โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,472 Views

  • 158 Comments

  • 147 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    52

    Overall
    4,472

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6 แผนปราบจระเข้เจ้า(แก้ไข)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 13 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

                ณ จวนผู้รั้งตำแหน่งเจ้าเมืองปากยม ชายหัวล้านรูปร่างเตี้ยล่ำจ้ำเดินด้วยอาการโกรธดังไฟฟอน หน้าตึงเมื่อนึกถึงเจ้าคนต่างถิ่นที่พูดจากล่าวหา ประจานตนต่อหน้าธารกำนัล

                “อ้ายอาจารย์ไกร...เอาไว้ให้จระเข้เจ้าถูกจัดการเสียก่อนเถอะ...” หมื่นเสือคำรามในคอ ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ในที

                หมู่เพิ่มสมุนคู่ใจรีบเข้ามาพะเน้าพะนอ คิดว่าจะได้ความดีความชอบที่คิดข้ออ้างให้นายพ้นข้อกล่าวหา ทว่ากลับไม่เป็นดังหวัง

                “อ้ายเพิ่ม ! เพราะเอ็งแท้ ๆ ไหนบอกว่านังอ่อนมันตายแล้ว ทำไมมันกลับไปตะกายฝั่งร้องให้คนช่วยได้ เกือบซวยกันหมดแล้วไหมล่ะ !” ผู้รั้งเมืองร้องด่า ถีบลิ่วล้อจนร่างปลิว

                “พุทโธ่ ! พี่เสือ ก็ตอนนั้นมันไม่หายใจจริง ๆ ใครจะไปรู้ว่ามันจะฟื้นขึ้นมาอีก แถมรอดจากอ้ายเข้เสียอย่างนั้น แต่เราจะกลัวไปทำไมล่ะพี่ ในเมื่อพยานรู้เห็นว่าพี่ฆ่านังอ่อนก็ไม่มี แถมกรมการก็พวกเราทั้งนั้น มีหรือที่ผิดมันจะย้อนมาถึงตัว” หมู่เพิ่มรีบแก้ตัว แต่เมื่อเห็นผู้เป็นนายเงื้อขาอีกรอบก็ต้องรีบถอยฉาก

                “ไม่มีพยานรึวะ ! ก็อ้ายที่มันบรรยายเป็นฉาก ๆ ให้ชาวบ้านคิดว่าข้าเป็นคนทำนั่นล่ะเรียกว่าอะไร มันเอาผิดเราไม่ได้ก็จริง แต่ถ้าคนอื่น ๆ เกิดเชื่อมันมากเข้าแล้วเรื่องไปถึงหลวงจะลำบาก” หมื่นเสือยังร้องด่าลูกน้อง ไม่คลายกังวลจากผิดที่ทำไว้ เพราะตอนนี้ยังเป็นแค่ผู้รั้งตำแหน่ง หาได้มีตราตั้งอย่างถูกต้อง ทั้งคุณหญิงพุดซ้อนภรรยาอดีตเจ้าเมืองก็ยังเฝ้าจับผิด อาจจะเขียนใบฟ้องส่งให้หลวงเมื่อใดก็ได้

                ขณะที่ชายผู้ทรงอิทธิพลยังคงหงุดหงิดและหวาดระแวงจนไม่เป็นอันทำงาน ครู่หนึ่งลูกน้องก็ขึ้นมาบอกว่าหลานชายอาจารย์ไกรให้ตามไปพบด้วยเรื่องด่วน แม้จะยังมีเรื่องขุ่นใจ แต่หมื่นเสือก็สู้สะกดกลั้นเอาไว้เมื่อเห็นว่าเป็นเรื่องงาน รีบติดตามเด็กหนุ่มไปพร้อมกับลูกน้องอีกสามคน เมื่อตามไปจนถึงที่ก็เห็นหมอจระเข้ลือชื่อกำลังจุดธูปหน้าซากเจ้าสัตว์ร้าย ผู้รั้งเมืองเดินเข้าไปดูใกล้ ๆ ก็ถึงกับผงะ เมื่อเห็นศพจระเข้เต็มวัยที่เหลือเพียงครึ่งตัว

                “นะ...นี่มันอะไรกันอาจารย์ไกร ?” ผู้ทรงอิทธิพลแห่งเมืองปากยมละล่ำละลักถาม

                “เมื่อคืนฉันวางกับดักเอาไว้ เจ้านี่มันมาติดกับ แล้วจระเข้เจ้าก็คงจะมากินมันอีกที” อาจารย์ไกรตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉย

                “จะ...จระเข้มันกินกันเองด้วยหรือ ?” หมื่นเสือยังคงแปลกใจ

                “กินซี พวกนี้มันฟาดเรียบหมดล่ะ แต่ก็ไม่ได้เห็นกันบ่อย ๆ หรอก ยิ่งอีกฝ่ายเป็นจระเข้ตัวโตขนาดนี้กลับถูกกัดขาดครึ่งตัว...อ้ายเจ้านั่นมันปีศาจชัด ๆ” ครานี้น้ำเสียงอาจารย์ไกรออกจะสั่นอยู่ในที ทำเอาทุกคนพากันหนาวเยือกไปตาม ๆ กัน

