โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,387 Views

  • 158 Comments

  • 145 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8

    Overall
    4,387

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7 ผลประลอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 303
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    31 มี.ค. 60

                โครม! เสียงปะทะดังเลื่อนลั่นสะท้านขวัญ ด้วยการชนเพียงครั้งเดียว เรือมาดลำน้อยก็ไม่อาจทานแรงเจ้าสัตว์ยักษ์ ท้ายเรือถูกยกเชิดลอยพ้นน้ำ ส่งให้อาหลานนักล่าจระเข้กระเด็นกันไปคนละทิศละทาง ทว่าวิบเดียวที่ร่างของหมอจระเข้นามกระฉ่อนจะร่วงลงน้ำ หมอก็พุ่งหอกสวนเข้าใต้คางที่เปิดหราของเจ้าอสุรกายเป็นการตอบโต้ ฤทธิ์ของหอกสัตตะโลหะเลิศล้ำสมคำล่ำลือ มันทะลุทะลวงเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย เสียแต่จังหวะนั้นอาจารย์ไกรกำลังพลัดตกน้ำ ทำให้พลาดเป้าไม่เข้าจุดตาย กลับเบี่ยงทะลุออกไปทางเบ้าตา แทนที่จะตัดก้านสมอง

                จระเข้เจ้าแม้เสียตาไปข้างหนึ่งก็ไม่ทำให้สิ้นฤทธิ์ แต่ความเจ็บปวดบาดแผลและหอกที่เสียบคาก็เป็นอุปสรรค เชือกที่ผูกด้ามหอกโยงเข้ากับเรือ ทำให้เจ้าสัตว์ร้ายไปไหนไม่สะดวก หากไม่สลัดหอกที่ปักคาออกไป มันจึงพยายามสะบัดดิ้นรน หมุนตัวเป็นควงสว่าน หวังให้พ้นจากพันธนาการ

                “อ้ายทอง ว่ายมาทางนี้เร็ว !” ชายร่างกำยำสั่งหลานชายที่อยู่ใกล้จระเข้เจ้ามากว่าให้ว่ายมาทางตน แม้ไม่อาจจัดการจระเข้เจ้าได้ในทีเดียว หากการโจมตีในจังหวะสุดท้ายก็น่าจะพอยื้อเวลาให้ทั้งคู่หนีขึ้นฝั่งได้ทัน

                ขณะเจ้าทองเริ่มว่ายออกมาได้ไม่นาน จระเข้เจ้าก็พ้นจากพันธนาการ เรี่ยวแรงของมันเกินกว่าที่คาดคะเนไว้มาก มันโหมกำลังควงตัวเป็นสว่านจนด้ามหอกหักสะบั้น ทันทีที่เป็นอิสระ เจ้าสัตว์ร้ายก็ปราดเข้าหามนุษย์ทั้งสอง

                “อ้ายทอง ดำน้ำโว้ย !” อาจารย์ไกรร้องสั่ง เมื่อเห็นว่าจระเข้เจ้าคงถึงตัวหลานชายก่อน เด็กหนุ่มทำตามอย่างรวดเร็ว ดำลงไปใต้น้ำก่อนเงามหึมาจะเข้าถึงตัวเพียงอึดใจ พร้อมกันนั้น อามันก็เร่งตีน้ำดึงความสนใจ จระเข้เจ้าจึงเลยผ่านเด็กหนุ่มร่างบาง ปรี่เข้าหาชายผู้กำยำแทน

                อาจารย์ไกรตั้งสติมั่นเมื่อเผชิญกับสัตว์ร้ายร่างมหึมาที่มาพร้อมกับคมเขี้ยวนับสิบ จระเข้เจ้าโบกหางอันทรงพลัง นำพาเรือนกายอันใหญ่โตแหวกผ่านผืนน้ำจนเกิดระลอกคลื่น มันเผยอปากอวดเขี้ยวขาววับ หวังจะงับร่างที่ขวางตรงหน้าให้แหลกยับในชั่วกลืน หากจังหวะที่ขากรรไกรสบเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนเกิดคลื่นอากาศ หมอจระเข้ผู้เจนจัดก็ทุ่มกำลังว่ายหลบออกข้างในพริบตา ทำเอาจระเข้เจ้าพลาดเป้าหมาย

                เมื่อหลบการโจมตีได้ พรานผู้มากประสบการณ์ก็ไม่ปล่อยโอกาสให้สูญเปล่า พลิกกายเข้ารัดปากจระเข้เจ้าด้วยสองแขนกำยำ มือสองมัดกันแน่นเป็นเงื่อนมิให้คลาย แม้ว่าไม้ตายก้นหีบนี้จะเคยช่วยให้พ้นภาวะคับขันมานักต่อนัก ทว่าศัตรูรายนี้ก็มีพละกำลังเหนือจระเข้ทั่วไป มือสองของอาจารย์ไกรเริ่มรั้งไว้ไม่อยู่ แต่ก่อนจะเสียที จอมพรานผู้อหังการก็ใช้สองขาช่วยกระหวัดรัดด้วยไหวพริบ

