นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,209 Views

  • 47 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    58

    Overall
    1,209

ตอนที่ 39 : Shichi Fukujin เทพแห่งโชคลาภทั้ง 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 28
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ก.ย. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รัก โฮเมอร์กลับมารับใช้ทุกท่านอีกแล้ว และเนื่องจากยังอยู่ในช่วงปีใหม่ อย่าน้อยก็ยังเป็นเดือนแรกของปีใหม่อ่ะนะ โฮเมอร์เลยคัดสรร หาเรื่องมงคลๆมาให้ทุกท่านได้อ่าน
งวดนี้โฮเมอร์ขอเชิญชวนท่านผู้อ่านล่องเรือ บ่ายหน้าไปทางตะวันออกกันบ้าง ยังดินแดนที่ถูกเรียกว่าแดนอาทิตย์อุทัย หรือก็คือเกาะญี่ปุ่นนั่นเอง ที่แห่งนี้มีตำนานมากมายที่ผสมผสานจากหลายศาสนา ทั้งศาสนาดั้งเดิมที่นับถือบูชาธรรมชาติ และพุทธนิกายมหายานที่รับมาจากจีน ก่อให้เกิดเรื่องเล่ามากมาย
เอาล่ะ เกริ่นมาซะนานแล้ว ขอเข้าเรื่องเลยละกัน ที่ญี่ปุ่นเวลาเข้าปีใหม่ ก็เหมือนหลายๆประเทศที่พยายามหาสิ่งดีๆเป็นมงคลเข้าบ้าน เพื่อเป้นนิมิตหมายอันดีให้การเริ่มต้น และหนึ่งในสิ่งที่ผู้คนนิยมมอบให้กัน ก็คือรูปวาด หรือเครื่องรางของเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด หรือ ชิชิ ฟุคุจิน (
福神 shichifukujin) โดยภาพที่นิยมกันมาก ก็คือภาพเทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ด ล่องเรือมังกรด้วยกันครบทั้งเจ็ดองค์ มองปุ๊บก็ชวนให้นึกถึงแปดเซียนข้ามสมุทรของจีนทันที
แม้จะมีหน้าตาเหมือนแปดเซียนข้ามสมุทร ที่ไม่รู้ว่าไปทำอีท่าไหนถึงตกน้ำป๋อมแป๋มหายไปหนึ่งองค์ แต่จุดกำเนิดที่แท้จริงของเทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดจะเกี่ยวข้องกับโป๊ยเซียนหรือไม่นั้น ยังไม่มีการยืนยัน แต่ว่าฟุคุจินหรือเทพแห่งโชคลาภเหล่านี้ เพิ่งจะถูกรวมทีมกันเมื่อ ศตวรรษที่ 15 นี่เอง
เดิมนั้น เทพแห่งโชคลาถทั้งเจ็ดได้ถูกรวบรวมในแคว้นฟุจิมิ โดยบัญชาของไดเมียว ในช่วงปี ค.ศ. 1420 ต่อมาเมื่อเข้ายุคเอโดะ หรือราว ค.ศ. 1603-1868 ภิกษุนามเทนไคก็ได้ทำการรวบรวมจนสำเร็จ ภายใต้การสนับสนุนของโชกุน โตกุกาว่า อิเอมิซึ ผู้เป็นหลานปู่ของโตกุกาว่า อิเอยาสึ ผู้สถาปนายุคเอโดะขึ้นมานั่นเอง โดยกว่าจะรวบรวมสำเร็จและเผยแพร่ ก็ปาเข้าศตวรรษที่ 16 แล้ว และเพราะว่าผู้ที่ทำการรวบรวมเทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดเป็นภิกษุในศาสนาพุทธ เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดจึงได้รับอิทธิพลจากพุทธมหายานอยู่ไม่น้อยทีเดียว
เทพเจ้าแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดนั้น เดิมทีแต่ละองค์เคยเป็นเทพเจ้าฉายเดี่ยว หรือบางองค์ก็มีลีกของตน ซึ่งต่างก็ได้รับการเคารพกันมาก่อนจะรวมทีม ดูแล้วก็คล้ายๆกับทีมอเวนเจอร์ โดยแต่ละองค์มีดังนี้
1. เทพเอบิสุ(
