โศกนาฏกรรมแห่งสายน้ำ

  • 90% Rating

  • 1 Vote(s)

  • 4,387 Views

  • 158 Comments

  • 145 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    8

    Overall
    4,387

ตอนที่ 8 : ตอนที่ 8 การตัดสินใจของเด็กหนุ่ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    7 เม.ย. 60

                “รีบเก็บข้าวของเถอะ จะได้ไปจากเมืองนี้กัน”

                คำพูดจากหญิงที่เจ้าทองไม่เคยใกล้ชิดสนิทสนมมาก่อน สร้างความงุนงงให้เด็กหนุ่ม ซึ่งอีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะเดาใจได้ รีบกล่าวแนะนำตัว

                “ฉันลืมไปว่าเรายังไม่เคยพบปะกันอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมาก่อน ฉันชื่อว่าพุดซ้อน ภรรยาท่านเจ้าเมืองที่เพิ่งเสียไป ฉันกับอาจารย์ไกร...” หญิงสาวหยุดนิดหนึ่ง คิดถึงคำที่จะใช้อธิบายความสัมพันธ์ “...เอาเป็นว่า เราค่อนข้างสนิทสนมกันในชั่วเวลาสั้น ๆ เธอจะเรียกฉันว่าอาหญิงก็ได้ อาจารย์ไกรเคยพูดว่าเป็นห่วงเธอ ฉันจึงจะรับเธอไว้อุปการะแทน”

                เจ้าทองได้ยินดังนั้นก็ก้มลงกราบสตรีตรงหน้าเป็นการนอบน้อมทั้งฝากฝังตัว

                “เอาล่ะ เมื่อรู้เช่นนี้แล้วก็รีบเข้าเถอะ เราต้องเดินทางกันเสียตอนนี้” คุณหญิงกล่าวเร่งเร้า

                “...กระผมไม่เข้าใจ เหตุใดเราต้องรีบไปจากเมืองนี้ ?” เด็กหนุ่มถามขึ้นบ้าง

                สตรีสูงศักดิ์หันรีหันขวาง มีท่าทีร้อนรน ก่อนจะถอนหายใจ อธิบายให้เด็กน้อยฟัง

                “ฉันจะขอกล่าวอย่างสั้นที่สุด นั่นคือเมืองนี้ไร้ซึ่งอนาคตแล้ว เมื่อตอนที่อาจารย์ไกรมาถึง ฉันก็ยังหวังอยู่ว่าอาจารย์ไกรและเธอจะช่วยทำให้เมืองนี้กลับมาดีได้ แต่เมื่อเหตุการณ์กลับมาผันแปรดังนี้ ฉันก็ไม่เห็นเหตุผลจะอยู่เมืองนี้อีก ทั้งหมื่นเสือและจระเข้เจ้า ไม่ว่าฝ่ายไหนจะชนะก็เลวร้ายพอกัน ฉันถึงจะอพยพหนีไปเมืองอื่นและพาเธอไปด้วย”

                “...แล้วศพพ่อครู...?” เจ้าทองถามต่อด้วยเสียงที่สั่นเครือ

                “ฉันฝากหลวงพ่อให้ช่วยเป็นธุระไว้แล้ว ไม่ต้องกังวลไปหรอก” หญิงสูงศักดิ์ตอบ

                คิ้วเรียวงามของเด็กหนุ่มขมวดมุ่น ทำใจยากที่จะทิ้งศพพ่อครูเอาไว้โดยไม่จัดการด้วยตัวเอง

                “กระผมไปไม่ได้...กระผมทิ้งเรือของพ่อครูไม่ได้...”

                “ช่างเถิด แค่สมบัตินอกกาย ไว้ถึงเมืองสระหลวงแล้วเราจะหาซื้อสักกี่ลำก็ได้” คุณหญิงโน้มน้าว เริ่มจับสายสร้อย หมุนไปมาด้วยท่าทางกระวนกระวาย

                เด็กหนุ่มร่างบางก้มหน้านิ่งเหมือนใคร่ครวญอะไรบางอย่าง มันหันไปมองร่างแน่นิ่งของอาอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยในสิ่งที่อีกฝ่ายคาดคิดไม่ถึง

                “...กระผมไปไม่ได้ กระผมต้องล้างแค้นให้พ่อครู...กระผมต้องฆ่าจระเข้เจ้าให้ได้”

                สตรีวัยเกือบสามสิบมองเจ้าทองด้วยสีหน้าประหลาด ทำท่าคล้ายจะระเบิดเสียงหัวเราะต่อคำกล่าว ทว่าก็เก็บกลั้นเอาไว้เหลือเพียงรอยยิ้มจาง พูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ

                “โธ่เอ๋ย เธอรู้ตัวไหมว่าพูดอะไรออกมา ขนาดอาจารย์ไกรเก่งกาจเป็นไหน ๆ ยังสังเวยชีพให้จระเข้เจ้า แล้วเธอเป็นแค่เด็กน้อยจะทำอะไรได้ เอาชีวิตไปทิ้งเสียเปล่า ๆ รีบตามฉันมาเถอะ อย่ามัวเสียเวลากันอยู่เลย”

                สาวสะคราญโฉมดูจะไม่เชื่อคำพูดเจ้าทองนัก หากเมื่อเห็นแววตาแน่วแน่ของมันก็จำต้องตัดสินใจเสียใหม่

                “...เอาเถิด เธอเพิ่งสูญเสียญาติสนิทไป อาจจะยังไม่อยู่กับร่องกับรอยเท่าไหร่ ฉันจะให้เวลาเธอหนึ่งวันก็แล้วกัน หวังว่าเธอจะตัดสินใจในสิ่งที่มีเหตุผล” กล่าวสรุปก่อนจะเดินจากไป ทิ้งเด็กหนุ่มกำพร้าให้เฝ้าศพอาต่อไปเพียงลำพัง