                “ประเดี๋ยวไปพบกันที่วัดเถอะ เชิญเจ้าสัวไปด้วย ฉันจะหารือเรื่องปราบจระเข้เจ้า งานนี้มันเกินแรงฉันคนเดียวจะรับมือไหว คงต้องให้ทุกคนร่วมแรงร่วมใจกัน” กล่าวจบ จอมพรานแห่งลุ่มเจ้าพระยาก็กระโดดกลับลงเรือพร้อมกับหลานชาย

                “อ้าว อาจารย์ไกร แล้วซากอ้ายตัวนี้เล่า ?” ผู้มีตำแหน่งตะโกนถาม ขณะมองซากจระเข้ที่ถูกทิ้งไว้

                “ฉันยกให้ จะเอามันไปแขวนประจานที่ไหนก็ตามสบายเถอะ” อีกฝั่งตอบกลับมา หน้าที่เผือดสีของหมื่นเสือก็กลายเป็นเขียวคล้ำ โกรธที่ถูกตามมาเพื่อทำการเก็บกวาด ราวกับตนเป็นลูกน้อง

 

                เมื่อเข้าช่วงบ่าย หมอจระเข้ผู้พเนจรพร้อมด้วยหลานชายก็กลับมาที่วัดเป็นหนสองของวัน ครั้งนี้มีชาวบ้านที่อาสาช่วยปราบจระเข้มายืนรอมากกว่าเมื่อวันก่อน คงเพราะเชื่อในฝีมือมากขึ้น หลังการกวาดล้างพวกจระเข้ที่อาศัยรอบซากเรือ นอกจากชายฉกรรจ์ในเมืองแล้ว บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ก็พากันมาห้อมล้อม คอยให้กำลังใจเจ้าทอง แต่ก็ถูกอามันตวาดไล่ จึงต้องคอยกันอยู่ที่ด้านล่าง

                อาจารย์ไกรและหลานชายก้าวขึ้นไปบนศาลาก็เห็นหมื่นเสือและคนอื่น ๆ นั่งรอกันสลอน ครู่ถัดมาเจ้าสัวก็ตามมาถึง โดยมีคนรับใช้ช่วยกันพยุงร่างที่อ้วนใหญ่ขึ้นบันไดอย่างยากเย็น ครั้นเมื่อคนสำคัญมากันพร้อมสรรพดีแล้ว ชายต่างถิ่นผู้เป็นแกนนำก็ลุกขึ้นกล่าว ขณะทุกคนเงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจ

                “เอาล่ะ ทุกคน ฉันตัดสินใจแล้วว่าจะสู้กับจระเข้เจ้าตัวต่อตัว”

                “อ้าว ?” เสียงอุทานพร้อม ๆ กันดังอื้ออึงหลังคำประกาศ

                “ไหนอาจารย์ไกรบอกว่าต้องการให้พวกเราช่วย” ชาวบ้านที่อาสาท้วงถาม เพราะตั้งใจไว้ว่าจะมาช่วยจับจระเข้เจ้า

                “เอาล่ะทุกคนฟังดูก่อน” หมอจระเข้ร่างกำยำยกมือปราม ก่อนจะอธิบายต่อ

                “ฉันมาตรองดูแล้ว ที่หมอสังข์ต้องพลาดท่าเสียทีให้แก่จระเข้เจ้าก็เพราะพะวักพะวงกับเหล่าจระเข้บริวาร ฉันจึงคิดจะตัดปัญหาด้วยการล่อให้จระเข้เจ้ามาสู้กันตัวต่อตัว”

                “แล้วอาจารย์จะทำอย่างไรหรือ” เจ้าสัวแทรกถามด้วยความสงสัย ซึ่งอาจารย์ไกรก็หันไปทางผู้รั้งเมืองแทน

                “หมื่นเสือ ฉันขอดูแผนที่เมืองนี้อีกทีหนึ่งสิ”

                หมื่นเสือพยักหน้า ส่งแผนที่ให้กับอีกฝ่าย

                “ฉันจะทำพิธีล่อจระเข้เจ้าไปยังคลองสายนี้” หมอจระเข้ชี้ไปที่จุดหนึ่งบนแผนที่ “ฉันลองสำรวจดูแล้วล่ะว่าคลองสายนี้เป็นคลองตัน ไม่เชื่อมกับคลองสายอื่น ฉันเลยจะขอให้หมื่นเสือและทุกคนช่วยกันสร้างประตูกั้นไว้ที่ปากคลอง ถ้าจระเข้เจ้ามันตามฉันเข้าไปเมื่อไหร่ก็ให้ทุกคนช่วยกันกั้นประตูเอาไว้ อย่าให้บริวารของมันตามมาได้ ที่เหลือฉันจะจัดการเองไม่ให้ใครเดือดร้อน”

                “อาจารย์จะสู้กับมันลำพังเท่านั้นหรือ ?” เจ้าสัวถามด้วยน้ำเสียงกังวล

                “มีเจ้าทองหลานฉันช่วยพายเรือเท่านั้นก็พอแล้ว” อาจารย์ไกรตอบพร้อมกับตบหลังหลานชาย ซึ่งเด็กหนุ่มมองกลับมาด้วยสีหน้าที่บรรยายไม่ถูก