                ครั้งนี้สัตว์ร้ายเจ้าแห่งสายน้ำไม่อาจเปิดขากรรไกรได้ มัดกล้ามขาของอาจารย์ไกรเขม็งเกลียวออกแรงรัดแน่น ทว่าก็ไม่ทำให้จระเข้เจ้าสิ้นฤทธิ์ มันออกแรงสะบัดศีรษะอย่างแรง ทำเอามือที่ยึดปากมันเอาไว้ถึงกับหลุดพรืดในทีเดียว ด้วยแรงเหวี่ยงมหาศาลและความลื่น พรานจระเข้ก็ไม่อาจยึดเจ้าอสุรกายไว้ได้ กระเด็นหวือลอยคว้างไปบนอากาศ ก่อนจะตกลงมากระแทกพื้นเสียงดังสนั่น

                “อั่ก...” ยอดนักล่าจระเข้ส่งเสียงร้องออกมาครึ่งคำ ระบายความเจ็บยอกแทบกระอักจากการกระแทก หากไม่มีเวลาให้พักบรรเทาความคัดยอก เมื่อศัตรูตัวร้ายกระโจนพรวดเดียวตามขึ้นมาบนฝั่ง

                “ครือ...” ร่างดำทะมึนหุ้มด้วยเกราะหนาส่งเสียงในลำคอ มันเองก็คงเจ็บปวดบาดแผลอย่างหนักเช่นกัน ตาที่เหลือเพียงข้างเดียวจ้องมองเขม็งมาอย่างอาฆาต อาจารย์ไกรจ้องตอบ สองนักล่าต่างมองกันแน่วแน่เสมือนกำลังสื่อสารบางอย่าง

                สมรภูมิครานี้เปลี่ยนจากในน้ำขึ้นมาบนบก แม้มิใช่ถิ่นที่จระเข้เจ้าได้เปรียบ ทว่าอาจารย์ไกรก็มือเปล่าไร้อาวุธที่จะต่อกรกับคมเขี้ยวและเกราะหนา และถึงแม้มันจะมีเรือนกายใหญ่โต หากชายฉกรรจ์ผมหงอกขาวก็รู้ดีว่ามันสามารถเร่งความเร็วได้เกินคาดในชั่วระยะเวลาสั้น ๆ จึงนับเป็นการเผชิญหน้าที่ต้องชิงไหวชิงพริบเป็นอย่างยิ่ง

                ชายฉกรรจ์ผมหงอกขาวลองขยับวนออกซ้าย พยายามเข้าหาทางตาข้างที่บอดของสัตว์ยักษ์ พลันอีกฝ่ายก็ขยับคุมเชิงทันกัน พร้อมกับอ้าปากอวดเขี้ยวแหลมคมทั้งส่งเสียงขู่ ที่ด้านหลังของชายร่างกำยำ คือต้นมะขามใหญ่และศาลเพียงตา ปิดกั้นเส้นทางที่จะหลบหนี

                อาจารย์ไกรก้าวเพื่อหาจังหวะอีกหน ทว่าเหมือนจะสะดุดรากไม้ทำให้เสียจังหวะหน่อยหนึ่ง พริบตานั้นจระเข้เจ้าก็ปลดปล่อยกำลังร้าย โจนทะยานออกไปรวดเร็วผิดกับร่างอันมหึมา ขากรรไกรเปิดออกกว้างเตรียมงับเหยื่อเต็มที่ คมเขี้ยวนับสิบสบประสานกันในชั่ววิบเดียว ก่อเกิดคลื่นอากาศกังวาน หากสิ่งที่อยู่ภายใต้คมเขี้ยวกลับไม่ใช่ร่างอาจารย์ไกร !

                ในชั่วที่สัตว์ร้ายพุ่งเข้าโจมตี ก็เท่ากับมันตกหลุมพรางนักล่าแห่งลุ่มเจ้าพระยาซึ่งรอจังหวะนี้อยู่แล้ว พริบตาที่จระเข้เจ้าโจมตี กลไกการป้องกันตัวตามสัญชาติญาณบังคับให้มันกระพริบตาจึงมองไม่เห็น และชั่วเวลานั้นเองที่หมอจระเข้มือฉมังได้โยนบ่วงเชือกเข้ารัด และเป็นสัญชาติญาณอีกเช่นกันที่ทำให้จระเข้เจ้าปิดขากรรไกโดยไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่างับสิ่งใดลงไป

                “เอ้า ! หมุนตัวสิ !” อาจารย์ไกรร้องสั่ง ซึ่งอีกฝ่ายก็ทำตามคล้ายต้องมนต์สะกด หากแท้จริงแล้วเป็นความพยายามที่จะกัดและบิดเพื่อสลัดให้หลุดจากบ่วงเชือกที่หมอจระเข้คล้องขากรรไกรของมันเอาไว้ แต่การดิ้นรนนั้นกลับยิ่งทำให้เชือกรัดแน่น