                ความมืดเข้าครอบครองศาลาแห่งนี้อีกครั้ง เด็กหนุ่มเอนกายลงนอน ยกมือก่ายหน้าผาก เหมือนคนบ้าที่ตอบคุณหญิงไปเช่นนั้น ตัวเองยังนึกไม่ออกด้วยซ้ำว่าจะจัดการจระเข้เจ้าได้อย่างไร แล้วระหว่างนั้นจะอยู่จะกินอย่างไร รู้แต่ใจของมันบอกว่าจะไม่ยอมปล่อยให้อามันตายโดยไม่ทำอะไร เด็กหนุ่มแน่ใจว่าอามันพิชิตจระเข้เจ้าไว้ได้แล้ว หากมีเวทมนต์กลใดทำให้เรื่องกลับพลิกผัน มันจะต้องรู้ให้ได้ ถึงเวลาที่เด็กหนุ่มอย่างมันต้องโตเป็นผู้ใหญ่เสียที พ่อครูเองก็ออกเผชิญโชคในวัยไล่เลี่ยกัน ฉะนั้นมันจึงตัดสินใจแล้วว่าจะเลิกอยู่ใต้อุปการะหรือหลบอยู่หลังผู้ใดอีก

 

                เช้าตรู เด็กหนุ่มจากตลาดขวัญรีบตื่นขึ้นมาเตรียมพร้อมตั้งแต่ก่อนที่ไก่จะโก่งคอขัน เมื่อคืนมันคิดไปเรื่อยเปื่อยกระทั่งหลับ นึกถึงข้อเสนอของสตรีผู้มีบรรดาศักดิ์ที่จะรับไปอุปการะ หากมันกลับปฏิเสธเพราะตั้งใจจะอยู่ล้างแค้นให้กับอาแม้จะมองไม่เห็นทาง

                เจ้าทองกราบศพอาแล้วจึงรีบวิ่งลงไปรอที่หน้ากุฏิ ตัดสินใจแล้วว่าในช่วงที่คิดหาวิธีกำจัดจระเข้เจ้า จะขออาศัยข้าวก้นบาตรและใช้วัดเป็นที่ซุกหัวนอนไปพลาง ครั้นจะอยู่เปล่า ๆ ก็ให้นึกละอาย จึงจะทำหน้าที่เป็นเด็กวัด ทำทุกอย่างตามแต่พระท่านจะใช้สอย ในระหว่างที่หลวงพ่อและพระลูกวัดยังไม่ลงมาบิณฑบาต เจ้าหนุ่มน้อยก็กวาดลานวัดรออย่างใจเย็น

                “อ้าว เอ๊ะ นี่โยมยังอยู่รึ ?” หลวงพ่อเอ่ยทักเป็นคำแรกเมื่อลงจากุฏิ แปลกใจอยู่ครามครัน

                “ขอรับ กระผมจะมากราบขออาศัยพระคุณท่าน  จนกว่าจะปราบจระเข้เจ้าได้ขอรับ” เด็กหนุ่มตอบ ก้มกราบเท้าเจ้าอาวาส หวังได้รับความเมตตา

                “เอ๊ นี่โยมพูดจริงรึ ?” พระท่านยังกังขา

                “จริงขอรับ ยามนี้กระผมไร้ที่พึ่ง เห็นก็แต่พระคุณท่านจะพอเป็นที่พึ่งได้” หนุ่มน้อยตอบฉะฉาน

                “แล้ว...นี่โยมไม่ตามคุณหญิงท่านไป ?” พระท่านถามเสียงเบา เหลียวซ้ายแลขวาเหมือนกลัวว่าใครจะได้ยิน

                “...กระผมทิ้งพ่อครูไปไม่ได้...พ่อครูมีพระคุณกับผม ทั้งเป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ถ้ายังเอาหัวจระเข้เจ้ามาเซ่นศพพ่อครูไม่ได้ จะให้ไปอยู่ที่ไหนกระผมก็ไม่เป็นสุข” เจ้าทองตอบด้วยสีหน้าจริงจัง

                “เฮ้อ...เวรกรรม จะต่อเวรต่อกรรมกันไปถึงไหน อาตมาเกรงว่าโยมจะไปตายเสียเปล่า” หลวงพ่อกล่าวทัดทาน

                “กระผมจะระวังตัวให้มากขอรับ” เจ้าทองตอบ เป็นอันว่ามันปักใจแน่แล้ว เจ้าอาวาสจึงได้แต่ส่ายหน้าระอา นึกเสียดายอนาคตแทน เมื่อห้ามปรามไม่ได้ก็คงต้องปล่อยไปตามที่เจ้าตัวตั้งใจ

                เช้าวันนั้นพระได้ออกบิณฑบาตโดยมีเจ้าทองติดสอยห้อยตาม เดินอยู่ท้ายขบวนหลังพวกเด็กวัดอีกที ซึ่งพากันต้อนรับน้องใหม่ด้วยการให้มันหอบหิ้วของเสียมาก กระนั้นเจ้าเด็กใหม่ก็หาได้เกี่ยงงอน เอามานะเข้าสู้ แม้จะมีใบหน้าสวยหวานและมีรูปร่างสะโอดสะอง แต่หนุ่มน้อยก็พอมีกำลังวังชา ด้วยพ่อครูเคยให้มันฝึกไว้จนอยู่ตัว

                ข่าวหลานอาจารย์ไกรที่กลายมาเป็นกำพร้าจนต้องมาเป็นเด็กวัดเดินตามพระบิณฑบาต ลือกันไปจนเช้านั้นบรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ออกมาใส่บาตรกันมาก หวังหาโอกาสซักถาม บางรายก็ทั้งสงสารทั้งเอ็นดู จะขอรับไว้อุปการะ แต่เด็กหนุ่มผู้กำพร้าก็ปฏิเสธไปเสียทุกราย เพราะตั้งใจจะอยู่เฝ้าศพอาและปราบจระเข้เจ้าให้ได้ เมื่อได้ยินเรื่องที่เจ้ากำพร้าจะปราบจระเข้เจ้า บรรดาแม่ยกต่างก็พยายามห้ามปรามแต่ไม่เป็นผล จึงได้แต่จับกลุ่มวิพากษ์วิจารณ์ บ่นด้วยความเสียดายที่หนุ่มน้อยรูปงามจะไปตายเสียอีกคน

