นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,203 Views

  • 47 Comments

  • 38 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    52

    Overall
    1,203

ตอนที่ 30 : Python งูยักษ์ผู้ปฏิปักษ์กับเทพอพอลโล

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    30 ก.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่าน โฮเมอร์มาแล้วจ้า มาเล่าเรื่องราวสนุกๆให้ท่านได้อ่านกันทุกสัปดาห์ ใครชอบเรื่องราวตำนานเทพเจ้าก็เร่เข้ามาเร้ววว
อย่างที่ได้ฉายโฆษณาไปก่อนหน้านี้ ว่าเดือนนี้โฮเมอร์ได้จัดให้เป็นเดือนแห่งเหล่าร้าย ซึ่งที่จริงไม่ได้เกี่ยวกับเดือนพฤศจิกายนแต่อย่างใด แค่ครึ้มอกครึ้มใจ เห็นว่ายังไม่ค่อยได้เล่าเรื่องราวของอสูรกายและตัวร้ายเท่าไหร่ เลยนึกครึ้มๆอยากเล่าก็เท่านั้นเอง
เอาล่ะ ฝอยไปทำไมให้เสียเวลาเปล่า มาว่ากันถึงตัวร้ายรายแรกของเรากันเลย วายร้ายรายนี้ ได้ชื่อว่าเป็นจ้าวมังกร จอมนาคราชผู้มากด้วยฤทธิ์เดช นามว่าไพธอน(Python)
เดิมทีโฮเมอร์ตั้งใจว่าจะนำเสนอเรื่องของไพธอนต่อจากเรื่องของเลโธผู้เป็นมารดาของสุริยเทพอพอลโล แต่เกิดเหตุบังเอิญให้หยุดงานไป กลับมาก็เล่าเรื่องโน้นเรื่องนี้ เอาเถอะ เอามาเล่าต่อกับไกอาก็ถือว่าต่อเนื่องดีอยู่เหมือนกัน เพราะบางตำนานก็ว่าเจ้าไพธอนนี้เป็นบุตรของพระแม่ธรณีไกอา(อย่างที่เคยบอกไปในตอนของไกอา ว่านอกจากคุณูปการของผืนแผ่นดิน ภัยพิบัติต่างๆ ชาวกรีกก็เชื่อว่าเกิดจากพระแม่ด้วยเช่นกัน)
โดยกำเนิดของไพธอนนั้นไม่แน่ชัดนัก เพราะไม่มีใครรู้ว่าใครเป็นพ่อ แต่เดาว่าแม่คงเป็นเทพีไกอา บางตำนานก็ว่าเกิดมาเองหลังน้ำท่วมใหญ่ที่จอมเทพซุสมีเทวโองการให้ชำระล้างโลกที่โสมมไปด้วยบาปของมนุษย์ยุคสัมฤทธิ์ ไพธอนได้เกิดขึ้นมาจากคราบโคลนที่เน่าเปื่อยย่อยสลายนั่นเอง หรืออาจจะอนุมานได้ว่าไพธอน เกิดจากมวลมหาบาปกรรมที่เอามากวาดมารวมกันด้วยมหาอุทกภัยก็ได้(ล่ะมั้ง)
ไพธอนถูกเอ่ยถึงครั้งแรกใน Homeric Hymns หรือบทสรรเสริญเทพเจ้าที่เล่าโดยมหากวีโฮเมอร์ เมื่อราว 522 ปี ก่อนคริสตกาล ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 33 บท ทั้งนี้อาจจะมีกวีนิรนามรวมอยู่ด้วย แต่ก็เหมาเอาว่าเป็นฝีมือโฮเมอร์ไปซะ แต่ฉบับดั้งเดิมที่ขับขานโดยมหากวีโฮเมอร์นั้นไม่ได้ลงรายละเอียดอะไรนัก กล่าวแค่ว่าอพอลโลได้เข้าไปสังหารงูยักษ์
เวอร์ชั่นต่อมาถูกเล่าโดยไฮจีนัส(Hyginus) นักเขียนในช่วง 64 ปี ก่อนคริสตกาล ได้ใส่รายละเอียดมากขึ้น ผูกเรื่องราวไปว่าเมื่อครั้งเทพีเลโธตั้งครรภ์กุมารและกุมารีน้อย อพอลโล และอาร์เธมิส เทพีเฮราที่โกรธเกรี้ยวสวามี ได้สั่งให้ไพธอนไปตามรังความเทพีเลโธอย่าให้มีความสุข
