นิทานก่อนตาย

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 1,514 Views

  • 60 Comments

  • 55 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    82

    Overall
    1,514

ตอนที่ 10 : Apsara นางฟ้าผู้ยั่วยวน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 62
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    21 พ.ค. 61

สวัสดีท่านผู้อ่าน โฮเมอร์กลับมารับใช้ทุกท่านอีกแล้วจ้า
หลังจากอาทิตย์ก่อนได้ดั้นด้นไปหาข้อมูลไกลถึงจังหวัดระยอง ก็ทำให้ได้ข้อมูลที่สำคัญมาอย่างหนึ่ง...นั่นคือ หมอนทองอร่อยกว่าชะนี
เถลไถลนอกเรื่องไปอย่างงั้น มาเข้าเรื่องกันดีกว่า จะว่าไปช่วงนี้ฝนตกบ่อย ดูเหมือนปีนี้จะเข้าหน้าฝนเร็วกว่าทุกปี หรือเทพอพอลโลจะเลิกโปรดเมืองไทยแล้วก็ไม่รู้ อ๊ะ นอกเรื่องอีกละ
เข้าเรื่องๆ จากหลายเรื่องที่สรรหามาเล่าให้ท่านผู้อ่าน พอย้อนกลับไปดูแล้วก็มานั่งคิด ว่าดูเหมือนจะลงรูปหนุ่มเปลือยเยอะไปล่ะมั้ง เลยเกริ่นๆไว้ว่าจะขอเอาเรื่องของสาวๆมาลงมั่ง เลยมาเป็นเรื่องราวที่จะเล่าวันนี้ เรื่องของนางอัปสร หรือนางอัปสรานั่นเอง
ในจักรวาลเทววิทยาของฮินดู โลกล้วนเต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ เหมือนจักวาลมาร์เวลและดีซีที่เต็มไปด้วยผู้มีพลังพิเศษ และเหมือนจักรวาลโกวเล้งและกิมย้งที่เต็มไปด้วยเหลาชาวยุทธ
นางอัปสร หรือเขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า Apsara เป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตมหัศจรรย์ที่ไม่ใช่ทั้งเทพและมนุษย์ กำเนิดของพวกนางมาจากพิธีกวนเกษียรสมุทร เพื่อจะได้น้ำอมฤตที่จะทั้งเพิ่มพลังและสร้างความเป็นอมตะให้แก่ผู้ดื่มนั่นเอง
ในระหว่างการกวนเกษิยรสมุทรก็คล้ายๆกับการจับการ์ดกาชา คือแรนดอมของที่จะออก ไอ้ของที่เทวดาและยักษ์อยากได้คือน้ำอมฤตมันไม่ได้ออกมาแต่แรก และก่อนจะได้น้ำอมฤตก็มีบรรดาสารพัดสิ่งออกมา หนึ่งในนั้นก็คือนางอัปสรนั่นเอง
ชื่อของนางอัปสร มาจากคำว่า อัป แปลว่าน้ำ และคำว่า สร แปลว่า เคลื่อนไหว รวมๆกันคงจะแปลได้ว่าผู้ที่เคลื่อนไหวอยู่ในน้ำ อย่างที่บอก ว่านางได้เกิดจากการกวนเกษียรสมุทร แต่นางไม่ได้เกิดมาแค่สอง-สามนาง หากเกิดมาทีเดียวเป็นล้าน เรียกว่าใครที่ชอบผู้หญิงมากๆ เจอเข้าอาจถึงขั้นหน้ามืดกันเลยทีเดียว(นางคงจะเข้าขั้นพวกการ์ดห่วย แบบจับทีไรก็เจอตลอด)
