นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,212 Views

  • 47 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    61

    Overall
    1,212

ตอนที่ 41 : Aphrodite เทพีแห่งความงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    24 ก.ย. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักทุกท่าน โฮเมอร์กลับมารับใช้ทุกท่านอีกครั้งเป้นประจำทุกสัปดาห์ และสัปดาห์นี้เราก็มีเรื่องเล่าตำนานสนุกๆกันอีกแล้ว
ก่อนอื่นช่วงนี้ผู้อ่านคงจะเห็นแมวดำมาป้วนเปี้ยนในเพจบ่อยๆ ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เป็นแอดมินอีกคนที่แอบอยู่เบื้องหลังมานาน ส่วนใหญ่ก็จะวาดรูปมาลงบ้างเป็นครั้งคราว หรือบางทีก็เอาเรื่องเล่าของกินมาลง แต่ที่เห็นบ่อยๆช่วงนี้ก็จะเป็นเรื่องศาสตร์มืดและวิชาโหราศาสตร์ ก็มาแอบลุ้นกันว่าแมวดำจะมีเรื่องอะไรมาเล่าให้เราฟังกันอีก อ่ะ มาว่าเรื่องของเรากันต่อ
สำหรับสัปดาห์นี้ก้เริ่มเข้าเดือนกุมภาพันธ์ ซึ่งอันที่จริงโฮเมอร์ตั้งใจจะจัดให้เป็นเดือนแห่งความรัก ตามเทศกาลวาเลนไทน์ที่เป็นที่นิยมของบรรดาหนุ่มสาว แต่ขอสารภาพว่าทำแอดไม่ทัน ก็ประกาศไว้ตรงนี้เลยละกัน ว่าในเดือนนี้เราจะมีแต่เรื่องรักกันไปสี่สัปดาห์รวดๆ เอาให้หวานเลี่ยนมดกันตายกันไปข้าง ส่วนใครที่ไม่มีคู่ก็อ่านเอาประดับความรู้กันเฉยๆก็แล้วกัน
เมื่อพูดถึงเรื่องราวของความรัก หลายท่านอาจจะนึกถึงเทวดาตัวน้อยนามว่าคิวปิด หรืออีรอสในตำนานกรีก แต่โฮเมอร์ขอข้ามไปนำเสนอตัวแม่กันเลยดีกว่า เพราะไหนๆเพจเราก็ขาดแคลนสาวๆมาได้พักใหญ่แล้ว
หนึ่งในเทพีที่สำคัญอย่างสูงในเทพปกรณัมกรีก คือเทพีแห่งความงามผู้มีนามว่าเทพีอโฟรไดตี(Aphrodite) หรือเทพีวีนัส(Venus) ของชาวโรมัน
พระนางเป็นเทพีแห่งความรัก, ความงาม, ความปราถนา และการสืบพันธุ์อีกด้วย ในบางแห่งยังนับพระนางเป็นเทพีผู้อุปถัมภ์บรรดาโสเภณี และผู้หากินในทางเพศ ไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชาย ในลาโคเนีย(Laconia) ถิ่นของชาวสปาตาร์ ยังนับถือพระนางเป็นเทพีแห่งสงครามอีกด้วย(สมกับเป็นเผ่านักรบ ขนาดเทพแห่งความงามยังควบตำแหน่งเทพีแห่งสงครามไปด้วย สงสัยว่าในสายตาของชาวสปาตาร์ สงครามคงจะเป็นความงามอย่างหนึ่งกระมัง)
เนื่องจากอโฟรไดตีเป็นเทพีที่มีความสำคัญเป้นอย่างมาก พระนางจึงได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่ง 12 เทพเจ้าแห่งโอลิมปัส ผู้มีสิทธิเข้าร่วมประชุมวาระสำคัญ และพระนางยังเป็นเทพีที่ชอบยุ่งเรื่องของมนุษย์มากๆองค์หนึ่งเลยทีเดียว จึงมักมีเรื่องราวเกี่ยวกับพระนางเสมอ
ในตำนานกำเนิดของพระนาง มหากวีโฮเมอร์ได้เล่าเอาไว้ในมหากาพย์อีเลียด ว่าพระนางเป็นบุตรของมหาเทพซุส กับนางอัปสรไดโอเน แต่คงจะจืดไปไม่ถูกใจ เฮสิออด(Hesiod) มหากวีในยุคหลัง ผู้มีอายุอยู่เมื่อราว 750-650 ปีก่อนคริสตกาล จึงเล่าจุดกำเนิดของพระนางใหม่ให้พิลึกยิ่งขึ้นกว่าเดิม โดยกล่าวว่าพระนางเกิดเครื่องเพศของเทพแห่งท้องฟ้ายูเรนัส เมื่อครั้งถูกโครนัสชิงบัลลังก์ ใช้เคียวทำหมันถาวรให้พ่อบังเกิดเกล้า
น่าแปลกที่เครื่องเพศของเทพเจ้าที่เป็นชาย กลับกลายเป็นเทวีผู้งดงามที่สุดบนสรวงสวรรค์ เข้าขั้นพิลึกกึกกือเลยก็ว่าได้ พวงสวรรค์ของยูเรนัสที่ตกลงไปในทะเลใกล้เกาะซิเธร่า(Cythera) ได้กลายเป็นฟองทะเล และเกิดกระแสลมพัดพาไปถึงเกาะไซปรัส(Cyprus) ร่างอันงดงามของพระนางก็ผุดออกมาจากเปลือกหอย หลายคนคงจะคุ้นกับภาพกำเนิดเทพีวนัสของบอตติเชลลี ศิลปินชื่อดังในยุคเรอเนสซองกันมาบ้าง
ทันทีที่ถือกำเนิด ความงามอันน่าตะลึงพรึงเพริดก้ส่องประกายไปในสามโลก(ว่าไปนั่น) จอมเทพซุสจึงบัญชาให้ไปเอาตัวนางขึ้นมาบนสรวงสวรรค์โอลิมปัส อโฟรไดตีเยื้องย่างขึ้นมาบนสรวงสวรรค์ ความงามของนางเป้นที่ต้องตาต้องใจของเทพบุรุษทุกองค์ในที่นั้น แน่นอนว่ารวมถึงจอมเทพยอดเจ้าชู้ระดับตัวพ่อ
