่สมหวังในครั้งนี้ เป็นเรื่องราวของเจ้าแม่อโฟรไดตี ที่โฮเมอร์เพิ่งเล่าให้ฟังไปในตอนที่แล้ว ท่านผู้อ่านอาจจะร้องอุทานขึ้นมา ว่าสวยแซ่บระดับเจ้าแม่ยังไม่สมหวังเรื่องความรักกับเขาอีกหรือ ก็นะ เรื่องคของความรักมักไม่เข้าใครออกใคร ต่อให้พร้อมสรรพด้วยรูปทรัพย์และคุณสมบัติ ก็ใช่ว่าจะมีชัยในความรักทุกคราวไปดอกหนา
พระเอกตามท้องเรื่องของเราในครั้งนี้ มีชื่อว่า อโดนิส(Adonis) หนุ่มน้อยหน้ามลคนนี้เป็นใคร มาลองทำความรู้จักกันดู
เรื่องราวของอโดนิสนับว่าดราม่ามาตั้งแต่รุ่นตา คือพระเจ้ากรุงไซปรัส นามว่า ซินิรัส(Cinyras) พระเจ้าซินิรัสมีลูกสาวสุดสวย แต่ดันปากไม่ดี เพราะดันไปโอ่ว่าลูกสาวของตนงามยิ่งกว่าเจ้าแม่อโฟรไดตี
อันว่าเรื่องความงามสำหรับสตรีนั้นเป้นสิ่งต้องห้าม ยิ่งกับเทวีที่ได้ชื่อว่างามที่สุดบนสรวงสวรรค์ การที่มนุษย์เดินดินบังอาจเคลมว่างามเกินหน้านั้นย่อมเป็นที่รับไม่ได้ เทวีอโฟรไดต์จึงทำการสาป แต่ไม่ได้สาปพระเจ้าซินิรัสผู้ปากเสีย แต่กลับไปสาปลูกสาวแสนงามของพระองค์แทน
ไมราห์(Myrrha) องค์หญิงแสนงามแห่งเกาะไซปรัสเพิ่งจะจำเริญแรกรุ่น แต่กลับโดนคำสาปของเทวีอโฟรไดตี ทำให้นางเกิดตกหลุมรักพระราชบิดาอย่างหัวปักหัวปำ กลายเป็นรักต้องห้าม จึงถึงขนาดแอบย่องเข้าไปมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับพ่อแท้ โดยอาศัยความมืด พระราชบิดาก็หาได้เอะใจ คิดว่าเป็นนางสนม ก็ร่วมสมจรกันเป็นเวลาถึงเก้าคืน
ความมาแตกเอาเมื่อไมราห์ตั้งครรภ์ เมื่อพระเจ้าซิเนรัสไล่เลียงก็รู้ว่าเป้นตนที่ได้เสียกับบุตรสาว พระเจ้าซิเนรัสทั้งอับอาย ทั้งโกรธแค้นเทพเจ้า คว้าดาบจะฆ่าบุตรสาวของตนเสีย แต่ปวงเทพช่วยเธอไว้ ด้วยการเปลี่ยนร่างของเธอให้กลายเป็นต้นเมอร์(myrrh) บ้างก็ว่าเป็นการลงทัณท์ต่อบาปที่เธอมีสัมพันธ์กับบิดา(แต่เกิดจากคำสาปของอโฟรไดตี อ้าว?)
มีเกร็ดนิดหน่อยเกี่ยวกับต้นเมอร์ ต้นเมอร์ที่ว่านี้เป็นต้นไม้มีหนามที่ขึ้นในตะวันออกกลาง ยางไม้ของเมอร์มีค่ามาก เอามาทำเครื่องหอมและสกัดเป็นยา ไทยเราแปลชื่อว่ามดยอบ มีค่าเทียบเท่าทองคำและกำยาน ดังปรากฏในคัมภีร์ไบเบิ้ล ที่โหราจารย์ทั้งสามได้เดินทางไปเป็นสักขีพยานารกำเนิดของพระเยซู ก็ได้นำมดยอบไปเป้นหนึ่งในสิ่งกำนัล นอกจากทองคำและกำยาน โดยยางของเมอร์นี้จะอยู่ที่กลางลำต้น ต้องกรีดหรือได้จากรอยแตกของมัน
กลับมาว่าเรื่องเราต่อ ระหว่างที่ไมราห์กลายเป็นต้นไม้ นางก็ได้ตั้งครรภ์กับพ่อของนาง จนคลอดออกมาเป็นเด็กชายหน้าตาน่ารัก เทวีอโฟรไดตีที่คงจะลืมไปแล้วว่าเคยทำลายชีวิตพ่อลูกคู่หนึ่ง ให้บังเอิญไปเดินเล่นแล้วเจอเด็กน้อยคลอดมากลางต้นไม้ก็ให้แปลกใจ รับเอาเด็กคนนั้นไว้ ตั้งชื่อให้ว่าอโดนิส(Adonis) ผู้เชี่ยวชาญวินิจฉัยว่า ชื่อนี้เป็นภาษาคานาไนต์ ชนเผ่าหนึ่งในดินแดนเมโสโปเตเมีย แปลว่า lord โฮเมอร์แปลแบบมั่วๆว่าน้องเจ้านาย
