นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,539 Views

  • 61 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    107

    Overall
    1,539

ตอนที่ 43 : Cupid and Psyche ตำนานรักกามเทพ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 22
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ต.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก สัปดาห์นี้โฮเมอร์มาพบทุกท่านเร็วหน่อยเพราะอยากจะกำนัลท่านผู้อ่านด้วยเรื่องราวสนุก ให้ทันกับวันแห่งความรัก แน่นอนล่ะว่าจะต้องเป็นเรื่องราวความรักเพื่อให้เข้ากับบรยากาศ
อันว่าความรักเป้นสิ่งสวยงาม ถึงแม้บางท่านอาจจะไม่มีคู่อยู่เดียวเปลี่ยวเอกา ก็คิดซะว่าเป็นวันที่ได้รักเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์บนโลกนี้ละกัน อย่าโสดแล้วพาลเลย
เอาล่ะ มาถึงเรื่องราวที่โฮเมอร์จะขอเล่าในวันนี้ มาจากตำนานเทพปกรณัมกรีก-โรมันอีกเช่นเคย และเป็นเรื่องที่โด่งดังมากจนถูกเล่าซ้ำไม่รู้กี่รอบ คิดว่าหลายท่านคงเคยได้ยินมาบ้างแน่นอน
เรื่องที่จะเล่านี้ ถูกรจนาโดยปราชญ์ชาวโรมัน นามว่า อะพิวลีอัส(Apuleius) ผู้มีชีวิตอยู่เมื่อราวศตวรรษที่สองก่อนคริสตกาล เรื่องราวที่อะพิวลีอัสแต่งขึ้นนี่ นักวิชาการท่านว่าได้ส่งผลต่อ
เรื่องราวแนวเทพนิยายที่ชวนเพ้อฝันในชั้นหลังอีกหลายเรื่องด้วยกัน เรียกว่าเป็นแม่แบบของเรื่องราวแนวเทพนิยายทั้งหลายแหล่เลยเชียว ซึ่งบางท่านอาจจะพอทราบมาบ้างแล้วว่า อันตำนานเทพนิยายในยุโรปแบบต้นฉบับแท้ๆและดั้งเดิมนั้น ทั้งมืดหม่นและน่าหดหู่เกินกว่าจะเล่าให้เด็กๆฟัง แถมบางเรื่องก็จบมันดื้อแบบปาหมอน นั่นเพราะช่วงยุคกลางอันมืดมน ผู้คนค่อนข้างจะมองโลกในแง่ร้าย และขาดศิลปะในการนำเสนอเรื่องราว จนเมื่อเข้ายุคเรอเนสซองที่มีการรื้อฟื้นศิลปะวิทยาจากยุคสมัยกรีกและโรมัน เรื่องราวของอะพิวลีอัสก็เป้นที่รู้จักอย่างแพร่หลายมากขึ้น และนำมาสู่การปรับปรุงและดัดแปลงนิทานพื้นบ้านหลายๆเรื่องให้มีความเพ้อฝันชวนจิ้นกระจายมากขึ้น
เอาล่ะ เรื่องราวที่อะพิวลีอัสแต่งไว้นั้น จะมีส่วนคล้ายเทพนิยายเรื่องไหนบ้าง ท่านผู้อ่านค่อยๆติดตามก็จะถึงกับร้องอ้อเอง
เกริ่นซะยาวเหมือนไตเติ้ลหนัง ขอเริ่มเรื่องเลยแล้วกัน กับเรื่องราวที่จะนำเสนอในวันนี้ ในชื่อเรื่อง โฉมงามไซคีกับเทพเจ้าคิวปิด แท่น แทน แท้น