                ทั้งพระและเด็กวัดกลับถึงวัดในช่วงสาย เจ้าทองปวดแขนเพราะแม่ ๆ มันใส่บาตรกันมาก ทั้งฝากขนมให้มันอีก หารู้ไม่ว่าอาหารที่เหลือจากพระฉันเสร็จ ของพวกนี้จะไปตกกับเด็กวัดเจ้าถิ่นเสียเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งเจ้าทองก็ไม่บ่นอันใด ด้วยมันเป็นเด็กใหม่ จึงหวังจะผูกมิตรกับเจ้าถิ่นเอาไว้

                หลังเพล หนุ่มน้อยผู้ตั้งใจจะปราบจระเข้เจ้าได้กินข้าวจนอิ่มท้อง และจัดการงานภายในวัดจนเรียบร้อยดีแล้ว จึงขออนุญาตท่านเจ้าอาวาสว่าจะกลับไปเอาเรือนอนที่บ้านเจ้าสัว ซึ่งท่านก็อนุญาตและให้เอามาจอดที่วัดได้

 

                หลานอาจารย์ไกรกลับมาเหยียบเรือนเจ้าสัวอีกครั้งด้วยสถานะที่ต่างจากเดิม ไม่มีการต้อนรับขับสู้เหมือนคราที่อามันอยู่ มีแต่สายตาเฉยเมยราวกับมันเป็นเพียงก้อนดิน เจ้าทองตรงไปบอกกับบ่าวไพร่ว่าจะมาเอาเรือกลับ และจะขอกราบลาเศรษฐีเสียด้วยในคราวเดียว เพราะคงจะยึดเอาวัดเป็นที่อยู่แทน หากบ่าวไพร่ที่รับเรื่องกลับดูจะไม่เป็นธุระเท่าใดนัก โดยบอกว่าเจ้าสัวรับแขกอยู่ เจ้าหนุ่มกำพร้าจึงทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ายืนรอจนกว่าจะได้รับอนุญาตให้เข้าพบ กระทั่งเสียงหนึ่งดังขึ้นจึงเหลียวไปมอง

                “พุทโธ่ ! ฉันกับหมื่นเสือหาใช่คนไกลที่ไหน คบค้ากันมาถึงเพียงนี้ ลองรับปากแล้วฉันก็ต้องรักษาสัญญาสิ วางใจเถอะ ปราบจระเข้เจ้าได้เมื่อไหร่ ฉันจะให้หมื่นเสือได้แต่งกับตะเภาทองลูกสาวฉันทันที เราจะได้เป็นทองแผ่นเดียวกัน”

                เป็นเจ้าสัวที่เดินมาส่งหมื่นเสือด้วยตัวเอง พร้อมกับพูดจารับปากเป็นหมั้นเป็นเหมาะด้วยถ้อยคำที่คุ้นหูยิ่ง ดูท่าว่าแขกที่บ่าวในเรือนพูดถึง คงเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากหมื่นเสือ

                “เจ้าสัวก็คอยฟังข่าวให้ดีแล้วกัน ฉันจะหาทางกำจัดจระเข้เจ้าให้ได้ อย่าเพิ่งเที่ยวไปรับปากจะยกน้องตะเภาทองให้ใครเสียอีกล่ะ มันหมิ่นน้ำใจฉัน” หมื่นเสือค่อนแคะกลับ ท่าทางยังน้อยใจไม่หาย เจ้าสัวหัวเราะกลบเกลื่อน เอาคำชมเข้าปลอบ

                “ฮะ ฮะ แหม ฉันชอบหมื่นเสือตรงที่รักมั่นคงจริงจังนี่แหละ แบบนี้แล้วจะมีใครเหมาะสมกับลูกสาวฉันมากไปกว่าหมื่นเสืออีก นี่ถ้าไม่ติดว่าตะเภาทองไม่สบาย ฉันคงให้มาส่งด้วยตัวเองแล้ว” ว่าพลางชายตาไปทางนางเกลี้ยงที่มาบอกข่าวอาการไม่สบายกะทันหันของตะเภาทอง

                “เจ้าค่ะ คุณหนูไม่ใคร่สบาย อาเจียนไม่หยุดเลย” สาวใช้สนับสนุนคำกล่าว

                “เอาเถอะ หวังว่าจะไม่ซ้ำรอยน้องตะเภาแก้วอีกรายแล้วกัน” ชายหัวล้านตอบขรึม ๆ ทำท่าจะกลับอยู่แล้ว กระทั่งเห็นเจ้าทองก็ถึงกับชักสีหน้าทันที

                “เอ๊ะ ! ทำไมอ้ายหนูนี่ยังอยู่ เห็นแล้วเกะกะลูกนัยน์ตาจริง” ชายผู้มีอิทธิพลทำท่าฮึดฮัด เห็นหน้าเด็กหนุ่มแล้วพาลให้นึกถึงอามัน แม้ว่าตัวหมอจระเข้นามระบือจะสิ้นชื่อไปแล้ว แต่หมื่นเสือก็ยังแคลงใจเจ้าหนุ่มหน้าอ่อน เกลือกว่าจะมาคิดแย่งแม่ตะเภาทอง

                เจ้าทองไม่มีทีท่าใส่ใจชายแขนกุด เดินตรงไปหาเจ้าเรือนแล้วยกมือไหว้

                “กระผมจะมานำเรือกลับ และจะมากราบลาเจ้าสัวเสียทีเดียวเลย”