                “ฮ่า ฮ่า ดี ! กล้าดี ฉันนับถือ !” หมื่นเสือตบเข่าฉาดชอบใจ กล่าวสำทับต่อ

                “กะอีแค่ประตูกั้นพวกจระเข้ ฉันกับชาวบ้านจะทำให้เสร็จวันนี้แหละ อาจารย์ไกรจะได้รีบปราบจระเข้เจ้าไว ๆ”

                “ถ้าต้องการข้าวของสิ่งไรก็มาเบิกฉันได้ ฉันยินดีช่วยทุกอย่าง” เจ้าสัวเสนอตัวช่วยบ้าง

                “ดี ถ้าเสร็จได้วันนี้ดังหมื่นเสือว่า ฉันกับหลานชายจะจัดการจระเข้เจ้าเสียพรุ่งนี้เช้าเลย เมืองนี้จะได้กลับมาเป็นปกติสุขเสียที” อาจารย์ไกรกล่าวเป็นสรุปการหารือ ครั้นจะผละไปแล้ว หมอจระเข้ผู้อหังการก็ให้หันกลับมาสั่งเพิ่มเติม

                “อ้อ ระหว่างที่ฉันล่อจระเข้เจ้าเข้าไปในคลอง หมื่นเสือช่วยอยู่คุมลูกน้อง คอยเฝ้าไม่ให้จระเข้บริวารมันหลุดเข้ามาได้เชียว แล้วอีกอย่าง...” อาจารย์ไกรเหลือบมองหลานชายหน่อยหนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ “ช่วยห้ามปรามแม่พวกผู้หญิงอย่าให้มาวอแว ทำให้ฉันกับหลานชายเสียสมาธิล่ะ”

                ชายผู้สวมมือเทียมพยักหน้าเป็นรับคำ สองอาหลานจึงเดินพ้นไป ทิ้งให้พวกที่เหลือจัดแจงงานกันตามหน้าที่

 

                “...พ่อครูจะปราบจระเข้เจ้าไหวหรือ ?” เจ้าทองตัดสินใจถามอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ เมื่ออยู่กันตามลำพัง ทั้งสองกำลังพายเรือไปยังคลองที่จะใช้ล่อจระเข้เจ้ามาปราบ เพื่อสำรวจให้ถี่ถ้วน

                ผู้เป็นอาจุ๊ปากปราม เตือนหลานชายไม่ให้ลืมข้อห้ามเรื่องที่ห้ามคุยกันขณะพายเรือล่าอ้ายเข้ ครั้นความเงียบจนอึดอัดเข้าปกคลุม หนุ่มใหญ่ก็เอ่ยถามกลับไปด้วยเสียงเบา

                “ถามทำไมวะทอง ?”

                เด็กหนุ่มเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยเสียงเบาพอกัน

                “ฉันไม่เคยเห็นพ่อครูลำบากใจในการจับจระเข้เท่าครั้งนี้เลย...มันทำให้ฉันกลัวไปด้วย...”

                พลันที่ได้ยินคำตอบ อาเจ้าทองก็หัวเราะเสียงดังจนเด็กหนุ่มสะดุ้งตกใจ

                “ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทองเอ๊ย ! อาเคยบอกเอ็งแล้วไง ว่าคนอย่างอาจารย์ไกรไม่เคยกลัวจระเข้ตัวไหนทั้งนั้น”

                “...แต่หนนี้ดูต่างไปจากครั้งอื่น...” เจ้าหลานชายยังไม่คลายใจดี ผู้เป็นอาจึงหยิบโซ่ขอของหมอสังข์ขึ้นมาชี้ให้ดูตรงข้อ

                “อ้ายทอง เอ็งดูนี่ ถึงจระเข้เจ้ามันจะงับจระเข้ที่มาติดกับจนขาดกลางตัว แต่ข้อโซ่ของหมอสังข์ก็ง้างออกแค่เพียงเล็กน้อย เท่านี้ก็พอคะเนได้แล้วล่ะว่ากำลังมันมีสักเท่าใด อ้ายลำพังตัวโตน่ะไม่ได้หมายความว่าจะต้องน่ากลัวเสมอไปดอก”

                “...แล้วที่พ่อครูท่าทางหนักใจนั่น...” เจ้าทองถามต่อ ครั้งนี้อามันหัวเราะในลำคอเบา ๆ ตอบออกมา

                “หึ ๆ อ้ายนั่นน่ะมันแค่การแสดง”

                คำตอบของผู้เป็นอาทำให้เจ้าทองงงหนัก จนอามันต้องอธิบายเสริม

                “ทองเอ๊ย หมอสังข์เองก็มีฝีไม้ลายมือพอกันกะอา ลำพังจระเข้เพียงเท่านี้ไม่ทำให้เสียท่าหรอก แต่อ้ายที่น่ากลัวกว่าจระเข้ก็คือคนนี่แหละ เพราะเราไม่มีทางรู้เลยว่าภายใต้รอยยิ้มได้ซ่อนสิ่งไรไว้ ฉะนั้นอาจึงเลือกวิธีเผชิญหน้ากับจระเข้เจ้าเพียงลำพัง และช่วงที่เราสู้กับมันก็ต้องหาอะไรให้หมื่นเสือและพวกยุ่งเข้าไว้ จะได้ไม่มาปัดแข้งปัดขาหรือลอบกัดเราได้”

                เด็กหนุ่มพยักหน้าเบา ๆ เริ่มเข้าใจว่าเหตุไรอามันจึงขอให้หมื่นเสือคุมพวกสร้างประตูกั้นคลอง

