นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,212 Views

  • 47 Comments

  • 42 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    61

    Overall
    1,212

ตอนที่ 31 : Pazuzu จอมอสูรจากเมโสโปเตเมีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ส.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่านที่รักทั้งหลาย โฮเมอร์กลับมาเล่าตำนานสนุกๆให้ท่านฟังเป็นประจำทุกสัปดาห์ ซึ่งสัปดาห์นี้ก็เป็นสัปดาห์ที่สองของเดือนแห่งความชั่วร้ายแล้ว วะฮ่าฮ่าฮ่า(หัวเราะเสียงชั่วร้าย)
แน่นอนว่าตอนนี้เราจะมาขอเล่าถึงวายร้ายกัน ซึ่งวายร้ายในคราวนี้ก็ร้ายระดับตัวพ่อขนาดที่แค่ได้ยินชื่อก็ชวนสยองกันเลยทีเดียว นามกรของวายร้ายที่ว่า ก็คือจอมอสูรพาซูซู(Pazuzu) นั่นเอง วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า กลัวกันมั้ย
พาซูซูเป็นอสูรเก่าแก่จากตำนานของเมโสโปเตเมีย ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อราวห้าพันก่อนโน้น ที่นี่ก็คือจุดศูนย์กลางของโลก
หลายท่านอาจจะแย้งว่าอารยธรรมจีนหรืออารยะธรรมอินเดียก็เก่าแก่เหมือนกัน ทำไมถึงยกให้ดินแดนเมโสโปเตเมียเป็นจุดศูนย์กลางของโลก
เรื่องของเรื่องก็คือ นอกจากความเก่าแก่แล้ว ดินแดนเมโสโปเตเมียยังศูนย์กลางอารยธรรมที่มีการติดต่อแลกเปลี่ยนกับอารยธรรมข้างเคียงอื่นๆ ทั้งอียิปต์และกรีก รวมไปถึงอารยธรรมในเอเชียไมเนอร์ และถูกยอมรับให้เป็นจุดกึ่งกลางโลกมานานกระทั่งเกิดการสำรวจดินแดนใหม่ๆและเข้าใจสันฐานของโลกมากขึ้น กระนั้นฝรั่งก็ยังเรียกตัวเองว่า ชาวตะวันตกหรือยุโรป และเรียกเอเชียว่าตะวันออก ตามการแบ่งจากจุดศูนย์กลางโลก คือเมโสโปเตเมียนี่เอง
ด้วยความที่เป็นศูนย์กลางอารยธรรม เมโสโปเตเมียจึงนับว่าเป็นดินแดนที่มีความวุ่นวายมากที่สุด มีหลากหลายอาณาจักรและชนเผ่าที่รบราฆ่าฟัน ผลัดกันขึ้นเป็นใหญ่จนนับหน้าไม่ไหว ทั้งซูเมอเรียน, อัคคาเดียน, อัสสิเรียน, บาบิโลเนียน ฯลฯ สลับกันขึ้นเป็นใหญ่กันรัวๆ และยังคงวุ่นวายมาจนถึงทุกวันนี้
เอาล่ะ กลับมาว่าเรื่องของจ้าวอสูรพาซูซูกันต่อ
พาซูซู ถูกกล่าวว่าเป็นจ้าวอสูรแห่งสายลม(the king of the demons of the wind) หรือหากระบุให้ชัดขึ้นอีกนิด พาซูซูคือจ้าวแห่งลมหรดี หรือลมตะวันตกเฉียงใต้ ผู้บัญชาเหล่าอสูร และบัญชาสายลมหรดี นำพายุ ความแห้งแล้งและอดอยาก
จอมอสูรอย่างพาซูซูเองก็มีครอบครัวกับเขาเหมือนกันนะ โดยบิดาของพาซูซู เป็นถึงเทพอสูร นามว่า แฮนบิ(Hanbi) และมีพี่ชาย นามว่า ฮัมบาบา(Humbaba) ซึ่งฮัมบาบาถูกนับเป้นศัตรูที่แข็งแกร่งที่สุดของวีรบุรุษชื่อดังอย่างกิลกาเมช(จำได้ว่ามีคนขอเรื่องของกิลกาเมช อดทนรอไปก่อนนะ)
พาซูซูมีสารรูปน่ากลัวสมกับเป็นอสูร โดยมีหัวและเล็บเป็นสิงโต(บางทีก็ถูกระบุว่าเป็นสุนัข) มีลำตัวของมนุษย์เพศชาย โดยเน้นที่อวัยวะเพศอย่างเด่นชัด มีหางเป็นแมงป่องและบางทีก็เป็นงู และมีปีกสี่ปีกกับกรงเล็บเท้าของอินทรี ทั้งแสยะเขี้ยวและโชว์กรงเล็บน่าสะพรึ่งกลัว
แน่ล่ะว่าใครที่เห็นพาซูซูก็ต้องนึกออกได้เลยว่าหมอนี่ตัวร้ายแน่นอน เพราะดูแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรดีสักอย่าง แถมบทบาทที่ทำให้ถูกตราหน้ามากที่สุด ว่าเป็นอสูรผู้ชั่วร้ายที่หลายคนจำได้นั้น มาจากภาพยนต์ฮอลลิวู๊ดเรื่องดัง อย่างหมอผีเอกโซิสต์ (The Exorcist) หนังผีคลาสสิคที่ออกฉายในปี 1973 ซึ่งฉบับนิยายถูกตีพิมพ์ในปี 1971 คนที่อายุสี่สิบอัพน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี
