Briss
ดู Blog ทั้งหมด

ขอบคุณกันและกัน

เขียนโดย Briss

ขอบคุณกันและกัน


ขอบคุณ ที่คอย ห่วงใย
ขอบคุณ ที่คอย ดูแล
ขอบคุณ ที่คอย เทคแคร์
ขอบคุณ ที่คอย เป็นเพื่อนกันเสมอมา


คำ "ขอบคุณ" ไม่ว่าพูดเมื่อไรก็มีความหมายอย่างยิ่ง

ทุกครั้งที่พูดคำนี้ เขียนคำนี้ ได้ยินคำนี้ ก็รู้สึกดีขึ้นมา

เพียงแค่คำๆหนึ่ง สองพยางค์ แต่มีความหายมากมายเกินกว่าจะพรรณาได้หมด

ลองถามสักหน่อย มีใครบ้างที่ไม่เคยได้ยินคำนี้

มีใครบ้างที่ยังไม่เคยพูดคำนี้

วันนี้ลองพูด ลองฟังเสีย

ก่อนที่จะสายเกินไป...

...

ความทรงจำนานแสนนานมีอะไรมากมาย

หนึ่งในนั้นคือเรื่องของเธอ

นิทานเรื่องหนึ่งที่ยังไม่จบเสียที

กาลครั้งหนึ่ง...กาลรอคอย

คงจะถึงเวลาที่จะนำมาร้อยเรียงบรรเลงต่ออีกครั้ง

มันคงไม่เลิศเลอเท่าไร แต่สุดท้ายนี้มันออกมาจากใจ

...

กาลครั้งหนึ่ง...การรอคอย

'รอคอย' คุณรู้จักมันไหม และชั่วชีวิตของคนๆหนึ่งจะรอได้เพียงไหนกันนะ

ลองมองดูออกไป เด็กสาวคนหนึ่งกับเด็กชายคนหนึ่ง

บ้านเมืองเดียวกันอาจดูใกล้แสนใกล้ หากแต่ว่ามองอีกครามันก็ไกล

เพราะคนเรามันจะสรรหาไปที่ไกลๆ โดยลืมนึกถึงสิ่งที่อยู่ใกล้เสมอ

เช่นกันที่แม้ระยะห่างจะใกล้เพียงไร แต่ไม่อาจพบ

คุณก็คงเคยกระมัง

เรียนชั้นอนุบาล... ชั้นประถมศึกษา... ที่โรงเรียนเดียวกัน

รวมเวลาเกือบสิบปีนั้นที่ผ่านมา

กลับไม่เคยพบหน้า ไม่เคยรู้จัก

เออหนอ...โชคชะตาช่างกลั่นแกล้งกันเหลือเกิน

แต่แล้วโชคชะตากลับนำพาให้ทั้งสองได้พบกัน

ชั้นมัธยมศึกษา...

ผ่านมากี่ปีนะกว่าที่คนสองคนจะได้รู้จักกัน...

วันแรกวันนั้นที่จำได้ คือวันสอบเข้าห้องเรียนพิเศษของโรงเรียน

เชื่อไหม...? ว่าสอบห้องเดียวกันแต่ใครจะสนใจไปมองกัน

แค่ตั้งใจสอบก็ดีเพียงใดแล้ว

แม้คนเข้าสอบจะมีไม่ถึง 30 คนก็ตามดี

ไม่หรอก...

วันนั้น 'เรา' ยังไม่รู้จักกัน

วันเวลาผันผ่านไปอีกครา... สู่วันปฐมนิเทศที่เห็นหน้าค่าตากันในห้องอย่างดี

แต่...

เราก็ยังไม่รู้จัก... จริงไหม?

จนกระทั่งวันเวลาผ่านไปแล้วนั่นล่ะ

คุยกันคำแรกเมื่อไหร่นะ ไม่รู้สิ เพราะเวลาอันยาวนานนั้นช่างลบลืม

น่าเศร้า...แต่มันช่วยไม่ได้

จะมีใครจดจำคำพูดหากคำพูดนั้นไม่ได้ประทับอยู่ภายในใจจริงๆ

เออละหนอ...น่าเสียดายที่จำไม่ได้จริงๆ

เด็กหญิงกับเด็กชายรู้จักกันแล้ว

คุณว่าเรื่องเป็นอย่างไรต่อ?