                เรือลำน้อยแล่นมาถึงปากคลองอันเป็นที่หมาย หมอจระเข้หนุ่มใหญ่ผุดยืนที่หัวเรือ โบกมือตะโกนทักทายกลุ่มคนที่หลบร่มตรงโคนไม้ริมฝั่ง

                “หมื่นเสือ นี่ยังไม่เริ่มสร้างประตูกันอีกหรือ”

                “รอของจากเจ้าสัวอยู่นี่แหละ อย่าห่วงเลย ฉันจะให้เสร็จทันมันวันนี้ล่ะ” ชายหัวล้านบนฝั่งตะโกนตอบ

                “เออ ฉันจะเข้าไปดูในคลองสักหน่อย หมื่นเสือช่วยกันพวกจระเข้อย่าให้มันตามเข้าไปได้ล่ะ”

                “วางใจเถอะ” ผู้กินตำแหน่งหมื่นรับคำ

อาจารย์ไกรและหลานชายนำเรือผ่านไปเพียงหน่อยเดียวก็ได้ยินเสียงปืนคำราม เหลียวกลับไปก็มองเห็นผิวน้ำแตกกระจาย จระเข้วัยฉกรรจ์สองตัวว่ายฮือออกห่างด้วยความตกใจ

                “เปลืองกระสุนเปล่า ๆ” ชายต่างถิ่นเปรยออกมาเบา ๆ ขณะเรือลำน้อยแล่นลึกไปในคลอง

                หนุ่มใหญ่ผิวดำกร้านตัดกับผมที่หงอกขาวยืนที่หัวเรือ ชะโงกมองสองฝั่งคลองที่รกเรื้อ นานทีจะเห็นเรือนผูกง่าย ๆ แต่ก็ร้างไร้ผู้คน ดูเหมือนว่าการอาละวาดของจระเข้เจ้าจะทำให้ชาวบ้านอพยพหนีไปไม่น้อย ลำคลองสายนี้จึงวังเวงไป

เรือมาดลอยลำมาจนสุดคลอง มีศาลเพียงตาปลูกข้างมะขามเฒ่าลำต้นใหญ่หลายคนโอบ จอมพรานจากต่างถิ่นหันไปบอกหลานชายให้เอาเรือเทียบแล้วลากขึ้นฝั่งซึ่งเป็นลานโล่ง พื้นดินแข็งแรงเหยียบยืนได้ถนัด หมอจระเข้ร่างล่ำสันหยิบธูปเทียนและหมากพลูเดินตรงไปยังศาลเพียงตา ปัดกวาดใบไม้ที่หล่นลงมาปกคลุมจนโล่งจึงค่อยวางกระทงใส่หมากพลูและของเซ่น จุดธูปบอกกล่าวเจ้าที่เจ้าทาง จากนั้นก็เดินสำรวจรอบ ๆ บริเวณ เจ้าหลานชายที่คอยทีอยู่บนเรือเห็นอามันก้ม ๆ เงย ๆ ตรงศาลอยู่ครู่ใหญ่ กระทั่งเดินกลับมา

“กลับกันโว้ยทอง พรุ่งนี้ล่ะได้เรื่องแน่” ว่าแล้วผู้เป็นอาก็ออกแรงผลักเรือลงน้ำ การสำรวจสถานที่ที่จะใช้ประจันหน้ากับจ้าวแห่งสายน้ำก็เป็นอันเสร็จสิ้นเพียงเท่านี้

เจ้าทองและอามันช่วยกันพายเรือมาดกลับเส้นทางเดิม กระทั่งมาถึงปากคลองก็เห็นหมื่นเสือคุมพวกชาวบ้านสร้างประตูกั้นคลองจนเริ่มเป็นรูปเป็นร่าง เร็วสมคำที่รับปากไว้ โดยเริ่มด้วยการใช้ไผ่ลำโตปักเป็นหัวรอทั้งสองฝั่งให้ชิดแน่นหนา แล้วถมก้อนหินจนมั่นคง ก่อนจะเตรียมทำบานประตูและติดตั้ง

“อาจารย์ไกรดูเส้นทางเรียบร้อยแล้วหรือ ?” หมื่นเสือหันมาร้องถาม

“เออ ฉันจะกลับไปพักสักหน่อย พรุ่งนี้ล่ะจะได้เห็นดีกัน ฝากหมื่นเสือจัดการที่นี่ด้วยล่ะ” เจ้าคนต่างถิ่นตะโกนตอบ พายเรือจากไป

 

สองอาหลานกลับมาถึงเรือนอนในตอนเย็น เห็นคนกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้ว สอบถามจึงทราบว่าเป็นบ่าวไพร่ของคุณหญิงพุดซ้อน นำสำรับอาหารและเครื่องใช้มาให้ตามสั่ง เสร็จแล้วก็พากันกลับ

อาจารย์ไกรเปิดดูสำรับอาหาร พบแต่ของดี ๆ ชวนน้ำลายสอ เรียกหลานชายลงอาบน้ำแล้วจะได้กินข้าว ทั้งสองช่วยกันชำระล้างร่างกาย ผลัดกันถูหลังจนสบายตัวแล้วจึงผลัดผ้า ในบรรดาข้าวของที่คุณหญิงนำมาให้มีน้ำอบน้ำปรุงมาด้วย หนุ่มวัยกลางคนเปิดขวดที่บรรจุ ทำจมูกฟุดฟิดสูดดมแล้วบ่น