อโฟรไดตีคงถือตนว่าสวยเลือกได้ นางจึงปฏิเสธความรักของเทพทุกองค์ รวมไปถึงจอมเทพ ทำให้ซุสพิโรธ บังคับพระนางจับคลุมถุงชนให้กับเทพเฮเฟสตุส เทพแห่งการช่างผู้มีร่างกายพิกลพิการ หาได้รูปงามเช่นเทพองค์อื่นๆ ถือว่าเป็นรางวัลที่ประกอบสายฟ้าถวายจอมเทพ
บางตำนานก็ว่า เหตุที่เฮเฟสตุสได้อโฟรไดตีมาเป็นภรรยา ก็เพราะได้สร้างบัลัลงก์ทองถวายแด่เทพีเฮร่า จอมเทวีภรรยาหลวงหนึ่งเดียวของจอมเทพซุส เทพีเฮร่าจึงประทานรางวัลให้เฮเฟสตุสสมหวังกับเทพอะโฟรไดตี เนื่องด้วยเฮร่าเป็นเทพีแห่งการวิวาห์ (น่าสนใจว่าชาวกรีกได้แยกเรื่องความกับการวิวาห์หรือการครองคู่ออกจากกัน แสดงว่าชาวกรีกมองว่าการแต่งงานหลายครั้งก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความรักเสมอไป) เพียงให้เทพเฮเฟสตุสจับมือกับเทพีอโฟรไดตีก็เป็นอันว่าทั้งสองได้วิวาห์กันด้วยฤทธิ์เทพีแห่งการครองคู่
เฮเฟสตุสแสนจะยินดีที่ได้นางงามมาเป็นภรรยา ประดิษฐ์สังวาลย์ทองให้เป็นของขวัญ สังวาลย์นี่จะช่วยขับเน้นปทุมถันของพระนางจนไม่มีบุรุษใดจะต้านทานอำนาจยั่วยวนของพระนางได้ จะว่าไปแล้ว มันคงจะเป็นยกทรงตัวแรกของโลกนั่นเอง
แต่ชีวิตคู่ของอโฟรไดตีกับเฮเฟสตุสก็ไม่ราบรื่นพอๆกับชีวิตคู่ของเทพีเฮร่าผู้ประทานพร อันว่าการมีภรรยางามก็อาจจะไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเทพผู้อัปลักษณ์อย่างเฮเฟสตุส เพราะไม่นานภรรยาผู้แสนงามก็เล่นชู้ให้เฮเฟสตุสต้องปวดตับเล่น
ชู้รายแรกเป็นเทพเจ้าแห่งสงครามนามว่าอาเรส(ชาวสปาตาร์คงจะโมเมให้อโฟรไดตีเป็นเทพแห่งสงครามเพราะเหตุนี้ก็เป็นได้) และคงเป็นชู้เบอร์หนึ่งของพระนาง เพราะมีบุตรด้วยกันอีกหลายองค์ แรกๆเฮเฟสตุสก็เอะใจ แต่หาหลักฐานไม่ได้ เพราะอโฟรไดตีกับอาเรสอาศัยความมืดในการร่วมรักกัน โดยอาเรสได้วางเวรยามนามว่าอะเล็กทริออนให้คอยปลุกก่อนฟ้าสาง อนิจจาอะเล็กตริออนดันหลับเพลิน เมื่อดวงอาทิตย์ฉายแสง ความลับก็แตก เฮเฟสตุสวางแผนสร้างแหคลุมร่างหญิงร้ายชายเลวที่แอบมาร่วมรักกันบนเตียงนอนของตน นำทั้งสองไปประจานบนสวรรค์ ทั้งอโฟรไดตีและอาเรสต่างก็ได้รับความอับอายเป้นอย่างมาก ปวงเทพองค์อื่นๆพากันมาขอร้องให้เฮเฟาตุสปล่อยทั้งสอง
เฮเฟสตุสใจ่อนยอมปล่อยทั้งสองเพราะคิดว่าคงได้รับบทเรียนแล้ว หลายคนก็คิดว่าอโฟรไดติคงเข็ดแล้วที่นอกใจสามี แต่ก็เปล่า อโฟรไดตีน้อยใจสามีหนีกลับไปอยู่เกาะไซปรัสบ้านเกิดโดยปลอมเป็นมนุษย์ธรรมดา แล้วก็พาให้ไปตกหลุมรักเจ้าชายแห่งเมืองทรอย นามว่าแองคิเซสซะอีก จนมีลูกเต้าด้วยกันคนหนึ่ง นามว่าเอเนียด ซึ่งโฮเมอร์ตั้งใจว่าจะเก็บเอาไว้เล่ารายละเอียดเรื่องนี้ให้ฟังทีหลัง
อะโฟรไดตียังคงใช้ชีวิตมากรักต่อไปเหมือนจงใจประชดสามี พระนางมีสัมพันธ์ลึกซึ้งกับเทพอีกหลายองค์ ทั้งอาเรส, โปไซดอน, เฮอร์เมส, ไดโอนิซุส รวมทั้งมนุษย์เดินดินอีกหลายคน อันนี้เอาเฉพาะที่มีบุตรด้วยกัน และอาจจะมีหนุ่มๆไว้ปรนเปรออีกมาก
แม่จะดูเหมือนพระนางจะมากรัก แต่หลายครั้งพระนางก็ตกหลุมรักเอาจริงๆจังๆ โดยเฉพาะกับหนุ่มๆมนุษย์โลก บางครั้งถึงขั้นเป้นฝ่ายหลงรักอย่างหัวปักหัวปำ ทว่าโชคร้ายที่มนุษย์ธรรมดาไม่ได้เป็นอมตะเช่นเทพเจ้า จึงพากันตายจาก สร้างความระทมเศร้าให้แก่พระนางเป็นอย่างมาก
นึกๆไปก็ชีวิตของเทพีอะโฟรไดตีก็เศร้าอยู่เหมือนกัน แม้จะมีรูปเป็นทรัพย์ มีเสน่ห์ที่บรุษไม่อาจต้านทาน ทว่าจะมีความรักจริงๆกับเขานั้นช่างยากเข็ญ สุดท้ายก็ต้องกลับไปตายรังอยู่กับเทพเจ้าด้วยกัน
ส่วนเฮเฟสตุสก็อึดพอกัน เมียพี่มีชู้ ชาวบ้านรู้กันทั่วขนาดนี้ ถามว่าจะหย่ามั้ย ก็ไม่หย่าอีกนั่นแหละ กลายเป็นคู่อยู่ทนและทนอยู่กันไป เกิดเป็นเทพเจ้าก็ดันไม่ตายซะอีกนี่