ไอ้ครั้นเทวีอโฟรไดตีจะเลี้ยงเองก็รุงรังทั้งลูกทั้งผัวทั้งชู้ เลยเอาไปฝากกับเพอร์เซโฟเน มเหสีของยมเทพเฮดีส ให้ช่วยเลี้ยงดู คงเพราะเห็นว่าเทวีเพอร์เซโฟเนวันๆไม่ได้ออกไปไหนเหมือนตน คงจะมีเวลว่างเลี้ยงเด็ก
จำเนียรกาลผ่านไปหลายปีดีดัก จนเหมือนว่าเทวีอโฟรไดตีก็คงจะลืมๆไปแล้วว่าเคยรับเด็กมาอุปการะ เรื่องก็ให้บังเอิญ(อีกแล้ว) วันหนึ่งเจ้าแม่ลงไปเยี่ยมเทวีเพอร์เซโฟเน เลยได้เห็นน้องเจ้านายอโดนิสที่เติบใหญ่ กลายเป็นหนุ่มหล่อมว๊ากกกก หล่อโฮก หล่อจนชะนีครางฮือ เห็นแล้วก็เกิดเสียดาย นึกขึ้นได้ว่าตนเองเป็นคนรับอุปการะมาแต่ต้น จึงเรียกร้องขอสิทธิเลี้ยงดู
ทว่าเทวีเพอร์โฟเนไม่ยินยอม เพราะเธอเป็นคนออกแรงเลี้ยงดูจนด็กหนุ่มเติบใหญ่ สองเทวีฟ้องร้องขอสิทธิ์ในการเลี้ยงดูพ่อหนุ่มอโดนิส ร้อนถึงมหาเทพซุสต้องตัดสิน โดยให้สี่เดือนแรกของปีเทวีเพอร์เซโฟเน่ได้เลี้ยงพ่อหนุ่มน้อยในดินแดนปรโลก อีกสี่เดือนถัดมาเป็นคิวของเทวีอโฟรไดตี และอีกสี่เดือนให้อโดนิสเลือกเอาเอง ซึ่งอโดนิสก็เลือกจะอยู่กับอโฟรไดตี อาจจะเพราะว่าดินแดนบนโลกสดใสกว่าในปรโลกก็เป็นได้
อโดนิสดำรงชีพบนโลกด้วยการเป็นนายพรานรูปหล่อ ออกล่าเก้งกวางบางชะนีไปวันๆ แต่แล้ววันหนึ่งก็เกิดเรื่องบังเอิญ(อีกแล้ว)
ย้อนความไปนิดหนึ่ง ว่าเทวีอโฟรไดตีเธอมีสามีโดยตำแหน่งอยู่แล้ว คือเฮเฟสตุสเทพแห่งการช่างผู้ขาเป๋ และยังมีชู้เก็บไว้อีกหลายๆคน แต่ชู้เบอร์หนึ่งขาประจำ คืออาเรสเทพแห่งสงคราม ที่แวะมาเล่นหมากเก็บกันจนมีบุตรด้วยกันหลายคน แต่คนทีเจ้าแม่โปรดปรานเป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนที่สุด คืออีรอส หรือชื่อโรมันคือคิวปิด เทวดาน้อยแสนน่ารักที่รู้จักกันในชื่อกามเทพ
เฮเฟสตุสจะรู้หรือไม่รู้ก็ตาม ว่าอีรอสไม่ใช่ลูกตน กระนั้นก็รักประหนึ่งลูกแท้ๆ เฮเฟสตุสประดิษฐ์อาวุธคู่มือให้กับอีรอส เป็นอาวุธที่มีอานุภาพมาก นั่นคือศรกามเทพ ที่ไม่ว่าผู้ใดต้องศรนี้แม้เพียงสะกิด ก็มีอันหลงรักปักจิตปักใจกับคนคนแรกที่แลเห็น
กลับมาว่าเรื่องความบังเอิญกันต่อ วันหนึ่งขณะที่เทวีอโฟรไดตีกำลังเล่นกับอีรอส เจ้าหนูคงจะซุกซนหรือไม่ก็เห่ออาวุธใหม่ เลยเผลอทำศรสะกิพระอุระของเทวี แผลแม้สะกิดเพียงน้อย แต่พิษกลับแล่นเข้าเต็มทรวง ให้บังเอิญอีกแหละ อโดนิสที่ออกล่าเก้้งกวางผ่านมาพอดี พอเทวีอโฟรไดตีเห็นเข้าก็ตกหลุมรักเข้าอย่างไม่อาจจะถอนตัว
ด้วยความรักปักเต็มทรวง อโฟรไดตีเฝ้าติดตามอโดนิสไปทุกที่ทุกเวลาเหมือนเงาตามตัว จนอโดนิสนึกรำคาญ เหมือนเทวีจะมีลางสังหรณ์บางอย่าง คอยตักเตือนอโดนิสให้ระมัดระวังตัว ส่วนอโดนิสก็ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง และอาจจะนึกรำคาญอยู่ลึก