“ขืนใส่ไปมีหวังจับอ้ายเข้ไม่ได้สักตัว” ว่าแล้วก็ผละไปสนใจสิ่งอื่น

มีผอบเล็ก ๆ ที่ใส่ผ้าซับหมากไว้ภายใน ชายหนุ่มร่างกำยำรีบคว้าขึ้นมาสูดกลิ่นเหมือนระลึกถึงเจ้าของ เจ้าหลานชายชะโงกหน้ามาดูด้วยความสนใจ

“มันคืออะไรหรือพ่อครู ?” เจ้าทองถามด้วยความสงสัย

“เรื่องของผู้ใหญ่ เอ็งอย่ารู้เลยวะ” อามันตอบเลี่ยง พลางเก็บผ้าไว้กับชายพก ชักชวนกันทานมื้อเย็น สำรับที่นำมาให้ล้วนถูกปาก สิ่งใดอร่อยลิ้นอาจารย์ไกรก็ป้อนให้แก่หลานชายด้วยความรักและเอ็นดู

                “อีกหน่อยเอ็งได้เป็นเขยเจ้าสัวคงได้กินแต่ของดี ๆ...” ผู้เป็นอาเปรยขึ้นหลังอิ่มหนำ ล้างมือแล้วบ้วนปากเป็นที่เรียบร้อย

                “ไม่รู้ว่าถึงตอนนั้นแล้วจะยังได้กินข้าวพร้อมกันอีกไหม...” ร่างหนาพูดต่อด้วยน้ำเสียงอาลัย

                “พ่อครู...ทำไม... ?” หนุ่มน้อยร่างบางถาม ดวงตากลมโตฉายแววฉงนในคำพูดของอานัก

                “เฮ้ย อ้ายทอง เอ็งแต่งงานแล้วก็ต้องไปอยู่กับเมียซีวะ ส่วนอาก็เร่ร่อนไปตามเรื่อง” ชายสูงวัยกว่าพยายามตอบด้วยท่าทางร่างเริง

                “...ถ้าพ่อครูไม่อยู่ด้วย ฉันก็ไม่แต่ง” เด็กหนุ่มต่อรอง

                “เอ็งอย่าโยเยเป็นเด็ก มีเมียแล้วเอ็งก็ต้องโตเป็นผู้ใหญ่ จะมัวมาคอยพึ่งอาอยู่ได้ไง เถอะวะทอง  เอ็งมีเมียแล้วอาจะได้หมดห่วง พ่อกับแม่เอ็งที่เสียไปแล้วก็ด้วย ถ้าพลาดจากหนนี้อาก็ไม่รู้จะหาผู้หญิงที่สมกะเอ็งได้ที่ไหน เพราะที่เห็นก็มีแต่พวกไก่แก่แม่ปลาช่อน จริตจะกร้านเหลือเกิน อีแบบนั้นล่ะปวดหัวตาย คนเราใช่จะอยู่กันชั่วฟ้าดินสลาย เราสองคนมีวาสนาได้อยู่ด้วยกันเท่านี้ก็ดีแล้ว จากกันด้วยเหตุนี้ก็ยังดีกว่าเหตุอื่นล่ะวะ” ผู้เป็นอากล่าวปลอบใจเจ้าหลานชายที่ร้องสะอื้นเป็นเด็ก ซบหน้าลงกับอกหนา

                คิดไปก็ให้สงสารมันอยู่ แต่เด็กมาถึงมีพ่อแม่ก็ไม่ค่อยได้อยู่ใกล้ ด้วยความเป็นเด็กเรียบร้อยและหัวดีจึงได้บวชเป็นเณรตั้งแต่ยังเล็ก ชีวิตแทบจะขาดความอบอุ่น ตัวอาจารย์ไกรเองก็ไม่ต่างกันนัก ออกพเนจรตามลำพังตั้งแต่อายุเท่าเจ้าทอง แม้มีผู้คนผ่านเข้ามาบ้างก็ไม่ได้จริงจัง การรับหลานชายมาดูแลในชั่วไม่กี่เดือน จึงสร้างความผูกพันได้มากอย่างประหลาด แล้วชายหนุ่มร่างกำยำก็ปล่อยให้เด็กน้อยที่หน้าละม้ายหญิงคนรักเก่า นอนกอดซับน้ำตากระทั่งหลับไปทั้งอย่างนั้น

 

                เวลาใกล้จะย่ำรุ่ง เสียงสกุณาขับขานเจื้อยแจ้ว เตรียมออกหาอาหารมาจุนเจือครอบครัว ขณะที่ไก่บ้านและไก่ป่าต่างก็พากันโก่งคอขาน ส่งเสียงระเบ็งเซ็งแซ่

                ร่างเพรียวบางขยับพลิกไปมา ผิวขาวนวลพร่าเลือนในความมืด นัยน์ตาดำขลับดังตากวางเริ่มเผยอปรือผ่านแผงขนตางอนงาม กวาดมองหาร่างล่ำสันของผู้เป็นอาหากไม่พบ เหลือเพียงตัวมันนอนลำพังในประทุนเรือ