                การต่อสู้เหมือนจะรู้ผลกันแล้ว หากหมอจระเข้ผู้ยิ่งยงก็ยังไม่คลายใจดี ด้วยกำลังของจระเข้เจ้านั้นดั่งปีศาจร้าย มันยังคงหมุนตัวควงสว่านอยู่บนพื้นดิน สลับกับการเหวี่ยงสะบัดศีรษะให้พ้นพันธนาการจนฝุ่นฟุ้งตลบดุจพายุบ้า เชือกที่รัดแน่นส่งเสียงเอียดอาดน่าหวั่นเกรง ขณะที่ต้นมะขามเฒ่าอายุนับร้อยซึ่งยึดเชือกเอาไว้ก็สั่นโอนตามกำลังของสัตว์ร้ายจนทิ้งใบร่วงกราว

                นี่เป็นแผนสำรองที่อาจารย์ไกรได้เตรียมไว้เพื่อจับจระเข้เจ้า หากการพุ่งหอกล่าบนเรือไม่ประสบผล ลานดินหน้าศาลเพียงตาก็เป็นจุดสุดท้ายที่จะใช้รับมือ ซึ่งภายในศาลมีเชือกประกำเก็บรักษาเอาไว้อยู่ในสภาพดี ทำจากหนังควายควั่นเป็นเกลียว เหนียวทนทานถึงขนาดล่ามช้างยังไหว ซึ่งหนุ่มใหญ่นักล่าจระเข้จากแดนไกลได้จุดธูปบอกกล่าวขอนำมาใช้ไว้ล่วงหน้า และด้วยความทนทานของมัน จึงไม่หวั่นแม้จระเข้เจ้าจะออกแรงดิ้นรนอย่างหนัก

                ไม่นานทุกอย่างก็สงบลงตามที่หมอจระเข้ผู้ชำนาญคาดไว้ เจ้าสัตว์ยักษ์เกราะหนาถึงจะเร่งกำลังได้มาก ทว่าก็เป็นเพียงชั่วเวลาสั้น ๆ มันจำเป็นต้องพักเพื่อจะรวมกำลังใหม่ ยามนี้จระเข้เจ้าที่ผู้คนยำเกรงจึงตกอยู่ในสภาพสิ้นฤทธิ์ ทำได้เพียงพ่นลมหายใจแรง ๆ ส่งเสียงครางทุ้มต่ำในลำคอแสดงอาการโกรธเกรี้ยว เพื่อจะควบคุมสัตว์ยักษ์ให้สิ้นเชิง ชายผู้กำยำรีบกระโดดขึ้นคร่อมเจ้าสัตว์ยักษ์ ทับมันเอาไว้ด้วยน้ำหนักตัว ถอดเสื้อยันต์มาปิดตาให้มันสงบลง

                “พ่อครู” เจ้าทองที่เพิ่งว่ายขึ้นฝั่งร้องดีใจที่เห็นอามันพิชิตจระเข้เจ้าได้ จากที่กังวลว่าจะเสียท่า

                “อ้ายทอง ไปงมหอกมา ตามเรือมาด้วยล่ะ จะได้จัดการให้สิ้นเรื่องเสียที” อาจารย์ไกรสั่งหลานชาย บัดนี้จระเข้เจ้าถูกควบคุมไว้อยู่มือแล้ว เหลือเพียงลงหอกเข้าจุดตายก็เป็นอันเสร็จเรื่อง

                หนุ่มน้อยร่างเปรียวรีบทำตามที่อาสั่ง งมหอกที่หักครึ่งมาได้พร้อมกับจูงเรือมาด้วย แต่ความรีบร้อนและขาดประสบการณ์ เด็กหนุ่มวิ่งร่าถือหอกจะส่งให้อาโดยประมาทว่าจระเข้เจ้าสิ้นฤทธิ์แล้ว จึงตัดตรงเข้ามาไม่ระวัง ฉับพลันสัตว์ที่คิดว่าคงหมดแรงแล้วก็โบกหางอันใหญ่โต ฟาดใส่เจ้าหนุ่มจนสลบในทีเดียว

                “อ้ายทอง !” ผู้เป็นอาตะโกนเรียกหลานชายด้วยความเป็นห่วง ส่ายหัวระอากับความไม่เดียงสาของมัน เรื่องที่ทำท่าว่าจะลงเอยง่าย ๆ ก็เลยพลอยยุ่งไปอีก หลังจากนี้คงต้องฝึกเจ้าหลานชายให้เข้มงวดยิ่งขึ้น...

 

                ...หนุ่มน้อยใบหน้างามถลันลุกขึ้นทันทีที่ได้สติ รู้สึกเหมือนเพิ่งสลบไปเพียงพักเดียวเท่านั้น พอจำได้ว่ากำลังรีบร้อนนำหอกไปให้พ่อครู มันก็ตาลีตาลานคว้าหอกออกวิ่งทั้งที่ยังยืนไม่ติด จนล้มคว่ำคลานกับพื้น

                เจ้าทองพยายามรวบรวมสติ แก้มปลั่งขาวนวลปรากฏรอยแดงเป็นปื้นจากแรงฟาดหางของจระเข้เจ้า เลือดกำเดาสีแดงสดไหลออกทางจมูกตัดกับผิวขาวสะอาด ดูท่าทางสมองจะกระทบกระเทือนไม่น้อย กระนั้นก็ยังพยายามบอกพ่อครูว่าจะรีบนำหอกสัตตะโลหะไปให้ ทว่าทันทีที่หันทางทิศซึ่งจำได้ว่าอาของมันขึ้นคร่อมเจ้าอสูรร้าย ภาพตรงหน้าก็ทำให้เด็กหนุ่มงงงัน...

