นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,528 Views

  • 60 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    96

    Overall
    1,528

ตอนที่ 38 : Janus เทพเจ้าแห่งการเริ่มต้นของชาวโรมัน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ก.ย. 61

สวัสดีปีใหม่ท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลาย ถึงจะพ้นปีใหม่มาพอสมควรแล้ว แต่เนื่องจากสัปดาห์ที่แล้วโฮเมอร์ได้ขอลาหยุด เลยได้มาพบท่านผู้อ่านจริงๆจังๆก็หลังปีใหม่ไปหลายวันแล้วนี่แหละ
ในวาระดิถีเริ่มต้นปีใหม่นี้ โฮเมอร์ก็จะขอหยิบยกเรื่องราวของเทพเจ้าผู้มีความเกี่ยวข้องกับปีใหม่มาเล่าให้ทุกท่านได้อ่านกันสักหน่อย ซึ่งเทพเจ้าองค์นี้ มีนามว่าเจนัส(Janus)
ท่านผู้อ่านน่าจะคุ้นเคยเวลาเล่าเรื่องเทพเจ้ากรีก ว่ามักจะรวมเอาเทพ กรีก-โรมัน พ่วงกันเสมอ นั่นเพราะเทพเจ้าของโรมันน้น ส่วนใหญ่ก็จะรับเอาไปจากทางกรีก กลายเป็นเทพร่วมที่แทบจะแยกกันไม่ออก ต่างกันก็เพียงชื่อหรือรายละเอียดปลีกย่อย แต่รวมๆความแล้วเป็นเทพองค์เดียวกัน แต่สำหรับเทพเจนัสแล้ว ชาวโรมันสามารถพูดได้อย่างภูมิอกภูมิใจเลยว่าเป็นเทพเจ้าของโรมันโอนลี่ไม่มีเอี่ยวกะเทพเจ้ากรีกแต่อย่างใด(แม้ว่าจะมีนักวิชาการถกเถียงกันว่า บางทีเพทเจนัสอาจจะเป็นความเชื่อที่แปลงมาจากที่อื่นอีกทีก็เถอะ)
อันว่าอารยธรรมโรมันนั้น ออกจะเริ่มต้นมาอย่างมืดมนอนธกาล ถึงกับมีลายตำนานเล่าถึงความเป็นมา ทั้งเรื่องของรีมัสกะโรมิวลัส ที่ได้รับการเลี้ยงดูจากแม่หมาไน หรือเรื่องของเจ้าชายเอเนียสแห่งทรอย ที่ระหกระเหินหลังจากเมืองแตก ล่องเรือมาตั้งถิ่นฐานยังดินแดนละติน และกลายเป็นอาณาจักรโรมันในกาลต่อมา ซึ่งทั้งสองตำนานต่างก็เกี่ยวพันกับตำนานเทพเจ้ากรีก โดยว่าทั้งโรมิวลัสและรีมัส เป็นบุตรของเทพมารส์ กับเทพพีวีนัส หรืออาเรสและอโฟรไดต์ในชื่อกรีก ส่วนเอเนียสนั้นเป็นบุตรของวีนัส กับแองคิเซส เจ้าชายแห่งเมืองทรอย
ทว่าในความเป็นจริงแล้ว ดินแดนละติน หรือที่ต่อมาจะเป้นอาณาจักรโรมัน และปัจจุบันคือประเทศอิตาลี ก็มีหลายเชื้อชาติหลายชนเผ่าตั้งหลักแหล่งกันอยู่แล้ว โดยมีกลุ่มอารยธรรมใหญ่สุดคือชาวอิทรัสกัน(Etruscan) ซึ่งตั้งรกรากตั้งแต่ราว 768 ปี ก่อนคริสตกาล และสาปสูญไปเมื่อ 264 ปี ก่อนคริสตกาล นัยว่าชาวอิทรัสกันนี่เอง ที่เป็นต้นกำเนิดของชาวโรมัน
อย่างไรก็ดี แม้ว่าความเป็นมาของชาวโรมันจะนับว่าลึกลับแล้ว ชาวอิทรัสกันกลับลึกลับยิ่งกว่า พวกเขารับศาสนาและวัฒนธรรมหลายๆอย่างจากกรีก แต่พวกเขาไม่ใช่ชาวกรีก และก็ไม่ใช่ชาวละตินอีกนั่นแหละ นักวิชาการก็ได้แต่สันนิษฐานไปว่าพวกเขาคือชนที่อาศัยอยู่ตามเทือกเขาแอลป์ ก่อนจะอพยพลงมาสร้างบ้านแปลงเมือง แล้วก็สาปสูญไปอีกที แต่ถึงอย่างนั้น ชาวโรมันก็ได้รับอิทธิพลความเชื่อจากกรีก ผ่านมาทางชาวอิทรัสกันมากพอสมควร
ซึ่งถ้าว่ากันโดยต้นกำเนิดที่แท้จริงแล้ว จุดเริ่มต้นของชาวโรมัน ก็คือพวกอนารยะชนในมุมมองของชาวกรีก และอาจจะเป็นเพราะเหตุนี้นี่เอง ที่ทำให้ชาวโรมันต้องสร้างตำนานการกำเนิดของชนชาติตัวเองให้เกี่ยวข้องกับเทพเจ้ากรีก เพื่อจะบอกว่าตัวเองก็เป็นอารยะกะเขาเหมือนกัน
พล่ามเรื่องจุดกำเนิดของชาวโรมันไปแล้ว ขอวกกลับมาพูดเรื่องเทพเจ้าเจนัสบ้าง อย่างที่บอกว่าเทพเจ้าส่วนใหญ่ในโรมันล้วนแต่รับมาจากกรีก แต่ก็มีเทพบางองค์ที่เป็นโรมันแท้ๆ ซึ่งหนึ่งในนั้นคือเทพเจ้าเจนัสนั่นเอง