                ครูหนึ่งก็มีเสียงเรือแล่นผ่านผิวน้ำ แม้เพียงแผ่วเบา แต่หนุ่มน้อยร่างอรชรก็สำเหนียกได้ รีบผลุนผลันออกไปรอ จึงได้เห็นอามันพายเรือทั้งที่ไม่ได้นุ่งผ้า หน้าตายิ้มย่องผ่องใสมาแต่ไกล

                “อ้ายทอง เพิ่งตื่นเรอะ” หมอจระเข้หนุ่มใหญ่รู้สึกตกใจ ไม่นึกว่าหลานชายจะมาพบเข้าในสภาพนี้

                “พ่อครูไปไหนมา ?” เด็กหนุ่มถามด้วยความสงสัย

                “ไว้ถามทีหลังเถอะ ส่งผ้านุ่งให้อาทีสิวะ” ผู้เป็นอาตอบเลี่ยง เร่งให้หลานชายหาผ้านุ่งให้แทน ซึ่งเหตุที่ต้องเป็นอ้ายชีเปลือยเช่นนี้ก็เพราะเมื่อคืนมัวเพลิดเพลินอยู่กับคุณหญิงจนลืมเวลา รู้ตัวอีกทีก็ใกล้รุ่ง ให้รีบร้อนโดดลงจากหน้าต่าง เคราะห์ร้ายที่ชายผ้าดันติดกับกรอบหน้าต่าง ดึงจนหลุดลุ่ย จะจัดเข้าที่ก็ไม่ทันการณ์ จึงตัดสินใจพายเรือกลับทั้งสภาพนี้ ด้วยคิดว่ายังไม่ทันเช้า คงไม่มีผู้ใดพบเห็น

                “เอ็งไปล้างหน้า เตรียมตัวเสียให้พร้อม อีกเดี๋ยวเราจะออกไปล่าอ้ายเจ้าตัวร้ายกันล่ะ” หนุ่มใหญ่สั่งหลานชาย ขณะขมวดปมผ้านุ่งแล้วกระโดดขึ้นเรือลำใหญ่ เจ้าทองเร่งทำตามสั่ง จัดแจงเรียบร้อยดีแล้วก็เห็นอามันหยิบห่อผ้าที่เหน็บเหนือหัวนอน ภายในมีเสื้อยันต์สีแดงสด ทั้งมงคลและประเจียด

                หมอจระเข้นามกระเดื่องนั่งพนมมือหลับตา กล่าวคาถางึมงำ ก่อนจะสวมเสื้อยันต์ คาดประเจียดแล้วสวมมงคล ท่าทางเข้มขลัง เอาจริงเอาจังมากกว่าทุกครั้ง

                “พี่สังข์ รอก่อนนะ วันนี้ล่ะฉันจะเอาหัวจระเข้เจ้ามาเซ่นพี่ให้ได้” ร่างกำยำกล่าวขณะจุดธูปไหว้ศพหมอสังข์ เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้ว จอมพรานแห่งลุ่มน้ำก็คว้าหอกสัตตะโลหะอาวุธคู่ใจ ก้าวลงเรือเล็กไปพร้อมกับหลานชาย

 

                แสงสีทองของวันใหม่ฉายฉานเพื่อเริ่มต้นเช้าวันใหม่ ทว่าวันนี้ผู้คนทั้งเมืองปากยมต่างก็พากันหยุดภารกิจการงานทั้งหมด เมื่อนายพรานใหญ่หมายหมั้น ประกาศจะจับจระเข้ร้ายตัวลือที่สร้างความเดือดร้อนมานานนับเดือน สองฟากฝั่งลำน้ำจึงคลาคล่ำด้วยชาวเมือง ที่มารอชมการสับประยุทธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ร้าย ซึ่งจะชี้ชะตาผู้คนในเมืองนี้

                ลมรำเพยพัดผืนน้ำ พลิ้วแผ่วเป็นระลอกคลื่น บรรยากาศเงียบสงัดเริ่มถูกทำลายลงด้วยเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากผู้คนที่ออกันอยู่ริมฝั่ง เมื่อไม่เห็นร่างชายผู้อาสาสักทีจนลือไปว่าอาจจะแอบหลบหนีด้วยความกลัวไปแล้ว พลันเสียงซุบซิบนินทาก็ต้องเงียบลงทันทีที่เรือมาดลำหนึ่งแล่นฝ่ากระแสน้ำไหลเอื่อย ซึ่งผู้ที่อยู่บนเรือมิใช่ใคร เป็นอาจารย์ไกรหมอจระเข้ผู้ระบือนาม ยืนถือหอกคู่ใจอาวุธร้ายมั่นในมือ โดดเด่นเป็นสง่าเหนือหัวเรือ และผู้ที่พายอยู่ท้ายเรือ คือเจ้าทองผู้เป็นทั้งศิษย์และหลานรัก เด็กหนุ่มวัยเพียงสิบหกผู้มีใบหน้าสวยหวานเกินหน้าสตรี เรียกเสียงเกรียวกราวจากสาวน้อยสาวใหญ่ที่ตั้งตนเป็นแม่ยก ต่างเอาใจช่วยให้เด็กน้อยรอดจากคมเขี้ยวของสัตว์ร้าย