                ...ครั้งสุดท้ายที่เจ้าทองมองไปยังจุดนั้นก่อนจะหมดสติ พ่อครูของมันสยบจระเข้เจ้าไว้ได้แล้ว โดยจระเข้เจ้าดิ้นรนจนเชือกประกำรัดปากแน่นไม่อาจเผยอ...แต่นี่มันอะไร...ภาพตรงหน้ายามนี้กลับตาลปัตรกันหมด...

                ...เชือกประกำที่เคยรัดจระเข้เจ้า บัดนี้เปลือยเปล่า สัตว์ร้ายที่ถูกพันธนาการกลับหายวับไป และร่างที่นอนอยู่กับพื้นกลายเป็นอาจารย์ไกรหมอจระเข้นามระบือ บัดนี้สิ้นเรี่ยวแรงนอนหายใจแผ่ว ที่คอถูกกัดเหวอะ ลูกกระเดือกหลุดออกไป เลือดพุ่งทะลักออกมาเป็นสาย ไหลนองจนท่วมพื้นดิน

                มีร่างหนึ่งยืนค้ำอาจารย์ไกร แลคล้ายเงาทะมึนสูงใหญ่ ดูบึกบึนล่ำสันยิ่งกว่า ผิวของมันดำเลื่อมเป็นเงา มีรอยเกล็ดหรือแผลเป็นที่ดูละม้ายร่างแหอยู่เต็มแผ่นหลัง  บนศีรษะมีผมสั้นกร้อ รวมเป็นขดตะปุ่มตะป่ำดูไม่คล้ายเส้นผม ชั่วครู่หนึ่งมันก็หันมา...ที่ปากมีเลือดแดงฉาน มันคาบลูกกระเดือกของอาจารย์ไกรเอาไว้ก่อนจะกลืนลงไป สายตาที่จับจ้องมายังเจ้าทองดูดุร้ายราวกับสัตว์ป่า

                เจ้าทองขนลุกซู่ ตัวสั่นสะท้านจนไม่กล้าขยับ แม้ใจอยากจะรีบไปช่วยอา แต่ขากลับสั่นจนก้าวไม่ออกราวถูกตรึงกับพื้น เมื่อเจ้าอมนุษย์เดินตรงมาช้า ๆ เด็กหนุ่มยิ่งกลัวลนลาน ตัวแข็งทื่อขยับไม่ได้ เหงื่อซึมกายได้แต่กำหอกในมือแน่น

                จระเข้เจ้ามันแปลงเป็นคนได้...

                เรื่องเล่าลือผุดขึ้นมาจากความทรงจำ...หรือว่าจะเป็นเรื่องจริง !

                เปรี้ยง ! เสียงปืนคำรามลั่นดังสะท้าน เจ้าทองสะดุ้งสุดตัว ขวัญคืนกลับมา ขณะที่ร่างดำทะมึนเซปัดเพราะคมกระสุน แต่คงไม่เข้าจุดสำคัญ จึงหันกลับกระโจนลงน้ำอย่างรวดเร็ว

                “น้าเกลี้ยง เอาปืนอีกกระบอกมาเร็ว !” เสียงที่ได้ยินคุ้นหูเจ้าทองยิ่งนัก เมื่องมองไปก็เห็นหญิงสาวที่พบในบ้านเจ้าสัวกำลังรับปืนกระบอกใหม่จากพี่เลี้ยงคนสนิท แต่ช้าไป ร่างที่ไม่คล้ายมนุษย์ดำหายลงไปในน้ำได้สักพักแล้ว ทิ้งเพียงระลอกคลื่นกระทบฝั่ง สตรีนางนั้นกระโจนลงจากที่ซุ่ม พยายามติดตามประทับปืนพร้อมยิง แต่เมื่อเห็นว่าไม่ทันการณ์แล้วจึงหันมาทางเจ้าทองแทน

                “นี่ เป็นอะไรบ้างหรือเปล่า ?” เธอถามห้วน ๆ ถอดนิ้วจากไกปืน

                เจ้าทองมิได้ตอบอันใด คล้ายสติไม่อยู่กับตัว มันรีบวิ่งไปที่ร่างผู้เป็นอา ใช้สองมือน้อย ๆ พยายามปิดปากแผล ร้องอย่างสิ้นหวัง

                “พ่อครู ฉันมาช่วยแล้ว แข็งใจเอาไว้ก่อนนะ”

                ไม่มีปฏิกิริยาตอบกลับจากร่างที่กำลังสิ้นใจ กระนั้นเด็กหนุ่มก็ยังคงกดปากแผลไว้มิคลาย หญิงทั้งสองที่โผล่มาช่วยมันไว้มองหน้ากันอย่างนึกเวทนา