ด้วยเหตุนี้เอง เมื่ออพอลโลเติบใหญ่เป็นหนุ่มเหน้าวัยฉกรรจ์ เพื่อจะปลดเปลื้องมารดาจากภาระที่ตามรังควาน จึงเดินทางไปยังเขาพาร์นัสซัสอันเป็นที่พำนักของจอมนาคไพธอน
อันว่าจอมนาคาไพธอนนั้น ไม่ได้มีดีแค่ตัวใหญ่โต ตามตำนานกล่าวว่ามันได้อาศัยอยู่ใกล้หินอมมฟาลอส(Omphalos)อันเป็นสะดือโลก โดยที่พำนักของมันคือวิหารนามว่าไพเธีย อันมาจากชื่อไพธอนนั่นเอง และมีนางชีผู้รับนิมิตซึ่งจะมองเห็นอนาคต แต่ตัวไพธอนจะมีญานหยั่งรู้หรือไม่นั้น อันนี้ไม่มีใครลงรายละเอียด
จ้าวมังกรไพธอนเป็นที่ครั่นคร้ามของเหล่าเทพ ไม่มีใครกล้าไปตอแยด้วย แต่อพอลโลซึ่งขณะนั้นยังไม่ได้เป็นเทพ ก้าวเดินดุ่มไปเพื่อจะแก้แค้นที่มันทำทรมานทรกรรมมารดา โดยอาศัยธนูเป็นอาวุธคู่ใจ การต่อสู้เป็นไอย่างดุเดือด กล่าวกันว่าอพอลโลต้องใช้ธนูไปนับร้อยดอกกว่าจะคว่ำเจ้าไพธอนลงได้(อยากรู้ว่าพี่แบกลูกไปได้ไงเยอะขนาดนั้น)
ด้วยวีรกรรมในครั้งนี้เอง ทำให้อพอลโลได้รับฉายาว่าเป็นจอมธนูแห่งสรวงสวรรค์ และเป็นเทพที่เก่งการธนูมากที่สุด(ไม่รู้ว่าในแง่ยิงแม่นหรือยิงเร็ว) และธนูกลายเป็นอาวุธประจำองค์ไป และได้ฉายาอีกว่า ไพเธียส(Pytheus) หรือผู้พิชิตไพธอน
อพอลโลได้เข้ายึดครองวิหารไพเธีย แล้วเปลื่อนชื่อเสียใหม่เป็นวิหารเดลฟี(Delphi) แล้วยึดเอาพลังในการทำนายอนาคตมาไว้เป็นของพระองค์
แต่ข่าวที่ลูกชายไปสังหารจ้าวมังกรไพธอนนั้น ไม่ได้สร้างความดีใจแก่มหาเทพซุสซะทีเดียว เพราะเห็นว่าอพอลโลได้ไปลบหลู่เทพเจ้าโบราณเข้า จึงสั่งให้กระทำพลีกรรม โดยให้จัดมหกรรมเกมกีฬาที่ชื่อไพเธียนเกม(Pythian Games) ซึ่งก็คล้ายโอลิมปิคเกม ที่จัดทุกๆ 4 ปี
ในจุดนี้ มีนักเขียนบางท่านเชื่อว่า เดิมทีไพธอนนั้นอาจจะเป็นลัทธิความเชื่อในดินแดนกรีก ก่อนที่อารยธรรมเฮเลนิคหรือที่คนส่วนใหญ่เรียกอารยธรรมกรีกยุคคลาสสิคจะเข้ามา คล้ายๆจะเป็นความเชื่อเรื่องงูเจ้าที่เจ้าทางอยู่ก่อนแล้วก็เป็นได้
มองในแง่การเปรียบเปรยกับธรรมชาติ ไพธอนนั้นเปรียบได้กับความมืดมนอนธกาล ส่วนอพอลโลในวัยเพิ่งจะเป็นหนุ่ม เปรียบเสมือนยามรุ่งอรุณ แสงสุรีย์เมื่อยามเช้า ก็คือศรนับพันดอกที่ระดมเข้าใส่ไพธอน เพื่อขับไล่ความมืดมิดนั่นเอง


ภาพประกอบ : Apollo Slays Python ผลงานของ Eugène Delacroix ศิลปินชาวฝรั่งเศส วาดในปี ค.ศ. 1850-1851 ตั้งอยู่ในพิพิธภัณท์ Louvre Museum
ภาพแสดงถึงแสงสว่างแห่งปัญญาที่เอาชนะความมืดมนของเหล่าปีศาจร้าย เปรียบเทพอพลอโลเป็นเหมือนแม่ทัพแห่งสรวงสวรรค์ โดยมีเทพองค์อื่นเข้าร่วม ด้านขวามีอาเธนา(เทพีที่สวมเกราะถือหอกและโล่) และเฮอร์เมส(ถือคฑาคาดูซัส)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น