นั่นสินะ คุณอาจไม่รู้...

อืม...เป็นปกติที่โลกของเด็กผู้หญิงกับเด็กผู้ชายจะแตกต่างกันไป

แน่นอนว่าทั้งสองก็ไม่เว้นเช่นกัน

ราวกับต่างคนแทบจะไม่มีตัวตนในโลกของอีกคน

หรือเปล่านะ...?

เอาง่ายๆ ก็รู้จักกันในฐานะเพื่อนร่วมห้อง

แต่ไม่ทราบว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย

กี่ครั้งหรือกี่ครั้ง

เข้าแถวคราวใด ไม่ว่า 5 หรือ 10

เด็กหญิงก็มักจะได้มองแผ่นหลังของเด็กชายเสมอๆ

เพียงแค่นั้นหรือเปล่านะ? กับความรู้สึกที่มี

อะไรหนอที่ทำให้เรามองคนๆหนึ่งได้แบบนี้...

สำหรับเด็กหญิง...

มันคงจะเป็นตัวตนของเด็กชายกระมัง

เขาที่เป็นเขา

คือสิ่งที่เธอเห็น... สิ่งที่เธอรัก...

จะให้มีเหตุผลอื่นใดนอกจากนี้คงต้องถามเด็กหญิงเอาเองเสียแล้ว

เพราะดูเหมือนเธอจะไม่ค่อยอยากตอบนัก ฮะๆ

เอาเป็นว่าตั้งแต่วันนั้น...

วันไหนก็ไม่รู้ วันใดวันหนึ่งนั่นแหละ

ที่เด็กหญิงเฝ้ามองเด็กชายเรื่อยมา

หาเรื่องแกล้ง...?

เป็นประจำ

หรืออื่นๆที่นึกไม่ออก

เน้นๆคือเรื่องเดียว "แกล้ง"

ถ้าถามว่าเด็กชายทำเช่นไร

โถๆ ก็แกล้งกลับน่ะซี่...

แกล้งกันไปแกล้งกันมาจนฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งยอมนั่นแหละ

นี่อาจคืออีกจุดเริ่มต้น

แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นเช่นนั้น

เวลา 3 ปีที่ผันผ่านไปกับช่วงชั้นมัธยมต้นช่างรวดเร็ว...

โอล่ะหนอ สุดท้ายก็ถึงวันแยกจาก

สายวิทย์-คณิต กับศิลป์ภาษา ห่างกันพอสมควรกระมัง

แต่เอาเถิด ในจุดนี้เองที่เป็นจุดเชื่อมต่อ

คนหนึ่งถนัดหนึ่ง อีกคนหนึ่งถนัดสอง

คนหนึ่งไม่ชอบหนึ่ง อีกคนหนึ่งไม่ชอบสอง

สลับกันผลัดเปลี่ยนเวียนความรู้ให้กันและกัน

ช่วยสอนในสิ่งที่อีกฝ่ายไม่เข้าใจ

มันช่างน่าแปลกใจ...เหมือนในนิยายเหลือเกิน

ที่สุดท้ายทุกอย่างก็เป็นไปด้วยดี

ทั้งน้ำตาของฝ่ายหนึ่งที่แพ้ในการแข่งกับคะแนนที่เฉียดฉิว

โอ...ใครกันนะที่แพ้

ผู้แพ้จะต้องทำตามคำสั่งของผู้ชนะเสียด้วยสิ

แย้แย่...

เรื่องรี้ไม่ขอเฉลย แอบอุบไม้ให้อยากรู้

มาจนถึงตอนนี้ วันเวลาทอดผ่านมาจนรอเวลาเฉลยอีกครั้ง

ผลการเรียนรู้ทั้งสองวิชาจะเป็นเช่นไรหนอ

เด็กหญิงรอเวลานั้นอยู่...