恵比寿) มักถูกระบุว่าเป็นเทพดั้งเดิมของญี่ปุ่น เป็นบุตรของเทพอิซานากิ และเทพอิซานามิ เทพเจ้ายุคแรกๆของญี่ปุ่น
ตำนานการกำเนิดของเทพเอบิสุนั้นออกจะแปลกสักหน่อย กล่าวกันว่าเทพเอบิสุเกิดมามีร่างกายอ่อนแอ โดยไร้ซึ่งกระดูก ทำให้เทพเอบิสุยืนไม่ได้ เดิมเทพเอบิสุจึงถูกตั้งชื่อว่าฮิรุโกะ ซึ่งหมายถึงเด็กปลิง เอบิสุรอดตายมาได้เพราะถูกโยนลงทะเล ซึ่งเขาสามารถจะว่ายไปได้โดยไม่ต้องใช้ขา จนเมื่ออายุสามขวบ ขาของเทพเอบิสุก็งอกขึ้นมา ทำให้เขาสามารถขึ้นมาบนบกได้เหมือนคนทั่วไป ถึงจะมีกำเนิดอันแสนประหลาด แต่เทพเอบิสุก็เติบโตเป็นเทพที่ร่าเริง และว่ายน้ำเก่งเป้นอย่างมาก จนได้กลายมาเป็นชาวประมงคนแรกแห่งเกาะญี่ปุ่น โดยจะเห็นเทพเอบิสุทรงคันเบ็ดและอุ้มปลาตัวใหญ่ เป็นตัวแทนของโชคลาถและความอุดมสมบูรณ์ เทพเอบิสุจึงเป้นเทพที่ได้รับการบูชาอย่างมากในบรรดาชาวประมง
2. เทพไดโกกุเท็น(
大黒天) เป็นเทพเจ้าที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสนาพุทธในนิกายมหายาน เชื่อกันว่ามาจากเทพมหากาล เทพแห่งกาลเวลา ผสมเข้ากับเทพของชินโตที่ชื่อโอคุนินุชิ(大国主) ผู้เป็นเทพแห่งผืนดิน
ไดโกกุเท็นเป็นเทพที่มีใบหน้ายิ้มแย้ม หูยาว แต่มีขาสั้น ทรงถือตะลุมพุกที่เชื่อว่าเนรมิตเงินทองได้ กับถุงสมบัติใบใหญ่ที่ใส่สมบัติได้ไม่มีวันเต็ม ไดโกกุเท็นจึงเป็นเทพแห่งความร่ำรวย และยังเป็นเทพผู้คุ้มครองการเก็บเกี่ยว โดยบางปางเทพไดโกกุเท็นจะนั่งบนกระสอบข้าวใบใหญ่ที่มีหนูอยู่ด้วย มีตำนานกล่าวว่าเทพไดโกกุเท็นเคยทำการปราบปีศาจด้วย โดยการวางกับดักจับปีศาจไว้ โดยรวมๆ เทพไดโกกุเท็นจึงเป้นทั้งเทพผู้ประทานทรัพย์ และยังช่วยรักษาทรัพย์ไว้ด้วย จึงเป็นที่นับถืออย่างมากในผู้ที่ทำการค้าขาย
3. บิชามอนเท็น(
毘沙門天) เป็นหนึ่งในเทพที่ได้รับการนับถืออย่างมากในญี่ปุ่น เพราะนอกจากจะเป็นเทพเจ้าแห่งโชคลาถแล้ว ยังเป็นหนึ่งในจตุมหาราชิกา หรือเทพจตุโลกบาล ผู้คุมทิศเหนือ เป็นเทพที่รับมาจากศาสนาฮินดู ผ่านพุทธมหายานอีกที ชื่อดั้งเดิมก็คือท้าวกุเวร หรือท้าวเวสสุวันนั่นเอง
แม้ว่าเดิมทีท้าวเวสสุวันจะไม่ใช่เทพนักรบเต็มตัว แต่เป็นราชันย์แห่งยักษ์ แต่ก็ถูกปรับเปลี่ยนเมื่อถูกส่งผ่านจากพุทธมหายานของจีน กลายเป้นเทพที่สวมเกราะ ถืออาวุธเต็มตัว พร้อมประจญประจัญข้าศึกทุกเมื่อ บิชามอนเท็นเป็นเทพแห่งการปกปักษ์รักษา คอยขับไล่ภูติผีและสิ่งชั่วร้ายออกไปให้หมด
4. เบนไซเท็น หรือ เบนเท็น(
弁才天 หรือ 弁天) เทพีหนึ่งเดียวในคณะ เชื่อว่ามาจากพระสุรัสวดีของฮินดู
เทพีเบนไซเทนทรงถือพิณญี่ปุ่นที่เรียกว่า บิวะ และเป็นผู้พิทักษ์พระไตรปิฎก ในคัมภีร์ฤคเวท พระสุรัสวดีทรงปราบวฤตระ พญางูที่เก็ยกักน้ำไว้ไม่ให้ตกลงมาบนโลก จึงเชื่อกันว่าเทพีเบนไซเทนทรงมีอำนาจเหนืองูหรือมังกรไปด้วย เบนไซเทนเป็นที่นับถือในบรรดาผู้ทำอาชีพศิลปิน นักแสดง รวมไปถึงเหล่าเกอิชาอีกด้วย
5. ฟุคุโรคุจู(
福禄寿) เทพองค์นี้เชื่อว่ามาจากลัทธิเต๋าของจีนโดยตรง คำว่า ฟุคุ หมายถึง ความสุข โรคุ หมายถึง ความมั่งคั่ง และ จู หมายถึง อายุยืน รวมๆกันแล้วก็คือ วรรณะ สุขะ พลัง นั่นเอง สาธุ