อันว่าผู้อ่านคงจะรู้จักกับเทพคิวปิด กามเทพผู้แผลงศรให้ผู้คนรักกันดีอยู่แล้ว คิวปิด(Cupid) เป็นชื่อโรมัน ส่วนชื่อกรีกนั้นคือ อีรอส(Eros) ปกติโฮเมอร์ชอบเรียกชื่อดั้งเดิมที่เป้นชื่อกรีก แต่เรื่องนี้ผู้ประพันธ์เป็นชาวโรมัน ก็เลยขอใช้ชื่อโรมัน ซึ่งคงจะติดหูผู้คนมากกว่า
คิวปิดนั้นเป็นชุตรชายสุดสวาทยอดยาใจของคุณแม่วีนัส เทวีแห่งความงามและความรัก แม้ว่าคุณแม่จะมีลูกหลายคนจากหลายสามีที่ไม่เป้นทางการ หรือเรียกง่ายๆว่าชู้ แต่ไม่มีบุตรคนไหนจะสนิทสเน่หามากไปกว่าคิวปิด ซึ่งมักจะป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้คุณแม่เสมอ
แต่ก็มีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง คือคิวปิดนั้นไม่ยอมโตเป็นหนุ่มเหมือนอย่างใครเขา กลับคงสภาพเป้นเด็กน้อยน่ารักตุ้ยนุ้ยน่าหยิกอยู่เสมอ จนกลายเป็นภาพติดตาของผู้คนส่วนใหญ่ ร้อนถึงคุณแม่วีนัสต้องไปปรึกษาเทวีธีมิส เทวีให้คำแนะนำว่า เด็กๆควรจะมีเพื่อนเล่น จะได้เติบโตไปพร้อมๆกัน เมื่อได้คำแนะนำเช่นนี้ เทวีวีนัสก็เลยต้องไปรบกวนเทพมาร์ส ชู้เบอร์หนึ่งให้ช่วยผลิตกุมารน้อยมาอีกหนึ่งหน่อ เป็นเทพแอนทิรอส(Anteros) อันหมายถึงการรักตอบ เพลโตนักปราชญ์ชาวกรีกผู้โด่งดังได้อธิบายไว้ว่า "อันความรักจะไม่เจริญงอกงาม หากไร้ซึ่งความรักตอบ" ด้วยเหตุฉะนี้ คิวปิดน้อยจึงเติบโตขึ้นเป็นมานพหนุ่มรูปงามในกาลต่อมา
จบช่วงแนะนำพระเอก มาทำความรู้จักกับนางเอกกันบ้าง
กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีกษัตริย์เมืองหนึ่ง(ต้นฉบับไม่อ้างอิงชื่อเมืองจริงๆนะ ผิดกับตำนานกรีกหลายเรื่อง) พระองค์ทรงมีธิดาสามพระองค์ด้วยกัน ล้วนแต่สิริโฉมงดงาม หากแต่องค์เล็กนั้น เป็นผู้ทรงสิริโมที่สุด ทรงพระนามว่า ไซคี(Psyche) อันมีความหมายถึงจิตวิญญาน(และเป็นรากศัพท์ของคำว่า Psychic)
รูปโฉมอันงดงามของเจ้าหญิงไซคีเป็นที่กระเดื่องเฟื่องฟุ้งไปทั่วทุกทิศา ลือกันว่างามยิ่งกว่าเทวีวีนัส เจ้าแม่แห่งความงามเสียอีก ต้นฉบับพรรณาว่าความงามของเจ้าหญิงไซคี เป็นความงามอันน่าเทิดทูนระดับไอดอล บริสุทธิ์งดงามน่าทะนุถนอม จนชายต่างปลาบปลื้ม ไม่เป็นอันบูชาเทวีวีนัสเจ้าแม่แห่งความงาม
เทวีวีนัสให้ขุ่นเคืองพระทัยเป็นยิ่งนัก ที่นางมนุษย์เดินดินฉไนเป้นที่เทิดทูนบูชาเสียยิ่งตนผู้เป็นเทวีแห่งความงาม พระนางพบว่าเรตติ้งของไซคีมาจากความบริสุทธิ์ไร้ซึ่งราคีคาว ผิดกับตนซึ่งทั้งคาวและฉาวโฉ่ อย่ากระนั้นเลย หาคู่ให้นางไซคีเสีย ประเดี๋ยวเรตติ้งก็ตกไปเอง แต่จะให้มีคู่กับมนุษย์ธรรมดา ไหนเลยจะสาสมกับความแค้นที่สุมอก พระนางจึงบัญชาใ้ห้คิวปิดเทพแห่งความรัก จงไปแผลงศรรักใส่นางไซคี ให้ตกหลุมรักกับสิ่งมีชีวิตที่อัปลักษณ์ที่สุดบนโลก