                “เออ ไปดีเถอะ อย่าอยู่ให้หมื่นเสือเข้าใจข้าผิดเลย” ชายเชื้อจีนทำท่ามึนตึง ผิดกับเมื่อครั้งที่เคยเรียกเจ้าหนุ่มว่าลูกนัก จนเจ้าทองเกิดทิฐิขึ้นมา

                “กระผมจะขอลาก็เพียงชั่วคราว ไว้ปราบจระเข้เจ้าได้เมื่อใด จะขอกลับมากราบเจ้าสัวเป็นพ่อตาเมื่อนั้น”

                คำพูดดังกล่าวทำเอาหมื่นเสือถึงกับร้องเอ๊ะ ฉุนเฉียวขึ้นมาทันใด หากเจ้าทองก็เดินจากมาไม่หันกลับไปมอง เด็กหนุ่มคับข้องใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ทำให้ประกาศออกไปอย่างไม่ประมาณกำลังตน

                มันแค้นใจยิ่งนักที่อาต้องมาเสียไปเพราะจระเข้เจ้า คนรอบข้างก็พลอยมาเปลี่ยนไปเมื่อสิ้นอาที่มันรัก ทั้งเจ้าสัวที่มากลับคำ ทำไม่ไยดีเหมือนอาจารย์ไกรไม่เคยมีตัวตน ทั้งหมื่นเสือที่หยามศพอามัน เจ้าทองออกวิ่งเมื่อพ้นสายตาของชายทั้งสอง โดยไม่รู้เลยว่ามีคนลอบตามมันมาได้สักพักแล้ว

                หนุ่มน้อยหน้าขาวหยุดพัก หายใจเหนื่อยหอบหลังวิ่งมาด้วยแรงบ้า ชั่วพริบตาก็ถึงเรือสำปั้นแจวที่พักเก่า ใบหน้าขาวนวลแดงซ่านเพราะเลือดสูบฉีด เหงื่อพราวผุดทั่ว เมื่อได้เห็นเรือที่เคยอาศัยกับอาสองต่อสอง น้ำตาก็เอ่อท้นอาบสองแก้ม ภาพความทรงจำหวนย้อนคืนมา ทั้งที่ที่เคยนอนเคียงกันด้วยความคับแคบของเรือ แม้จะลำบากอยู่บ้าง แต่เจ้าทองก็ไม่เคยผูกพันใกล้ชิดเช่นนี้กับผู้ใดกระทั่งพ่อแม่แท้ ๆ ยามนี้มันจึงคิดถึงอายิ่งนัก

                นิ้วเรียวยกขึ้นปาดหยาดน้ำที่เปียกชุ่มดวงตาคู่งาม เด็กหนุ่มร่างเพรียวรีบก้าวขึ้นเรือเพื่อสำรวจว่ามีข้าวของสิ่งใดสูญหายหรือไม่ กลิ่นศพหมอสังข์ลอยเข้าจมูกเป็นการต้อนรับ แต่เจ้าทองก็หาได้สะทกสะท้าน เพราะอาช่วยสอนให้มันคุ้นกับกลิ่นคนตาย เด็กน้อยสำรวจจนทั่ว คลายใจได้ว่าไม่มีใครมายุ่มย่ามที่เรือจึงค่อยกลับออกมา คิดอยู่ว่าจะนำเรือไปที่วัดอย่างไรดี จะพายออกไปท่ามกลางลำน้ำที่เต็มไปด้วยฝูงจระเข้กระนั้นหรือ...

                พลั่ก...เสียงบางอย่างกระแทกกกหูอย่างแรง ส่งให้เด็กหนุ่มร่างบางถึงกับทรุด หันกลับไปก็เห็นลูกน้องหมื่นเสือสองคนก้าวเข้ามา...

                “นี่แน่ะ อ้ายหน้าอ่อน ปากเก่งนักหรือวะ พี่เสือเขาให้พวกข้ามาสั่งสอนเอ็ง” หมู่เพิ่ม ลูกน้องคนสนิทของหมื่นเสือเดินเข้ามา หมายจิกหัวเด็กหนุ่มขึ้นมา แต่ผมที่สั้นเกรียนทำให้จับไม่ติดมือ จึงเปลี่ยนเป็นบ้องหูแทน

                “เฮ้ยพี่ อย่าไปทำมันแรง เดี๋ยวหน้ามันช้ำหมด” อีกคนหนึ่งร้องห้าม ทำเอาหมู่เพิ่มหัวเราะ ถามกลับ

                “ฮ่ะ ฮ่ะ อ้ายชิด เอ็งจะทำพิลึกกะมันล่ะซี”

                “แหมพี่ เห็นหน้ามันสวยนัก ฉันเลยอยากรู้ว่ามันจะมีอ้ายเหมือน ๆ กะเราหรือเปล่า” ชายที่ชื่อชิดตอบ

                “จับแก้ผ้าดูก็รู้ว่ะ” หมู่เพิ่มพูดเท่านั้น อ้ายชิดก็เข้ามาจับตัวเจ้าทองไม่ให้ดิ้น เพื่อที่ลูกพี่มันจะกระทำได้ถนัด

                “อ้ายห่อผ้าที่เอ็งสะพายไว้นี่มันอะไรวะ...บ๊ะ ! นี่มันหอกสัตตโลหะนี่หว่า เห็นเขาลือว่าวิเศษนัก ข้าขอไปให้พี่เสือก็แล้วกันวะ” หมู่เพิ่มแกะห่อผ้าที่เจ้าทองสะพายหลัง เห็นหอกสัตตะโลหะที่ด้ามหักเหลือเพียงครึ่งก็ดีใจนัก หวังจะนำไปมอบให้หมื่นเสือเพื่อเอาใจ