ภาพประกอบ : The Pearls of Aphrodite ภาพวาดสีน้ำมันบนผืนผ้าใบ ผลงานแนวนีโอคลาสสิค โดยศิลปินชาวอังกฤษ Herbert James Draper ปี 1863 - 1920
ถึงแม้จะมีงานศิลปะเกี่ยวกับเทพีอโฟรไดตีอยู่มาก แต่ก็เลือกยากเหมือนกันนะ เพราะโฮเมอร์อยากจะหาภาพอื่นๆนอกจากภาพกำเนิดวีนัสของบอตติเชลลีมาให้ชมเหมือนกัน แต่ที่เหมือนกันอย่างหนึ่ง คือศิลปินทุกคนไม่ค่อยจะให้พระนางสวมเสื้อผ้าครบชิ้นกันสักราย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #25 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 41)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 10:38
    ไหนว่าเทพีอโฟรไดตีงามเว่อร์ไงคะ ทำไมยังต้องพึ่งสังวาลย์ช่วยขับเน้นดูมๆ อีก

    สู้เราก็ไม่ได้ งามประหนึ่งจิ้งจกกลืนตุ๊กแก หาดูไม่ได้ง่ายๆ นะ ขอบอก
    #25
    1
    • #25-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 41)
      24 กันยายน 2561 / 20:23
      5555+

      งามแบบนึกภาพไม่ออกเลยแฮะ
      #25-1