กว่าจะรู้สงสัยคงเปิดเทอมกระมัง

เพราะอาจารย์ที่เปิดเซิร์ฟเวอร์เว็บเพจโรงเรียนดันลาบวช

เอ๊ะ! ยังไง

ไม่ค่อยเกี่ยวกันนัก

แต่สุดท้ายหลังจากที่เด็กชายไม่อยู่หนึ่งเดือน

เด็กหญิงก็จะไม่อยู่อีกหนึ่งเดือน

น่าเสียดายที่เวลามไตรงกันเสียเหลือเกิน

คนหนึ่งไปมีนาคม คนหนึ่งไปเมษายน

คนหนึ่งอยู่มีนาคม คนหนึ่งอยู่เมษายน

โอละหนอ...ชีวิตนี้ช่างน่าหรรษา

พระเจ้าหนอจะกลั่นแกล้งกันไปถึงเทียวไหนหนอท่านเอ๋ย

เอาเถิด...

นิทานเรื่องนี้ยังคงต้องดำเนินต่อไป

มาอัพเดทเรื่อยๆด้วยการพิมพ์แบบสดๆจนเมื่อยมือ

แล้วก็ไปนั่งเขียนไดอารี่บันทึกวันเวลาไว้อ่านเองอีกครา


จะบอกได้ไหมนะว่า "คิดถึง"

จะบอกได้ไหมนะว่า "ห่วงหา"

จะบอกได้ไหมนะว่า "ฝันหวาน"

จะบอกได้ไหมนะว่า "รักเธอ"


สู่นิทานเรื่องหนึ่งที่ยังคงดำเนินต่อไป

เด็กหญิงยังคงรอเด็กชายอยู่เสมอ

สู่บทต่อไปของนิทาน

...

มาพูดถึงการเรียน

วันนี้เสนอหน้าไปรับใบรับรองผลการเรียน

น่าเศร้าหรือดีใจกันหนอ

ได้เกรดเท่านี้เนี่ย...

เท่าไหร่ก็เท่านั้น เอาเป็นว่าอาจารย์แซวแทบตาย

แหม...เสี่ยงเกือบตายสุดท้ายก็โอเค

เกรดดีกว่าเดิม ฮะฮะ

ประกายเพชรเล่มใหม่เจิดจรัสตา ทำไม๊ทำไมต้องมีรูปเราเสนอหน้า

โถๆ ยูยู่กับก่าวก๊าวก็พอแล้ว

นี่มีน้องออม กระแป๋ง เดือนสิบ แถมท้ายด้วยเรามาทำไม

เครียดค่ะอาจารย์ มีโผล่มันกี่ฉบับแล้วนะ ฮือๆ

ขึ้นไปหาอาจารย์ที่รัก เฮ้อ เศร้าๆ

อาจารย์สมเดชคะ...หนูรักอาจารย์ แง้

อาจารย์สอนภาษาอังกฤษได้เข้าใจที่สุดในโลก

ปีหน้าโผล่มาเรียนด้วยได้ไหมคะ ฮะๆ

วันนี้ถูกเพื่อนทิ้ง เข้าแถวกับบัวดอง - - 2 คน

เสนอหน้าไปเข้าแถวห้อง 5

ตาดีเห็นอาจารย์นีออล ว่าที่อาจารย์ที่ปรึกษาในปีหน้าถามหาห้อง 7

แต่ขอโทษค่ะอาจารย์ บัวดองไม่ยอมให้บอก

เศร้าวุ้ย

เพื่อนทิ้งมากันเข้าแถวไม่กี่คน

พอเข้าแถวเสร็จตามต่อมาเป็นขบวน หึๆ

แต่แอบสะใจ แท็คทีมกับเบนเซ่เพื่อนเลิฟหัวเราะลั่น

เกรดดีกว่าคนสวย คนเก่งจาก วร. ว่ะ ก๊าก(อุ๊บ หลุดค่ะ)

เพราะงั้นแบบนี้เกียรติบัตรเรียนดีปีหน้าไม่รอดเราแน่นอน

สะใจเหลือเกินจริงเชียว หึๆ

ส่วนเกรดเท่าไรห่นั้นรอคาดเดาเอง ไม่อยากบอก

เลขไม่สวย(เรอะ?)

ว่าแต่เกี่ยวกันไหมนั่น

แต่แทบกรี๊ดตอนได้รับเกรด เอาเถอะ ต่อหน้าอาจารย์หนูไม่กล้าค่ะ

กลับมาหาแม่ที่รออยู่ในรถ ประกาศลั่นรถเลยว่าได้....?