                ทันใดนั้นเจ้าทองก็เกิดฮึดสู้สุดฤทธิ์เพื่อจะรักษาสมบัติของพ่อครูที่รักของมัน เด็กหนุ่มโขกหัวไปด้านหลังใส่อ้ายชิดที่กำลังเผลอ ทำเอาดั้งมันหัก เลือดกำเดากลบ จากนั้นก็ถีบใส่อ้ายหมู่เพิ่มเต็มแรง แต่มันหาสะดุ้งสะเทือน เตะกลับเข้ากลางลำตัวหนุ่มน้อยร่างบางจนล้มพับ ตัวงอเป็นกุ้ง

                “อ้ายนี่ สู้นักเหรอวะ อุตส่าห์ตั้งใจจะไม่ทำรุนแรงกะเอ็งแล้วเทียว” อ้ายชิดที่จมูกหักเลือดกลบเกิดโมโหขึ้นมา หวดแข้งซ้ำเข้ากลางตัวเจ้าทอง จนมันถึงกับขย้อนมื้อเช้าเปรอะไปทั่ว แต่ลูกน้องทั้งสองของหมื่นเสือก็ยังไม่สาแก่ใจ ยังคงรุมกระทืบโดยที่เด็กหนุ่มทำได้เพียงปัดป้อง ทว่าจู่ ๆ หนึ่งในสองก็หยุดชะงัก เมื่อถูกบางอย่างยิงเข้าหลังกบาล

                “โอ๊ย ! ใครวะ ?” อ้ายชิดร้องด้วยความโมโห เอามือคลำหัว หยิบเศษกระสุนมาดูก็ถึงกับตกใจ

                “ขี้นี่หว่า !” มันอุทาน ทำหน้าสะอิดสะเอียน หมู่เพิ่มที่หันมามองก็โดนเข้าด้วยอีกคน หากครั้งนี้โดนเข้าเต็มหน้า

                “แม่งโว้ย ! ใครมันลอบกัดวะ ! ใคร ?” หมู่เพิ่มฉุนจัด ตะโกนท้าคนที่ซุ่มโจมตี พลันก็มีร่างปริศนากระโดดออกมาจากมุมมืด

                “ข้าเอง” เสียงปริศนาฟังได้ว่าเป็นชายประกาศตัว ครั้นเมื่อเห็นคนที่ลอบกัด หมู่เพิ่มกับอ้ายชิดกลับมีสีหน้าเปลี่ยนไป ต่างพากันอึกอักรวนเร

                “...หมดธุระเราแล้ว กลับกันเถอะวะ” หัวหมู่หันไปบอกผู้ร่วมใจซึ่งก็พยักหน้ารับ พากันเดินเลี่ยงชายปริศนาออกไป

                เจ้าทองที่ถูกทำร้ายเสียอ่วมสะดุ้งตัวขึ้นมา เมื่อระลึกได้ว่าหมู่เพิ่มเอาหอกสัตตะโลหะไป เด็กหนุ่มก็คว้ามือเปะปะ พยายามทวงสมบัติคืน แต่เดินได้ไม่กี่ก้าวก็ล้มแผละ

                “เฮ้ย ! เอ็งอย่าเพิ่งตายนะโว้ย !” เสียงนั้นสั่ง เด็กหนุ่มร่างบางพยายามปรือตามองคนที่ช่วยมันแต่ก็สุดฝืน ครู่เดียวมันก็สลบไป

                เจ้าทองสะลืมสะลือ หลับ ๆ ตื่น ๆ พอรู้ว่าอยู่ในเรือของพ่อครู รู้อีกว่าเรือกำลังแล่น มันเหลียวไปทางหัวเรือ เพ่งมองว่าใครเป็นผู้พายก็เห็นเพียงแผ่นหลังกำยำ ผิวกายคร้ามแดด หนุ่มน้อยก็เผลอละเมอออกมาด้วยความลิงโลด

                “พ่อครู...”

                เอ่ยได้เพียงเท่านั้น มันก็หมดสติลงอีกครา

 

                “ทองเอ๊ย ตื่นเถอะวะ”

                น้ำเสียงคุ้นเคยที่เอ่ยด้วยความอารีย์ ปลุกเด็กหนุ่มผิวขาวนวลให้เผยอลืมตาตื่น ทั้งประหลาดใจและดีใจที่สุด เมื่อเห็นชายฉกรรจ์ตรงหน้า

                “พ่อครู!

                “เออ ข้าเอง” ร่างกำยำตอบกลับ เลื่อนนิ้วหยาบกร้านประทับบนริมฝีปากเรียวบางของเด็กน้อย เป็นการปรามไม่ให้มันเอะอะโวยวาย

                “เกิดอะไรขึ้น ? ฉันนึกว่าพ่อครู...” เจ้าทองรู้สึกสงสัยเป็นที่สุด

                “อะไร ?” หนุ่มใหญ่ขยับหน้ามาจนเกือบชิด เขม้นตามองหลานชาย ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะ “ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอ็งคงไม่คิดว่าอาจะเสียท่าจระเข้เจ้าง่าย ๆ หรอกนะ”

                “แต่ฉันเห็น...” เด็กหนุ่มค้างไว้แค่นั้น ไม่กล้าเอ่ยต่อ

                “โธ่เอ๋ย อ้ายทอง” พ่อครูยีหัวมันอย่างเอ็นดู อธิบายให้ฟัง “คนอย่างอาจารย์ไกรนะเว้ย ไม่พลาดง่าย ๆ หรอกวะ นี่น่ะมันไม้ตายก้นหีบเลย แกล้งตายน่ะ เอ็งเคยได้ยินไหมวะทอง อาฝึกวิชาจนถอดลูกกระเดือกได้ เอาไว้สักวันจะสอนให้เอ็ง”