                “น้าเกลี้ยง รีบไปบอกทุกคนเถอะว่าอาจารย์ไกรสิ้นแล้ว ระวังพวกจระเข้ด้วยล่ะ” สตรีซึ่งเยาว์กว่าบอกพี่เลี้ยง อีกฝ่ายวิ่งไปตามที่สั่ง จึงเหลือเพียงเธอที่อยู่เป็นเพื่อนเด็กหนุ่มต่างถิ่น หากมิได้เอื้อนเอ่ยอันใดแก่กัน เจ้าทองยังคงกดปากแผลให้พ่อครูของมัน ฝ่ายหญิงสาวจึงทำได้เพียงถืออาวุธคอยระวังภัย

 

                จระเข้นับร้อยต่างมาปรากฏตัวที่ปากคลองซึ่งปิดประตูเป็นด่านกั้นเอาไว้ แลมืดทะมึนคล้ายแม่น้ำถูกถม หมื่นเสือและชาวบ้านที่อาสามองภาพตรงหน้าแล้วให้รู้สึกครั่นคร้าม ด้วยพวกตนมีเพียงแค่สิบกว่าคนเท่านั้น ที่คอยปักหลักขวางพวกมันไม่ให้ผ่านเข้าไปในคลอง ส่วนเจ้าสัวที่ตามมาสังเกตการณ์แต่แรกนั้นถอยไปคอยตรงกอไผ่ที่เป็นเนินสูงตั้งแต่ตอนที่เห็นพวกจระเข้มาออกันมากขึ้น

                แม้ว่าเจ้าพวกสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำเหล่านี้มารวมกันมากขึ้น ทว่าพวกมันก็ไม่ได้พยายามข้ามฝ่าแนวป้องกัน จนหมื่นเสือและชาวบ้านพากันแปลกใจ แต่ครู่ต่อมาทุกอย่างก็กระจ่าง เมื่อชาวบ้านคนหนึ่งร้องขึ้น

                “จระเข้มันผ่านเข้าคลองไปแล้ว !

                ทุกคนหันมองตาม เห็นจระเข้ยาวร่วมสองวาว่ายลึกเข้าไปในคลอง

                “ริยำแล้ว ! พวกมันมุดลอดใต้ประตูไป !” ชายเจ้าของแขนเทียมตะโกนอย่างขุ่นเคือง ยกปืนขึ้นประทับเตรียมยิงเจ้าสัตว์ร้ายที่เพิ่งผ่านไป ทว่าเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นอีก

                “หมื่นเสือ ทุกคน อาจารย์ไกรตายแล้ว...ถูกจระเข้เจ้าฆ่า !” เป็นนางเกลี้ยง พี่เลี้ยงของตะเภาทองวิ่งมาบอก พอได้ยินเท่านั้น พวกที่เฝ้าปากคลองก็พากันรวนเร จนผู้รั้งเมืองสั่งให้ทุกคนละทิ้งที่มั่น เพราะไม่มีประโยชน์ที่จะเฝ้าอีกต่อไป

                “นังเกลี้ยง เอ็งออกมาทำอะไรถึงนี่ แล้วลูกข้าล่ะ ?”เจ้าสัวรีบถามถึงบุตรสาวทันที

                “เอ่อ...คุณหนูอยู่เฝ้าศพอาจารย์ไกรที่สุดปลายคลองเจ้าค่ะ” สาวใช้อิดเอื้อนก่อนจะตอบ เมื่อทราบดังนั้นเจ้าสัวและคนอื่น ๆ ก็รีบติดตามไปทันที

 

                ชายเชื้อจีนร่างอ้วนใหญ่เดินทางมาถึงศาลเพียงตาข้างมะขามเฒ่าด้วยความทุลักทุเล โดยอาศัยไม้เท้าและบ่าวไพร่ช่วยพยุง ที่ลานโล่งนั้น ทุกคนได้เห็นชายผู้เคยทะนงองอาจนอนแผ่ราบสิ้นใจ ที่คอมีแผลเหวอะหวะ ลูกกระเดือกถูกกัดหายไป เลือดไหลท่วมตัว

                ข้างศพหมอจระเข้นามระบือ คือหนุ่มน้อยหลานชายซึ่งนั่งคุกเข่าก้มหน้า หมดสิ้นความหวังจะช่วยผู้เป็นอา และใกล้กับเจ้าหนุ่มคือตะเภาทองบุตรสาวเจ้าสัว ยืนถืออาวุธปืนคอยเฝ้าระวัง

                “นังหนู เอ็งออกมาทำไมฮึ ! กลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย !” เจ้าสัวดุทันที หากบุตรสาวไม่มีทีท่าสะทกสะท้าน กลับเชิดหน้าใส่ หันไปบอกพี่เลี้ยง

                “น้าเกลี้ยง เรากลับกันเถอะ”

                หญิงรับใช้หันไปมองเจ้าสัวอย่างลังเลหน่อยหนึ่ง ก่อนจะรีบตามคุณหนูของตนกลับไป

                เมื่อบุตรสาวและหญิงรับใช้เดินลับไป เจ้าสัวก็พยายามถามเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเจ้าทอง แต่เด็กหนุ่มก็เอาแต่ก้มหน้านิ่ง คล้ายไม่มีสติพอจะเล่า เจ้าสัวจึงสั่งบ่าวไพร่ให้ช่วยกันย้ายศพอาจารย์ไกรไปไว้ที่วัดเสียก่อน ส่วนเรือมาดเข็นขึ้นแห้งข้างศาลเพียงตาไปพลาง ขณะที่ย้ายศพอาจารย์ไกรนั้น พวกจระเข้ก็เริ่มเข้ามาออกันเต็มคลองแล้ว