เตรียมตัวตาย โฮะๆ

วันที่ 5 นี้ ไปงานหนังสือ(แต่อยากไปวันที่ 6)

ขอโทษกุ้งกับมินนี่ด้วยน้า ฮือๆ

เตรียมพร้อมหมดตังเป็นหมื่น

ถ้าทำได้จะรีบมาอัพไดอารี่เที่ยวจีน โอ้ลัลลา ><

คิกๆ สนุกสนาน แต่ของฝากรอไปก่อน

สงกรานต์ 12-15 (หรือ 13-15) ไปราชบุรี เยี่ยมปู่เยี่ยมย่าเยี่ยมตาเยี่ยมยาย

เฮ้ย! พูดแล้วไปไหว้โกศตายายที่บ้านนู้นดีกว่า

เพื่อนกระซิบอยากไปทะเล

แต่เรากระซิบหนูอยากอยู่บ้าน T^T เบื่อทะเล ไปมันทุกปีค่า

กลับจากราชบุรีพักที่บ้านวันที่ 16 แล้ววันที่ 17 ก็ไปต่อ

ไปชลบุรี ไปพัทยา ไปเมืองจำลอง(ที่รัก)

ไปนั่งตากแอร์ในห้องพักโรงแรมขณะแม่ไปอบรม

นั่งกินนอนกินไม่สบายใจ ไม่รู้จะทำอะไร(ขนหนังสือไปสักกองก็โอเค)

ไม่มีอะไรแล้ว แค่นี้ก็หมดกำหนดการ(มั้ง)

แต่อยากไปอุทยานประวัติศาสตร์ที่อยุธยา แต่แม่บอกมันยังเสี่ยง

เลยว่าจะออดอ้อนออเซาะไปอุทยานประวัติศาสตรืสุโขทัยกับศรีสัชนาลัย

เพราะปีนี้ยังไม่ได้ไปค่า 555+

แต่ความจริงอยากลองไปปีนเขาหลวงดูสักครั้งหนึ่งเหมือนกัน

เออ แต่มีวันหนึ่งที่จะต้องไปน้ำตกคลองลานและแม่น้ำปิง

เพราะแม่จะพานักศึกษาที่มาฝึกงานไป ส่วนเรา...ไปคอยดูเผื่อพี่เขาจมน้ำ

คือ...พี่เขาว่ายน้ำไม่เป็น แย่ T^T

เอาเถอะ รับได้ค่ะ

แต่พูดตามตรงแม่น้ำปิง... โดดหลังบ้านเลยมั้ย? ฮะๆ

แล้วก็ไหนไปตามสาย โผล่ไปปั่นที่ท่อทองแดงกลายเป็นชิ้นต่อไป

อาเมน...

วู้ว ไปแล้วๆ ชักนานแสนนาน จะไปดู G SEED DESTINY ต่อ นานๆทีจะได้ดู

วันนี้ดูทั้งวัน(เพราะคอมเพิ่งซ่อมเสร็จ)

คิดถึงอิซาร์ค คิดถึงคิระ อย่าเพิ่งขัดนะ ช่วงนี้เบื่อชินกับอัสรันมหาศาล

ว่าแต่ใครรู้ตอบที โคนันเล่มใหม่ออกรึยัง

ช่วงนี้ไปร้านหนังสือไม่ค่อยได้ ออกแนวว่าโรคจิต

มันอยากซื้อหนังสือ

นับถอยหลังอีก 4 วัน อ๊าก! ลงแดงค่า แง้ๆ

เอ้ยชักนานนะว่าป่ะ ฮะๆ เอาเถิดนะ ไปจริงๆแล้ว(สาธุ)

ฟิ้ว ~

...

..

.

..

...

ขอบคุณกันและกัน ^^ ขอบคุณนะคะที่ทำให้มีวันนี้

"ขอบคุณค่ะ"

...



...