                ว่าพลางชายผิวดำกร้านก็ใช้มือถอดลูกกระเดือกตัวเองให้ดู เลือดสด ๆ พุ่งทะลัก สาดไปทั่ว แต่เจ้าตัวกลับยังคงยิ้มเผล่ หนุ่มน้อยเบือนหน้าหนีภาพอันชวนสะอิดสะเอียน แผลกว้างตรงคอนั่น เผยให้เห็นทั้งหลอดลมและเส้นเลือดรวมทั้งกล้ามเนื้อที่กำลังทำงาน กระนั้นเจ้าทองกลับยิ้มขึ้นมาได้ เมื่ออาของมันฟื้นคืนชีพอย่างที่หวัง จะด้วยเหตุผลกลใดมันก็พร้อมจะเชื่อ ขอแค่ได้อยู่ด้วยกันต่อไปเท่านั้น

                ครู่ต่อมาอาเจ้าทองก็แปะลูกกระเดือกกลับที่เดิม ทำเสียงครืดคราดประหลาดจนเด็กหนุ่มสงสัย

                “ขาก...ทุ้ย !” น้ำลายข้นเหนียวผสมด้วยเสลด ถ่มลงบนหน้าเด็กหนุ่มจนมันรู้สึกตัว รีบใช้มือเช็ด

                “พ่อครู !” เจ้าทองร้องตกใจ งงงันว่าเกิดอะไรขึ้น

                “พ่อครูไหนว้า ? ข้าไม่ใช่พ่อครูเอ็ง !” เสียงนั้นตวาดกลับ เจ้าทองขยี้ตามองดี ๆ ก็เห็นว่าชายตรงหน้าไม่คล้ายอาของมันสักนิด แม้จะมีผิวกายดำคล้ำเหมือนกัน แต่ชายคนนี้ดูจะมีอายุกว่า ดวงตาโปนโต บนศีรษะมีผมหยิกขึ้นหรอมแหรมเกือบจะล้าน ริมฝีปากหนา ฟันหลุดหลอไปหลายซี่ รูปร่างไม่สูงนัก ผอมเกร็งเห็นซี่โครง พุงโร ท่าทางอด ๆ อยาก ๆ กระนั้นก็ดูจะมีกำลังวังชาไม่น้อย รวม ๆ แล้วดูไม่ออกว่าเป็นคนหรือผี

                “เฮ้ย ! อย่าเช็ดออกนะโว้ย ! นี่น่ะยาสมานแผลอย่างดี” ชายประหลาดดุใส่ ตีมือเจ้าทองที่กำลังเช็ดคราบน้ำลาย แล้วใช้นิ้วมือหยาบละเลงน้ำลายไปตามแผลบวมปูดบนหน้าเด็กหนุ่ม

                “เออ ค่อยดูได้หน่อย” ชายประหลาดว่าพลางลากเด็กหนุ่มมาทางอ่างแตก ๆ ที่มีน้ำขัง จับมันชะโงกดูเงาสะท้อน

                เจ้าทองมองเงาตนเองแล้วพลอยตกใจกับใบหนาที่บวมปูด มีรอยฟกช้ำ นึกไปถึงคำพูดของพ่อครูแล้วนึกเสียใจแทน อาไกรไม่อยากให้ใบหน้าที่คล้ายหญิงที่เคยรักมีแผลเป็นแม้นิดเดียว ถ้าอายังอยู่ก็คงเสียใจไม่น้อย

                “เสียใจทำไมว้า เดี๋ยวก็กลับมาสวยเหมือนเดิม นี่ถ้าข้าไม่ช่วยไว้ เอ็งโดนพวกนั้นกระทืบตายไปแล้ว” ชายประหลาดว่าพลางแคะขี้มูกไปพลาง แล้วก็เอาขี้มูกนั้นใส่ปาก

                “แล้ว...เอ่อ...ลุงเป็นใคร ?” เจ้าหนุ่มที่เพิ่งถูกเล่นงานสะบักสะบอมถามด้วยความสงสัย

                “บอกก็ไม่งงสิว้า” ชายที่ดูไม่ออกว่าเป็นผีหรือคนตอบอย่างยียวน แคะขี้มูกต่อด้วยท่าทางเมามันยิ่งกว่าเดิม

                เจ้าทองนิ่งอึ้งไปต่อไม่ถูก ครั้นนึกถึงความฝันเมื่อครู่ อยู่ ๆ น้ำตาก็ไหลอาบแก้ม

                “อ้าวเฮ้ย ล้อเล่นแค่นี้ทำร้องไห้ ทำไมขี้แยจังว้า”

                “ฉัน...ฉันนึกว่าพ่อครูยังไม่ตาย...แล้วมาช่วยฉัน...” เจ้าทองตอบน้ำเสียงสะอื้น น้ำตายังไหลไม่หยุด

                “อาเอ็งยังนอนแผ่หลาอยู่บนศาลา ไม่ฟื้นมาแล้วโว้ย ฝันอะไรโง่ ๆ” ชายปริศนาหัวเราะเยาะใส่ เด็กหนุ่มยิ่งร้องไห้หนักกว่าเดิม

                “หยุดร้องได้แล้วโว้ย เอ้า ! ข้าบอกให้ก็ได้ ข้าชื่อพด ใคร ๆ เขาเรียกตาพด แต่เอ็งต้องเรียกข้าว่าอา เพราะข้าเป็นเพื่อนกะอาเอ็ง”

                ได้ยินดังนั้นเจ้าทองก็หยุดร้องไห้ ดวงตาเบิกโพลงด้วยความสงสัย

                “อาเป็นเพื่อนกับพ่อครูจริง ๆ หรือ ?” มันถามย้ำเพื่อความแน่ใจ

                “จริงสิว้า จะหลอกทำไม ข้าเห็นเอ็งตั้งแต่ตอนมากะอ้ายไกร แต่ข้าไม่อยากเจอหน้ามันก็เลยหลบอยู่ ตอนนี้มันตายแล้วข้าเลยตามดูเอ็ง แล้วก็ช่วยเอ็งไว้จากลูกน้องหมื่นเสือยังไงล่ะวะ”