เทพเจ้าเจนัสคงเป้นที่นับถือในดินแดนละตินมาช้านาน และยังมีความสำคัญเป็นอย่างมาก ไม่ใช่เทพเจ้ากระจอกงอกง่อยแต่อย่างใด โดยฐานะของเทพเจ้าเจนัส คือตัวแทนของการเริ่มต้น และสิ้นสุด เป็นผู้พิทักษ์ทวาร, ถนนหนทาง, การเดินทาง, การข้ามผ่าน, กาลเวลา ฯลฯ เรียกว่าตำแหน่งของเจนัสนั้นเกี่ยวพันกับทุกสรรพสิ่งอย่างครอบจักรวาลเลยทีเดียว
ด้วยเหตุนี้ เจนัสจึงได้รับการยกย่องอย่างสูงสำหรับชาวโรมัน โดยมีชื่อเรียกในภาษละตินว่า Ianuspater หรือ Janus Father แปลว่า พระบิดาเจนุส ซึ่งชาวโรมันจะทำการสักการะเทพเจ้าจานุสเป็นองค์แรก ก่อนจะเริ่มเซ่นสรวงเทพเจ้าองค์อื่น และชื่อของเทพเจ้าเจนัส ยังเป็นที่มาของเดือนมกราคม หรือ January อันเป็นเดือนแรกของปี
เรื่องราวของเทพเจนัสปรากฏในมหากาพย์เอเนียด ที่แต่งโดยกวีเวอร์จิล ในราว 29-19 ปีก่อนคริสตกาล แม้ว่าจะเป็นเรื่องแต่ง แต่เวอร์จิลคงจะค้นคว้าเรื่องราวแต่ปางบรรพ์มาพอสมควร ถึงถิ่นฐาน ชนเผ่าต่างๆก่อนจะก่อตั้งอาณาจักรโรมัน ดังปรากฏชื่อในมหากาพย์ฉบับนี้
โดยตอนหนึ่งที่ชาวละตินผู้เป็นเจ้าถิ่น ได้พากันปลุกระดมที่จะทำสงครามกับเจ้าชายเอเนียสพระเอกของเรื่อง แต่ตามธรรมเนียมของชาวละตินนั้น ก่อนจะเริ่มต้นทำยุทธนาการอันสำคัญต่อบ้านเมือง พวกเขาจะต้องทำการเปิดศาลเทพเจ้าเจนัสเสียก่อน
อันว่าศาลเทพเจ้าเจนัสนี้โดยปกติจะหับประตูหน้าต่างเสียมิดชิด จนกว่าจะเริ่มเทศกลาปีใหม่จึงจะเปิดเสียทีหนึ่ง หรือไม่ก็เมื่อบ้านเมืองเข้าสู่ศึกสงครามจึงจะเปิดออก และจะไม่ปิดจนกว่าการศึกนั้นจะสิ้นสุดลง และศาลเทพเจ้าเจนัสจะไม่มีนักบวชคอยอำนวยความสะดวกรับใช้ มีแต่ผู้เป็นกษัตริย์ที่จะเป็นผู้ทำการรับใช้ เปิดปิดประตูศาลเจ้า
ทว่าในมหากาพย์เอเนียด แม้ว่าชาวละตินจะประกาศทำสงครามกับชาวเมืองทรอย แต่ละตินัส กษัตริย์ของชาวละตินไม่สมัครจะทำสงครามด้วย ปลีกวิเวกไปแต่ผู้เดียว เมื่อไร้กษัตริย์ ชาวเมืองก็ทำสงครามไม่ได้เพราะไม่มีใครเปิดศาลเทพเจ้าเจนัส
เมื่อติดขัดในข้อกฏหมายเช่นนี้ เทพีจูโน หรือเฮราในภาษากรีก ก็ได้จำแลงองค์ลงมาเปิดประตูเสียเอง จึงได้การสงครามกันได้สมใจหมาย
รูปลักษณเจนัส เป็นเทพที่มีสองพักตร์ หันไปทั้งสองด้าน มีทั้งที่แสดงออกมาเป็นชายแก่ทั้งสองพักตร์ บ้างก็แสดงเป้นคนแก่และคนหนุ่ม มีความหมายถึงการมองไปยังอดีตและอนาคต ก็คงเป็นการเตือนว่า เมื่อจะเริ่มทำการใด ควรคิดไปข้างหน้า และใคร่ครวญถึงหนหลังให้ดีเสียก่อน พูดสั้นๆแบบไทยๆว่า ทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังให้ดีเสียก่อน ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มรณรงค์สงคราม หรือการเริ่มต้นปีใหม่
ปีใหม่ปีนี้ ก็ขอให้ทุกท่านได้ทบทวนอดีต และมองไปในอนาคต ดังรูปของเทพเจ้าเจนัสครับ


ภาพประกอบ : รูปสลักหินอ่อนเทพเจ้าเจนัสจากยุคโรมัน ปัจจุบันแสดงอยู่ในพิพิธภัณท์ Capitoline (ขออภัย งวดนี้หาข้อมูลงานศิลป์มาได้แค่นี้เองจ้า)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #22 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 7 กันยายน 2561 / 11:27
    ดีค่ะ ให้มองไปข้างหน้า และระลึกถึงข้างหลัง

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 7 กันยายน 2561 / 17:29
    #22
    1
    • #22-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 38)
      7 กันยายน 2561 / 19:53
      ถ้าสำนวนไทยๆก็ต้องบอกว่าให้รู้จักคิดหน้าคิดหลังให้ดี
      #22-1