 

                เป็นเวลาบ่ายเศษ ศพของอาจารย์ไกรก็ถูกนำมาถึงศาลาวัด เจ้าทองเองก็ตามมาคุกเข่าข้างศพไม่ได้พูดอะไรอยู่เช่นเดิม เสียงพึมพำดังขึ้นจากชาวบ้านที่มามุงรอบ ๆ พูดกันไปต่าง ๆ นานา

                “เวรกรรม ครั้งนี้นึกว่าจะปราบจระเข้เจ้าได้ ขนาดอาจารย์ไกรยังเอาตัวไม่รอด แล้วจะมีหมอจระเข้คนไหนกล้ารับอาสากันล่ะนี่” ชาวบ้านคนหนึ่งวิจารณ์อย่างสิ้นหวัง

                “อย่างที่เขาว่ากันล่ะนะ หมอตะเข้ก็ต้องตายเพราะตะเข้” อีกคนเสริม

                “แต่ฉันว่าจระเข้เจ้ามันไม่ใช่จระเข้ธรรมดาเสียแล้ว พวกเราดูสิ รอยกัดที่คออาจารย์ไกรมันรอยฟันคนชัด ๆ แล้วตอนที่ไปเจอศพ มีเชือกถูกทิ้งไว้ ฉันว่าอาจารย์ไกรคงมัดจระเข้เจ้าเอาไว้ แต่มันแปลงเป็นคนเลยหลุดจากบ่วงรัด อาจารย์ไกรไม่ทันระวังตัวถึงได้เสียท่ามัน นี่ละน้า ใคร ๆ ก็บอกว่าจระเข้เจ้าแปลงเป็นคนได้ แต่แกก็ไม่ยอมเชื่อ เลยต้องมาสังเวยชีวิต” ข้อสังเกตดังกล่าวยิ่งกระพือเรื่องเล่าในทางอภินิหาร ซึ่งครั้งหนึ่งอาจารย์ไกรเคยปรามาสว่าเป็นเรื่องไร้สาระ

                เจ้าทองได้แต่ฟังผ่านหู ไม่รู้จะตอบโต้อันใด เพราะตัวมันเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเหตุไรการณ์จึงกลับพลิกผันเพียงนี้ เมื่อพ่อครูก็ทำท่าว่าจะกำชัยอยู่แค่เอื้อมแต่กลับต้องมาพลาดท่า แล้วจระเข้เจ้าหลุดจากบ่วงเชือกได้อย่างไร ไหนจะบุรุษปริศนาที่ดูประหนึ่งครึ่งคนครึ่งจระเข้นั่นเล่า ยิ่งคิดก็ยิ่งสับสนงงงวยไปหมด

                “งวดนี้ฉันว่าพวกเราคงจบสิ้นกันแล้วแน่ ๆ ลงอีแบบนี้ฉันคงต้องย้ายหนีอ้ายเข้ไปอยู่เมืองอื่นแทนแล้วว่ะ” ชายอีกคนบ่น แต่แล้วก็ต้องสะดุ้ง ตัวสั่นหน้าซีด เมื่อเห็นว่าที่เจ้าเมืองพร้อมสมุนก้าวขึ้นมาบนศาลา

                “ไหน ? อ้ายหน้าไหนมันคิดจะหนี ข้าจะได้ฟันให้มันให้ตายกันทั้งบ้าน จำไว้นะว่าเมืองนี้ต้องไม่มีใครย้ายหนี” ชายใบหน้าเหี้ยมเกรียมผู้ปกครองเมืองกำชับเด็ดขาด ก่อนจะเดินมาใกล้ศพอาจารย์ไกร

                “ถุย ! นี่หรือวะ หมอจระเข้มือหนึ่ง ก็แค่ราคาคุย นึกว่าจะแน่” หมื่นเสือถ่มน้ำลายลงพื้น กล่าวดูถูก กิริยาเช่นนั้นทำให้เด็กหนุ่มที่ก้มหน้านิ่งถึงกับหันขวับ จ้องมองเขม็ง

                “อ้ายหน้าอ่อน เอ็งมีปัญหาหรือวะ อาเอ็งมันไร้ฝีมือ แถมทำพวกข้าเสียเวลาเปล่า ถ้าหมดธุระก็รีบไปจากเมืองนี้ได้แล้ว อยู่ก็เกะกะพวกข้า” หมื่นเสือยังคงพูดจาดูถูก จ้องมองกลับมา เป็นเจ้าทองที่หลบตาไม่กล้าปะทะด้วย แค้นใจนักที่มีคนพูดจาหยามอาซึ่งมีบุญคุณท่วมหัว หากตัวมันกลับไม่กล้าตอบโต้เพราะรู้ว่ากำลังน้อยกว่าเขา ทำได้แต่ทนก้มหน้ากำหมัดแน่น