คิวปิดหนุ่มรับบัญชาพระมารดาแล้วก็โบยบินไปหาไซคีในยามหลับ ชะรอยว่าคิวปิดจะเป็นเทพที่สายตาสั้น หรืออาจไม่มั่นใจในฝีมือธนู เลยขยับเข้าไปใกล้ๆเพื่อจะเล็งให้ถนัด แต่ไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหน คิวปิดดันซุ่มซ่ามโดนศรรักของตัวเองเข้า พร้อมกับที่เห็นโฉมหน้านางไซคีเข้า กลายเป็น love at first sight หรือรักแรกพบเข้า
อันว่าอานุภาพของศรรัก แม้แต่เทพแห่งความรักก็ไม่อาจต้านทาน คิวปิดบินกลับตำหนักด้วยอาการรักฝังทรวง แต่ก็ยังเป็นเพียงรักข้างเดียว เพราะนางไซคีหาได้รับรู้ด้วยไม่
จำเนียรกาลผ่านไป พี่สาวทั้งสองของเจ้าหญิงไซคีที่สวยระดับมนุษย์ธรรมดา ต่างก็ได้ตบแต่ง มีเหย้ามีเรือนกันเป็นที่เรียบร้อย ยังแต่ไซคีผู้น้องที่งามระดับน่าเทิดทูนที่ไม่มีชายใดมาขอ เพราะต่างก็รู้สึกว่าตนไม่คู่ควรกับโฉมงามของนาง หรือว่านางจะต้องเป้นโสดเช่นนี้ไปตลอด โอ้หนอ สวยไปก็นกได้เหมือนนะ
พระบิดาและพระมารดาต่างก็ทุกข์ใจที่ธิดาองค์เล็กไม่มีคู่ จึงดั้นด้นไปหาเทพยากรแห่งเดลฟี ให้ช่วยทำนายว่าทำไฉนบุตรสาวตนจะมีเหย้ามีเรือนกับเขา คำทำนายที่ได้ยิ่งทำให้ทุกข์ใจหนัก เพราะเทพพยากรณ์ได้ทายทักว่าคู่ครองของพระธิดาไซคี เป็นพญางูมีปีกที่พำนักอยู่บนยอดเขา แม้จะฟังแล้วแทบพระวาโยจับ แต่พระบิดาและพระมารดาก็ไม่อาจขัดบัญชาสวรรค์ เพราะเกรงว่าจะยิ่งทำให้เทพขัดเคือง จึงจำต้องส่งบุตรสาวองค์เล็กไปบนยอดเขาด้วยความทุกข์ระทมใจ
นางไซคียืนอยู่ผู้เดียวบนยอดเขาท่ามกลางความมืด แล้วในบัดดลก็มีสายลมโชยอ่อน ช้อนร่างนางไว้อย่างแผ่วเบา พาไปยังวิมานแห่งหนึ่งซึ่งงามตระการตาเกินกว่าจะเป็นฝีมือมนุษย์เดินดินธรรมดา มีเสียงอันลึกลับเอ่ยกับนางว่า ให้ดื่มกินและพักผ่อนให้สบาย วิมานนี้เป็นของนางแล้ว
นางไซคีรับประทานอาหารเลิศรส มีแต่ความสุขสบายในวิมานแห่งนั้น แต่ไม่เคยได้พบเจ้าของเสียงปริศนา ตกค่ำนางเข้าไปพักในห้องนอน ทำใจว่าอาจจะเจอกับอสุรกายอันน่าหวาดหวั่น ทว่าก็ไม่พบ เสียงลึกลับสั่งให้นางดับไฟทั้งหมด และอยู่ด้วยจนถึงเช้า