เทพฟุคุโรคุจู มีเศียรยาวสูงเหมือนโฆษณาบวดหาย แสดงถึงความมีอายุยืนและความเฉลียวฉลาด มักวาดไว้คู่กับนกกระเรียนที่เป้นสัญลักษณ์ของความเฉลียวฉลาดและอายุยืนเช่นกัน เชื่อว่าเทพฟุคุโรคุจูมีต้นแบบมาจากนัพรตในลัทธิเต๋า ซึ่งมีชีวิตอยู่ในยุคซ่งเหนือของจีน หรือราว คริศศักราชที่ 960–1127 ภาพของเทพแห่งโชคลาภทั้งเจ็ดในบางภาพ เทพฟุคุโรคุจูก็ถูกแทนที่ด้วยเทพีคิโชเท็นบ้างก็มีเหมือนกัน นอกจากนี้เทพฟุคุโรคุจูยังชื่นชอบการเล่นหมากรุกมาก จึงเป็นที่นับถือในบรรดานักหมากรุก
6. จูโรจิน(
寿老人) เชื่อว่าเป็นเทพที่มาจากลัทธิเต๋าของจีนเช่นกัน บางครั้งก็ถูกจำสับสนกับเทพฟุคุโรคุจู
ชื่อเทพจูโรจิน น่าจะพอแปลได้ว่าเทพผู้เฒ่า มีดาวตัวแทนอยู่กลุ่มดาวกระดูกงูเรือ อันเป้นกลุ่มดาวทางใต้ เชื่อว่าอาจจะมาจากนักพรตที่มีตัวตนอยู่ในช่วงราชวงศ์ซ่งเหนือเช่นเดียวกับเทพฟุคุโรคุจู เทพจูโรจินทรงถือพัดและไม้เท้า ขี่กวางซึ่งเชื่อว่ามีอายุยืนถึง 1500 ปี บางครั้งก็เป็นนกกระเรียน มีเคราหงอกขาวยาวเฟื้อย แสดงถึงความมีอายุยืน มีวรกายเล็ก สูงราว 90 เซนฯเท่านั้น ชื่นชอบสุราเป้นพิเศษ
7. โฮเทอิ(
布袋) เชื่อกันว่าเป็นเทพที่ดัดแปลงมาจากพระสังกัจจาย
เทพโฮเทอิเป็นผู้คุ้มครองเด็ก มีหน้าตายิ้มแย้มมีความสุข หัวล้านและอ้วยพุงพลุ้ย เทพโฮเทอิมีวัตรปฏิบัติเหมือนนักบวชเซน คือสำรวมและสมถะ สวมเสื้อผ้าเก่า และนอนหลับได้โดยเดือดร้อนเรื่องสถานที่ จะเรียกว่าเป้นเทพแห่งความสุขแบบพอเพียงก็คงจะได้ อย่างไรก็ดี เทพโฮเทอิเพิ่งจะได้รับความนับถือในยุคเอโดะนี่เอง พร้อมๆกับการแพร่หลายของศาสนาพุทธนิกายเซน
8. คิชิโชเท็น(
祥天) หรือคิโชเท็นที่กล่าวไปก่อนแล้วตรงเทพฟุคุโรคุจู ซึ่งบางครั้งก็มาแทน ก่อนจะตัดออกไป อาจจะเพราะเห็นว่ามีเทพีเบนเทนเป็นผู้หญิงอยู่แล้วองค์หนึ่ง
เทพีคิโชเท็นเป็นเทพที่แปลงมาจากศาสนาฮินดูเช่นเดียวกับเทพีเบนเทน โดยต้นแบบนั้น คือพระลักษมี มเหสีของพระนารายณ์นั่นเอง
ปีนี้ก็ขอให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับพรไปทั้งเจ็ดประการแปดประการกันไปเลย
เล่าทีละหลายๆองค์นี่โฮเมอร์ก็เหนื่อยเหมือนกันนะเนี่ย...

ภาพประกอบ : เรือมหาสมบัติ「宝船」โดยศิลปินสามท่าน Kuniyoshi Utagawa, - 歌川国芳 , Kunitaka Utagawa- 歌川国貞 และ Hideki Sasei-溪斎英泉 งานภาพพิมพ์บล็อกไม้แบบญี่ปุ่น ผลงานในยุคเอโดะ(ขอบคุณมิตรสหายสำหรับข้อมูลภาพประกอบ)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #23 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 39)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 11:02
    เทพเบนไซเท็น มีอีกชื่อว่า เบนเท็น หรือคะ

    ทำไมเรานึกถึงการ์ตูนเบนเท็นหว่า
    #23
    1
    • #23-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 39)
      14 กันยายน 2561 / 13:01
      ใช่แล้วครับ เบนไซเทนนี่ไปโผล่ในการ์ตูนหลายเรื่องเลย
      #23-1