                ครั้นแล้วหมอจระเข้ลือนามก็เริ่มต้นรำหอกที่หน้าหัวเรือเป็นการเอาฤกษ์เอาชัย ท่วงทีสง่างามเสมือนทหารเอก ความทะนงองอาจสร้างความปลื้มปลิ่ม ชื่นหัวใจแก่สตรีสูงศักดิ์ซึ่งมารอชมที่ท่าน้ำ เจ้าหยิบพวงมาลัยที่เตรียมไว้โยนออกไปเป็นสิ่งอวยชัย หวังให้ชายหนุ่มชำนะเหนือจระเข้เจ้าและเหล่าบริวาร พวงมาลัยแม้จมลงไปไม่ถึงเรือ หากหนุ่มใหญ่ร่างกำยำก็หันมาส่งสายตาเป็นเชิงรู้ใจกันดี

                เรือมาดแล่นมาจนถึงปากคลองอันเป็นที่หมาย หมื่นเสือและเจ้าสัวรวมทั้งชาวบ้านที่อาสาต่างคอยอยู่ที่ด่าน ซึ่งบัดนี้ประตูกั้นคลองเสร็จเป็นที่เรียบร้อย หลังจากที่เร่งสร้างกันจนหามรุ่งหามค่ำ บานประตูทำจากไม้ไผ่แน่นหนา สร้างไว้ถึงสองชั้น แม้จะพอกันฝูงจระเข้ที่เป็นบริวาร แต่กับจระเข้เจ้านั้นยังน่ากังขา

                อาจารย์ไกรสั่งให้หลานชายหยุดเรือที่ปากคลอง ขณะเจ้าตัวยังคงรำหอกอยู่ต่อไป ถึงแม้จะเปิดตัวอย่างเอิกเกริกถึงเพียงนี้ แต่น่าแปลกที่ผืนน้ำกลับเงียบสงัด ไม่มีจระเข้สักตัวปรากฏให้เห็น ประหนึ่งจะล่วงรู้แผนการของมนุษย์

                ครั้นร่ายรำจนจบกระบวน หมอจระเข้นามระบือก็กลับมายืนนิ่งด้วยท่าทางขึงขังตามเดิม รออยู่ครูหนึ่งก่อนจะก้มลงหยิบกะลาตาเดียวซึ่งอุดตาไว้ด้วยดินเหนียว ภายในบรรจุดอกไม้แห้งและ ผงขมิ้น อาจารย์ไกรจุดไฟให้ลุกโชนแล้วจึงหย่อนเขี้ยวจระเข้เจ้าลงไป จากนั้นบริกรรมคาถาแล้วลอยไปบนน้ำ มันลอยอยู่สักพักก่อนจะค่อย ๆ จมลง

                แทบจะทันทีที่กะลาซึ่งบรรจุเขี้ยวจระเข้เจ้าจมลง จระเข้เจ้าและเหล่าบริวารนับร้อยก็ผุดแน่นลำน้ำแลน่าอัศจรรย์ ฝูงชนที่มารอชมต่างร้องอย่างเสียขวัญกับขนาดอันน่าพรั่นพรึงของจระเข้เจ้า ขณะที่บริวารบางตัวก็หันเหตะกายขึ้นฝั่งจนผู้คนต่างพากันแตกหนี

                เมื่อจระเข้เจ้าปรากฏตัวตามที่อัญเชิญ จอมพรานผู้อาสาก็กลับมาร่ายรำหอกต่อไป โดยเจ้าทองก็เริ่มขยับฝีพาย หันหัวเรือไปทางปากคลอง เรือลำน้อยค่อย ๆ ผ่านประตูน้ำที่เปิดไว้คอยท่า จระเข้เจ้าว่ายตามมาข้างหลังราวสัตว์เชื่อง ๆ พลันที่เรือและจระเข้เจ้าพ้นปากคลอง หมื่นเสือและพลพรรคที่ซุ่มซ่อนก็รีบปิดประตูกั้น เหล่าสมุนจระเข้ที่ว่ายตามจ่าฝูงพยายามชนประตูแต่ไม่เป็นผล บ้างเลี่ยงอ้อมขึ้นทางบก แต่ก็ติดกับแนวไผ่ที่ปักเป็นระเนียดป้องกันไว้

                “ช่วยกันโว้ย! อ้ายหน้าไหนปล่อยจระเข้ตัวอื่นผ่านไปได้ ข้าจะฟันยับไม่ให้เหลือ !” ผู้รั้งเมืองตะโกนขู่ลูกน้องและชาวบ้านที่อาสา ต่างช่วยกันแทงหอกและยิงปืนยับยั้งพวกเดรัจฉาน

                เสียงเอ็ดอึงและปืนที่แผดลั่น ทำลายบรรยากาศอันเงียบสงบของคลองสายน้อย เด็กหนุ่มร่างระหงจ้วงพายช้า ๆ ให้เรือไหลเอื่อย คราใดที่มันลอบเหลียวไปข้างหลังก็ให้รู้สึกตะครั่นตะครอ เมื่อจระเข้ตัวยาวร่วมห้าวาว่ายรี่มาทางด้านหลัง ห่างไปไม่ไกล อยากจะเร่งฝีพายให้พ้นก็ทำไม่ได้ ด้วยต้องรอให้พ่อครูสั่ง