เนื้อความตรงนี้ ในหลายฉบับมักกล่าวว่าทั้งสองใช้ชีวิตเฉกเช่นสามีภรรยากันแล้ว แต่ในฉบับดั้งเดิม คิวปิดมิได้ละเมิดต่อนางไซคี เพียงโอ้โลมด้วยคำหวาน และจากไปเมื่อเช้า นั้นเพราะขณะนั้น ความรักของคิวปิดยังเป้นรักเพียงข้างเดียวเท่านั้น เทพแห่งความรักจึงเพียรปรนนิบัติต่อนางด้วยความรักทนุถนอมเพื่อให้นางรักตอบ แม้ว่าด้วยตำแหน่งเทพแห่งความรัก แค่แผลงศรใส่ นางก็รักตอบง่ายๆแล้วก็ตาม แต่คิวปิดกกลับเพียรมอบความรักด้วยความอดทน เฉกเช่นปุถุชนธรรมดา ผิดก็แต่มีวังหรู และไม่ยอมให้นางได้เห็นตัว เจ้าไม่ต้องมองเห็นข้า แค่รู้ว่าข้ารักเจ้าก็พอแล้ว...คิวปิดไม่ได้กล่าว โฮเมอร์มั่วเอาเอง
เวลาก็ผ่านไปอีกแหละ ทางบ้านไม่ได้ข่าวคราวไซคีเสียนานก็เกิดวิตก ประกอบกับนางไซคีก็เกิดอาการคิดถึงบ้าน คิวปิดจึงอนุโลมด้วยการบัญชาให้สายลมตะวันตก หอบเอาร่างพี่สาวทั้งสองมาเยี่ยมเยียนถึงวิมาน
คิวปิดปล่อยให้สามสาวคุยกันตามประสาพี่ๆน้องๆโดยมิได้อยู่ฟัง ข้างพี่สาวทั้งสองคิดว่าน้องสาวจะพบกับความลำบาก แต่เมื่อได้มาเห็นนิวาศสถานอันงามสง่าก็กลับกลายเป็นความริษยาแทน ต่างไต่ถามถึงรูปร่างหน้าตาของน้องเขย แต่นางไซคีก็ตอบไม่ได้ พี่สาวทั้งสองได้ที ทำเป็นตักเตือนถึงคำทำนายที่ว่าคู่ของนางไซคีเป็นพญางูมีปีก ยังไงคืนนี้น้องจงแอบนำตะเกียงจุดให้เห็นหน้าชัดแน่แล้วเถิด หากเป็นอสูรกายแล้วไซร้ ขอจงแทงเสียให้ตายด้วยมีด อย่าให้เป็นภัยในเบื้องหน้า
นางไซคีมิได้เชื่อพี่ทั้งสองสนิทใจ แต่ก็มีความระแวงสงสัย ตกค่ำ คิวปิดได้มาหานางเช่นเดิม และพล็อยหลับไป ไซคีเห้นเป้นโอกาส จึงจุดตะเกียงให้เห็นโฉมหน้าภัสดา พร้อมกับเงื้อมีดหมายสังหารหากว่าเป็นอสูรกาย แต่พลันที่เห็นรูปโฉมเทพบุตรสุดงามสง่า ไซคีก็ถึงกับผงะ แล้วก็ให้บังเอิญถูกปลายศรของคิวปิดสะกิดเข้า กลายเป็นรักแรกพบไปซะอีกราย(ซุ่มซ่ามทั้งพระเอกนางเอก) พอโดนศรสะกิด นางไซคีก็สะดุ้งจนทำน้ำมันตะเกียงตกต้องลงบนไหล่คิวปิด กามเทพสะดุ้งตื่น เห็นโฉมงามถือตะเกียงและมีดเงื้อง่าก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด โธ่เอ๋ย ข้าไม่เคยทำร้ายเจ้าแม้เพียงกระผิกริ้น แต่แค่เพียงสงสัย เจ้ากลับจะคิดสังหารข้าเจียวหรือ อย่ากระนั้นเลย ข้าคงจะทนอยู่กับเจ้ามิได้แล้ว กล่าวตัดพ้อแล้วเทพบุตรรูปงามก็สะบัดปีกบินหนีไปในบัดดล
ไซคีรู้สึกเสียใจ พยายามติดตามแต่ก็หาทันไม่ บัดนั้นนางที่ต้องศรรักก็เป้นฝ่ายตกหลุมรักองค์เทพบ้าง เฝ้าตามหาคนรักด้วยความกระวนกายไปจนถึงริมน้ำ ที่นั่นนางได้พบกับเทพแพน เทพแพนเป้นเทพแห่งป่าเขาลำเนาไพร หรืออีกนัยหนึ่ง คือเทพแห่งความรู้สึกอันแท้จริงไร้ซึ่งการเสแสร้ง การพบเทพแพนเป็นสัญลักษณ์ว่า โฉมงามได้ค้นพบความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเองแล้ว ฉะนั้นางจะต้องดั้นด้นไปตามที่ใจปรารถนา เพื่อจะพบกับความรักทีโบยบินหนีไป