                เจ้าทองฟังคำอธิบายแล้วนึกได้ว่ามันเคยรู้สึกเหมือนมีคนแอบดูอยู่ บางทีคงจะเป็นอาพดนั่นเอง ครั้นแล้วเด็กหนุ่มก็ก้มลงกราบชายตรงหน้า ทำเอาอีกฝ่ายสะดุ้งโหยงตัวลอย

                “เฮ้ย ! เอ็งมากราบข้าทำไม !” ตาพดละล่ำละลัก

                “ฉันกราบขอบคุณอาพดที่ช่วยฉันไว้น่ะซี ตอนนี้สิ้นพ่อครูแล้ว ได้เจอเพื่อนพ่อครูฉันก็ดีใจเสมือนพ่อครูยังอยู่” เด็กหนุ่มตอบ ชายครึ่งบ้าครึ่งดีมองมันด้วยความเอ็นดู ลูบหัวแสดงความปราณี

                “เออ ดี ๆ ตั้งกะเกิดมาก็มีเอ็งนี่ล่ะที่กราบข้า เอ...แล้วก็มีอีกคน เอาเป็นว่าเอ็งเป็นคนที่สองที่สองที่กราบข้า” ตาพดว่า

                “...แล้วนี่ฉันอยู่ที่ไหนหรือจ๊ะอา ?” เจ้าทองถาม เหลียวมองไปรอบตัว

                “หลังวัดป่าช้าท่าน้ำ เอ๊ะ ! ป่าช้าท่าน้ำหลังวัด เฮ้ย ! ท่าน้ำหลังวัดป่าช้า โอ้ย ! เรียกไม่ถูกโว้ย เอาเป็นว่าเรือเอ็งจอดตรงท่าน้ำโน่น แล้วรอบ ๆ นี่ก็เป็นป่าช้า ส่วนทางโน้นเป็นวัด” ชายประหลาดตอบด้วยท่าทางสับสน ชี้นิ้วไปยังทิศทางต่าง ๆ ประกอบการอธิบาย

                เด็กหนุ่มมองตาม เห็นเรือจอดอยู่ตรงท่าน้ำก็เบาใจ บรรยากาศมืดลงเพราะเย็นย่ำเต็มที มันนึกขึ้นได้รีบบอกผู้อาวุโส

                “อาพด ฉันขอบคุณที่อาพดช่วยฉัน แต่ฉันต้องขอลากลับไปที่วัดก่อนล่ะจ้ะ”

                “เออ เอ็งไปเหอะ” ชายประหลาดโบกมือไล่ ท่าทางไม่อินังขังขอบ ปล่อยเด็กหนุ่มวิ่งลับไป

 

                หนุ่มน้อยร่างบางวิ่งกระหืดกระหอบ ตัดฝ่าความมืดที่เริ่มกลืนกินบรรยากาศโดยรอบ เสียงหริ่งหรีดเรไรระเบ็งเซ็งแซ่ ครู่หนึ่งก็มีเสียงระฆังวัดดังกลบ เจ้าทองเร่งฝีเท้า ไม่นานก็มาถึงศาลาวัด รอบกายสงัดไร้ผู้คน มันรีบขึ้นไปบนศาลาเพื่อเฝ้าศพอา

                บนศาลายกพื้น ผนังเปิดโล่ง ใครคนหนึ่งนั่งเคียงข้างศพอาจารย์ไกร ดวงตาแน่วนิ่งทอดมองโดยไม่เผยความรู้สึกใด ๆ

                “คุณหญิง ?” เจ้าทองเอ่ยออกมา รู้สึกแปลกใจเพราะไม่เห็นบ่าวไพร่รออยู่ที่ด้านล่าง

                “อ้อ พ่อหนุ่ม มาถึงเสียที” หญิงสูงศักดิ์ในวัยเบ่งบานหันมามองเจ้าทองหน่อยหนึ่ง ก่อนจะเบนสายตากลับไปที่เดิม

                “ตกลงเธอจะตัดสินใจอย่างไร ?” เธอลุกขึ้นยืน ถามโดยไม่เหลียวมองเด็กหนุ่ม

                “กระผมจะอยู่ที่นี่ ล้างแค้นให้พ่อครู” หนุ่มน้อยตอบโดยไม่ลังเล

                คุณหญิงถอนหายใจหน่อยหนึ่ง เอ่ยขึ้น

                “เอาเถิด ฉันเคารพการตัดสินใจของเธอ ถึงจะเป็นความคิดโง่ ๆ มันก็ชีวิตของเธอเอง และฉันก็ไม่มีเวลามารอให้เธอเปลี่ยนใจ ฉันต้องรีบไปจากเมืองนี้แล้ว” คุณหญิงพุดซ้อนเว้นหน่อยหนึ่ง หันไปทางศพหมอจระเข้แล้วพูดต่อ “อาจารย์ไกร ฉันพยายามเต็มที่แล้ว อย่าโกรธกันเลยนะ”

                เจ้าทองตรงเข้ากราบเท้า ซาบซึ้งใจที่คุณหญิงพุดซ้อนยังคงดีกับมัน แม้นว่าอามันจะตายไปแล้ว

                “กระผมขอบพระคุณคุณหญิงอย่างที่สุด ขอให้คุณหญิงเดินทางโดยปลอดภัย ประสบแต่ความโชคดี”

                หญิงสูงศักดิ์แย้มยิ้ม เชยคางเด็กหนุ่มให้เงยขึ้น ใช้ชายผ้าเช็ดหน้าตาที่มอมแมมให้กลับมาสวยสะดังเดิม

                “เกิดอะไรขึ้น ? ใครทำร้ายเธอ ?” คุณหญิงถาม เมื่อเห็นรอยฟกช้ำ หากเจ้าทองกลับนิ่งเงียบไม่ยอมตอบ