                เหลียวไปมองอีกครั้ง แค่ความกว้างของจระเข้เจ้าก็แทบจะเต็มคลอง ดูจะเหลือที่ด้านข้างสักข้างละวาเพียงเท่านั้น แล้วพ่อครูของเจ้าทองก็เปลี่ยนตำแหน่ง ขยับเข้ามายืนค่อนไปทางท้ายเรือ เงื้อหอกสัตตะโลหะพร้อมกับส่งสัญญาณให้หลานชายชะลอฝีพาย

                ฉับพลันอสุรกายร่างยักษ์ก็พลอยเปลี่ยนท่าทีตามไปด้วย จากว่ายเอื่อย ๆ ตามหลัง บัดนั้นหางอันทรงพลังของมันสะบัดโบกเร็วรี่ นำพาร่างอันใหญ่โตให้พุ่งแหวกผืนน้ำ

                “ทองโว้ย ! หลบไปที่หัวเรือเร็ว !” อาจารย์ไกรสั่ง เจ้าหลานชายรีบทำตามอย่างว่าง่าย คว้าไม้พายเผ่นแผล็วไปที่หัวเรือ หนุ่มใหญ่เงื้อหอกเตรียมซัด แต่เงียบ...สัตว์ร้ายร่างยักษ์ผลุบหายลงใต้น้ำ มีเพียงพรายฟองอากาศผุดเป็นสายที่บอกใบ้ระยะและทิศทาง

                อาจารย์ไกรถือหอกชะงักค้างในมือ ลังเลว่าจะซัดออกไปทั้งที่มองไม่เห็นดีหรือไม่ ตัดสินใจเงื้อหอกขึ้นมาอีกครั้ง แต่ไม่ทันเสียแล้ว เรือถูกกระแทกเข้าอย่างแรง ส่งให้อาและหลานชายนักล่าจระเข้กระเด็นกันไปคนละทิศละทาง !

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 13 ครั้ง

4 ความคิดเห็น

  1. #141 อำพันเชอรี่ (@markread) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2561 / 16:04
    ทองร้องสะอื้น ซบหน้าลงกับอกหนา

    ชายหนุ่มร่างกำยำก็ปล่อยให้เด็กน้อยนอนกอด ซับน้ำตากระทั่งหลับไปทั้งอย่างนั้น

    กรี๊ดดดดดดดดด ตูไม่ไหวแล้ว นี่มันนิยายวายชัดๆ (ขอทิชชูหน่อย เลือดกำเดาอิฉันจะไหล) ซี๊ดดดดดดด
    #141
    1
    • #141-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 6)
      21 มิถุนายน 2561 / 23:40
      เขาเป้นอาหลานกันน้าาา
      #141-1
  2. #23 Archetype (@Archy) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 19:57
    round one fight!
    ผมละฮาชีเปลือยพายเรือ 555

    โผล่มาอลังดีท่าน ยาวสิบเมตรเลยรึ
    นี่มันน้องๆไดโนเสาร์!!
    #23
    2
    • #23-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 6)
      28 มีนาคม 2560 / 20:47
      สิบเมตรนี่อ้างอิงเอาตามสถิติจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่มีตอนนี้น่ะครับ จะเอาใหญ่กว่านี้ก็กลัวเวอร์เกินไป
      #23-1
    • #23-2 warmior (@warmior) (จากตอนที่ 6)
      9 พฤษภาคม 2560 / 17:24
      ถ้า 7-8 วา มัน 14-16 เมตรเลยนะ
      #23-2
  3. #22 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 01:04
    อาจารย์ไกรจะทำแบบนี้ไม่ได้หนา จะมาทิ้งหลานชายไว้กับหญิงอื่นได้อย่างไร ต้องเก็บไว้กินเองสิอุตส่าห์เลี้ยงมา //โดนตบ อินจัดไปบ้างที่อิฉันนิ ถ้าพ่อทองกับพ่อครูกระเด็นออกจากเรือแบบนี้จะโดนจระเข้เจ้ากินไม่อ่ะ ไม่เอา คนเขียนไม่ใจร้ายแบบนั้นใช่ไหมเจ้าค่ะ

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 25 มีนาคม 2560 / 01:06
    #22
    1
    • #22-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 6)
      25 มีนาคม 2560 / 10:23
      (สปอยล์) โดนจระเข้เจ้ากินกันทั้งคู่ เรื่องนี้หมื่นเสือเป็นพระเอกครับ 5555 ล้อเล่นๆ
      #22-1
  4. #21 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 23:13
    วร๊ายยยยย ตอนหน้าไฝว้กัน one by one แน่เลยอ่ะ ปูเสื่อรอค่ะ นี่ว่าจะเก็บไว้อ่านก่อนนอนก็รอไม่ไหว -.,-

    ปล. เขาทั้งป้อนข้าวป้อนน้ำ อาบน้ำให้กัน นอนกอดยันเช้า พี่ต้องลุ้นอะไรอีกคะอาจารย์ไกร พี่ต้องลุ้นอะไรอีกกกก 555555555555555555555555555 สาแก่ใจฉันนักกก /ยิ้มอ่อน
    #21
    2
    • #21-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 6)
      25 มีนาคม 2560 / 10:21
      มาอ่านไวมากเลย ตอนหน้ารู้ผลกันแล้วล่ะครับ

      แหม เขารักกันแบบอาหลาน อย่าคิดมากครับอย่าคิดมาก 5555
      #21-1