ระหว่างที่โฉมงามไซคีเดินทางตามหาความรักอยู่นั้น ขอย้อนไปดูพี่สาวตัวประกอบทั้งสองสักหน่อย เมื่อทราบว่าไซคีถูกสามีทิ้งไปแล้ว ทั้งสองกลับดีใจเนื้อเต้น รีบขึ้นไปยังยอดเขาเพื่อรอให้สายลมตะวันตกพัดพาไปยังวิมาน หวังจะเคลมสามีน้องสาวเป็นของตน ปรากฏว่าสายลมตะวันตกพัดมาจริงๆ แต่พัดทั้งคู่ตกเข้าตายอนาถจบเรื่องจบราวไป
กลับมายังนางเอกของเรื่อง โฉมงามไซคียังคงเดินทางตามหาความรัก ระหว่างทางได้พบกับศาลเจ้าของเทพีเซเรส หรือดิมิเทอร์ของชาวกรีก เห็นข้าวของวางระเกะระกะ นางเอกของเราก็จัดแจงทำความสะอาด จัดเก็บให้เป็นระเบียบเสีย เทพีเซเรสพึงใจจึงปรากฏต่อนาง มอบคำแนะนำให้ไปเฝ้าเทพีเฮรา
เทพีเฮราเป็นเทพีแห่งการครองเรือน แม้พระนางจะรับบทเป็นตัวร้ายในหลายเรื่อง แต่พระนางเป็นเทพีที่เห็นใจต่อคู่รักแท้ จึงแนะนำให้ไซคีไปอ้อนวอนต่อเทพีวีนัสอีกที
ตัดมาที่เทพีวีนัสที่ยังขุ่นเคืองในโฉมงามไซคี ยิ่งรู้ว่าจะมาเป็นลูกสะใภ้ แม่ผัวตัวร้ายก็ได้โอกาสล้างแค้น โดยมอบหมายงานที่ยากเย็นให้ว่าที่ลูกสะใภ้ทำให้สำเร็จ ทั้งการให้แยกกองเมล็ดพืชจำนวนมากด้วยสองมือเปล่า และการไปเก็บขนแกะทองคำซึ่งดุร้ายมาให้ แต่ลูกสะใภ้ก็ทำได้ทั้งหมดด้วยการแอบช่วยเหลือของเสียงปริศนา
เจ้าแม่ยิ่งแค้นหนัก สั่งงานที่โหดหินอีกประการให้ไซคีกระทำ นั่นคือการลงไปยังปรโลก เพื่อขอเครื่องประทินโฉมจากเทพีเพอร์เซโฟเน มเหสีของเฮดีส ทั้งนี้เพราะเทพีเพอร์เซโฟเนเคยเป็นโจทก์เก่าของเทพีวีนัสจากตอนของอโดนิส เจ้าแม่เลยเดาได้ว่าเมื่อส่งไซคีเป็นเดินสาร เพอร์เซโฟเนคงจะทำร้ายไซคีเป็นแน่
ไม่เพียงเท่านั้น เจ้าแม่ยังรู้แกวอีกว่าที่ภารกิจของไซคีบรรลุก่อนหน้านั้น ทัง้ที่ไม่น่าจะทำได้ ต้องมีเทพคอยช่วยเป็นแน่ และไม่น่าจะเป็นใครที่ไหนนอกจากลูกชายตัวดีของพระนางเป็นแน่ พระนางเลยจับลูกชายขังเสียจะได้ไปช่วยคนรักไม่ได้ เรียกว่างวดนี้แผนของเทพีวีนัสรัดกุมเป็นอย่างมาก
กระนั้น ไซคีก็ยังได้รับคำแนะนำจากเสียงลึกลับก่อนจะออกเดินทาง ถึงการเดินทางลงไปยังปรโลกโดยปลอดภัย ทั้งค่าเรือทีจะต้องให้เครอนคนแจวเรือ และการล่อหลอกสุนัขเฝ้าปากทางนรกด้วยเค้กน้ำผึ้ง ไซคีจึงเดินทางโดยสวัสดิภาพ ส่วนเทพเพอร์เซโฟเนเมื่อได้พบกับไซคีก็ได้มอบกล่องใบหนึ่ง ให้นำไปมอบแด่เทพีวีนัส ไซคีเดินทางกลับเกือบจะพ้นปรโลกแล้ว แต่กลับทนต่อความสงสัยถึงสิ่งที่อยู่ภายในกล่องไม่ได้ ไซคีอยากรู้ว่าเคล็ดลับความงามของราชินีแห่งนรกคือสิ่งใดกันแน่ จึงลองเผยอกล่องเพื่อจะมองลอดเข้าไปดู หากสิ่งที่อยู่ในนั้น คือความหลับไหลชั่วนิรันดร์ ไซคีสลบไปในบัดดล ร่างกายไม่ไหวติงอีกต่อไป