                ข้างฝ่ายชายผู้รั้งเมืองครึ่งหนึ่งรู้สึกสาแก่ใจที่ได้หยามศพอาจารย์ไกรที่เคยสร้างอายให้ แต่อีกครึ่งก็มิวายกังวลเรื่องจระเข้เจ้า แม้จะเคยคิดหาวิธีกำจัดสองอาหลานเอาไว้หลังปราบจระเข้เจ้าได้แล้ว หากเมื่อเป็นเช่นนี้ก็เท่ากับว่าต้องกลับไปเริ่มต้นหาคนมาปราบจระเข้เจ้าอีกรอบ พอคิดถึงเรื่องยุ่งยากดังกล่าว ชายผู้เสียแขนให้กับจระเข้เจ้าก็หมดอารมณ์จะมัวเล่นสนุกกับศพอดีตคู่อาฆาต รีบเดินกลับไปโดยทิ้งเจ้าเด็กหนุ่มต่างถิ่นให้เฝ้าศพอามันต่อไป

                เมื่อหมื่นเสือและลูกสมุนจากไปแล้ว ชายเชื้อจีนร่างอ้วนก็เดินเข้ามาพูดจาปลอบโยนเด็กหนุ่มอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะยื่นเงินให้

                “เอ็งเอาเงินนี่ไว้ทำศพอาเถอะนะ”

                เจ้าทองเงยหน้าขึ้นมอง ครั้นรับเงินแล้วอีกฝ่ายก็พูดต่อ

                “ส่วนเรือสำปั้นที่จอดในสวนบ้านข้า เอ็งก็รีบ ๆ เอาไปเสียล่ะ ข้าไม่อยากให้หมื่นเสือเข้าใจผิด ถ้าไม่มาเอาคืนข้าก็จะยึดล่ะนะ”

                เด็กหนุ่มฟังแล้วหัวเราะเบา ๆ จ้องหน้าเจ้าสัวนิ่งไม่พูดอะไร นึกไปถึงคำที่เคยรับปากจะยกลูกสาวให้ทั้งเรียกมันว่าลูกทุกคำ มาบัดนี้กลับเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ สมกับที่อามันเคยเตือนว่าคนคนนี้ดูเจ้าเล่ห์ไว้ใจไม่ได้ มาครั้งนี้จึงได้เห็นน้ำใจกันจริง

                ครั้นเห็นเจ้าทองนิ่งเงียบเหมือนเป็นใบ้ เจ้าสัวก็เดินบ่นกลับไป ไม่เหลียวมามองอดีตว่าที่ลูกเขยอีก เหลือชาวบ้านอีกไม่กี่คนที่อยู่จับกลุ่มซุบซิบเรื่องราวที่เกิดขึ้น จนเวลาเย็นย่ำก็แทบจะเหลือเจ้าทองอยู่คนเดียว

                “โยมก็หักใจเสียเถิดนะ อาจารย์ไกรเขาไปสบายแล้ว คืนนี้ก็นอนที่ศาลานี่แหละ พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที” เจ้าอาวาสเข้ามาปลอบใจ เมตตาให้เจ้ากำพร้าอาศัยไปพลางก่อน

                บรรยากาศโดยรอบเงียบสงัด เหลือเพียงเจ้าทองกับศพอาจารย์ไกรบนศาลาวัด เสียงพระตีระฆังบอกเวลาทำลายความเงียบไปชั่วครู่ แล้วความสงัดก็เข้าครอบครองอีก ดวงอาทิตย์ลาลับขอบฟ้า ความมืดโรยตัวลงมา มองไปทางไหนก็มืดมิดไปหมด หนุ่มน้อยซบหน้าลงกับอกอา ร่ำไห้ด้วยความอาลัยรัก ดวงตาของอาจารย์ไกรยังเบิกโพลง คล้ายมีเรื่องกังวลหลายอย่างจนไม่อาจตายตาหลับ ฤาจะนึกห่วงหลานชายที่ต้องอยู่ต่อไปตามลำพัง

                เด็กหนุ่มผู้อาภัพ ชะตาต้องเป็นกำพร้าซ้ำหนสอง เสียพ่อแม่แท้ ๆ แล้วยังไม่วาย อาผู้อุปการะจนเปรียบได้ทั้งพ่อและครูผู้สั่งสอนก็มาเสียไปอีก ครั้งนี้มันมืดมนนัก มองอนาคตต่อไปไม่เห็น ทำได้เพียงร้องไห้น้ำตานอง คว้ามือผู้เป็นอามากุมไว้ มือหยาบใหญ่แข็งแรงนี้ครั้งหนึ่งเคยอุ้มชู ป้อนข้าวป้อนน้ำให้แก่มันด้วยความเอ็นดู เมื่อระลึกถึงหนหลัง เจ้าทองก็ดึงมืออามาวางบนศีรษะ ลูบหัวเหมือนครั้งยังอยู่ พอมือของอาวางอยู่เช่นนี้ก็ช่วยให้มันรู้สึกอบอุ่นและปลอดภัย จนคล้อยหลับไปทั้งน้ำตา

 

                หนุ่มน้อยร่างบางหลับไปนานเท่าไรไม่รู้ มันตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะแสงไฟ ได้ยินเสียงใครคุยอยู่กับเจ้าอาวาส สักพักร่างหนึ่งก็เดินตรงมาพร้อมแสงไฟที่สว่างขึ้นทุกขณะ เจ้าทองรีบขยับตัวลุกขึ้นจนเห็นหน้าผู้มาเยือน

                สตรีวัยยี่สิบปลาย แลงามสะพรั่งสมวัย บัดนี้หยุดยืนตรงหน้า สายตาทอดไปยังร่างไร้วิญญาณของหมอจระเข้นามระบือ แลยากจะคาดเดาอารมณ์ จ้องมองแน่วนิ่งอยู่อย่างนั้นก่อนจะชำเลืองมาทางเจ้าทองหน่อยหนึ่ง เอ่ยถาม

                “นี่หรือ หลานอาจารย์ไกร?”