                “...หมื่นเสือและพวกมันคนพาล ต่อแต่นี้พวกมันคงกำเริบยิ่งกว่าเก่า ฉันเป็นห่วงแทนเธอเสียจริง เด็กหนุ่มอย่างเธอควรจะมีอนาคตที่ดีรออยู่ เอ้านี่ เอาเงินนี้ติดตัวไว้ ถือเสียว่าฉันช่วยค่าทำศพอาจารย์ไกร”

                คุณหญิงพุดซ้อนยื่นถุงเงินมอบให้ เจ้าทองกราบขอบคุณอีกครั้ง รับถุงเงินเอาไว้ ครู่หนึ่งก็มีบ่าวรับใช้ขึ้นมาตามด้วยท่าทางเร่งรีบ คุณหญิงจึงลงจากศาลา

                หนุ่มน้อยหลานอาจารย์ไกรตามลงมาส่ง มองหญิงสาวที่ทั้งสวยและสูงศักดิ์ซ้ำยังมีคุณแก่มันเสมือนมารดาอีกคนเดินลับไปในความมืด นึกใจหายไม่รู้จะมีวาสนาได้เจอกันอีกเมื่อไหร่ ยามนี้เท่ากับมันไร้ที่พึ่งพิงอีกหนึ่ง เจ้าทองทอดถอนใจ มองขึ้นไปบนศาลาที่ไว้ศพพ่อครูแล้วมองไปทางป่าช้า คิดทบทวนอย่างหนักเพื่อตัดสินใจบางอย่าง

จบบท หมอจระเข้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

5 ความคิดเห็น

  1. #142 อำกันเล่น (@am1977) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 11:17
    โธ่ ถัง กะละมัง ไห ดีใจเก้อดิ นึกว่าอาจารย์ไกรจะรอด วิชาถอดกระเดือก

    ว่าแต่ งานนี้จี้กงก็มา ถูขี้ไคล ใส่ปาก (อ้าว ไม่ใช่เหรอ) แหะๆ
    #142
    1
    • #142-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 8)
      22 มิถุนายน 2561 / 23:34
      555+ ทองได้อาจารย์คนใหม่แล้วนะครับ
      #142-1
  2. #83 Pimmy27pb (@Pimmy27pb) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2560 / 21:58
    คิดว่าฟื้นขึ้นมาจริงๆ #จะมาหลอกให้อินขนาดนี้ไม่ได้ เสียใจไปกับพ่อทองด้วยจ่ะ
    #83
    1
    • #83-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 8)
      30 สิงหาคม 2560 / 21:51
      แหม คิดถึงอาจารย์ไกรกันเยอะจัง
      #83-1
  3. #35 Archetype (@Archy) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 เมษายน 2560 / 12:41
    55 ตัวละครลับโผล่มาแล้ว โผล่มาก็มีสีสันขึ้นมาเลย
    ยังกับตาแก่ที่หายไปจากยุทธจักรอะไรทำนองนั้น
    น่าติดตามมากฮะ
    #35
    1
    • #35-1 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 8)
      19 เมษายน 2560 / 18:02
      555+ ใช่ครับ อารมณ์ชักคล้ายๆนิยายจอมยุทธเลยใช่มะ
      #35-1
  4. #32 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 23:49
    แล้วทีนี้ใครจะมาสอนวิชาปราบจระเข้ให้เจ้าทองล่ะเนี่ย โอ้ยยย สู้เขานะลูกก ถ้าจระเข้เจ้ามันปราบยากนักก็จับมันทำผัวไปเลย เกรี้ยวกราดด ฉีกกฎทุกตำนานนิทานพื้นบ้าน 555555555555555555555555555555
    #32
    5
    • #32-4 Tresh (@KillerOrDie) (จากตอนที่ 8)
      10 เมษายน 2560 / 22:17
      โอเคค่าาา ว่าแต่ตอนที่ไรท์เตอร์บรรยายถึงจระเข้เจ้าตอนกลายร่าง เรานึกถึงตัวคานิม่า (Kanima) ในเรื่อง Teen Wolf เลยค่ะ ลักษณะคือเหมือนม๊ากกก

      ภาพปลากรอบ :
      https://www.google.co.th/search?q=kanima&source=lnms&tbm=isch&sa=X&ved=0ahUKEwjk9puRlprTAhWMOI8KHbvFAYcQ_AUICCgB&biw=1304&bih=673
      #32-4
    • #32-5 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 8)
      11 เมษายน 2560 / 20:24
      โอย โหดมาก ขอบคุณที่หามาให้ชมนะครับ
      #32-5
  5. #31 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 00:50
    ยิ่งอ่านก็ยิ่งอิน ฉันก้คิดว่าพ่อครูพื้นขึ้นมาเสียจริงๆที่ไหนเป็นฝันของพ่อทองมัน แล้วหน้างามๆของพ่อเป็นรอยแบบนี้ เหล่าแม่ยกไม่ขาดใจตายกันรึจ้ะเนี่ย //ส่วนนางเอกมีเพียงชื่อแต่ไรบทเช่นเดิม ตกลงเป็นนางเอกหรือตัวประกอบกันแน่จ้ะ แม่คุณ~
    #31
    3
    • #31-2 Panther_13 (@Ding_Master) (จากตอนที่ 8)
      15 เมษายน 2560 / 15:36
      ส่วนพระเอกเป็นหมื่นเสือ อย่างนั้นฉันไปผูกคอตายดีกว่า ฮือๆ~ ถ้าพ่อครูพื้นขึ้นแล้วมีผ้าพันแผลทั้งตัวก็ดีเหมือนกัน//เพ้ออีกตรู
      #31-2
    • #31-3 masked v (@masked_v) (จากตอนที่ 8)
      17 เมษายน 2560 / 20:50
      อ๊ะ เพิ่งเห็น ศพอาจารย์ไกรเผาไปแล้วล่ะครับ อย่าลืมแวะไปกินข้าวต้มด้วยนะครับ
      #31-3