กล่าวถึงคิวปิดพระเอกของเรื่องบ้าง กามเทพรู้ถึงแผนการร้ายที่มารดามีต่อคนรักของตน จึงหาทางหลบหนีจากที่คุมขังออกมาจนได้ คิวปิดบินตามหาไซคีจนพบว่านางสลบอยู่ในปรโลก จึงโฉบลงไปช่วยเอาไว้ ใช้ปลายศรสะกิดจนไซคีฟื้นคืนสติ และแล้วพระเอกและนางเอกก็ได้พบหน้ากันในที่สุด และการพบกันครั้งนี้ ทั้งสองต่างก็หลงรักกันทั้งคู่ ไซคีอ้อนวอนขอโทษในสิ่งที่เคยทำ ส่วนคิวปิดก็ยอมอภัยให้ในทุกสิ่ง
คิวปิดอุ้มคนรักไปพบเทพีวีนัสผู้เป็นมารดา มอบกล่องที่เพอร์เซโฟเนฝากมาถึง และขอให้มารดายกโทษให้ไซคี เทพีวีนัสไม่หายโกรธเสียทีเดียว จนได้จอมเทพซุสเข้ามาไกล่เกลี่ย(ซึ่งอาจจะถูกเฮราสั่งมาอีกที) เทพีวีนัสจึงต้องยอมรับไซคีเป็นลูกสะใภ้จนได้
สรวงสวรค์โอลิปุสจัดงานวิวาห์ให้กับบ่าวสาวทั้งสอง กลายเป็นคู่รักที่น่าอิจฉาที่สุด ปวงเทพต่างพากันมาร่วมงาน ซุสและเฮราประทานพรให้ทัั้งสอง เฮเฟสตุสเทพแห่งการช่างเปลี่ยนมัรบบทพ่อครัวปรุงอาหารในงานเลี้ยง เหล่าอัปสร มิวส์ และ เกรซ ร่วมกันบรรเลงบทเพลงในงานวิวาห์ โฉมงามไซคีได้รับประทานผลแอมโบรเซีย ทำให้ได้รับชีวิตอมตะเฉกเช่นเทพ แล้วทั้งโฉมงามไซคี และเทพบุตรคิวปิดก็ได้ครองคู่กันอย่างมีความสุขไปตลอดกาล(เพราะมีชีวิตอมตะ)
จบแบบเทพนิยายเด๊ะๆ





ภาพประกอบ : Psyche Revived by Cupid's Kiss ประติมากรรมหินอ่อนแกะสลัก ผลงานของ Antonio Canova ศิลปินชาวอิตาลี สร้างในปี ค.ศ.1787-1793 เป็นผลงานแนวนีโอคลาสสิค ชื่อภาพคือการฟื้นตื่นของนางไซคีด้วยจุมพิตของคิวปิด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #27 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 43)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 10:23
    สงสัยค่ะว่า ไซคีโดนลูกศรสะกิดได้ยังไง อย่าบอกนะว่าเทพคิวปิดพกขึ้นเตียงด้วย

    ส่วนพี่สาวทั้งสองโดนลมพัดตกเขา แหม เล่าซะเป็นหนังอินเดียเลย

    ปล. แอปเปิลแอมโปรเซียทานแล้วเป็นอมตะจริงดิ จะไปเหมายกเข่ง
    #27
    1
    • #27-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 43)
      7 ตุลาคม 2561 / 01:53
      ดูเหมือนในตำนานจะไม่ได้บอกว่าไซคีโดนลูกศรนะครับ แต่อีรอสน่ะโดนเองเต็มๆ
      #27-1