                เด็กหนุ่มพูดอะไรไม่ออก ได้แต่พยักหน้ารับ

                “หึ หึ ถ้าเห็นแต่หน้าฉันคงนึกว่าหลานสาว” สตรีนางนั้นหัวเราะเสียงใส กล่าวเป็นเชิงล้อ ก่อนเด็กหนุ่มจะทันตั้งตัว อีกฝ่ายก็รีบตรงเข้าประเด็นทันที

                “รีบเก็บข้าวของเถอะ จะได้ไปจากเมืองนี้กัน”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

8 ความคิดเห็น

  1. #82 Pimmy27pb (@Pimmy27pb) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 21:47
    ขอใบชุบชีวิตอาจารย์ไกรด้วยค่ะ อื้อออน้ำตานอง
    #82
    0
  2. #65 mumi1234 (@eiei1234) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 08:54
    งื้ออออ ไม่อยากให้อาจารย์ไกรตายเลยยย อ่านไปมาเกือบร้องไห้ แงงงงงง
    #65
    1
    • #65-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 7)
      17 กรกฎาคม 2560 / 20:56
      ตอนอาจารย์ไกรนี่คนบ่นเยอะจริงๆ ซัมมอนกลับมาดีมั้ยเนี่ย
      #65-1
  3. #51 minijupiter (@minicandy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 09:51
    ไม่เคยคิดเลยว่าอาจารย์ไกรจะตาย เสียใจ
    ป.ล. เพิ่งเข้ามาอ่านเมื่อคืน เราชอบภาษาที่ใช้มากๆ เลย
    #51
    1
    • #51-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 7)
      21 พฤษภาคม 2560 / 15:27
      ขอบคุณครับ ตามเชียร์พ่อทองต่อแทนแล้วกันนะครับ
      #51-1
  4. #30 Archetype (@Archy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 20:48
    ลึกลับมาก!
    ตอนนี้เริ่มเข้มข้นจริงๆล่ะท่าน

    ปล. ตอนที่สลับมุมมองมาที่ทองหลังตื่นจากสลบ
    แต่ถ้าสวิทมาเป็นมุมสายตาทองเน้นๆตั้งแต่ก่อนสลบ ก็อาจชวนช็อคมากขึ้นนะฮะ
    เพราะมีโดนฟาดไม่ทันตั้งตัวด้วย น่าตกใจดี
    อันนี้แค่คิดเล่นๆน่ะฮะ
    #30
    1
    • #30-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 7)
      7 เมษายน 2560 / 21:45
      ขอบคุณครับ มันไม่มีจังหวะนี่สิครับ เพราะจังหวะนั้นมันเล่ามุมอาจารย์ไกรซะมากกว่า
      #30-1
  5. #29 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 21:10
    ร้องไห้ตามเลยอ่ะ...แล้วแบบนี้เจ้าทองจะอยู่กับใครล่ะในเมื่อพ่อครูก็สิ้นไปแล้ว ทำไมคนเขียนทำเราแบบนี้ ฮือ~

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 1 เมษายน 2560 / 00:26
    #29
    1
    • #29-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 7)
      1 เมษายน 2560 / 20:39
      โอ๋ๆ แกล้งคนอ่านคืองานของนักเขียนครับ 555
      #29-1
  6. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  7. #27 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 20:50
    น้ำตาจะไหล สงสารเจ้าทอง โอ้ยยยลูกเอ้ยย อยากรับมาเปย์ที่บ้านเหลือเกิน /ผิด รอต่อไปค่ะ ด้วยความอาลัย อาจารย์ไกรคนดีของบ่าว ♥ T T

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 31 มีนาคม 2560 / 23:07
    #27
    3
    • #27-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 7)
      1 เมษายน 2560 / 20:37
      เจ้าทองมีเจ๊จะรับไปเลี้ยงแล้วไงครับ
      #27-1
    • #27-3 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 7)
      4 เมษายน 2560 / 20:44
      5555 สงสัยต้องลงชื่อจองแล้วมั้งครับ เอ้า ใครจะรับเจ้าทองไปเลี้ยงมาลงชื่อกันหน่อย
      #27-3
  8. #26 Tance (@king_kisskiss) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 11:16
    คืนอาจารย์ไกรของฉันมาาาา T_T
    #26
    1
    • #26-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 7)
      1 เมษายน 2560 / 20:32
      โอ๋ๆ เดี๋ยวเอาพลาสเตอร์แปะก่อนนะครับ ค่อยเอามาคืน
      #26-1