ขอบคุณกันและกัน
 
The August Band ดิ ออกัส แบนด์ 
ร้องนำโดย พิช วิชญ์วิสิฐ & เพชร ภาสกร

ยังมีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับความรัก
หากลองหยุดพัก จงฟังซะก่อน
จะรู้ว่าเราไม่เดินอยู่เดียวดาย
ยังมีผู้คนบนทางอีกหลากหลาย อีกมากมาย
ที่เราก็ต่างมองหาความรักมาเติมให้เต็มหัวใจ

มีความทรงจำดีๆ เกี่ยวกับความรัก
บ้างสุขสมหวัง บ้างจะร้องไห้
แต่นั่นกลับทำให้ใจเรามีพลัง
จนนานๆ ไปมันก็กลายเป็นความหลัง
ที่ในทุกครั้ง เรานึกถึงเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้จะขอบคุณมันยังไง

ถ้าหากว่า ใจเราไม่เคยจะรักเลยสักที จิตใจวันนี้คงจะไม่แข็งแกร่ง
และในวันที่ล้มลงคงไม่มีแรง ถ้าเรามัวระแวงในมือของกันและกัน

(*) ถ้ามันเป็นเพลงบนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
และไม่มีวันที่ฉันและเธอจะเดินจากกัน ไปที่ไหน
และถ้าชีวิตคือท่วงทำนอง เธอคือคำร้องที่มีความหมาย
ให้ใจได้ซึ้งและมีพลังจะเดินต่อไปให้ไกล

มองจะมองทางไหนมีใครสักคนที่หวังจะเดินเข้ามา
นั่นคือปัญหา ยิ่งรอยิ่งนาน ยิ่งผ่านอะไรไปนานๆ ใจยิ่งหวั่นไหว
และถ้าวันหนึ่งมีคนที่รอเข้ามา ว่าฟ้าก็คงไม่ทำเราเสียใจ
แต่ถ้ามันไม่ใช่ ยังไงก็ไม่ใช่ ก็ได้แต่ถอนหายใจมองเหม่ออ้อนวอนให้
ใครๆ บางคนบนนั้นช่วยฉันที่อยากมีความรักกับเขาบ้าง
หากมีอะไรๆ ฉันยอมได้ทุกทาง เพียงคำว่ากันและกัน ฉันขอคำอธิบาย

(*) ถ้ามันเป็นเพลงบนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
และไม่มีวันที่ฉันและเธอจะเดินจากกัน ไปที่ไหน
และถ้าชีวิตคือท่วงทำนอง เธอคือคำร้องที่มีความหมาย
ให้ใจได้ซึ้งและมีพลังจะเดินต่อไปให้ไกล ... ให้ไกล

เหนื่อย เหนื่อยจนถอนใจไม่รู้เมื่อไรว่าเราจะมีความหวัง (ไม่รู้เมื่อไร)
แค่เพียงสักครั้ง ได้เจอสักครั้ง แต่มันต้องเจ็บ ต้องปวด อย่างน้อยก็ยังได้รู้ว่ารักเป็นไง
คนเราจะเสาะจะหาทำไม และมันจะเป็นจะรักยังไง ตะเกียกตะกายจะได้มา
สุดท้ายบางทีต้องเสียน้ำตา แต่ให้ทนไว้ อาจเจ็บใจ และรอวันหนึ่งที่เราเติบโตจะขอบคุณ
ว่าใจที่ไม่เคยมีรักให้ใคร และนานต่อไปจะเป็นใจที่ไร้ค่า
หากมันจะมีอะไรที่ต้องแลกเพื่อได้มา ฉันว่ากันและกัน มีค่าที่จะแลกได้มากมาย

(*) ถ้ามันเป็นเพลงบนทางเดินเคียง ที่จะมีเพียงเสียงเธอกับฉัน
และไม่มีวันที่ฉันและเธอจะเดินจากกัน ไปที่ไหน
และถ้าชีวิตคือท่วงทำนอง เธอคือคำร้องที่มีความหมาย
ให้ใจได้ซึ้งและมีพลังจะเดินต่อไปให้ไกล ... ให้ไกล (ให้ไกล)

มีทางเดินให้เราเดินเคียงและมีแต่เสียงของเธอกับฉัน
มีทางเดินให้เราเดินเคียงและมีแต่เสียงของเธอกับฉันแสนนานเท่านาน ... แสนนานเท่านาน


ความคิดเห็น

ยังไม่มีความคิดเห็น