โดยเรื่องราวของหมอผีเอกโซซิสต์ มีเค้าโครงมาจากเรื่องจริง เมื่อเด็กสาวคนหนึ่งถูกอาการ"ผีเข้า" ซึ่งในหนังระบุว่าวิญญาณที่สิงสู่เธอก็คืออสูรยุคโบราณที่ชื่อพาซูซูนี่เอง แล้วก็ออกฤทธิ์ออกเดชมากมาย จนบาทหลวงได้มากำราบ
แต่...นั่นเป็นการเแต่งเติมของภาพยนต์และนิยาย ที่สร้างภาพลักษ์อสูรผู้ชั่วร้ายให้กับพาซูซู รวมทั้งทัศนคติแบบคริสเตียนที่ถือเอาเทพอื่นที่นอกเหนือจากพระเจ้าล้วนแต่เป็นปีศาจไปทั้งหมด ยิ่งหน้าตาอัปลักษณ์ก็ยิ่งสมบทบาทที่ถูกยัดเยียดไปได้ไม่ยาก
อันที่จริงนั้น แม้ว่าพาซูซูจะได้ชื่อว่าเป็น the king of the demons แต่ต้องย้อนกลับไปเข้าใจโลกทัศน์ของชาวเมโสโปเตเมียนในยุคนั้นดูก่อน
ตามตำนานดั้งเดิม จอมเทพเอนกิ(Enki) เห็นว่ามนุษย์หลงระเริงไปกับความสบาย เลยใช้ให้เทพเอนลิล(Enlil) สร้างมหาอุทกภัย เป็นตำนานน้ำท่วมโลกฉบับแรก
เมื่อสร้างน้ำท่วมโลกกวาดล้างมนุย์ไปแล้ว ก็ได้สร้างมนุษย์ขึ้นใหม่ โดยครั้งนี้เทพเจ้าได้สร้างอสรู(Demon) ขึ้นมาเพื่อคอยทรมานมนุษย์ไม่ให้หลงระเริงอีก เหล่าอสูรจึงเปรียบเหมือนทุกข์ที่มนุษย์ต้องเผชิญ อสูรจึงเป็นสิ่งที่เทพเจ้าสร้างขึ้น อีกทั้งความหมายดั้งเดิมนั้น อสูร(Demon) มีความหมายเพียงวิญญาณเท่านั้น ไม่ได้มีความหมายเท่ากับปีศาจเช่นทุกวันนี้
แม้ว่าเทพเจ้าจะสร้างอสูรมาเพื่อทรมานมนุษย์เล่นๆ แต่ก็มีอสูรบางตนที่มีความพิเศษเหนือตนอื่น เช่นพาซูซูเป็นต้น
แม้ว่าหน้าที่หลักๆของพาซูซูจะดูร้าย เช่นนำพาความแห้งแล้งและอดอยาก ทว่าหากบูชาดีๆก็ให้ผลในทางตรงกันข้ามได้เช่นกัน เช่นว่าถ้าไม่ต้องการเผชิญกับความแห้งแล้งและอดอยาก ก็จงบูชาพาซูซูซะ แบบเดียวกับพระพิฆเนศ ผู้เป้นเทพแห่งอุปสรรคและความสำเร็จ
นอกจากนี้ ตามตำนาน พาซูซูยังเป็นคู่ปรับตัวฉกาจของเทวีแห่งความพยาบาท ลามาชตู(Lamashtu) เทวีผู้ลักขโมยเด็กแรกเกิด หรือทำให้หญิงตั้งครรภ์แท้ง เพื่อจะเอาตัวเด็กๆไปสู่สวรรค์ หรือก็คือตายนั่นแหละ ชาวเมโสโปเตเมียจึงบูชาพาซูซูเพื่อให้พิทักษ์เด็กแรกเกิดจากเทวีลามาชตู เรียกว่าเห็นหน้าโหดแบบนี้ แต่จริงๆแล้วก็รักเด็กนะ(แต่เจ๊ลามาชตูเนี่ย ขึ้นชื่อว่าเป็นเทวี แต่หน้าตาเจ๊โหดกว่าพูซูซูอีกนะ)
ความเชื่อในการบูชาอสูรนี้ เป็นเพราะคนสมัยโบราณเชื่อว่า พาซูซูซึ่งมีพลังอำนาจและมีหน้าตาที่ดุร้าย จะช่วยขับไล่ภูติผีปีศาจอื่นไปนั่นเอง แบบเดียวกับวัฒนธรรมในเอเชียเราก็มีเทพเจ้าหน้าตาน่ากลัวหลายองค์ ซึ่งเชื่อว่าสามารถขับไล่ภูติผีปีศาจไปได้
ด้วยเหตุนี้ ความเชื่อเรื่องพาซูซูจึงแพร่หลายไปในชนเผ่าต่างๆในดินแดนเมโสโปเตเมีย ทั้งอัคคาเดียว, ซูเมเรียน ไปจนถึงบาลิโลเนียน ฯลฯ โดยปรากฏรูปสลักและเครื่องรางเป็นจำนวนมาก ผิดกับยุคสมัยใหม่ ที่อิทธิพลของสื่อได้ทำให้พาซูซูกลายเป็นจอมปีศาจผู้ชั่วร้ายไปแบบไม่มีดีจนนิดเดียว
เห็นหน้าร้ายๆ ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเลวเสมอไปหรอกนะ


ภาพประกอบ : รูปหล่อบอรนซ์พาซูซู ราว 800-700 ปี ก่อนคริสตกาล จัดแสงที่พิพิธภัณท์ลูฟว์ ปารีส ประเทศฝรั่งเศส
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #14 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 11:42
    หน้าตาค่อนข้างแปลก แต่ชื่อน่ารักนะคะ พาซูซู
    #14
    2
    • #14-2 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 31)
      4 สิงหาคม 2561 / 13:07
      ไม่เบื่อหรอกครับ มีคนเม้นคนเขียนก็มีกำลังใจ
      #14-2