และด้วยความที่ออกมาจำนวนมหาศาล ดารดาษยิ่งกว่าดาวบนฟ้า แถมของที่ต้องการอย่างน้ำอมฤตก็ยังไม่ออก เทวดาและยักษ์มัวแต่เฝ้ารอน้ำอมฤต ก็เลยไม่มีใครสนใจจะรับพวกนางไว้ชายาเลยสักองค์/ตน นางอัปสรก็เลยนอนเกลื่อนกลาด กลายเป็นของกลางมิได้เป็นของผู้ใดผู้หนึ่งสักองค์/ตน
ด้วยเหตุนี้เอง นางอัปสรจึงถูกใช้เป็นนางบำเรอของเหล่าเทวดา ทั้งร่ายรำและร้องเพลง เสนอสนองตัณหาของเทวดาผู้ชาย ซึ่งตัวนางอัปสรเองก็ขึ้นชื่อในเรื่องความมากรัก และไม่ค่อยจะรักใครจริงอยู่เหมือนกัน คล้ายๆจะเป็นสาวรักสนุก ไม่มีสามีเป็นตัวเป็นตนเท่าไหร่
อย่างไรก็ดี ใช่ว่านางอัปสรจะจะเป็นอิสระเสรีไปซะหมด เพราะตำนานกล่าวว่าพระอินทร์ได้กวาดเอานางอัปสรไปไว้ในวังตัวเองเสียหลายๆนาง บ้างก็ว่าเกือบครึ่ง แต่เอาเป็นว่าเยอะแล้วกัน เพราะนอกจากพระอินทร์จะเอาไว้เสพสุขเองแล้ว ยังเอาไว้มอบให้เทวดาองค์นั้นองค์นี้แทนบำเหน็จ หลายๆครั้งก็ส่งไปทำลายตบะเดชะของบรรดาฤๅษีที่บำเพ็ญฌานจนแก่กล้า จนปริ่มๆว่าจะเป็นภัยต่อสวรรค์ รวมทั้งอีกหลายๆนางก็มักจะได้สามีเป็นคนธรรพ์ กึ่งมนุษย์กึ่งเทพอีกพวกที่ส่วนใหญ่จะเป็นนักร้องนักดนตรี เมียเป็นนักเต้น ผัวเป็นนักดนตรี ก็เข้ากันดี
ในหมู่นางอัปสรนั้น ยังมีการแบ่งแยกกันออกเป็นสองลีก พวกแรกเรียกว่า เลากิกะ เป็นนางอัปสรที่อาศัยอยู่บนโลก(ฝรั่งใช้คำว่า worldly) ถ้าใครมีฌานบารมีสูงก็อาจจะพบเห็น หรือเอานางมาเป็นเมียได้
อีกพวกเรียกว่า ไทวิกะ อาศัยอยู่บนฟ้าบนสวรรค์ เป็นนางอัปสรที่มีความวิเศษ(ฝรั่งใช้คำว่า divine) ประมาณอัปสรชั้นไฮโซ ส่วนมากอยู่ในสังกัดพระอินทร์อย่างที่เล่าไปแล้ว
รูปลักษณ์ของนางอัปสรนั้น มีความสวยงามเย้ายวนใจ โดยมากจะถูกถ่ายทอดมาในรูปลักษณ์สตรีที่สมบูรณ์พร้อมเจริญพันธุ์ นมเป็นนม ตูดเป็นตูด องเอวอรชร แต่ละนางก็ล้วนแต่งามหยดย้อย พวกฤๅษีที่บำเพ็ญตบะมานานจึงมักเสร็จพวกนางแทบทุกคราวไป เหมือนหนุ่มเนิร์ดเจอเด็กดริ๊งก์ประมาณนั้น
โดยรวมๆ นางอัปสรเป็นสาวสวยยั่วยวน ท้องได้ มีลูกได้ แต่อยู่ในสถานะเหนือมนุษย์ คือไม่แก่ไม่หย่อนยาน(อันนี้หนุ่มๆน่าจะชอบ) เหาะเหินได้ บางองค์มีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถจะสาปมนุษย์ได้ เช่นนางอัปสรอุรวศี ที่สาปอรชุนให้เป็นกระเทย เพราะให้ท่าแล้วดันไม่สน แถมมานับญาติว่าเธอเป็นบรรพบุรุษของตน(หาว่าแก่) โดนแบบนี้เจ๊เลยจี๊ด มีดุ้นแล้วไม่ใช้ สาปเป็นกระเทยไปซะเลย


ภาพประกอบ : รูปสลักนางอัปสรกำลังร่ายรำ สลักจากหินทราย จากศตวรรษที่ 12 จากรัฐอุตรประเทศ อินเดีย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

0 ความคิดเห็น