วันหนึ่งอโฟรไดตีมีธุระไม่อาจคอยติดตามอโดนิสได้เหมือนเช่นเคย วันนั้นอโดนิสได้พบกับหมูป่าตัวใหญ่ คิดว่าเป็นโชคดีจึงรีบติดตามไล่ล่ามันไปโดยลืมคำตักเตือนของเทวีไปสิ้น เมื่อติดตามไปจนถึงที่เปลี่ยว เจ้าหมูป่าหันกลับมาวิ่งเข้าใส่ ขวิดอโดนิสจนตาย เชื่อกันว่าหมูป่าตัวนั้นคือร่างแปลงของเทพสงครามอาเรส ชู้รักเบอร์หนึ่งของเทวีอโฟรไดตี ที่เกิดหึงหวงจนหาทางฆ่าเจ้าหนุ่มคู่แข่งจนสิ้นใจ บ้างก็ว่าเป็นฝีมือเทวีอาร์เทมิส โจทก์อีกรายของเทวีอโฟรไดตี ซึ่งต่างมีแรงจูงใจกันทั้งคู่ แต่เรื่องที่ว่าเป็นฝีมือเทพอาเรสเป็นที่แพร่หลายมากกว่า
อโฟรไดตีได้ยินเสียงร้องของอโดนิสให้เกิดใจหาย รีบทรงราชรถลงมาดู เห็นหนุ่มน้อยนอนรวยรินใกล้จะสิ้นชีพ เทวีอโฟรไดตีเสียอกเสียใจแทบสิ้นสติ ถึงกับทึ้งผมทุบอกแสดงความเสียใจ แม้จะมีชู้รักมากมาย แต่ความตายของอโดนิสกลับเป็นสิ่งที่เจ้าแม่เสียใจมากที่สุด ตัดพ้อรำพันในโชคชะตา
เทวีอโฟรไดตีไม่ต้องการให้อโดนิสลงไปอยู่ในปรโลก จึงเนรมิตให้พ่อหนุ่มรูปงามกลายเป็นดอกไม้สีแดงสด นามว่าดอกอโดนิส หรือดอกอเนมโมนิ(Anemone) ชื่อไทยว่าดอกตามลม เป็นดอกไม้ที่มีบานอยู่สี่เดือนเหมือนกับตำนานของอโดนิส แต่บางตำนานก็ว่า เทวีอโฟรไดตีนำเลือดของอโดนิสมาแต่งแต้มดอกกุหลาบจนมีสีแดงฉาน เป็นการรำลึกถึงชายหนุ่มที่รักยิ่งที่ตายจากไป และเป็นตำนานว่าเหตุใดกุหลาบจึงมีสีแดง
เป็นอันว่าจบเรื่องราวความรักที่ไม่สมหวังของเทวีอโฟรไดตี และเป็นที่มาของดอกอโดนิส หรือที่มาของสีแดงของดอกกุหลาบ แต่ตำนานท้องถิ่นบางอันก็ว่าอโฟรไดตีกับอโดนิสมีบุตรด้วยกันสองคน ซึ่งเกี่ยวพันกับตำนานการตั้งเมืองเบรุตในเลบานอนอีกทีเหมือนกัน


ภาพประกอบ : The Awakening of Adonis ภาพเขียนสีน้ำมัน โดย John William Waterhouse อีกแล้วจ้า ภาพนี้เขียนในปี 1899
จากชื่อแล้วเหมือนกับว่าอโฟรไดตีกำลังจุมพิตอโดนิสให้ตื่นจากการหลับไหล แต่ตามท้องเรื่องคือพ่อหนุ่มได้ตายไปแล้ว มีเทวดาตัวน้อยที่อย่ขวาสุดกำลังจุดคบไฟเป็นการบอกใบ้ ในภาพจะเห็นดอกอโดนิสมีทั้งสีขาวและสีน้ำเงิน ก่อนจะกลายเป็นสีแดงหลังการตายของอโดนิส รวมถึงกุหลาบในมือเทวดาน้อยที่อยู่มุมซ้ายที่กำลังนำมาเคารพศพอโดนิสด้วย


1 ความคิดเห็น

  1. #26 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 11:00
    อยากได้ลูกศรของกามเทพน้อยสักดอก จะเอาไปสะกิดหนุ่มสักแผล สองแผล

    หลังจากนั้นก็โดนหนุ่มต่อยฟันร่วง เฮ่ออออออออ
    #26
    1
    • #26-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 42)
      1 ตุลาคม 2561 / 22:23
      5555+ ถ้าไปจิ้มพระศิวะนี่ถึงขั้นตายเลยนะครับ
      #26-1